เข้าสู่ระบบเพราะเกิดเรื่องขึ้นกับนางกำนัลคนสนิทในวันนั้น จ้าวฟางหลินจึงได้ลืมเลือนเรื่องท่านตาไปเสียสนิท ถางเย่ต้องถูกรับโทษตามความผิดในกฎของวังรัชทายาท แม้นางอยากจะสอดมือเข้าไปยุ่งเพียงใด ก็อาจทำได้อย่างไม่เต็มที่ นั่นเพราะถางเย่เองก็ยินดีที่จะรับโทษนั้นอย่างเต็มใจ นางรู้ดีว่าในใจถางเย่การรับโทษครั้งนี้ ยังดีเสียกว่าการถูกส่งกลับซีจิ้งจ้าวฟางหลินย่อมไม่พอใจที่ไม่อาจปกป้องคนของตนเองเอาไว้ได้ในครั้งนี้
“ทูลพระชายาเสนาบดีเซี่ยโป๋ซีมาขอเข้าเฝ้าเพคะ” พระชายาหันไปตามเสียงเรียกของนางกำนัลหลี่ ใบหน้าหวานพยักขึ้นตอบรับ
“เชิญท่านเสนาบดีไปที่ศาลากลางสระบัวเดี๋ยวข้าตามไป”
“เพคะพระชายา” หลี่จินเป่าค้อมตัวรับคำสั่งและเดินออกไป นางกำนัลอีกคนรีบเข้ามาช่วยพระชายาแต่งตัวเป็นการด่วน
จ้าวฟางหลินเดินเข้ามาที่ศาลาดังกล่าวด้วยท่าทางสง่างาม เสนาบดีเซี่ยลอบมองพระพักตร์ที่เหมือนดังเช่นบุตรีของตนเองก็รู้สึกยินดีขึ้นมา จ้าวฟางหลินและจ้าวฟางหรงมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก
“ถวายพระพรพระชายารัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ” น้ำเสียงอบอุ่นเอ่ยขึ้นเมื่อจ้าวฟางหลินนั่งลงยังศาลากลางน้ำแห่งนี้
“ท่านตาตามสบายเถิดอย่าได้มากพิธีเลย เชิญท่านตานั่งก่อน” พระชายาองค์รัชทายาทผายมือไปยังเก้าอี้ด้านหน้า และพยักหน้าเป็นการอนุญาต
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”
หากจะพูดตามความเป็นจริงแล้ว จ้าวฟางหลินก็มิได้สนิทสนมอันใดกับเสนาบดีเซี่ยผู้นี้นัก ก่อนหน้านั้นนางเคยเดินทางมาเที่ยวแคว้นฉู่กับพระมารดาฟางหรง แต่ก็นานมากแล้ว เมื่อครั้งที่นางยังเป็นองค์หญิงน้อยยังมิได้ปักปิ่นเลยด้วยซ้ำ นานเสียจนความทรงจำชักเลือนรางไปเสียหมด
“หลานขออภัยที่มิได้ไปหาท่านตาถึงจวนสกุลเซี่ย ลำบากท่านตาต้องมาหาหลานเสียเอง ความจริงแล้วหลานก็ว่าจะออกไปหาทว่ามีเรื่องเสียก่อนจึงไม่ได้ออกไป ขอท่านตาอย่าถือสา” เมื่อได้ยินว่าหลานตนเองเกิดเรื่องใบหน้าชราก็เงยขึ้น คิ้วสีดำปนขาวขมวดเข้าหากันแน่น
“มีเรื่องอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะบอกกระหม่อมได้หรือไม่ หากพระชายามีเรื่องไม่สบายพระทัยอย่าได้เกรงใจ ท่านตาชราผู้นี้อยู่ข้างพระองค์เสมอ”
ทั้งคำพูดและสายตาที่ห่วงใยถูกส่งออกมา จ้าวฟางหลินรู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้นางกับท่านตาจะไม่สนิทกันทว่าความเป็นสายเลือดเดียวกันนั้น ก็ทำให้รู้สึกถึงความผูกพันอันแปลกประหลาด ในแคว้นต่างบ้านต่างเมืองเช่นนี้ยังมีท่านตาของนางอยู่ที่นี่ นางเองก็อบอุ่นใจขึ้นมาบ้างแล้ว
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใดหรอก ท่านตาอย่าได้กังวล จริงสิเสด็จแม่ฝากของมามอบให้ท่านตาด้วย ท่านตารอสักครู่เถิด หลานจะให้นางกำนัลไปเอามาให้” เมื่อบอกกับเสนาบดีเซี่ยแล้วจึงหันไปสั่งนางกำนัลที่คอยรับใช้ข้างกาย
“จิงฮวาเจ้าไปหยิบของทั้งหมดในหีบกลางที่อยู่ด้านข้างเตียงมาให้ข้าทีเถิด”
“เพคะพระชายา”
เมื่อหันไปสั่งนางกำนัลเสร็จแล้วจ้าวฟางหลินก็หันมาสนทนากับท่านตาตนเองต่อ ทว่าเมื่อเห็นสายตาของเสนาบดีเซี่ยที่ส่งมานั้น พระชายาก็พอจะทราบว่าท่านตาของนางมีเรื่องกังวลใจ แต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดออกมา
เห็นดังนั้นจ้าวฟางหลินจึงหลอกให้หลี่จินเป่าไปยกของว่างในโรงครัวออกมาเพิ่ม ความจริงแล้วนางกำนัลหลี่ไม่อยากที่จะออกไป ทว่าพระชายาก็ให้เหตุผลว่า อีกเดี๋ยวจิงฮวาก็คงจะกลับมาแล้ว และอีกอย่างบุรุษชราที่อยู่ตรงนี้ก็หาได้เป็นคนอื่นไกล เสนาบดีเซี่ยโป๋ซีเป็นถึงท่านตาแท้ ๆ ของนางจะต้องกังวลสิ่งใดอีก ครั้นได้ยินดังนั้นหลี่จินเป่าจึงยอมเดินออกไปในที่สุด
“ท่านตามีเรื่องจะคุยกับหลานใช่หรือไม่ บอกหลานมาเถิด”
เสนาบดีเซี่ยมีสีหน้าลำบากใจ ทว่าก็มองซ้ายมองขวาก่อนจะถอนหายใจออกมา ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยในตัวหลานสาวผู้นี้มีมากล้น
“พระชายาพ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาทดีกับพระองค์ใช่หรือไม่ กระหม่อมได้รับจดหมายจากพระมารดาของพระองค์ให้ดูแลพระองค์แทนฮองเฮาด้วย แต่หากฮองเฮาจะไม่ส่งจดหมายมา กระหม่อมที่เป็นท่านตาย่อมไม่ปล่อยให้หลานสาวถูกคนรังแก เช่นนั้นแล้วหากมีเรื่องไม่สบายพระทัยโปรดบอกแก่กระหม่อมเถิด”
“ท่านตาคิดมากไปแล้ว หลานมิใช่สตรีอ่อนแอ เป็นถึงองค์หญิงใหญ่แห่งซีจิ้งย่อมไม่ยอมปล่อยให้ตนเองโดนรังแกโดยง่าย คนป่าเถื่อนเช่นนั้นทำสิ่งใดหลานมิได้หรอก”
“หากพระองค์ตรัสเช่นนี้กระหม่อมก็วางใจ ได้ยินมาว่าองค์รัชทายาทเข้าจวนท่านแม่ทัพเซียวอี้เหลียนบ่อยครั้ง เห็นว่าหมายตาคุณหนูเซียวโหย่งเหมยเอาไว้ อีกนัยหนึ่งคือต้องการจะเสริมอำนาจจากสกุลเซียว กระหม่อมได้ข่าวมาว่าองค์รัชทายาท ต้องการกำลังสนับสนุนและกองทหารของสกุลเซียวเพื่อส่งเสริมให้พระองค์ขึ้นครองบัลลังก์และก่อนที่จะขึ้นนั้น องค์รัชทายาทจะสร้างผลงานครั้งยิ่งใหญ่ให้ประจักษ์กับแคว้นฉู่ โดยการบุกยึดแคว้นเพื่อนบ้าน กระหม่อมเกรงว่า...พระองค์จะทรง...ระรานซีจิ้งกระหม่อมไม่เห็นด้วยเพราะถึงอย่างไรฮองเฮาฟางหรงก็อยู่ที่นั่น”
“หลานจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอย่างแน่นอนท่านตาอย่าได้กังวล หลานจะส่งข่าวไปแจ้งแก่เสด็จพ่อให้ทรงทราบ” จ้าวฟางหลินหน้าตึงขึ้นมา หากจะยึดซีจิ้งการที่นางแต่งเข้ามาจะต้องไม่เสียเปล่า
“ความจริงองค์รัชทายาทกับคุณหนูเซียวมีใจต่อกันมานาน แต่เพราะขัดราชโองการฮ่องเต้มิได้ จึงต้องแต่งกับพระชายา ความจริงแล้วกระหม่อมอยากจะทูลขอเปลี่ยนเป็นองค์ชายสี่เสียยังดีกว่า หากก็ไม่อาจทำได้คุณหนูเซียวผู้นี้เป็นสตรีร้ายกาจนัก หากพระชายาเลี่ยงได้ก็จงเลี่ยงเถิด เพราะผู้คนในแคว้นฉู่รู้ดีว่าแม่ทัพเซียวตามใจบุตรีเป็นอย่างมาก ซ้ำยังให้ท้ายในเรื่องผิด ๆ กระหม่อมเกรงว่าหากองค์รัชทายาทแต่งนางเข้ามาจะมีปัญหาต่อพระองค์”
สายตาจ้าวฟางหลินแข็งกร้าวขึ้นมานางหาได้หึงหวงหรือริษยาคุณหนูเซียวผู้นั้นไม่แต่ที่นางไม่พอพระทัยย่อมเป็นเรื่องซีจิ้ง นางห่วงใยในราษฎรของนางเพียงเท่านั้น เรื่องแต่งพระชายารองเข้ามาย่อมไม่มีผลต่อนางแม้แต่น้อย
“ขอบคุณท่านตาที่เป็นห่วง หากเป็นเช่นนั้นจริงหลานก็ไม่อาจขัดพระประสงค์สวามีได้ จะแต่งผู้ใดเข้ามาย่อมไม่เกี่ยวกับหลาน เรื่องเดียวที่หลานเป็นห่วงคือซีจิ้งแผ่นดินเกิดเพียงเท่านั้น”
“จะไม่ห่วงได้เช่นไร ถึงแม้กระหม่อมจะต่ำต้อย ทว่าก็ยังเป็นตาย่อมมีใจห่วงหลาน เรื่องนี้พระชายาจะต้องไม่วู่วาม รู้เขารู้เรารบกี่ครั้งย่อมไม่พ่ายแพ้ เรื่องข่าวกระหม่อมจะแจ้งไปทางฮองเฮาฟางหรงเอง อย่าได้ทรงกังวลพระทัย พระชายาอยู่ในวังรัชทายาทย่อมหนีหูตาของพระองค์ไม่พ้น หากมีเรื่องใดให้แจ้งแก่กระหม่อม อย่างไรเสียเราต่างก็หวังดีต่อทั้งสองแคว้น สงครามย่อมหลีกหนีการล้มตายมิได้ กระหม่อมมิต้องการเห็นทั้งสองแคว้นต้องห้ำหั่นกันเพียงเพราะความกระหายอำนาจขององค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ”
“อย่างไรเสียเหลียงเฟิงไห่ย่อมต้องได้ขึ้นครองราชย์อยู่แล้ว เหตุใดเขาต้องกระหายอำนาจขึ้นไปอีก”
ให้จ้าวฟางหลินคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ ตำแหน่งนี้อย่างไรก็เป็นของเหลียงเฟิงไห่อยู่แล้ว อีกฝ่ายยังต้องกังวลสิ่งใดอีก
“พระองค์อย่าลืมว่า โอรสของฮ่องเต้ไม่ได้มีองค์รัชทายาทเพียงผู้เดียว พระองค์ยังมีโอรสที่เกิดจากสนมอีกหลายคน และแต่ละพระองค์ล้วนมีกองกำลังที่พร้อมสนับสนุน ไม่เหมือนที่ซีจิ้งที่โอรสและธิดาของฮ่องเต้ฝูหมิงล้วนทรงเกิดจากฮองเฮาแต่เพียงผู้เดียว ที่สำคัญคือชินอ๋องจ้าวฉงซานเองก็ไม่ได้ฝักใฝ่ในอำนาจ บ้านเมืองจึงสงบสุข ต่างจากที่นี่”
“จริงดังเช่นที่ท่านตากล่าว”
จ้าวฟางหลินพยักหน้าเข้าใจเรื่องราว อย่างถ่องแท้ บ้านเมืองของนาง พี่น้องรักใคร่กันจากใจจริง จึงไม่ต้องแก่งแย่งชิงดีกันในหมู่พี่น้องเช่นนี้
“นางกำนัลของพระชายาเล่าพ่ะย่ะค่ะ เหตุใดจึงไม่เห็นกัน” เซี่ยโป๋ซีจำได้ว่ามีนางกำนัลคนสนิทที่ตามมาจากซีจิ้งอยู่ผู้หนึ่ง ปกติแล้วนางกำนัลผู้นั้นย่อมไม่ห่างกายพระชายา หากไม่เห็นย่อมไม่ปกตินัก
“ตอบท่านตาตามตรง นางกำนัลของหลานต้องโทษเพียงเล็กน้อยอีกไม่กี่วันก็จะออกมาแล้ว”
ยิ่งได้ยินว่านางกำนัลของหลานสาวผู้สูงศักดิ์ต้องโทษ สีหน้าของเสนาบดีเซี่ยก็ยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก แต่ไม่ทันได้พูดสิ่งใดออกมา นางกำนัลที่ไปหยิบของฝากจากซีจิ้งก็เข้ามาเสียก่อน เสนาบดีเซี่ยจึงทำได้เพียงส่งสายตาของความห่วงใยไปให้เพียงเท่านั้น
ตอนที่ 11 ข้าจะส่งเสริมเจ้าเองใบหน้าหล่อร้ายของเหลียงเฟิงไห่กระตุกยิ้ม ฝ่ามือหนากระชับพลางลากร่างอรชรไปที่เตียงนอน จ้าวฟางหลินเบิกตาขึ้นอย่างตกใจ พยายามจะขืนตัวเองเอาไว้ ทว่าไม่เป็นผลร่างอรชรมีหรือจะสู้แรงชายชาตรีร่างสูงใหญ่ของเขาได้“ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ พระองค์กำลังใช้อำนาจของบุรุษรังแกสตรีบอบบางเช่นหม่อมฉัน” ร่างอรชรถูกดันจนล้มไปบนเตียง ความรู้สึกในใจหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก ทว่าไม่อาจจะแสดงออกมาให้คนป่าเถื่อนตรงหน้าเห็นได้ มิเช่นนั้นในครั้งต่อไปมีหรือที่นางจะไม่ถูกข่มเหงเช่นนี้บ่อย ๆ “บอบบางหรือ ข้าพิสูจน์มาแล้วกับตัวว่าเจ้ามิได้บอบบางดังปากว่า เจ้าสามารถรับตัวตนของข้าได้ทั้งคืนจะเรียกบอบบางได้เช่นใดกัน” ใบหน้าหล่อเหลาซบลงไปที่ซอกคอขาว เพียงแค่ได้กลิ่นกายที่หอมและคงจะเป็นลักษณะเฉพาะตัวของพระชายาเขาเท่านั้น เพราะทั่วแคว้นฉู่หามีสตรีใดมีกลิ่นหอมยวนใจเช่นนี้ริมฝีปากหนากดจูบและสูดดมไปทั่ว ลากผ่านไปตรงไหนก็ทิ้งรอยเอาไว้ตรงนั้น สาบเสื้อถูกคลายออกจากกัน เพียงไม่นานใบหน้าองค์รัชทายาทหนุ่มก็ฝังอยู่บนยอดดอกบัวตูมคู่สวยที่ชูชันอยู่บนยอดอกของพระชายาเป็นที่เรียบร้อย“เหลียงเฟิงไห่!!!...ถอยออกไป
ตอนที่ 10 ข้อแลกเปลี่ยน“ฮื้อ...องค์รัชทายาทเพคะ พระองค์ต้องมอบความยุติธรรมให้กับหม่อมฉันนะเพคะ พระชายาขัดคำสั่งพระองค์ไม่พอยังลงไม้ลงมือกับหม่อมฉัน หม่อมฉันไหนเลยจะกล้ากำเริบกับพระชายาหากไม่ใช่เพราะต้องการลงโทษนางกำนัลผู้นั้นตามคำสั่งของพระองค์”เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นปานจะขาดใจของนางกำนัลอาวุโสที่กำลังหมอบอยู่แนบพื้นดังขึ้นอย่างน่าเวทนา ใบหน้าบวมปูดจากการถูกตบเห็นแล้วพานให้รู้สึกสงสารยิ่งนัก อย่างไรเสียจูมามาผู้นี้ก็ดูแลตัวเขาอย่างดีมาโดยตลอด นับตั้งแต่แต่งตั้งให้มามาผู้นี้ดูแลตำหนักบูรพามาไม่เคยมีสักครั้ง ที่จะทำให้เขาต้องปวดหัว“องค์รัชทายาทโปรดให้ความเป็นธรรมกับท่านแม่บุญธรรมของมู่ชิงด้วยนะเพคะ ก่อนหน้านั้นภายในตำหนักของพระองค์ไม่เคยมีเรื่องราวเช่นนี้ แต่เวลานี้หากพระองค์ไม่อยู่ตำหนัก ก็หาความสงบมิเคยได้เลยเพคะ” ไม่เพียงแค่จูมามาเพียงผู้เดียว จูมู่ชิงที่เป็นหลานสาวแท้ ๆ ของจูมามาก็ยังคงหมอบแนบพื้นขอความเป็นธรรมให้ท่านป้าของนางด้วยเช่นกันจูมู่ชิงเป็นบุตรของจูชิงอี้ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องสาวแท้ๆ ของจูมามาจะว่าไปแล้วทั้งสองคนยังเป็นญาติห่าง ๆ ของฮองเฮาสุ่ยหนิงอีกด้วย พระองค์จึงรับทั้ง
ตอนที่ 9 สั่งสอน“กล้ามองหน้าข้าหรือจูมามา เจ้ากล้ามากเลยสินะ” จ้าวฟางหลินก้าวขาเดินเข้าไปหาร่างท้วมของนางกำนัลอาวุโสอย่างมาดร้ายจูมามาเดินถอยหลังหลบหลีกอย่างหวาดกลัว ที่ผ่านมามิใช่ไม่เคยได้ยินว่าจ้าวฟางหลินพยศมากเพียงใด นางเดินร่นถอยจนแผ่นหลังติดกับกำแพงเย็นเฉียบ สายตาสอดส่ายมองหาตัวช่วย ทว่าก็หามีผู้ใดไม่ นอกจากจะไม่มีคนยื่นมือเข้ามาช่วยแล้ว เหล่านางกำนัลยังหันมามองด้วยแววตาสะใจอีกเช่นกัน สมควรแล้วจริง ๆ สำหรับจูมามาผู้นี้เมื่อนางกำนัลอาวุโสเห็นว่าเหล่านางกำนัลทั้งหลายต่างก็มองมาที่ตนเองด้วยความสะใจ ใบหน้าขาวก็เชิดขึ้นสายตากวาดมองไปรอบบริเวณ“หากใครกล้าหัวเราะข้า ข้าจะเลาะฟันมันผู้นั้นออกเสีย!!!” นางกำนัลน้อยใหญ่ก้มหน้าลงทันที ไม่มีผู้ใดไม่รู้ว่าจูมามาผู้นี้องค์รัชทายาทมอบอำนาจให้มากเพียงใด“อำนาจเจ้าเยอะเหลือเกินนะจูมามา ข้าก็อยากจะรู้ว่าหากเป็นข้าเล่าที่หัวเราะเจ้าจะกล้าอย่างที่ปากว่าอยู่หรือไม่”“พระชายา!!!...พระองค์จะขัดคำสั่งองค์รัชทายาทหรือพระองค์เองก็เป็นถึงองค์หญิงคงจะรู้สิ่งใดควรมิควรนะเพคะ ที่ตำหนักบูรพานี่องค์รัชทายาทเป็นใหญ่ ผู้ใดก็ขัดขืนมิได้” จ้าวฟางหลินจ้องหน้านางกำ
ตอนที่ 8อำนาจอยู่ที่ผู้ใดหลังจากที่เสนาบดีเซี่ยโป๋ซีกลับไปวันนั้น ไม่นานเขาก็ส่งหญิงสาวมารับใช้จ้าวฟางหลินเพิ่มหนึ่งคน โดยอ้างว่าเพื่อคอยช่วยเหลือจ้าวฟางหลินที่นี่ เพราะถึงอย่างไรจ้าวฟางหลินจะต้องมีคนที่ภักดีต่อนางเพิ่มอีกคน เมื่อยามที่ถางเย่ถูกลงโทษเช่นนี้ หาไม่แล้วที่วังรัชทายาทจะไม่มีคนของนางเลย ซึ่งนั่นทำให้ท่านตาอย่างเซี่ยโป๋ซีเป็นกังวลเป็นอย่างมากเฟิ่งหรูซิงเป็นนางกำนัลที่รู้งานเป็นที่สุด นางมีความอ่อนน้อมถ่อมตนและเคารพจ้าวฟางหลินจากใจจริง พระชายาจึงเอ็นดูได้ไม่ยากนัก“ออกไป”เสียงเข้มสายหนึ่งดังขึ้นมาจากทางหน้าห้อง เหล่านางกำนัลทั้งหลายต่างก็รีบออกไปกันจนหมดแม้แต่เฟิ่งหรูซิงที่เพิ่งมาใหม่ก็ไม่อาจรั้งอยู่ต่อ เพราะเกรงต่อโทสะของผู้เป็นเจ้าของวังแห่งนี้“เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงได้รับใครต่อใครเข้ามาในวังของข้าโดยที่ไม่แจ้งแก่ข้าก่อน”จ้าวฟางหลินถอนหายใจออกมาเสียงเบา มือบางเสียบเข็มลงไปในผ้าเช็ดหน้าที่กำลังปักลวดลายอย่างใจเย็น นางไม่ได้สนใจหันไปตอบสวามีที่กำลังยืนหน้าเขียวคล้ำอยู่ตรงหน้า ลิงป่าจะเลี้ยงให้เชื่องคงจะเป็นเรื่องยากเหลียงเฟิงไห่เห็นว่าพระชายาไม่สนใจตนเอง เขาจึงเดินเข้าไปก
ตอนที่ 7เสนาบดีเซี่ยเพราะเกิดเรื่องขึ้นกับนางกำนัลคนสนิทในวันนั้น จ้าวฟางหลินจึงได้ลืมเลือนเรื่องท่านตาไปเสียสนิท ถางเย่ต้องถูกรับโทษตามความผิดในกฎของวังรัชทายาท แม้นางอยากจะสอดมือเข้าไปยุ่งเพียงใด ก็อาจทำได้อย่างไม่เต็มที่ นั่นเพราะถางเย่เองก็ยินดีที่จะรับโทษนั้นอย่างเต็มใจ นางรู้ดีว่าในใจถางเย่การรับโทษครั้งนี้ ยังดีเสียกว่าการถูกส่งกลับซีจิ้งจ้าวฟางหลินย่อมไม่พอใจที่ไม่อาจปกป้องคนของตนเองเอาไว้ได้ในครั้งนี้“ทูลพระชายาเสนาบดีเซี่ยโป๋ซีมาขอเข้าเฝ้าเพคะ” พระชายาหันไปตามเสียงเรียกของนางกำนัลหลี่ ใบหน้าหวานพยักขึ้นตอบรับ“เชิญท่านเสนาบดีไปที่ศาลากลางสระบัวเดี๋ยวข้าตามไป” “เพคะพระชายา” หลี่จินเป่าค้อมตัวรับคำสั่งและเดินออกไป นางกำนัลอีกคนรีบเข้ามาช่วยพระชายาแต่งตัวเป็นการด่วน จ้าวฟางหลินเดินเข้ามาที่ศาลาดังกล่าวด้วยท่าทางสง่างาม เสนาบดีเซี่ยลอบมองพระพักตร์ที่เหมือนดังเช่นบุตรีของตนเองก็รู้สึกยินดีขึ้นมา จ้าวฟางหลินและจ้าวฟางหรงมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก “ถวายพระพรพระชายารัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ” น้ำเสียงอบอุ่นเอ่ยขึ้นเมื่อจ้าวฟางหลินนั่งลงยังศาลากลางน้ำแห่งนี้“ท่านตาตามสบายเถิ
ตอนที่ 6 กฎข้อที่ยี่สิบหลังจากที่เหลียงเฟิงไห่เข้าไปหาเรื่องนางในห้องอาบน้ำวันนั้น จ้าวฟางหลินก็ไม่เห็นพระพักตร์ของพระสวามีตนเองอีกเลย นางออกมาจากห้องอาบน้ำก็เห็นเหล่านางกำนัลจัดเตรียมสำรับอาหารอย่างดีเอาไว้รออยู่ก่อนแล้ว ทว่าเจ้าของตำหนักกลับไม่อยู่ หลังจากรับอาหารมื้อนั้นจ้าวฟางหลินก็ถามเวลาอาหารที่แน่นอนของที่แห่งนี้ ทว่าคำตอบจากเหล่านางกำนัลกลับไม่เป็นเช่นที่สวามีขู่นาง หากนางอยากรับอาหารหรือของว่างยามใดก็ย่อมได้ ร่างอรชรได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างมาดร้าย เรื่องเพียงนี้ไยต้องมาขู่กันเล่น เหลียงเฟิงไห่ถูกเรียกตัวไปปราบโจรภูเขาที่อี้หนานผ่านไปถึงยี่สิบห้าวันแล้วองค์รัชทายาทก็ยังไม่กลับตำหนัก จ้าวฟางหลินนั่งจิบชาอยู่ในสวนกลางตำหนักไป่เหอ เป็นตำหนักที่คนป่าเถื่อนนั้นมอบให้นางได้อยู่อาศัย ใบหน้าหวานคิดทบทวนถึงเรื่องที่ผ่านมา ไม่เข้าใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้นเมื่อตอนที่สวามีไปรับนางจากวังหลวงท่าทีของเขาก็ยังดูเหมือนเป็นปกติเฉกเช่นคนทั่วไป ทว่าเมื่อเปิดผ้าคลุมหน้าออกเพียงเท่านั้น นางก็ได้รับสายตาเย็นชากลับคืนมาทันที “นางกำนัลหลี่ ข้าอยากไปเยี่ยมท่านตาเสียหน่อยจะได้หรือไม่”นางกำนัลหลี่นางกำน







