LOGIN“กล้ามองหน้าข้าหรือจูมามา เจ้ากล้ามากเลยสินะ” จ้าวฟางหลินก้าวขาเดินเข้าไปหาร่างท้วมของนางกำนัลอาวุโสอย่างมาดร้าย
จูมามาเดินถอยหลังหลบหลีกอย่างหวาดกลัว ที่ผ่านมามิใช่ไม่เคยได้ยินว่าจ้าวฟางหลินพยศมากเพียงใด นางเดินร่นถอยจนแผ่นหลังติดกับกำแพงเย็นเฉียบ สายตาสอดส่ายมองหาตัวช่วย ทว่าก็หามีผู้ใดไม่ นอกจากจะไม่มีคนยื่นมือเข้ามาช่วยแล้ว เหล่านางกำนัลยังหันมามองด้วยแววตาสะใจอีกเช่นกัน สมควรแล้วจริง ๆ สำหรับจูมามาผู้นี้
เมื่อนางกำนัลอาวุโสเห็นว่าเหล่านางกำนัลทั้งหลายต่างก็มองมาที่ตนเองด้วยความสะใจ ใบหน้าขาวก็เชิดขึ้นสายตากวาดมองไปรอบบริเวณ
“หากใครกล้าหัวเราะข้า ข้าจะเลาะฟันมันผู้นั้นออกเสีย!!!” นางกำนัลน้อยใหญ่ก้มหน้าลงทันที ไม่มีผู้ใดไม่รู้ว่าจูมามาผู้นี้องค์รัชทายาทมอบอำนาจให้มากเพียงใด
“อำนาจเจ้าเยอะเหลือเกินนะจูมามา ข้าก็อยากจะรู้ว่าหากเป็นข้าเล่าที่หัวเราะเจ้าจะกล้าอย่างที่ปากว่าอยู่หรือไม่”
“พระชายา!!!...พระองค์จะขัดคำสั่งองค์รัชทายาทหรือพระองค์เองก็เป็นถึงองค์หญิงคงจะรู้สิ่งใดควรมิควรนะเพคะ ที่ตำหนักบูรพานี่องค์รัชทายาทเป็นใหญ่ ผู้ใดก็ขัดขืนมิได้” จ้าวฟางหลินจ้องหน้านางกำนัลอวดดีผู้นั้นเขม็งทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใดออกไป จูมามาก็ออกคำสั่งอีกครั้ง
“เด็ก ๆ โบยนังบ่าวชั้นต่ำนี้เสีย นางกำนัลหลี่เจ้ามาพาพระชายาของเจ้ากลับตำหนักไปเถิด!!! หาไม่แล้วข้าจะทูลองค์รัชทายาทให้โบยเจ้าอีกคน”
เพราะถือดีว่าตนเองเป็นนางกำนัลอาวุโสและยังพ่วงตำแหน่งญาติของเหลียงเฟิงไห่ ความยิ่งใหญ่ของนางกำนัลผู้นี้จึงมีล้นเหลือ
นางกำนัลหลี่ไม่คิดที่จะทำตามคำสั่งของจูมามา นอกจากจะไม่กลัวแล้วนางกำนัลหลี่ยังยืนข้างพระชายาอย่างไม่ยอมไปไหน
“ข้าสั่งยังไม่ทำตามอีก หรือจะให้ข้าทูลองค์รัชทายาทก่อน” เสียงเหี้ยมของจูมามาดังขึ้นอีกครั้ง นางกำนัลหลี่ก้มหน้าลงทว่าไม่มีทีท่าว่าจะทำตามเลยสักนิด
“นางกำนัลหลี่” จ้าวฟางหลินเรียกนางกำนัลข้างกายเสียงเรียบ ดวงตาเรียวยาวจ้องมองใบหน้าของร่างท้วมตรงหน้าอย่างไม่วางตา ถึงแม้น้ำเสียงจะดูอ่อนหวาน ทว่านัยน์ตาดำสนิทกลับดูดุดันน่าเกรงขาม
“หม่อมฉันมิกล้าเพคะพระชายา หม่อมฉันมิกล้า” นางกำนัลหลี่พร่ำบอกเสียงดัง หลังจากได้รับคำสั่งให้เข้ามาดูแลรับใช้พระชายา ตอนนี้นางก็ต้องรับใช้พระองค์อย่างเต็มที่ หากไม่มีคำสั่งของพระชายาหรือองค์รัชทายาท เกรงว่าแม้แต่นางกำนัลอาวุโสก็สั่งนางไม่ได้
“ดี!!!... เช่นนั้นก็เป็นเรื่องของข้าและเจ้าจูมามา นางกำนัลหลี่เจ้าพาเฟิ่งหรูซิงกลับไปที่ตำหนักของข้าก่อน เดี๋ยวข้าจะตามไป”
“รับทราบเพคะ”
จูมามามองนางกำนัลหลี่ด้วยความไม่พอใจ เรื่องราวในวันนี้จะไม่มีทางปล่อยผ่านไปอย่างแน่นอนเมื่อหันกลับมาก็เจอกับพระชายาที่ยังคงจ้องหน้าตนเองอยู่เช่นนั้น
เพียะ!!!
ยังไม่ทันได้ตั้งตัวฝ่ามือเล็กทว่าหนักแน่นก็กระแทกลงมาที่แก้มด้านซ้ายของนางกำนัลอาวุโสอย่างเต็มแรง ใบหน้าอวบหันตามแรงกระแทก เลือดสด ๆ ไหลออกมาทางมุมปาก
“พระชายา!!!...หม่อมฉันจะทูลองค์รัชทายาท...” จ้าวฟางหลินแสยะยิ้มออกมาอีกครั้ง
“ดี...ไหน ๆ เจ้าก็จะทูลแล้วเช่นนั้นก็อย่าทูลเพียงเล็กน้อยเลย ข้าจะให้เจ้าได้ทูลมากเสียหน่อยจะเป็นไร”
เพียะ!!!เพียะ!!!เพียะ!!!
ฝ่ามือเรียวตวัดลงไปอีกหลายครั้ง ร่างท้วมของนางกำนัลอาวุโสล้มลงไปกองแทบเท้าของพระชายาทันที จูมามายกมือขึ้นกุมใบหน้าที่ช้ำไปด้วยแรงตบ แววตาโกรธแค้นอย่างไม่ปิดบัง
“สำหรับนางกำนัลชั้นต่ำอย่างเจ้า จำเอาไว้อย่าได้คิดมากำเริบกับข้าอีก ข้าบอกให้เจ้าไปแจ้งแก่เจ้านายของเจ้าแล้วมิใช่หรือ เหตุใดพระองค์จึงไม่รู้เรื่อง ความผิดครั้งนี้เจ้าสมควรจะถูกสั่งสอนหรือไม่”นางกำนัลอาวุโสจ้องมองพระชายาบรรณาการด้วยความหวาดหวั่น นางไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดออกมาแม้เพียงครึ่งคำ เพราะเห็นถึงความน่ากลัวของพระชายาพระองค์นี้แล้วว่าเป็นเช่นไร
จ้าวฟางหลินพยักหน้าพอใจที่อีกฝ่ายก้มหน้าลง นางจึงหันหลังและก้าวเท้าออกมา จูมามาเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังเหยียดตรงที่เดินออกไปอย่างเคียดแค้น แต่แล้วจ้าวฟางหลินก็หันกลับมาอีกครั้ง นางรีบก้มหน้าเก็บสายตานั้นเอาไว้อย่างรวดเร็ว
“ข้าลืมบอกเจ้าไปจูมามาผู้ยิ่งใหญ่ เมื่อไรก็ตามที่ข้าเห็นเจ้าใช้สายตาจ้องมองข้าเช่นนี้อีกครั้ง ข้าจะควักดวงตาของเจ้าทั้งสองดวงออกมาหมักน้ำสุราและให้เจ้าดื่มกินเสีย”
จูมามาเงยหน้าขึ้นมาดวงตาเบิกกว้าง เนื้อตัวสั่นเทาไม่อาจเก็บความหวาดกลัวนี้เอาไว้ได้พระชายาจากแคว้นซีจิ้งวิปลาสผิดสตรีทั่วไปนัก จ้าวฟางหลินกระตุกริมฝีปากขึ้น และเดินจากไปทันที
.
...
ตำหนักไป่เหอ
“เจ้าเป็นเช่นไรบ้างหรูซิง” น้ำเสียงที่อ่อนโยนเอ่ยถามขึ้นอย่างห่วงใย ยิ่งเห็นเนื้อตัวของนางกำนัลที่ท่านตามีน้ำใจมอบให้มารับใช้นางก็ยิ่งสงสาร ความจริงแล้วเฟิ่งหรูซิงไม่สมควรที่จะถูกลงโทษเช่นนี้ แต่นั่นก็ห้ามความกระหายอำนาจของคนไม่ได้ ในวังย่อมแก่งแย่งชิงดีกันมากกว่าผู้คนทั่วไป สิ่งนี้นางเข้าใจดีเพราะนางเองก็โตมาจากในวัง สตรีวังหลังแต่ละผู้พกมีดเอาไว้ทิ่มแทงผู้อื่นเมื่อมีโอกาสเสมอ
“หรูซิงไม่เป็นอันใด ขอบพระทัยพระชายาที่ทรงเมตตาเพคะ” น้ำเสียงแหบแห้งที่ดังขึ้นมาอย่างอ่อนแรง เรียกใบหน้าของจ้าวฟางหลินให้อ่อนล้าขึ้นไปอีก นางพยักหน้ารับรู้
“เช่นนั้นก็พักเถิด นางกำนัลหลี่เจ้าช่วยทายาให้กับนางด้วย”
“เพคะพระชายา” เมื่อเห็นว่าเฟิ่งหรูซิงไม่เป็นอันใดมากแล้วนางก็ออกจากห้องไป
เสียงถอนหายใจดังขึ้นอย่างอึดอัดนางกำนัลคนแรกที่ตามมาจากซีจิ้งก็โดนลงโทษเพราะเหตุผลที่มิเป็นเรื่อง เวลานี้ก็ยังไม่ออกมาจากที่คุมขัง คนที่สองเพิ่งมารับใช้นางได้เพียงไม่กี่วันก็โดนโบยเกือบสิ้นลมหายใจ สิ่งที่เกิดขึ้นถึงสองครั้งจะเรียกว่าบังเอิญได้อย่างนั้นหรือ สิ่งเดียวที่คิดได้ในเวลานี้เหลียงเฟิงไห่ตั้งใจที่จะหาเรื่องนางใช่หรือไม่ ตั้งแต่ต้นจนจบนางยังไม่ได้ทำสิ่งใดให้ผู้ใดลำบากสักเพียงครั้งนางพยายามอยู่แต่ในตำหนักของตนเอง ไม่วุ่นวายกับผู้ใด แล้วเหตุใดผู้อื่นจึงไม่ละเว้นนางบ้าง นางไม่หาเรื่องแต่ก็ใช่ว่าเรื่องจะไม่มาหานาง และเช่นนั้นนางจะยอมได้หรือ และผู้ที่แส่หาเรื่องก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บเอาไว้ เป็นนางกำนัลอาวุโสแล้วอย่างไร เป็นญาติขององค์รัชทายาทแล้วอย่างไร นางเองก็เป็นองค์หญิงผู้หนึ่ง และเวลานี้นางก็ยังเป็นถึงพระชายาเอกขององค์รัชทายาท จะต่ำต้อยกว่านางกำนัลก็ให้มันรู้กันไป
ตอนที่ 11 ข้าจะส่งเสริมเจ้าเองใบหน้าหล่อร้ายของเหลียงเฟิงไห่กระตุกยิ้ม ฝ่ามือหนากระชับพลางลากร่างอรชรไปที่เตียงนอน จ้าวฟางหลินเบิกตาขึ้นอย่างตกใจ พยายามจะขืนตัวเองเอาไว้ ทว่าไม่เป็นผลร่างอรชรมีหรือจะสู้แรงชายชาตรีร่างสูงใหญ่ของเขาได้“ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ พระองค์กำลังใช้อำนาจของบุรุษรังแกสตรีบอบบางเช่นหม่อมฉัน” ร่างอรชรถูกดันจนล้มไปบนเตียง ความรู้สึกในใจหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก ทว่าไม่อาจจะแสดงออกมาให้คนป่าเถื่อนตรงหน้าเห็นได้ มิเช่นนั้นในครั้งต่อไปมีหรือที่นางจะไม่ถูกข่มเหงเช่นนี้บ่อย ๆ “บอบบางหรือ ข้าพิสูจน์มาแล้วกับตัวว่าเจ้ามิได้บอบบางดังปากว่า เจ้าสามารถรับตัวตนของข้าได้ทั้งคืนจะเรียกบอบบางได้เช่นใดกัน” ใบหน้าหล่อเหลาซบลงไปที่ซอกคอขาว เพียงแค่ได้กลิ่นกายที่หอมและคงจะเป็นลักษณะเฉพาะตัวของพระชายาเขาเท่านั้น เพราะทั่วแคว้นฉู่หามีสตรีใดมีกลิ่นหอมยวนใจเช่นนี้ริมฝีปากหนากดจูบและสูดดมไปทั่ว ลากผ่านไปตรงไหนก็ทิ้งรอยเอาไว้ตรงนั้น สาบเสื้อถูกคลายออกจากกัน เพียงไม่นานใบหน้าองค์รัชทายาทหนุ่มก็ฝังอยู่บนยอดดอกบัวตูมคู่สวยที่ชูชันอยู่บนยอดอกของพระชายาเป็นที่เรียบร้อย“เหลียงเฟิงไห่!!!...ถอยออกไป
ตอนที่ 10 ข้อแลกเปลี่ยน“ฮื้อ...องค์รัชทายาทเพคะ พระองค์ต้องมอบความยุติธรรมให้กับหม่อมฉันนะเพคะ พระชายาขัดคำสั่งพระองค์ไม่พอยังลงไม้ลงมือกับหม่อมฉัน หม่อมฉันไหนเลยจะกล้ากำเริบกับพระชายาหากไม่ใช่เพราะต้องการลงโทษนางกำนัลผู้นั้นตามคำสั่งของพระองค์”เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นปานจะขาดใจของนางกำนัลอาวุโสที่กำลังหมอบอยู่แนบพื้นดังขึ้นอย่างน่าเวทนา ใบหน้าบวมปูดจากการถูกตบเห็นแล้วพานให้รู้สึกสงสารยิ่งนัก อย่างไรเสียจูมามาผู้นี้ก็ดูแลตัวเขาอย่างดีมาโดยตลอด นับตั้งแต่แต่งตั้งให้มามาผู้นี้ดูแลตำหนักบูรพามาไม่เคยมีสักครั้ง ที่จะทำให้เขาต้องปวดหัว“องค์รัชทายาทโปรดให้ความเป็นธรรมกับท่านแม่บุญธรรมของมู่ชิงด้วยนะเพคะ ก่อนหน้านั้นภายในตำหนักของพระองค์ไม่เคยมีเรื่องราวเช่นนี้ แต่เวลานี้หากพระองค์ไม่อยู่ตำหนัก ก็หาความสงบมิเคยได้เลยเพคะ” ไม่เพียงแค่จูมามาเพียงผู้เดียว จูมู่ชิงที่เป็นหลานสาวแท้ ๆ ของจูมามาก็ยังคงหมอบแนบพื้นขอความเป็นธรรมให้ท่านป้าของนางด้วยเช่นกันจูมู่ชิงเป็นบุตรของจูชิงอี้ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องสาวแท้ๆ ของจูมามาจะว่าไปแล้วทั้งสองคนยังเป็นญาติห่าง ๆ ของฮองเฮาสุ่ยหนิงอีกด้วย พระองค์จึงรับทั้ง
ตอนที่ 9 สั่งสอน“กล้ามองหน้าข้าหรือจูมามา เจ้ากล้ามากเลยสินะ” จ้าวฟางหลินก้าวขาเดินเข้าไปหาร่างท้วมของนางกำนัลอาวุโสอย่างมาดร้ายจูมามาเดินถอยหลังหลบหลีกอย่างหวาดกลัว ที่ผ่านมามิใช่ไม่เคยได้ยินว่าจ้าวฟางหลินพยศมากเพียงใด นางเดินร่นถอยจนแผ่นหลังติดกับกำแพงเย็นเฉียบ สายตาสอดส่ายมองหาตัวช่วย ทว่าก็หามีผู้ใดไม่ นอกจากจะไม่มีคนยื่นมือเข้ามาช่วยแล้ว เหล่านางกำนัลยังหันมามองด้วยแววตาสะใจอีกเช่นกัน สมควรแล้วจริง ๆ สำหรับจูมามาผู้นี้เมื่อนางกำนัลอาวุโสเห็นว่าเหล่านางกำนัลทั้งหลายต่างก็มองมาที่ตนเองด้วยความสะใจ ใบหน้าขาวก็เชิดขึ้นสายตากวาดมองไปรอบบริเวณ“หากใครกล้าหัวเราะข้า ข้าจะเลาะฟันมันผู้นั้นออกเสีย!!!” นางกำนัลน้อยใหญ่ก้มหน้าลงทันที ไม่มีผู้ใดไม่รู้ว่าจูมามาผู้นี้องค์รัชทายาทมอบอำนาจให้มากเพียงใด“อำนาจเจ้าเยอะเหลือเกินนะจูมามา ข้าก็อยากจะรู้ว่าหากเป็นข้าเล่าที่หัวเราะเจ้าจะกล้าอย่างที่ปากว่าอยู่หรือไม่”“พระชายา!!!...พระองค์จะขัดคำสั่งองค์รัชทายาทหรือพระองค์เองก็เป็นถึงองค์หญิงคงจะรู้สิ่งใดควรมิควรนะเพคะ ที่ตำหนักบูรพานี่องค์รัชทายาทเป็นใหญ่ ผู้ใดก็ขัดขืนมิได้” จ้าวฟางหลินจ้องหน้านางกำ
ตอนที่ 8อำนาจอยู่ที่ผู้ใดหลังจากที่เสนาบดีเซี่ยโป๋ซีกลับไปวันนั้น ไม่นานเขาก็ส่งหญิงสาวมารับใช้จ้าวฟางหลินเพิ่มหนึ่งคน โดยอ้างว่าเพื่อคอยช่วยเหลือจ้าวฟางหลินที่นี่ เพราะถึงอย่างไรจ้าวฟางหลินจะต้องมีคนที่ภักดีต่อนางเพิ่มอีกคน เมื่อยามที่ถางเย่ถูกลงโทษเช่นนี้ หาไม่แล้วที่วังรัชทายาทจะไม่มีคนของนางเลย ซึ่งนั่นทำให้ท่านตาอย่างเซี่ยโป๋ซีเป็นกังวลเป็นอย่างมากเฟิ่งหรูซิงเป็นนางกำนัลที่รู้งานเป็นที่สุด นางมีความอ่อนน้อมถ่อมตนและเคารพจ้าวฟางหลินจากใจจริง พระชายาจึงเอ็นดูได้ไม่ยากนัก“ออกไป”เสียงเข้มสายหนึ่งดังขึ้นมาจากทางหน้าห้อง เหล่านางกำนัลทั้งหลายต่างก็รีบออกไปกันจนหมดแม้แต่เฟิ่งหรูซิงที่เพิ่งมาใหม่ก็ไม่อาจรั้งอยู่ต่อ เพราะเกรงต่อโทสะของผู้เป็นเจ้าของวังแห่งนี้“เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงได้รับใครต่อใครเข้ามาในวังของข้าโดยที่ไม่แจ้งแก่ข้าก่อน”จ้าวฟางหลินถอนหายใจออกมาเสียงเบา มือบางเสียบเข็มลงไปในผ้าเช็ดหน้าที่กำลังปักลวดลายอย่างใจเย็น นางไม่ได้สนใจหันไปตอบสวามีที่กำลังยืนหน้าเขียวคล้ำอยู่ตรงหน้า ลิงป่าจะเลี้ยงให้เชื่องคงจะเป็นเรื่องยากเหลียงเฟิงไห่เห็นว่าพระชายาไม่สนใจตนเอง เขาจึงเดินเข้าไปก
ตอนที่ 7เสนาบดีเซี่ยเพราะเกิดเรื่องขึ้นกับนางกำนัลคนสนิทในวันนั้น จ้าวฟางหลินจึงได้ลืมเลือนเรื่องท่านตาไปเสียสนิท ถางเย่ต้องถูกรับโทษตามความผิดในกฎของวังรัชทายาท แม้นางอยากจะสอดมือเข้าไปยุ่งเพียงใด ก็อาจทำได้อย่างไม่เต็มที่ นั่นเพราะถางเย่เองก็ยินดีที่จะรับโทษนั้นอย่างเต็มใจ นางรู้ดีว่าในใจถางเย่การรับโทษครั้งนี้ ยังดีเสียกว่าการถูกส่งกลับซีจิ้งจ้าวฟางหลินย่อมไม่พอใจที่ไม่อาจปกป้องคนของตนเองเอาไว้ได้ในครั้งนี้“ทูลพระชายาเสนาบดีเซี่ยโป๋ซีมาขอเข้าเฝ้าเพคะ” พระชายาหันไปตามเสียงเรียกของนางกำนัลหลี่ ใบหน้าหวานพยักขึ้นตอบรับ“เชิญท่านเสนาบดีไปที่ศาลากลางสระบัวเดี๋ยวข้าตามไป” “เพคะพระชายา” หลี่จินเป่าค้อมตัวรับคำสั่งและเดินออกไป นางกำนัลอีกคนรีบเข้ามาช่วยพระชายาแต่งตัวเป็นการด่วน จ้าวฟางหลินเดินเข้ามาที่ศาลาดังกล่าวด้วยท่าทางสง่างาม เสนาบดีเซี่ยลอบมองพระพักตร์ที่เหมือนดังเช่นบุตรีของตนเองก็รู้สึกยินดีขึ้นมา จ้าวฟางหลินและจ้าวฟางหรงมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก “ถวายพระพรพระชายารัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ” น้ำเสียงอบอุ่นเอ่ยขึ้นเมื่อจ้าวฟางหลินนั่งลงยังศาลากลางน้ำแห่งนี้“ท่านตาตามสบายเถิ
ตอนที่ 6 กฎข้อที่ยี่สิบหลังจากที่เหลียงเฟิงไห่เข้าไปหาเรื่องนางในห้องอาบน้ำวันนั้น จ้าวฟางหลินก็ไม่เห็นพระพักตร์ของพระสวามีตนเองอีกเลย นางออกมาจากห้องอาบน้ำก็เห็นเหล่านางกำนัลจัดเตรียมสำรับอาหารอย่างดีเอาไว้รออยู่ก่อนแล้ว ทว่าเจ้าของตำหนักกลับไม่อยู่ หลังจากรับอาหารมื้อนั้นจ้าวฟางหลินก็ถามเวลาอาหารที่แน่นอนของที่แห่งนี้ ทว่าคำตอบจากเหล่านางกำนัลกลับไม่เป็นเช่นที่สวามีขู่นาง หากนางอยากรับอาหารหรือของว่างยามใดก็ย่อมได้ ร่างอรชรได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างมาดร้าย เรื่องเพียงนี้ไยต้องมาขู่กันเล่น เหลียงเฟิงไห่ถูกเรียกตัวไปปราบโจรภูเขาที่อี้หนานผ่านไปถึงยี่สิบห้าวันแล้วองค์รัชทายาทก็ยังไม่กลับตำหนัก จ้าวฟางหลินนั่งจิบชาอยู่ในสวนกลางตำหนักไป่เหอ เป็นตำหนักที่คนป่าเถื่อนนั้นมอบให้นางได้อยู่อาศัย ใบหน้าหวานคิดทบทวนถึงเรื่องที่ผ่านมา ไม่เข้าใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้นเมื่อตอนที่สวามีไปรับนางจากวังหลวงท่าทีของเขาก็ยังดูเหมือนเป็นปกติเฉกเช่นคนทั่วไป ทว่าเมื่อเปิดผ้าคลุมหน้าออกเพียงเท่านั้น นางก็ได้รับสายตาเย็นชากลับคืนมาทันที “นางกำนัลหลี่ ข้าอยากไปเยี่ยมท่านตาเสียหน่อยจะได้หรือไม่”นางกำนัลหลี่นางกำน







