แชร์

ตอนที่ 7 ฝึกฝนร่างกาย

ผู้เขียน: กัญจารีย์
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-30 10:56:42

เว่ยซินเหยียนฟังจบก็คิดว่าเรื่องนี้มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลตามคาด นางถามแม่นมเตียวอีกว่า “เสิ่นอี๋เหนียงมีนิสัยใจคอเช่นไร” ตอนอยู่ในจวนเจ้าของร่างนี้ยังเป็นเด็กไร้เดียงสาที่ไม่ค่อยสนใจใคร ห่วงแต่เล่นอย่างเดียว นางรู้เพียงว่าเสิ่นอี๋เหนียงพร้อมทั้งบุตรสาวบุตรชายไม่ชอบนาง และอาจเป็นเพราะตอนนั้นนางเป็นบุตรสาวของฮูหยินใหญ่พวกเขาจึงไม่กล้ากลั่นแกล้งนาง

แม่นมเตียวเอ่ยว่า “ปากหวานก้นเปรี้ยวเจ้าค่ะ ชอบประจบสอพลอและเอาใจบุรุษเก่งเป็นที่สุด มักใหญ่ใฝ่สูงอยากเป็นฮูหยินใหญ่ใจจะขาด”

“เรื่องนี้ท่านแม่รู้หรือไม่”

“รู้เจ้าค่ะ แต่นายหญิงไม่ได้ใส่ใจ เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับตนเจ้าค่ะ”

ดวงตาของเว่ยซินเหยียนมีแววครุ่นคิดแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่นางคิดว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับเสิ่นอี๋เหนียงอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้นางยังเด็กเกินกว่าที่จะไปต่อกรกับสตรีผู้นั้น

เมื่อได้ข้อมูลทั้งหมดแล้วเว่ยซินเหยียนจึงเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น “แล้วข้ากับท่านแม่ป่วยเป็นอะไร”

แม่นมเตียวจึงตอบว่า “นายหญิงคลอดคุณหนูก่อนกำหนด ร่างกายคุณหนูจึงไม่แข็งแรงเจ้าค่ะ นายท่านจึงให้หมอมาตรวจและเขียนเทียบยาบำรุงให้เจ้าค่ะ”

“แล้วอาการของข้าดีขึ้นบ้างหรือไม่”

แม่นมเตียวส่ายหน้าพร้อมเอ่ยขึ้นว่า “ไม่ดีขึ้นเลยเจ้าค่ะ ร่างกายคุณหนูก็ยังเจ็บป่วยบ่อยเหมือนเดิม และสมองก็เรียนรู้ได้ช้ากว่าบุตรสาวบุตรชายของเสิ่นอี๋เหนียงเจ้าค่ะ”

“แล้วอาการป่วยของท่านแม่ล่ะ”

“ตอนคลอดคุณหนูนายหญิงเสียเลือดมากแต่ก็ยังรักษาชีวิตไว้ได้ นายท่านให้หมอมาตรวจจึงพบว่าหยางพร่องทำให้ร่างกายเย็น หนาวง่าย มือเท้าเย็น และยังรู้สึกอ่อนเพลียได้ง่ายเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นจึงทำให้ท่านพ่อโปรดปรานเสิ่นอี๋เหนียงมากกว่า” เว่ยซินเหยียนสรุปให้ บุรุษคนใดเล่าจะชื่นชอบสตรีที่ร่างกายอ่อนแอ แม้ในโลกเดิมเว่ยซินเหยียนจะเป็นหญิงโสด ชีวิตอุทิศให้กับงานและคนไข้ทั้งหมด แต่นางก็ไม่ได้ไร้เดียงสาเรื่องชายหญิงปานนั้น

แม่นมเตียวพยักหน้าตอบว่า “เจ้าค่ะ”

“แล้ววิธีรักษาท่านแม่เล่า”

“หมอบอกว่าต้องกินยาที่ช่วยเพิ่มพลังหยางเจ้าค่ะ”

“กินมานานแค่ไหนแล้ว”

“ก็… เก้าปีเท่ากับอายุของคุณหนูเจ้าค่ะ”

“แต่อาการท่านแม่ก็ยังไม่ดีขึ้นเลย แถมยังเหมือนว่าจะแย่ลงกว่าเดิมด้วยซ้ำ” จากที่เว่ยซินเหยียนสังเกตอาการของมารดามาตลอดก็คิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น

“เจ้าค่ะ” แม่นมเตียวพูดต่อว่า “แล้วคุณหนูจะให้ทำอย่างไรเจ้าคะ” ด้วยท่วงท่าน่าเกรงขามของเว่ยซินเหยียนที่ดูเปลี่ยนไปจากคนเดิมมาก เตียวจินจึงรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจคุณหนูมากขึ้น

“ให้ท่านแม่เลิกดื่มสมุนไพรพวกนั้นก่อน ทำร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอโดยเฉพาะศีรษะ หลัง และเท้า ดื่มน้ำอุ่นบ่อย ๆ กินอาหารที่มีฤทธิ์ร้อน เลี่ยงอาหารฤทธิ์เย็น ส่วนเรื่องการออกกำลังกายข้าจะเป็นคนสอนท่านแม่เอง” ที่นางให้มารดางดดื่มสมุนไพรก็เพราะไม่รู้ว่าที่ผ่านมาร่างกายนางสะสมอะไรไว้บ้างแล้ว เก้าปีกับการดื่มสมุนไพรไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลยสักนิด

สาวใช้ทั้งสองยืนตะลึงอ้าปากค้างมองเจ้านายตัวน้อยด้วยความทึ่งระคนนับถือ ไม่คิดว่านางจะมีความรู้ด้านการแพทย์เช่นนี้ หลายอึดใจกว่าจะตอบออกไปว่า “เจ้าค่ะ”

เว่ยซินเหยียนแอบคิดในใจว่าหากนางจับชีพจรแล้วบอกโรคได้เหมือนในนิยายก็คงจะดี จะได้รู้ว่าท่านแม่และนางป่วยเป็นอะไรกันแน่

            หลังจากวันนั้นทุกเช้าเว่ยซินเหยียนจะตื่นขึ้นมาฝึกฝนร่างกายอย่างสม่ำเสมอ วิชาที่นางถนัดมากที่สุดที่เคยฝึกอยู่ในโลกเดิมก็คือเทควันโด และอีกอย่างที่นางเก่งไม่แพ้กันก็คือขี้ม้ากับยิงธนู แต่ตอนนี้ที่บ้านไม่มีม้า นางจึงขอร้องมารดาว่าขอยิงธนูอย่างเดียว

ทุกคนเห็นความเปลี่ยนแปลงของเว่ยซินเหยียนทุกอย่าง แต่ก็ไม่มีใครขัดใจนางสักคน เหตุผลที่เว่ยซินเหยียนลุกขึ้นมาฝึกฝนร่างกายก็เพราะในใจของนางยังมีหวังที่จะแก้แค้นแทนมารดาและเจ้าของร่างนี้ เพราะภายในใจของนางมันร่ำร้องอยู่ทุกวันว่าต้องสืบหาคนบงการมาลงโทษให้ได้ เช่นนั้นทุกคืนนางจะอ่านตำราแพทย์และฝึกลมปราณ ส่วนตอนเช้าจะฝึกเทควันโดและยิงธนู

จ้าวฟางหรูมองดูบุตรสาวใช้หมัดกับเท้าน้อย ๆ แต่ทรงพลังเตะต่อยกระสอบทรายที่แขวนอยู่บนกิ่งของต้นอวี้หลันฮวาขนาดใหญ่ด้วยสายตาที่ยากจะอ่าน

แม่นมเตียวเดินยกน้ำอุ่นเข้ามาใกล้ พลางกล่าวว่า “คุณหนูช่างเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ยิ่งนัก”

จ้าวฟางหรูก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่าต้องรู้สึกอย่างไรกันแน่ที่บุตรสาวของนางเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ บางครั้งก็รู้สึกว่านางไม่ใช่บุตรสาวของตน แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นนางก็ยังรักบุตรสาวสุดหัวใจเช่นเดิม

“อืม ต่อไปจะได้ไม่มีใครมารังแกและว่านางได้อีก” ต่อไปนี้บุตรสาวของนางจะได้มีชีวิตที่ปกติเหมือนคนอื่นเสียที

เว่ยซินเหยียนหยุดเตะกระสอบทราย สายตาเหลือบเห็นมารดาจึงพูดขึ้นว่า “ท่านแม่มาออกกำลังกายกับข้าสิ ข้าจะสอนท่านรำกระบอง”

สองนายบ่าวลอบสบตากันแวบหนึ่ง จ้าวฟางหรูมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เกิดมานางยังไม่เคยตื่นมาออกกำลังกายสักครั้ง นางจึงบอกบุตรสาวว่า “เจ้าฝึกต่อเถอะ แม่จะไปทำอาหารช่วยแม่นมสักหน่อย” แค่พูดคำว่าออกกำลังกายนางก็ขยาดแล้ว

“ไม่ได้เจ้าค่ะ ไหน ๆ ท่านแม่ก็มาแล้ว ลองสักหน่อยนะเจ้าคะ” ว่าพลางเดินไปหยิบลำไม้ไผ่ที่มีความยาวประมาณห้าฉื่อที่ตนเตรียมไว้เมื่อหลายวันก่อน จากนั้นเดินไปจูงมือมารดามาที่ลานฝึกของตน

จ้าวฟางหรูลอบสบตากับแม่นมเตียวพลางทำหน้าเหยเก เตียวจินเพียงพยักหน้าเพื่อเป็นการให้กำลังใจ และรีบถอยออกไปจากตรงนั้น

ก่อนเริ่มรำกระบองเว่ยซินเหยียนสอนให้มารดาอบอุ่นร่างกายเสียก่อน ราวหนึ่งถ้วยชาจึงเริ่มรำกระบอง พอได้ยืดเหยียดร่างกายจ้าวฟางหรูก็รู้สึกสบายตัวขึ้น กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูปเว่ยซินเหยียนจึงให้มารดาหยุดพัก

“รู้สึกอย่างไรบ้างเจ้าคะ”

“รู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูก” แผ่นหลังและกรอบหน้าของนางมีเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อย ในกายรู้สึกว่าเลือดกำลังสูบฉีดดียิ่งนัก

“ท่านแม่ลองฝึกทุกวันดูเจ้าค่ะ เผื่อร่างกายท่านจะแข็งแรงขึ้น”

จ้าวฟางหรูยิ้มจาง ๆ กล่าวว่า “ได้ แม่จะทำตามที่เจ้าบอก” นางเพิ่งรู้ว่าการออกกำลังกายทำให้รู้สึกดีเช่นนี้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์   ตอนที่ 89 เดินทางกลับชายแดนเหนือ

    “ท่านก็ช่วยข้าดูแลอยู่ทุกวันอยู่แล้วนี่เจ้าคะ” “แต่ข้าอยากดูแลมากกว่านั้น” “ท่านอยากดูส่วนไหนเพิ่มอีกหรือเจ้าคะ” “ไม่ใช่ ๆ” “หรือว่าท่านอยากช่วยข้าดูแลคนงานดีหรือไม่เจ้าคะ” “ไม่ใช่อย่างนั้น” “หรือว่าท่านอยากช่วยข้าดูแลเรื่อง…” “หัวใจของเจ้า” เขาผ่อนลมหายใจออกอย่างโล่งอกเมื่อพูดคำนี้ออกมาได้สักที “เจ้าคะ” จ้าวฟางหรูทำหน้าตาสงสัย “ข้าหมายถึง ข้าอยากดูแลหัวใจของเจ้า” จ้าวฟางหรูยืนนิ่งงันคล้ายกับไม่อยากเชื่อหู เพราะไม่คิดว่าเขาจะกล้าคุยเรื่องนี้กับนางเกาเต๋อเห็นนางยังยืนเงียบหัวใจก็พลันสลดวูบลง และคิดว่าจ้าวฟางหรูคงไม่เคยรู้สึกกับตนเกินกว่าคำว่าเพื่อนบ้าน เขาพูดออกคล้ายสำนึกผิดว่า “ข้าขอโทษ คิดเสียว่าข้าไม่เคยพูดคำนี้กับเจ้าก็แล้วกัน” ว่าจบก็หันหลังเตรียมเดินจากไป จ้าวฟางหรูจึงพูดขึ้นว่า “ท่านพูดว่าอะไรนะเจ้าคะ เมื่อครูข้าฟังไม่ค่อยถนัด” เกาเต๋อหันกลับมาหานางช้า ๆ ถามนางว่า “เจ้าอยากฟังอีกครั้งจริง ๆ หรือ” จ้าวฟางหรูพยักหน้าน้อย ๆ เขาเดินเข้ามาใก

  • ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์   ตอนที่ 88 ความลับของเว่ยซินเหยียน

    ยิ่งได้ฟังดังนั้นสุยฮุ่ยหมิงก็ยิ่งน้ำตาไหลไม่หยุด ตลอดระยะเวลาที่เขาถูกขังอยู่ในคุกหลวงจนครบหนึ่งเดือน สุยฮุ่ยหมิงได้ตกตะกอนทางความคิดแล้วว่าความลำบากเป็นเช่นไร การกินข้าวบูดมันช่างทรมานเหลือเกิน ที่ผ่านมาเขาช่างต่ำช้าเลวทราม ฆ่าพ่อแท้ ๆ ของตน แถมยังคิดแย่งชิงบัลลังก์แม้กระทั่งคนที่เลี้ยงดูและให้ทุกอย่างแก่ตนมาตั้งแต่เล็กจนโต “กระหม่อมขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ หากเกิดชาติหน้า กระหม่อมอยากเกิดเป็นลูกเสด็จพ่อ และจะไม่ทำตัวเหลวไหลเช่นนี้อีก” กล่าวจบก็คุกเข่าโขกศีรษะอยู่อย่างนั้น “ลุกขึ้นเถิด เราดีใจที่เจ้าคิดได้เช่นนั้น ต่อจากนี้ระหว่างเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีก” กล่าวจบฮ่องเต้ก็รีบหมุนกายเดินออกจากห้องขังทันที เพราะเกรงว่าเขาจะเห็นน้ำตาที่เริ่มเอ่อล้นออกมาแล้ว ถึงแม้จะรู้สึกเจ็บปวดเพียงใด แต่ก็ต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้อง หลังจากประหารคนตระกูลเซี่ยทั้งหมดกว่าสี่ร้อยสามสิบชีวิตแล้วต่อจากนั้นอีกสามวันก็ถึงวันเนรเทศอีกสี่ตระกูล อันได้แก่ตระกูลเว่ย ตระกูลลิ้ม ตระกูลตั้ง และตระกูลจิว เจ้าหน้าที่จัดการเรื่องสตรีและเด็กเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงเหล่าบุรุษที่มีอายุมากกว

  • ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์   ตอนที่ 87 สะใภ้ของข้าเป็นหมดเทวดา

    ทางด้านของวังหลวง พอฮ่องเต้ทรงทราบว่า เว่ยซินเหยียนหลับไปและยังไม่ตื่นขึ้นมาตั้งแต่รักษามู่กุ้ยเฟย พระองค์ก็ทรงเป็นห่วงเจิ้นเสิ่นอ๋องเป็นอย่างมาก โทษประหารและเนรเทศนักโทษกบฏจึงรั้งรอไว้ก่อนจนกว่าเว่ยซินเหยียนจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้งตอนนี้มู่กุ้ยเฟยอาการดีขึ้นมากแล้ว เดินเหินเองได้สะดวก อีกทั้งร่างกายยังแข็งแรงมากขึ้นอีกด้วย แต่ทางด้านจิตใจกลับห่วงบุตรชายและลูกสะใภ้เป็นอย่างมาก หลังจากที่เว่ยซินเหยียนหลับใหลไปได้สิบวัน นางจึงทูลขออนุญาตฮ่องเต้ไปบำเพ็ญภาวนาที่อารามชี เพื่อให้ลูกสะใภ้ฟื้นขึ้นมาในเร็ววัน หากลูกสะใภ้นางเป็นอะไรไป นางจะมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขได้อย่างไรขณะที่นางกำลังนั่งหลับตา ปากภาวนา มือนับลูกประคำอยู่ในอาราม จางหมัวมัวก็เดินเข้ามาบอกว่า “มู่กุ้ยเฟย พระชายาเจิ้นเสิ่นอ๋องฟื้นแล้วเพคะ”มือของนางหยุดชะงัก ลืมตาแล้วหันหน้ามาหาจางหมัวมัว จางหมัวมัวยิ้มให้พร้อมกล่าวอีกว่า “อีกทั้งมู่กุ้ยเฟยยังใกล้จะได้เป็นเสด็จย่าด้วยนะเพคะ”มู่กุ้ยเฟยนิ่งงันไปชั่วขณะ คิดตามคำพูดของจางหมัวมัวอีกครั้งนางถึงกับน้ำตาไหลออกมา อ้าปากเอ่ออ่าจะพูดออกแต่ก็นึกคำพูดไม่ได้จางหมัวมัวจึงช่วยหาทางออกให้ “เรา

  • ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์   ตอนที่ 86 ชีพจรมงคล

    “ยาที่คนตายกินแล้วสามารถฟื้นขึ้นมาได้อีกครั้งเจ้าค่ะ”ดวงตาคมเข้มที่เคยมืดมนสว่างวาบขึ้นในตอนนั้น จ้าวฟางหรูได้ยินดังนั้นก็รีบถามออกว่า “เจ้าพูดจริงหรือ”“จริงเจ้าค่ะ พระชายาเคยหลอมยานี้แล้วเก็บไว้กับตัวหนึ่งเม็ดเจ้าค่ะ”“แล้วตอนนี้ยานั้นอยู่ที่ใด” เจิ้นเสิ่นอ๋องเอ่ยถามอย่างร้อนใจทุกคนต่างรู้สึกตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก“น่าจะอยู่ในกล่องไม้ที่พระชายามักใช้เก็บของสำคัญไว้เจ้าค่ะ”ได้ยินซิ่วอิงพูดเช่นนั้น เจิ้นเสิ่นอ๋องก็รีบเดินไปหากล่องไม้นั้นทันที เขาเปิดกล่องไม้นั้นออกดู และก็พบว่ามียาหลายชนิดอยู่ในนั้น แต่ยังมีกล่องไม้กล่องเล็กอีกใบเขาจึงหยิบมันขึ้นมาเจิ้นเสิ่นอ๋องเปิดกล่องไม้ขนาดเล็กออกดูก็พบยาเม็ดสีเขียวมรกตอยู่ในนั้น เกาเต๋อจึงเอ่ยออกว่า “ใช่ยาท้าพญายมจริง ๆ ด้วย” ยานี้เขาเคยห้ามไม่ให้นางหลอม แต่ไม่ได้บอกเหตุผลกับนางว่าทำไม ทำให้นางไม่รู้ผลเสียที่จะตามมา ตอนนี้ยาที่นางหลอมไว้คงมีคนนำไปใช้แล้วกระมังเจิ้นเสิ่นอ๋องรีบนำยาเม็ดนั้นไปให้นางกิน เกาเต๋อบอกเขาว่า “ยาเม็ดนี้จะทำให้นางมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงครึ่งปีเท่านั้น“ถึงแม้ยานี้ทำให้นางอยู่ได้เพียงวันเดียวข้าก็ให้นางกินอยู่ดี” ว่าแล้ว

  • ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์   ตอนที่ 85 พระชายาไม่หายใจแล้ว

    ย่างเข้าสู่วันที่สิบเจ็ดชีพจรของเว่ยซินเหยียนก็แทบสัมผัสไม่ได้แล้ว อีกทั้งมารดาของนางกับแม่นมเตียวก็เดินทางมาถึงเมืองหลวงแล้วเกาเต๋อส่งข่าวบอกจ้าวฟางหรูตั้งแต่เว่ยซินเหยียนสลบไปได้ห้าวัน พอเดินเข้ามาในห้องของบุตรสาวก็ปรี่เข้าไปหาร่างที่นอนหายใจแผ่วอยู่บนเตียงนอนทันที“เหยียนเอ๋อร์ลูกแม่” จ้าวฟางหรูร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ มองหน้าเกาเต๋อแล้วเอ่ยว่า “ท่านเป็นถึงหมอผู้เก่งกาจแต่ไม่สามารถช่วยนางได้เลยหรือเจ้าคะ” นางจับมือของบุตรสาวมากุมไว้ด้วยความรักและห่วงใยอย่างสุดซึ้งเกาเต๋อส่ายหน้าช้า ๆ “นางไม่ได้ป่วย แต่นางสูญเสียพลังชีพมากเกินไป”ขณะที่ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ จ้าวฟางหรูก็รู้สึกว่า มือของเว่ยซินเหยียนอ่อนระทวยคล้ายกับคนไร้เรี่ยวแรง นางจึงหันไปมองมือบุตรสาว พร้อมกับใช้หลังนิ้วมืออังบริเวณจมูกของนางนางตกใจจนแทบสิ้นสติ เอ่ยออกเสียงสั่นว่า “ท่านอ๋องเหยียนเอ๋อร์ไม่หายใจแล้วเจ้าค่ะ”เจิ้นเสิ่นอ๋องและเกาเต๋อสาวเท้าเข้ามาหานางอย่างรวดเร็ว จ้าวฟางหรูลุกขึ้นจากเตียงให้คนทั้งสองเข้ามาแทนที่เกาเต๋อรีบตรวจชีพจรให้เว่ยซินเหยียน ก็พบความจริงดั่งที่จ้าวฟางหรูบอก เกาเต๋อกล่าวออกเสียงเศร้าว่า

  • ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์   ตอนที่ 84 ข้าอยู่ไม่ได้หากไม่มีนาง

    เจิ้นเสิ่นอ๋องตกใจเป็นอย่างมากเมื่อได้ยินเว่ยซินเหยียนกล่าวเช่นนั้น เขายืนนิ่งงันไปชั่วขณะ หลายอึดใจจึงเอ่ยออก “เจ้าจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม”“ข้าแข็งแรงออกปานนี้จะเป็นอะไรได้”“เช่นนั้นข้าสามารถช่วยเหลืออะไรเจ้าได้บ้าง”“ข้าต้องการผู้ช่วยที่เป็นหมอหลวงสักสี่คนเจ้าค่ะ”“ข้าขออาสาช่วยเจ้า” เกาเต๋อรีบพูดขึ้น“เช่นนั้นท่านช่วยหาหมอหลวงให้ข้าอีกสามคน”“ได้”กล่าวจบเจิ้นเสิ่นอ๋องก็ทำตามที่นางต้องการทันที เว่ยซินเหยียนเตรียมอุปกรณ์การผ่าตัดไว้อย่างพร้อมเพรียง พอทุกอย่างพร้อมแล้วนางก็เริ่มลงมือผ่าตัดทันที ยังดีที่นางมียาผงโรยห้ามเลือด เลือดของมู่กุ้ยเฟยจึงไม่ไหลออกมามากนัก ทว่าก็ยังทำให้บรรดาหมอหลวงทั้งสามถึงกับเหงื่อตกตัวซีดไปตาม ๆ กัน ตั้งแต่เป็นหมอหลวงมาพวกเขาไม่เคยผ่าตัดท้องคนเช่นนี้มาก่อน แค่เห็นนางเปิดแผลหน้าท้องหมองหลวงทั้งสามก็แทบเป็นลมไปตรงนั้นแล้ว แต่เว่ยซินเหยียนกลับทำด้วยความชำนาญและรวดเร็วแม่นยำ มีเพียงเกาเต๋อที่แอบมองนางด้วยความชื่นชมและศรัทธานางเป็นอย่างยิ่ง เพราะเขาเองก็ไม่เคยผ่าตัดเช่นนี้มาก่อน อีกทั้งเขายังไม่เคยสอนนางด้วย แล้วนางไปร่ำเรียนเรื่องพวกนี้มาจากที่ใด เพราะเขาเองก็อย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status