Share

ตอนที่ 3 แฝดคนละฝา 2

last update Last Updated: 2025-11-23 22:27:47

สองนายบ่าวไม่กล้าใช้ฤทธิ์ เพราะกลัวจะถูกพบร่องรอย จึงต้องพากันเดินไปเรื่อย ๆ ทั้งคู่เดินกันมาพักใหญ่แล้ว จนเข้าเขตเมืองโดยไม่รู้ตัว ฝนที่ตกก็ไม่มีทีท่าว่าจะซาลงเลยแม้แต่น้อย

"องค์หญิง...พวกเราเดินกันมานานแล้วนะเพคะ ฟ้าก็ใกล้จะมืดแล้วด้วย เราจะมาเดินสะเปะสะปะเช่นนี้ถึงเมื่อใดกัน"

"เสี่ยวเซี่ย...ถ้าจะตามมาก็อย่าบ่น หากไม่ไหวก็กลับไปเสีย"

ฉีลู่ส่ายหัวรำคาญ เสี่ยวเซี่ยจึงต้องสงบปาก ทั้งคู่เดินมาจนถึงศาลแห่งหนึ่ง

"องค์หญิง...ที่นี่คือที่ใดเพคะ"

"ข้าก็ไม่รู้...พวกเราเข้าไปดูข้างในกันเถิด หากพอพักพิงได้ คืนนี้ก็พักที่นี่แล้วกัน"

ฉีลู่ผลักประตูบานใหญ่ให้เปิดออก นางชะโงกหน้าเข้าไปมองก่อน

"มีผู้ใดอยู่บ้างหรือไม่"

ฉีลู่ตะโกนถามเข้าไปข้างใน แต่ไม่มีเสียงตอบรับ นางจึงเดินเข้าไป เสี่ยวเซี่ยเดินตามหลังเข้าไปด้วย

"ดูเหมือนที่นี่จะไม่มีผู้ใดอยู่นะเพคะองค์หญิง"

ฉีลู่พยักหน้าเบา ๆ พวกนางเดินเข้าไปถึงด้านในศาล ภายในมีรูปปั้นเจ้าแม่องค์ใหญ่เกือบถึงเพดาน มีกระถางธูปและเครื่องเซ่นเพียงเล็กน้อย

"องค์หญิง...ที่นี่คือสถานที่ใดกันแน่เพคะ ไยจึงเงียบงันนัก"

"ข้าจะรู้ได้อย่างไร ก็เพิ่งมาถึงพร้อมกับเจ้าไม่ใช่หรือ คืนนี้พวกเราพักที่นี่เถิด พรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อ"

ฉีลู่นั่งลงบนพื้น พวกนางแม้เดินตากฝนมาไกล แต่ไม่เปียกเลยสักนิด ภายนอกฝนยังไม่ซา พลันมีเสียงคนเดินเข้ามาในศาล ฉีลู่กับเสี่ยวเซี่ยรีบร่ายเวทย์กำบังตนไม่ให้ผู้ใดได้พบเห็น

สตรีโฉมสราญนางหนึ่งเดินเข้ามาในศาลพร้อมสาวใช้ ภายนอกมีองครักษ์รออยู่หลายคน สตรีนางนั้นสวมเสื้อคลุมยาวและเปียกปอนไปทั้งตัว

"องค์หญิง...ภายนอกฝนตกหนัก พวกเราคงต้องพักที่ศาลนี้สักครู่นะเพคะ"

"อื้ม...ข้าจะขอไหว้เจ้าแม่ก่อน"

สตรีนางนั้นถอดผ้าคลุมที่เปียกปอนออก เผยให้เห็นใบหน้าหวานซึ้งงดงาม ทว่ากลับซีดเซียวไร้สีเลือด นางยังไอออกมาอีกหลายที สาวใช้เข้ามาจับแขนนาง

"องค์หญิง..."

"ข้าไม่เป็นอันได เจ้าถอยไปรอด้านนอกก่อน"

"เพคะ..."

สาวใช้เดินออกไปนอกศาล สตรีโฉมงามมาคุกเข่าไหว้เจ้าแม่ ฉีลู่กับเสี่ยวเซี่ยได้เห็นหน้านางชัด ๆ ก็อดตกใจไม่ได้

"องค์หญิง...ไยนางหน้าเหมือนท่านเล่าเพคะ"

"นั่นสิ...ไยนางหน้าตาเหมือนข้าเช่นนี้"

ฉีลู่จับจ้องมองสตรีสูงศักดิ์นางนั้น และเดินมามองใกล้ ๆ ยิ่งดูก็ยิ่งเหมือน ได้ยินสตรีนางนั้นกล่าวว่า

"ข้าแต่เจ้าแม่หนวี่วา..."

"ห๊ะ!...นี่คือเจ้าแม่หนวี่วาหรือ"

ฉีลู่พึมพำแล้วคุกเข่าลงไหว้เจ้าแม่ข้าง ๆ สตรีนางนั้น

"...ตัวข้าเป็นธิดาคนโตของแคว้นฝานหรง (繁榮) ด้วยน้องชายเพียงคนเดียวของข้ายังเด็กนัก...เพิ่งอายุ 13 ปี ข้าจึงต้องแบกรับภาระบ้านเมือง บัดนี้บ้านเมืองเราต้องเผชิญกับปัญหามากมาย แม้ข้าจะเป็นสตรี...ก็ไม่เคยเกี่ยงงอนแบ่งเบาภาระเสด็จพ่อ แต่ตัวข้ากลับอ่อนแอ ร่างกายเหมือนเทียนไขที่ใกล้ดับ..."

องค์หญิงผู้นั้นร้องไห้ออกมา ฉีลู่หันมามองและนึกสงสาร

"...ข้าไม่รู้ควรทำฉันใด จึงจะช่วยแคว้นและชาวประชาไม่ให้ต้องลำบากจากภัยสงครามและความอดอยาก ขอเจ้าแม่ผู้ศักดิ์สิทธิ์...ได้โปรดยืดอายุให้ข้าได้ยืนยาวอีกสัก 5 ปี รอให้อนุชาของข้าเติบใหญ่พอจะช่วยบ้านเมืองได้ ข้าขอวิงวอน...เจ้าแม่ได้โปรดช่วยข้าด้วย"

องค์หญิงก้มกราบทั้งน้ำตา ฉีลูสงสารนางจับใจ จึงปรากฏร่างออกมา

"เอ๊า!....องค์หญิง ไยจึงเผยตัวเช่นนี้เล่า"

เสี่ยวเซี่ยไม่คิดว่าจู่ ๆ ฉีลู่จะคลายเวทย์เผยตัว นางจะคลายบ้าง แต่ฉีลู่หันไปส่ายหัวให้ เสี่ยวเซี่ยจึงยังคงกำบังตนต่อไป

องค์หญิงเงยหน้าจากกราบเจ้าแม่ เห็นฉีลู่ยืนอยู่ก็ตกใจ ลุกขึ้นถามนางเสียงสั่น

"เจ้า...เจ้าคือผู้ใดกัน"

"ข้าผ่านเข้ามาหลบฝน และคิดค้างคืนที่นี่ เมื่อครู่ได้ยินที่เจ้าพูดคุยกับเจ้าแม่...ก็เลยออกมาดู"

"เจ้าแอบฟังข้าหรือ"

"ไยข้าต้องแอบฟัง ข้าเข้ามาอยู่ก่อนเจ้านานแล้ว"

องค์หญิงมองฉีลู่ที่หน้าตาคล้ายตน ก็นึกแปลกใจ

"ช่างน่าประหลาดนัก ไยแม่นางผู้นี้จึงละม้ายข้าเช่นนี้ ราวกับข้าส่องกระจกมองตนเองก็ไม่ปาน นางเป็นใครกันนะ..."

ฉีลู่ได้ยินเสียงความคิดนาง ก็บอกไปว่า

"หน้าเราสองคนละม้ายกันดังฝาแฝด ขอถามนามท่านจะได้หรือไม่"

"ข้าชื่อฉีลู่...เป็นองค์หญิงของแคว้นฝานหรงนี้"

"อะไรนะ...เจ้าก็ชื่อฉีลู่หรือ"

องค์หญิงพยักหน้า

"ประหลาดจริง ข้าก็ชื่อฉีลู่เช่นกัน ข้าเป็นองค์หญิงจากหนันไห่"

"หนันไห่...ท่านมาจากแคว้นทางใต้หรือ ท่านมาทำอันใดที่นี่"

"บอกตามตรงนะ...ข้าหนีออกจากบ้านมา ข้าทำความผิด...เสด็จพ่อจะจับข้าขังไว้ที่เจดีย์เทียนคง"

"ห๊า!...เจดีย์เทียนคง ที่อยู่บนสรวงสวรรค์นะหรือ"

ฉีลู่พยักหน้า องค์หญิงไม่เชื่อก็หัวเราะออกมา

"เจ้าไม่เชื่อข้าหรือ"

"ขออภัย...ข้าไม่อาจเชื่อท่านได้ มนุษย์จะขึ้นไปบนสวรรค์ได้อย่างไร ต่อให้เป็นฮ่องเต้...ก็ไม่อาจขึ้นไปได้"

"ข้าขึ้นได้นะ...ขึ้นไปหลายครั้งแล้วด้วย"

"แม่นาง...ท่านอย่าล้อเล่นเช่นนี้เลย สวรรค์ไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาพูดเล่นสนุกปากได้นะ"

"ข้าไม่ได้โกหกเจ้าจริง ๆ นะ ข้าเคยขึ้นไปบนสวรรค์แล้วจริง ๆ ซ้ำยังไปทั้งครอบครัวด้วย เพราะเสด็จพ่อของข้าคือเจ้าสมุทรหนันไห่"

"อะไรนะ...เช่นนั้นท่านก็เป็นธิดาเจ้าสมุทรน่ะสิ"

"ใช่...ข้าคือธิดาเจ้าสมุทร"

ฉีลู่พูดจบก็คืนร่างเป็นมังกรให้ดู องค์หญิงตกใจอ้าปากค้าง

"เชื่อหรือยัง..."

นางพยักหน้าเบา ๆ ฉีลู่ก็แปลงกลับมาเป็นมนุษย์

"มังกรหรือ...นับเป็นวาสนาที่ข้าได้พบมังกรก่อนตาย"

องค์หญิงไอออกมาชุดใหญ่ นางเอามือปิดปาก พอเอามือออก ก็เห็นเลือดติดอยู่ที่ฝ่ามือ สีหน้านางที่ซีดอยู่แล้ว กลับซีดลงไปอีก

ฉีลู่เห็นเลือดสด ๆ บนมือองค์หญิงก็ตกใจเช่นกัน องค์หญิงกำมือน้ำตาไหล

"เลือด...ไยเจ้าจึงมีเลือด เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือ"

ฉีลู่ถามอย่างเป็นห่วง องค์หญิงใบหน้าซีดเซียว รู้ว่าชีวิตตนคงอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว

"ข้าเป็นโรคร้าย ร่างกายอ่อนแอ หมอหลวงบอกว่า หากข้าไอเป็นเลือดเมื่อไร นั่นหมายถึงว่า...ชีวิตข้าใกล้ถึงวาระสุดท้ายแล้ว"

องค์หญิงร้องไห้น่าสงสาร

"หมอรักษาไม่ได้หรือ"

"ไม่ได้...ข้ากินยามานาน เสด็จพ่อหาหมอทั้งแผ่นดินมารักษาข้า แต่ทำได้เพียงประทังชีวิตเท่านั้น"

"อะไรกัน...หมอในแดนมนุษย์ช่างไร้ฝีมือนัก เจ้าไปกับข้า...ข้าจะพาเจ้าไปให้หมอบนสวรรค์รักษาเอง"

ฉีลู่จับมือองค์หญิงจะพานางออกไป แต่นางกลับดึงแขตฉีลู่ไว้

"ไม่ได้...ข้าเป็นมนุษย์ ขึ้นไปบนสวรรค์ทั้งที่ยังมีชีวิตไม่ได้หรอก น้ำใจของท่าน...ข้าขอรับด้วยใจ"

องค์หญิงเปลี่ยนคำเรียกฉีลู่

"เจ้าจะยอมตายง่าย ๆ เช่นนี้หรือ"

"ข้าเลือกได้หรือ หากเลือกได้...ข้าย่อมเลือกที่จะไม่ตาย แต่เมื่อมันถึงคราวสิ้นอายุขัยของข้าแล้ว ข้าย่อมหลีกหนีไม่พ้น ข้าเกิดมาสูงศักดิ์ เป็นองค์หญิงใหญ่แห่งแคว้น แต่ช่างน่าเสียดาย...ที่ข้าต้องมาตายทั้งที่มีอายุเพียง 15 ปีเท่านั้น"

"เจ้าช่างน่าสงสารนัก"

"ท่าน...ก็ชื่อฉีลู่หรือ"

ใช่...เพราะข้าเกิดมาพร้อมหยกวิเศษ แล้วเจ้าเล่า..."

"เสด็จแม่เล่าว่า...ตอนที่ข้าเกิด มีราษฏรขุดพบหยกก้อนใหญ่ หยกนั้นถูกนำมาแกะเป็นพระพุทธรูป และนำไปประดิษฐานที่วัดหลวง พวกท่านจึงตั้งชื่อข้าว่าฉีลู่..."

ทั้งสองนางยืนมองและยิ้มให้กัน องค์หญิงคิดว่าตนใกล้ตาย จึงไม่เกรงกลัวมังกรสาว ฉีลู่ก็เห็นอกเห็นใจและสงสารองค์หญิงผู้นี้ ทั้งคู่จับมือกันแน่นด้วยความเห็นกัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชายาข้า…คือธิดามังกร   ตอนที่ 20 ผูกมิตร

    ฉีลู่ตรวจดูบาดแผลอย่างใกล้ชิด ปากก็ถามเเหวินหงว่า"เจ้ายังจำดอกไม้ที่ทำให้เจ้าคันหน้าได้หรือไม่""จำได้เพคะ...เป็นดอกไม้สีแดงสด ตรงกลางมีอะไรสีเหลือง ๆ ยื่นออกมาด้วย...แต่ข้าไม่รู้จักชื่อ""หากมีลักษณะดังที่เจ้าเล่า ข้าคิดว่ามันคือดอกอันจู่ (安祖花 = ดอกหน้าวัว)""ดอกอันจู่หรือ...ข้าจำได้ว่าในอุทยานหลวงไม่มีดอกไม้ชนิดนี้นะ มันมีพิษหรือเพคะ"แม่นมผิงถามฉีลู่"มีสิ...ยางของมันมีพิษระคายผิว เพียงสัมผัสถูกเท่านั้น...ผิวจะบวมแดง ยิ่งเกาก็ยิ่งลาม"แม่นมผิงนิ่งไปพักใหญ่ เหมือนคิดอะไรอยู่"แม่นมผิง...ท่านคิดอันใดอยู่"ฉีลู่ถามนาง"ข้าจำได้แล้ว...เมื่อหลายปีก่อน แคว้นถูลู่มาถวายบรรณาการ หนึ่งในนั้นคือดอกอันจู่ เป็นดอกไม้ประหลาด ดอกสีแดงสด และมีหงอนสีเหลืองอยู่ตรงกลางดอก ฝ่าบาททรงประทานให้เหล่าสนมคนละต้นเพคะ""แคว้นถูลู่อีกแล้วเหรอ มู่ถูเกอผู้นี้ช่างเจ้าอุบายนัก เขาไม่ประสงค์ดีต่อแคว้นนี้แน่นอน"ฉีลู่คิดในใจ"น้องสี่...ใบหน้าเจ้าถูกพิษ ไยจึงบอกผู้อื่นว่าถูกน้ำร้อนลวกเล่า""ตอนนั้นเกาเฟยได้รับความโปรดปรานจากเสด็จพ่อยิ่งนัก ข้าเองก็ยังเยาว์ จะกล่าวหาคนโปรดของเสด็จพ่อได้อย่างไร ไม่มีผู้ใดเชื่อข้าหรอก

  • ชายาข้า…คือธิดามังกร   ตอนที่ 20 ผูกมิตร

    ฉีลู่กับเสี่ยวเซี่ยไปผูกมิตรกับทุกตำหนักมาแล้ว และสืบหาข่าวคราวพวกกบฎด้วย แต่ก็ยังไม่ได้เบาะแสอะไรเพิ่มเติม วันนี้จึงมาที่ตำหนักองค์หญิงเหวินหง เสี่ยวเซี่ยถือขนมมาด้วยหนึ่งกล่อง แม่นมผิงเดินออกมาพบ ก็รีบมาคารวะฉีลู่"คารวะพระชายา ขออภัยที่ออกมาต้อนรับช้าเพคะ"ฉีลู่ประคองแม่นมผิงขึ้นมา"แม่นมผิง...ไม่ต้องมากพิธี ข้าเอาขนมมาเยี่ยมน้องสี่""พระชายาทรงเมตตานัก หากองค์หญิงรู้...ต้องดีพระทัยแน่ ทูลเชิญพระชายาเพคะ"แม่นมผิงเดินนำฉีลู่และเสี่ยวเซี่ยเข้าไปด้านในตำหนัก ฉีลู่มองไปรอบ ๆ นอกจากสวนที่สวยงามแล้ว ที่นี่ก็ดูไม่มีอะไรน่าสนใจเลย เหวินหงนั่งอยู่ในห้อง แม่นมผิงเดินเข้าไปบอกนาง"องค์หญิง...พระชายารัชทายาทเสด็จมาเพคะ""หา!...อาซ้อใหญ่มาหรือ"เหวินหงรีบลุกขึ้นมา จะย่อตัวคำนับฉีลู่ แต่นางจับแขนห้ามไว้เสียก่อน"น้องสี่...ตามสบายเถิด""อาซ้อ...ข้าไม่คิดว่าท่านจะมาเยี่ยมข้าอีก พี่ใหญ่เล่า...ไม่ได้มาด้วยหรือเพคะ""เสด็จพี่เข้าวังแต่เช้า ข้าว่างเลยมาหาเพื่อนคุย""เชิญนั่งเพคะ"เหวินหงจับมือฉีลู่มานั่งด้วยกัน แม่นมผิงกับเสี่ยวเซี่ยเดินออกไป ฉีลู่กับเสี่ยวเซี่ยมองสบตารู้กัน"ข้าขอบคุณอาซ้อ...ที่ไม่ร

  • ชายาข้า…คือธิดามังกร   ตอนที่ 19 คนขายชาติ

    ฉีลู่สะบัดมืออีกที...แม่ทัพนอกด่านก็ขยับตัวได้ คราวนี้เขาทั้งต่อยทั้งเตะเจ้ากรมการศึกษาจนล้มลงกองกับพื้น...สติกลับคืนมา และร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด"โอ๊ย!...ท่านแม่ทัพ ไยจึงทำร้ายข้าเช่นนี้เล่า""เป็นเจ้าที่ตบตีข้าโดยไร้เหตุผลก่อน เจ้าแก่ชั่ว...ข้าจะไม่คบค้ากับเจ้าอีก นับแต่นี้...ไมตรีเจ้ากับข้าขาดกัน"แม่ทัพนอกด่านค้นเอาขวดยาจากตัวเจ้ากรมการศึกษา แล้วเดินออกไปอย่างฉุนเฉียว เจ้ากรมการศึกษานั่งคร่ำครวญอยู่บนพื้น"นี่มันเรื่องอันใดกัน หมด...หมดแล้ว ความหวังข้าพังทลายหมดแล้ว"ฉีลู่มองเขาแล้วยิ้มสมน้ำหน้า นางลอยตามแม่ทัพนอกด่านผู้นั้นไป อยากรู้ว่าเขาจะไปไหน แม่ทัพผู้นั้นเดินไปยังที่พักของพวกเจ้าแคว้นที่ยังไม่กลับ ฉีลู่คิดจะตามเข้าไป แต่ฟ้าเริ่มสางเสียก่อน นางจึงต้องรีบกลับ ก่อนที่อาเถาจะเข้ามาแล้วไม่พบนาง...คนจะสงสัยเอาได้เหวินเชียนไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้แต่เช้า ฉีลู่จึงคิดจะไปเยี่ยมเยี่ยนเหล่าสนม นางกับเสี่ยวเซี่ยเดินออกมาด้วยกัน กำลังคิดว่าจะไปตำหนักไหนก่อนดี กลับพบมู่ถูเกอเดินยิ้มเข้ามาหา"องค์หญิง...ไม่คิดว่าจะได้พานพบท่านนะ""ท่านยังไม่กลับอีกหรือ""ข้ายังเที่ยวไม่ทั่วเลย จึงขอฮ่องเต้อยู่ต

  • ชายาข้า…คือธิดามังกร   ตอนที่ 19 คนขายชาติ

    เหวินเชียนเห็นนางจ้องตาแป๋ว ก็ยิ้มเอ็นดู ค่อย ๆ เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ออกมาให้ฟัง"เมื่อหลายเดือนก่อนหน้าที่เจ้าจะมา ฉินวานจับคนส่งสาส์นลับได้ผู้หนึ่ง แต่ยังไม่ทันไต่สวน..มันก็ถูกลอบสังหารเสียก่อน""สาส์นลับอันใดเพคะ""สาส์นลับของคนขายชาติ ที่แอบติดต่อกับเผ่านอกด่าน หวังจะมายึดแคว้นฮุยหวงของเราอย่างลับ ๆ""ผู้ใดทำเช่นนี้กัน ช่างต่ำช้านัก แล้วเสด็จพี่ทำอย่างไรเพคะ ได้ทูลต่อเสด็จพ่อหรือไม่""ทูลสิ...ข้าทูลต่อเสด็จพ่อแล้ว พระองค์ให้ข้าแอบสืบเงียบ ๆ ข้าจึงส่งฉินวานออกไปสืบเรื่องนี้ที่นอกวัง โดยบอกทุกคนว่าเขาลากลับบ้าน ส่วนข้าก็คอยหาข่าวในวัง ฉินวานกลับมาก่อนงานอภิเษกของเรา เขานำรายชื่อคนกลุ่มหนึ่งมาให้ข้า""เป็นรายชื่อของผู้ต้องสงสัยใช่หรือไม่เพคะ""ใช่...แต่น่าแปลก รายชื่อเหล่านั้นล้วนเป็นขุนนางชั้นผู้น้อย ฉินวานบอกว่า...คนส่งสารส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้านธรรมดา พอเสร็จงานก็จะถูกปิดปาก ทำให้สืบอะไรไม่ได้มาก""อืม...พวกมันฉลาดจริง ๆ""ข้าไม่เข้าใจ...ไยผู้ที่ร่วมมือกับพวกคนนอกด่าน ไยจึงเป็นเพียงข้าราชการชั้นผู้น้อยกันนะ""แล้วท่านรู้หรือไม่...เป็นคนนอกด่านชนเผ่าใดเพคะ"เหวินเชียนส่ายหัวสีหน้ากลัดก

  • ชายาข้า…คือธิดามังกร   ตอนที่ 19 คนขายชาติ

    ดึกดื่นคืนนั้น...เหวินเชียนแต่งชุดดำรัดกุม ออกจากห้องลับไปกับฉินวาน ฉีลู่คิดเรื่องหมอเว่ยทั้งวัน นางคิดจะปรึกษาเรื่องนี้กับเหวินเชียน จึงลงไปหาเขาที่ห้องลับ แต่เขากลับไม่อยู่"เสด็จพี่...เสด็จพี่เพคะ"ฉีลู่เดินหาจนทั่วห้องก็ไม่เจอเหวินเชียน ในห้องไม่มีหน้าต่าง ไม่มีช่องทางอื่นที่จะออกไปข้างนอกได้ เพราะหากจะออกข้างนอกก็ต้องผ่านห้องของนาง"เสด็จพี่ไปไหน...เขาออกไปได้อย่างไรโดยไม่ผ่านห้องข้า"ฉีลู่ยืนครุ่นคิด แล้วนางก็ตัดสินใจใช้ตามังกรมองหาเหวินเชียน จนเห็นว่าเขาไปกับฉินวาน"เสด็จพี่จะไปไหนกับฉินวานนะ ต้องตามไปดูเสียแล้ว"ฉีลู่หายตัวไปตามเหวินเชียน นางลอยขึ้นไปนั่งบนต้นไม่สูง มองดูเขากับฉินวานทะยานขึ้นสู่หลังคาบ้านของขุนนางขั้น 5 คนหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้ากรมการศึกษา"นั่นไง...ข้าคิดไว้ไม่ผิด เสด็จพี่มีวรยุทธ์จริง ๆ ด้วย แล้วไยต้องปิดบังทุกคนกันนะ ในเมื่อองค์ชายรองกับองค์ชายสามต่างก็ฝึกนี่นา มันต้องมีสิ่งใดแอบแฝงเป็นแน่"ฉีลู่นั่งมองเหวินเชียนกับฉินวานลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่บนหลังคา ไม่นานก็ได้ยินเสียงเอะอะด้านล่่าง แสดงว่าพวกเขาถูกพบเห็นแล้ว ฉีลู่ร่ายเวทย์แล้วชี้นิ้วไปที่พวกเขา กำบังพวกเขาไว้ไม่ให้

  • ชายาข้า…คือธิดามังกร   ตอนที่ 18 หาคนผิด

    ฉีลู่เห็นเหวินเชียนออกไปแล้ว ก็ลอยตามออกมา แล้วรีบเข้าร่างตนเอง พอเหวินเชียนออกมา ฉีลู่ก็ลุกเดินยิ้มมาหาเขา"พบเจออันใดไหมเพคะ""เจอสิ...เจ้าดูเองเถิด"ฉีลู่มองพวกขันทียกข้าวของที่ค้นได้จากห้องหมอเว่ยออกมากอง อี้กงกงมองหมอเว่ยด้วยสายตาเย็นชา"ของเหล่านี้ค้นเจอจากห้องเจ้า บอกมา...เจ้าเป็นเพียงผู้ดูแลโสม ไยจึงมีเงินมากมายปานนี้ คงเอาโสมแพงไปขาย แล้วซื้อของถูกมาสับเปลี่ยนใช่หรือไม่ ทางที่ดี...เจ้าจงรีบสารภาพมาเสีย"อี้กงกงตวาดเสียงดัง หมอเว่ยรีบคุกเข่าลงกับพื้น...ปฏิเสธเสียงสั่น"โสม...โสมเหล่านี้ข้าซื้อมาไว้กินเอง ข้า...ข้าไม่เคยทุจริต เงินนี่เป็นเงินเก็บทั้งชีวิตของข้า องค์รัชทายาท พระชายา ท่านอี้กงกง ได้โปรดให้ความเป็นธรรมแก่ข้าด้วยเถิด"หมอเว่ยก้มกราบศีรษะจรดพื้น"เสด็จพี่...ข้ามีเรื่องอยากถามหมอเว่ยสักหน่อยเพคะ""เอาสิ...เจ้าอยากถามสิ่งใดก็ถามได้เลย""ขอบพระทัยเพคะ"ฉีลู่ยิ้มหวานให้เหวินเชียน แล้วหันมาถามหมอเว่ย"เจ้าบอกว่า...ซื้อโสมมากินเองหรือ เช่นนั้นเจ้าคงรู้สรรพคุณของโสมนี่ดีสินะ...ท่านหมอเว่ย"ฉีลู่เดินมาดูห่อโสมบนโต๊ะ"ทูลพระชายา ขึ้น...ขึ้นชื่อว่าโสม ย่อมมีสรรพคุณในการบำรุงร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status