Share

ตอนที่ 7 ฝึกฝนร่างกาย

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-30 10:56:42

เว่ยซินเหยียนฟังจบก็คิดว่าเรื่องนี้มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลตามคาด นางถามแม่นมเตียวอีกว่า “เสิ่นอี๋เหนียงมีนิสัยใจคอเช่นไร” ตอนอยู่ในจวนเจ้าของร่างนี้ยังเป็นเด็กไร้เดียงสาที่ไม่ค่อยสนใจใคร ห่วงแต่เล่นอย่างเดียว นางรู้เพียงว่าเสิ่นอี๋เหนียงพร้อมทั้งบุตรสาวบุตรชายไม่ชอบนาง และอาจเป็นเพราะตอนนั้นนางเป็นบุตรสาวของฮูหยินใหญ่พวกเขาจึงไม่กล้ากลั่นแกล้งนาง

แม่นมเตียวเอ่ยว่า “ปากหวานก้นเปรี้ยวเจ้าค่ะ ชอบประจบสอพลอและเอาใจบุรุษเก่งเป็นที่สุด มักใหญ่ใฝ่สูงอยากเป็นฮูหยินใหญ่ใจจะขาด”

“เรื่องนี้ท่านแม่รู้หรือไม่”

“รู้เจ้าค่ะ แต่นายหญิงไม่ได้ใส่ใจ เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับตนเจ้าค่ะ”

ดวงตาของเว่ยซินเหยียนมีแววครุ่นคิดแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่นางคิดว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับเสิ่นอี๋เหนียงอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้นางยังเด็กเกินกว่าที่จะไปต่อกรกับสตรีผู้นั้น

เมื่อได้ข้อมูลทั้งหมดแล้วเว่ยซินเหยียนจึงเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น “แล้วข้ากับท่านแม่ป่วยเป็นอะไร”

แม่นมเตียวจึงตอบว่า “นายหญิงคลอดคุณหนูก่อนกำหนด ร่างกายคุณหนูจึงไม่แข็งแรงเจ้าค่ะ นายท่านจึงให้หมอมาตรวจและเขียนเทียบยาบำรุงให้เจ้าค่ะ”

“แล้วอาการของข้าดีขึ้นบ้างหรือไม่”

แม่นมเตียวส่ายหน้าพร้อมเอ่ยขึ้นว่า “ไม่ดีขึ้นเลยเจ้าค่ะ ร่างกายคุณหนูก็ยังเจ็บป่วยบ่อยเหมือนเดิม และสมองก็เรียนรู้ได้ช้ากว่าบุตรสาวบุตรชายของเสิ่นอี๋เหนียงเจ้าค่ะ”

“แล้วอาการป่วยของท่านแม่ล่ะ”

“ตอนคลอดคุณหนูนายหญิงเสียเลือดมากแต่ก็ยังรักษาชีวิตไว้ได้ นายท่านให้หมอมาตรวจจึงพบว่าหยางพร่องทำให้ร่างกายเย็น หนาวง่าย มือเท้าเย็น และยังรู้สึกอ่อนเพลียได้ง่ายเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นจึงทำให้ท่านพ่อโปรดปรานเสิ่นอี๋เหนียงมากกว่า” เว่ยซินเหยียนสรุปให้ บุรุษคนใดเล่าจะชื่นชอบสตรีที่ร่างกายอ่อนแอ แม้ในโลกเดิมเว่ยซินเหยียนจะเป็นหญิงโสด ชีวิตอุทิศให้กับงานและคนไข้ทั้งหมด แต่นางก็ไม่ได้ไร้เดียงสาเรื่องชายหญิงปานนั้น

แม่นมเตียวพยักหน้าตอบว่า “เจ้าค่ะ”

“แล้ววิธีรักษาท่านแม่เล่า”

“หมอบอกว่าต้องกินยาที่ช่วยเพิ่มพลังหยางเจ้าค่ะ”

“กินมานานแค่ไหนแล้ว”

“ก็… เก้าปีเท่ากับอายุของคุณหนูเจ้าค่ะ”

“แต่อาการท่านแม่ก็ยังไม่ดีขึ้นเลย แถมยังเหมือนว่าจะแย่ลงกว่าเดิมด้วยซ้ำ” จากที่เว่ยซินเหยียนสังเกตอาการของมารดามาตลอดก็คิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น

“เจ้าค่ะ” แม่นมเตียวพูดต่อว่า “แล้วคุณหนูจะให้ทำอย่างไรเจ้าคะ” ด้วยท่วงท่าน่าเกรงขามของเว่ยซินเหยียนที่ดูเปลี่ยนไปจากคนเดิมมาก เตียวจินจึงรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจคุณหนูมากขึ้น

“ให้ท่านแม่เลิกดื่มสมุนไพรพวกนั้นก่อน ทำร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอโดยเฉพาะศีรษะ หลัง และเท้า ดื่มน้ำอุ่นบ่อย ๆ กินอาหารที่มีฤทธิ์ร้อน เลี่ยงอาหารฤทธิ์เย็น ส่วนเรื่องการออกกำลังกายข้าจะเป็นคนสอนท่านแม่เอง” ที่นางให้มารดางดดื่มสมุนไพรก็เพราะไม่รู้ว่าที่ผ่านมาร่างกายนางสะสมอะไรไว้บ้างแล้ว เก้าปีกับการดื่มสมุนไพรไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลยสักนิด

สาวใช้ทั้งสองยืนตะลึงอ้าปากค้างมองเจ้านายตัวน้อยด้วยความทึ่งระคนนับถือ ไม่คิดว่านางจะมีความรู้ด้านการแพทย์เช่นนี้ หลายอึดใจกว่าจะตอบออกไปว่า “เจ้าค่ะ”

เว่ยซินเหยียนแอบคิดในใจว่าหากนางจับชีพจรแล้วบอกโรคได้เหมือนในนิยายก็คงจะดี จะได้รู้ว่าท่านแม่และนางป่วยเป็นอะไรกันแน่

            หลังจากวันนั้นทุกเช้าเว่ยซินเหยียนจะตื่นขึ้นมาฝึกฝนร่างกายอย่างสม่ำเสมอ วิชาที่นางถนัดมากที่สุดที่เคยฝึกอยู่ในโลกเดิมก็คือเทควันโด และอีกอย่างที่นางเก่งไม่แพ้กันก็คือขี้ม้ากับยิงธนู แต่ตอนนี้ที่บ้านไม่มีม้า นางจึงขอร้องมารดาว่าขอยิงธนูอย่างเดียว

ทุกคนเห็นความเปลี่ยนแปลงของเว่ยซินเหยียนทุกอย่าง แต่ก็ไม่มีใครขัดใจนางสักคน เหตุผลที่เว่ยซินเหยียนลุกขึ้นมาฝึกฝนร่างกายก็เพราะในใจของนางยังมีหวังที่จะแก้แค้นแทนมารดาและเจ้าของร่างนี้ เพราะภายในใจของนางมันร่ำร้องอยู่ทุกวันว่าต้องสืบหาคนบงการมาลงโทษให้ได้ เช่นนั้นทุกคืนนางจะอ่านตำราแพทย์และฝึกลมปราณ ส่วนตอนเช้าจะฝึกเทควันโดและยิงธนู

จ้าวฟางหรูมองดูบุตรสาวใช้หมัดกับเท้าน้อย ๆ แต่ทรงพลังเตะต่อยกระสอบทรายที่แขวนอยู่บนกิ่งของต้นอวี้หลันฮวาขนาดใหญ่ด้วยสายตาที่ยากจะอ่าน

แม่นมเตียวเดินยกน้ำอุ่นเข้ามาใกล้ พลางกล่าวว่า “คุณหนูช่างเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ยิ่งนัก”

จ้าวฟางหรูก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่าต้องรู้สึกอย่างไรกันแน่ที่บุตรสาวของนางเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ บางครั้งก็รู้สึกว่านางไม่ใช่บุตรสาวของตน แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นนางก็ยังรักบุตรสาวสุดหัวใจเช่นเดิม

“อืม ต่อไปจะได้ไม่มีใครมารังแกและว่านางได้อีก” ต่อไปนี้บุตรสาวของนางจะได้มีชีวิตที่ปกติเหมือนคนอื่นเสียที

เว่ยซินเหยียนหยุดเตะกระสอบทราย สายตาเหลือบเห็นมารดาจึงพูดขึ้นว่า “ท่านแม่มาออกกำลังกายกับข้าสิ ข้าจะสอนท่านรำกระบอง”

สองนายบ่าวลอบสบตากันแวบหนึ่ง จ้าวฟางหรูมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เกิดมานางยังไม่เคยตื่นมาออกกำลังกายสักครั้ง นางจึงบอกบุตรสาวว่า “เจ้าฝึกต่อเถอะ แม่จะไปทำอาหารช่วยแม่นมสักหน่อย” แค่พูดคำว่าออกกำลังกายนางก็ขยาดแล้ว

“ไม่ได้เจ้าค่ะ ไหน ๆ ท่านแม่ก็มาแล้ว ลองสักหน่อยนะเจ้าคะ” ว่าพลางเดินไปหยิบลำไม้ไผ่ที่มีความยาวประมาณห้าฉื่อที่ตนเตรียมไว้เมื่อหลายวันก่อน จากนั้นเดินไปจูงมือมารดามาที่ลานฝึกของตน

จ้าวฟางหรูลอบสบตากับแม่นมเตียวพลางทำหน้าเหยเก เตียวจินเพียงพยักหน้าเพื่อเป็นการให้กำลังใจ และรีบถอยออกไปจากตรงนั้น

ก่อนเริ่มรำกระบองเว่ยซินเหยียนสอนให้มารดาอบอุ่นร่างกายเสียก่อน ราวหนึ่งถ้วยชาจึงเริ่มรำกระบอง พอได้ยืดเหยียดร่างกายจ้าวฟางหรูก็รู้สึกสบายตัวขึ้น กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูปเว่ยซินเหยียนจึงให้มารดาหยุดพัก

“รู้สึกอย่างไรบ้างเจ้าคะ”

“รู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูก” แผ่นหลังและกรอบหน้าของนางมีเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อย ในกายรู้สึกว่าเลือดกำลังสูบฉีดดียิ่งนัก

“ท่านแม่ลองฝึกทุกวันดูเจ้าค่ะ เผื่อร่างกายท่านจะแข็งแรงขึ้น”

จ้าวฟางหรูยิ้มจาง ๆ กล่าวว่า “ได้ แม่จะทำตามที่เจ้าบอก” นางเพิ่งรู้ว่าการออกกำลังกายทำให้รู้สึกดีเช่นนี้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์    ตอนที่ 32 รอของฝาก

    ซ่งฉือได้สติจึงรีบขานรับ “ขอรับ ๆ” พลางคิดในใจว่า ที่ไม่ยอมแบ่งขนมให้ลูกน้องก็เพราะหวงไว้กินเองนี่เอง มุมปากจึงยกยิ้มขึ้นแล้วหัวเราะหึ ๆ ด้วยความชอบใจ จางหมัวมัวเดินเข้ามายอบกายคารวะเจิ้นเสิ่นอ๋อง เอ่ยว่า “ท่านอ๋อง พระชายาจะออกไปเที่ยวตลาดอีกแล้วเจ้าค่ะ” “ตามใจนางเถิด อย่ากลับค่ำก็พอ” เขาพูดเสียงเรียบคล้ายไม่ใส่ใจ จางหมัวมัวอ้าปากด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าเจิ้นเสิ่นอ๋องจะอนุญาตให้พระชายาออกจากจวนบ่อยขนาดนี้ ทันใดนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นขนมเซียนฮวาปิ่งเหลืออยู่เพียงสองชิ้นเท่านั้น เจิ้นเสิ่นอ๋องมองตามสายตาของจางหมัวมัวจึงคิดหาคำแก้ตัว “ข้าก็แค่กลัวว่านางจะเสียน้ำใจ ต่อไปไม่ต้องให้นางซื้อมาอีก” “ข้าจะบอกพระชายาให้เจ้าค่ะ” ยอบกายคารวะแล้วจึงเดินอมยิ้มออกมา นางไม่ได้ตาฝาดจริง ๆ หากพระชายาทำให้เจิ้นเสิ่นอ๋องเข้าใจความรู้สึกระหว่างชายหญิงได้ก็คงจะดี คิดมาถึงตรงนี้จิตใจพลันรู้สึกห่อเหี่ยว พระชายางดงามปานนั้นไหนเลยจะมาชอบท่านอ๋องของนางได้ ภาวนาไม่ให้นางปลิดชีพตนเองยังง่ายกว่า ให้หลังจางหมัวมัว เจิ้นเสิ่นอ๋องจึงเรียกองครั

  • ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์    ตอนที่ 31 กินขมแล้วต้องกินหวานตาม

    พ้นร่างจางหมัวมัว องครักษ์ทั้งสองที่ตามติดพระชายาไปทุกที่ก็ปรากฏตัวตรงริมหน้าต่างทันที เจิ้นเสิ่นอ๋องถามออกโดยไม่หันไปมอง “วันนี้นางไปที่ใดมาบ้าง” “จุดพักม้าแล้วก็ตลาดขอรับ” เฉาหยวนตอบ “นางไปทำอะไรที่จุดพักม้า” ที่นั่นเป็นจุดพักม้าและที่รับส่งจดหมายไปยังเมืองต่าง ๆ อีกทั้งยังมีโรงเตี๊ยมที่เอาไว้เป็นที่พักพิงสำหรับนักเดินทาง “ข้าเข้าไปสอบถามกับเถ้าแก่โรงเตี๊ยมตอนที่นางออกไปแล้ว เถ้าแก่บอกว่านางมารับจดหมายขอรับ” เฟิ่งหนิงหลง “จดหมายจากผู้ใด” “เถ้าแก่โรงเตี๊ยมไม่ได้บอกขอรับ เขาบอกว่าเป็นความลับของลูกค้าขอรับ” เจิ้นเสิ่นอ๋องเพียงครุ่นคิดในใจอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา จากนั้นจึงถามองครักษ์ต่อ “แล้วที่ตลาดนางไปทำอะไรบ้าง” เฟิ่งหนิงหลงตอบว่า “นางไปกินข้าว เดินชมตลาด ซื้อขนมแล้วก็กลับจวนขอรับ ไม่ได้ไปพบผู้ใด” ซ่งฉือเหลือบมองขนมเซียนฮวาปิ่งแล้วลอบกลืนน้ำลาย พูดขึ้นว่า “หากท่านอ๋องไม่กินขนมนั่น ให้พวกข้าเอาไปแบ่งกันก็ได้นะขอรับ” พูดพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบจานขนม แต่มือขาวซีดของเจ้า

  • ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์    ตอนที่ 30 ของฝากจากพระชายา

    “ให้นางไปเปิดหูเปิดตาบ้างเถิดเจ้าค่ะ”เจิ้นเสิ่นอ๋องจึงเรียกหาองครักษ์เงาทั้งสอง “เฟิ่งหนิงหลง เฉาหยวน”ทันใดนั้นบุรุษหนุ่มสองคนรูปร่างสูงใหญ่ก็ปรากฏกายอยู่ริมหน้าต่าง ขานรับพร้อมกันว่า “ขอรับ”“ติดตามพระชายาไปห่าง ๆ อย่าให้นางรู้ตัว”“ขอรับ”เขาบอกจางหมัวมัวว่า “ไปบอกนางว่าข้าอนุญาต และให้นางกลับก่อนปลายยามเว่ย”“เจ้าค่ะ”เว่ยซินเหยียนเมื่อได้รับอนุญาตให้ออกจากจวนได้ก็ดีใจเป็นอย่างมาก ซิ่วอิงถามอย่างตื่นเต้นว่า “พระชายาเราจะไปที่ใดกันเจ้าคะ”“จุดพักม้า” ในจดหมายที่นางส่งให้หมอฉินตอนที่นางอยู่ที่จวนสกุลเว่ย นางบอกเขาว่านางมีความจำเป็นบางอย่างต้องมาอยู่ทางชายแดนเหนือ เรื่องการค้ากับโรงหมอจินฮงคงต้องหยุดไว้ก่อน แต่หากหมอฉินยังอยากทำการค้ากับนางให้ส่งจดหมายมาที่จุดพักม้าของเมืองเสิ่นหยาง หมอฉินเป็นคนที่พอไว้ใจได้ นางจึงอยากทำการค้ากับเขาต่อ หากเขารู้จักโรงหมอที่นี่นางก็พอมีช่องทางหาเงินได้บ้าง นายบ่าวทั้งสองยังสวมใส่ผ้าปิดบังใบหน้าเช่นเคย จากนั้นจึงขึ้นรถม้าของจวนเจิ้นเสิ่นอ๋องไปลงในตลาด และบอกกับคนขับรถม้าว่าให้รออยู่ที่นี่ จากนั้นทั้งสองก็เดินหายไปในตลาด พอลับสายตาสารถี สองนายบ่าวก็ห

  • ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์    ตอนที่ 29 อยากไปเดินตลาด

    ดวงตาของเจิ้นเสิ่นอ๋องเปล่งประกายวาววามคล้ายมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง บอกองครักษ์ว่า “สืบต่อไป” จากนั้นถามซ่งฉือว่า “เจ้าได้รับบาดเจ็บ แผลของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” “ใกล้จะหายดีแล้วขอรับ นางเย็บแผลได้อย่างดีเยี่ยมจนแทบไม่เห็นรอยแผลเป็นด้วยซ้ำ พรุ่งนี้นางนัดให้ข้าไปตัดไหม หากเป็นเมื่อก่อนตัวข้าต้องมีรอยแผลเป็นยาวแน่” พูดพลางถอดเสื้อให้เจิ้นเสิ่นอ๋องดู การเย็บแผลของนางสวยงามจริง ๆ “นางเป็นหมอรึ” เรื่องนี้เขาไม่เคยรู้มาก่อน เพราะเขาไม่เคยสนใจสตรีคนไหนที่แต่งเข้ามาในจวนอยู่แล้ว “ข้าไม่แน่ใจขอรับ แต่นางช่วยเหลือทหารที่ได้รับบาดเจ็บทุกคน แถมยังช่วยเย็บแผลให้ข้าอีกด้วย นางยังบอกอีกว่าการเย็บแผลก็คล้ายกับการเย็บผ้าขอรับ” ซ่งฉือตอบ “ท่านอ๋อง หรือจะให้นางลองรักษาท่านดูขอรับ” หมิงจ้านออกความเห็น “ไม่ได้ หากนางตายขึ้นมาเจ้าจะรับผิดชอบไหว…อื้อ ๆ” ซ่งฉือพูดยังไม่ทันจบ หมิงจ้านก็ใช้มือปิดปากเขาไว้แน่นไม่ให้เขาพูดต่อ หมิงจ้านทั้งถลึงตาทั้งขยิบตาให้สหาย ซ่งฉือถึงได้สติกลับคืนมาว่าตนได้พลั้งปากไปแล้ว เขาจึงก้มหน้าสองมือประสานไว้ด้านหน้

  • ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์    ตอนที่ 28 ผู้ช่วยหมอเทวดาเป็นสตรี

    ถึงคราวที่ต้องดื่มสุรามงคลเขาก็เดินไปหยิบสุราที่จางหมัวมัวเตรียมไว้ให้มาให้นาง จากนั้นก็คล้องแขนกรอกสุราลงคอโดยไม่ถอดหน้ากาก เว่ยซินเหยียนทำตามอย่างว่าง่าย นางไม่ได้ซักถามหรือสงสัยแต่อย่างใด เพราะคิดว่าเจิ้นเสิ่นอ๋องคงไม่อยากให้ใครเห็นความอัปลักษณ์ของตนพิธีการทุกอย่างเสร็จสิ้นลงแล้วเขาจึงพูดเสียงเข้มว่า “ขอให้เจ้าอยู่ในจวนนี้ให้ดี อย่าได้เที่ยวเพ่นพ่านไปในที่ที่ข้าไม่อนุญาต” เขาพูดต่อว่า “อีกอย่างถ้าไม่อยากอายุสั้นก็อย่าได้สงสัยอะไรในตัวข้าหรือเรื่องที่ข้าไม่อยากให้รู้” กล่าวเพียงเท่านั้นร่างสูงโปร่งก็เดินออกกจากห้องหอทันทีเว่ยซินเหยียนพูดตามหลังว่า “เจ้าค่ะ” พูดประชดในใจต่ออีกว่า ดุจริง ๆจากนั้นจึงมีสาวใช้นางหนึ่งอายุราวสี่สิบต้นเดินเข้ามาพร้อมกับซิ่วอิง“ท่านอ๋องให้ข้าจางหมัวมัวมาปรนนิบัติพระชายาเจ้าค่ะ” นางคือหมัวมัวที่เคยอยู่กับมู่กุ้ยเฟยซึ่งเป็นมารดาของเจิ้นเสิ่นอ๋องมาก่อน ภายหลังเมื่อมู่กุ้ยเฟยถูกส่งตัวเข้าตำหนักเย็นเพราะให้กำเนิดพระโอรสหน้าตาอัปลักษณ์ และองค์ชายใหญ่ถูกส่งตัวมาอยู่ที่เมืองเสิ่นหยางนางจึงติดตามเขามาด้วยตามความต้องการของมู่กุ้ยเฟย เว่ยซินเหยียนมองน

  • ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์    ตอนที่ 27 พบหน้าพระชายา

    เว่ยซินเหยียนเดินเข้าไปดูอาการของซ่งฉือกับทหารอีกคน เขาคือม่อห่าวหรัน จากนั้นจึงเอ่ยกับซิ่วอิงว่า “ต้องเย็บแผล” เพราะแผลโดนคมดาบมีลักษณะเป็นทางยาว หากไม่เย็บปิดปากแผล แผลอาจจะอักเสบได้ อีกทั้งยังหายช้าอีกด้วย ซ่งฉือกับหมิงจ้านพลันสบตากันอย่างไม่ได้นัดหมาย หมิงจ้านถามออกไปว่า “พระชายาทำเป็นหรือขอรับ” “ก็เหมือนเย็บผ้า เหตุใดข้าจะทำไม่เป็น” เหล่าองครักษ์ที่ได้ยินต่างกลืนน้ำลายดังเอื้อก ทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก คิดในใจว่าแค่เย็บผ้าเป็นก็เย็บแผลได้แล้วหรือ เหตุใดภรรยาที่บ้านไม่เคยเล่าให้พวกเขาฟังบ้างเลย เว่ยซินเหยียนบอกซ่งฉือว่า “ข้าจะเย็บแผลให้เจ้าก่อน” เพราะแผลของเขาฉกรรจ์กว่าของม่อห่าวหรัน “ขอรับ” ซ่งฉือรับคำอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แม้ตอนออกรบต่อสู้กับข้าศึก เขายังไม่รู้สึกกลัวเท่านี้มาก่อน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยอมถอดเสื้อออกโดยง่าย ซ่งฉือได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่ซ้าย ยังนับว่าโชคดีที่เขาถนัดขวา เว่ยซินเหยียนล้างแผลด้วยน้ำเกลือ จากนั้นใช้สำลีเช็ดรอบบาดแผลด้วยแอลกอฮอล์ และซับแผลให้แห้งด้วยผ้าสะอาดก่อนฉีดยาชา จากนั้นจึงเริ่ม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status