Beranda / รักโบราณ / ชีวิตที่สองของปลาเค็ม / 14 ไม่อยากแต่งกับท่าน

Share

14 ไม่อยากแต่งกับท่าน

last update Tanggal publikasi: 2026-03-26 14:13:06

14

ไม่อยากแต่งกับท่าน

“ไม่ทราบว่าใต้เท้าจ้าวมาวันนี้มีเรื่องใดให้ข้าช่วย”

“รบกวนท่านเจ้าเมืองแล้ว ที่มาวันนี้ไม่มีเรื่องใดให้ท่านเจ้าเมืองช่วยเหลือ เพียงแต่ฟู่เฉิงลูกชายของข้า...”

“จ้าวฟู่เฉิงมีปัญหาใดที่แก้ไม่ได้”

“เป็นเรื่องน่ายินดีของคนหนุ่มสาว ฟู่เฉิงก็ถึงวัยแต่งภรรยาแล้ว ทั่วทั้งเมืองจี้ฉู่ผู้คนต่างรู้กันทั่วว่าซานซานกับฟู่เฉิงผูกสมัครรักใคร่กันมานาน หากข้าปล่อยปละละเลยไม่ทำให้เรื่องราวมันถูกต้องก็เกรงว่าจะทำให้ซานซานเสียชื่อเสียง”

“ใต้เท้าจ้าวจะบอกสิ่งใด” เยว่เยี่ยนซีมีสีหน้าจริงจัง

“ข้ามาวันนี้ตั้งใจมาสู่ขอธิดาเจ้าเมืองให้ลูกชายข้า”

ทั้งห้องเงียบกริบ เยว่ซานซีกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ทำไมล่ะ ในเมื่อนางก็บอกไปแล้วว่าจดหมายนั่นเป็นแค่เรื่องล้อเล่น ทำไมตาเฒ่าจ้าวเฟยเทียนถึงยังทำตามแผนเดิม เหมือนมีมือล่องหนผลักให้เนื้อเรื่องดำเนินไปแบบเก่า

ไม่สิ! ไม่ใช่มือล่องหนแต่มันเป็นฝ่าเท้าต่างหาก เป็นฝ่าเท้าที่ถีบเยว่ซานซีเข้าไปในพล็อตเรื่องเดิม ถีบแรงจนหัวทิ่ม

“สู่ขอซานซาน การแต่งงานเป็นเรื่องสำคัญต้องถามความสมัครใจของนางก่อน” เยว่เยี่ยนซีทวนถามพลางหันไปสบตากับบุตรสาว “เจ้าว่าอย่างไรซานซาน”

“ตามที่ข้าเคยพูดกับท่านพ่อไปแล้ว ข้าเห็นคุณชายจ้าวเป็นเพียงสหาย อีกอย่างข้าก็รู้มาว่าความสัมพันธ์ของคุณชายจ้าวกับคุณหนูสวีนั้นลึกซึ้ง เป็นเรื่องน่าขันเหลือเกินที่วันนี้พาแม่สื่อมาทาบทามข้าไปเป็นสะใภ้ หากท่านพ่อรับการเกี่ยวดองนี้ผู้คนทั้งเมืองอาจจะหัวเราะเยาะเอาได้”

สองพ่อลูกหน้าเสีย ได้ยินชัดทุกถ้อยคำถึงกระนั้นก็ยังไม่วางมือ เมื่อกล่าวถึงสวีจูเจียวจ้าวเฟยเทียนขุ่นเคืองแต่ก็ยังเก็บอารมณ์ได้ดีอยู่ เขาเคยตักเตือนลูกชายไปหลายครั้งแล้วว่าห้ามให้เรื่องของสวีจูเจียวกลายมาเป็นปัญหา คิดไม่ถึงว่าเยว่ซานซีจะหยิบยกเรื่องนี้มาพูดอย่างไม่ไว้หน้า

“ซานซานล้อเล่นแล้ว ข้ากับคุณหนูสวีเป็นเพียงสหายในวัยเยาว์เท่านั้น พูดเช่นนี้ต่อหน้าผู้ใหญ่อาจทำให้ผู้ใหญ่เข้าใจผิดได้” จ้าวฟู่เฉิงที่รู้ตัวว่าบิดากำลังโกรธเคืองตนอยู่จึงรีบพูดแก้ต่าง

“ถูกแล้วๆ จูเจียวข้าก็รู้จักนางมาตั้งแต่เด็ก นางกับฟู่เฉิงสนิทกันก็จริงแต่ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้แน่นอน ในสายตาของฟู่เฉิงมีเพียงซานซาน” จ้าวเฟยเทียนรีบสำทับ

เห็นว่าทางเยว่เยี่ยนซีกับเยว่ซานซียังเงียบอยู่จ้าวฟู่เฉิงยิ่งร้อนใจ ต้องรีบทำอะไรสักอย่าง

“ท่านเจ้าเมือง ข้าขออนุญาตคุยกับซานซานเพียงลำพัง”

ไม่เชิงว่าอนุญาตหรือไม่อนุญาต ทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของเยว่ซานซี นางเดินตามเขาออกมาจากห้องโถง ทั้งสองหยุดยืนคุยกันที่ระเบียง

“ซานซานข้ากับสวีจูเจียวบริสุทธิ์ใจ”

“ไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้น อย่าคิดเข้าข้างตัวเองเกินไปสิ”

“เพราะเจ้าหึงข้าก็เลยไม่ทันคิดให้ถี่ถ้วน เอาเถิด กลับเข้าไปบอกบิดาของเจ้าว่าเราจะแต่งงานกัน ถ้าไม่อย่างนั้นข้าจะเปลี่ยนใจไม่แต่งกับเจ้าแล้ว ถึงเจ้าจะเสียใจทีหลังก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้อีก”

“ไม่แต่งก็ไม่แต่งสิ ข้ายิ่งไม่อยากแต่งกับท่าน”

“เยว่ซานซี! ถึงจะงี่เง่าก็ต้องมีขอบเขต คนทั้งเมืองรู้ว่าเจ้าชื่นชอบข้า ใครก็เห็นว่าเจ้าตามตอแยข้าเพียงใด หากไม่แต่งกับข้ายังจะมีใครกล้าแต่งกับเจ้าอีก ข้าเริ่มจะหมดความอดทนกับเจ้าแล้วนะ รีบไปพูดกับท่านพ่อของเจ้าให้เข้าใจ”

เอิ่ม...อันนี้พี่แกก็เล่นท่องตามบทพระเอกมินิซีรีส์แนวตั้งเกินไป

“ก็บอกว่าข้าไม่แต่ง”

“เจ้าแค่กำลังหึงหวงเลยพูดจาเพ้อเจ้อ ถ้าแต่งกันแล้วข้าก็จะให้เจ้าเป็นภรรยาเอกแน่นอน ยังจะเอาอะไรอีก”

เริ่มเบื่อจะเถียงกับพวกหลงตัวเอง ไม่น่าเดินตามไอ้หมอนี่ออกมาเลยจริงๆ

“อืม ข้าเข้าใจแล้ว เดี๋ยวข้าจะกลับไปพูดให้ท่านพ่อเข้าใจ”

“เข้าใจก็ดีแล้ว เรื่องที่เจ้าชวนข้าทะเลาะวันนี้ข้าจะไม่ถือสาหาความให้มันแล้วกันไป”

เขาสะบัดอาภรณ์เดินนำหน้าไปก่อน เยว่ซานซีเดินตามหลังเข้าไปในห้องโถง พอไปถึงก็เห็นว่าบิดากำลังนั่งคุยเรื่องสัพเพเหระกับจ้าวเฟยเทียนอยู่ ผู้ใหญ่ทั้งสองหยุดการสนทนาหันมาทางคนหนุ่มสาวทันที

“ตกลงกันได้หรือยัง” เยว่เยี่ยนซีถาม

“ได้แล้วขอรับ” จ้าวฟู่เฉิงตอบกลับแล้วยิ้มบางๆ ก่อนจะหันไปสบตากับผู้เป็นพ่อ ราวกับอยากบอกว่าเกลี้ยกล่อมเยว่ซานซีได้สำเร็จแล้ว

“ว่าอย่างไรซานซาน สรุปแล้วอยากจะแต่งกับจ้าวฟู่เฉิงหรือไม่บอกพ่อมา”

“ไม่แต่งเจ้าคะ”

“ซานซาน!” จ้าวฟู่เฉิงอึ้งกับคำตอบ คิดว่าที่คุยกันเมื่อครู่นี้นางเข้าใจแล้วเสียอีก

“ข้าก็มาบอกท่านพ่อให้เข้าใจแล้วอย่างไรว่าไม่แต่ง ขอยืนยันคำเดิมว่าไม่แต่งแน่นอน” พูดจบนางก็ลุกจากเก้าอี้ “ท่านพ่อข้าขอตัว”

แม้จะอับอายกับพฤติกรรมไร้มารยาทของบุตรสาวแต่เยว่เยี่ยนซีกลับโล่งใจอย่างประหลาด เขาไม่ทัดทานและห้ามปรามเมื่อนางเดินจากไป แต่พูดกับสองพ่อลูกด้วยน้ำเสียงราบเรียบแทน

“ใต้เท้าจ้าวกับคุณชายจ้าวคงได้ยินชัดเจนแล้วนะ การแต่งงานถึงแม้ว่าจะเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ แต่บังเอิญจริงๆ ว่าพ่ออย่างข้าไม่กล้าขัดใจลูกสาวเสียด้วย ใครอยู่ข้างนอกส่งแขกเร็วเข้า!”

หลังจากสองพ่อลูกแบกใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยร้าวจากไปแล้ว เสิ่นเวยหลงที่เพิ่งกลับมาจากสืบคดีก็กลับเข้าจวน ในระหว่างที่กำลังจะไปหาเยว่เยี่ยนซีที่ห้องโถงใหญ่ บังเอิญเดินผ่านสาวใช้ที่กำลังเก็บชุดกาน้ำชาสำหรับรองรับแขกออกมาจากห้องจึงหยุดถาม

“มีแขกมาหรือ”

“เจ้าค่ะ ใต้เท้าจ้าวกับคุณชายจ้าวมาสู่ขอคุณหนูเจ้าค่ะ”

“สู่ของั้นหรือ”

“เจ้าค่ะ เพิ่งกลับไปเมื่อครู่นี้เอง”

สาวใช้นางนั้นโค้งศีรษะลงเล็กน้อยแล้วเดินผ่านไป เสิ่นเวยหลงยังหยุดอยู่ที่เดิม ทอดมองไปข้างในห้องโถงใหญ่เห็นเยว่เยี่ยนซีกำลังก้มหน้าอ่านคำร้องของชาวบ้าน ใจจริงอยากเข้าไปถามเรื่องที่จ้าวฟู่เฉิงมาสู่ขอเยว่ซานซี แต่ก็ต้องเก็บคำถามเหล่านั้นเอาไว้ลึกสุดใจ

“ท่านลุง”

“กลับมาแล้วหรือ เรื่องคดีได้ความว่าอย่างไร”

“ข้าสั่งคนติดตามเรื่องนั้นแล้วขอรับ อีกไม่เกินสามวันต้องตามจับตัวคนร้ายได้แน่นอน”

“ดี ข้าเชื่อฝีมือเจ้า เจ้าทำงานได้ไวและรอบคอบ”

“ท่านลุง...”

“มีอะไร” เยว่เยี่ยนซีเงยหน้าขึ้นจากกองคำร้องเรียน ให้ความสนใจชายหนุ่มที่ยืนอยู่กลางห้อง เห็นอีกฝ่ายมีท่าทางกระอึกกระอักจึงพูดด้วยน้ำเสียงชุ่มเย็น

“เวยหลงเจ้ามีอะไรก็พูดมาเถิด เราคนกันเอง เจ้าก็เป็นเหมือนสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลเยว่ ข้าเอ็นดูเจ้าไม่ต่างจากลูกชาย”

“ไม่มีขอรับ ข้าขอตัวก่อน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   81  อ้อมกอดท่านตา (จบ)

    81 อ้อมกอดท่านตาก่อนที่จะเดินตามทุกคนเข้าเรือน เยว่ซานซีชะงักฝีเท้าลงครู่หนึ่งแล้วหมุนกายกลับไปมองที่กำแพงเตี้ยๆ ซึ่งกั้นระหว่างจวนเจ้าเมืองและบ้านตระกูลโม่ นางเห็นร่างอ้วนกลมของบุรุษที่ยืนเด่นท่ามกลางแสงแดดอ่อนยามบ่ายโมสือปายกมือขึ้นโบกพร้อมกับส่งยิ้มมา เยว่ซานซีไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกไป นางเพียงแต่แย้มยิ้มกว้างตอบกลับแล้วโบกมือกลับ จากนั้นนางก็หันกลับมายังเรือนหลักแล้วก้าวเดินเข้าไปข้างในเมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโถงกลาง กลิ่นหอมของอาหารก็โชยมาปะทะจมูก บนโต๊ะไม้ตัวยาวถูกจัดวางด้วยสำรับอาหารเลิศรสมากมายจนแทบไม่มีที่ว่าง ทั้งเป็ดตุ๋นน้ำแดงรสเข้มข้น ปลานึ่งซีอิ๊วที่เนื้อขาวนุ่ม และแกงผักป่า รวมไปถึงลูกพลับย่างที่เยว่ซานซีโปรดปราน ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้อย่างตั้งใจ ด้วยความรักของบิดาที่เฝ้ารอคอยวันนี้มาตลอดสี่ปีเต็ม"มาเถิดซานซาน เวยหลง มานั่งข้างพ่อนี่ หลันเอ๋อร์นั่งบนตักตาก็ได้ ตาจะป้อนขนมโก๋น้ำตาลให้เจ้าเอง" เยว่เยี่ยนซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยด้วยความตื้นตันบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความรื่นเริงอย่างที่ไม่เคยเป็นมานาน เสิ่นเวยหลงที่ปกติมักจะเคร่งขรึมและรักษากิริยา

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   80 ข้าก็จะไม่ถือสา

    80 ข้าก็จะไม่ถือสาอาเจ๋อเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยความไม่เข้าใจ ดวงตาของเขาฉายแววสับสนกึ่งขัดขืน "ทำไมล่ะขอรับท่านแม่ เมื่อครู่ท่านแม่ยังบอกว่าจะจัดการนางให้ข้าอยู่เลย เหตุใดตอนนี้ถึงต้องให้ข้าขอโทษเด็กซุ่มซ่ามนี่ด้วย""หุบปากเดี๋ยวนี้" หงเป่าเป้ยถลึงตาจนดูน่ากลัว "แม่บอกให้ขอโทษก็ขอโทษ เจ้ารู้หรือไม่ว่าคุณหนูผู้นี้เป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของท่านเจ้าเมืองเยว่เยี่ยนซี”คำว่าท่านเจ้าเมืองทำให้อาเจ๋อที่เคยอวดเบ่งถึงกับหดหัวลงทันที ใบหน้าที่เคยเย่อหยิงบัดนี้กลับจ๋อยสนิท ความอวดดีมลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความหวาดกลัวที่แล่นพล่านขึ้นมาเขาก้มหน้าลงมองปลายเท้าตัวเองสลับกับถังหูลู่ที่เปื้อนฝุ่นบนพื้น ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักแผ่วเบา "ข้า...ข้าขอโทษ ข้าผิดไปแล้วที่วิ่งชนเจ้า และข้าขอโทษที่พูดจาไม่ดีใส่เจ้าด้วย"อวี้หลันตัวน้อยยืนกอดอกมองอยู่ข้างมารดาไม่ได้ทำท่าทางเยาะเย้ย นางเพียงแต่พยักหน้าช้าๆ อย่างสำรวมตามแบบที่ได้รับการอบรมมา "ในเมื่อเจ้าสำนึกผิดข้าก็จะไม่ถือสา แต่คราวหน้าคราวหลังเจ้าควรหัดเดินให้ระวังและมีน้ำใจต่อผู้อื่น ไม่ใช่เอะอะก็อ้างชื่อท่านแม่ของเจ้าไปทั่ว เพราะมันจะท

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   79 แล้วแม่ของเจ้าเป็นใครล่ะ

    79 แล้วแม่ของเจ้าเป็นใครล่ะเยว่ซานซียืนนิ่ง มองดูเด็กชายตรงหน้าที่ยืนเท้าสะเอวเชิดหน้าอย่างถือดี ท่าทางโอหังเกินวัยของเขาทำให้นางนึกระอาใจมากกว่าจะโกรธเคืองอย่างจริงจัง แต่นางก็อดไม่ได้ที่จะสั่งสอนเรื่องมารยาทให้เสียหน่อย"เจ้าหนู นอกจากจะวิ่งชนคนอื่นจนของเสียหายแล้วยังจะมาข่มขู่กันอีกรึ" เยว่ซานซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าดวงตากลับคมปลาบ "เจ้าบอกว่าถ้าบอกท่านแม่ของเจ้ารู้แล้วข้าจะไม่มีที่ซุกหัวนอน เช่นนั้นข้าขอถามหน่อยเถิดว่าตระกูลของเจ้าใหญ่โตมาจากไหน ถึงได้กล้าประกาศศักดากลางตลาดเช่นนี้"เด็กชายแค่นหัวเราะอย่างลำพองใจ เขาขยับตัวก้าวเข้ามาใกล้เยว่ซานซีอีกนิด พลางชี้นิ้วใส่หน้าอวี้หลันที่ยังคงยืนจ้องเขาตาไม่กะพริบ "เหอะ! คงมาจากต่างเมืองล่ะสิถึงไม่รู้ความ ข้าจะบอกให้เอาบุญ รู้หรือไม่ว่าท่านแม่ของข้าเป็นใคร ในเมืองจี้ฉู่นี้ใครบ้างจะไม่เกรงใจนาง"เยว่ซานซีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มอย่างนึกสนุก "อ้อ! แล้วแม่ของเจ้าเป็นใครล่ะ ไหนลองบอกข้าให้เป็นบุญหูหน่อยสิ""ท่านแม่! ท่านแม่ขอรับ! มีคนมารังแกข้า!" เด็กชายตะโกนก้องลั่นตลาดพลางหันไปทางร้านเครื่องประดับหรูหราที่ตั้งอยู่

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   78 ขนมนั่นสีแดงสวยจัง

    78 ขนมนั่นสีแดงสวยจังทั้งสี่เดินออกมาจากโรงเตี้ยม จ้าวฟู่เฉิงจ้องมองเงาร่างของเสิ่นเวยหลงที่ควบม้าเคียงข้างรถม้าคันใหญ่ และภาพใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มของเสิ่นอวี้หลันที่โผล่พ้นหน้าต่างมาโบกมืออำลาอย่างร่าเริง จ้าวฟู่เฉิงยืนนิ่งราวรูปสลักหิน สายตาของเขาทอดมองตามฝุ่นที่ตลบอบอวลอยู่เบื้องหลังขบวนเดินทางนั้นจนกระทั่งมันค่อยๆ เลือนหายไปลับตา ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและเสียงกระดิ่งลมที่พัดไหวเบาๆ"เถ้าแก่มีที่ว่างสำหรับพวกเราสามคนหรือไม่" เสียงตะโกนของกลุ่มนักเดินทางชุดใหม่ที่เพิ่งลงจากเกวียนดังขึ้น ปลุกจ้าวฟู่เฉิงให้ตื่นจากภวังค์เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รับเอาอากาศเข้าเต็มปอด ก่อนจะละสายตาจากถนนที่ว่างเปล่าเบื้องหน้า รอยยิ้มที่ดูสงบและจริงใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าขณะที่เหันกลับไปหาแขกผู้มาใหม่"มีแน่นอนขอรับ เชิญด้านในเลยขอรับ แดดข้างนอกแรงนักเข้าไปจิบชาให้คลายเหนื่อยก่อนเถิด"หลังจากเดินทางผ่านขุนเขาและทุ่งกว้างมาอีกหนึ่งอาทิตย์เต็ม ในที่สุดขบวนรถม้าของตระกูลเสิ่นก็เคลื่อนผ่านประตูเมืองจี้ฉู่เข้าสู่เขตย่านการค้าที่คุ้นตา เสียงอึกทึกของตลาดทำให้เยว่ซานซีรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก นางมองออกไปนอกหน้

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   77 นับว่าเป็นวาสนา

    77 นับว่าเป็นวาสนาเสิ่นเวยหลงมองดูชุดผ้าป่านเนื้อหยาบของจ้าวฟู่เฉิงแล้วขมวดคิ้ว "ข้าจำได้ว่าโทษของตระกูลจ้าวนั้น แม้จะหนักหนาแต่ถ้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในส่วนของตนเองได้บางส่วนโทษก็จะเบาลงบ้าง"จ้าวฟู่เฉิงยกชาขึ้นจิบเพียงนิด รอยยิ้มของเขาดูขมขื่นทว่าก็แฝงไปด้วยความปล่อยวาง "ตระกูลจ้าวก็เหมือนต้นไม้ที่ถูกถอนรากถอนโคน ทำผิดก็ต้องว่าไปตามผิด หลังจากที่คดีความของตระกูลจ้าวถูกตัดสินในคราวนั้น ครอบครัวของข้าทุกคนล้วนได้รับโทษประหารทั้งสิ้น เหลือเพียงข้าคนเดียวที่รอดพ้นความตายมาได้แต่ก็ถูกเนรเทศให้ไปใช้แรงงานหนักที่ชายแดนเพื่อไถ่โทษ"เยว่ซานซีชะงักมือที่กำลังจะหยิบถ้วยชา นางมองใบหน้าของจ้าวฟู่เฉิงที่ดูกร้านแดดและมีรอยแผลจางๆ ที่ข้อมือ ซึ่งคงเป็นร่องรอยจากการถูกตีตรวนและทำงานหนักในค่ายทหารที่ชายแดน"ข้าต้องใช้ชีวิตปะปนกับเหล่านักโทษและแบกหามหินทรายอยู่กลางแดดจ้าถึงสามปีเต็ม" จ้าวฟู่เฉิงเล่าต่อพลางแค่นยิ้มบางๆ "จนกระทั่งรับโทษครบกำหนดตามฎีกา ข้าจึงได้รับอิสรภาพคืนมาพร้อมกับเงินติดตัวเพียงไม่กี่ตำลึงที่แอบเก็บออมไว้ ข้าไม่อาจซัดเซพเนจรไปที่ใดได้ไกลนัก จนกระทั่งเดินทางมาถึงรอยต่อของเส้นทางนี

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   76 ใช่ท่านจริงๆ หรือ

    76 ใช่ท่านจริงๆ หรือเยว่ซานซีพยักหน้าพลางอุ้มอวี้หลันลงจากรถม้าเมื่อขบวนหยุดนิ่งสนิท โรงเตี๊ยมแห่งนี้สร้างจากไม้เนื้อแข็งสภาพเก่าแก่แต่ดูสะอาดสะอ้าน มีป้ายผ้าสีซีดโบกสะบัดอยู่หน้าร้าน ลานกว้างด้านข้างเต็มไปด้วยรถม้าจากต่างเมืองและพ่อค้าหาบเร่ที่มานั่งพักคลายร้อน"ท่านแม่เจ้าค่ะ ข้าหิวแล้วเจ้าค่ะ" อวี้หลันจูงมือมารดาเดินนำเข้าไปในโถงด้านในซึ่งมีโต๊ะไม้จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบขณะที่เสิ่นเวยหลงกำลังหันไปสั่งผู้ดูแลขบวนเกวียน เยว่ซานซีก็ก้าวเท้าเข้าไปในโรงเตี๊ยม นางกวาดสายตามองไปรอบๆ จนกระทั่งปะทะเข้ากับร่างของชายผู้หนึ่งที่กำลังง่วนอยู่กับการเช็ดโต๊ะไม้ตัวยาวอยู่ที่มุมห้อง เขาอยู่ในชุดผ้าป่านเรียบง่าย ท่าทางกระฉับกระเฉงและดูมีสง่าราศีผิดกับชาวบ้านทั่วไปเมื่อชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้นมาเพื่อต้อนรับลูกค้าใหม่ ดวงตาของเขาและเยว่ซานซีก็สบกันนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง เยว่ซานซีถึงกับชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวต่อ หัวใจของนางกระตุกวูบด้วยความประหลาดใจ ภาพบุรุษผู้สง่างามในความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนซ้อนทับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว"จ้าวฟู่เฉิง!"ชื่อนั้นหลุดออกมาจากปากของเยว่ซานซีแผ่วเบา นางจ้องมองใบหน้าที่คมเข้มซึ

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   6 วอแวจ้าวฟู่เฉิง

    6วอแวจ้าวฟู่เฉิง“วอแวจ้าวฟู่เฉิงอะไรกันเล่า ข้าก็มีเกียรติมีศักดิ์ศรี”ภารกิจของวันนี้คือไปหยุดยั้งจ้าวเฟยเทียนไม่ให้เอาจดหมายรักไปต่อยอดเกี่ยวดอง ป่านนี้จดหมายคงถึงมือตาเฒ่าเจ้าเล่ห์นั่นแล้ว อีกหน่อยก็คงไปวางแผนกับลูกชายเรื่องปล่อยข่าวลือให้นางเสื่อมเสีย เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงชื่อเสียงเจ้าเมืองด้

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   5 สวดมนต์เสร็จฆ่าภิกษุ

    5สวดมนต์เสร็จฆ่าภิกษุ“ใจเย็นๆ ก่อนหัวหน้าเสิ่น”“ซานซานไม่เคยเรียกข้าว่าหัวหน้าเสิ่น”ล้างแผลให้แล้ว ใส่ยาให้แล้ว พันแผลให้แล้ว ท่านหัวหน้าไม่สำนึกบุญคุณ สวดมนต์เสร็จฆ่าภิกษุ เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล แบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน“ใช่ๆ นางเอกไม่เคยเรียกหัวหน้าเสิ่นว่าหัวหน้าเสิ่น แต่ท่านเป็นแค่ตั

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   4 ลูกไม่ชอบ

    4ลูกไม่ชอบ“หากเป็นแค่เรื่องล้อเล่นกันเจ้าก็ควรไปขอโทษคุณชายจ้าวเถิด พูดให้ทางนั้นเข้าใจจะได้ไม่เกิดปัญหาภายหลัง จะว่าไปคุณชายจ้าวผู้นั้นก็ดูอนาคตไกลเจ้าไม่ชอบจริงๆ นะหรือ” เยว่เยี่ยนซีถามหยั่งเชิงอีกครั้งหนึ่ง“ลูกไม่ชอบเจ้าค่ะ พรุ่งนี้เช้าลูกจะไปขอโทษคุณชายจ้าวตามที่ท่านพ่อชี้แนะ ขอบคุณท่านพ่อที

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   3 หัวหน้าเสิ่น

    3หัวหน้าเสิ่นลักษณะจวนเจ้าเมืองถือว่าใหญ่โตโออ่า ไม่ผิดไปจากที่เยว่ซานซีเคยเห็นมาในฉาก โม่สือปาส่งนางที่หน้าประตูจวน พอก้าวพ้นประตูไปเห็นบุรุษร่างสูงกอดอกมองอยู่ เขาคือเสิ่นเวยหลงหัวหน้ามือปราบชุดเขียวที่มีบทบาทถึงแค่ช่วงกลางเรื่องแล้วถูกผู้กำกับสั่งให้ต้องตาย เยว่ซานซีชะงักไปครู่หนึ่ง นางหยุดฝีเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status