INICIAR SESIÓNถานชิงหรูกอดลำคอแกร่งแน่น กายสาวถูกซัดสาดจนเปียกชุ่มหลั่งริน สุขสมจนร่างทั้งร่างอ่อนระทวย ยอมให้เขาลูบไล้แผ่นหลังนวลเนียน ขณะช่วยชำระผิวกายแดงก่ำด้วยน้ำอุ่น เอนกายพิงไหล่หนั่นแน่นทั้งที่เขายังคงฝากฝังลึกล้ำ หลับไปอย่างสุขสมท่ามกลางความพร่าพราย
ไม่รู้หลับไปนานเท่าไรกระทั่งตื่นขึ้น แสงจากกองไฟวอมแวมส่องสะท้อนใบหน้าหล่อเหลาของเขา ดวงตาปิดสนิทพร้อมกับลมหายใจเป็นจังหวะ บ่งบอกว่าเขาน่าจะหลับลึก
หญิงสาวนอนกอดก่ายเหนือเรือนร่างแกร่ง ผิวกายเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ เขาเองก็ไม่แตกต่าง เรือนร่างและผิวกายแนบชิดสนิทสนม รับรู้ถึงแก่นกายอลังการอ่อนยวบซึ่งสัมผัสกับต้นขาเนียนนุ่ม
ขนาดของร่างกายที่แตกต่างของนางกับเขา ทำให้นางยังเสียดวาบจนขาสั่นระริกเมื่อขยับตัว แค่พลิกตัวหมายลงจากร่างใหญ่ด้วยความขัดเขินอึดอัด ท่อนแขนของเขาก็รัดแน่น รั้งนางให้นอนแนบไปกับอกแกร่งอีกครั้ง
ถานชิงหรูใบหน้าแดงก่ำเมื่ออกอิ่มครูดไปกับกล้ามเนื้อหนั่นแน่นของชายหนุ่ม ผืนหนังร่นลงไปจากแผ่นหลังจนให้ความรู้สึกเย็นวาบ แต่เมื่อยกแขนขึ้นหมายดึงข้อศอกกลับถูกรั้งเอาไว้
ก้มลงมองใบหน้าของคนที่คิดว่าหลับใหล ดวงตาแดงก่ำกะพริบมองนางด้วยท่าทางสะลึมสะลือ เขาดึงแผ่นหนังขึ้นปิดแผ่นหลังนวล ไม่เท่านั้นเขายังสอดแขนรั้งท่อนขาเพรียวคร่อมเอวตัวเอง!!!
ถานชิงหรูหน้าร้อนวูบ หน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจ กายสาวที่แนบชิดกับส่วนนั้นวูบวาบจนนางตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับ
ก้มลงมองใบหน้าหลับใหลของชายหนุ่ม นางอดที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกไม่ได้ เพราะดูเหมือนเขาเพียงละเมอเท่านั้น
มองใบหน้าสงบนิ่งของชายหนุ่มก่อนลดสายตาลงมองรอยแผลเป็นยังข้างลำคอ รอยเล็บกรีดลึกเป็นทาง เหมือนกันกับแผลที่กรีดลงไปยังกลางอกของนางไม่มีผิด เช่นกันกับแผลเป็นรอยอื่นบนร่างกายของเขา
คิ้วเรียวมุ่นลง...พยายามนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันที่นางถูกพาตัวมาที่นี่ วันนั้นนางมองเห็นเพียงเงาวูบหนึ่ง มองไม่ชัดว่าแท้ที่จริงแล้วเป็นเขาที่ลงมือจริงหรือไม่ เพียงแต่หากไม่ใช่เขา เช่นนั้นเหตุใดนางจึงถูกเขาพาตัวมาที่นี่เล่า?!
เสียงบางอย่างกระทบหินผาใกล้เข้ามา ปลุกคนทั้งสองให้สะดุ้งขึ้นตอนเช้ามืด ชายหนุ่มกอดหญิงสาวแนบอกใบหน้าและดวงตากังวลเคร่งเครียด เขาคว้าเสื้อผ้าเก่าๆ ที่ตนนำกลับมาสวมให้หญิงสาวลวกๆ ก่อนสวมให้ตัวเองเช่นกัน
ถานชิงหรูมองเขาด้วยท่าทีสงสัย กระทั่งเห็นเขาบีบโซ่เหล็กที่รัดข้อเท้านางจนแตก ดวงตาจึงเผยแววตื่นตะลึง
เขา...บีบโซ่เหล็กแตกด้วยมือ!!!
เสียงคำรามกรีดร้องดังใกล้เข้ามาขณะที่เขาอุ้มนางขึ้น ร่างใหญ่วิ่งตรงไปยังทางเข้า แต่เมื่อทั้งสองหยุดตรงปากปล่อง เงาวูบหนึ่งกลับพุ่งเข้ามาใกล้
ถานชิงหรูเบิกตามองเงานั้นด้วยความตื่นตระหนก
เงานั่น...เงาที่จู่โจมขบวนเกี้ยวของนาง!
เขาว่องไวมาก เมื่อเงานั่นพุ่งเข้ามาก็พลิกตัวหลบ กอดนางเอาไว้ในอ้อมแขนแน่นกระโดดลงมาจากหน้าผาสูงอย่างไม่ลังเล
ท่ามกลางเสียงสายลมกรีดแทงทุกทิศทาง เสียงกรีดร้องแหลมดังขึ้นเบื้องหลังทั้งสอง “หลี่เหวินฉี เจ้าคิดหรือว่าจะหนีข้าพ้น! เจ้าต้องชดใช้ให้ข้าด้วยชีวิต!!”
ถานชิงหรูมั่นใจว่าตนไม่ได้หูฝาด ชื่อแซ่ชัดเจนซึ่งกรีดร้องออกมาด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น รวมไปถึงน้ำเสียงเล็กแหลมราวกับปิศาจจากขุมนรก เงาร่างที่ไม่คล้ายเป็น...มนุษย์
เสียงลมหายใจหอบหนักดังอยู่เหนือศีรษะ เขาอุ้มนางแนบอกแตะปลายเท้ากับชะง่อนผาพานางลงเขาอย่างเร่งร้อน ไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง ไม่หยุดพัก ไม่ลังเล เพียงพุ่งไปข้างหน้าด้วยความว่องไว
ไม่ใช่แค่เร็วแต่เขาว่องไวมากจนน่าตกใจ การกระโดดลงมาจากขอบผาสูง กระทั่งเหินกายแตะขอบผาที่ยื่นออกมาเพียงปลายเท้า ก่อนพาตัวลงมายืนอย่างมั่นคงบนพื้นดินซึ่งต่ำลงมา ไม่ใช่สิ่งที่ชาวบ้านธรรมดาสามัญจะสามารถทำได้ ถานชิงหรูตื่นตะลึงจนพูดไม่ออก เพียงเงยหน้ามองใบหน้าเคร่งขรึมร้อนรนของเขา
ถานชิงหรูกอดลำคอแกร่งแน่น กายสาวถูกซัดสาดจนเปียกชุ่มหลั่งริน สุขสมจนร่างทั้งร่างอ่อนระทวย ยอมให้เขาลูบไล้แผ่นหลังนวลเนียน ขณะช่วยชำระผิวกายแดงก่ำด้วยน้ำอุ่น เอนกายพิงไหล่หนั่นแน่นทั้งที่เขายังคงฝากฝังลึกล้ำ หลับไปอย่างสุขสมท่ามกลางความพร่าพรายไม่รู้หลับไปนานเท่าไรกระทั่งตื่นขึ้น แสงจากกองไฟวอมแวมส่องสะท้อนใบหน้าหล่อเหลาของเขา ดวงตาปิดสนิทพร้อมกับลมหายใจเป็นจังหวะ บ่งบอกว่าเขาน่าจะหลับลึกหญิงสาวนอนกอดก่ายเหนือเรือนร่างแกร่ง ผิวกายเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ เขาเองก็ไม่แตกต่าง เรือนร่างและผิวกายแนบชิดสนิทสนม รับรู้ถึงแก่นกายอลังการอ่อนยวบซึ่งสัมผัสกับต้นขาเนียนนุ่มขนาดของร่างกายที่แตกต่างของนางกับเขา ทำให้นางยังเสียดวาบจนขาสั่นระริกเมื่อขยับตัว แค่พลิกตัวหมายลงจากร่างใหญ่ด้วยความขัดเขินอึดอัด ท่อนแขนของเขาก็รัดแน่น รั้งนางให้นอนแนบไปกับอกแกร่งอีกครั้งถานชิงหรูใบหน้าแดงก่ำเมื่ออกอิ่มครูดไปกับกล้ามเนื้อหนั่นแน่นของชายหนุ่ม ผืนหนังร่นลงไปจากแผ่นหลังจนให้ความรู้สึกเย็นวาบ แต่เมื่อยกแขนขึ้นหมายดึงข้อศอกกลับถูกรั้งเอาไว้ก้มลงมองใบหน้าของคนที่คิดว่าหลับใหล ดวงตาแดงก่ำกะพริบมองนางด้วยท่าทางสะลึมส
สองกายเปลือยเปล่าในน้ำพุร้อนอันอบอุ่น ม่านควันจางๆ ลอยอวลขึ้นจากน้ำพุร้อน ระรอกน้ำซึ่งกะเพื่อมจากสายน้ำตกลู่ลงจากผนังหิน ผสมผสานกับน้ำพุร้อนซึ่งผุดขึ้นจากพื้นถ้ำหิน ก่อเกิดเป็นบ่ตามชั้นหินจากบนสู่ล่างถานชิงหรูถูกดวงตาแดงก่ำและความสับสนทำให้เหม่อลอยอีกครั้ง นางมึนงงขณะถูกจุมพิตแผ่วเบาอ่อนโยนประทับลงมา สะโพกนิ่มถูกกอบกุมเคล้นคลึง นำพากายสาวบดเบียดลงบนตักแกร่งซึ่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อตึงแน่น กลิ่นสมุนไพรจางๆ จากบาดแผล ผสานกับน้ำอุ่นซึ่งมีละอองไอจางๆ ลอยกรุ่นเขา...เป็นใครกันแน่ดูไม่เหมือนปิศาจ แต่ขีดสีแดงกลางหน้าผากและดวงตาแดงก่ำ ก็ไม่คล้ายเป็นชาวบ้านธรรมดาสามัญ บวกกับใบหน้า ผิวกาย รวมไปถึงร่างกายที่คล้ายผ่านการฝึกฝนริมฝีปากร้อนไต่แผ่วพลิ้วลงไปตามลำคอหอมกรุ่น ถานชิงหรูได้สติจึงเริ่มใช้สองมือดันไหล่แกร่ง เขาชะงักและผละออกสบตากับนางชั่วขณะที่เขาชิดใบหน้าลงมาหาอีกครั้ง พร้อมกับจุมพิตเบาๆ ขบเม้มอย่างเรียกร้อง หญิงสาวกลับสติเตลิดเพศรสที่เขาปรนเปรอทุกค่ำคืนยิ่งมาก็ยิ่งอ่อนโยน นางถูกความปรารถนาที่เขาปลุกเร้าครอบงำท่ามกลางความสับสน ในใจเกิดความขัดแย้งยิ่งเขาลูบไล้ฝ่ามือเบาๆ ลงไปยังอกอิ่ม เล
เหม่อมองบุรุษประหลาดซึ่งกำลังยุ่งง่วนเดินไปมา ถานชิงหรูขมวดคิ้วเมืองมองเห็นบาดแผลจากรงเล็บช่วงสีข้างของเจ้ากวางน้อย นางสับสนเมื่อเห็นว่าปิศาจตนนั้นคล้ายกำลังพยายามช่วยชีวิตมันถึงอย่างนั้นเจ้ากวางน้อยกลับไม่โชคดีเท่าเจ้ากระต่าย หลังยุ่งง่วนนานมากเจ้ากวางน้อยก็ไม่หายใจแล้ว...แผ่นหลังงองุ้มของเขาทำให้นางอดใจหายไม่ได้ แต่นางบอกตัวเองว่าเขาคือปิศาจ คือฆาตกรเพียงแต่...วูบหนึ่งที่เขาหันมาสบตานาง ดวงตาแดงก่ำคู่นั้นคล้ายกำลังเศร้าโศกนางสะดุ้งเมื่อเขาลุกพรวดขึ้นเดินเข้ามาหานาง เขารวบนางเข้าไปกอด ถานชิงหรูที่ตกใจกลัวดิ้นรนขัดขืน ทว่าเรี่ยวแรงของนางหรือจะสู้เขาได้ ในที่สุดนางก็ถูกเขากดลงบนพื้น กระทำย่ำยีจนตัวนางสิ้นเรี่ยวแรง จากนั้นทั้งคู่ก็หลับไปกระทั่งรุ่งสางเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มดังขึ้นเป็นระลอก คิ้วเรียวมุ่นลงเพราะมันฟังคล้ายบางอย่างตะกายผิวน้ำ เขา...ออกไปตั้งแต่เช้า เหตุใดในถ้ำน้ำพุจึงมีเสียงการเคลื่อนไหวหญิงสาวเดินลากโซ่แกรกกรากไปยังถ้ำน้ำพุ หวังว่าจะเห็นใครสักคนที่ไม่ใช่คนที่จับนางมาก หวังจะพบใครสักคนที่สามารถพานางออกไปได้ถึงอย่างนั้น...นอกเหนือไปจากระลอกน้ำ บนผิวน้ำพุขุ่นข้นสีขาวก็ไม่มีผ
ถานชิงหรูหลับตาแน่น ร่างทั้งร่างสั่นเทาด้วยความกลัว ร่างใหญ่ที่กระทั้นเอวสอบตามจังหวะที่เขาบีบให้นางเลื่อนรูดปลายนิ้ว ทำให้นางหวาดหวั่นว่าเขาอาจโจนจ้วงเข้าหานางเมื่อใดก็ได้เพียงแต่...เขาไม่ได้ทำ เพียงปลดปล่อยอย่างท่วมท้นกลางฝ่ามือน้อยที่บัดนี้เปรอะเปื้อนเปียกชุ่มจุมพิตแผ่วเบาที่ข้างแก้มทำให้ถานชิงหรูสะดุ้ง นางลืมตาขึ้นเมื่อร่างใหญ่ผละไป เขาก้มลงอุ้มนางขึ้นเดินเข้าไปด้านในถ้ำน้ำพุ จุ่มล้างมือเปียกชุ่มให้นาง ก่อนพากลับมาวางลงยังผืนหญ้าลืมตาขึ้นมองแผ่นหลังที่กำลังถอดเสื้อ หญิงสาวถอดกรูดยกสองขาขึ้นกอด กลัวเหลือเกินว่าสิ่งที่เพิ่งจบลงนั้นจะเป็นเพียงการเริ่มต้น หากแต่เขาเพียงโยนเสื้อเก่าๆ สีซีดที่เขาสวมติดตัวมาให้ก่อนเดินหายออกไปถานชิงหรูมองเสื้อตัวนั้นของเขาก่อนก้มลงมองตัวเอง กระทั่งเศษชิ้นส่วนของชุดเจ้าสาวขาดวิ่น ทำให้นางเข้าใจการกระทำของเขาถึงอย่างนั้นนางก็รังเกียจเกินกว่าจะสวมมัน เพียงเลือกหยิบเสื้อผ้าขาดวิ่นนั้นมาสวมปกปิดร่างกายที่เต็มไปด้วยร่องรอยแดงช้ำร่างกายบอบช้ำอ่อนล้าจนไม่อยากขยับ หญิงสาวลืมตาขึ้นอีกครั้งก็เป็นช่วงสายของวันต่อมา รอบกายเงียบงันนอกจากเสียงน้ำพุซึ่งลู่ลงชั้นแล
“กรี๊ด!!!”ทุกสิ่งพังทลายลงอย่างสิ้นหวัง หญิงสาวเจ็บปวดราวกับร่างทั้งร่างถูกกรีดแยก นางอ้าปากหายใจหอบพยายามสะกดความเจ็บปวด ร่างทั้งร่างสั่นระริกจนไม่อาจขัดขืนหรือดันปิศาจร้ายออกไปให้พ้นกาย ได้แต่นอนนิ่งอย่างคนไร้วิญญาณดวงตาดุดันก้มลงสบตาเหม่อลอย เขาสูดดมไปทั่วใบหน้า ลำคอ กระทั่งเริ่มขยับเอวสอบพร้อมกับเสียงครวญครางกระหึ่มริมฝีปากคาวคลุ้งด้วยกลิ่นเลือดประทับลงมาหานาง ถานชิงหรูทั้งสะอิดสะเอียดและเกลียดชัง ถึงอย่างนั้นเรี่ยวแรงอันน้อยนิดที่หลงเหลือ ทำให้ไม่อาจดิ้นรนได้อีกแล้วนางเพียงปล่อยให้เขาสัมผัส เคล้นคลึง กระแทกกระทั้นอย่างคนที่ไร้วิญญาณ กระทั่งไม่นานเสียงคำรามพร้อมกับร่างกระตุกเร่าหยุดทุกอย่างลง เช่นกันกับสติของหญิงสาวที่ดับมอดลงเช้าตรู่ของอีกวันที่ตื่นขึ้นในถ้ำน้ำพุร้อนบนยอดเขา ถานชิงหรูมองแผ่นหลังของบุรุษประหลาดด้วยดวงตาเกลียดชัง ยิ่งมองเห็นชุดเจ้าสาวสีแดงที่ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ หัวใจของนางก็ยิ่งรวดร้าว สายตาเหลือบไปเห็นปิ่นปักผมตกอยู่ไม่ไกล กระทั่งแผ่นหลังของปิศาจร้ายที่ทำลายทุกอย่างในชีวิตเพิ่งขยับลุกขึ้นยังไม่ทันได้ก้าวออกไปหยิบปิ่น บุรุษประหลาดผู้นั้นก็ลุกขึ้นหันหน้ามาหานาง ใบ
ความเงียบยามเช้าตรู่พร้อมกับอากาศหนาวเหน็บ ทำให้ถานชิงหรูลืมตื่นขึ้น มองไปรอบๆ ไม่ใช่ถ้ำน้ำพุหนาวเหน็บ นางถูกพาตัวมานอนยังโถงถ้ำช่องแรก บนกายยังมีหนังสัตว์ขนาดใหญ่ห่อหุ้ม ห่างออกไปหลายก้าวเป็นกองไฟที่กำลังมอดดับก้มลงมองข้อเท้าโซ่เส้นยาวหนาหนักยังคงอยู่ และมันยาวพอที่จะล่ามนางเอาไว้ไม่ให้เดินออกไปยังประตูทางเข้าซึ่งเป็นผาสูงบุรุษประหลาดผู้นั้นไม่อยู่ นางเงี่ยหูฟังอยู่นานจนมั่นใจ ดังนั้นจึงลุกขึ้นหมายใจจะหาอะไรมาทุบโซ่เหล็ก เพียงแต่...นางเพิ่งตระหนักว่าแท้ที่จริงที่นี่ไม่มีทางออกแม้นางจะสามารถถอดโซ่เหล็ก แต่ประตูทางเข้าซึ่งเป็นช่องเขาเป็นหน้าผาสูงชัน เบื้องหลังของนางเป็นโถงถ้ำซึ่งเป็นทางตัน ไม่มีทางออก...เพราะทางออกเดียวก็คือหน้าผานั้น นางต้องปีนหรือไม่ก็กระโดดลงไป!!!“เพราะอย่างนี้ข้าจึงถูกล่าม?”นางพึมพำอย่างสิ้นหวัง หากนางหมายหลบหนีมีเพียงกระโดดลงไป หรือไม่ก็รอคอยจนสิ้นใจเหมือนซากศพพวกนั้นขณะหมุนตัวเดินกลับเข้าด้านในด้วยความสิ้นหวัง เสียงกุกกักก็ดังขึ้นทำให้ถานชิงหรูหันกลับมา อยู่ๆ บุรุษประหลาดผู้นั้นก็กระโดดขึ้นมาจากเบื้องล่าง เขาชะงักเมื่อมองเห็นนางยืนอยู่ปากปล่องถ้ำ ดวงตาสาดปร







