หน้าหลัก / รักโบราณ / ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน / บทที่ 5 ฮูหยินน้อยกลับมาได้เสียที

แชร์

บทที่ 5 ฮูหยินน้อยกลับมาได้เสียที

ผู้เขียน: มายุมายูมายา
last update วันที่เผยแพร่: 2025-12-20 10:44:30

บทที่ 5

ฮูหยินน้อยกลับมาได้เสียที

เสียงล้อบดดินดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนหยุดลงใกล้พอให้เห็นรถม้าสีเข้มเต็มสองตา ประตูไม้สลักลายเรียบหรูไม่มีตราตระกูลใดประทับไว้

ม่านผ้าด้านข้างถูกรวบเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็น เจ้าของรถม้าเป็นบุรุษในชุดยาวสีเทาเรียบสะอาด เขามีใบหน้าคมรับกับแนวคิ้วเรียวตรง จมูกโด่งและริมฝีปากบางที่ขยับเพียงน้อย ดวงตาคมกริบเป็นประกาย แต่แฝงไว้ด้วยความสุขุมและนุ่มนวลไปในตัว

“ต้องการเข้าเมืองหรือ?”

เขาเอ่ย น้ำเสียงทุ้มแต่ไม่เย็นชา แฝงความระแวดระวังไว้เบื้องหลัง

เสี่ยวเฉินรีบค้อมศีรษะอย่างนอบน้อมทันใด “เจ้าค่ะคุณชาย ได้โปรดเมตตาพวกเราด้วย...”

เขามองพวกนางเงียบ ๆ ดวงตาหลุบลงมองที่เสื้อผ้าอาภรณ์ ซึ่งแม้จะเปื้อนฝุ่นอยู่บ้าง แต่เนื้อผ้ากลับบ่งบอกว่าเป็นของชั้นสูง

น่าประหลาดที่สวมชุดดูดี ...แต่กลับมาเดินอยู่กลางแดดไร้รถม้าสัญจร เขาได้แต่คิดในใจโดยไม่เอ่ยอะไรออกมา

“ขึ้นมาก่อนเถิด ข้างนอกร้อนนัก” เขาเอ่ยเบา ๆ พลางเลื่อนม่านปิดลง

ชิงหรูที่ยืนอยู่เงียบ ๆ ด้านหลังเพียงขยับร่างกายตามแรงที่เสี่ยวเฉินดึงให้ขึ้นรถ นางหลบหน้าไว้ใต้ผ้าคลุมยาวที่ใช้บังแดดระหว่างทางมาตลอดตามเดิม มืออีกข้างประคองตัวอย่างระมัดระวัง

บุรุษผู้มีพระคุณนั้นก็เหลือบตามองสตรีที่ตามหลังเพียงครู่หนึ่งก็เห็นถึงความผิดปกติบางอย่าง สายตาของเขาไล่ลงมาหยุดอยู่ที่ข้อมือของนางซึ่งมีรอยช้ำสีคล้ำแทรกอยู่ใต้ชายแขนเสื้อ อีกทั้งขอบผ้าก็มีรอยดินแห้งจับอยู่เป็นจุด ๆ ราวกับเคยล้มคลุกดินอย่างไรอย่างนั้น

ทว่าเขาไม่ได้เอ่ยอะไร เพียงหันหน้าไปอีกทางราวกับไม่เห็น แม้ในใจจะรู้ดีว่าสิ่งที่ตนเห็นนั้น...ไม่ใช่เรื่องธรรมดี่สตรีสองนามสมควรเจอแน่นอน

รถม้าค่อย ๆ แล่นไปอย่างมั่นคงต่อ ชิงหรูยังไม่เปิดผ้าคลุมที่หัวออก ทว่าอากาศช่วงครึ่งหลังของวันนี้อบอ้าวนัก เหงื่อเริ่มซึมตามไรผม เสียงลมหายใจของนางเริ่มติดขัดเล็กน้อยเพราะอากาศในรถไม่ถ่ายเทมากพอให้นางอยู่อย่างสบายเมื่อคลุมผ้าปิดทึบอยู่

ชายหนุ่มเจ้าของรถม้าเหลือบมอง แล้วเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ

“พื้นที่บนรถม้าคับแคบ หากยังคลุมหน้าไว้อีก คงไม่สบายตัวและจะเป็นลมแดดเอาได้...”

ชิงหรูชะงักไปเล็กน้อย รู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงตำหนิ เพียงเตือนตามความหวังดีเท่านั้น ที่นางไม่ถอดออกเพราะไม่ค่อยอยากเปิดเผยใบหน้าของตนให้ใครเห็น อย่างไรหากคนรู้ว่าฮูหยินท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่มาเดินกลางถนนคงไม่ดีนัก

แต่เมื่อไม่อาจคลุมผ้าที่หัวต่อไปได้จึงจำเป็นต้องปลดผ้าคลุมออก ภายใต้ผ้าคลุมสีทึมนั้นเผยให้เห็นใบหน้าเรียวงดงาม ดวงตายาวรีที่แฝงความวูบไหวของอารมณ์ในช่วงนี้ เมื่อผสานกับใบหน้าซีดเซียวจากการเผชิญกับสิ่งไม่คาดคิดกลับทำให้ดูงดงามจับตาน่าถะนุถนอมไปอีกแบบ

ยามที่เส้นผมหลุดจากปิ่นปักพลิ้วแนบแก้มตามแรงลมข้างนอกยิ่งขับให้นางดูเหมือนภาพฝันกลางวันของนางเซียนยามลงมาเยี่ยมชมโลกมนุษย์ยิ่งนัก

บุรุษเจ้าของรถม้าเผลอมองนิ่ง ริมฝีปากขยับไม่ออกไปครู่หนึ่ง พอได้สติว่าตนจ้องอีกฝ่ายมากเกินไปก็ต้องเบือนสายตาออกนอกหน้าต่างก่อนจะกระแอมเบา ๆ กลบเกลื่อน

“เหตุใดแม่นางจึงเดินอยู่กลางถนนที่แดดแรงเช่นนั้น?”

เขาเป็นฝ่ายเอ่ยถามก่อน น้ำเสียงไม่ได้แฝงอารมณ์ใด เพียงพูดขึ้นด้วยความสงสัย

ชิงหรูก้มหน้าลงเล็กน้อย ยามมีคนถามก็ทำให้นางคิดย้อนไปถึงสิ่งที่เพิ่งพบเจอมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดวงตาเรียวงามไม่กล้าสบอีกฝ่ายตรง ๆ

“ข้า...รถม้าของเราบังเอิญเสียกลางทางน่ะเจ้าค่ะ”

เสียงของนางเรียบเฉย...จนคนฟังรับรู้ถึงความว่างเปล่าราวกับจมอยู่ในหมอกทึบบางอย่าง คำพูดอ้อม ๆ นี้บ่งบอกว่านางยังไม่พร้อมจะเล่าอะไรทั้งสิ้น ไหนจะน้ำเสียงนั่นจะแฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้าทางใจอย่างยากจะอธิบาย

เขาไม่ได้ถามต่อ นั่งเงียบลงเช่นเดิม มองออกไปยังทิวทัศน์ที่เลื่อนผ่านด้านนอก จากที่คิดจะถามที่มาที่ไปมากกว่านี้ก็เลือกจะเงียบลงอย่างรู้มารยาท

ชิงหรูยิ้มจืดจางอย่างขอบคุณอีกฝ่าย ดูจากสีหน้าเมื่อครู่เขาน่าจะอยากรู้อะไรมากกว่านี้แท้ ๆ แต่เขาก็เลือกจะไม่ถามต่อ เขาไม่ถามแม้กระทั่งตัวตนของพวกนาง เช่นนั้นนางก็ไม่ควรอยากรู้ตัวตนของอีกฝ่ายเช่นกัน แม้นางอยากจะทดแทนบุญคุณที่เขาให้ความช่วยเหลือก็ตาม...

เมื่อเข้าใกล้กำแพงเมือง รถม้าคันนี้ไม่ได้หยุดต่อแถวเดียวกับประชากรชาวบ้านทั่วไป แต่กลับเบี่ยงเข้าแถวพิเศษที่มีไว้สำหรับให้ขุนนางและเจ้าหน้าที่บางคน สารถีเพียงยื่นป้ายไม้ให้เจ้าหน้าที่เฝ้าประตูดู ก่อนเจ้าหน้าที่จะรีบโค้งศีรษะเปิดทางให้รถม้าผ่านเข้าเมืองไปอย่างง่ายดาย

ชิงหรูแอบเหลือบตามองป้ายแผ่นนั้นเมื่อครู่ มันทำจากไม้เนื้อดี แต่แสดงตรากรมหรือราชสำนักใด นางก็มองไม่ทัน

“ต้องขอบคุณคุณชายมากที่เมตตาพวกเรา ข้าไม่รู้ว่าจะตอบแทนท่านอย่างไรดี...”

เสียงของชิงหรูเบาลง นางยังรู้สึกลังเลอยู่ในใจว่าจะตอบแทนเขาอย่างไรดี นางไม่กล้าเสนอเงิน มันคงเป็นการดูแคลนเกินไปสำหรับบุรุษในชุดหรูหราเช่นนี้

อีกฝ่ายกลับยิ้มบาง ๆ ส่งไปให้ “ไม่ต้องหรอก ยังไงก็เป็นทางผ่านของข้าอยู่แล้ว”

เขาผงกศีรษะเล็กน้อย ดวงตายังสุขุมแต่ไม่ได้เย็นชา “ขอให้เดินทางกลับบ้านอย่างดี...”

รถม้ารับจ้างหยุดลงหน้าจวนเซียวเมื่อฟ้าเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินหม่นอันเป็นผลจากแสงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว

เสี่ยวเฉินก้าวลงจากรถม้ารับจ้างมาก่อน แล้วหันกลับมาช่วยพยุงนายหญิงของตนลงจากรถ ท่ามกลางสายตาของบ่าวจวนที่ยังคงเดินไปมาทำหน้าที่ในยามพลบค่ำ

สายตาทุกคู่ก็เริ่มจับจ้อง...และเปลี่ยนเป็นมองอย่างไม่เข้าใจ

ลู่ชิงหรูยังคงยืดหลังตรง นางไม่เอ่ยอะไรแม้ก้าวเดินของนางจะเริ่มอ่อนล้า แต่ก็ไม่ยอมแสดงให้ใครเห็นเพราะหมวดบทบาทฮูหยินจวนที่สวมอยู่

ยังไม่ทันถึงหน้าเรือนหลักของตน ก็ปรากฏร่างของบ่าวอาวุโส ป้าม่อ ขวางทางไว้และรีบสาวเท้าเข้ามาหาอย่างร้อนรน ใบหน้าบึ้งตึงขึงไม่ปิดบังความไม่พอใจ

“ฮูหยินน้อยกลับมาได้เสียที...บ่าวนึกว่าท่านไม่คิดจะกลับจวนเสียแล้ว”

เสียงกระแทกหูดังมาพร้อมกับเงาอีกสองสาย ร่างของแม่สามีผู้เคร่งธรรมเนียมก้าวตามออกมาช้า ๆ น้ำเสียงเยือกเย็นดังขึ้นโดยไม่รอให้ใครเอ่ยคำทัก

“สะใภ้ของสกุลเซียว กลับเข้าจวนยามฟ้าสีหมึก... กลับจวนด้วยรถโดยสาร ย่อมเป็นหัวข้อชั้นดีให้เขาลือเขาเล่าให้จวนเราเสื่อมเสียสิ้นแน่แท้”

คำกล่าวหานี้ทำให้ชิงหรูต้องชะงัก นางขยับจะเอ่ยคำชี้แจง แต่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียง ก็มีอีกหนึ่งเสียงแทรกขึ้นอย่างรวดเร็ว

“พี่สะใภ้คงมิได้ตั้งใจกลับเมื่อฟ้ามืดหรอกเจ้าค่ะ เพียงแต่พี่สะใภ้นั้น นาน ๆ จะได้ออกไปเปิดหูเปิดตานอกจวนทีก็อาจจะคำนวณเวลาผิดไปบ้างเท่านั้น ใช่ไหมเจ้าคะ?”

เซียวอี้หลันที่เพิ่งได้รับความช่วยเหลือจากนางเมื่อไม่นาน รีบช่วยพูดอย่างหวังดี แต่กลับกลายเป็นสร้างความเข้าใจผิดมากกว่าเดิมเสียแล้ว

ตอนนี้ร่างกายของชิงหรูอ่อนแอนัก เป็นผลมาจากไม่ได้กินข้าวมื้อกลางวันไม่พอ ยังออกกำลังไปมาก กว่าจะกลับจวนได้ ยิ่งกว่านั้นแรงใจของนางก็แทบไม่เหลือพอถูกโจมตีทางจิตใจเพิ่มก็ยากจะไม่รู้สึกท้อแท้อย่างหนัก นางเพียงหลุบตาลงช้า ๆ พลางสูดลมหายใจขับไล่ม่านน้ำตาที่พร้อมจะไหลพรูออกมาทุกเมื่อ

หากแต่ไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยคำใด เสียงคำสั่งเด็ดขาดก็ดังขึ้นจากปากแม่สามีที่เคยกล่าวชื่นชมนางมาตลอดนั่นเอง

“ผู้ใดละเมิดกฎ ย่อมต้องได้รับโทษ มิใช่เพียงเรื่องทำให้ตระกูลเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ผู้มีอำนาจควบคุมดูแลระเบียบของจวนหากไม่สามารถทำเองได้แล้วบ่าวที่ไหนจะเคารพทำตามตาม ! อาม่อ...พาตัวนางไปคุกเข่าหน้าศาลบรรพชน ห้ามนำอาหารไปให้นาง ห้ามเข้าห้องนอนจนถึงรุ่งสางวันพรุ่งนี้”

บ่าวที่ยืนรอคำสั่งก้าวเข้ามาอย่างรู้หน้าที่ เสี่ยวเฉินเบิกตากว้างรีบจะเข้าห้ามแต่ก็ถูกขัดขวางทันที

“บ่าวต่ำศักดิ์ อย่ายื่นปาก!”

ป้าม่อเอ็ดกลับทำให้เสี่ยวเฉินต้องกัดฟันกลั้นน้ำตาอย่างอดกลั้นกับสิ่งที่เจ้านายของนางได้เจอ ชิงหรูถอยหลบการถูกจับกุมจากป้าม่อ เพราะนางรู้แน่ชัดว่าตนมิได้ทำอะไรผิด

“ข้า...มิได้ผิดอย่างที่ท่านแม่กล่าว เหตุดะ-” ชิงหรูพยายามกล่าวเสียงแผ่ว แต่ทันทีที่นางขยับถอย บ่าวก็เข้าคล้องแขนนางอย่างแรง

“อ้ะ...!”

เสียงสะท้อนทันทีเนื่องจากถูกบ่าวสมุนเข้ามาจับโดนที่รอยช้ำบนแขน ใบหน้าของนางบิดเกร็งชั่วขณะ ทว่ากลับไม่มีแม้แต่คนเดียวถามว่าเหตุใดถึงร้องเช่นนั้น

ไม่มีใครมองเห็นว่าเนื้อตัวใต้เสื้อผ้านั้นเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ไม่มีใครถามว่านางไปพบเจอสิ่งใด ไม่มีใครสนใจว่าทำไมนางกลับมาด้วยรถม้ารับจ้าง ไม่ใช่รถม้าของจวนเอง...

“ผู้น้อยบังอาจเถียงผู้อาวุโสเช่นนั้นหรือ? เจ้าลืมแล้วกระมังว่าตำแหน่งฮูหยินนี้ได้มาอย่างไร... ”

แม่สามีกล่าวเสียงราบ สายตาที่มองมาราวมองคนนอกล้วนบอกความจริงอีกหนึ่งข้อให้ชิงหรูได้เข้าใจถ่องแท้เสียแล้ว

ชิงหรูมองแผ่นหลังของคนที่นางเคยคิดว่าเป็นครอบครัวของตนในชาตินี้กำลังเดินจากไป...

ตำแหน่งสูงส่งของจวนนี้ ช่างกลวงเปล่าจริง ๆ

ชิงหรูไม่ขัดขืน เพราะรู้ว่าต่อให้เปล่งเสียงอีกกี่คำ ก็ไม่มีผู้ใดฟัง...

ศาลบรรพชนของตระกูลเซียวเงียบงันในยามราตรี ลมเย็นพัดลอดระหว่างช่องไม้ เสียงกระดิ่งลมห้อยใต้ชายหลังคาเขย่ากลืนเสียงสะอื้นที่หลุดจากริมฝีปากปาก

ลู่ชิงหรูคุกเข่าอยู่ตรงนี้หลายชั่วยามแล้ว

นางหิว เจ็บ ปวด...และว้าเหว่ แต่บัดนี้นางร้องไห้จนไม่มีน้ำตาไหลออกมาแม้แต่หยดเดียวแล้ว

...ค่ำคืนนี้นอกจากจะเป็นคืนที่ความพยายามทั้งหมดของนางถูกเหยียบย่ำคราแล้วคราเล่า มันก็ยังเป็นคืนที่นางตระหนักถึงเส้นทางใหม่ในอนาคตได้อีกเช่นกัน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 29 แผนร้ายของชิงหยา

    บทที่ 29แผนร้ายของชิงหยาเช้าตรู่ก่อนที่แสงอรุณจะขึ้นพ้นขอบฟ้า ลู่ชิงหรูก็ออกจากบ้านพร้อมกับเสี่ยวเฉิน ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังตลาดสดในตรอกลึกด้านตะวันตกของเมือง ที่นั่นเป็นแหล่งรวมวัตถุดิบของพ่อค้าหาบเร่และชาวบ้านร้านตลาด ไม่หรูหราแต่ราคาย่อมเยา เหมาะสำหรับร้านเล็กอย่างของนางชิงหรูคลุมผ้าอย่างเรียบร้อย ไร้การแต่งแต้มสีสันบนใบหน้ายามมองมาไม่หวือหวาแต่กลับงดงามดูสะอาดสะอ้าน ข้างตัวมีเสี่ยวเฉินหอบตะกร้าสานเดินตามอยู่ไม่ห่าง ทั้งสองจอดแวะร้านขายเนื้อหมูสด กลิ่นเลือดจาง ๆ โชยมาตามลม“เอาเนื้อครึ่งชั่ง กับตับอีกนิด” นางบอกพลางหยิบถุงผ้าส่งให้แม่ค้าหญิงขายเนื้อมองนางแล้วแค่นหัวเราะเบา ๆ ทันที สตรีที่งดงามไม่เหมือนชายบ้านเช่นนี้ใครเล่าจะจำไม่ได้“โฮะ ฮูหยินผู้สูงศักดิ์ในอดีตถึงขั้นต้องมาซื้อของตลาดเองหรือ…ช่างเป็นเกียรติเสียจริง”น้ำเสียงเสียดแทงทำให้เสี่ยวเฉินหน้าเปลี่ยน ตาเริ่มแข็ง แต่ชิงหรูกลับรับของแล้วตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางแทนอย่างไม่ใส่ใจ“ราคาตามป้ายหรือมีอะไรพิเศษให้คนเคยแต่งงานแล้วแต่ถูกหย่าบ้างหรือไม่?”หญิงขายเนื้อชะงักไปเล็กน้อย แล้วหัวเราะหยันแต่ก็ไม่กล้าพูดต่อ นางเอกจ่ายเงินและพา

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 28 พานางกลับมา

    บทที่ 28พานางกลับมายามโพล้เพล้ของเมืองหลวง แสงอาทิตย์เอียงต่ำทอดผ่านหน้าร้านเล็ก ๆ ในตรอกแห่งหนึ่ง บนป้ายไม้เขียนด้วยพู่กันว่า หอข้าวหอม กลิ่นกับข้าวหอมฉุยลอยกรุ่นอบอวลไปทั่วบริเวณลู่ชิงหรูในชุดสีกลางดูธรรมดาขัดกับใบหน้าสดใสผุดผาด กำลังใช้กระบวยตักน้ำแกงราดลงบนข้าวสวยร้อนให้ชายชราที่เพิ่งกลับจากไปทำงานผู้หนึ่ง ก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนโยนให้“ระวังร้อนนะเจ้าคะ”ร้านของนางมีโต๊ะไม้สามตัว กับม้านั่งเก่า ๆ ไม่กี่แถบ เสี่ยวเฉินช่วยดูแลร้านส่วนอื่น มีเสี่ยวเอ้อหนุ่มร่างเล็กวิ่งรับคำสั่งด้วยความคล่องแคล่ว ถึงจะเป็นเพียงร้านเล็ก ๆ แต่บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองจนผู้คนแน่นทุกวัน และแม้จะทำกำไรได้ไม่มากเท่าการส่งผงปรุงรสให้ราชสำนัก แต่นางก็รู้สึกเป็นสุขที่ได้ลงมือปรุงกับมือ ให้ผู้คนชนชั้นล่างได้อิ่มท้องในราคาย่อมเยาว์นางคือร้านอาหารขายข้าวราดหลายอย่างที่ทำไว้ก่อนแล้ว พอลูกค้ามาก็เลือกกับข้าวและตักให้ทันใจร้านเปิดจนกระทั่งตะวันลับขอบฟ้า เหลือเพียงกับข้าวเล็กน้อย ขณะที่เสี่ยวเฉินกำลังจะล้างชามเตรียมเก็บร้าน เสียงฝีเท้าเรียงกันเป็นจังหวะก็ดังขึ้นจากปากตรอกเสียก่อนพวกเขามากันอีกแล้ว...“เหลือเท่าใดพว

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 27 ข้าก็ไม่คิดจะแต่งกับใครอีก

    บทที่ 27ข้าก็ไม่คิดจะแต่งกับใครอีก“พี่ใหญ่!” น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงแววเตือน “ปล่อยนางเถอะขอรับ”หลิงชวนยืนอยู่ไม่ไกลเดินเข้ามายืนระหว่างทั้งสองมือข้างหนึ่งจับแขนญาติผู้พี่ที่ตลอดชีวิตนี้เราทั้งสองแข่งกันมาโดยตลอดทว่าก่อนจะเกิดเรื่องใหญ่ไปกว่านั้นก็เป็นชิงหรูที่เอ่ยเสียงสั่นเครือ“ช่วยพาข้าออกไปที” นางพูดโดยไม่แม้จะมองเซียวเหยียนหลงเลย...“แน่ใจแล้วหรือ?”หลิงชวนถามย้ำ ขณะที่เอี้ยวตัวมองสตรีร่างบอบบางสบเข้ากับนแววตาที่ไม่สั่นไหวของนาง เขาก็พยักหน้า แล้วหันกลับไปสบตากับพี่ชายตนเซียวเหยียนหลงยืนนิ่ง มือกำแน่นอยู่ข้างลำตัว สายตาจ้องมองสองคนที่ยืนคุยกันราวไม่มีคนอื่นก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเย็นเยียบพาลให้คนรอบข้างหนาวสะท้าน“หากเจ้ากล้าก้าวออกไปพร้อมหลิงชวนวันนี้...อย่าคิดว่าจะได้กลับมาอีก”น้ำเสียงของเขาเหมือนมีดที่กรีดผ่านหัวใจคน แม้ดูสงบเรียบแต่สั่นสะเทือนถึงกระดูก แน่นอนว่าคำพูดนั่นไม่ทำให้ชิงหรูหันกลับไป นางหมุนกายเดินจากออกมาอย่างไม่ลังเล...ระหว่างทางนั้นชิงหรูเดินผ่านอดีตแม่สามีเวินซื่อฟางที่ได้ยินทุกอย่างขณะกำลังจะเข้ามาก็ถึงกับเบิกตาโพลงอย่างไม่อยากเชื่อหูที่ได้ยินลูกสะใภ้ที

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน    บทที่ 19 เหตุใดนางถึงได้ตัวร้อนเป็นไฟเช่นนี้

    บทที่ 19เหตุใดนางถึงได้ตัวร้อนเป็นไฟเช่นนี้รุ่งอรุณของวันใหม่ค่อย ๆ สาดแสงลอดผืนผ้าของกระโจมเข้ามา อากาศเย็นยามเช้ากระทบผิวพาให้ร่างบางบนเตียงหนาวสะท้านเล็กน้อยชิงหรูลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ภายในกระโจมเงียบราวกับไม่มีผู้ใดอยู่ ร่างของบุรุษผู้ครอบครองเตียงนี้ หาได้อยู่เคียงข้างนางไม่เขา…คงไม่แม้จะนอนร่วมเตียงกับนางเลยสินะก็ไม่ได้น่าประหลาดใจ เพราะรู้แต่แรกว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเขามิเคยมีคำว่า รัก เกิดขึ้นแม้แต่น้อย สิ่งที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนั้น ไม่ต่างอะไรกับการตอกย้ำว่านาง…เป็นเพียงของสิ่งหนึ่ง ของที่เขาหวงและไม่ยอมให้ใครแตะต้องก่อนตนเองก็เท่านั้นชิงหรูหัวเราะเบา ๆ ออกมาอย่างฝืนใจ...ก็ดีเหมือนกัน จากที่คิดจะย้อนกลับบัดนี้นอกจากทำทุกอย่างเพื่อมีชีวิตรอดแล้ว ชิงหรูก็จะไม่ไปใส่ใจเรื่องอื่นใดอีกชิงหรูพยุงร่างลุกจากเตียง เนื้อตัวยังระบมและอ่อนล้าในทุกฝีก้าว ความเจ็บที่แล่นผ่านส่วนล่างของร่างกายทำให้นางต้องเม้มริมฝีปากไว้แน่น เพื่อมิให้หลุดเสียงครางออกมาค่ำคืนที่ผ่านมานั้น…นางไม่อาจหลอกตนเองได้ว่ามันอ่อนโยน หากแต่มันเป็นผลจากแรงโทสะของบุรุษผู้นั้น เป็นการสั่งสอนเป็นการประกาศสิท

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 26 ท่านแม่ทัพได้โปรดลงนามด้วย...

    บทที่ 26ท่านแม่ทัพได้โปรดลงนามด้วย...ใต้เงาไม้อันเงียบสงัด ร่างสูงใหญ่ของเซียวเหยียนหลงเดินก้าวอย่างรวดเร็วไปตามแนวทางเดิน เขาไม่ได้มีจุดหมายใด เพียงแต่ต้องการให้ลมตีหน้าเพื่อลดอารมณ์ที่พุ่งทะยานจนไม่อาจควบคุมเมื่อครู่มือหนากำแน่นจนเส้นเอ็นโป่งพอง ยังรู้สึกถึงแรงข่วนบนหน้า… แผลเล็กน้อยเท่านั้น แต่มันเจ็บยิ่งกว่ายามดาบเฉือน เขาไม่รู้ว่าเจ็บเพราะแผลหรือเพราะสายตาที่นางมองเขาในยามนั้นกันแน่…“เจ้าเป็นของของข้า…”คำพูดที่เอ่ยออกไปด้วยความโมโหยังดังก้องอยู่ในหัว แต่เมื่ออารมณ์เริ่มสงบลง เขากลับเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองเหตุใดเขาจึงโกรธถึงเพียงนั้น?เขาหึง… อย่างที่นางว่าหรือ?สมองของเขาเถียงขึ้นมาทันที ราวกับไม่อาจยอมรับคำตอบเสียศักดิ์ศรีเช่นนั้น เซียวเหยียนหลงผู้ไม่เคยพ่ายต่อหญิงใด จะมายอมรับว่าตนหึงนางเพียงเพราะนางไปพบบุรุษอื่นน่ะหรือ?ไร้สาระ !เขาคำรามเบา ๆ กับตัวเอง แล้วขบกรามแน่น ราวจะบดขยี้ความคิดนั้นให้มลายหายไป“ข้าเพียง…ไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องของของข้าเท่านั้น”ใช่… เขาโน้มน้าวตัวเองเช่นนั้น ความรู้สึกอึดอัดในอกนั้น…มันคือความไม่พอใจที่ของ ๆ เขาถูกแตะต้อง ไม่ใช่เพราะ…หัวใจเขาหวั่น

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 25 ฮูหยินเช่นข้าไม่มีหัวใจหรืออย่างไร

    บทที่ 25ฮูหยินเช่นข้าไม่มีหัวใจหรืออย่างไรลู่ชิงหรูที่เพิ่งก้าวเท้าลงจากรถม้าไม่ทันได้พักเหนื่อยดี ก็ถูกสาวใช้มาเชิญให้ไปยังห้องรับรองพบกับแม่สามีดวงตาของชิงหรูหรี่ลงเพียงครู่ แต่ก็ก้าวตามไปโดยไม่เอ่ยให้มากความ ทว่าเมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องรับรอง พลันสายตาก็สบกับร่างของบุคคลที่นางไม่คิดว่าจะพบในเวลานี้...หนิงชิงหยาหญิงสาวในชุดบางเบาสีงาช้างนั่งอยู่ข้างเวินซื่อฟาง สีหน้าทั้งสองแลดูสดใสรื่นเริงจนน่าประหลาดใจ… โดยเฉพาะคนเป็นแม่สามีที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีวาจานุ่มนวลกับตนเช่นนี้มาก่อนแต่กลับมองให้ชิงหยาอย่างง่ายดาย“ชิงหรู เจ้ามาแล้ว” เหวินซื่อฟางเอ่ยเสียงละมุนผิดวิสัย “พี่ชายของชิงหยากลับถึงเมืองหลวงแล้ว แม่ตั้งใจจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับให้สมเกียรติ แล้วก็ตั้งใจให้เจ้าเป็นคนดูแลงานทั้งหมด”การจัดการในจวนนี้เป็นหน้าที่ของผู้เป็นฮูหยินตระกูลเซียวเช่นชิงหรูอยู่แล้วก็จริง แต่ที่ไม่ปกติคือเหตุใดสกุลเซียวถึงต้องจัดการเลี้ยงฉลองให้คนสกุลหนิงด้วย...ทว่านางที่อยู่ในฐานะไม่ต่างจากคนที่มาอิงอาศัยก็ได้แต่รับคำนั่นล่ะ“เจ้าค่ะ ข้าจะจัดการให้เรียบร้อย”เมื่อล่ำลาออกมาจากห้องรับรอง ลู่ชิงหรูก็คิดจะเด

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 24 เจรจาธุรกิจกับองค์ชายสาม

    บทที่ 24เจรจาธุรกิจกับองค์ชายสามยามค่ำคืนหลายวันมานี้ช่างหนักหนาสำหรับชิงหรูยิ่งนักสองขาสั่นระริกแม้เพียงแค่ขยับตัวเบา ๆ รอยแดงช้ำจาง ๆ ยังคงแต้มอยู่ตามตัว และส่วนที่ไวต่อความรู้สึกที่สุดกลางกายก็บอบช้ำเกินรับไหวแล้วทุกค่ำคืนตั้งแต่ชิงหรูกลับมาอยู่ที่จวนเซียวเขาจะลักลอบแอบมาในห้องของนางเสมอ ร่า

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-17
  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 10 นางพักกระโจมเดียวกับพวกนายทหารอื่น !

    บทที่ 10นางพักกระโจมเดียวกับพวกนายทหารอื่น !ชิงหรูในชุดผ้าสีทึม ใบหน้าซีดขาวไร้การแต่งแต้มเครื่องประทินโฉมใด มือหนึ่งถือห่อผ้าขนาดเล็กที่ภายในบรรจุเพียงเสื้อผ้าใช้สอยที่จำเป็นสองสามชุด ล้วนเป็นผ้าธรรมดาสีเรียบ มิมีแม้แต่งานปักหรือลวดลายใดใดเสี่ยวเฉินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถือห่อผ้าอีกห่อหนึ่ง แยกใส่ข้

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-17
  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 22 ข้านอนไม่หลับ

    บทที่ 22ข้านอนไม่หลับ“ฮูหยินลู่ เชิญมาดื่มชาด้วยกันสิเจ้าคะ” เสียงใสกังวานของหญิงสาวสดใสดังขึ้น เรียกนางให้หยุดแม้ชิงหรูจะพยายามเดินเบี่ยงออกไปแล้วก็ตามชิงหรูถอนหายใจเล็กน้อยก่อนเอ่ยตอบ“ขออภัย ข้ามีเรื่องให้ต้องไปจัดการ พ่อบ้านฉีคงมีเรื่องให้ข้าดูอีกมาก… ข้าไม่ได้อยู่จวนมาหลายวันแล้วน่ะเชิญกัน

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-17
  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 12 แม่ครัวขวัญใจทหาร

    บทที่ 12แม่ครัวขวัญใจทหารแสงแดดยามบ่ายคล้อยลาลับหลังคากระโจมแม่ทัพซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของค่ายนั้นเงียบสงบสมกับตำแหน่งสูงสุดของผู้ครองค่าย เมื่อแม่ทัพเซียวเหยียนหลงกลับมาถึงภายในกระโจม ร่างสูงสง่าเดินเข้าไปนั่งประจำที่โดยไม่เอ่ยวาจาใด ท่าทางสุขุมเย็นชาเช่นทุกวันบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งต

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-17
บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status