หน้าหลัก / รักโบราณ / ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน / บทที่ 5 ฮูหยินน้อยกลับมาได้เสียที

แชร์

บทที่ 5 ฮูหยินน้อยกลับมาได้เสียที

ผู้เขียน: มายุมายูมายา
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-20 10:44:30

บทที่ 5

ฮูหยินน้อยกลับมาได้เสียที

เสียงล้อบดดินดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนหยุดลงใกล้พอให้เห็นรถม้าสีเข้มเต็มสองตา ประตูไม้สลักลายเรียบหรูไม่มีตราตระกูลใดประทับไว้

ม่านผ้าด้านข้างถูกรวบเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็น เจ้าของรถม้าเป็นบุรุษในชุดยาวสีเทาเรียบสะอาด เขามีใบหน้าคมรับกับแนวคิ้วเรียวตรง จมูกโด่งและริมฝีปากบางที่ขยับเพียงน้อย ดวงตาคมกริบเป็นประกาย แต่แฝงไว้ด้วยความสุขุมและนุ่มนวลไปในตัว

“ต้องการเข้าเมืองหรือ?”

เขาเอ่ย น้ำเสียงทุ้มแต่ไม่เย็นชา แฝงความระแวดระวังไว้เบื้องหลัง

เสี่ยวเฉินรีบค้อมศีรษะอย่างนอบน้อมทันใด “เจ้าค่ะคุณชาย ได้โปรดเมตตาพวกเราด้วย...”

เขามองพวกนางเงียบ ๆ ดวงตาหลุบลงมองที่เสื้อผ้าอาภรณ์ ซึ่งแม้จะเปื้อนฝุ่นอยู่บ้าง แต่เนื้อผ้ากลับบ่งบอกว่าเป็นของชั้นสูง

น่าประหลาดที่สวมชุดดูดี ...แต่กลับมาเดินอยู่กลางแดดไร้รถม้าสัญจร เขาได้แต่คิดในใจโดยไม่เอ่ยอะไรออกมา

“ขึ้นมาก่อนเถิด ข้างนอกร้อนนัก” เขาเอ่ยเบา ๆ พลางเลื่อนม่านปิดลง

ชิงหรูที่ยืนอยู่เงียบ ๆ ด้านหลังเพียงขยับร่างกายตามแรงที่เสี่ยวเฉินดึงให้ขึ้นรถ นางหลบหน้าไว้ใต้ผ้าคลุมยาวที่ใช้บังแดดระหว่างทางมาตลอดตามเดิม มืออีกข้างประคองตัวอย่างระมัดระวัง

บุรุษผู้มีพระคุณนั้นก็เหลือบตามองสตรีที่ตามหลังเพียงครู่หนึ่งก็เห็นถึงความผิดปกติบางอย่าง สายตาของเขาไล่ลงมาหยุดอยู่ที่ข้อมือของนางซึ่งมีรอยช้ำสีคล้ำแทรกอยู่ใต้ชายแขนเสื้อ อีกทั้งขอบผ้าก็มีรอยดินแห้งจับอยู่เป็นจุด ๆ ราวกับเคยล้มคลุกดินอย่างไรอย่างนั้น

ทว่าเขาไม่ได้เอ่ยอะไร เพียงหันหน้าไปอีกทางราวกับไม่เห็น แม้ในใจจะรู้ดีว่าสิ่งที่ตนเห็นนั้น...ไม่ใช่เรื่องธรรมดี่สตรีสองนามสมควรเจอแน่นอน

รถม้าค่อย ๆ แล่นไปอย่างมั่นคงต่อ ชิงหรูยังไม่เปิดผ้าคลุมที่หัวออก ทว่าอากาศช่วงครึ่งหลังของวันนี้อบอ้าวนัก เหงื่อเริ่มซึมตามไรผม เสียงลมหายใจของนางเริ่มติดขัดเล็กน้อยเพราะอากาศในรถไม่ถ่ายเทมากพอให้นางอยู่อย่างสบายเมื่อคลุมผ้าปิดทึบอยู่

ชายหนุ่มเจ้าของรถม้าเหลือบมอง แล้วเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ

“พื้นที่บนรถม้าคับแคบ หากยังคลุมหน้าไว้อีก คงไม่สบายตัวและจะเป็นลมแดดเอาได้...”

ชิงหรูชะงักไปเล็กน้อย รู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงตำหนิ เพียงเตือนตามความหวังดีเท่านั้น ที่นางไม่ถอดออกเพราะไม่ค่อยอยากเปิดเผยใบหน้าของตนให้ใครเห็น อย่างไรหากคนรู้ว่าฮูหยินท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่มาเดินกลางถนนคงไม่ดีนัก

แต่เมื่อไม่อาจคลุมผ้าที่หัวต่อไปได้จึงจำเป็นต้องปลดผ้าคลุมออก ภายใต้ผ้าคลุมสีทึมนั้นเผยให้เห็นใบหน้าเรียวงดงาม ดวงตายาวรีที่แฝงความวูบไหวของอารมณ์ในช่วงนี้ เมื่อผสานกับใบหน้าซีดเซียวจากการเผชิญกับสิ่งไม่คาดคิดกลับทำให้ดูงดงามจับตาน่าถะนุถนอมไปอีกแบบ

ยามที่เส้นผมหลุดจากปิ่นปักพลิ้วแนบแก้มตามแรงลมข้างนอกยิ่งขับให้นางดูเหมือนภาพฝันกลางวันของนางเซียนยามลงมาเยี่ยมชมโลกมนุษย์ยิ่งนัก

บุรุษเจ้าของรถม้าเผลอมองนิ่ง ริมฝีปากขยับไม่ออกไปครู่หนึ่ง พอได้สติว่าตนจ้องอีกฝ่ายมากเกินไปก็ต้องเบือนสายตาออกนอกหน้าต่างก่อนจะกระแอมเบา ๆ กลบเกลื่อน

“เหตุใดแม่นางจึงเดินอยู่กลางถนนที่แดดแรงเช่นนั้น?”

เขาเป็นฝ่ายเอ่ยถามก่อน น้ำเสียงไม่ได้แฝงอารมณ์ใด เพียงพูดขึ้นด้วยความสงสัย

ชิงหรูก้มหน้าลงเล็กน้อย ยามมีคนถามก็ทำให้นางคิดย้อนไปถึงสิ่งที่เพิ่งพบเจอมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดวงตาเรียวงามไม่กล้าสบอีกฝ่ายตรง ๆ

“ข้า...รถม้าของเราบังเอิญเสียกลางทางน่ะเจ้าค่ะ”

เสียงของนางเรียบเฉย...จนคนฟังรับรู้ถึงความว่างเปล่าราวกับจมอยู่ในหมอกทึบบางอย่าง คำพูดอ้อม ๆ นี้บ่งบอกว่านางยังไม่พร้อมจะเล่าอะไรทั้งสิ้น ไหนจะน้ำเสียงนั่นจะแฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้าทางใจอย่างยากจะอธิบาย

เขาไม่ได้ถามต่อ นั่งเงียบลงเช่นเดิม มองออกไปยังทิวทัศน์ที่เลื่อนผ่านด้านนอก จากที่คิดจะถามที่มาที่ไปมากกว่านี้ก็เลือกจะเงียบลงอย่างรู้มารยาท

ชิงหรูยิ้มจืดจางอย่างขอบคุณอีกฝ่าย ดูจากสีหน้าเมื่อครู่เขาน่าจะอยากรู้อะไรมากกว่านี้แท้ ๆ แต่เขาก็เลือกจะไม่ถามต่อ เขาไม่ถามแม้กระทั่งตัวตนของพวกนาง เช่นนั้นนางก็ไม่ควรอยากรู้ตัวตนของอีกฝ่ายเช่นกัน แม้นางอยากจะทดแทนบุญคุณที่เขาให้ความช่วยเหลือก็ตาม...

เมื่อเข้าใกล้กำแพงเมือง รถม้าคันนี้ไม่ได้หยุดต่อแถวเดียวกับประชากรชาวบ้านทั่วไป แต่กลับเบี่ยงเข้าแถวพิเศษที่มีไว้สำหรับให้ขุนนางและเจ้าหน้าที่บางคน สารถีเพียงยื่นป้ายไม้ให้เจ้าหน้าที่เฝ้าประตูดู ก่อนเจ้าหน้าที่จะรีบโค้งศีรษะเปิดทางให้รถม้าผ่านเข้าเมืองไปอย่างง่ายดาย

ชิงหรูแอบเหลือบตามองป้ายแผ่นนั้นเมื่อครู่ มันทำจากไม้เนื้อดี แต่แสดงตรากรมหรือราชสำนักใด นางก็มองไม่ทัน

“ต้องขอบคุณคุณชายมากที่เมตตาพวกเรา ข้าไม่รู้ว่าจะตอบแทนท่านอย่างไรดี...”

เสียงของชิงหรูเบาลง นางยังรู้สึกลังเลอยู่ในใจว่าจะตอบแทนเขาอย่างไรดี นางไม่กล้าเสนอเงิน มันคงเป็นการดูแคลนเกินไปสำหรับบุรุษในชุดหรูหราเช่นนี้

อีกฝ่ายกลับยิ้มบาง ๆ ส่งไปให้ “ไม่ต้องหรอก ยังไงก็เป็นทางผ่านของข้าอยู่แล้ว”

เขาผงกศีรษะเล็กน้อย ดวงตายังสุขุมแต่ไม่ได้เย็นชา “ขอให้เดินทางกลับบ้านอย่างดี...”

รถม้ารับจ้างหยุดลงหน้าจวนเซียวเมื่อฟ้าเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินหม่นอันเป็นผลจากแสงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว

เสี่ยวเฉินก้าวลงจากรถม้ารับจ้างมาก่อน แล้วหันกลับมาช่วยพยุงนายหญิงของตนลงจากรถ ท่ามกลางสายตาของบ่าวจวนที่ยังคงเดินไปมาทำหน้าที่ในยามพลบค่ำ

สายตาทุกคู่ก็เริ่มจับจ้อง...และเปลี่ยนเป็นมองอย่างไม่เข้าใจ

ลู่ชิงหรูยังคงยืดหลังตรง นางไม่เอ่ยอะไรแม้ก้าวเดินของนางจะเริ่มอ่อนล้า แต่ก็ไม่ยอมแสดงให้ใครเห็นเพราะหมวดบทบาทฮูหยินจวนที่สวมอยู่

ยังไม่ทันถึงหน้าเรือนหลักของตน ก็ปรากฏร่างของบ่าวอาวุโส ป้าม่อ ขวางทางไว้และรีบสาวเท้าเข้ามาหาอย่างร้อนรน ใบหน้าบึ้งตึงขึงไม่ปิดบังความไม่พอใจ

“ฮูหยินน้อยกลับมาได้เสียที...บ่าวนึกว่าท่านไม่คิดจะกลับจวนเสียแล้ว”

เสียงกระแทกหูดังมาพร้อมกับเงาอีกสองสาย ร่างของแม่สามีผู้เคร่งธรรมเนียมก้าวตามออกมาช้า ๆ น้ำเสียงเยือกเย็นดังขึ้นโดยไม่รอให้ใครเอ่ยคำทัก

“สะใภ้ของสกุลเซียว กลับเข้าจวนยามฟ้าสีหมึก... กลับจวนด้วยรถโดยสาร ย่อมเป็นหัวข้อชั้นดีให้เขาลือเขาเล่าให้จวนเราเสื่อมเสียสิ้นแน่แท้”

คำกล่าวหานี้ทำให้ชิงหรูต้องชะงัก นางขยับจะเอ่ยคำชี้แจง แต่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียง ก็มีอีกหนึ่งเสียงแทรกขึ้นอย่างรวดเร็ว

“พี่สะใภ้คงมิได้ตั้งใจกลับเมื่อฟ้ามืดหรอกเจ้าค่ะ เพียงแต่พี่สะใภ้นั้น นาน ๆ จะได้ออกไปเปิดหูเปิดตานอกจวนทีก็อาจจะคำนวณเวลาผิดไปบ้างเท่านั้น ใช่ไหมเจ้าคะ?”

เซียวอี้หลันที่เพิ่งได้รับความช่วยเหลือจากนางเมื่อไม่นาน รีบช่วยพูดอย่างหวังดี แต่กลับกลายเป็นสร้างความเข้าใจผิดมากกว่าเดิมเสียแล้ว

ตอนนี้ร่างกายของชิงหรูอ่อนแอนัก เป็นผลมาจากไม่ได้กินข้าวมื้อกลางวันไม่พอ ยังออกกำลังไปมาก กว่าจะกลับจวนได้ ยิ่งกว่านั้นแรงใจของนางก็แทบไม่เหลือพอถูกโจมตีทางจิตใจเพิ่มก็ยากจะไม่รู้สึกท้อแท้อย่างหนัก นางเพียงหลุบตาลงช้า ๆ พลางสูดลมหายใจขับไล่ม่านน้ำตาที่พร้อมจะไหลพรูออกมาทุกเมื่อ

หากแต่ไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยคำใด เสียงคำสั่งเด็ดขาดก็ดังขึ้นจากปากแม่สามีที่เคยกล่าวชื่นชมนางมาตลอดนั่นเอง

“ผู้ใดละเมิดกฎ ย่อมต้องได้รับโทษ มิใช่เพียงเรื่องทำให้ตระกูลเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ผู้มีอำนาจควบคุมดูแลระเบียบของจวนหากไม่สามารถทำเองได้แล้วบ่าวที่ไหนจะเคารพทำตามตาม ! อาม่อ...พาตัวนางไปคุกเข่าหน้าศาลบรรพชน ห้ามนำอาหารไปให้นาง ห้ามเข้าห้องนอนจนถึงรุ่งสางวันพรุ่งนี้”

บ่าวที่ยืนรอคำสั่งก้าวเข้ามาอย่างรู้หน้าที่ เสี่ยวเฉินเบิกตากว้างรีบจะเข้าห้ามแต่ก็ถูกขัดขวางทันที

“บ่าวต่ำศักดิ์ อย่ายื่นปาก!”

ป้าม่อเอ็ดกลับทำให้เสี่ยวเฉินต้องกัดฟันกลั้นน้ำตาอย่างอดกลั้นกับสิ่งที่เจ้านายของนางได้เจอ ชิงหรูถอยหลบการถูกจับกุมจากป้าม่อ เพราะนางรู้แน่ชัดว่าตนมิได้ทำอะไรผิด

“ข้า...มิได้ผิดอย่างที่ท่านแม่กล่าว เหตุดะ-” ชิงหรูพยายามกล่าวเสียงแผ่ว แต่ทันทีที่นางขยับถอย บ่าวก็เข้าคล้องแขนนางอย่างแรง

“อ้ะ...!”

เสียงสะท้อนทันทีเนื่องจากถูกบ่าวสมุนเข้ามาจับโดนที่รอยช้ำบนแขน ใบหน้าของนางบิดเกร็งชั่วขณะ ทว่ากลับไม่มีแม้แต่คนเดียวถามว่าเหตุใดถึงร้องเช่นนั้น

ไม่มีใครมองเห็นว่าเนื้อตัวใต้เสื้อผ้านั้นเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ไม่มีใครถามว่านางไปพบเจอสิ่งใด ไม่มีใครสนใจว่าทำไมนางกลับมาด้วยรถม้ารับจ้าง ไม่ใช่รถม้าของจวนเอง...

“ผู้น้อยบังอาจเถียงผู้อาวุโสเช่นนั้นหรือ? เจ้าลืมแล้วกระมังว่าตำแหน่งฮูหยินนี้ได้มาอย่างไร... ”

แม่สามีกล่าวเสียงราบ สายตาที่มองมาราวมองคนนอกล้วนบอกความจริงอีกหนึ่งข้อให้ชิงหรูได้เข้าใจถ่องแท้เสียแล้ว

ชิงหรูมองแผ่นหลังของคนที่นางเคยคิดว่าเป็นครอบครัวของตนในชาตินี้กำลังเดินจากไป...

ตำแหน่งสูงส่งของจวนนี้ ช่างกลวงเปล่าจริง ๆ

ชิงหรูไม่ขัดขืน เพราะรู้ว่าต่อให้เปล่งเสียงอีกกี่คำ ก็ไม่มีผู้ใดฟัง...

ศาลบรรพชนของตระกูลเซียวเงียบงันในยามราตรี ลมเย็นพัดลอดระหว่างช่องไม้ เสียงกระดิ่งลมห้อยใต้ชายหลังคาเขย่ากลืนเสียงสะอื้นที่หลุดจากริมฝีปากปาก

ลู่ชิงหรูคุกเข่าอยู่ตรงนี้หลายชั่วยามแล้ว

นางหิว เจ็บ ปวด...และว้าเหว่ แต่บัดนี้นางร้องไห้จนไม่มีน้ำตาไหลออกมาแม้แต่หยดเดียวแล้ว

...ค่ำคืนนี้นอกจากจะเป็นคืนที่ความพยายามทั้งหมดของนางถูกเหยียบย่ำคราแล้วคราเล่า มันก็ยังเป็นคืนที่นางตระหนักถึงเส้นทางใหม่ในอนาคตได้อีกเช่นกัน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 21 นางเอกในนิยายกลับมาแล้ว

    บทที่ 21นางเอกในนิยายกลับมาแล้วเสียงน้ำกระทบโขดหินดังแว่วมาตามลมยามเย็นที่ใกล้ค่ำ ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ ร่างสูงใหญ่ในชุดกึ่งเปียกชุ่มของซียวเหยียนหลงนั่งก้มหน้าต่ำอยู่ริมน้ำภายใต้การบดบังของพุ่มไม้หนาแน่นเขาตักน้ำเย็นจัดขึ้นมาลูบใบหน้าหลายครั้ง แต่ความร้อนที่แล่นพล่านอยู่ในอกกลับมิได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย..ลมหายใจหนักหน่วงอกร้อนรุ่มราวกับมีเพลิงเผาไหม้อยู่ในอก เหยียนหลงหลับตาแน่นทำให้ภาพชิงหรูในชุดบางเบา ผิวกายซีดเซียวแต่น่าหลงใหล ผสานกับรอยแดงจาง ๆ ที่เขาทิ้งไว้ทั่วกายของนาง ล้วนแล้วแต่ติดตรึงอยู่ในหัวใจเขาอย่างไม่อาจสลัดได้“บัดซบ...” เขาสบถเสียงต่ำเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าตนกำลังเป็นอะไรไป ตั้งแต่เมื่อใดที่แววตาแกร่งกร้าวและหัวใจด้านชาของเขา เริ่มถูกสตรีคนหนึ่งสั่นคลอนเสียจนตั้งตัวไม่ทันเขาควรโกรธนาง...ควรเกลียดนางที่กล้าแข็งขืนคำสั่ง ควรลงโทษให้นางรู้ว่านางเป็นเพียงสมบัติของเขา เป็นของที่ไม่มีสิทธิ์ขัดขืนเขาไม่ว่าเรื่องใดก็ตามแต่เหตุใดยามเห็นนาง ป่วยไข้ หรือล้มลงด้วยความอ่อนแอ เขากลับรู้สึกคล้ายมีมือใหญ่บีบหัวใจของตนไว้แน่นเสียจนหายใจไม่ออกเหยียนหลงตักน้ำสาดหน้าอีกครั้ง แล้วเงยห

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 20 เจ้าจะได้ตายคากระโจมข้า

    บทที่ 20 เจ้าจะได้ตายคากระโจมข้ากลิ่นยากลิ่นสมุนไพรลอยอบอวลในอากาศ ริมฝีปากแห้งซีดเซียวค่อยขยับเปิดเล็กน้อยชิงหรูลืมตาขึ้นพอจมูกได้กลิ่นสมุนไพรจาง ๆ ชวนให้รู้ทันทีว่านางกำลังนอนอยู่ในกระโจมปฐมพยาบาลของค่ายทหาร“แม่นางลู่…ฟื้นแล้วหรือ?”เสียงอ่อนนุ่มของท่านหมอวัยกลางคนดังขึ้นข้างเตียง เขาขยับเข้ามาพร้อมถ้วยยาในมือ“เป็นลมเพราะอ่อนเพลีย แล้วก็ที่เท้ามีจุดแดงจากการที่น้ำร้อนกระเด็นใส่เดี๋ยวก็หายเพียงแค่เจ้าทายาอย่างสม่ำเสมอและนอนพักให้มากหน่อย”ชิงหรูมองชามยาวที่อีกฝ่ายยื่นมาสีดำข้นคลั่ก กลิ่นไม่แย่มากแต่นางก็ไม่ได้ทำหน้ายู่หรือลังเลแม้แต่น้อย เพราะชาติก่อนตอนไม่มีอะไรกินนางก็เคยเอาบางอย่างที่กลิ่นแย่กว่านี้เข้าปากมาแล้ว“เป็นแม่นางที่ใจแข็งยิ่งนัก”หลิงชวนที่ยืนอยู่มุมกระโจมเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มเขาเพิ่งกลับเข้ามาเมื่อครู่เท่านั้นเอง ไม่คาดว่าจะเห็นใครนอกจากพี่ชายของเขาสามารถกินยาต้มได้ราวกับกินน้ำเปล่าเช่นนี้ชิงหรูเพียงพยักหน้าเล็กน้อย “ข้ากะ...”ยังไม่ทันที่ชิงหรูจะตอบอันใดไปมากกว่านี้เสียงฝีเท้าเร่งร้อนก็ดังขึ้นพร้อมกับม่านกระโจมที่ถูกรั้งเปิดอย่างรวดเร็ว“คุณชายเซียว” นายท

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 18 ข้าจะตอบสนองในสิ่งที่เจ้าต้องการมาตลอด

    บทที่ 18ข้าจะตอบสนองในสิ่งที่เจ้าต้องการมาตลอด“ลงโทษฮูหยินของข้าอย่างไรเล่า!” เขากระซิบเสียงต่ำ พร้อมทั้งโน้มกายลงประทับรอยจุมพิตร้อนระอุไว้บนลาดไหล่ที่เพิ่งเปลือยเปล่าไร้ผ้าคลุม ดวงตาเขาหลุบลงมองผิวขาวเนียนที่เริ่มปรากฏตรงหน้าอย่างลุ่มหลงราวมีวิญญาณอื่นใดสิงริมฝีปากที่เคยกดลงด้วยความโกรธ กลับแปรเปลี่ยนเป็นขบเม้ม ลิ้มชิมเนื้อนุ่มราวต้องมนตร์ กลิ่นกายของนาง รสสัมผัสของนาง ทุกอย่าง...มันทำให้เขาเผลอหลงลึกลงไปในหลุมกับดักบางอย่างโดยไม่รู้ตัวริมฝีปากหยาบครูดผ่านผิวเนียน ไล่จุมพิตจากไหปลาร้าสู่เนินอก ดวงตาของชิงหรูเบิกกว้าง ร่างของนางสะท้านวูบ คลื่นบางอย่างกระตุกไหลจากต้นสันหลังยาวถึงปลายนิ้วเท้า ความรู้สึกประหลาดที่ไม่เคยพานพบมาก่อนแล่นพล่านเข้าไปแทนที่ความกลัวอย่างเงียบงันใบหน้าคมสันแนบต่ำลง ไล้คางหยาบและตอหนวดระคายผิวไล่ลงมาตามลำคอเรียวระหง บดเบียดลงบนเนื้อนุ่มจนร่างของนางสั่นระริกแทบไม่ไหว“อื้อ…! อย่า…มัน อ้ะ…”นางร้องเสียงครางสั่นสะท้าน ใบหน้าร้อนวูบวาบ ผิวเนื้อที่สัมผัสกับหนวดตอของเขานั้นเหมือนถูกข่วนเบา ๆ แล้วตามด้วยไอร้อนจากลมหายใจและริมฝีปาก ความรู้สึกนั้นไม่ใช่เพียงความไม่

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 17 ลงโทษฮูหยินของข้าอย่างไรเล่า!

    บทที่ 17ลงโทษฮูหยินของข้าอย่างไรเล่า!ช่วงเย็นวันหนึ่ง รถเทียมวัวของค่ายทหารเคลื่อนตัวกลับเข้าสู่ประตูใหญ่ ฝุ่นทรายบนล้อรถยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าวันนี้เหล่าผู้กลับมานั้นไปไหนไกลเพียงใดเสี่ยวเฉินกระโดดลงจากรถวัวอย่างคล่องแคล่วโดยที่หลิงชวนเดินตามลงจากหลังม้าดำสนิท เขาเดินเข้าหาทั้งสองพร้อมรอยยิ้มละไมในดวงตา“แม่นางเสี่ยวเฉิน เจ้าเหนื่อยหรือไม่? ตลาดวันนี้ดูคึกคักอยู่ไม่น้อย” เขาเอ่ยน้ำเสียงสุภาพรื่นหูเสี่ยวเฉินนั้นยิ้มสดใสตามประสาสตรีวัยสาวที่ไม่ค่อยได้ออกจากค่าย “ข้าไม่เหนื่อยเจ้าค่ะ ตลาดครึกครื้นเสียจนข้าแทบลืมเวลากลับ!”นางกล่าวอย่างรื่นเริง พลางก้าวลงอย่างลืมระวัง พอเห็นเจ้านายของตนยังอยู่บนนั้นจึงรีบหันกลับมาเหมือนนึกได้ชิงหรูก็กระโดดลงจากท้ายรถโดยไม่รอให้ผู้ใดช่วยเหลือ ทว่าในขณะที่เท้าสัมผัสพื้นนั่นเอง แรงกระแทกจากการลงผิดจังหวะทำให้ร่างของนางเสียหลัก เอนเซเล็กน้อยไปข้างหน้าชวนก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว เหยียดแขนไปรับประคองร่างของนางไว้ในทันที วงแขนที่โอบพยุงร่างบอบบางของสตรีไว้ทำให้ชิงหรูเกิดรู้สึกร้อนขึ้นมาที่บริเวณนั้นแต่ก่อนที่นางจะเอ่ยสิ่งใด สัมผัสรุนแรงหนึ่งก็เข้ามาตรึงข้อมื

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 16 ตรวจเยี่ยมกระโจมพัก

    บทที่ 16ตรวจเยี่ยมกระโจมพักกระโจมพักรวมของเหล่าทหารที่โดยปกติไม่เคยเงียบงันเช่นนี้ เวลานี้กลับสงบเสียยิ่งกว่ากระโจมผู้บำเพ็ญภาวนา ไฟในกระโจมส่องสว่างเพียงราง ๆ ละลายเงาทอดยาวของเหล่าทหารที่นั่งประจำตำแหน่งเงียบงันราวถูกตรึงด้วยโซ่ล่องหนเซียวหลิงชวนยืนอยู่กลางทางเดิน ด้านหน้าคือบรรดาทหารที่เพิ่งได้รับการอบรมจากปากของเขา ด้านหลังคือสตรีสองนางที่เขายืนหยัดปกป้องในฐานะตำแหน่งที่เขากำลังฝึกงานอยู่นั่นก็คือดูแลพลทหารชิงหรูยืนตัวตรงอยู่ข้างหลังหลิงชวน ใบหน้าของนางยังคงเรียบสนิท แต่ในอกคล้ายมีลมกรดวนวูบวาบ ดวงตาคมงามมองเสี่ยวเฉินที่ยืนข้างกายคล้ายจะสั่นเทาตลอดเวลา กลั้นสะอื้นไว้ไม่ไหว นางถอนใจอย่างหนัก สะกดอารมณ์ที่ล้นปรี่ไม่ให้แสดงออกในยามนี้หลิงชวนหันไปทางนายทหารอีกผู้หนึ่งที่ดูมีอำนาจกว่าคนอื่น“ข้าว่า...พื้นที่นอนของสองนางนี้ดูจะแคบไปเสียหน่อย เจ้าช่วยจัดให้เหมาะสมกว่านี้ได้หรือไม่”นายทหารคนนั้นอ้ำอึ้ง เหงื่อซึมขมับ ริมฝีปากขยับอยู่หลายครั้งก่อนตอบ“ขะ...ข้าน้อยเกรงว่า หากจะเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหรือพื้นที่ใด ต้องขออนุญาตท่านแม่ทัพเสียก่อน...”คำตอบนั้นทำให้หลิงชวนเพียงยิ้มบาง ๆ โดยไม่ว

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 15 นางกล้าขัดคำสั่งข้าเช่นนี้

    บทที่ 15 นางกล้าขัดคำสั่งข้าเช่นนี้รุ่งอรุณแรกของวันใหม่มาถึงพร้อมกลิ่นไอเย็นจากสายลมเช้าลู่ชิงหรูเดินออกจากกระโจมของแม่ทัพเซียวด้วยฝีเท้าอ่อนแรงด้วยยามเมื่อหลับตาลง กลับต้องคอยเฝ้าชายผู้หนึ่งดั่งเป็นทาสรับใช้ และคอยตื่นตระหนกกับเสียงพลิกกายของเขา มิอาจหลับได้เต็มตาแม้เพียงชั่วยามเดียวเมื่อก้าวพ้นจากชายกระโจม เสียงพูดคุยแผ่วเบาและสายตานับสิบสายก็เริ่มพาดผ่านมาสู่ตน แต่ละคู่ล้วนแฝงความหมิ่นแคลน ราวกับนางเป็นของโสมมบางอย่างที่มิพึงปะปนอยู่ในค่ายทหารชิงหรูไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา แต่มือทั้งสองข้างกลับกำแน่นอยู่ใต้ชายแขนเสื้อ นางยืดอกตรง ก้าวเท้าเดินอย่างสงบในขณะที่หัวใจปวดหนึบในสายตาพวกเขา…สตรีผู้ถูกแม่ทัพเรียกไปยังกระโจมยามค่ำคืน จะเป็นสิ่งใดได้เล่า หากไม่ใช่เพียงภาชนะรองรับอารมณ์ของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่?กระโจมทำอาหารอยู่ไม่ไกลนัก นางเดินไปสลัดความรู้สึกอึดอัดออกจากดวงหน้า แม้ภายในจะเต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย นางก็ยังต้องสวมรอยยิ้มไม่ให้เสี่ยวน้อยไม่สบายใจเมื่อเดินเข้าสู่กระโจมทำอาหาร ก็พบพ่อครัวกำลังจัดเตรียมหม้อน้ำร้อนอยู่เพียงลำพัง ชิงหรูกวาดตามองไปรอบ ๆ พลางเอ่ยถาม“เสี่ยวเฉินเล่า เหต

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status