LOGINหลังจากที่เสนาบดีเซี่ยโป๋ซีกลับไปวันนั้น ไม่นานเขาก็ส่งหญิงสาวมารับใช้จ้าวฟางหลินเพิ่มหนึ่งคน โดยอ้างว่าเพื่อคอยช่วยเหลือจ้าวฟางหลินที่นี่ เพราะถึงอย่างไรจ้าวฟางหลินจะต้องมีคนที่ภักดีต่อนางเพิ่มอีกคน เมื่อยามที่ถางเย่ถูกลงโทษเช่นนี้ หาไม่แล้วที่วังรัชทายาทจะไม่มีคนของนางเลย ซึ่งนั่นทำให้ท่านตาอย่างเซี่ยโป๋ซีเป็นกังวลเป็นอย่างมาก
เฟิ่งหรูซิงเป็นนางกำนัลที่รู้งานเป็นที่สุด นางมีความอ่อนน้อมถ่อมตนและเคารพจ้าวฟางหลินจากใจจริง พระชายาจึงเอ็นดูได้ไม่ยากนัก
“ออกไป”
เสียงเข้มสายหนึ่งดังขึ้นมาจากทางหน้าห้อง เหล่านางกำนัลทั้งหลายต่างก็รีบออกไปกันจนหมดแม้แต่เฟิ่งหรูซิงที่เพิ่งมาใหม่ก็ไม่อาจรั้งอยู่ต่อ เพราะเกรงต่อโทสะของผู้เป็นเจ้าของวังแห่งนี้
“เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงได้รับใครต่อใครเข้ามาในวังของข้าโดยที่ไม่แจ้งแก่ข้าก่อน”จ้าวฟางหลินถอนหายใจออกมาเสียงเบา มือบางเสียบเข็มลงไปในผ้าเช็ดหน้าที่กำลังปักลวดลายอย่างใจเย็น นางไม่ได้สนใจหันไปตอบสวามีที่กำลังยืนหน้าเขียวคล้ำอยู่ตรงหน้า ลิงป่าจะเลี้ยงให้เชื่องคงจะเป็นเรื่องยาก
เหลียงเฟิงไห่เห็นว่าพระชายาไม่สนใจตนเอง เขาจึงเดินเข้าไปกระชากเอาผ้าเช็ดหน้าของนางเหวี่ยงลงพื้น เข็มที่พระชายาใช้ปักผ้าทิ่มลงไปที่นิ้วมือของนางอย่างไม่ตั้งใจ เลือดสีแดงไหลออกมาจากปลายนิ้ว แม้จะเจ็บทว่าใบหน้าพระชายาก็ยังคงเรียบเฉย นางเชิดหน้าขึ้นและหันไปหาสวามีอย่างไม่รีบร้อนสายตาที่จ้องมองออกไปมีแต่ความเย็นชาเสียจนเหลียงเฟิงไห่ถึงกับชะงักและเมื่อเห็นว่านิ้วมือของพระชายามีเลือดไหลออกจากปลายนิ้ว รัชทายาทหนุ่มก็ขมวดคิ้วขึ้น
“แล้วพระองค์อยู่ตำหนักหรือ ที่ผ่านมาหม่อมฉันไม่เคยเห็นพระพักตร์ของพระองค์เลย อีกอย่างคนที่หม่อมฉันรับเข้ามาก็เป็นคนของท่านตาที่ส่งมาดูแลหม่อมฉันในระหว่างที่ถางเย่ต้องโทษ นางกำนัลแค่ผู้เดียวหวังว่าพระองค์คงจะมิใจแคบ ที่สำคัญเรื่องเบี้ยหวัดของนาง หม่อมฉันก็มิได้รบกวนเงินในท้องพระคลังของพระองค์แม้แต่น้อย”น้ำเสียงที่อวดดีและใบหน้าที่เชิดหยิ่งของพระชายาสูงศักดิ์ทำเอาความอดทนของเหลียงเฟิงไห่หมดสิ้นลง
“อวดดี!!!...เจ้าคงลืมไปแล้วกระมังว่าตนเองอยู่ในฐานะใด” เสียงตวาดดังออกไปถึงหน้าประตูห้อง เหล่าสาวรับใช้ต่างก็พากันก้มหน้าลงไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเพราะเกรงว่าจะเสียงดังไปถึงข้างในห้องให้ขุ่นเคือง
“หม่อมฉันไม่ลืมเพคะ แต่นี่เป็นเรื่องในตำหนักของหม่อมฉัน หม่อมฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจเองเลยหรือ หรือแคว้นฉู่นิยมปฏิบัติกับพระชายาเช่นนี้”
จ้าวฟางหลินลอบกำมือที่อยู่ใต้แขนเสื้อแน่น ดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจมาหาเรื่องแค่การรับนางกำนัลเล็ก ๆ ผู้หนึ่งเข้ามาในตำหนักจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้เชียวหรือ
หรือเพราะอีกฝ่ายมีแผนการที่ไม่อยากให้นาง หรือคนของนางรับรู้กันแน่ จ้าวฟางหลินแสยะยิ้มออกมา และอีกอย่างนางเองก็แจ้งแก่จูมามาไปแล้ว เหตุใดจึงไม่ยอมไปบอกกันเล่า
“เจ้าเป็นเพียงพระชายาบรรณาการ มีหน้าที่คือบำเรอข้าบนเตียง เรื่องอื่นอย่าได้เสนอหน้า จะรับผู้ใดเข้ามาต้องเป็นข้าเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่อนุญาตได้”
น้ำเสียงที่เปล่งออกมาทั้งดูถูกและวางอำนาจ ความไม่พอใจแล่นเข้าสู่กลางอกของจ้าวฟางหลิน นางย่อมรู้ดีว่าการแต่งออกมาก็เหมือนดังน้ำที่ถูกสาดออกไป จะดีหรือร้ายย่อมอยู่ที่สวามี ทว่าความไม่เป็นธรรมนี้นางไม่อาจยอมรับได้ หากเหลียงเฟิงไห่จะเดินเข้ามาถามนางดี ๆ นางก็ยินดีที่จะตอบคำถามนั้นแก่เขา แต่ไม่เป็นเช่นนั้นคนป่าเถื่อนมาถึงก็วางอำนาจใส่นาง นางเองก็มิใช่คนตัวเปล่าเหตุใดจึงต้องยอม
“บ้าอำนาจ ป่าเถื่อน อย่างไรข้าก็รับเข้ามาแล้ว และก่อนจะรับเข้ามาข้าก็ให้จูมามาไปบอกกับท่านแล้ว หากไม่ต้องการให้รับเหตุใดจึงไม่บอกตั้งแต่แรก”
ยิ่งได้ยินนางกล่าวอ้างข้อความอันเป็นเท็จเช่นนี้เหลียงเฟิงไห่ก็รู้สึกโกรธนอกเหนือจากความโกรธก็คือความผิดหวังลึก ๆ ในใจ
“อะ...ปล่อยนะเพคะ หม่อมฉันบอกให้ปล่อย”จ้าวฟางหลินเบิกตากว้างใบหน้าแดงซ่านเพราะเจ็บ
เหลียงเฟิงไห่คว้าข้อมือบางและลากไปที่เตียงนอน ก่อนจะเหวี่ยงพระชายาลงไปอย่างแรง ร่างบางล้มลงไปบนเตียง ใบหน้างามตึงขึ้น มือเล็กยื่นออกไปผลักอกสวามีอย่างเต็มแรง ร่างหนาเซถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว เมื่อตั้งตัวได้ก็กลับเข้ามากระชากข้อมือนางขึ้นมาอีกครั้ง
“จำเอาไว้นะพระชายาบรรณาการ จูมามาเป็นท่านป้าของข้า ถึงตำแหน่งนางจะเป็นเพียงนางกำนัลอาวุโสแต่เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์จะดูหมิ่นนาง ข้าไม่สนว่าก่อนหน้านี้เจ้าจะเป็นองค์หญิงที่เย่อหยิ่งสักเพียงใด แต่จงจำเอาไว้ว่าที่นี่เป็นวังของข้าตำหนักไป่เหอที่เจ้าอาศัยอยู่ก็เป็นของข้า อย่าได้กำเริบเสิบสานถือดีกับข้าอีก”
เมื่อพูดจบก็ผลักร่างบางลงไปบนเตียงอีกครั้ง จ้าวฟางหลินทั้งโกรธทั้งโมโหน้ำเสียงและสีหน้าของเหลียงเฟิงไห่ทั้งถือดีและจงใจกดนางให้ต่ำ จะให้นางซึ่งเป็นองค์หญิงยอมก้มหัวให้นางกำนัลอาวุโสอย่างนั้นหรือ เชิญเพ้อฝันไปเถิด
“จูมามารับคำสั่งข้า นำตัวนางกำนัลผู้นั้นไปโบยหนึ่งร้อยไม้และส่งตัวกลับไปที่จวนสกุลเซี่ยเสีย”
“รับทราบเพคะ” จูมามาก้มศีรษะรับคำสั่งอย่างทันทีใบหน้ามีแววสะใจอยู่ในนั้น ทว่าเหลียงเฟิงไห่ไม่อาจจะทันเห็น
“องค์รัชทายาทโปรดเมตตา!!!”เฟิ่งหรูซิงทิ้งตัวลงคุกเข่าศีรษะโขกพื้นเสียงดัง ร่างบางสั่นไหวอย่างหวาดกลัว นางร้องขอความเมตตานอกจากไม่มีแล้วเหลียงเฟิงไห่ยังไม่แม้แต่จะสนใจ
ร่างหนาเดินกลับไปตำหนักบูรพาอย่างไม่สนใจอีก เวลาเปลี่ยนจิตใจคนก็เปลี่ยนจ้าวฟางหลินเป็นองค์หญิงที่โง่เขลาและเย่อหยิ่งผู้หนึ่งเท่านั้น
“พระชายาเพคะช่วยหม่อมฉันด้วย”
“หุบปาก!!! เด็ก ๆ ลากนางกำนัลผู้นี้ออกไปที่ลานรับโทษ”จูมามาตวาดกร้าวอย่างวางอำนาจ
จ้าวฟางหลินรีบเดินออกมาจากในห้องบรรทม ก็เห็นแผ่นหลังของเฟิ่งหรูซิงถูกลากออกไป หัวใจนางบีบรัดอย่างรุนแรง ร่างอรชรสูดลมหายใจเข้า ก่อนจะรีบเดินตามนางกำนัลพวกนั้นออกไป
เมื่อมาถึงก็เห็นว่าเฟิ่งหรูซิงกำลังถูกจูมามาโบยอย่างรุนแรง เสียงไม้ที่กระทบลงบนแผ่นหลังของนางกำนัลตนเองกรีดแทงเข้าไปในจิตใจของพระองค์ ปลายจมูกแสบร้อนขึ้นมาทันที คนแรกนางไม่อาจจะช่วยเหลือได้ เพราะตอนนั้นไม่รู้ว่าตนเองก็มีท่านตาคอยช่วยเหลือ นางคิดเพียงแค่ว่าในแคว้นป่าเถื่อนแห่งนี้นางไม่มีอำนาจอันใด แต่ในเมื่อวันนี้เสนาบดีเซี่ยหยิบยื่นให้นางก็ไม่ปฏิเสธ แต่ตอนนี้นางกำนัลคนที่สองของนางก็จะถูกลงโทษอย่างไม่เป็นธรรมนางจะนิ่งเฉยได้อย่างไร
“หยุด!ข้าบอกให้หยุด นางทำสิ่งใดผิดจึงถูกลงโทษเช่นนี้” เสียงใสตวาดออกไปอย่างเดือดดาล
จูมามาเหลือบสายตาขึ้นมามองเพียงนิด ก่อนจะยกมือและฟาดไม้ลงไปอย่างเต็มแรง ร่างบางของเฟิ่งหรูซิงล้มลงไปกองกับพื้นพร้อมกับกระอักเลือดออกมาคำโต
“ข้าบอกให้หยุด!!!” จ้าวฟางหลินก้าวเข้าไปแย่งไม้จากมือของนางกำนัลอาวุโสมือบางของพระชายาผลักไปที่หัวไหล่ของนางกำนัลผู้นั้นจนร่างท้วมล้มลงไปอย่างไม่ทันตั้งตัว
“พระชายาเหตุใดจึงมาทำร้ายหม่อมฉัน คำสั่งขององค์รัชทายาทแม้แต่พระองค์ก็มิอาจห้าม ขอพระชายาโปรดทรงอภัย เชิญพระองค์กลับตำหนักเถิดเพคะ”
จ้าวฟางหลินที่ก้มลงประคองเฟิ่งหรูซิงอยู่นั้นเงยหน้าขึ้นอย่างไม่เชื่อหูตนเอง นางกำนัลผู้นี้อวดดีเกินไปแล้ว ร่างอรชรลุกขึ้นยืนและหันไปจ้องหน้า ทว่าจูมามาที่ถือดีว่าตนเองเป็นญาติขององค์รัชทายาทก็จ้องกลับอย่างไม่ยินยอมเช่นกัน
ตอนที่ 11 ข้าจะส่งเสริมเจ้าเองใบหน้าหล่อร้ายของเหลียงเฟิงไห่กระตุกยิ้ม ฝ่ามือหนากระชับพลางลากร่างอรชรไปที่เตียงนอน จ้าวฟางหลินเบิกตาขึ้นอย่างตกใจ พยายามจะขืนตัวเองเอาไว้ ทว่าไม่เป็นผลร่างอรชรมีหรือจะสู้แรงชายชาตรีร่างสูงใหญ่ของเขาได้“ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ พระองค์กำลังใช้อำนาจของบุรุษรังแกสตรีบอบบางเช่นหม่อมฉัน” ร่างอรชรถูกดันจนล้มไปบนเตียง ความรู้สึกในใจหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก ทว่าไม่อาจจะแสดงออกมาให้คนป่าเถื่อนตรงหน้าเห็นได้ มิเช่นนั้นในครั้งต่อไปมีหรือที่นางจะไม่ถูกข่มเหงเช่นนี้บ่อย ๆ “บอบบางหรือ ข้าพิสูจน์มาแล้วกับตัวว่าเจ้ามิได้บอบบางดังปากว่า เจ้าสามารถรับตัวตนของข้าได้ทั้งคืนจะเรียกบอบบางได้เช่นใดกัน” ใบหน้าหล่อเหลาซบลงไปที่ซอกคอขาว เพียงแค่ได้กลิ่นกายที่หอมและคงจะเป็นลักษณะเฉพาะตัวของพระชายาเขาเท่านั้น เพราะทั่วแคว้นฉู่หามีสตรีใดมีกลิ่นหอมยวนใจเช่นนี้ริมฝีปากหนากดจูบและสูดดมไปทั่ว ลากผ่านไปตรงไหนก็ทิ้งรอยเอาไว้ตรงนั้น สาบเสื้อถูกคลายออกจากกัน เพียงไม่นานใบหน้าองค์รัชทายาทหนุ่มก็ฝังอยู่บนยอดดอกบัวตูมคู่สวยที่ชูชันอยู่บนยอดอกของพระชายาเป็นที่เรียบร้อย“เหลียงเฟิงไห่!!!...ถอยออกไป
ตอนที่ 10 ข้อแลกเปลี่ยน“ฮื้อ...องค์รัชทายาทเพคะ พระองค์ต้องมอบความยุติธรรมให้กับหม่อมฉันนะเพคะ พระชายาขัดคำสั่งพระองค์ไม่พอยังลงไม้ลงมือกับหม่อมฉัน หม่อมฉันไหนเลยจะกล้ากำเริบกับพระชายาหากไม่ใช่เพราะต้องการลงโทษนางกำนัลผู้นั้นตามคำสั่งของพระองค์”เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นปานจะขาดใจของนางกำนัลอาวุโสที่กำลังหมอบอยู่แนบพื้นดังขึ้นอย่างน่าเวทนา ใบหน้าบวมปูดจากการถูกตบเห็นแล้วพานให้รู้สึกสงสารยิ่งนัก อย่างไรเสียจูมามาผู้นี้ก็ดูแลตัวเขาอย่างดีมาโดยตลอด นับตั้งแต่แต่งตั้งให้มามาผู้นี้ดูแลตำหนักบูรพามาไม่เคยมีสักครั้ง ที่จะทำให้เขาต้องปวดหัว“องค์รัชทายาทโปรดให้ความเป็นธรรมกับท่านแม่บุญธรรมของมู่ชิงด้วยนะเพคะ ก่อนหน้านั้นภายในตำหนักของพระองค์ไม่เคยมีเรื่องราวเช่นนี้ แต่เวลานี้หากพระองค์ไม่อยู่ตำหนัก ก็หาความสงบมิเคยได้เลยเพคะ” ไม่เพียงแค่จูมามาเพียงผู้เดียว จูมู่ชิงที่เป็นหลานสาวแท้ ๆ ของจูมามาก็ยังคงหมอบแนบพื้นขอความเป็นธรรมให้ท่านป้าของนางด้วยเช่นกันจูมู่ชิงเป็นบุตรของจูชิงอี้ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องสาวแท้ๆ ของจูมามาจะว่าไปแล้วทั้งสองคนยังเป็นญาติห่าง ๆ ของฮองเฮาสุ่ยหนิงอีกด้วย พระองค์จึงรับทั้ง
ตอนที่ 9 สั่งสอน“กล้ามองหน้าข้าหรือจูมามา เจ้ากล้ามากเลยสินะ” จ้าวฟางหลินก้าวขาเดินเข้าไปหาร่างท้วมของนางกำนัลอาวุโสอย่างมาดร้ายจูมามาเดินถอยหลังหลบหลีกอย่างหวาดกลัว ที่ผ่านมามิใช่ไม่เคยได้ยินว่าจ้าวฟางหลินพยศมากเพียงใด นางเดินร่นถอยจนแผ่นหลังติดกับกำแพงเย็นเฉียบ สายตาสอดส่ายมองหาตัวช่วย ทว่าก็หามีผู้ใดไม่ นอกจากจะไม่มีคนยื่นมือเข้ามาช่วยแล้ว เหล่านางกำนัลยังหันมามองด้วยแววตาสะใจอีกเช่นกัน สมควรแล้วจริง ๆ สำหรับจูมามาผู้นี้เมื่อนางกำนัลอาวุโสเห็นว่าเหล่านางกำนัลทั้งหลายต่างก็มองมาที่ตนเองด้วยความสะใจ ใบหน้าขาวก็เชิดขึ้นสายตากวาดมองไปรอบบริเวณ“หากใครกล้าหัวเราะข้า ข้าจะเลาะฟันมันผู้นั้นออกเสีย!!!” นางกำนัลน้อยใหญ่ก้มหน้าลงทันที ไม่มีผู้ใดไม่รู้ว่าจูมามาผู้นี้องค์รัชทายาทมอบอำนาจให้มากเพียงใด“อำนาจเจ้าเยอะเหลือเกินนะจูมามา ข้าก็อยากจะรู้ว่าหากเป็นข้าเล่าที่หัวเราะเจ้าจะกล้าอย่างที่ปากว่าอยู่หรือไม่”“พระชายา!!!...พระองค์จะขัดคำสั่งองค์รัชทายาทหรือพระองค์เองก็เป็นถึงองค์หญิงคงจะรู้สิ่งใดควรมิควรนะเพคะ ที่ตำหนักบูรพานี่องค์รัชทายาทเป็นใหญ่ ผู้ใดก็ขัดขืนมิได้” จ้าวฟางหลินจ้องหน้านางกำ
ตอนที่ 8อำนาจอยู่ที่ผู้ใดหลังจากที่เสนาบดีเซี่ยโป๋ซีกลับไปวันนั้น ไม่นานเขาก็ส่งหญิงสาวมารับใช้จ้าวฟางหลินเพิ่มหนึ่งคน โดยอ้างว่าเพื่อคอยช่วยเหลือจ้าวฟางหลินที่นี่ เพราะถึงอย่างไรจ้าวฟางหลินจะต้องมีคนที่ภักดีต่อนางเพิ่มอีกคน เมื่อยามที่ถางเย่ถูกลงโทษเช่นนี้ หาไม่แล้วที่วังรัชทายาทจะไม่มีคนของนางเลย ซึ่งนั่นทำให้ท่านตาอย่างเซี่ยโป๋ซีเป็นกังวลเป็นอย่างมากเฟิ่งหรูซิงเป็นนางกำนัลที่รู้งานเป็นที่สุด นางมีความอ่อนน้อมถ่อมตนและเคารพจ้าวฟางหลินจากใจจริง พระชายาจึงเอ็นดูได้ไม่ยากนัก“ออกไป”เสียงเข้มสายหนึ่งดังขึ้นมาจากทางหน้าห้อง เหล่านางกำนัลทั้งหลายต่างก็รีบออกไปกันจนหมดแม้แต่เฟิ่งหรูซิงที่เพิ่งมาใหม่ก็ไม่อาจรั้งอยู่ต่อ เพราะเกรงต่อโทสะของผู้เป็นเจ้าของวังแห่งนี้“เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงได้รับใครต่อใครเข้ามาในวังของข้าโดยที่ไม่แจ้งแก่ข้าก่อน”จ้าวฟางหลินถอนหายใจออกมาเสียงเบา มือบางเสียบเข็มลงไปในผ้าเช็ดหน้าที่กำลังปักลวดลายอย่างใจเย็น นางไม่ได้สนใจหันไปตอบสวามีที่กำลังยืนหน้าเขียวคล้ำอยู่ตรงหน้า ลิงป่าจะเลี้ยงให้เชื่องคงจะเป็นเรื่องยากเหลียงเฟิงไห่เห็นว่าพระชายาไม่สนใจตนเอง เขาจึงเดินเข้าไปก
ตอนที่ 7เสนาบดีเซี่ยเพราะเกิดเรื่องขึ้นกับนางกำนัลคนสนิทในวันนั้น จ้าวฟางหลินจึงได้ลืมเลือนเรื่องท่านตาไปเสียสนิท ถางเย่ต้องถูกรับโทษตามความผิดในกฎของวังรัชทายาท แม้นางอยากจะสอดมือเข้าไปยุ่งเพียงใด ก็อาจทำได้อย่างไม่เต็มที่ นั่นเพราะถางเย่เองก็ยินดีที่จะรับโทษนั้นอย่างเต็มใจ นางรู้ดีว่าในใจถางเย่การรับโทษครั้งนี้ ยังดีเสียกว่าการถูกส่งกลับซีจิ้งจ้าวฟางหลินย่อมไม่พอใจที่ไม่อาจปกป้องคนของตนเองเอาไว้ได้ในครั้งนี้“ทูลพระชายาเสนาบดีเซี่ยโป๋ซีมาขอเข้าเฝ้าเพคะ” พระชายาหันไปตามเสียงเรียกของนางกำนัลหลี่ ใบหน้าหวานพยักขึ้นตอบรับ“เชิญท่านเสนาบดีไปที่ศาลากลางสระบัวเดี๋ยวข้าตามไป” “เพคะพระชายา” หลี่จินเป่าค้อมตัวรับคำสั่งและเดินออกไป นางกำนัลอีกคนรีบเข้ามาช่วยพระชายาแต่งตัวเป็นการด่วน จ้าวฟางหลินเดินเข้ามาที่ศาลาดังกล่าวด้วยท่าทางสง่างาม เสนาบดีเซี่ยลอบมองพระพักตร์ที่เหมือนดังเช่นบุตรีของตนเองก็รู้สึกยินดีขึ้นมา จ้าวฟางหลินและจ้าวฟางหรงมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก “ถวายพระพรพระชายารัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ” น้ำเสียงอบอุ่นเอ่ยขึ้นเมื่อจ้าวฟางหลินนั่งลงยังศาลากลางน้ำแห่งนี้“ท่านตาตามสบายเถิ
ตอนที่ 6 กฎข้อที่ยี่สิบหลังจากที่เหลียงเฟิงไห่เข้าไปหาเรื่องนางในห้องอาบน้ำวันนั้น จ้าวฟางหลินก็ไม่เห็นพระพักตร์ของพระสวามีตนเองอีกเลย นางออกมาจากห้องอาบน้ำก็เห็นเหล่านางกำนัลจัดเตรียมสำรับอาหารอย่างดีเอาไว้รออยู่ก่อนแล้ว ทว่าเจ้าของตำหนักกลับไม่อยู่ หลังจากรับอาหารมื้อนั้นจ้าวฟางหลินก็ถามเวลาอาหารที่แน่นอนของที่แห่งนี้ ทว่าคำตอบจากเหล่านางกำนัลกลับไม่เป็นเช่นที่สวามีขู่นาง หากนางอยากรับอาหารหรือของว่างยามใดก็ย่อมได้ ร่างอรชรได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างมาดร้าย เรื่องเพียงนี้ไยต้องมาขู่กันเล่น เหลียงเฟิงไห่ถูกเรียกตัวไปปราบโจรภูเขาที่อี้หนานผ่านไปถึงยี่สิบห้าวันแล้วองค์รัชทายาทก็ยังไม่กลับตำหนัก จ้าวฟางหลินนั่งจิบชาอยู่ในสวนกลางตำหนักไป่เหอ เป็นตำหนักที่คนป่าเถื่อนนั้นมอบให้นางได้อยู่อาศัย ใบหน้าหวานคิดทบทวนถึงเรื่องที่ผ่านมา ไม่เข้าใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้นเมื่อตอนที่สวามีไปรับนางจากวังหลวงท่าทีของเขาก็ยังดูเหมือนเป็นปกติเฉกเช่นคนทั่วไป ทว่าเมื่อเปิดผ้าคลุมหน้าออกเพียงเท่านั้น นางก็ได้รับสายตาเย็นชากลับคืนมาทันที “นางกำนัลหลี่ ข้าอยากไปเยี่ยมท่านตาเสียหน่อยจะได้หรือไม่”นางกำนัลหลี่นางกำน







