หน้าหลัก / รักโบราณ / ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์ / ตอนที่ 1 กลิ่นอายความตายและขนมพิษ

แชร์

ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์
ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์
ผู้แต่ง: ยี่สิบห้าเมษา ฯ.

ตอนที่ 1 กลิ่นอายความตายและขนมพิษ

last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-22 00:57:35

ท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างหนักในฤดูหนาวที่เหน็บหนาวที่สุดของแคว้นชิง กลิ่นคาวเลือดและเขม่าควันไฟอบอวลไปทั่วบริเวณจวนขุนนางตระกูลหลินที่เคยรุ่งเรือง บัดนี้กลับเงียบเหงาและเต็มไปด้วยความตาย เสียงกรีดร้องด้วยความบ้าคลั่งของอนุภรรยาที่เพิ่งได้รับการเชิดชูขึ้นเป็นฮูหยินใหญ่ดังแว่วมาจากเรือนทิศตะวันตก นางเสียสติไปแล้วหลังจากรู้ข่าวว่าบุตรสาวคนโตที่เป็นถึงพระสนมกำลังจะถูกประหารชีวิตในข้อหาคบชู้สู่ชาย

หลินชิงเยียนนั่งนิ่งอยู่ภายในห้องโถงของเรือนหอที่ดูหรูหราทว่าอ้างว้าง ดวงตาที่เคยสุกใสบัดนี้บวมช้ำจากการร้องไห้มาหลายวันติดกัน นางในชุดแพรพรรณชั้นเลิศนั่งมองถ้วยน้ำชาที่เย็นชืดสนิทอยู่บนโต๊ะ ในใจของนางเต็มไปด้วยความสับสนและความเจ็บปวดที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยได้หมด

"คุณหนู... ท่านโหวส่งข่าวมาว่า พระสนมหลินเยี่ยฉือต้องการพบท่านเป็นครั้งสุดท้ายก่อนรับโทษประหารเจ้าค่ะ"

สาวใช้คนสนิทรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ชิงเยียนหลับตาลงช้าๆ พี่สาวต่างมารดาผู้ที่กลั่นแกล้งนางมาตลอดชีวิต คนที่ชิงดีชิงเด่นและทำทุกทางเพื่อจะได้เข้าวังไปเป็นหงส์เหนือมังกร บัดนี้กำลังจะกลายเป็นเพียงเถ้าถ่านที่ไร้คนจดจำ

เวลาต่อมา ณ เรือนรับรองเล็กๆ หลังจวนที่ถูกใช้เป็นที่คุมขังชั่วคราว หลินเยี่ยฉือในสภาพที่ไร้ซึ่งเครื่องประดับทองระยิบระยับ ผมเผ้ายุ่งเหยิงและใบหน้าที่ซูบผอมจนน่ากลัวนั่งรออยู่ นางมองเห็นชิงเยียนเดินเข้ามาด้วยท่าทางสง่างาม แม้ในยามมืดมนที่สุด ชิงเยียนก็ยังคงมีกลิ่นอายของความสุขที่ได้รับจากสามีขุนนางหนุ่มผู้แสนดี ซึ่งเป็นชายที่เยี่ยฉือเคยตราหน้าว่า 'ต่ำต้อยเกินไป' สำหรับนางในตอนนั้น

"เจ้ามาแล้วหรือ... น้องสาวข้า" เสียงของเยี่ยฉือแหบพร่า นางฝืนยิ้มที่ดูน่าสยดสยอง

"ท่านพี่..." ชิงเยียนเรียกด้วยความเวทนา "เหตุใดเรื่องราวจึงกลายเป็นเช่นนี้"

"เพราะความอิจฉาอย่างไรเล่า!" เยี่ยฉือแผดเสียงขึ้นมาทันที "ในวังนั้นไม่ใช่สวรรค์ แต่มันคือขุมนรก! พวกนางสนมพวกนั้น... กุ้ยเฟยคนนั้น... ใส่ร้ายข้า ฮ่องเต้ผู้เย็นชานั่นก็ไม่เคยเหลียวแลข้าแม้แต่เพียงนิดเดียว เขาปล่อยให้ข้าตายเพียงเพื่อรักษาชื่อเสียงของราชวงศ์!"

เยี่ยฉือหอบหายใจแรง ก่อนจะพยายามปรับสีหน้าให้ดูอ่อนลง นางหยิบห่อผ้าเล็กๆ ออกมาจากแขนเสื้อ ภายในมีขนมกุ้ยฮวาที่ดูน่าทานและส่งกลิ่นหอมกรุ่น

"ชิงเยียน... ข้ารู้ว่าข้าทำผิดต่อเจ้ามามาก ตลอดชีวิตข้าเอาแต่รังแกเจ้า วันนี้ข้าไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว ข้าขอโทษ... ขนมนี้ข้าทำเองกับมือในวันสุดท้ายที่ได้รับอนุญาต ข้าอยากให้เจ้าทานมัน... ถือเสียว่าเป็นคำขอขมาจากพี่สาวที่กำลังจะตายคนนี้"

ชิงเยียนมองใบหน้าที่ดูโศกเศร้าและดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาของพี่สาว หัวใจที่อ่อนโยนของนางเริ่มสั่นคลอน นางคิดว่าในวาระสุดท้ายของชีวิต มนุษย์เราคงไม่หลอกลวงกันอีกแล้ว ชิงเยียนหยิบขนมชิ้นนั้นขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา

"ข้าอภัยให้ท่านพี่... ขอให้ชาติหน้าเราเกิดมาเป็นพี่น้องที่รักกันจริงๆ เถิด"

ชิงเยียนกัดขนมชิ้นนั้นลงไป รสหวานของมันแผ่ซ่านไปทั่วลิ้น แต่มันกลับตามมาด้วยรสขมปร่าที่แปลกประหลาด เพียงเสี้ยววินาที ไม่กี่อึดใจต่อมา ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงก็พุ่งพล่านจากท้องขึ้นมาถึงทรวงอก ราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงอวัยวะภายในของนาง

"อึก... ท่านพี่... นี่มัน..."

ชิงเยียนล้มลงกับพื้น มือเรียวสวยกุมลำคอไว้แน่น เลือดสีคล้ำเริ่มไหลออกจากมุมปากและดวงตา นางมองไปที่เยี่ยฉือซึ่งบัดนี้กลับหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาของพี่สาวหายไปเหลือเพียงความสะใจที่บิดเบี้ยว

"ฮ่าๆๆ! เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าเสวยสุขอยู่คนเดียวหรือ? ในเมื่อข้าต้องตาย เจ้าที่ข้าเกลียดที่สุดก็ต้องตายไปกับข้า! สามีที่แสนดีของเจ้า ความรักที่เจ้ามี... ข้าจะทำลายมันไปพร้อมกับชีวิตของเจ้า!"

เยี่ยฉือหยิบขนมที่เหลือเข้าปากตัวเองเช่นกัน "เราไปลงนรกด้วยกันเถิด ชิงเยียน!"

สติของชิงเยียนเริ่มเลือนราง ภาพสุดท้ายที่นางเห็นคือใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความอาฆาตของพี่สาว และเสียงฝีเท้าของสามีที่วิ่งเข้ามาตะโกนเรียกชื่อนางด้วยความตื่นตระหนก... แต่มันสายเกินไปแล้ว ความมืดมิดเข้าปกคลุมทุกอย่าง พร้อมกับความแค้นที่สลักลึกในวิญญาณว่า ความใจอ่อนคืออาวุธที่ฆ่านาง

เฮือก!

หลินชิงเยียนสะดุ้งสุดตัว ร่างกายของนางเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ นางหอบหายใจรัวเร็วราวกับคนที่เพิ่งโผล่พ้นน้ำ มือสองข้างคลำไปตามลำคอและร่างกายที่เคยรุ่มร้อนด้วยพิษร้าย แต่นางกลับพบเพียงผิวพรรณที่เรียบเนียนและอบอุ่น

"คุณหนู! ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ? ฝันร้ายหรือ?"

เสียงที่คุ้นเคยทำให้นางหันไปมอง ชุ่ยเอ๋อร์ สาวใช้คนสนิทที่ควรจะตายไปพร้อมกับจวนที่ล่มสลาย กำลังยืนถืออ่างล้างหน้ามองนางด้วยความกังวล ชิงเยียนมองไปรอบๆ ห้อง... นี่ไม่ใช่เรือนหอขมขื่นของนาง แต่มันคือห้องนอนในจวนตระกูลหลินเมื่อหลายปีก่อน!

นางรีบลุกไปที่คันฉ่องทองเหลือง ภาพที่สะท้อนออกมาคือดรุณีแรกรุ่น ใบหน้างดงามหมดจด ดวงตาเรียวยาวราวกับหงส์ ผิวพรรณผุดผ่องไร้ราคี นางย้อนกลับมา... ย้อนกลับมาในช่วงเวลาก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลาย

"วันนี้วันที่เท่าไหร่?" ชิงเยียนถามเสียงสั่น

"วันที่สิบสองเดือนสามเจ้าค่ะ... อีกไม่กี่ชาม นายท่านจะเรียกคุณหนูและคุณหนูใหญ่ไปพบที่โถงกลางเพื่อหารือเรื่องการคัดเลือกเข้าวังและงานมงคลกับท่านโหวเจ้าค่ะ"

หัวใจของชิงเยียนเต้นรัว นี่คือวันที่เปลี่ยนโชคชะตาของนาง! ชาติที่แล้วนางจำได้ว่าตนเองถล่มตัวไม่ยอมเข้าวังเพราะแอบรักขุนนางหนุ่มคนนั้น จึงเปิดทางให้หลินเยี่ยฉือได้เข้าวังตามความปรารถนา และนั่นคือจุดเริ่มต้นของจุดจบ

ขณะที่นางกำลังรวบรวมสติ ประตูห้องก็ถูกผลักออกอย่างแรง หลินเยี่ยฉือเดินเข้ามาด้วยชุดสีแดงฉูดฉาด ใบหน้าแต่งแต้มงดงาม ทว่าแววตาของนางกลับดูต่างออกไป... มันดูมีความทะเยอทะยานที่ปนไปด้วยความระแวดระวัง และที่สำคัญ มันมีร่องรอยของความหวาดกลัวที่ซ่อนไม่มิด

ชิงเยียนจ้องมองพี่สาวนิ่ๆ สัมผัสได้ทันทีจากสัญชาตญาณ... หลินเยี่ยฉือก็ย้อนกลับมาเช่นกัน!

เยี่ยฉือมองชิงเยียนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคือง นางจดจำรสชาติความทรมานในวังหลวงได้ดี ความอัปยศที่ถูกกล่าวหาว่าคบชู้ และความตายที่อนาถ ชาตินี้นางจะไม่ยอมเป็นสนมของฮ่องเต้เย็นชาผู้นั้นอีกเด็ดขาด! นางต้องการสามีที่รักและปกป้องนางได้ ต้องการชีวิตที่ชิงเยียนเคยมี!

"ชิงเยียน... วันนี้เจ้าดูใจลอยนะ" เยี่ยฉือเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงที่พยายามปรับให้ปกติ แต่แฝงไปด้วยนัยยะ "ข้าคิดว่า ตำแหน่งพระสนมในวังหลวงนั้นช่างสูงส่งนัก แต่ข้าเป็นพี่สาว... ข้าอยากให้เจ้าได้สิ่งที่ดีที่สุด เจ้าไม่สนใจจะลองพิจารณาดูหรือ?"

ชิงเยียนลอบยิ้มเยือกเย็นในใจ หึ... ชาติก่อนเจ้าแย่งชิงมันไป ชาตินี้เจ้ากลับโยนมันมาให้ข้า เพราะเจ้ารู้ว่ามันคือทางตายสินะ?

"ท่านพี่ล้อเล่นแล้ว ท่านเป็นลูกสาวคนโตที่ท่านแม่ (อนุ) เพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นฮูหยินใหญ่ ตำแหน่งหงส์ย่อมเหมาะกับท่านมากกว่าข้าที่เป็นเพียงบุตรสาวสายรองที่ไร้ความสำคัญ" ชิงเยียนตอบกลับอย่างนอบน้อม ทว่าในใจเริ่มวางแผนการใหญ่

หากชาติที่แล้วการเป็นภรรยาขุนนางคือความทุกข์เพราะแม่สามีและการไร้อำนาจปกป้องตนเอง เช่นนั้นชาตินี้นางจะเข้าวัง! นางจะเปลี่ยนกรงทองที่เคยฆ่าพี่สาวให้กลายเป็นบัลลังก์ที่มั่นคงที่สุด นางจะไม่ยอมเป็นเพียงดอกไม้ที่รอวันร่วงโรย แต่จะเป็นนางพญาที่กำโชคชะตาไว้ในมือตนเอง

"ไม่! ข้าตัดสินใจแล้ว!" เยี่ยฉือรีบพูดขัด "ข้าจะแต่งให้ท่านโหว! ส่วนเจ้า... เจ้าต้องเข้าวัง!"

ชิงเยียนแสร้งทำเป็นตกใจและเสียใจ "แต่ท่านพี่... ฮ่องเต้ผู้นั้น... ร่ำลือกันว่าเป็นทรราช เย็นชาและไร้หัวใจ ท่านจะส่งน้องไปตายหรือ?"

"เจ้าฉลาดนัก เจ้าต้องเอาตัวรอดได้แน่!" เยี่ยฉือพูดจบก็สะบัดหน้าเดินออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อไปบีบบังคับบิดาให้เป็นไปตามแผน

หลินชิงเยียนมองตามหลังพี่สาวไป แววตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งในฤดูหนาว

"ในเมื่อเจ้าอยากได้สามีข้านัก ก็เอาไปเถิดเยี่ยฉือ... แล้วเจ้าจะได้รู้ว่าแม่สามีที่เจ้าคิดว่ารับมือง่าย จะทำให้ชีวิตเจ้าเหมือนตายทั้งเป็นยิ่งกว่าในวังเสียอีก"

นางหันกลับมามองตัวเองในกระจกอีกครั้ง มือเรียวลูบใบหน้าตนเองเบาๆ "ส่วนข้า... ฮ่องเต้ทรราชหรือ? ข้าจะทำให้ชายที่เย็นชาที่สุดในแผ่นดิน สยบแทบเท้าข้าให้ได้!"

ศึกครั้งนี้เพิ่งเริ่มต้น ชิงเยียนรู้ดีว่าหนทางข้างหน้ามีทั้งฉินกุ้ยเฟยผู้โหดเหี้ยม และกับดักมากมายในวังหลัง แต่นางไม่ใช่ชิงเยียนผู้โง่เขลาคนเดิมอีกต่อไป นางมี "ความทรงจำ" เป็นอาวุธ และมี "ความแค้น" เป็นแรงผลักดัน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 30 เงาสะท้อนในกาลเวลา (ตอนจบ)

    สิบปีผ่านไป...ท่ามกลางความเงียบสงบของ 'ศาลาคืนวาร' ที่ตั้งอยู่ลึกที่สุดในอุทยานหลวง หลินชิงเยียนในวัยสามสิบเศษยังคงความงดงามไว้อย่างน่าอัศจรรย์ ท่วงท่าของนางบัดนี้เต็มไปด้วยความสุขุมของมารดาแห่งแผ่นดิน นางกำลังนั่งมองเซียวหมิงอวี่ รัชทายาทวัยสิบห้าปีที่กำลังขะมักเขม้นกับการคัดอักษร และบุตรสาวคนเล็ก องค์หญิงเซียวหลิงเอ๋อร์ วัยแปดขวบที่กำลังวิ่งเล่นไล่จับผีเสื้ออยู่ไม่ไกล"เสด็จแม่พะยะค่ะ..." หมิงอวี่วางพู่กันลงแล้วเงยหน้าขึ้น "ลูกสงสัยนัก ในตำราประวัติศาสตร์ราชวงศ์บันทึกไว้เพียงว่าเสด็จแม่ทรงฝ่าฟันอุปสรรคมามากมายจนได้ครองบัลลังก์หงส์ แต่เหตุใด... ในแววตาของเสด็จแม่ยามมองไปยังตำหนักเย็น หรือจวนตระกูลหลินที่ร้างผู้คน ถึงได้ดูเศร้าสร้อยและลึกซึ้งเพียงนั้น?"ชิงเยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง นางวางถ้วยชาลงช้าๆ แล้วกวักมือเรียกบุตรชายเข้ามาใกล้ "หมิงอวี่... โลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยง่าย ความสงบที่เจ้าเห็นในวันนี้ แลกมาด้วยหยดเลือด น้ำตา และการตัดสินใจที่ยากลำบากในอดีต""ลูกอยากรู้พะยะค่ะ... ว่าแท้จริงแล้ว 'ชัยชนะ' ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคืออะไร? คือการกำจัดศัตรูให้พินาศสิ้น หรือคือการครอบครองอำนาจ?"ชิงเย

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 29 ใต้ร่มเงาแห่งรัก

    เวลาผันผ่านไปราวกับสายน้ำที่ไหลรินอย่างสงบ ห้าปีผ่านไปนับตั้งแต่พิธีสถาปนาฮองเฮาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ บัดนี้แผ่นดินชิงก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความมั่งคั่งและร่มเย็นอย่างถึงขีดสุด ราษฎรต่างสรรเสริญการปกครองของมังกรผู้ปรีชาและหงส์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาภายในอุทยานหลวงที่เต็มไปด้วยดอกเหมยสีแดงบานสะพรั่งท่ามกลางหิมะโปรยปราย หลินชิงเยียนในวัยที่สง่างามและสุขุมยิ่งกว่าครั้งใด ประทับนั่งอยู่บนศาลาไม้หอม ทอดพระเนตรดูเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบที่กำลังฝึกยิงธนูไม้เล็กๆ อย่างขะมักเขม้น โดยมีมังกรหนุ่มอย่าง เซียวจื่อเซียนคอยประคองแขนสอนท่วงท่าอยู่ไม่ห่าง"เสด็จแม่! ลูกยิงถูกเป้าแล้วพะยะค่ะ!" เซียวหมิงอวี่ร้องเรียกด้วยความดีใจพลางวิ่งเข้ามากอดเอวชิงเยียน ใบหน้าถอดแบบมาจากฮ่องเต้ราวกับพิมพ์เดียว แต่ดวงตาคู่นั้นกลับใสซื่อและเฉลียวฉลาดเหมือนมารดาชิงเยียนใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนหน้าผากของบุตรชายอย่างอ่อนโยน "เก่งมากหมิงอวี่ แต่จำไว้นะลูก ธนูมีไว้เพื่อปกป้อง มิใช่เพื่อทำลาย ยิ่งเจ้ามีอำนาจมากเท่าใด ใจของเจ้าต้องอ่อนน้อมต่อราษฎรมากเท่านั้น""ลูกจะจำไว้พะยะค่ะ" เด็กน้อยรับคำอย่างแข็งขันก่อนจะวิ่งไปหา

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 28 สถาปนาฮองเฮา

    รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์มาถึง ท้องฟ้าเหนือพระราชวังหลวงถูกย้อมด้วยสีทองละมุน เสียงแตรสังข์และกลองศึกดังประโคมกึกก้องไปทั่วทั้งพระนคร เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ — พิธีสถาปนาฮองเฮาคู่บัลลังก์ภายในตำหนักฉีเสียง บรรยากาศเต็มไปด้วยความปีติและสำรวม หลินชิงเยียนนั่งสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ นางกำนัลอาวุโสนับสิบคนกำลังปรนนิบัติแต่งกายให้นางด้วยความประณีตสูงสุด ชุดพิธีการสีแดงเข้มที่ปักลวดลายหงส์ทองผงาดฟ้าด้วยดิ้นทองคำแท้ดูงดงามราวกับมีชีวิต ทุกฝีเข็มที่ปักลงบนอาภรณ์ชุดนี้เปรียบเสมือนรอยจารึกแห่งการต่อสู้และการดิ้นรนที่ชิงเยียนผ่านมาตลอดสองชาติภพ"พระนางทรงงดงามเหลือเกินเพคะ" ชุ่ยเอ๋อร์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะบรรจงสวมฉลองพระบาทปักลายมงคลให้นาง "จากคุณหนูในเรือนร้าง สู่มารดาแห่งแผ่นดิน... หม่อมฉันดีใจที่ได้อยู่รับใช้พระนางมาจนถึงวันนี้เพคะ"ชิงเยียนยิ้มบางๆ ผ่านคันฉ่อง แววตาของนางมิได้มีความเย่อหยิ่งทระนงทว่าเปี่ยมไปด้วยความสุขุมลุ่มลึก "ชุ่ยเอ๋อร์... ตำแหน่งนี้มิใช่รางวัลของข้าเพียงคนเดียว แต่มันคือชัยชนะของพวกเราทุกคนที่เชื่อม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 27 บ่วงกรรมที่สิ้นสุด

    กลิ่นธูปหอมจางๆ อบอวลอยู่ภายในห้องพระลับของตำหนักฉีเสียง หลินชิงเยียนในชุดคลุมสีทองเรียบง่ายนั่งสงบนิ่งอยู่หน้าป้ายวิญญาณของมารดาที่นางแอบนำมาประดิษฐานไว้ บัดนี้เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากที่องค์ชายน้อยหมิงอวี่ลืมตาดูโลก ร่างกายของนางกลับมาแข็งแรงและผุดผ่องยิ่งกว่าครั้งใด ทว่าในใจของนางกลับโหยหาความสงบเพื่อปิดฉาก "บ่วงกรรม" ทั้งหมดอย่างแท้จริง"ท่านแม่เพคะ... วันนี้ลูกนำความสำเร็จมาบอกท่าน" ชิงเยียนพึมพำพลางวางดอกบัวขาวลงหน้าป้ายวิญญาณ "ศัตรูที่เคยทำร้ายเราพินาศสิ้นแล้ว เลือดเนื้อเชื้อไขของลูกได้กลายเป็นรัชทายาทแห่งแผ่นดิน บ่วงแค้นที่ลูกแบกมาจากชาติปางก่อน... บัดนี้ลูกขอวางมันลงที่นี่เพคะ"นางหลับตาลง ภาพเหตุการณ์นองเลือดในอดีต ภาพใบหน้าอันบิดเบี้ยวของเยี่ยฉือ และภาพความโหดร้ายของฉินกุ้ยเฟยค่อยๆ จางหายไปจากห้วงคำนึงราวกับถูกสายน้ำแห่งกาลเวลาชะล้างจนสะอาดณ ลานประหารหน้าประตูเมืองในวันเดียวกันนั้นเอง ราชโองการฉบับสุดท้ายถูกอ่านออกเสียงท่ามกลางพยานนับพัน หลินกั๋วตง อดีตบิดาผู้ทรยศต่อคุณธรรม บัดนี้ร่างกายซูบผอมเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกจากการตรากตรำแรงงานหนักที่ชายแดน เขาถูกคุมตัวกลับ

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 26 การประสูติของมังกร

    ลมสารทฤดูพัดโบกผ่านยอดตำหนักฉีเสียง นำพาความเย็นสดชื่นมาสู่บรรยากาศที่แสนจะตึงเครียด ภายในห้องบรรทมที่ถูกเตรียมพร้อมไว้อย่างแน่นหนา กลิ่นสมุนไพรอุ่นๆ และน้ำอุ่นถูกจัดเตรียมไว้โดยนางกำนัลที่คัดเลือกมาอย่างดีที่สุด บัดนี้ถึงเวลาที่ทั่วทั้งแผ่นดินต่างเฝ้ารอคอย — การประสูติของทายาทมังกรหลินชิงเยียนนอนบนแท่นบรรทม ใบหน้าของนางชุ่มไปด้วยเหงื่อและความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาเป็นระลอก มือบางกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้นางจะเคยผ่านความตายมาแล้ว แต่ความเจ็บปวดจากการให้กำเนิดชีวิตใหม่นั้นช่างเหนือคำบรรยาย"พระสนมเพคะ ทรงอดทนอีกนิดนะเพคะ เห็นพระเศียรแล้วเพคะ!" หมอหลวงซ่งและแม่หมอหลวงตำแยต่างให้กำลังใจด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความตื่นเต้นณ โถงด้านหน้าตำหนักเซียวจื่อเซียนทรงดำเนินกลับไปกลับมาด้วยความกระวนกระวายใจ พระองค์มิอาจนั่งนิ่งบนบัลลังก์ได้ในยามที่สตรีอันเป็นที่รักกำลังเสี่ยงชีวิตเพื่อบุตรของพระองค์ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของชิงเยียนเล็ดลอดออกมา หัวใจของมังกรผู้เกรียงไกรกลับรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นจนแทบแหลกสลาย"ฝ่าบาททรงใจเย็นลงเถิดพะยะค่ะ หวงกุ้ยเฟยทรงมีบุญบารม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 25 ศึกนอกวังหลัง

    แม้ลมพายุภายในวังหลังจะสงบลงด้วยความตายของพี่สาวและแม่เลี้ยง ทว่าท้องฟ้าเบื้องบนแผ่นดินชิงกลับมิได้ปลอดโปร่งอย่างที่คิด เมื่อข่าวการตั้งครรภ์ของหลินหวงกุ้ยเฟยแพร่สะพัดออกไปนอกกำแพงวังหลวง บรรดาขุนนางเฒ่าหัวแข็งและขั้วอำนาจเก่าที่เหลืออยู่กลับนั่งไม่ติดพื้น พวกเขามองว่าหากชิงเยียนประสูติพระโอรส อำนาจของตระกูลขุนนางดั้งเดิมจะถูกกวาดล้างจนสิ้นซากด้วยน้ำมือของฮ่องเต้ที่ลุ่มหลงในตัวนางณ จวนใต้เท้าเว่ยเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้กุมกำลังพลบางส่วนและเป็นแกนนำขุนนางฝ่ายอนุรักษ์นิยม บรรยากาศภายในห้องลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด"เราปล่อยให้สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างนางนั่งบัลลังก์หงส์ไม่ได้!" ใต้เท้าเว่ยทุบโต๊ะเสียงดัง "หากนางมีองค์ชาย ฝ่าบาทจะทรงสถาปนานางเป็นฮองเฮาทันที และเมื่อนั้นหัวของพวกเราคงหลุดจากบ่าด้วยข้อหา 'กังฉิน' ที่นางคอยเป่าหูฝ่าบาททุกวัน""แต่ใต้เท้าพะยะค่ะ กองกำลังองครักษ์เงาของหวงกุ้ยเฟยนั้นเข้มงวดนัก เราเข้าไม่ถึงตัวนางเลย" ขุนนางผู้น้อยเอ่ยเสียงสั่น"ในเมื่อเข้าทางตรงไม่ได้ ก็ต้องเข้าทางอ้อม" ใต้เท้าเว่ยแสยะยิ้ม "ประกาศออกไปว่าชายแดนทิศเหนือถูกเผ่าเร่ร่อนโจมตี และให้กลุ่มพ่อค้าที่เราร

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 24 การเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย

    ในคืนที่พระจันทร์ถูกบดบังด้วยหมู่เมฆดำมืด บรรยากาศภายในวังหลังกลับเงียบสงัดผิดปกติ หลินชิงเยียนนั่งลืมตาโพลงอยู่บนแท่นบรรทม สัญชาตญาณของการเป็นแม่และการเคยผ่านความตายมาก่อนบอกนางว่าภยันตรายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ นางลูบหน้าท้องอย่างแผ่วเบาด้วยมือที่เย็นเฉียบ"ชุ่ยเอ๋อร์... ดับไฟในห้องโถงด้านนอกให้หม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 23 เยี่ยฉือผู้บ้าคลั่ง

    พายุฝนกระหน่ำซัดชายป่าเมืองหลวงจนกระท่อมดินซอมซ่อสั่นคลอนราวกับจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ ภายในห้องที่อับชื้นและมืดมิด มีเพียงแสงสว่างจากสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบลอดผ่านรอยแตกของผนัง เผยให้เห็นร่างของสตรีที่ดูไม่ต่างจากภูตผี — หลินเยี่ยฉือนางนั่งอยู่บนพื้นดินที่แฉะชื้น ผมเผ้ายาวพะรุงพะรังสีนวลขาวเพราะฝุ่

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 22 จุดจบของแม่เลี้ยงและบิดา

    หลังจากกลิ่นอายความตายของฉินกุ้ยเฟยจางหายไปจากวังหลวง หลินชิงเยียนในฐานะหวงกุ้ยเฟยผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ก็ถึงเวลาที่นางจะชำระบัญชีแค้นที่ค้างคามาตั้งแต่เยาว์วัย บัญชีที่เริ่มต้นจากจวนตระกูลหลิน... บ้านที่ควรจะเป็นที่พักพิง แต่กลับเป็นนรกที่แผดเผานางและมารดาผู้ล่วงลับในเช้าที่อากาศขมุกขมัว ชิงเยียนน

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 21 ข่าวดีที่รอคอย

    หลังจากพายุการล้างบางนางสนมฝ่ายร้ายสงบลง วังหลังก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบที่แท้จริงเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นอายของแผนการร้ายถูกแทนที่ด้วยความร่มเย็นของพันธุ์ไม้ที่เบ่งบานตามฤดูกาล ทว่าท่ามกลางความสงบนั้นกลับมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นภายในตำหนักฉีเสียงหลินชิงเยี

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status