Partager

ตอนที่ 3 แฝดคนละฝา 2

last update Date de publication: 2025-11-23 22:27:47

สองนายบ่าวไม่กล้าใช้ฤทธิ์ เพราะกลัวจะถูกพบร่องรอย จึงต้องพากันเดินไปเรื่อย ๆ ทั้งคู่เดินกันมาพักใหญ่แล้ว จนเข้าเขตเมืองโดยไม่รู้ตัว ฝนที่ตกก็ไม่มีทีท่าว่าจะซาลงเลยแม้แต่น้อย

"องค์หญิง...พวกเราเดินกันมานานแล้วนะเพคะ ฟ้าก็ใกล้จะมืดแล้วด้วย เราจะมาเดินสะเปะสะปะเช่นนี้ถึงเมื่อใดกัน"

"เสี่ยวเซี่ย...ถ้าจะตามมาก็อย่าบ่น หากไม่ไหวก็กลับไปเสีย"

ฉีลู่ส่ายหัวรำคาญ เสี่ยวเซี่ยจึงต้องสงบปาก ทั้งคู่เดินมาจนถึงศาลแห่งหนึ่ง

"องค์หญิง...ที่นี่คือที่ใดเพคะ"

"ข้าก็ไม่รู้...พวกเราเข้าไปดูข้างในกันเถิด หากพอพักพิงได้ คืนนี้ก็พักที่นี่แล้วกัน"

ฉีลู่ผลักประตูบานใหญ่ให้เปิดออก นางชะโงกหน้าเข้าไปมองก่อน

"มีผู้ใดอยู่บ้างหรือไม่"

ฉีลู่ตะโกนถามเข้าไปข้างใน แต่ไม่มีเสียงตอบรับ นางจึงเดินเข้าไป เสี่ยวเซี่ยเดินตามหลังเข้าไปด้วย

"ดูเหมือนที่นี่จะไม่มีผู้ใดอยู่นะเพคะองค์หญิง"

ฉีลู่พยักหน้าเบา ๆ พวกนางเดินเข้าไปถึงด้านในศาล ภายในมีรูปปั้นเจ้าแม่องค์ใหญ่เกือบถึงเพดาน มีกระถางธูปและเครื่องเซ่นเพียงเล็กน้อย

"องค์หญิง...ที่นี่คือสถานที่ใดกันแน่เพคะ ไยจึงเงียบงันนัก"

"ข้าจะรู้ได้อย่างไร ก็เพิ่งมาถึงพร้อมกับเจ้าไม่ใช่หรือ คืนนี้พวกเราพักที่นี่เถิด พรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อ"

ฉีลู่นั่งลงบนพื้น พวกนางแม้เดินตากฝนมาไกล แต่ไม่เปียกเลยสักนิด ภายนอกฝนยังไม่ซา พลันมีเสียงคนเดินเข้ามาในศาล ฉีลู่กับเสี่ยวเซี่ยรีบร่ายเวทย์กำบังตนไม่ให้ผู้ใดได้พบเห็น

สตรีโฉมสราญนางหนึ่งเดินเข้ามาในศาลพร้อมสาวใช้ ภายนอกมีองครักษ์รออยู่หลายคน สตรีนางนั้นสวมเสื้อคลุมยาวและเปียกปอนไปทั้งตัว

"องค์หญิง...ภายนอกฝนตกหนัก พวกเราคงต้องพักที่ศาลนี้สักครู่นะเพคะ"

"อื้ม...ข้าจะขอไหว้เจ้าแม่ก่อน"

สตรีนางนั้นถอดผ้าคลุมที่เปียกปอนออก เผยให้เห็นใบหน้าหวานซึ้งงดงาม ทว่ากลับซีดเซียวไร้สีเลือด นางยังไอออกมาอีกหลายที สาวใช้เข้ามาจับแขนนาง

"องค์หญิง..."

"ข้าไม่เป็นอันได เจ้าถอยไปรอด้านนอกก่อน"

"เพคะ..."

สาวใช้เดินออกไปนอกศาล สตรีโฉมงามมาคุกเข่าไหว้เจ้าแม่ ฉีลู่กับเสี่ยวเซี่ยได้เห็นหน้านางชัด ๆ ก็อดตกใจไม่ได้

"องค์หญิง...ไยนางหน้าเหมือนท่านเล่าเพคะ"

"นั่นสิ...ไยนางหน้าตาเหมือนข้าเช่นนี้"

ฉีลู่จับจ้องมองสตรีสูงศักดิ์นางนั้น และเดินมามองใกล้ ๆ ยิ่งดูก็ยิ่งเหมือน ได้ยินสตรีนางนั้นกล่าวว่า

"ข้าแต่เจ้าแม่หนวี่วา..."

"ห๊ะ!...นี่คือเจ้าแม่หนวี่วาหรือ"

ฉีลู่พึมพำแล้วคุกเข่าลงไหว้เจ้าแม่ข้าง ๆ สตรีนางนั้น

"...ตัวข้าเป็นธิดาคนโตของแคว้นฝานหรง (繁榮) ด้วยน้องชายเพียงคนเดียวของข้ายังเด็กนัก...เพิ่งอายุ 13 ปี ข้าจึงต้องแบกรับภาระบ้านเมือง บัดนี้บ้านเมืองเราต้องเผชิญกับปัญหามากมาย แม้ข้าจะเป็นสตรี...ก็ไม่เคยเกี่ยงงอนแบ่งเบาภาระเสด็จพ่อ แต่ตัวข้ากลับอ่อนแอ ร่างกายเหมือนเทียนไขที่ใกล้ดับ..."

องค์หญิงผู้นั้นร้องไห้ออกมา ฉีลู่หันมามองและนึกสงสาร

"...ข้าไม่รู้ควรทำฉันใด จึงจะช่วยแคว้นและชาวประชาไม่ให้ต้องลำบากจากภัยสงครามและความอดอยาก ขอเจ้าแม่ผู้ศักดิ์สิทธิ์...ได้โปรดยืดอายุให้ข้าได้ยืนยาวอีกสัก 5 ปี รอให้อนุชาของข้าเติบใหญ่พอจะช่วยบ้านเมืองได้ ข้าขอวิงวอน...เจ้าแม่ได้โปรดช่วยข้าด้วย"

องค์หญิงก้มกราบทั้งน้ำตา ฉีลูสงสารนางจับใจ จึงปรากฏร่างออกมา

"เอ๊า!....องค์หญิง ไยจึงเผยตัวเช่นนี้เล่า"

เสี่ยวเซี่ยไม่คิดว่าจู่ ๆ ฉีลู่จะคลายเวทย์เผยตัว นางจะคลายบ้าง แต่ฉีลู่หันไปส่ายหัวให้ เสี่ยวเซี่ยจึงยังคงกำบังตนต่อไป

องค์หญิงเงยหน้าจากกราบเจ้าแม่ เห็นฉีลู่ยืนอยู่ก็ตกใจ ลุกขึ้นถามนางเสียงสั่น

"เจ้า...เจ้าคือผู้ใดกัน"

"ข้าผ่านเข้ามาหลบฝน และคิดค้างคืนที่นี่ เมื่อครู่ได้ยินที่เจ้าพูดคุยกับเจ้าแม่...ก็เลยออกมาดู"

"เจ้าแอบฟังข้าหรือ"

"ไยข้าต้องแอบฟัง ข้าเข้ามาอยู่ก่อนเจ้านานแล้ว"

องค์หญิงมองฉีลู่ที่หน้าตาคล้ายตน ก็นึกแปลกใจ

"ช่างน่าประหลาดนัก ไยแม่นางผู้นี้จึงละม้ายข้าเช่นนี้ ราวกับข้าส่องกระจกมองตนเองก็ไม่ปาน นางเป็นใครกันนะ..."

ฉีลู่ได้ยินเสียงความคิดนาง ก็บอกไปว่า

"หน้าเราสองคนละม้ายกันดังฝาแฝด ขอถามนามท่านจะได้หรือไม่"

"ข้าชื่อฉีลู่...เป็นองค์หญิงของแคว้นฝานหรงนี้"

"อะไรนะ...เจ้าก็ชื่อฉีลู่หรือ"

องค์หญิงพยักหน้า

"ประหลาดจริง ข้าก็ชื่อฉีลู่เช่นกัน ข้าเป็นองค์หญิงจากหนันไห่"

"หนันไห่...ท่านมาจากแคว้นทางใต้หรือ ท่านมาทำอันใดที่นี่"

"บอกตามตรงนะ...ข้าหนีออกจากบ้านมา ข้าทำความผิด...เสด็จพ่อจะจับข้าขังไว้ที่เจดีย์เทียนคง"

"ห๊า!...เจดีย์เทียนคง ที่อยู่บนสรวงสวรรค์นะหรือ"

ฉีลู่พยักหน้า องค์หญิงไม่เชื่อก็หัวเราะออกมา

"เจ้าไม่เชื่อข้าหรือ"

"ขออภัย...ข้าไม่อาจเชื่อท่านได้ มนุษย์จะขึ้นไปบนสวรรค์ได้อย่างไร ต่อให้เป็นฮ่องเต้...ก็ไม่อาจขึ้นไปได้"

"ข้าขึ้นได้นะ...ขึ้นไปหลายครั้งแล้วด้วย"

"แม่นาง...ท่านอย่าล้อเล่นเช่นนี้เลย สวรรค์ไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาพูดเล่นสนุกปากได้นะ"

"ข้าไม่ได้โกหกเจ้าจริง ๆ นะ ข้าเคยขึ้นไปบนสวรรค์แล้วจริง ๆ ซ้ำยังไปทั้งครอบครัวด้วย เพราะเสด็จพ่อของข้าคือเจ้าสมุทรหนันไห่"

"อะไรนะ...เช่นนั้นท่านก็เป็นธิดาเจ้าสมุทรน่ะสิ"

"ใช่...ข้าคือธิดาเจ้าสมุทร"

ฉีลู่พูดจบก็คืนร่างเป็นมังกรให้ดู องค์หญิงตกใจอ้าปากค้าง

"เชื่อหรือยัง..."

นางพยักหน้าเบา ๆ ฉีลู่ก็แปลงกลับมาเป็นมนุษย์

"มังกรหรือ...นับเป็นวาสนาที่ข้าได้พบมังกรก่อนตาย"

องค์หญิงไอออกมาชุดใหญ่ นางเอามือปิดปาก พอเอามือออก ก็เห็นเลือดติดอยู่ที่ฝ่ามือ สีหน้านางที่ซีดอยู่แล้ว กลับซีดลงไปอีก

ฉีลู่เห็นเลือดสด ๆ บนมือองค์หญิงก็ตกใจเช่นกัน องค์หญิงกำมือน้ำตาไหล

"เลือด...ไยเจ้าจึงมีเลือด เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือ"

ฉีลู่ถามอย่างเป็นห่วง องค์หญิงใบหน้าซีดเซียว รู้ว่าชีวิตตนคงอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว

"ข้าเป็นโรคร้าย ร่างกายอ่อนแอ หมอหลวงบอกว่า หากข้าไอเป็นเลือดเมื่อไร นั่นหมายถึงว่า...ชีวิตข้าใกล้ถึงวาระสุดท้ายแล้ว"

องค์หญิงร้องไห้น่าสงสาร

"หมอรักษาไม่ได้หรือ"

"ไม่ได้...ข้ากินยามานาน เสด็จพ่อหาหมอทั้งแผ่นดินมารักษาข้า แต่ทำได้เพียงประทังชีวิตเท่านั้น"

"อะไรกัน...หมอในแดนมนุษย์ช่างไร้ฝีมือนัก เจ้าไปกับข้า...ข้าจะพาเจ้าไปให้หมอบนสวรรค์รักษาเอง"

ฉีลู่จับมือองค์หญิงจะพานางออกไป แต่นางกลับดึงแขตฉีลู่ไว้

"ไม่ได้...ข้าเป็นมนุษย์ ขึ้นไปบนสวรรค์ทั้งที่ยังมีชีวิตไม่ได้หรอก น้ำใจของท่าน...ข้าขอรับด้วยใจ"

องค์หญิงเปลี่ยนคำเรียกฉีลู่

"เจ้าจะยอมตายง่าย ๆ เช่นนี้หรือ"

"ข้าเลือกได้หรือ หากเลือกได้...ข้าย่อมเลือกที่จะไม่ตาย แต่เมื่อมันถึงคราวสิ้นอายุขัยของข้าแล้ว ข้าย่อมหลีกหนีไม่พ้น ข้าเกิดมาสูงศักดิ์ เป็นองค์หญิงใหญ่แห่งแคว้น แต่ช่างน่าเสียดาย...ที่ข้าต้องมาตายทั้งที่มีอายุเพียง 15 ปีเท่านั้น"

"เจ้าช่างน่าสงสารนัก"

"ท่าน...ก็ชื่อฉีลู่หรือ"

ใช่...เพราะข้าเกิดมาพร้อมหยกวิเศษ แล้วเจ้าเล่า..."

"เสด็จแม่เล่าว่า...ตอนที่ข้าเกิด มีราษฏรขุดพบหยกก้อนใหญ่ หยกนั้นถูกนำมาแกะเป็นพระพุทธรูป และนำไปประดิษฐานที่วัดหลวง พวกท่านจึงตั้งชื่อข้าว่าฉีลู่..."

ทั้งสองนางยืนมองและยิ้มให้กัน องค์หญิงคิดว่าตนใกล้ตาย จึงไม่เกรงกลัวมังกรสาว ฉีลู่ก็เห็นอกเห็นใจและสงสารองค์หญิงผู้นี้ ทั้งคู่จับมือกันแน่นด้วยความเห็นกัน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ชายาข้า…คือธิดามังกร   ตอนที่ 71  ความสุขใจที่ใฝ่หา (จบ)

    องค์ชายตานเช่อได้รับรายงานจากคนสนิทแล้ว ก็ทำนิ่งเฉยไว้ก่อน เขารอจนทำพิธีไว้อาลัยเสร็จสิ้น ก็ทูลลาฮ่องเต้กลับ เขากับคนสนิทมาที่กระต๊อบของเหวินซิน เมื่อมองจนแน่ใจแล้วว่าเขายังหลับอยู่ในนั้น และใช่เหวินซินจริง ๆองค์ชายตานเช่อก็สั่งให้คนจุดไฟเผากระต๊อบของเหวินซิน เพราะกระต๊อบสร้างด้วยไม้กับฟาง จึงติดไฟอย่างรวดเร็ว และลุกลามไปทั้งหลัง เหวินซินตื่นเพราะร้อนและสำลักควัน เขาพยายามจะออกไปข้างนอกแต่ก็ออกไปไม่ได้"ช่วยด้วย...ช่วยข้าด้วย"เสียงร้องโหยหวนของเหวินซินตะโกนออกมา องค์ชายตานเช่อหัวเราะเสียงดัง"เหวินซิน...ชอบของขวัญของข้าหรือไม่ หากเจ้าไม่ทรยศข้า...เจ้าก็ไม่ต้องเป็นเช่นนี้""ตานเช่อ...ไอ้สารเลว""เสียงคนใกล้ตายนี่ช่างไพเราะนัก เหวินซิน...จงตายชดใข้ความผิดของเจ้าเถิด...ไอ้คนทรยศ""ไม่...ม่ายยยยย"เสียงร้องโหยหวนเงียบลง พร้อมกับกระต๊อบที่ไฟลุกโชน ตัวเหวินซินก็พลอยถูกเผามอดไหม้ไปด้วย"จบสิ้นกันเสียที ข้าจะกลับไปรวบรวมกองทัพ แล้วยกมาบดขยี้แคว้นฮุยหวงอีกครา ข้าต้องยึดครองดินแดนจงหยวนให้จงได้"องค์ชายตานเช่อยังไม่ยอมเลิกล้มความคิดที่จะยึดครองจงหยวน เขาและคนสนิทขี่ม้ากลับปาเจ๋อ ไม่มีผู้ใดล่ว

  • ชายาข้า…คือธิดามังกร   ตอนที่ 71  ความสุขใจที่ใฝ่หา (จบ)

    ทางแคว้นปาเจ๋อ...ม่อหลัวข่านกับองค์ชายตานเช่อก็ได้รู้เรื่องนี้ สองพ่อลูกที่ยังเคืองแค้นเหวินซิน นั่งพูดคุยปรึกษากัน"ท่านพ่อจะไปร่วมงานหรือไม่""ต้องไปสิ...เพราะเรายังต้องส่งเครื่องบรรณาการให้แคว้นฮุยหวงนี่""เฮอะ!...พูดแล้วก็เจ็บใจ ข้ายังแค้นใจไอ้เหวินซินไม่หาย ยังไม่ได้ชำระแค้นมันเลย""พ่อได้ยินว่ามันก่อกบฎไม่สำเร็จ ไม่รู้ว่าหนีตายไปที่ใดแล้ว""สมน้ำหน้ามัน...รนหาที่เองแท้ ๆ เสด็จพ่อ...ท่านให้ข้าเป็นตัวแทนไปร่วมงานได้หรือไม่ ข้าจะไปสืบหาไอ้คนทรยศเหวินซินให้พบ...แล้วสังหารมันเสีย หากไม่ใช่เพราะมัน...เราคงได้ปกครองฮุยหวงไปแล้ว""ก็ดี...พ่ออายุมากแล้ว ไม่อยากเดินทางไกล เจ้าก็ไปเป็นตัวแทนพ่อก็แล้วกัน เอาคนไปมากหน่อย""ไม่ต้อง...ข้าจะพายอดฝีมือไปเพียง 10 คนก็พอ จะขี่ม้าเร็วไปเอง""ได้...พ่อตามใจเจ้า"องค์ชายตานเช่อตาวาว มุ่งมั่นจะตามสังหารเหวินซินให้ได้ เพราะคิดว่าเขาคือคนทรยศ...ที่ทำให้แผนยึดครองแคว้นฮุยหวงของเขาไม่สำเร็จ และทำให้ปาเจ๋อต้องส่งเครื่องบรรณาการแก่แคว้นฮุยหวงทุกปีด้วยเหวินซินที่บาดเจ็บ...หนีออกจากวังหลวงในช่วงที่ทุกคนกำลังวุ่นวายในการปราบกบฎ เขาจะออกนอกเมืองก็ไม่ได้ จึงปลอ

  • ชายาข้า…คือธิดามังกร   ตอนที่ 71  ความสุขใจที่ใฝ่หา (จบ)

    ในขณะเดียวกัน...เทวีซีไห่ก็กลับมาที่วังในทะเลซีไห่เช่นกัน แต่พอนางจะเข้าไปในวัง กลับถูกทหารที่ครึ่งบนเป็นคนครึ่งล่างเป็นปลาสองตนขวางไว้"ไยพวกเจ้าจึงมาขวางข้า""พวกข้าได้รับคำสั่งจากท่านเจ้าสมุทร ห้ามท่านเข้าไปในวังอีกต่อไป เพราะท่านเจ้าสมุทรได้ขับท่านออกจากซีไห่แล้ว...จงไปเสีย""ไม่จริง...เสด็จพี่จะไม่ทำเช่นนี้กับข้า พวกเจ้าถอยไปนะ อย่ามาขวางข้า"ทหารปลาสองตนไม่เพียงไม่ถอย ยังใช้อาวุธในมือที่เป็นก้านปะการังตีนาง เทวีซีไห่โกรธมาก นางอ้าปากจะใช้ไฟเผาทหารปลาสองตนนั้น แต่กลับพ่นไฟออกมาไม่ได้ นางจะใชเฤทธิ์อะไรก็ไม่ได้ เพราะท่านเจ้าสมุทรได้ผนึกไม่ให้นางใช้ฤทธิ์ได้เมื่อลงทะเลทหารปลาส่งเสียงแหลมเล็กบาดหู...เรียกพรรคพวกออกมาช่วย พวกทหารปลาถือกิ่งปะการังออกมาหลายตน พวกนั้นใช้กิ่งปะการังรุมตีจนนางต้องร้องเรียกสวามีให้ช่วย"เสด็จพี่...ช่วยข้าด้วยเพคะ"เทวีซีไห่ล้มลงกับพื้น เสียงประตูวังเปิดออก ท่านเจ้าสมุทรซีไห่และโอรสทั้งสามเดินออกมา เทวีซีไห่ดีใจร้องเรียกพวกเขา"เสด็จพี่...ลูกแม่ "ทุกคนมองเทวีซีไห่ด้วยสายตาเย็นชา นางเองก็รู้สึกได้ว่าสวามีและโอรสหมางเมินเหินห่าง"ข้าบอกว่าขับเจ้าออกจากซีไห่แล

  • ชายาข้า…คือธิดามังกร   ตอนที่ 71  ความสุขใจที่ใฝ่หา (จบ)

    เวยหลงกับเพ่ยหลงเดินมาสวมกอดฉีลู่ คราวนี้สามพี่น้องต้องจากกันจริง ๆ แล้ว พวกเขาใจหายที่ฉีลู่จะไม่ได้ไปอยู่ที่วังมรกตด้วยกันอีก"น้องสาม...ดูแลตนเองให้ดีนะ หากมีสิ่งใดให้พี่ช่วยเหลือ ก็เรียกพี่ดัง ๆ ไม่ว่าเจ้าจะอยู่หนใด พี่ก็จะรีบไปช่วยเจ้าแน่นอน"เวยหลงบอกฉีลู่ นางเม้มปากพยักหน้าน้ำตาไหล"เจ้าห้ามลืมพี่รองคนนี้นะ พาเหว่ยเอ๋อร์มาหาพวกเราบ่อย ๆ ด้วย""รู้แล้ว...พวกท่านเป็นพี่ชายที่ข้ารักที่สุดนะ พวกท่านก็ห้ามลืมข้าด้วย"ฉีลู่ร้องไห้กอดพี่ชายทั้งสอง เหวินเชียนรู้ว่าท่านเจ้าสมุทรและเทวีรักและเป็นห่วงฉีลู่มาก จึงกล่าวกับทั้งสองว่า"เสด็จพ่อเสด็จแม่และท่านพี่ทั้งสองไม่ต้องเป็นห่วงลู่เอ๋อร์ ข้าจะดูแลนางให้ดีที่สุด""พ่อเชื่อ...ว่าเจ้าทำได้"ท่านเจ้าสมุทรตบไหล่เหวินเชียน"มีเจ้าดูแลพี่ก็วางใจ พี่ฝากลู่เอ๋อร์กับหลานด้วยนะ"เวยหลงยิ้มบอกเขา เหวินเชียนประสานมือคารวะต่อทุกคน เทวีหนันไห่เสกถุงทองถุงหนึ่งส่งให้ฉีลู่"เก็บไว้ใช้ยามจำเป็นนะลูก""ขอบพระทัยเสด็จแม่เพคะ"เซินเค่อลูบเคราบอกเหวินเชียนและฉีลู่ว่า"มีอีกเรื่องหนึ่งที่ข้าต้องบอกพวกเจ้าทั้งสองคน แม้ตอนนี้องค์หญิงฉีลู่จะเป็นมนุษย์แล้ว แต่ดวงจิ

  • ชายาข้า…คือธิดามังกร   ตอนที่ 70 คู่แท้

    ฉีลู่กระพริบตาทำหน้างง ๆ นางหันมาเห็นเจ้าแม่หนวี่วา ก็รีบคุกเข่าลงคารวะเจ้าแม่"คารวะเจ้าแม่หนวี่วา""ลู่เอ๋อร์...ลูกแม่"เทวีหนันไห่เดินมากอดนาง"เสด็จแม่...เสด็จพ่อ พี่ใหญ่...พี่รอง เหว่ยเอ๋อ พวกท่านก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือ แล้ว..."ฉีลู่เหลียวมองรอบตัว"เสด็จพี่เหวินเชียนเล่า เขาอยู่ที่ใดหรือเพคะ"เทวีหนันไห่อ้ำอึ้ง ไม่รู้จะตอบฉีลู่อย่างไร เวยหลงปล่อยองค์ชายน้อยให้วิ่งไปหามารดา ฉีลู่กอดหอมแก้มลูกด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ"ซาเด็ดแม่"องค์ชายน้อยเบะปากจะร้องไห้ ฉีลู่รีบกอดปลอบไม่ให้เขาร้อง"เด็กดี...ไม่ร้องนะจ๊ะ แม่มาหาเจ้าแล้ว"ฉีลู่กอดปลอบโอรสน้อย เจ้าแม่หนวี่วาตรัสกับนางว่า"ฉีลู่...ดวงจิตมังกรของเจ้าถูกทำลายจนแตกสลายไปแล้ว แต่เจ้ายังเหลือกายเนื้อและหยกสีรุ้ง ทำให้เจ้าคืนชีวิตมาได้ นับแต่นี้...เจ้าจะกลายเป็นมนุษย์ธรรมดาแล้วนะ""เช่นนั้น...ข้าก็กลับหนันไห่ไม่ได้อีกแล้วสิเพคะ""ด้วยอานุภาพแห่งหยกสีรุ้งในกายเจ้า เจ้ายังสามารถกลับหนันไห่ได้ แต่เจ้าจะคืนรางเป็นมังกรไม่ได้อีกแล้ว ใช้เวทย์ก็ไม่ได้ เว้นแต่เจ้าจะหมั่นเพียรฝึกมันขึ้นมาใหม่"ฉีลู่พยักหน้าเข้าใจ"แม้ดวงจิตมังกรของเจ้าจะแตกสลายไปแล้ว

  • ชายาข้า…คือธิดามังกร   ตอนที่ 70 คู่แท้

    "ข้าก็จะฟ้องร้องต่อสวรรค์ เจ้าทำลายชีวิตลูกและสะใภ้ของข้า ข้าจะขอให้สวรรค์เลาะเอ็นเฉือนกระดูกของเจ้า...ทำให้เจ้าอัปยศไปทั้งชีวิต"ซูฮองเฮาก็ชี้หน้าเทวีซีไห่ทั้งน้ำตา"ไม่นะ...พวกเจ้าจะทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้"ซูฮองเฮาสะบัดหน้าเมิน เดินไปประคองไทเฮาพาเดินออกจากตำหนัก ฮ่องเต้และทุกคนก็เดินตามออกไป ท่านเจ้าสมุทรหนันไห่คืนร่างเป็นมังกร เทวีหนันไห่ก็เปลี่ยนรางเป็นดวงไฟ ทะยานขึ้นฟ้าหายไปด้วยกันเหลือเพียงเทวีซีไห่ นางมองไปรอบ ๆ ตัวที่มีแต่ซากศพนอนเกลื่อน แต่ก็ยังคิดเข้าข้างว่าตนเองไม่ผิด และไม่คิดว่าสวามีจะตัดเป็นตัดตายกับนางจริง ๆ เทวีซีไห่คืนร่างเป็นมังกรทะยานขึ้นฟ้า คิดจะกลับไปง้อสวามีให้เขายกโทษให้ณ.ชายหาดริมฝั่งทะเลหนันไห่ท่านเจ้าสมุทรและเทวีมาปรากฏตัว ณ.ที่นั้นมีเวยหลงที่อุ้มองค์ชายน้อยและเพ่ยหลงยืนรออยู่ พอเห็นท่านเจ้าสมุทรกับเทวีมา สองพี่น้องก็ก้มหัวคารวะ เทวีมาหอมแก้มองค์ชายน้อยที่เวยหลงอุ้มอยู่"เวยเอ๋อร์...เพ่ยเอ๋อร์ พวกเจ้ามาทำอันใดที่นี่ มารอพ่อกับแม่หรือ"ท่านเจ้าสมุทรถามโอรสทั้งสอง"พะย่ะค่ะ...เหว่ยเอ๋อร์ร้องเรียกหามารดา ข้าจึงพาเขามารอน้องสามที่นี่ แล้วน้องสามเล่า พวกท่านบอก

  • ชายาข้า…คือธิดามังกร   ตอนที่ 12 ข่านแห่งถูลู่

    เมื่อมู่ถูเกอออกมาถึงด้านนอกแล้ว ก็สะบัดแขนออกจากมือคนสนิท เขายึดตัวขึ้นยืนตัวตรง...ไม่มีท่าทีเมามาย คนสนิททำหน้างง"ท่านข่าน...นี่ท่านไม่ได้เมาหรอกหรือ""เหล้าชาวจงหยวนไม่ทำให้ข้าเมาได้หรอก เหล้าแคว้นเราแรงกว่านี้หลายเท่า...ข้ายังต้องดื่มหลายไหจึงจะเมา หากไม่ทำเช่นนี้...เจ้าจะพาข้าออกมาได้หรือ"คน

  • ชายาข้า…คือธิดามังกร   ตอนที่ 12 ข่านแห่งถูลู่

    ฮ่องเต้ไม่พอพระทัยต่อมู่ถูเกอเช่นกัน แต่ยังรักษามารยาท ด้วยเป็นงานมงคลขององค์รัชมายาท จึงต้องอดทนต่อความไร้มารยาทของมู่ถูเกองานเลี้ยงฉลองเริ่มขึ้น เจ้าสาวต้องถูกพาไปรอที่ห้องหอ ฉีลู่ขึ้นเกี้ยวกลับตำหนักรัชทายาทพร้อมอาเถา เสี่ยวเซี่ยและองครักษ์ของนางมู่จิ่นที่คับแค้นใจ เพราะไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดตาม

  • ชายาข้า…คือธิดามังกร   ตอนที่ 11 วิวาห์จำเป็น

    วันนี้วังหลวงวุ่นวายนัก มีฝนตกปรอย ๆ แต่เช้า ฉีลู่กำลังแต่งตัว มองดูสายฝนที่โปรยปรายลงมาเป็นละออง"ฝนตกแต่เช้าเลยนะเพคะ โบราณว่าฝนตกในวันที่มีมงคล ถือเป็นฤกษ์ดีเพคะ"อาเถาช่วยหวีผมไปพูดไป ฉีลู่ไม่ตอบ สายตาจับจ้องแต่สายฝน"วันนี้ต้องเป็นเสด็จพ่อให้ฝนเป็นแน่ เสด็จพ่อทรงมาอวยพรให้ข้าใช่ไหมเพคะ ทรงเมตต

  • ชายาข้า…คือธิดามังกร   ตอนที่ 10 แก้ปัญหา

    หลังจากแก้ไขปัญหาได้แล้ว สีพระพักตร์ฮ่องเต้ค่อยสดชื่นขึ้น ทรงจับมือโอรสองค์โตที่ยืนอยู่ข้าง ๆ"เชียนเอ๋อร์...ครานี้เพราะได้ความฉลาดช่างสังเกตของเจ้า ทำให้สามารถแก้ปัญหาใหญ่นี้ไปได้""ลูกไม่กล้ารับความชอบนี้หรอกพะย่ะค่ะ การแก้ปัญหาครั้งนี้ได้...ล้วนเป็นบุญของชาวประชา ที่มีฮ่องเต้ใส่ใจทุกข์สุขราษฎรเช

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status