LOGINกลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศ ในห้องเย็นจัดที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างพิเศษ โดยมีเจ้าของห้องอย่าง รินลดานอนนิ่งอยู่บนเตียง ผ้าขาวคลุมร่างเล็กไว้เรียบร้อยราวกับกำลังหลับสนิท
วิกเตอร์สวมใส่เสื้อคลุมกันหนาวอย่างดี นั่งอยู่ข้างเตียง หลังตรง สองมือประสานกันแน่น สายตาจับจ้องใบหน้าเธอโดยไม่กะพริบ เขาไม่รู้ว่านั่งอยู่ตรงนี้นานแค่ไหน เวลาเหมือนหยุดเดินตั้งแต่วินาทีที่เครื่องมือในห้องฉุกเฉินหยุดส่งเสียงบนโต๊ะข้างเตียง มีถุงเล็ก ๆ วางอยู่ ของใช้ส่วนตัวของเธอที่เจ้าหน้าที่ส่งมาให้ แหวน ต่างหูคู่เล็ก สายตาเขาหยุดที่แหวน แหวนแต่งงาน เขาหยิบมันขึ้นมาช้า ๆ แสงไฟสะท้อนผิวโลหะบาง ๆ นั้น ภาพหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวทันที*****
ในคืนนั้น บนดาดฟ้าตึกเวิร์ลดอม อบอวลไปด้วยแสงสีทองนวลจากโคมไฟที่เรียงรายรอบพื้นที่ โต๊ะอาหารสำหรับสองคนถูกจัดวางไว้ใกล้ขอบตึก ผ้าปูโต๊ะสีขาวสะอาดตา แจกันดอกไม้สีอ่อนตั้งอยู่กลางโต๊ะ กลีบดอกไม้เล็ก ๆ ถูกโปรยบาง ๆ บนพื้นหินเรียบ เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแผ่วเบา ลอยคลอมากับลมเย็นของยามค่ำคืนอย่างโรแมนติกรินลดายืนอยู่ตรงหน้าเขาในชุดเดรสสีชมพูเรียบง่าย ผมยาวปล่อยสลวย ดวงตาเปล่งประกายสดใส รอยยิ้มบนใบหน้าเกินกว่าจะปิดบังความรู้สึกได้“ลดาไม่คิดเลยว่าคืนนี้จะสวยขนาดนี้…”
“คุณชอบไหม” วิกเตอร์ยกยิ้มบาง ๆ เพียงพอให้เธอเชื่อว่าเขากำลังมีความสุขจริง ๆ
“ชอบมากค่ะ แค่ได้มายืนตรงนี้กับคุณ ลดาก็—”
เสียงของเธอขาดหายไป เมื่อเห็นเขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท กล่องกำมะหยี่สีเข้มถูกหยิบออกมาอย่างแผ่วเบา“คุณ…” รินลดาเบิกตากว้าง มือยกขึ้นแตะอกตัวเองโดยไม่รู้ตัว
วิกเตอร์เปิดกล่อง แหวนวงเล็กสะท้อนแสงไฟของเมืองยามค่ำคืน เขาคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ“รินลดา…แต่งงานกับผมไหม”
“คะ…คุณแน่ใจนะคะ…” ลมหายใจของเธอสะดุด เสียงสั่นไหวด้วยความตื่นเต้น ดวงตากลมเริ่มเอ่อด้วยน้ำใส ๆ
“ผมดูเหมือนไม่แน่ใจหรือไง”
“ฮึก…”
“แต่งงานกับผมนะ”
“ตกลงค่ะ…ลดาจะแต่งงานกับคุณ”
รินลดายิ้มทั้งน้ำตา ก่อนจะยื่นมือเล็กออกไป มือของเธอสั่นน้อย ๆ ในจังหวะที่เขาสวมแหวนให้ เธอก้มมองแหวนวงนั้นด้วยหัวใจที่เอ่อล้นไปด้วยความสุขช่วงชีวิตนี้…เธอไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้ วันที่ได้พบเขา และวันที่เขาทำให้เธอรู้สึกว่า ตัวเองพิเศษวิกเตอร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะกระชับมือของเธอแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว จนเธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเชื่อใจ อย่างหมดทั้งหัวใจ“ลดา…ต่อจากนี้ คุณคือของ…ของผมแล้วนะ”
กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศของห้องเย็นจัดที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างพิเศษ ภายในห้องนั้น รินลดานอนนิ่งอยู่บนเตียง ผ้าสีขาวคลุมร่างเล็กของเธอไว้เรียบร้อย ราวกับกำลังหลับใหลอย่างสงบวิกเตอร์สวมเสื้อคลุมกันหนาวอย่างมิดชิด นั่งอยู่ข้างเตียงในท่าทางหลังตรง สองมือประสานกันแน่น สายตาจับจ้องใบหน้าเธอโดยไม่กะพริบ เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองนั่งอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหน เวลาเหมือนหยุดนิ่งลงตั้งแต่วินาทีที่เครื่องมือในห้องฉุกเฉินหยุดส่งเสียงลงบนโต๊ะข้างเตียง มีถุงใบเล็กวางอยู่ ภายในคือของใช้ส่วนตัวที่เจ้าหน้าที่นำมาส่ง แหวน ต่างหูคู่เล็ก แต่ทว่าสายตาของเขาหยุดอยู่ที่แหวน…แหวนแต่งงาน“แหวนวงนี้ คือของมีค่าที่เธอรักมากที่สุด”
วิกเตอร์พึมพำเสียงเบา มือหนาหยิบมันขึ้นมาช้า ๆ แสงไฟสะท้อนผิวโลหะบาง ๆ อย่างเงียบงัน และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ภาพหนึ่งก็แล่นกลับเข้ามาในความคิดของเขาโดยไม่อาจห้ามได้*****
ในคืนนั้น บนดาดฟ้าตึกเวิร์ลดอม อบอวลไปด้วยแสงสีทองนวลจากโคมไฟที่เรียงรายรอบพื้นที่ โต๊ะอาหารสำหรับสองคนถูกจัดวางไว้ใกล้ขอบตึก ผ้าปูโต๊ะสีขาวสะอาดตา แจกันดอกไม้สีอ่อนตั้งอยู่กลางโต๊ะ กลีบดอกไม้เล็ก ๆ ถูกโปรยบาง ๆ บนพื้นหินเรียบ เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแผ่วเบา ลอยคลอมากับลมเย็นของยามค่ำคืนอย่างโรแมนติกรินลดายืนอยู่ตรงหน้าเขาในชุดเดรสสีชมพูเรียบง่าย ผมยาวปล่อยสลวย ดวงตาเปล่งประกายสดใส รอยยิ้มบนใบหน้าเกินกว่าจะปิดบังความรู้สึกได้“ลดาไม่คิดเลยว่าคืนนี้จะสวยขนาดนี้…”
“คุณชอบไหม” วิกเตอร์ยกยิ้มบาง ๆ เพียงพอให้เธอเชื่อว่าเขากำลังมีความสุขจริง ๆ
“ชอบมากค่ะ แค่ได้มายืนตรงนี้กับคุณ ลดาก็—”
เสียงของเธอขาดหายไป เมื่อเห็นเขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท กล่องกำมะหยี่สีเข้มถูกหยิบออกมาอย่างแผ่วเบา“คุณ…” รินลดาเบิกตากว้าง มือยกขึ้นแตะอกตัวเองโดยไม่รู้ตัว
วิกเตอร์เปิดกล่อง แหวนวงเล็กสะท้อนแสงไฟของเมืองยามค่ำคืน เขาคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ“รินลดา…แต่งงานกับผมไหม”
“คะ…คุณแน่ใจนะคะ…” ลมหายใจของเธอสะดุด เสียงสั่นไหวด้วยความตื่นเต้น ดวงตากลมเริ่มเอ่อด้วยน้ำใส ๆ
“ผมดูเหมือนไม่แน่ใจหรือไง”
“ฮึก…”
“แต่งงานกับผมนะ”
“ตกลงค่ะ…ลดาจะแต่งงานกับคุณ”
รินลดายิ้มทั้งน้ำตา ก่อนจะยื่นมือเล็กออกไป มือของเธอสั่นน้อย ๆ ในจังหวะที่เขาสวมแหวนให้ เธอก้มมองแหวนวงนั้นด้วยหัวใจที่เอ่อล้นไปด้วยความสุขช่วงชีวิตนี้…เธอไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้ วันที่ได้พบเขา และวันที่เขาทำให้เธอรู้สึกว่า ตัวเองพิเศษวิกเตอร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะกระชับมือของเธอแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว จนเธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเชื่อใจ อย่างหมดทั้งหัวใจ“ลดา…ต่อจากนี้ คุณคือของ…ของผมแล้วนะ”
กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศ ในห้องเย็นจัดที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างพิเศษ โดยมีเจ้าของห้องอย่าง รินลดานอนนิ่งอยู่บนเตียง ผ้าขาวคลุมร่างเล็กไว้เรียบร้อยราวกับกำลังหลับสนิท วิกเตอร์สวมใส่เสื้อคลุมกันหนาวอย่างดี นั่งอยู่ข้างเตียง หลังตรง สองมือประสานกันแน่น สายตาจับจ้องใบหน้าเธอโดยไม่กะพริบ เขาไม่รู้ว่านั่งอยู่ตรงนี้นานแค่ไหน เวลาเหมือนหยุดเดินตั้งแต่วินาทีที่เครื่องมือในห้องฉุกเฉินหยุดส่งเสียง บนโต๊ะข้างเตียง มีถุงเล็ก ๆ วางอยู่ ของใช้ส่วนตัวของเธอที่เจ้าหน้าที่ส่งมาให้ แหวน ต่างหูคู่เล็ก สายตาเขาหยุดที่แหวน แหวนแต่งงาน เขาหยิบมันขึ้นมาช้า ๆ แสงไฟสะท้อนผิวโลหะบาง ๆ นั้น ภาพหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวทันที *****
แสงไฟสีขาวในห้องฉุกเฉินสว่างจ้า มันส่องให้เห็นทุกอย่างชัดเจน ชัดจนไม่มีที่ว่างให้หลบความจริง ร่างของรินลดานอนนิ่งอยู่บนเตียงเข็น ผ้าสีขาวคลุมถึงอก เส้นผมที่เคยปลิวตามลมตอนอยู่บนดาดฟ้า บัดนี้แนบชื้นกับขมับเล็ก ๆ ของเธอ วิกเตอร์ยืนอยู่ข้างเตียง ตัวตรงไหล่ผาย สีหน้าเรียบสนิท เหมือนผู้กุมอำนาจคนเดิม ที่ไม่เคยพลาด ไม่เคยเสียอะไรและไม่เคยควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ แต่ทว่าครั้งนี้ปลายนิ้วที่วางอยู่ข้างลำตัว…สั่นเล็กน้อย เจ้าหน้าที่เข็นเตียงฝ่าเข้าไปผ่านประตูบานเลื่อนเขตฉุกเฉิน ล้อเหล็กเสียดกับพื้นกระเบื้องจนเกิดเสียงครืด ๆ ยาวต่อเนื่อง เสียงนั้นดังกลบลมหายใจที่เร่งร้อนของคนรอบข้าง ไฟนีออนเหนือศีรษะสาดแสงขาวจัด ไล่ตามร่างบนเตียงที่ถูกพาเคลื่อนผ่านทางเดินแคบอย่างไม่หยุดยั้ง “เตรียมห้องกู้ชีพ!” เสียงสั่งการดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความวุ่นวาย แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่เคลื่อนไหวสวนกันไปมาอย่างเป็นระบบ เสื้อกาวน์ปลิวตามจังหวะเร่งรีบ วิกเตอร์เดินตามหลังเตียงไปไม่ห่าง ราวกับภาพตรงหน้าเป็นเพียงอีกหนึ่งสถานการณ์ที่เขาคุ้นเคย อีกหนึ่งปัญหาที่รอการจัดการ เขาเดินตามเตียงไปทุกฝีก้าว รักษาระยะห่างเดิมไว้ ส
“ถ้ากูไม่ได้สั่ง!” คำพูดหลุดออกมาเอง สะท้อนความจริงที่น่ากลัวที่สุด เพราะเขาเป็นคนควบคุมชีวิตเธอทุกอย่าง ทุกลมหายใจ ทุกความเจ็บปวด และความตายครั้งนี้ อยู่นอกเหนือคำสั่งของเขา นั่นคือสิ่งที่เขารับไม่ได้ที่สุด “นายครับ—” ศักดิ์รีบเข้ามาจับแขนเขาไว้ วิกเตอร์สะบัดออกทันที ดวงตาแดงจัดด้วยความโกรธ หายใจแรงเหมือนสัตว์ที่กำลังเสียบางอย่างไปโดยไม่เข้าใจ เขาเดินตรงไปยังลิฟต์ ดวงตาจ้องตัวเลขที่ค่อย ๆ ลดระดับลงอย่างเชื่องช้า แต่หัวใจกลับกระวนกระวายราวกับกำลังถูกบีบคั้น และทันทีที่ลิฟต์ถึงชั้นล่างสุด ประตูก็เปิดออก วิกเตอร์ไม่ลังเล ก้าวเท้าเร็วขึ้นจนเกือบเป็นการวิ่ง เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังสะท้อนก้องไปตามทางเดิน ขณะลมหายใจของเขาหนักขึ้นทุกก้าวที่สาวเท้าไปข้างหน้า ปลายทางเริ่มปรากฏแสงไฟวูบวาบ เสียงผู้คนอื้ออึงปะปนกับเสียงวิทยุสื่อสารที่ดังแทรกมาเป็นระยะเท้าใหญ่เร่งจังหวะเร็วขึ้นอีก ก่อนที่ร่างสูงจะชะงักนิ่งลงกะทันหัน เมื่อภาพตรงหน้าปรากฏชัด วิกเตอร์จ้องมอง ร่างเล็กที่คุ้นตานอนนิ่งอยู่บนพื้น ผมยาวกระจาย ชุดที่เธอใส่เมื่อเช้ายังอยู่เหมือนเดิม เลือดสีเข้มซึมออกมาเงียบ ๆ ใต้ตัวเธอ เสียงรอบตัวหา
ระหว่างรถแล่นผ่านถนนที่ไฟจราจรเริ่มติด เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเคลื่อนไหวช้ากว่าปกติ ภาพในหัววนกลับมาอีก เธอวางถ้วยชาให้เขาตอนเช้า มือบางสั่นเล็กน้อย ดวงตาแดงแต่ยังคงยิ้มบางๆ “คุณอย่าทำงานจนลืมพักนะคะ” “เรื่องของเธอหรือไง” เขาไม่ได้มองหน้าเธอด้วยซ้ำ เธอมันคนเสแสร้ง พยายามเรียกร้องความสนใจ แต่ทำไมตอนนี้…ความรู้สึกบางอย่างมันกำลังบีบแน่นในอกจนหายใจไม่สุด “วิกเตอร์มึงเป็นอะไร” เขาพูดเตือนสติตัวเองพลางหลับตาลงช้า หยิบมือขึ้นมามองชื่อผู้หญิงแสแสร้งที่ติดต่อยากเย็น และกำลังทำตัวมีปัญหา “โอเค…ครั้งนี้การเรียกร้องความสนใจของเธอมันได้ผล” ในที่สุดนิ้วแกร่งก็ขยับกดโทรออกอีกครั้ง ทว่าปลายสายยังคงเงียบงันไม่มีการตอบรับ มือหนากำโทรศัพท์แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความโกรธค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นมา รถจอดกะทันหันหน้าอาคารสูง วิกเตอร์ก้าวลงมาด้วยฝีเท้าที่เร็วเกินกว่าจะคิด ศักดิ์วิ่งเข้ามารออยู่ก่อนแล้ว สีหน้าของลูกน้องไม่สู้ดีนัก “เธอขึ้นไปนานแล้วครับ…” เขาหยุดหายใจไปเสี้ยววินาที ก่อนเอ่ยต่อเสียงต่ำ “แต่เราไม่พบเธอ” เขาไม่รอฟังต่อ คิ้วเข้มขมวดแน่นก่อนจะหันหลังเดินตรงไปยังลิฟต์บริการทันที ระหว่างทาง เสียงห
“ฉันรักคุณนะคะ” ปลายนิ้วของวิกเตอร์กระตุกข้างลำตัว เขาไม่ได้ขยับเข้าใกล้ แต่ก็ไม่ได้เดินต่อ สายตาคมนิ่งจ้องเธออยู่ครู่หนึ่งยาวนานกว่าปกติ เหมือนมีคำบางคำติดอยู่ที่ปลายลิ้น แต่สุดท้ายเขากลับกลืนมันลงไป ก่อนเบือนสายตาไปทางประตู มือที่จับลูกบิดประตูแน่นกว่าทุกวัน แล้วเขาก็เดินออกไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบ กับผู้หญิงที่ยืนมองแผ่นหลังเขา…ราวกับนั่นคือภาพสุดท้ายของชีวิตเธอ ปัจจุบัน.. “มั่วแต่นึกอะไรอยู่” วิกเตอร์ขมวดคิ้วเข้มเข้าหากัน ภาพวนซ้ำไม่ยอมหยุด ภาพรอยยิ้มบาง ๆ ดวงตากลมแดงเหมือนคนอดนอน ไหนจะเสียงที่เบาจนแทบไม่ได้ยิน กับประโยคธรรมดา คำที่เธอชอบพูดบ่อยๆ ‘ฉันรักคุณนะคะ’ แต่ทำไมวันนี้มันต่างออกไป เธอเหมือนไม่ได้พูดเพื่อเอาชนะ ไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงเหมือนกวนใจ แต่มันเหมือนเป็นคำลามากกว่า “เป็นไปไม่ได้” เขาสะบัดความคิดนั้นทิ้ง ไร้สาระ เธอไม่มีที่ไป เธอไม่มีทางเลือก ชีวิตเธอผูกติดอยู่กับเขา จะลาไปไหนได้ยังไง และเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เสียงสั่นเบา ๆ จากมือถือในกระเป๋าก็ดังขึ้นพร้อมกัน วิกเตอร์หยิบมันขึ้นมา หน้าจอปรากฏชื่อ ศักดิ์ เขากดรับสายทันที “มีอะไร” “นายครับ…” ปลายสายเงียบไปชั่ว
เสียงรายงานการประชุมยังคงดังต่อเนื่องในห้องกระจกชั้นบนสุดของตึกสำนักงานใหญ่ ตัวเลข กราฟ กำไร แผนการลงทุน ทุกอย่างดำเนินไปตามระบบระเบียบที่วิกเตอร์สร้างขึ้นเอง เขานั่งอยู่หัวโต๊ะ สูทสีเข้มเรียบกริบ ดวงตาคมนิ่งจนอ่านอารมณ์ไม่ออก ปลายนิ้วเคาะปากกาเบา ๆ บนแฟ้มเอกสารจังหวะสม่ำเสมอเหมือนเครื่องจักร “ไตรมาสหน้าถ้าเราปรับโครงสร้าง—” เสียงรองผู้จัดการสะดุดกลางประโยค เมื่อคนที่นั่งเงียบมาตลอด ยกมือหนึ่งขึ้นช้า ๆ จากปลายโต๊ะ วิกเตอร์ไม่ได้พูดทันที เขาเพียงมองออกไปนอกผนังกระจกด้านหลังเมืองที่กำลังเข้าสู่ค่ำคืน แสงไฟถนนค่อย ๆ ติดขึ้นทีละดวง เหมือนโลกภายนอกกำลังเคลื่อนไปสู่ชีวิตอีกช่วงหนึ่ง แต่ในอกเขา…กลับรู้สึกว่างเปล่าแปลก ๆ มันไม่ใช่ความเครียด ไม่ใช่ความเหนื่อยล้า แต่มันเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังจะหลุดลอยไป “หยุดไว้แค่นี้ก่อน” เสียงเขาต่ำ เรียบ ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ สายตาหลายคู่สบกันเพียงครู่เดียว ห้องประชุมตกอยู่ในความนิ่งที่ไม่มีใครกล้าถาม วิกเตอร์ลุกขึ้นก่อนเวลาที่กำหนด ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ลิฟต์ส่วนตัวเคลื่อนลงช้า ๆ ตัวเลขบนจอไฟกระพริบผ่านชั้นต่าง ๆ วิกเตอร์ยืนพิงผนังจ้องตัวเลขบนจอ







