Masukใบหน้าหล่อร้ายของเหลียงเฟิงไห่กระตุกยิ้ม ฝ่ามือหนากระชับพลางลากร่างอรชรไปที่เตียงนอน จ้าวฟางหลินเบิกตาขึ้นอย่างตกใจ พยายามจะขืนตัวเองเอาไว้ ทว่าไม่เป็นผลร่างอรชรมีหรือจะสู้แรงชายชาตรีร่างสูงใหญ่ของเขาได้
“ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ พระองค์กำลังใช้อำนาจของบุรุษรังแกสตรีบอบบางเช่นหม่อมฉัน” ร่างอรชรถูกดันจนล้มไปบนเตียง ความรู้สึกในใจหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก ทว่าไม่อาจจะแสดงออกมาให้คนป่าเถื่อนตรงหน้าเห็นได้ มิเช่นนั้นในครั้งต่อไปมีหรือที่นางจะไม่ถูกข่มเหงเช่นนี้บ่อย ๆ
“บอบบางหรือ ข้าพิสูจน์มาแล้วกับตัวว่าเจ้ามิได้บอบบางดังปากว่า เจ้าสามารถรับตัวตนของข้าได้ทั้งคืนจะเรียกบอบบางได้เช่นใดกัน” ใบหน้าหล่อเหลาซบลงไปที่ซอกคอขาว เพียงแค่ได้กลิ่นกายที่หอมและคงจะเป็นลักษณะเฉพาะตัวของพระชายาเขาเท่านั้น เพราะทั่วแคว้นฉู่หามีสตรีใดมีกลิ่นหอมยวนใจเช่นนี้
ริมฝีปากหนากดจูบและสูดดมไปทั่ว ลากผ่านไปตรงไหนก็ทิ้งรอยเอาไว้ตรงนั้น สาบเสื้อถูกคลายออกจากกัน เพียงไม่นานใบหน้าองค์รัชทายาทหนุ่มก็ฝังอยู่บนยอดดอกบัวตูมคู่สวยที่ชูชันอยู่บนยอดอกของพระชายาเป็นที่เรียบร้อย
“เหลียงเฟิงไห่!!!...ถอยออกไปข้ารังเกียจ” จ้าวฟางหลินกำมือแน่น ความรู้สึกมนุษย์เป็นสิ่งที่แปลกประหลาด ปากบอกไม่ยินยอมทว่าร่างกายไม่อาจฝืน เพียงแค่ลมหายใจร้อนผ่าวราดรดลงมา ขนกายก็ตั้งชันไปทั้งร่าง ใบหน้าหวานเชิดขึ้นอย่างไม่อาจห้าม
“หึ!!!...รังเกียจหรือพระชายา...ข้าให้เจ้าพูดอีกครั้ง คงจะมีเพียงปากกระมังที่รังเกียจ ตรงนั้นของเจ้าซื่อตรงกับความรู้สึกมากกว่าปากของเจ้าเสียอีก” เสียงองค์รัชทายาทเอ่ยออกมาด้วยเสียงแหบพร่า มือหนาไม่หยุดกระตุ้นสอดแทรกลงไปในช่องรัก แรงตอดรัดที่รุนแรงเพียงนี้ ยังจะกล้าพูดอีกหรือว่ารังเกียจ สตรีเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวที่ปากไม่ตรงกับใจเหลียงเฟิงไห่คร้านจะสนใจอีก
ริมฝีปากหยักดูดกลืนยอดอกของนางอย่างหลงใหล ราวกับทารกดูดดื่มน้ำนมจากทรวงอกของมารดา เสียงดูดดื่มดังออกไปให้ได้ยินอย่างชัดเจน จ้าวฟางหลินพลันใบหน้าแดงซ่าน ทว่าเรี่ยวแรงที่จะผลักออกกลับไม่มี ริมฝีปากร้อนของเหลียงเฟิงไห่ดูดกลืนแรงขึ้นไปอีก มืออีกข้างที่เหลือบีบขยำลงบนอกข้างที่ว่างเปล่า เพียงแค่ปลายบัวตูมทั้งสองถูกสัมผัสร่างอรชรก็สะท้านสั่นไหว เหมือนดังลูกนกที่หนาวเหน็บจากหยาดฝน ฝ่ามือบางที่หมายจะผลักออกกลับแปรเปลี่ยนมากุมเส้นผมของคนด้านบนเอาไว้แน่น สตรีที่ไม่ชำนาญในห้องหอจะทนไหวได้เช่นไร ชายหนุ่มผู้มากความสามารถโจมตีนางพร้อมกันถึงสามทางเช่นนี้ ปากดูดกลืน มือขวาบีบเคล้น มือซ้ายสอดใส่
จ้าวฟางหลินสะบัดหน้าไปมา แม้แต่แรงจะยกมือมาปิดปากตนเองไม่ให้ส่งเสียงน่าอายยังทำไม่ได้ สติเพียงน้อยถดถอยออกไปมีเพียงความปั่นป่วนอยู่ในร่างกาย ใจหนึ่งอยากผลักไส ทว่าอีกใจหนึ่งอยากให้เขากระทำต่อนางให้มากกว่านี้ ความคิดผสมปนเป
“ปะ...ปล่อย...อื้ม...”
เสียงร้องห้ามขาดห้วง เหลียงเฟิงไห่ก้มลงไปมอบจูบที่เร่าร้อนให้กับร่างบาง ลิ้นหนาเกี่ยวกระหวัดเพื่อชิมความหอมหวาน กลางกายหนาปวดร้าวจวนเจียนจะทนไม่ไหว เพียงพริบตาเดียวร่างกายทั้งสองก็เปลือยเปล่าด้วยกันทั้งคู่ความหนาวจู่โจมร่างกาย พระชายาตัวน้อยอดจะเบียดกายเข้าหาความอุ่นจากกายหนามิได้
“หลินหลินข้าไม่ไหวแล้วให้ข้าเข้าไป” เสียงแหบพร่าเอ่ยออกมาอย่างเย้ายวนและหลอกล่อ เมื่อก้มลงมองเห็นใบหน้าที่เคลิบเคลิ้มไม่เป็นตัวเองของฟางหลิน เหลียงเฟิงไห่ก็พึงพอใจเป็นอย่างมาก
แก่นกายร้อนฉ่าค่อย ๆ แทรกเข้าไปในช่องทางคับแคบช้า ๆ ทว่าดุดัน ยิ่งสอดแทรกลึกเพียงใดก็เหมือนยิ่งทรมานตนเองมากเท่านั้น องค์รัชทายาทหนุ่มทนต่อความปวดร้าวไม่ไหว กระแทกลงไปในคราวเดียวจนสุดทาง จ้าวฟางหลินเบิกตากว้างกรีดร้องออกมาสุดเสียง
“กรี๊ด...ไอ้คนป่าเถื่อนเอาออกไปข้าเจ็บ...อ้าส์”
“อ้าส์...อดทนเพียงนิดแล้ว เจ้าจะชอบเหมือนเช่นที่ผ่านมา อ้าส์...หลินหลินอย่ารัดข้าแน่น...อืม...เด็กดี”
“อ้าส์...ปล่อยข้า...”
เอวหนาขยับเข้าออกตามความปรารถนายิ่งได้ยินเสียงนางครวญครางมากเพียงใด เอวสอบก็กระแทกลงไปมากเท่านั้น ร่างกายของรัชทายาทแคว้นฉู่ร้อนผ่าว ขนกายลุกชันจวนเสร็จสม หากแต่เขายังไม่อยากให้เวลาแห่งความหรรษาจบลงเร็วนัก ร่างกายพระชายามีผลต่อร่างกายเขายิ่งนัก ได้ร่วมรักกับนางคราใดไม่เคยจะเพียงพอ
จ้าวฟางหลินไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองตอบสนองคนด้านบนมากเพียงใด เพียงแค่นางขยับเอวขึ้น ร่างหนาก็เชิดหน้าร้องครวญครางไม่ต่างจากนางเท่าใดนัก คราแรกนางก็ไม่อาจแน่ใจ แต่เมื่อสักครู่ลองขยับกายดูอีกครั้งก็เห็นว่าเป็นเช่นนั้น เหลียงเฟิงไห่แสดงความทรมานออกมาทางสีหน้าคิ้วหนาขมวดจนแทบจะชิดติดกัน ร่างอรชรยิ้มออกมาอย่างมาดร้ายก่อนจะเกร็งร่างกายและขยับสวนออกอีกครั้งและอีกครั้ง
“อ้าส์...หลินหลินอย่าขยับ...ซี้ด...ข้าทรมานยิ่ง” มือหนากดไหล่บางเอาไว้พร้อมกับก้มหน้าลงมามองด้วยสายตานุ่มลึก
“หึ! อย่าขยับอย่างนั้นหรือ...ได้! ข้าจะขยับ”
“อ้าส์...หลินหลินข้าไม่ไหว” ใบหน้าหล่อเหลากระตุกยิ้มร้าย ก่อนจะพลิกตัวลงไปด้านล่างและให้นางเป็นผู้ควบคุม
เป็นสตรีแล้วอย่างไร จำเป็นต้องถูกเขาเอาเปรียบอยู่ใต้ร่างอย่างเดียวเช่นนั้นหรือหากคิดเช่นนั้นก็ผิดแล้ว วันนี้ข้าจ้าวฟางหลิน จะทำให้เหลียงเฟิงไห่ชายป่าเถื่อนผู้นี้รู้ว่าการถูกทรมานอยู่ใต้ร่างสตรีนั้นเป็นอย่างไร ความทรมานที่นางได้รับเขาย่อมได้รับเช่นกัน
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายแสดงความทรมาน เหมือนกำลังเจ็บปวดมากเพียงใดนางก็ยิ่งได้ใจมากเท่านั้น มือบางยันไว้ที่หน้าอกแกร่งและออกแรงขยับโยกลงไปอย่างหนักหน่วงจนหน้าอกกระเพื่อม เหลียงเฟิงไห่ยกมือขึ้นไปกอบกุมหน้าอกอวบเอาไว้เต็มมือ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่าน เช่นเดียวกับจ้าวฟางหลินนางเองก็ทรมานไม่ต่างกัน มือบางเลื่อนมาที่หน้าอกแบนและสะกิดติ่งเล็กสีชมพูเหมือนเช่นที่เขาทำกับนาง
“อ้าส์...หลินหลินเจ้า!!!...”
เหลียงเฟิงไห่ครวญครางเสียงดังลั่น เหมือนเช่นนางในวันนั้น ร่างบางจวนเจียนจะไม่ไหว ความรู้สึกปั่นป่วนที่แปลกประหลาดตีตื้นขึ้นมา นางส่งเอวกระแทกลงไปเพียงไม่กี่ครั้งก็ฟุบตัวลงนอนซบอกแกร่งอย่างหมดเรี่ยวแรง
“หมดแรงแล้วหรือ...ข้าก็คิดว่าเจ้าจะแน่สักเพียงใด” เหลียงเฟิงไห่เอ่ยเสียงแหบพร่าเย้ยหยัน ก่อนจะจับร่างไร้เรี่ยวแรงของจ้าวฟางหลินพลิกลงนอนอยู่ใต้ร่างเขา
“เจ้าจะทำอะไร!...” ใบหน้าพระชายาตื่นตกใจ
“อยากทรมานข้าอย่างนั้นหรือ ได้! เช่นนั้นสามวันนี้ข้าจะส่งเสริมเจ้าเอง”
“ส่งเสริมอะไร! ข้าไม่ต้องการ! ปล่อยข้านะ”
“หานซั่วประกาศออกไปตำหนักบูรพางดรับแขกสามวัน” เหลียงเฟิงไห่กระตุกยิ้มร้ายออกมา ก่อนจะขยับเอวสอบสอดใส่คนใต้ร่างอย่างดุดัน จ้าวฟางหลินไม่ทันได้ตั้งตัวก็ต้องกรีดร้องออกมาอีกครั้งและอีกครั้งอย่างไม่มีวันจบ
ตอนที่ 11 ข้าจะส่งเสริมเจ้าเองใบหน้าหล่อร้ายของเหลียงเฟิงไห่กระตุกยิ้ม ฝ่ามือหนากระชับพลางลากร่างอรชรไปที่เตียงนอน จ้าวฟางหลินเบิกตาขึ้นอย่างตกใจ พยายามจะขืนตัวเองเอาไว้ ทว่าไม่เป็นผลร่างอรชรมีหรือจะสู้แรงชายชาตรีร่างสูงใหญ่ของเขาได้“ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ พระองค์กำลังใช้อำนาจของบุรุษรังแกสตรีบอบบางเช่นหม่อมฉัน” ร่างอรชรถูกดันจนล้มไปบนเตียง ความรู้สึกในใจหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก ทว่าไม่อาจจะแสดงออกมาให้คนป่าเถื่อนตรงหน้าเห็นได้ มิเช่นนั้นในครั้งต่อไปมีหรือที่นางจะไม่ถูกข่มเหงเช่นนี้บ่อย ๆ “บอบบางหรือ ข้าพิสูจน์มาแล้วกับตัวว่าเจ้ามิได้บอบบางดังปากว่า เจ้าสามารถรับตัวตนของข้าได้ทั้งคืนจะเรียกบอบบางได้เช่นใดกัน” ใบหน้าหล่อเหลาซบลงไปที่ซอกคอขาว เพียงแค่ได้กลิ่นกายที่หอมและคงจะเป็นลักษณะเฉพาะตัวของพระชายาเขาเท่านั้น เพราะทั่วแคว้นฉู่หามีสตรีใดมีกลิ่นหอมยวนใจเช่นนี้ริมฝีปากหนากดจูบและสูดดมไปทั่ว ลากผ่านไปตรงไหนก็ทิ้งรอยเอาไว้ตรงนั้น สาบเสื้อถูกคลายออกจากกัน เพียงไม่นานใบหน้าองค์รัชทายาทหนุ่มก็ฝังอยู่บนยอดดอกบัวตูมคู่สวยที่ชูชันอยู่บนยอดอกของพระชายาเป็นที่เรียบร้อย“เหลียงเฟิงไห่!!!...ถอยออกไป
ตอนที่ 10 ข้อแลกเปลี่ยน“ฮื้อ...องค์รัชทายาทเพคะ พระองค์ต้องมอบความยุติธรรมให้กับหม่อมฉันนะเพคะ พระชายาขัดคำสั่งพระองค์ไม่พอยังลงไม้ลงมือกับหม่อมฉัน หม่อมฉันไหนเลยจะกล้ากำเริบกับพระชายาหากไม่ใช่เพราะต้องการลงโทษนางกำนัลผู้นั้นตามคำสั่งของพระองค์”เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นปานจะขาดใจของนางกำนัลอาวุโสที่กำลังหมอบอยู่แนบพื้นดังขึ้นอย่างน่าเวทนา ใบหน้าบวมปูดจากการถูกตบเห็นแล้วพานให้รู้สึกสงสารยิ่งนัก อย่างไรเสียจูมามาผู้นี้ก็ดูแลตัวเขาอย่างดีมาโดยตลอด นับตั้งแต่แต่งตั้งให้มามาผู้นี้ดูแลตำหนักบูรพามาไม่เคยมีสักครั้ง ที่จะทำให้เขาต้องปวดหัว“องค์รัชทายาทโปรดให้ความเป็นธรรมกับท่านแม่บุญธรรมของมู่ชิงด้วยนะเพคะ ก่อนหน้านั้นภายในตำหนักของพระองค์ไม่เคยมีเรื่องราวเช่นนี้ แต่เวลานี้หากพระองค์ไม่อยู่ตำหนัก ก็หาความสงบมิเคยได้เลยเพคะ” ไม่เพียงแค่จูมามาเพียงผู้เดียว จูมู่ชิงที่เป็นหลานสาวแท้ ๆ ของจูมามาก็ยังคงหมอบแนบพื้นขอความเป็นธรรมให้ท่านป้าของนางด้วยเช่นกันจูมู่ชิงเป็นบุตรของจูชิงอี้ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องสาวแท้ๆ ของจูมามาจะว่าไปแล้วทั้งสองคนยังเป็นญาติห่าง ๆ ของฮองเฮาสุ่ยหนิงอีกด้วย พระองค์จึงรับทั้ง
ตอนที่ 9 สั่งสอน“กล้ามองหน้าข้าหรือจูมามา เจ้ากล้ามากเลยสินะ” จ้าวฟางหลินก้าวขาเดินเข้าไปหาร่างท้วมของนางกำนัลอาวุโสอย่างมาดร้ายจูมามาเดินถอยหลังหลบหลีกอย่างหวาดกลัว ที่ผ่านมามิใช่ไม่เคยได้ยินว่าจ้าวฟางหลินพยศมากเพียงใด นางเดินร่นถอยจนแผ่นหลังติดกับกำแพงเย็นเฉียบ สายตาสอดส่ายมองหาตัวช่วย ทว่าก็หามีผู้ใดไม่ นอกจากจะไม่มีคนยื่นมือเข้ามาช่วยแล้ว เหล่านางกำนัลยังหันมามองด้วยแววตาสะใจอีกเช่นกัน สมควรแล้วจริง ๆ สำหรับจูมามาผู้นี้เมื่อนางกำนัลอาวุโสเห็นว่าเหล่านางกำนัลทั้งหลายต่างก็มองมาที่ตนเองด้วยความสะใจ ใบหน้าขาวก็เชิดขึ้นสายตากวาดมองไปรอบบริเวณ“หากใครกล้าหัวเราะข้า ข้าจะเลาะฟันมันผู้นั้นออกเสีย!!!” นางกำนัลน้อยใหญ่ก้มหน้าลงทันที ไม่มีผู้ใดไม่รู้ว่าจูมามาผู้นี้องค์รัชทายาทมอบอำนาจให้มากเพียงใด“อำนาจเจ้าเยอะเหลือเกินนะจูมามา ข้าก็อยากจะรู้ว่าหากเป็นข้าเล่าที่หัวเราะเจ้าจะกล้าอย่างที่ปากว่าอยู่หรือไม่”“พระชายา!!!...พระองค์จะขัดคำสั่งองค์รัชทายาทหรือพระองค์เองก็เป็นถึงองค์หญิงคงจะรู้สิ่งใดควรมิควรนะเพคะ ที่ตำหนักบูรพานี่องค์รัชทายาทเป็นใหญ่ ผู้ใดก็ขัดขืนมิได้” จ้าวฟางหลินจ้องหน้านางกำ
ตอนที่ 8อำนาจอยู่ที่ผู้ใดหลังจากที่เสนาบดีเซี่ยโป๋ซีกลับไปวันนั้น ไม่นานเขาก็ส่งหญิงสาวมารับใช้จ้าวฟางหลินเพิ่มหนึ่งคน โดยอ้างว่าเพื่อคอยช่วยเหลือจ้าวฟางหลินที่นี่ เพราะถึงอย่างไรจ้าวฟางหลินจะต้องมีคนที่ภักดีต่อนางเพิ่มอีกคน เมื่อยามที่ถางเย่ถูกลงโทษเช่นนี้ หาไม่แล้วที่วังรัชทายาทจะไม่มีคนของนางเลย ซึ่งนั่นทำให้ท่านตาอย่างเซี่ยโป๋ซีเป็นกังวลเป็นอย่างมากเฟิ่งหรูซิงเป็นนางกำนัลที่รู้งานเป็นที่สุด นางมีความอ่อนน้อมถ่อมตนและเคารพจ้าวฟางหลินจากใจจริง พระชายาจึงเอ็นดูได้ไม่ยากนัก“ออกไป”เสียงเข้มสายหนึ่งดังขึ้นมาจากทางหน้าห้อง เหล่านางกำนัลทั้งหลายต่างก็รีบออกไปกันจนหมดแม้แต่เฟิ่งหรูซิงที่เพิ่งมาใหม่ก็ไม่อาจรั้งอยู่ต่อ เพราะเกรงต่อโทสะของผู้เป็นเจ้าของวังแห่งนี้“เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงได้รับใครต่อใครเข้ามาในวังของข้าโดยที่ไม่แจ้งแก่ข้าก่อน”จ้าวฟางหลินถอนหายใจออกมาเสียงเบา มือบางเสียบเข็มลงไปในผ้าเช็ดหน้าที่กำลังปักลวดลายอย่างใจเย็น นางไม่ได้สนใจหันไปตอบสวามีที่กำลังยืนหน้าเขียวคล้ำอยู่ตรงหน้า ลิงป่าจะเลี้ยงให้เชื่องคงจะเป็นเรื่องยากเหลียงเฟิงไห่เห็นว่าพระชายาไม่สนใจตนเอง เขาจึงเดินเข้าไปก
ตอนที่ 7เสนาบดีเซี่ยเพราะเกิดเรื่องขึ้นกับนางกำนัลคนสนิทในวันนั้น จ้าวฟางหลินจึงได้ลืมเลือนเรื่องท่านตาไปเสียสนิท ถางเย่ต้องถูกรับโทษตามความผิดในกฎของวังรัชทายาท แม้นางอยากจะสอดมือเข้าไปยุ่งเพียงใด ก็อาจทำได้อย่างไม่เต็มที่ นั่นเพราะถางเย่เองก็ยินดีที่จะรับโทษนั้นอย่างเต็มใจ นางรู้ดีว่าในใจถางเย่การรับโทษครั้งนี้ ยังดีเสียกว่าการถูกส่งกลับซีจิ้งจ้าวฟางหลินย่อมไม่พอใจที่ไม่อาจปกป้องคนของตนเองเอาไว้ได้ในครั้งนี้“ทูลพระชายาเสนาบดีเซี่ยโป๋ซีมาขอเข้าเฝ้าเพคะ” พระชายาหันไปตามเสียงเรียกของนางกำนัลหลี่ ใบหน้าหวานพยักขึ้นตอบรับ“เชิญท่านเสนาบดีไปที่ศาลากลางสระบัวเดี๋ยวข้าตามไป” “เพคะพระชายา” หลี่จินเป่าค้อมตัวรับคำสั่งและเดินออกไป นางกำนัลอีกคนรีบเข้ามาช่วยพระชายาแต่งตัวเป็นการด่วน จ้าวฟางหลินเดินเข้ามาที่ศาลาดังกล่าวด้วยท่าทางสง่างาม เสนาบดีเซี่ยลอบมองพระพักตร์ที่เหมือนดังเช่นบุตรีของตนเองก็รู้สึกยินดีขึ้นมา จ้าวฟางหลินและจ้าวฟางหรงมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก “ถวายพระพรพระชายารัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ” น้ำเสียงอบอุ่นเอ่ยขึ้นเมื่อจ้าวฟางหลินนั่งลงยังศาลากลางน้ำแห่งนี้“ท่านตาตามสบายเถิ
ตอนที่ 6 กฎข้อที่ยี่สิบหลังจากที่เหลียงเฟิงไห่เข้าไปหาเรื่องนางในห้องอาบน้ำวันนั้น จ้าวฟางหลินก็ไม่เห็นพระพักตร์ของพระสวามีตนเองอีกเลย นางออกมาจากห้องอาบน้ำก็เห็นเหล่านางกำนัลจัดเตรียมสำรับอาหารอย่างดีเอาไว้รออยู่ก่อนแล้ว ทว่าเจ้าของตำหนักกลับไม่อยู่ หลังจากรับอาหารมื้อนั้นจ้าวฟางหลินก็ถามเวลาอาหารที่แน่นอนของที่แห่งนี้ ทว่าคำตอบจากเหล่านางกำนัลกลับไม่เป็นเช่นที่สวามีขู่นาง หากนางอยากรับอาหารหรือของว่างยามใดก็ย่อมได้ ร่างอรชรได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างมาดร้าย เรื่องเพียงนี้ไยต้องมาขู่กันเล่น เหลียงเฟิงไห่ถูกเรียกตัวไปปราบโจรภูเขาที่อี้หนานผ่านไปถึงยี่สิบห้าวันแล้วองค์รัชทายาทก็ยังไม่กลับตำหนัก จ้าวฟางหลินนั่งจิบชาอยู่ในสวนกลางตำหนักไป่เหอ เป็นตำหนักที่คนป่าเถื่อนนั้นมอบให้นางได้อยู่อาศัย ใบหน้าหวานคิดทบทวนถึงเรื่องที่ผ่านมา ไม่เข้าใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้นเมื่อตอนที่สวามีไปรับนางจากวังหลวงท่าทีของเขาก็ยังดูเหมือนเป็นปกติเฉกเช่นคนทั่วไป ทว่าเมื่อเปิดผ้าคลุมหน้าออกเพียงเท่านั้น นางก็ได้รับสายตาเย็นชากลับคืนมาทันที “นางกำนัลหลี่ ข้าอยากไปเยี่ยมท่านตาเสียหน่อยจะได้หรือไม่”นางกำนัลหลี่นางกำน







