Beranda / LGBTQ+ / ชีพจรซ่อนรัก / ตอนที่ 6: กำแพงของความน้อยใจ

Share

ตอนที่ 6: กำแพงของความน้อยใจ

last update Tanggal publikasi: 2026-10-06 18:11:46

ตอนที่ 6: กำแพงของความน้อยใจ

แสงสว่างยามเช้าสาดส่องผ่านมู่ลี่หน้าต่างของห้องพักแพทย์เวร ฝุ่นละอองเล็กๆ ลอยคว้างอยู่ในอากาศที่ยังคงหลงเหลือความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศ ชลธรยืนนิ่งอยู่หน้าบานกระจกเงาเหนืออ่างล้างหน้า สองมือเรียวยึดขอบอ่างกระเบื้องเคลือบไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด หยดน้ำใสไหลรินจากปลายผมสีเข้มลงมากระทบแก้มเนียนละเอียด

นัยน์ตาสีอ่อนทอดมองภาพสะท้อนของตนเอง รอยจ้ำสีแดงอมม่วงหลายรอยปรากฏชัดเจนบนลำคอและลาดไหล่ที่พ้นคอเสื้อ ร่องรอยความเป็นเจ้าของที่ถูกประทับไว้ด้วยความป่าเถื่อนและแรงอารมณ์หึงหวงเมื่อคืนนี้ ทุกครั้งที่ขยับตัว ความปวดร้าวจะแล่นริ้วจากสะโพกขึ้นมาถึงกระดูกสันหลัง ตอกย้ำว่าเหตุการณ์บนโซฟาหนังตัวนั้นไม่ใช่ฝันร้าย ทว่าคือความจริงที่แสนอัปยศ

ชลธรวักน้ำเย็นจัดขึ้นชโลมใบหน้าอีกครั้ง กัดริมฝีปากล่างที่ยังมีรอยปริแตกจนรู้สึกถึงรสคาวเลือดจางๆ เขาไม่ใช่ตุ๊กตายางไร้ชีวิต ไม่ใช่สิ่งของประดับบารมีที่ใครนึกจะกระชากมาจูบหรือย่ำยีเมื่อไหร่ก็ได้ตามอำเภอใจ เจ็ดปีที่เขายอมเสียสละทุกอย่างเพื่อปกป้องชีวิตของผู้ชายคนนั้น แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการถูกตราหน้าว่าร่านและถูกกระทำราวกับเป็นที่ระบายอารมณ์

มือเรียวเอื้อมไปคว้าเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนมาสวมทับ จัดการติดกระดุมขึ้นมาจนถึงเม็ดบนสุดเพื่อปกปิดรอยอัปยศเหล่านั้นให้พ้นจากสายตาผู้คน สวมทับด้วยเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา ปรับเปลี่ยนสีหน้าที่เต็มไปด้วยความรวดร้าวให้กลายเป็นความเรียบเฉย เย็นชา และไร้ความรู้สึก กำแพงน้ำแข็งที่หนาที่สุดถูกก่อขึ้นในใจ เพื่อปกป้องเศษซากความรู้สึกที่เหลืออยู่ไม่ให้ถูกผู้ชายใจร้ายคนนั้นเหยียบย่ำซ้ำสอง

โถงทางเดินของแผนกอายุรกรรมหัวใจในช่วงสายคลาคล่ำไปด้วยพยาบาลและญาติผู้ป่วย ชลธรก้าวเดินตรวจเคสตามเตียงด้วยท่าทีสุขุมและเป็นมืออาชีพ น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยซักถามอาการคุณยายเตียงเจ็ดอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มบางๆ ที่มอบให้คนไข้ช่วยคลายความกังวลในวอร์ดลงได้มาก

ทว่าท่ามกลางเสียงพูดคุยและเสียงเตือนจากเครื่องวัดสัญญาณชีพ หูของชลธรกลับจับจังหวะเสียงรองเท้าหนังที่กระทบพื้นกระเบื้องได้อย่างแม่นยำ... ตึก... ตึก... ตึก

จังหวะฝีเท้าหนักแน่น ทรงอำนาจ และคุ้นเคยเสียจนก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกวูบ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมกลิ่นแอลกอฮอล์ลอยมาตามระบบปรับอากาศ ไม่ต้องหันไปมอง ชลธรก็รู้ว่าใครกำลังเดินเข้ามาในวอร์ด

รอยยิ้มบนใบหน้าหวานจางหายไปในพริบตา ชลธรปิดแฟ้มประวัติคนไข้ในมือเสียงดังพับ หันไปส่งแฟ้มให้พยาบาลประจำวอร์ด

“รบกวนปรับลดยาขับปัสสาวะของคุณยายลงครึ่งโดสตามที่ผมจดไว้นะครับ เดี๋ยวผมจะเข้าไปดูเคสซีซียูห้องสี่ต่อ”

“อ้าว หมอชลคะ แต่หมอภัทรเพิ่งเดินมาทางนี้ น่าจะมาคุยเรื่องเคสร่วม...” พยาบาลสาวท้วงขึ้นเมื่อเห็นหัวหน้าทีมศัลยแพทย์เดินล้วงกระเป๋าตรงเข้ามาด้วยใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบตึง

“ผมมีหน้าที่ดูแลคนไข้ครับ ไม่ได้มีหน้าที่รอคุยกับใคร ฝากพยาบาลวิภาแจ้งคุณหมอภัทรด้วยว่าผมติดเคสด่วน”

พูดจบ ชลธรก็หมุนตัวเดินสวนทิศทางตรงกันข้ามกับร่างสูงใหญ่ หายเข้าไปในห้องผู้ป่วยวิกฤตทันที ทิ้งให้ภัทรที่เพิ่งเดินมาถึงเคาน์เตอร์ต้องชะงักฝีเท้า นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจดจ้องบานประตูที่เพิ่งปิดลงด้วยประกายไฟที่คุกรุ่น สันกรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นรอยนูน มือหนาที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อกาวน์กำแน่นจนเล็บจิกฝังลงไปในฝ่ามือ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของวัน ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ห้องประชุมทีม ชลธรก็เอาแต่ก้มหน้าอ่านเอกสาร ไม่ยอมสบตาเขาแม้แต่เสี้ยววินาที พอเขาเดินเข้าไปใกล้ อีกฝ่ายก็มักจะมีเหตุผลให้ต้องลุกเดินหนีไปตรวจคนไข้หรือคุยกับพยาบาลคนอื่นเสมอ การหลบหน้าอย่างโจ่งแจ้งและจงใจสร้างระยะห่าง ทำให้ความหงุดหงิดในอกของศัลยแพทย์มือหนึ่งพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ

ช่วงพักเที่ยงที่แสนสั้น ภายในแคนทีนของโรงพยาบาลที่ค่อนข้างพลุกพล่าน

ชลธรเลือกนั่งมุมในสุดที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว มือเรียวตักข้าวในจานเพียงเล็กน้อยเข้าปากอย่างเลื่อนลอย ความเหนื่อยล้าทางร่างกายบวกกับความหนักอึ้งในจิตใจทำให้เขากลืนอาหารแทบไม่ลง

“ขอนั่งด้วยคนนะครับหมอชล”

ถาดอาหารสเตนเลสถูกวางลงบนโต๊ะตรงข้าม หมอก้องทรุดตัวลงนั่งพร้อมกับรอยยิ้มกว้างขวาง ศัลยแพทย์รุ่นน้องทอดสายตามองใบหน้าหวานที่ดูซีดเซียวลงกว่าเมื่อวานอย่างพิจารณา

“หมอชลกินแค่นี้จะอิ่มเหรอครับ ดูเหนื่อยๆ นะ เมื่อคืนเวรดึกมีเคสหนักเหรอครับ”

“นิดหน่อยครับ” ชลธรตอบรับสั้นๆ ฝืนคลี่ยิ้มตามมารยาท “แล้วหมอก้องไม่มีเคสผ่าตัดช่วงบ่ายเหรอครับ ถึงได้มานั่งทานข้าวชิลๆ แบบนี้”

“มีครับ แต่ผมเคลียร์พรีออปเสร็จหมดแล้ว เลยมาหาอะไรกินเติมพลังหน่อย...” หมอก้องลดเสียงลงเล็กน้อย โน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้ “หมอชลมีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าครับ วันนี้ดูเงียบๆ ไป ถ้าเป็นเรื่องที่ถูกพี่ภัทรกดดันตอนอยู่ในห้องผ่าตัด หมอชลอย่าไปคิดมากนะครับ พี่ภัทรเขาก็เป็นคนแบบนี้แหละ เผด็จการ เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ไม่ค่อยนึกถึงจิตใจคนอื่นหรอกครับ”

คำพูดของหมอก้องจี้ถูกแผลในใจจนชลธรชะงัก ช้อนในมือหยุดนิ่ง ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากตอบโต้ อุณหภูมิรอบบริเวณโต๊ะอาหารก็ลดฮวบลงกะทันหันราวกับมีใครนำน้ำแข็งมาสาดรด

เงาดำขนาดใหญ่ทาบทับลงมาบดบังแสงสว่าง ภัทรยืนค้ำหัวอยู่ด้านหลังหมอก้อง สันกรามคมขบแน่นจนเส้นเลือดบริเวณขมับเต้นตุบ นัยน์ตาสีดำสนิทกวาดมองใบหน้าของศัลยแพทย์รุ่นน้อง ก่อนจะตวัดไปจดจ่ออยู่ที่ร่างโปร่งฝั่งตรงข้าม

“เวรบ่ายมีเคสผ่าตัดบายพาสคนไข้วีไอพี... ทำไมยังมานั่งลอยหน้าลอยตาคุยเล่นอยู่ตรงนี้ ก้อง”

ภัทรกดเสียงต่ำจนน่ากลัว ทว่าสายตาไม่ได้ปรายมองคนถูกถามเลยสักนิด แววตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีอ่อนของชลธร ราวกับจะเค้นถามว่าทำไมถึงมานั่งกินข้าวกับผู้ชายคนนี้

หมอก้องยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรง รอยยิ้มบนใบหน้าเจื่อนลงทันตา “ผมทานข้าวเสร็จพอดีครับพี่ภัทร กำลังจะขึ้นไปสครับมือเดี๋ยวนี้แหละครับ”

“ก็ดี...” ภัทรเอ่ยเสียงเรียบ ทรงอำนาจ “แล้วเธอ ชลธร บ่ายนี้ต้องไปราวด์วอร์ดกับฉัน ทานเสร็จแล้วก็ตามขึ้นไปที่วอร์ดศัลยกรรม”

ความเงียบทอดตัวลงกลางโต๊ะอาหาร ชลธรวางช้อนสเตนเลสลงบนจาน เสียงโลหะกระทบกระเบื้องดังแก๊งเบาๆ ทว่าบาดหู ร่างโปร่งหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าเนียนละเอียดราบเรียบไร้อารมณ์ นัยน์ตาสีอ่อนที่เคยมองภัทรด้วยความรู้สึกซับซ้อน บัดนี้ว่างเปล่าและเย็นชาจนคนมองรู้สึกชาวาบไปทั้งแผ่นหลัง

“ขออภัยครับ หัวหน้า” น้ำเสียงของชลธรราบเรียบ ปราศจากความสั่นไหวใดๆ “ผมจะรีบไปเตรียมแฟ้มประวัติคนไข้เดี๋ยวนี้ครับ”

สรรพนามที่ถูกเปล่งออกมาอย่างจงใจทำเอากระบอกตาของภัทรกระตุก มุมปากที่เคยวางเฉยเหยียดตึง

“ผมยังไม่ได้สั่งให้คุณลุก ชลธร” ภัทรเค้นเสียงผ่านลำคอที่แห้งผาก

“มีคำสั่งอื่นอีกไหมครับ... หัวหน้า” ชลธรเอียงคอเล็กน้อย แววตาสะท้อนเพียงความห่างเหินราวกับคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน “ถ้าไม่มีคำสั่งเพิ่มเติม ผมขอตัวไปทำหน้าที่ ‘ลูกน้อง’ ของตัวเองครับ”

ร่างโปร่งหยิบถาดอาหารเดินเบี่ยงตัวออกไป ไม่แม้แต่จะปรายตามองอดีตคนรักที่ยืนขวางทางอยู่ ภัทรยืนนิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกึก มือหนาที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อกาวน์กำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อเพื่อข่มความรู้สึกปวดร้าวที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ หมอก้องลอบมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยแววตาครุ่นคิด ก่อนจะรีบขอตัวเดินเลี่ยงออกไปอีกทาง

ช่วงบ่ายคล้อย แสงแดดสีส้มสาดส่องผ่านกระจกบานยาวของระเบียงทางเดินฝั่งตะวันตกที่ไร้ผู้คน

ชลธรเดินถือแฟ้มประวัติคนไข้แนบอก สายตาจดจ่ออยู่กับตัวอักษรบนหน้ากระดาษเพื่อไม่ให้สมองว่างฟุ้งซ่าน จู่ๆ ท่อนแขนแกร่งก็เอื้อมมาจากมุมมืด คว้าหมับเข้าที่ข้อศอกของเขา ออกแรงกระชากเพียงนิด ร่างบางก็ปลิวเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ แฟ้มเอกสารในมือร่วงหล่นกระจัดกระจายเต็มพื้น

ภัทรดันร่างของชลธรให้ถอยไปจนแผ่นหลังชิดติดกำแพง สองมือหนายันผนังปูนขนาบข้างลำตัว กักขังอดีตคนรักไว้ในวงแขนอย่างแน่นหนา ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนหน้าผากมน

“หลบหน้าผมทำไม” ภัทรเค้นเสียงถาม นัยน์ตาคมกริบฉายแววสับสนและเว้าวอนที่พยายามปิดบังไว้อย่างมิดชิด

ชลธรไม่สะดุ้ง ไม่ดิ้นรน และไม่แสดงความหวาดกลัวใดๆ ออกมา นัยน์ตาสีอ่อนหลุบมองฝ่ามือใหญ่ที่เกาะกุมแขนตนเอง ก่อนจะช้อนตาขึ้นสบกับดวงตาคมกริบของคนตรงหน้าอย่างเยือกเย็น

“กรุณาปล่อยด้วยครับ หัวหน้า ตรงนี้พื้นที่สาธารณะ”

“เลิกเรียกผมว่าหัวหน้าสักที!” ภัทรตวาดเสียงพร่า แรงบีบที่ข้อศอกเพิ่มขึ้นตามแรงอารมณ์ที่เริ่มคุ้มคลั่ง “เมื่อคืนเราเพิ่ง... เราเพิ่งกอดกัน คุณยังทำเสียงหวานเรียกชื่อผมอยู่เลย แล้ววันนี้คุณมาทำท่าทีรังเกียจผมทำไม ชล!”

“เมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้นครับ” ชลธรแทรกขึ้นทันควัน น้ำเสียงเยือกเย็นและตัดรอนจนภัทรชะงัก “มันเป็นแค่ความผิดพลาด... เป็นแค่ความสะเพร่าของผม ที่ผมจะไม่มีวันยอมให้เกิดซ้ำรอยอีก”

ก้อนเนื้อในอกซ้ายของศัลยแพทย์หนุ่มกระตุกวูบ ความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความโกรธเกรี้ยวและทิฐิที่สูงเทียมฟ้า

“ความผิดพลาด?” ภัทรแค่นหัวเราะ รอยยิ้มหยันปรากฏบนมุมปาก “ความผิดพลาดที่คุณแอ่นตัวรับสัมผัสผม ร้องครางชื่อผมลั่นห้องจนแทบจะขาดใจน่ะเหรอ! ถ้าผมไม่หยุด คุณก็คงจะยอมให้ผมเอาคุณจนถึงเช้า!”

คำพูดหยาบโลนและดูถูกไม่ได้ทำให้หน้ากากน้ำแข็งของชลธรสั่นคลอนแม้แต่นิดเดียว ริมฝีปากบางเหยียดตรง แววตาสมเพชถูกส่งผ่านดวงตาสีอ่อน จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความพาลของคนร่างสูง

“ผมคงเหนื่อยจนเพ้อ และเผลอละเมอคิดว่าเป็นคนอื่นมั้งครับ” ชลธรตอบกลับเสียงเรียบ ทว่าคมกริบราวกับใบมีดอาบยาพิษ “ถ้าหัวหน้าหมดธุระที่จะกร่างใส่ผมแล้ว... ผมขอตัว”

ชลธรออกแรงสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างแรง ก้มลงเก็บแฟ้มเอกสารบนพื้นขึ้นมาถือไว้ในอ้อมแขน หมุนตัวเดินจากไปอย่างมั่นคง แผ่นหลังบางตั้งตรงและสง่างาม ไม่หันกลับมามองคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังแม้แต่เสี้ยววินาที

ภัทรยืนนิ่งงันอยู่กับที่ราวกับถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่กลางศีรษะ มือหนาที่เคยยันกำแพงตกลงข้างลำตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง ความรู้สึกผิดและความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้ความเย็นชาเริ่มปริแตกและบาดลึก เขายืนมองแผ่นหลังของคนที่เขารักที่สุดค่อยๆ ห่างออกไปจนลับสายตา

ศัลยแพทย์มือหนึ่งเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า... การใช้กำลัง ความหึงหวง และอารมณ์ดิบเถื่อนเพื่อผูกมัดอีกฝ่ายไว้ ไม่ได้ช่วยให้เขาได้ชลธรกลับคืนมาเลย ทว่ามันกลับยิ่งผลักไสให้ชลธรถอยห่างออกไปไกลกว่าเดิม สร้างกำแพงที่หนาทึบเสียจนเขาไม่รู้เลยว่า จะต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะพังทลายมันลงได้อีกครั้ง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 15: สัญชาตญาณในเงามืด [20+++]

    ตอนที่ 15: สัญชาตญาณในเงามืด [20+++]ปัง!เสียงบานประตูเหล็กสองชั้นถูกกระชากปิดจากด้านนอกดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องเก็บเวชระเบียน เสียงโลหะหนักอึ้งกระแทกเข้ากับวงกบสั่นสะเทือนไปถึงพื้นคอนกรีต ตามด้วยเสียงกุกกักของแม่กุญแจที่ถูกคล้องและสับล็อกอย่างแน่นหนาพรึ่บ!หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่เคยกะพริบติดดับตรงโถงทางเดินด้านนอกดับพรึบลงกะทันหัน แสงสว่างเส้นสุดท้ายที่ลอดผ่านช่องใต้ประตูหายวับไป โลกทั้งใบถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดสนิทในเสี้ยววินาที ไร้ซึ่งแสงใดๆ เล็ดลอดเข้ามาแม้แต่แสงจันทร์ชลธรเบิกตากว้างในความมืด อากาศเย็นเยียบและกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เสียงฝีเท้าปริศนาด้านนอกย่ำห่างออกไปเรื่อยๆ จนกลืนหายไปกับความเงียบงันของชั้นใต้ดิน“ภัทร...” น้ำเสียงหวานสั่นสะท้าน มือเรียวปัดป่ายไปในอากาศอย่างไร้ทิศทาง ความหวาดกลัวต่อพื้นที่แคบและความมืดมิดพุ่งทะยานบีบรัดก้อนเนื้อในอกซ้ายจนหายใจไม่ออกขวับ!ท่อนแขนแกร่งตวัดรวบเอวคอดในความมืด ดึงกระชากร่างโปร่งให้ถลาเข้ามาปะทะแผงอกกว้างอย่างรุนแรง ภัทรก้าวถอยหลัง ดันแผ่นหลังบางของชลธรให้กระแทกชิดกับชั้นเหล็กเก็บเอกสาร แขนอีกข้างยกขึ้นกั

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 14: ทางเชื่อมใต้ดิน

    ตอนที่ 14: ทางเชื่อมใต้ดินตัวเลขดิจิทัลสีแดงบนหน้าปัดเหนือประตูลิฟต์โดยสารค่อยๆ เปลี่ยนแปลงอย่างเชื่องช้า จากชั้น 1 เลื่อนลงสู่ B1... B2... และหยุดลงที่ B3ติ๊ง...เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นพร้อมกับบานประตูเหล็กเคลือบสีเทาที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก ไอความเย็นยะเยือกที่แฝงไปด้วยกลิ่นอับชื้นของพื้นปูนและสนิมเหล็กลอยปะทะเข้ากับใบหน้าทันทีที่ช่องว่างเปิดกว้าง ทางเดินทอดยาวเบื้องหน้าถูกฉาบด้วยแสงสลัวจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์เก่าๆ ที่กะพริบติดดับเป็นจังหวะส่งเสียงครางหึ่งน่ารำคาญ หยากไย่เกาะเกี่ยวย้อยลงมาจากฝ้าเพดานที่เต็มไปด้วยคราบน้ำฝนรั่วซึม ที่นี่คือชั้นใต้ดินส่วนลึกที่สุดของโรงพยาบาล พื้นที่หวงห้ามที่ถูกปิดตายและใช้เป็นเพียงสถานที่เก็บเวชระเบียนเก่าและเศษซากอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เสื่อมสภาพชลธรยืนนิ่งอยู่หน้าประตูลิฟต์ ปลายเท้าที่สวมรองเท้าหนังชะงักค้าง นัยน์ตาสีอ่อนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจ้องมองลึกเข้าไปในความมืดมิดของโถงทางเดิน ก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกเต้นผิดจังหวะ ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อสมองดึงเอาภาพความทรงจำสีเลือดในคืนที่ฝนตกหนักและถนนที่มืดสนิทเมื่อเจ็ดปีก่อนขึ้นมาฉายซ้ำ ภาพซากรถที่บิดเบ

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 13: กล้องวงจรปิด

    ตอนที่ 13: กล้องวงจรปิดความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลพ่นไอเย็นจัดจนอุณหภูมิลดต่ำลงแตะสิบแปดองศาเซลเซียส เสียงครางหึ่งๆ ของเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ดังสะท้อนไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่เต็มไปด้วยแผงหน้าจอมอนิเตอร์นับร้อยจอ แสงสีฟ้าจากจอภาพสาดกระทบโครงหน้าคมคายของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ทรวงอกที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องภัทรล้วงมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋ากางเกงสแลก นัยน์ตาสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมจดจ่ออยู่กับภาพวิดีโอขาวดำบนหน้าจอหลัก สันกรามคมขบเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดนูน แผ่รังสีอำมหิตกดทับจนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่นั่งควบคุมเมาส์อยู่ถึงกับเหงื่อตกทั้งที่อากาศหนาวเหน็บชลธรยืนกอดอกอยู่เคียงข้าง ไหล่บางห่อเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อกักเก็บความอบอุ่น นัยน์ตาสีอ่อนจับจ้องภาพบนจอไม่กะพริบ ทว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนกลับตึงเครียดจากเหตุการณ์จดหมายขู่สีเลือดเมื่อเช้า จู่ๆ ความอบอุ่นก็ทาบทับลงบนลาดไหล่ เสื้อกาวน์สีขาวตัวหนาที่มีกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ของภัทรถูกนำมาคลุมทับร่างของเขาอย่างเงียบเชียบชลธรช้อนตาขึ้นมองเสี้ยวหน้าหล่อเหล

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 12: เกมประสาทของ P.K.

    ตอนที่ 12: เกมประสาทของ P.K.กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ลอยปะปนกับไอเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศ ไม่ได้ช่วยให้ความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นตลอดทางเดินของแผนกศัลยกรรมทรวงอกลดลงเลยแม้แต่น้อยชลธรก้าวเท้าไปตามพื้นกระเบื้องยางสีสว่างด้วยจังหวะที่เร็วกว่าปกติ สองมือล้วงลึกเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา พยายามเว้นระยะห่างจากร่างสูงใหญ่ที่เดินขนาบข้าง ทว่าไม่ว่าจะเบี่ยงตัวหลบไปทางซ้ายหรือขวา ท่อนแขนแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มก็คอยขยับตามมาต้อนให้อยู่ในรัศมีไม่เกินหนึ่งช่วงแขนเสมอ“เดินช้าๆ” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังก้องอยู่เหนือศีรษะ“ผมมีเคสต้องไปรีวิวต่อ กรุณาอย่าเดินเบียดได้ไหมครับ หัวหน้า” ชลธรเชิดหน้าขึ้น ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเย็นชา สรรพนามห่างเหินถูกงัดขึ้นมาใช้อีกครั้งเพื่อสร้างกำแพงกั้นกลางระหว่างพวกเขา หลังจากเหตุการณ์บุกรุกคอนโดมิเนียมเมื่อเช้าตรู่ ภัทรก็ทำตามคำพูดอย่างเคร่งครัด ศัลยแพทย์หนุ่มตามติดชีวิตเขาทุกฝีก้าวราวกับเงาตามตัว จัดการลากเขาให้ย้ายโต๊ะทำงานจากฝั่งอายุรกรรมมาสิงสู่อยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์อย่างหน้าตาเฉย“ผมสั่งให้คุณย้ายมานั่งทำงานในห้องผม ไม่ได้สั

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 11: ร่องรอยบนผิวเนื้อ

    ตอนที่ 11: ร่องรอยบนผิวเนื้อความเย็นเยียบจากช่องปรับอากาศที่พ่นไอเย็นออกมาตลอดทั้งคืน ปะทะเข้ากับผิวเนื้อเปลือยเปล่าจนร่างกายโปร่งสะดุ้งตื่นชลธรปรือตาขึ้นอย่างเชื่องช้า แพขนตางอนยาวกะพริบถี่เพื่อปรับโฟกัสรับแสงสลัวของลานจอดรถชั้นใต้ดินที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิทเข้ามาภายในห้องโดยสาร กลิ่นอับชื้นของเครื่องปรับอากาศผสมปนเปกับกลิ่นคาวโลกีย์และกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูที่คุ้นเคย ลอยอวลตอกย้ำเหตุการณ์ป่าเถื่อนที่เพิ่งจบลงไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนความปวดร้าวแล่นริ้วจากสะโพกขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลังทันทีที่ขยับตัว ชลธรนิ่วหน้า กัดริมฝีปากล่างที่บวมเจ่อเพื่อสกัดกั้นเสียงคราง นัยน์ตาสีอ่อนหลุบมองสภาพของตนเองแล้วก็ต้องขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดนูน เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่เคยเนี้ยบกริบ บัดนี้ยับยู่ยี่และขาดวิ่น กระดุมพลาสติกหลุดหายไปเกินครึ่ง เผยให้เห็นผิวอกขาวเนียนที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำสีแดงอมม่วงและรอยขบกัดที่สลักลึกราวกับต้องการตีตราจอง แพนตี้และกางเกงสแลกถูกโยนทิ้งระเกะระกะอยู่ตรงที่วางเท้าท่อนแขนแกร่งที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อยังคงพาดทับอยู่บนเอวคอด ร่างสูงใหญ่ของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์นอนหลับสนิท

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 10: เบาะหลังที่ร้อนระอุ [20+++]

    ตอนที่ 10: เบาะหลังที่ร้อนระอุ [20+++]ปัง!เสียงบานประตูรถยุโรปคันหรูถูกกระชากปิดสนิท ตัดขาดเสียงสายฝนที่สาดกระหน่ำอยู่ภายนอกลานจอดรถชั้นใต้ดินให้เหลือเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงที่ดังก้องอยู่ในห้องโดยสารแคบๆ ความมืดสลัวถูกสลักด้วยแสงไฟกะพริบจากลานจอดรถที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิท สะท้อนให้เห็นนัยน์ตาคมกริบของศัลยแพทย์หนุ่มที่วาวโรจน์ไปด้วยเพลิงโทสะและไฟปรารถนาที่ลุกโชนชลธรแผ่นหลังแนบชิดกับเบาะหนังแท้สีเข้ม ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานปะทะเข้ากับผิวเนื้อ ทว่ามันกลับสู้ไม่ได้กับความร้อนระอุจากร่างกายกำยำที่คร่อมทับอยู่เบื้องหน้า ภัทรต้อนร่างโปร่งจนมุม สองแขนแกร่งยันพนักพิงกักขังอดีตคนรักไว้ในอาณาเขตของตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ“เก่งนักไม่ใช่หรือไง” น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มที่กำลังซีดเผือด “เก่งนักเรื่องไล่ผมไปหาคนอื่น เก่งนักเรื่องสร้างกำแพงใส่ผม!”“ถอยไปนะภัทร...” ชลธรเค้นเสียงผ่านลำคอที่แห้งผาก สองมือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างสุดแรง ทว่ากล้ามเนื้อแน่นตึงนั้นกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว “คุณมันบ้าไปแล้ว ปล่อยผม!”“ใช่ ผม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status