Share

13 ข้าไม่ได้บ้า

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-26 14:12:50

13

ข้าไม่ได้บ้า

เมื่อแสงอาทิตย์สาดทอ อุณหภูมิยามซื่อเริ่มอบอุ่น ทั่วบริเวณอาบไล้ด้วยสีทองอร่ามของแสงแดด เส้นแสงหลายสายลอดผ่านช่องหน้าต่างแคบๆ พอกระทบกับดวงหน้าเยว่ซานซีรู้สึกเหมือนถูกรบกวนจึงดึงผ้าห่มคลุมโปง

พอจัดการเรื่องจ้างฟู่เฉิงแล้วนางไม่มีอะไรต้องกังวล ต่อจากนี้ไปก็แค่กินๆ นอนๆ รอให้พายุลูกใหม่มาเยือน เมื่อถึงตอนนั้นนางก็จะได้กลับไปมิติปัจจุบันเสียที หวังว่าเช้านี้จะได้นอนหลับเต็มอิ่มยาวนาน เพราะเมื่อคืนสั่งซวงเออร์สาวใช้ส่วนตัวไว้แล้วว่าห้ามปลุกก่อนยามอู่เด็ดขาด

“คุณหนู คุณหนูตื่นเถิดเจ้าค่ะ ท่านหมอจากกองปราบมาตรวจอาการให้แล้ว”

ความคิดยังไม่ทันสะเด็ดน้ำ! เสียงของซวงเอ๋อร์ดังขึ้นที่ด้านนอก เยว่ซานซีเลิกผ้าห่มเสียงดังพรึ่บ เอียงคอมองไปทางประตูอย่างไม่สบอารมณ์

หมออะไร มาทำไม มาตรวจใคร

“คุณหนู”

“ตื่นแล้วๆ”

นางลุกเดินไปเปิดประตู ซวงเอ๋อร์ยกอ่างล้างหน้ามาวางไว้แล้วหยิบผ้าซับหน้ามายื่นให้

“รีบล้างหน้าล้างตาเถิดเจ้าค่ะ คุณชายเสิ่นเชิญหมอที่กองปราบมาดูอาการให้แล้ว”

“ดูอาการให้ใคร”

“ก็เรื่องที่คุณหนูตกต้นผิงกวาจนสมองกระทบกระเทือน ทั้งท่านเจ้าเมืองและคุณชายเสิ่นเป็นห่วงคุณหนูมากก็เลยให้หมอมาดูอาการ”

สรุปแล้วทุกคนจะยัดเยียดบทคนสติไม่สมประกอบให้เยว่ซานซีให้ได้ บางทีก็เหนื่อยที่จะต้องอธิบาย บอกอะไรไปก็ไม่มีผู้ใดเชื่อ เช่นนั้นตรวจๆ ไปจะได้จบๆ หลังจากจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วนางเดินออกมาที่ห้องรับรองแขก เห็นบิดานั่งอยู่ที่เก้าอี้ประจำตำแหน่ง ส่วนหมอหวังนั่งอยู่ที่นั่งรับรองแขก

ทันทีที่เยว่เยี่ยนซีเห็นหน้าบุตรสาวก็ผายมือให้นางเข้าไปนั่งใกล้กับหมอหวัง พอตรวจเสร็จหมอหวังมีสีหน้าเรียบนิ่ง จับจ้องใบหน้าของนางอยู่ครู่หนึ่งพลางถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันไปพูดกับเยว่เยี่ยนซี

“ธิดาเจ้าเมืองไม่มีส่วนใดผิดปกติขอรับ”

“อ้อ เป็นเรื่องดีแต่หมอหวังแน่ใจหรือว่านางไม่ผิดปกติเลยจริงๆ”

“ข้าตรวจซ้ำให้สองรอบแล้ว นางปกติดี”

“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ได้รู้แบบนี้ข้าก็โล่งใจ ว่าแต่ไม่บ้าแน่นะ” เยว่เยี่ยนซีย้ำถามหมอแล้วหันไปยิ้มแห้งๆ ให้บุตรสาว

“ปกติดีทุกอย่างขอรับ”

หมอหวังย้ำหนักแน่น เยว่เยี่ยนซีหัวเราะร่วนส่งสายตาให้บ่าวคนหนึ่งเอารถม้าไปส่งหมอหวังกลับกองปราบ

“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว พ่อกับเวยหลงเป็นห่วงเจ้าแทบแย่”

ตัวต้นคิดไปไหนเสียแล้ว ส่งหมอมาดูอาการแต่เสิ่นเวยหลงกลับไม่อยู่ นี่นางควรขอบคุณเขาที่มีน้ำใจเป็นห่วง หรือควรโมโหที่เขาก็มองว่านางเป็นคนบ้าด้วยอีกคน

“พี่เสิ่นไปไหนแล้วเจ้าคะ”

“เข้ากองปราบแต่เช้าแล้ว เมื่อเช้ามีคนมาตีกลองร้องทุกข์พ่อก็เลยสั่งเวยหลงให้ไปติดตามคดีต่อ”

ดวงตาของเยว่ซานซีเป็นประกาย นอนเบื่ออยู่จวนหลายวันในที่สุดวันนี้ก็มีเรื่องน่าตื่นเต้นเสียที

“เรื่องอะไรหรือเจ้าคะ”

“ลักเล็กขโมยน้อย”

“แค่ลักเล็กขโมยน้อยเองหรือเจ้าคะ ข้านึกว่าเป็นคดีฆาตกรรมเหมือนในซีรี่ส์แนวสืบสวนเสียอีก”

ได้ยินนางพูดถึงแต่เรื่องที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ผู้เป็นพ่อหรี่ตามองด้วยความสงสัย หรือว่าต้องเปลี่ยนหมอคนใหม่มาดูอาการให้นางจึงจะดี แต่หมอหวังที่เชิญมาวันนี้ก็เก่งกาจที่สุดในเมืองจี้ฉู่แล้ว เยว่เยี่ยนซีจนปัญญาทำได้แค่ทอดถอนใจ

“คงไม่มีเรื่องแบบนั้นเลยสินะ อีกอย่างพี่เสิ่นก็เป็นแค่ตัวประกอบที่ไม่ค่อยถูกกล่าวถึง”

นึกย้อนถึงเส้นเรื่องหลักของมินิซี่รี่ส์แสงจันทร์สีขาวกับเหมยกุ้ยแดง มันเป็นนิยายรักน้ำเน่า พอจะเดาได้บ้างแล้วว่าไม่น่าจะมีฉากสืบสวนสอบสวนแน่นอน มีแต่ฉากนางเอกถูกทรมานเฆี่ยนตี! ถูกนางร้ายใส่ความ! ถูกทำให้แท้งลูก! ถูกดูดเลือดหัวใจไปปรุงยา! คิดแล้วก็ท้อแท้ ถ้าจะสาหัสสากรรจ์ขนาดนั้นก็ผูกคอตายไปเสียเถอะ บอกไปสิว่าคนอื่นไม่ต้องยุ่งเดี๋ยวข้าจะหาวิธีตายเอง!

“ท่านเจ้าเมืองมีแขกมาขอพบเจ้าค่ะ” สาวใช้เดินเข้ามาหยุดอยู่กลางห้อง บอกเยว่เยี่ยนซีก่อนจะเบนสายตาไปทางเยว่ซานซี” คุณหนูด้วยเจ้าค่ะ”

“ข้าด้วยหรือ ใครมีธุระกับข้า” นางชี้นิ้วเข้าหาตัวเองทำหน้างงๆ

“ใต้เท้าจ้าวกับคุณชายจ้าวมาเจ้าค่ะ”

อะไรอี๊ก!!

และแล้วก็ต้องพาตนเองออกมานั่งหน้าสลอนที่ห้องโถงใหญ่ ที่นั่งตรงข้ามเป็นจ้าวเฟยเทียนกับจ้าวฟู่เฉิงนั่งอยู่พร้อมด้วยผู้ติดตามอีกสองคน บ่อยครั้งที่ชายหนุ่มมองมาแล้วส่งยิ้มให้แต่เยว่ซานซีไม่ได้ยิ้มตอบ นอกจากไม่ยิ้มตอบแล้วสีหน้าของนางยังกระอักกระอ่วนเต็มทน

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   81  อ้อมกอดท่านตา (จบ)

    81 อ้อมกอดท่านตาก่อนที่จะเดินตามทุกคนเข้าเรือน เยว่ซานซีชะงักฝีเท้าลงครู่หนึ่งแล้วหมุนกายกลับไปมองที่กำแพงเตี้ยๆ ซึ่งกั้นระหว่างจวนเจ้าเมืองและบ้านตระกูลโม่ นางเห็นร่างอ้วนกลมของบุรุษที่ยืนเด่นท่ามกลางแสงแดดอ่อนยามบ่ายโมสือปายกมือขึ้นโบกพร้อมกับส่งยิ้มมา เยว่ซานซีไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกไป นางเพียงแต่แย้มยิ้มกว้างตอบกลับแล้วโบกมือกลับ จากนั้นนางก็หันกลับมายังเรือนหลักแล้วก้าวเดินเข้าไปข้างในเมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโถงกลาง กลิ่นหอมของอาหารก็โชยมาปะทะจมูก บนโต๊ะไม้ตัวยาวถูกจัดวางด้วยสำรับอาหารเลิศรสมากมายจนแทบไม่มีที่ว่าง ทั้งเป็ดตุ๋นน้ำแดงรสเข้มข้น ปลานึ่งซีอิ๊วที่เนื้อขาวนุ่ม และแกงผักป่า รวมไปถึงลูกพลับย่างที่เยว่ซานซีโปรดปราน ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้อย่างตั้งใจ ด้วยความรักของบิดาที่เฝ้ารอคอยวันนี้มาตลอดสี่ปีเต็ม"มาเถิดซานซาน เวยหลง มานั่งข้างพ่อนี่ หลันเอ๋อร์นั่งบนตักตาก็ได้ ตาจะป้อนขนมโก๋น้ำตาลให้เจ้าเอง" เยว่เยี่ยนซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยด้วยความตื้นตันบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความรื่นเริงอย่างที่ไม่เคยเป็นมานาน เสิ่นเวยหลงที่ปกติมักจะเคร่งขรึมและรักษากิริยา

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   80 ข้าก็จะไม่ถือสา

    80 ข้าก็จะไม่ถือสาอาเจ๋อเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยความไม่เข้าใจ ดวงตาของเขาฉายแววสับสนกึ่งขัดขืน "ทำไมล่ะขอรับท่านแม่ เมื่อครู่ท่านแม่ยังบอกว่าจะจัดการนางให้ข้าอยู่เลย เหตุใดตอนนี้ถึงต้องให้ข้าขอโทษเด็กซุ่มซ่ามนี่ด้วย""หุบปากเดี๋ยวนี้" หงเป่าเป้ยถลึงตาจนดูน่ากลัว "แม่บอกให้ขอโทษก็ขอโทษ เจ้ารู้หรือไม่ว่าคุณหนูผู้นี้เป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของท่านเจ้าเมืองเยว่เยี่ยนซี”คำว่าท่านเจ้าเมืองทำให้อาเจ๋อที่เคยอวดเบ่งถึงกับหดหัวลงทันที ใบหน้าที่เคยเย่อหยิงบัดนี้กลับจ๋อยสนิท ความอวดดีมลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความหวาดกลัวที่แล่นพล่านขึ้นมาเขาก้มหน้าลงมองปลายเท้าตัวเองสลับกับถังหูลู่ที่เปื้อนฝุ่นบนพื้น ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักแผ่วเบา "ข้า...ข้าขอโทษ ข้าผิดไปแล้วที่วิ่งชนเจ้า และข้าขอโทษที่พูดจาไม่ดีใส่เจ้าด้วย"อวี้หลันตัวน้อยยืนกอดอกมองอยู่ข้างมารดาไม่ได้ทำท่าทางเยาะเย้ย นางเพียงแต่พยักหน้าช้าๆ อย่างสำรวมตามแบบที่ได้รับการอบรมมา "ในเมื่อเจ้าสำนึกผิดข้าก็จะไม่ถือสา แต่คราวหน้าคราวหลังเจ้าควรหัดเดินให้ระวังและมีน้ำใจต่อผู้อื่น ไม่ใช่เอะอะก็อ้างชื่อท่านแม่ของเจ้าไปทั่ว เพราะมันจะท

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   79 แล้วแม่ของเจ้าเป็นใครล่ะ

    79 แล้วแม่ของเจ้าเป็นใครล่ะเยว่ซานซียืนนิ่ง มองดูเด็กชายตรงหน้าที่ยืนเท้าสะเอวเชิดหน้าอย่างถือดี ท่าทางโอหังเกินวัยของเขาทำให้นางนึกระอาใจมากกว่าจะโกรธเคืองอย่างจริงจัง แต่นางก็อดไม่ได้ที่จะสั่งสอนเรื่องมารยาทให้เสียหน่อย"เจ้าหนู นอกจากจะวิ่งชนคนอื่นจนของเสียหายแล้วยังจะมาข่มขู่กันอีกรึ" เยว่ซานซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าดวงตากลับคมปลาบ "เจ้าบอกว่าถ้าบอกท่านแม่ของเจ้ารู้แล้วข้าจะไม่มีที่ซุกหัวนอน เช่นนั้นข้าขอถามหน่อยเถิดว่าตระกูลของเจ้าใหญ่โตมาจากไหน ถึงได้กล้าประกาศศักดากลางตลาดเช่นนี้"เด็กชายแค่นหัวเราะอย่างลำพองใจ เขาขยับตัวก้าวเข้ามาใกล้เยว่ซานซีอีกนิด พลางชี้นิ้วใส่หน้าอวี้หลันที่ยังคงยืนจ้องเขาตาไม่กะพริบ "เหอะ! คงมาจากต่างเมืองล่ะสิถึงไม่รู้ความ ข้าจะบอกให้เอาบุญ รู้หรือไม่ว่าท่านแม่ของข้าเป็นใคร ในเมืองจี้ฉู่นี้ใครบ้างจะไม่เกรงใจนาง"เยว่ซานซีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มอย่างนึกสนุก "อ้อ! แล้วแม่ของเจ้าเป็นใครล่ะ ไหนลองบอกข้าให้เป็นบุญหูหน่อยสิ""ท่านแม่! ท่านแม่ขอรับ! มีคนมารังแกข้า!" เด็กชายตะโกนก้องลั่นตลาดพลางหันไปทางร้านเครื่องประดับหรูหราที่ตั้งอยู่

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   78 ขนมนั่นสีแดงสวยจัง

    78 ขนมนั่นสีแดงสวยจังทั้งสี่เดินออกมาจากโรงเตี้ยม จ้าวฟู่เฉิงจ้องมองเงาร่างของเสิ่นเวยหลงที่ควบม้าเคียงข้างรถม้าคันใหญ่ และภาพใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มของเสิ่นอวี้หลันที่โผล่พ้นหน้าต่างมาโบกมืออำลาอย่างร่าเริง จ้าวฟู่เฉิงยืนนิ่งราวรูปสลักหิน สายตาของเขาทอดมองตามฝุ่นที่ตลบอบอวลอยู่เบื้องหลังขบวนเดินทางนั้นจนกระทั่งมันค่อยๆ เลือนหายไปลับตา ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและเสียงกระดิ่งลมที่พัดไหวเบาๆ"เถ้าแก่มีที่ว่างสำหรับพวกเราสามคนหรือไม่" เสียงตะโกนของกลุ่มนักเดินทางชุดใหม่ที่เพิ่งลงจากเกวียนดังขึ้น ปลุกจ้าวฟู่เฉิงให้ตื่นจากภวังค์เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รับเอาอากาศเข้าเต็มปอด ก่อนจะละสายตาจากถนนที่ว่างเปล่าเบื้องหน้า รอยยิ้มที่ดูสงบและจริงใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าขณะที่เหันกลับไปหาแขกผู้มาใหม่"มีแน่นอนขอรับ เชิญด้านในเลยขอรับ แดดข้างนอกแรงนักเข้าไปจิบชาให้คลายเหนื่อยก่อนเถิด"หลังจากเดินทางผ่านขุนเขาและทุ่งกว้างมาอีกหนึ่งอาทิตย์เต็ม ในที่สุดขบวนรถม้าของตระกูลเสิ่นก็เคลื่อนผ่านประตูเมืองจี้ฉู่เข้าสู่เขตย่านการค้าที่คุ้นตา เสียงอึกทึกของตลาดทำให้เยว่ซานซีรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก นางมองออกไปนอกหน้

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   77 นับว่าเป็นวาสนา

    77 นับว่าเป็นวาสนาเสิ่นเวยหลงมองดูชุดผ้าป่านเนื้อหยาบของจ้าวฟู่เฉิงแล้วขมวดคิ้ว "ข้าจำได้ว่าโทษของตระกูลจ้าวนั้น แม้จะหนักหนาแต่ถ้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในส่วนของตนเองได้บางส่วนโทษก็จะเบาลงบ้าง"จ้าวฟู่เฉิงยกชาขึ้นจิบเพียงนิด รอยยิ้มของเขาดูขมขื่นทว่าก็แฝงไปด้วยความปล่อยวาง "ตระกูลจ้าวก็เหมือนต้นไม้ที่ถูกถอนรากถอนโคน ทำผิดก็ต้องว่าไปตามผิด หลังจากที่คดีความของตระกูลจ้าวถูกตัดสินในคราวนั้น ครอบครัวของข้าทุกคนล้วนได้รับโทษประหารทั้งสิ้น เหลือเพียงข้าคนเดียวที่รอดพ้นความตายมาได้แต่ก็ถูกเนรเทศให้ไปใช้แรงงานหนักที่ชายแดนเพื่อไถ่โทษ"เยว่ซานซีชะงักมือที่กำลังจะหยิบถ้วยชา นางมองใบหน้าของจ้าวฟู่เฉิงที่ดูกร้านแดดและมีรอยแผลจางๆ ที่ข้อมือ ซึ่งคงเป็นร่องรอยจากการถูกตีตรวนและทำงานหนักในค่ายทหารที่ชายแดน"ข้าต้องใช้ชีวิตปะปนกับเหล่านักโทษและแบกหามหินทรายอยู่กลางแดดจ้าถึงสามปีเต็ม" จ้าวฟู่เฉิงเล่าต่อพลางแค่นยิ้มบางๆ "จนกระทั่งรับโทษครบกำหนดตามฎีกา ข้าจึงได้รับอิสรภาพคืนมาพร้อมกับเงินติดตัวเพียงไม่กี่ตำลึงที่แอบเก็บออมไว้ ข้าไม่อาจซัดเซพเนจรไปที่ใดได้ไกลนัก จนกระทั่งเดินทางมาถึงรอยต่อของเส้นทางนี

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   76 ใช่ท่านจริงๆ หรือ

    76 ใช่ท่านจริงๆ หรือเยว่ซานซีพยักหน้าพลางอุ้มอวี้หลันลงจากรถม้าเมื่อขบวนหยุดนิ่งสนิท โรงเตี๊ยมแห่งนี้สร้างจากไม้เนื้อแข็งสภาพเก่าแก่แต่ดูสะอาดสะอ้าน มีป้ายผ้าสีซีดโบกสะบัดอยู่หน้าร้าน ลานกว้างด้านข้างเต็มไปด้วยรถม้าจากต่างเมืองและพ่อค้าหาบเร่ที่มานั่งพักคลายร้อน"ท่านแม่เจ้าค่ะ ข้าหิวแล้วเจ้าค่ะ" อวี้หลันจูงมือมารดาเดินนำเข้าไปในโถงด้านในซึ่งมีโต๊ะไม้จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบขณะที่เสิ่นเวยหลงกำลังหันไปสั่งผู้ดูแลขบวนเกวียน เยว่ซานซีก็ก้าวเท้าเข้าไปในโรงเตี๊ยม นางกวาดสายตามองไปรอบๆ จนกระทั่งปะทะเข้ากับร่างของชายผู้หนึ่งที่กำลังง่วนอยู่กับการเช็ดโต๊ะไม้ตัวยาวอยู่ที่มุมห้อง เขาอยู่ในชุดผ้าป่านเรียบง่าย ท่าทางกระฉับกระเฉงและดูมีสง่าราศีผิดกับชาวบ้านทั่วไปเมื่อชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้นมาเพื่อต้อนรับลูกค้าใหม่ ดวงตาของเขาและเยว่ซานซีก็สบกันนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง เยว่ซานซีถึงกับชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวต่อ หัวใจของนางกระตุกวูบด้วยความประหลาดใจ ภาพบุรุษผู้สง่างามในความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนซ้อนทับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว"จ้าวฟู่เฉิง!"ชื่อนั้นหลุดออกมาจากปากของเยว่ซานซีแผ่วเบา นางจ้องมองใบหน้าที่คมเข้มซึ

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   47 ให้ข้าพูดเอง

    47 ให้ข้าพูดเอง"ตัดขาดงั้นหรือ เจ้าคิดว่าถ้าไม่มีตระกูลจ้าวค้ำคอ ไม่มีเงินทองที่ข้าหามาให้ คนอย่างเจ้าที่วันๆ เอาแต่ดีดฉินบรรเลงพิณ ถ้าก้าวเท้าออกจากประตูจวนนี้ไปไม่เกินสามวัน เจ้าต้องซมซานกลับมาคุกเข่าอ้อนวอนขอเศษข้าวที่หน้าประตู!""ข้าอาจจะอดตาย หรืออาจจะกลายเป็นยาจก แต่มันก็ยังดีกว่าอยู่ที

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   34 ฝนพรากไป

    34ฝนพรากไป“ขอบคุณสวรรค์ฝนยังไม่ตก ข้ายังไม่ต้องไปตอนนี้ใช่ไหม”นางเอาแต่นั่งหน้าซึมอยู่ตรงศาลาริมน้ำ สายตาเหม่อลอยจดจ้องไปยังประตูจวน ราวกับว่าหากกะพริบตาเพียงนิดจะพลาดเสี้ยวเวลาที่เขาควบม้ากลับมา“นั่งถอนหายใจจนดอกไม้ในสวนจะเหี่ยวเฉาหมดแล้ว”โม่สือปาเดินเข้ามาพร้อมขนมในมือ ปากยังเคี้ยมตุ้ยๆ จนแก

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   29 ไม่สบาย

    29ไม่สบาย“พี่เสิ่น”เยว่ซานซีเอ่ยทักพร้อมรอยยิ้มละมุน เสิ่นเวยหลงเงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยดุดันยามเผชิญหน้ากับคนร้ายกลับอ่อนลงทันตา“ข้านึกว่าเจ้าจะเพลียจากเรื่องเมื่อคืนจนตื่นสายเสียอีก”“ข้าโปร่งโล่งสบายใจได้นอนเต็มอิ่มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนต่างหาก นี่เป็นขนมที่ข้าสั่งให้ห้องครัวทำเป็นพิเศษ ท่า

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   17 ไม่มีหลักฐานเอาผิด

    17ไม่มีหลักฐานเอาผิดไม่เหมือนกับที่คิดเอาไว้ แก่ขนาดนี้เขายังจะมีแรงวิ่งหนีอยู่หรือเปล่า เยว่ซานซีกับโม่สือปามองหน้ากันอย่างเลิ่กลัก ไม่อยากเชื่อว่าตาเฒ่าเป็นคนดี จะมีคนดีที่ไหนแอบไปทำลับๆ ล่อๆ ข้างบ้านคนอื่นราวกับว่ามาดูราวเราเอาไว้ คงหวังเข้าไปลักทรัพย์หลังพระอาทิตย์ตกดินเสียมากกว่า“แก่แล้วก็ไ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status