Startseite / รักโบราณ / ชายาพยัคฆ์ / บทที่ 2 อู๋ซานเหนียง 2

Teilen

บทที่ 2 อู๋ซานเหนียง 2

ปีนี้นางอายุสิบหกแต่ยังไม่มีคุณชายบ้านไหนสนใจส่งแม่สื่อมาทาบทาม อาจจะเป็นเพราะชื่อเสียงกิตติศัพท์ด้านไม่ดีไม่งามทั้งหลายดังกระฉ่อน หรืออาจจะเป็นเพราะเมื่อปีที่แล้วนางถีบคุณชายบ้านไหนสักบ้านตกน้ำ บรรดาแม่สื่อจึงพากันขีดฆ่าชื่อของนางทิ้งไป

“ใต้เท้าโปรดพิจารณาด้วย คนร้ายอยู่ที่นี่แล้ว” อู๋ซานเหนียงเช็ดแก้มเลอะๆ ของตนกับหัวไหล่ เผ้าผมยุ่งเหยิง ชายเสื้อทั้งสองข้างพับทบขึ้นถึงต้นแขนเรียวเล็ก สองมือของนางหอบตะกร้าใบใหญ่เปื้อนดินเข้ามาด้วย ส่วนพวกเด็กๆ ที่ลุยโคลนด้วยกันต่างอออยู่ที่หน้าประตูศาล ไม่กล้าเข้ามา

“ไหน? คนร้ายที่ว่านั่นเป็นใคร”         

เมื่อจู่ๆ มีเด็กสาวบอกว่าจับตัวคนร้ายคดีทำลายคันนาได้ บรรดาเจ้าหน้าที่ศาล อู๋ซื่อหวงและจิ่นฟางต่างชะโงกหน้ามองหา อู๋ซานเหนียงจึงเช็ดมือกับกระโปรงแล้วจับปลาไหลขึ้นมาจากตะกร้า ส่วนพวกเด็กๆ ที่ช่วยจับปลาไหลพากันเต้นไปมาหน้าศาล

“คนร้ายอยู่ที่นี่แล้วเจ้าค่ะ”

“เจ้าเล่นอะไรของเจ้า ที่นี่ใช่ที่ที่เจ้าจะมาปั่นป่วนได้รึ” อู๋ซื่อหวงขมวดคิ้ว มือกำไม้ประจำศาลไว้แน่น “เจ้าหน้าที่! โยนนางออกไป”

“เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะท่านพ่อ เอ้อ ใต้เท้า ผู้น้อยมิได้โกหกหรือเข้ามาป่วนศาล แต่ปลาไหลพวกนี้เป็นตัวการทำให้คันนาพังจริงๆ ผู้น้อยไปที่เฟิงท้ายนาของผู้เฒ่าซู เห็นคันเบ็ดวางอยู่ พอสังเกตดีๆ ก็เห็นปลาไหลในนาโผล่ออกมาจากรู” อู๋ซานเหนียงกระโดดถอยหลัง ออกท่าออกทางปานสู้รบกับมังกร

“ผู้น้อยกระโจนลงไปในนา พอดูให้ดีๆ เจ้าปลาพวกนี้มันมุดไปมุดมาไปตามคันนา ที่แท้พวกมันขุดรูทำให้คันนาพังเสียหายนี่เอง!! ผู้น้อยลงมือจับกุมเจ้าปลาไหล มันทั้งลื่นทั้งยาว จับอย่างไรก็จับไม่ได้ สุดท้ายมันไปติดเบ็ดที่ผู้เฒ่าดักไว้ทางปากรู สวรรค์! ผู้เฒ่าซูช่างเก่งจริงๆ ที่ช่วยกำจัดปลาไหล เรื่องนี้ถือว่าต้องมอบรางวัลให้ผู้เฒ่าซูถึงจะถูกนะเจ้าคะ”

“กำจัดปลาไหล? กำจัดอย่างไร”

“เรียนใต้เท้า... ก็กำจัดลงท้องอย่างไรเล่า” อู๋ซานเหนียงปรบมือสามครั้ง เจ้าหน้าที่ก็ยกจานอาหารร้อนๆ หอมกรุ่นเข้ามาวางแล้วถอยออกไป “ผู้น้อยลงมือทำอาหารจานนี้เอง ผู้เฒ่าแล่ปลาทำเป็นเนื้อปลาตากแห้งไว้ที่หลังเฟิง ผู้น้อยจึงลองนำปลาไหลมาลองทำอาหารดูบ้าง เนื้อปลานุ่มรสหวานโอชา ใครชิมล้วนติดใจ  ใต้เท้าเชิญลองรับประทานได้เลยเจ้าค่ะ”

“ปลาไหลที่ว่ายไปว่ายมาในนากินได้งั้นหรือ”

“ได้สิเจ้าคะ ผู้เฒ่าซูอายุปูนนี้แล้วยังแข็งแรงเพราะกินแต่ปลาไหลนี่แหละ”

อู๋ซานเหนียงโม้ไปเรื่อย ในสมัยนั้นยังไม่มีใครรู้ว่าปลาไหลกินได้ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าชิม แต่กลิ่นเนื้อปลาไหลผัดพริกขิงใส่เหล้าจีนหอมเย้ายวนจนเจ้าหน้าที่ในศาลพากันกลืนน้ำลายดังเอื้อก ตาเฒ่าซูยากจน ไม่มีอะไรจะกิน พอเห็นปลาไหลว่ายไปมาจึงจับมาทำอาหาร แล่เนื้อย่างบ้าง ชุบแป้งทอดแล้วนำมาผัดกับขิงและต้นหอมบ้าง แม้แต่จิวจิ่นฟางยังมองเนื้อปลาไหลสีเหลืองทองเป็นมันเงา กรอบนอกนุ่มใน เขาถึงกับเม้มริมฝีปากด้วยความอยากกิน จนเมื่อทุกคนในศาลได้ชิมปลาไหลก็ล้วนเห็นด้วยว่าอร่อยล้ำ ตั้งใจว่าเดี๋ยวจะชวนกันไปจับปลาไหลมาปรุงอาหาร

อู๋ซื่อหวงคีบตะเกียบชิมปลาไหลผัดขิงไปคำหนึ่ง เคี้ยวๆ แล้วพยักหน้าไม่หยุด “นึกไม่ถึงว่าจะมีรสชาติดีเช่นนี้ เนื้อหวานไม่มีกลิ่นคาวเลย เฒ่าซู... เรื่องดีๆ เช่นนี้ทำไมไม่แบ่งปัน”

“ผู้น้อย...ผู้น้อยบอกแล้ว แต่ไม่มีใครเชื่อว่าปลาไหลกินได้ขอรับ”         

“ช่วงนี้ขาดแคลนอาหาร เพราะฉะนั้นปลาไหลในนาพวกนี้นี่แหละที่จะทำให้ทุกคนอิ่มท้องเจ้าค่ะ ปลาไหลกินอร่อย ถ้าทุกคนหันมากินปลาไหลกันจะช่วยชาวนาได้ด้วยนะ จริงมั้ยเจ้าคะใต้เท้า” อู๋ซานเหนียงขยิบตาให้บิดา กิริยามารยาทยังต้องปรับปรุงหนักๆ ผู้เป็นพ่อจึงนึกถึงฮูหยินผู้ล่วงลับ นึกขอโทษครั้งแล้วครั้งเล่าที่เขาเลี้ยงลูกโตมาเป็นลิง

“เฒ่าซู เจ้าไม่มีความผิด ลุกขึ้นเถอะ”

“ขอบพระคุณ ขอบพระคุณมากขอรับ”

จิวจิ่นฟางทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ ประสานมือคารวะก่อนจะสะบัดตัวลุกขึ้นเพื่อขอลากลับ อู๋ซานเหนียงจึงยิ้มพลางร้องถาม เสียงดังออกไปไกลถึงหน้าประตูศาล “ท่านซิ่วไฉจะลาไปไหน ท่านยังไปไหนไม่ได้”

“คุณหนูอู๋มีอะไรจะชี้แนะไม่ทราบ”

“ท่านกล่าวหาให้ร้ายคนดี ทำให้ผู้เฒ่าต้องติดคุกทรมานถึงสามวัน ซิ่วไฉแห่งอำเภอหม่าเจียงจะชดใช้หนี้ครั้งนี้อย่างไร”

เจ้าหน้าที่ศาลกับชาวบ้านที่มามุงดูการพิจารณาคดีต่างมองหน้ากันไปมาและเริ่มหัวเราะคิกๆ จิวจิ่นฟางมองไปรอบๆ ตัวด้วยความแปลกใจ พอฉุกคิดขึ้นได้ ใบหน้าของเขาก็แดงก่ำจนม่วงคล้ำด้วยความโกรธ นางเด็กบ้าคิดจะให้เขาโขกศีรษะขอขมาคนตักส้วม!!

“จู่ๆ ซิ่วไฉผู้น่านับถือเช่นท่านบีบคั้นคนแก่ไร้ทางสู้เช่นนี้... เพราะอะไรกันหนอ...” อู๋ซานเหนียงแกล้งเคาะนิ้วบนขมับของตนเองอย่างครุ่นคิด ก่อนจะทุบกำปั้นลงบนฝ่ามือตนเอง ดูก็รู้ว่าแกล้งเล่นงิ้วฉากใหญ่ “อ๋อ... เมื่อต้นเดือน ผู้เฒ่าซูไปหาบน้ำตักส้วมในบ้านของท่าน หรือว่าผู้เฒ่าไปรู้เห็นอะไรไม่ดีไม่งามในบ้านท่านซิ่วไฉหรือเปล่านะ...”

“เจ้า!! พูดจาเหลวไหล!”

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 30 ฤดูที่ผันเปลี่ยน 4

    เจ้าหงส์ทะยานกางปีกพลางหัวเราะเสียงดังเมื่อเจอนายเก่า แต่เหวินเฉิงไม่ได้สนใจเพราะนางกำลังตัวแข็งทื่อจากฤทธิ์วาจาแสบร้อนของอีกฝ่าย อู๋ซานเหนียงเห็นว่าองค์หญิงเงียบไปนานจึงยิ้มอ่อนโยนให้“บางครั้งคนที่ยิ่งใหญ่คับฟ้าก็อาจจะไม่แข็งแกร่งเท่าคนต่ำต้อยแต่มีปัญญานะเพคะ หม่อมฉันเชิญองค์หญิงมาในวันนี้ก็เพื่อสะสางปัญหาให้จบกันเสียที” เหวินเฉิงรู้สึกเหมือนมีอะไรจุกแน่นอยู่กลางอก คับแน่นจนแทบระเบิด แต่ยังไม่ทันจะผรุสวาทใส่ ชายชุดดำนามว่าหลิวอวี้คนนั้นก็กลับมาพร้อมไหเกลือสองสามใบ “ใบนี้ใช้ได้ไหมพ่ะย่ะค่ะ” “ลองเทียบดูสิ” “พ่ะย่ะค่ะ” หลิวอวี้ยกไหเกลือขึ้นมาระด

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 30 ฤดูที่ผันเปลี่ยน 3

    “คุกเข่า!” คนชั้นต่ำพวกนี้กล้าเหยียดหยามนางเช่นนี้ แปลความหมายได้อย่างเดียวว่าเหลียนอ๋องสิ้นอำนาจแล้ว เหวินเฉิงโกรธเกรี้ยวแต่ข่มใจไว้จนกว่าจะเจอหน้าหยวนซื่อ บางทีหากใช้น้ำเย็นเข้าลูบ เขาอาจจะเห็นแก่ฐานันดรศักดิ์ที่มีแต่กำเนิดของนาง หากเขาต้องการจะชิงบัลลังก์ เขาก็จำเป็นต้องยกฐานะนางนั่งตำแหน่งเคียงข้างเพื่อไม่ให้เป็นที่ครหา ระหว่างที่กำลังคิดหาทางรอด เหวินเฉิงก็ได้ยินเสียงอ่อนหวานนุ่มนวลดังขึ้น“ท่านหลิวอวี้ ขอบคุณท่านมากที่ช่วยจัดการเรื่องนี้ให้ รบกวนเตรียมไหเกลือขนาดเหมาะๆ ให้ข้าสักใบด้วย” “ทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ” และพวกคนลึกลับก็คืนแสงสว่างให้เหวินเฉิงอีกครั้ง นานทีเดียวกว่าเหวินเฉิงจะปรับสายตาสู้แสงได้ และเมื่อเจอน้ำชาชามใหญ่เย็นฉ่ำ ริมฝีปากแห้งแตกขององ

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 30 ฤดูที่ผันเปลี่ยน 2

    “จะจริงเหรอ?... ฝ่าบาทไม่ออกว่าราชการมาเกือบสัปดาห์แล้วนะ”“อาจจะมีคลื่นใต้น้ำหลบซุ่มอยู่ก็ได้ ฝ่าบาททรงพระปรีชาอยู่แล้ว”“ไม่มีหรอก ติงเว่ย คนของแม่ทัพหยวนซื่อถวายลูกสาวคนงามให้ฝ่าบาท พระองค์โปรดปรานนางมาก ติงเว่ยทูลอะไรก็ว่าตามนั้น”ขุนนางทั้งหลายมองหน้ากันและมองไปที่บัลลังก์ทอง จนกระทั่งขันทีออกมาแจ้งว่าวันนี้เหลียนอ๋องต้องการพักผ่อน เหล่าขุนนางจึงแยกย้ายกลับ บ้านเมืองกำลังอยู่ในภาวะสงคราม เหลียนอ๋องยังอุตส่าห์ตกอยู่ในบ่วงกาม เอาแต่ฝักใฝ่นารีอ้างว่าต้องการสร้างทายาทเพื่อให้แผ่นดินเป็นปึกแผ่น ขุนนางพากันทัดทานแต่ก็ไม่สำเร็จ บางคนเห็นว่าบ้านเมืองมีแต่จะถอยหลังสู่จุดจบ บางคนก็ขอเกษียณ บางคนขอลาออก ราชสำนักยิ่งวุ่นวายหนัก ถึงกับเปิดซื้อขายตำแหน่งอย่างเปิดเผย ใครหาทางรอดได้ก็ไป ใครยังหาไม่ได้ก็จ้องเอาเปรียบผู้อื่นเพื่อหาทางรอด“ฝ่าบาททรงมั่นพระทัยเช่นนั้น พวกเราก็ว่าตามกัน ป่านนี้องค์หญิงเสด็จถึงแคว้นหลี่แล้วกระมัง ยังไม่มีข่าวแต่งตั้งองค์หญิงเป็นชายาหลี่อ๋องอีกหรือ?”ทุกคนมองหน้ากันแต่ไร้คำตอบ แยกย้ายจ

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 30 ฤดูที่ผันเปลี่ยน 1

    บทที่ 30 ฤดูที่ผันเปลี่ยนเมื่อฤดูหนาวผ่านพ้นไป ไม่ทันไรก็ฤดูใบไม้ผลิก็มาเยือนเสียแล้ว และสิ่งที่มาพร้อมกับแสงตะวันอันสว่างไสวนั่นก็คือข่าวสงครามที่กำลังจะปะทุขึ้นอีกครั้ง มันหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะถึงแม้ว่าจะไม่ต้องการสู้รบแค่ไหน แต่หากอีกฝ่ายเดินหน้ารุกราน ทั้งสามแคว้นก็ต้องม้วนเข้าสู่วังวนสงครามอีกจนได้เอี้ยนเซินกลับมาถึงจวนพร้อมม้วนราชสาส์นจากเหลียนอ๋อง ส่วนทูตที่นำสาส์นนี้มาถวาย ป่านนี้ศีรษะของมันคงจะกำลังวางใส่ไหดองเกลือเพื่อส่งกลับไปแคว้นเหลียนแล้วกระมัง“อุ้ย...” อู๋ซานเหนียงกำลังวุ่นทำกับข้าวอยู่ในครัว ครรภ์เริ่มใหญ่จนเห็นได้ชัด จู่ๆ ร่างของนางก็ลอยวืดขึ้นแล้วม้วนตัวอยู่ในอ้อมแขนกำยำ พอเห็นใบหน้าถมึงทึงของพระสวามี อู๋ซานเหนียงจึงยิ้มเจื่อนๆ “ข้าก็แค่เบื่อๆ เลยหาอะไรทำ ดูสิ ข้าทำเกี๊ยวนึ่งให้ท่านด้วยนะเพคะ”“เมียรัก ข้ามีข่าวมาบอก”“ข่าวอะไรหรือเพคะ”“เหลียงอ๋องส่งทูตมาทวงตัวเจ้ากลับไป” ร่างสูงสง่าอุ้มนางมาที่ศาลาหลังน้อย ท

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 29 สามีภรรยา 2

    “หายโกรธข้าเถิดเมียข้า”“ไม่โกรธแล้ว”“จริงนะ” น้ำเสียงของเขาเว้าวอน หวานจับใจราวกับจะละลายกำแพงหินผา มีอยู่จุดเดียวที่มันกำลังแข็งเขม็งขึ้นทุกลมหายใจ เพียงแค่แตะปลายลิ้นกัน ทุกสิ่งทุกอย่างก็เหมือนจะเลือนหาย มีเพียงเจ้าของลมหายใจที่อยู่ตรงหน้านี้แจ่มชัดขึ้น เอี้ยนเซินประคองศีรษะของนางไว้ มอบความร้อนรุ่มให้นางทั้งหมด “เมียจ๋า” “จ๋า...” อู๋ซานเหนียงเผลอครางตอบ ยิ่งทำให้หัวใจของเขาพองโตไม่มีที่สิ้นสุด “เมียจ๋า” “จ๋า”&nbs

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 29 สามีภรรยา 1

    “ได้โปรด เมียรัก... ข้าสาบานว่าถ้อยคำที่ข้าเรียกเจ้า มันมีความหมายเช่นนั้นจริง เจ้าคือที่สุดในชีวิตข้า” อู๋ซานเหนียงร้อนผ่าวไปทั้งร่าง ยิ่งสบตาจริงจังหนักแน่นของเขา ไหนจะความอ่อนหวานที่เขาแสดงออกอย่างไม่ปิดบัง นางก็กลับกลายเป็นว่าพูดอะไรไม่ออกแทน เอี้ยนเซินแตะจูบบนริมฝีปากของนางเร็วๆ พลางผลักประตูให้เปิดออก ภายในนั้นเต็มไปด้วยไอน้ำร้อนหอมกรุ่นเต็มอ่าง พวกนางกำนัลต่างยืนแถวเรียงรายและค้อมศีรษะอย่างนอบน้อม แต่เอี้ยนเซินโบกมือไล่พวกนางออกไป “อาบน้ำกับข้านะ เจ้ากำลังตั้งท้องคงจะไม่สบายตัว ข้าจะนวดไหล่ให้” “ไม่เอา ปล่อยข้าลง” อู๋ซานเหนียงดิ้นจนเขายอมปล่อยให้ยืนเองจนได้ แต่พอยืนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของเขาท่ามกลางไอน้ำร้อน ช่วงก่อนร่างกายของนางแปรปรวนจนทนกลิ่นกายของเขาไ

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 3 คัดเลือกตัว 4

    “อ้อ... แสดงว่าไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีกสินะ” “ใช่ มีกันแค่สองคนพ่อลูกเท่านั้น” เฉินจินเหยาตอบโดยไม่คิดอะไร “นายอำเภออู๋มีตำแหน่งขุนนาง แต่ไม่รู้จักผูกมิตรพ่อค้าคหบดี ฐา

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 3 คัดเลือกตัว 3

    อู๋ซานเหนียงอยู่ท้ายแถวคู่กับผิงผิง ทั้งสองไม่อยากเข้าวังจึงมองดูอยู่เฉยๆ “ทำไมเจ้าไม่อยากเข้าวังละ?” ผิงผิงม้วนผมตัวเองเล่น ใช้ปลายเท้าเขี่ยพื้นไปมาเวลาที่ไม่สบายใจ “ฝ่าบาททรงมีอาย

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 3 คัดเลือกตัว 2

    เอาล่ะ เมื่อถึงเวลาช่วงบ่ายก็เป็นเวลาบันเทิงของนาง อู๋ซานเหนียงถลกแขนเสื้อขึ้นพลางผิวปากเรียกลิ่วล้อซึ่งเป็นเด็กๆ ไปช่วยกันจับปลามาทำกับข้าวกันอีก แต่ผิงผิงเห็นเข้าเสียก่อนจึงลากตัวอู๋ซานเหนียงไปยังบ

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 3 คัดเลือกตัว 1

    บทที่ 3 คัดเลือกตัว เดือนต่อมา ยามเช้าตรู่ อู๋ซานเหนียงตื่นเช้

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status