LOGINเสียงลูกบิดประตูขยับเบาๆ ฉันย่อตัวลงในมุมอับ ใช้โสตประสาทฟังจังหวะก้าวเดิน... ‘ผู้หญิง’
ทันทีที่เห็นขาโผล่พ้นขอบประตู ฉันก็ฟาดขวดแก้วหนาหนักใส่หน้าแข้งเต็มแรง ก่อนจะตามด้วยฝ่ามือกระแทกเข้าท้องน้อยจนอีกฝ่ายตัวงอล้มลงไปกองกับพื้น เธอเงยหน้าขึ้นมองเรือนร่างอันเปลือยเปล่าของฉันด้วยแววตาตื่นตะลึง
“กัดฟันไว้!” ฉันสั่งเสียงเรียบ มั่นใจว่าพวกมันฟังภาษาไทยไม่ออก ขวดแก้วในมือฟาดลงไปอีกครั้งจนเธอสลบเหมือดหัวทิ่มพื้น
ฉันลากร่างของเธอเข้ามาซ่อนไว้ แล้วค้นตัวจนเจอเอกสารประจำตัว “พวกสายลับมาทำอะไรที่นี่... อย่าโทษฉันแล้วกันนะ” ฉันกดจุดสกัดการเคลื่อนไหวของเธอไว้ แล้วยึดเอาอุปกรณ์สื่อสารมาใช้
“อาคมตรวจสอบ...” ฉันหลับตาลง สัมผัสถึงกระแสพลังของพวกมันทั้งหมด ดูเหมือนเป้าหมายจะเป็นตัวฉันเอง “สวยใช้ได้เลยนี่นา” ฉันพึมพำเมื่อสัมผัสได้ว่ามีผู้หญิงอีกห้าคน ส่วนที่เหลืออีกสิบกว่าคนเป็นผู้ชาย... ซึ่งฉันไม่คิดจะเก็บไว้รกโลกอยู่แล้ว
“ไงคนสวย” ฉันโผล่ไปโอบด้านหลังผู้หญิงอีกคนที่กำลังรื้อค้นห้องนอนของฉัน
เธอหันกลับมาด้วยความตกใจ ฉันปัดปืนในมือเธอออกแล้วกระชากชุดนอกของเธอออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกดจุดจนเธอนอนหมดแรงอยู่บนเตียงไร้ทางสู้ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าอีกสองคนเดินเข้ามาในห้อง ฉันยกนิ้วชี้ทาบริมฝีปากตัวเอง แล้วหันไปยิ้มเย็นให้หญิงสาวที่นอนหอบหายใจอยู่บนเตียง
เธอพยายามส่ายหน้าขอร้อง แต่สายไปเสียแล้ว...
ฉึก! ปัง!
แค่พวกมันโผล่เข้ามา ฉันก็จัดการเก็บทั้งคู่ได้อย่างง่ายดาย อีกคนที่กำลังจะพุ่งผ่านประตูเข้ามาก็โดนฉันยิงจนหงายหลังลงไปกอง
“เหลืออีกสิบห้าคน... ทางแคบแบบนี้เข้าทางฉันเลย”
ฉันตัดไฟในเขตบ้านทั้งหมดทันที ในความมืด ฉันถือดาบสั้นสลับกับปืน เดสเซิร์ท อีเกิล (Desert Eagle) มุ่งหน้าไปตามโถงทางเดินของตึกนอน กลุ่มพลังงานของศัตรูรวมตัวกันกลุ่มละสามคน ส่วนกลุ่มหลักที่เป็นหัวหน้าทีมดูเหมือนจะปักหลักอยู่ที่โถงกลาง
“กลุ่มหมูรอให้เชือดชัดๆ” ฉันยิ้มอย่างชั่วร้าย ชื่อในวงการที่อาจารย์ตั้งให้คือ ‘กลิ่นโลกี’ สำหรับเหยื่อผู้หญิงถ้าไม่คอขาดบาดตายฉันมักจะไว้ชีวิต แต่สำหรับผู้ชาย... ไม่ว่าเด็กหรือคนแก่ ไม่เคยมีใครรอดเงื้อมมือฉันไปได้แม้แต่รายเดียว
ฉันเดินลงบันไดอย่างเปิดเผย เผยเรือนร่างเปลือยเปล่าท้าทายความมืด
ปังๆๆๆๆๆ!
เสียงปืนกลมือติดกระบอกเก็บเสียงกระหน่ำยิงใส่ฉันไม่ยั้ง แต่หัวกระสุนเหล่านั้นกลับไม่สามารถระคายผิวฉันได้เลย
“ไง... หนุ่มๆ” ฉันหัวเราะร่าแล้วพุ่งเข้าใส่ทั้งสามคนดุจสายลมพัดผ่าน ดาบสั้นฟาดลงกลางกบาลชายคนแรกที่พยายามยกปืนขึ้นกัน แต่ปืนเหล็กกลับขาดสะบั้นเหมือนเต้าหู้ ก่อนที่ดาบจะตวัดตัดศีรษะจนกระเด็นหายไปในความมืด อีกสองคนชักมีดออกมาเข้าปะทะกับฉัน
ฟับ! ฟับ!
ฉันเร็วกว่าหลายขุม แสงเงินของคมดาบตวัดเสียบเข้ากลางลำคออย่างแม่นยำ
ปังๆๆๆๆๆ!
ศัตรูอีกสองกลุ่มรุมยิงถล่มมาทางฉันอย่างบ้าคลั่ง
ปัง! ปัง!
ฉันยิงสวนไปเพียงสองนัด ส่งชายสองคนลงไปนอนจมกองเลือดทันที
“ช่องโหว่เยอะไปนะ” ฉันพุ่งตัวต่ำประชิดตัวเป้าหมาย ใช้วิชา ‘ลิงขโมยท้อ’ บีบจุดตายจนมันตาเหลือกก่อนจะตวัดฟันคอซ้ำ จากนั้นก็ยิงเข้าที่ขาของพวกที่เหลือจนล้มลงหมดสภาพแต่ยังไม่ตาย
“ไงจ๊ะ แม่กระต่ายน้อย” ฉันยิ้มมองสาวต่างชาติผิวขาวและผิวแทนที่มองฉันด้วยสายตาเคียดแค้น ฉันไม่ได้ใส่ใจความโกรธแค้นนั้น และกดจุดพวกเธอจนหลับพับไป
เสียงวิทยุสื่อสารดังขึ้น ฉันหยิบขึ้นมาเรียกหัวหน้าทีมของพวกมันออกมา จะได้ไม่เสียเวลา
เมื่อเห็นหน้าคนเป็นหัวหน้า ฉันก็อดชมไม่ได้จริงๆ เธอมีนัยน์ตาสีฟ้า ผมบลอนด์ ผิวขาวผ่องราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด AI “ฉันถูกใจเธอเข้าแล้วสิ”
“ยกมือขึ้น!”
ฉันมองกลุ่มคนที่ชี้ปืนมาที่ฉันพลางหัวเราะ “เธอ... ต้องเป็นของฉัน” ฉันดีดก้อนหินเล็กๆ สองก้อนเข้าจุดตายของคนที่อยู่ข้างๆ เธอ ก่อนจะพุ่งเข้าประชิดตัวและดันร่างบางนั้นจนหลังติดเสา
ปัง! ปัง!
เธอจ่อยิงฉันในระยะเผาขน แต่ฉันเบี่ยงหลบได้ทันควัน พร้อมฟาดศอกเข้าที่ลำคอแล้วรวบตัวทุ่มลงพื้นอย่างแรง สายลับสาวคนนี้ดูท่าจะเคี้ยวยากกว่าที่คิด
เราทั้งคู่แลกหมัดกันในระยะประชิด ฉันอ้อมไปด้านหลังแล้วปลดเสื้อเกราะกับชุดนอกของเธอออกอย่างรวดเร็ว เธอตวัดตัวกลับมาฟาดหมัดใส่ ฉันก้มหลบและเธอก็สวนด้วยเข่าทันที แต่...
“ช่องว่าง!”
ฉันพุ่งตัวรวบเอวเธอแล้วกดลงกับพื้นจนเธอกระอักเลือดออกมา แต่พอเห็นใบหน้าสวยราวนางฟ้านั่น ฉันก็ใจอ่อนฟาดไม่ลง เธออาศัยจังหวะนี้ใช้ขาล็อกตัวฉันไว้พยายามจะดันออก
“ยั่วฉันเหรอ?” ฉันเลียริมฝีปากแล้วใช้แรงกดลงไปจนสะโพกเธอยกขึ้น สองแขนของเธอโดนฉันตรึงไว้กับพื้น ใบหน้าของเราห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร
ถุ้ย!
เธอน้ำลายใส่หน้าฉัน แต่ฉันกลับไม่หลบ ถือว่าเป็นคำเชิญชวนแล้วกัน ขาที่รัดเอวฉันอยู่ก็อยู่ในตำแหน่งที่พอดีเป๊ะ ฉันรวบตัวเธอยกขึ้นดันกระแทกเข้าหากำแพง
ใบหน้าของเธอฉายแววตกใจสุดขีด “ผ่อนคลายหน่อยสิ” อีกฝ่ายคงไม่เข้าใจภาษาไทย ฉันเลยใช้สองนิ้วกระชากกางเกงเธอจนขาดสะบั้น แล้วจัดการสั่งสอนด้วย ‘นิ้วมือ’ จนดวงตาที่เคยดุร้ายเริ่มสั่นพร่า
“เลิกเป็นสายลับแล้วมาเป็น ‘สายสวาท’ ของฉันเถอะ แล้วฉันจะปล่อยคนที่เหลือไป” ฉันพูดภาษาอังกฤษ แต่เหมือนเธอจะยังมึนงง ฉันเลยสรุปสั้นๆ ว่า “Breeding (สืบพันธุ์)”
เพียงเท่านั้นเธอก็ตาโต หอบหายใจแรง กัดฟันแน่น ใบหน้าแดงซ่านอย่างเห็นได้ชัดแม้ในความมืด
“พวกเธอทั้งห้าคน... มาอยู่เป็นเพื่อนฉันช่วงปีใหม่แล้วกันนะ”
สายลมปีใหม่พัดพากลิ่นคาวเลือดให้จางหายไป ผลสรุปคือตายห้า เจ็บสิบ และโดนจับเข้าห้องอีกห้า ฉันยอมรับเลยว่าคนเป็นหัวหน้าทีมนั้นแรงดีกว่าที่คิดจริงๆ
จากท่าทีแข็งกร้าวเริ่มเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน หลังจากรักษาแผลให้พวกเธอแล้ว ฉันก็ใช้ไม้อ่อนเข้าหาทีละคนจนดูเหมือนหัวหน้าทีมจะเริ่มติดใจฉันเข้าเสียแล้ว ส่วนสิบคนที่เหลือฉันปล่อยตัวกลับไปพร้อมเงินซื้อตัวห้าสาวสายลับ และนัดพบกับผู้ว่าจ้างหลังปีใหม่ อยากรู้นักว่าประเทศไหนมันลงทุนจ้างสายลับพวกนี้มาถึงที่นี่
เช้าวันปีใหม่ ฉันถูกสาวนางฟ้าปลุกแต่เช้า กลิ่นกายของเธอหอมถูกใจฉันมาก ส่วนอีกสี่คนฉันไล่ให้ไปทำความสะอาดบ้านที่เละเทะจากเมื่อคืน สาวผิวสีอีกคนก็เด็ดไม่น้อย ฝีมือการทำอาหารยอดเยี่ยมทีเดียว เธอเป็นคนฝรั่งเศสและเคยเป็นเชฟมาก่อน ส่วนนางฟ้าของฉันเป็นลูกครึ่งยูเครน-ออสเตรีย ฉันเรียกเธอว่า ‘เสี่ยวอี้’ ที่เหลือก็ไล่นับเลขตามลำดับหนึ่งถึงห้า
“นายท่าน ผู้ว่าจ้างมาถึงแล้วค่ะ”
ฉันมองเสี่ยวอี้ในชุดออกกำลังกายรัดรูปแล้วดึงเธอเข้ามากอด สูดดมความหอมให้ชื่นใจ แม้จะมีเหงื่อออกบ้างแต่มันกลับหอมดึงดูดอย่างประหลาด
“คุณเหมย”
“คุณ... ใครคะเนี่ย?” ฉันเอียงคอสงสัย มองดูหญิงสาวในชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบที่ดูภูมิฐานอย่างปิดไม่มิด ด้านข้างมีชายร่างใหญ่สองคนดูท่าทางเป็นทหารรับจ้างยืนคุมเชิงอยู่
“คุณดูแลคนของฉันอย่างดีเลยนะ”
“ขอบคุณสำหรับของขวัญปีใหม่นะคะ”
“ทำเป็นปากดีไป ถ้าชอบฉันยกให้เลยก็ได้”
ฉันหรี่ตามองเธออีกครั้ง “ทำไมถึงอยากฆ่าฉันล่ะคะ”
“คุณฆ่าสามีและพ่อของฉัน แค่นี้ก็เพียงพอที่จะฆ่าคุณแล้ว!”
“ฉันอุตส่าห์ไว้ชีวิตแม่ของเธอ และเอ่อ... แม่เลี้ยงของพ่อเธอนะ”
ปัง! เธอตบโต๊ะเสียงดังสนั่น “อย่ามาแก้ตัว! ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ครอบครัวฉันก็คงไม่เป็นแบบนี้!”
“แบบไหนเหรอ?” ฉันเอียงคอถามอย่างยียวน ก่อนจะรับสายที่โทรเข้ามาพอดี เป็นเสียงอันคุ้นเคย “ไม่ค่ะเบบี้...” ฉันกดเปิดวิดีโอคอลโบกมือให้สองสาวต่างวัยในกล้อง
“ยูไม่มาหาไอเลยนะ พวกไอไปหายูที่สำนักก็ไม่เจอ!”
“ลูกสาวคุณอยู่กับฉันนี่ไงคะ” ฉันหันกล้องไปทางหญิงสาวตรงหน้า
พอเห็นหน้าลูกสาว สองสาวในกล้องก็รีบสั่งบอดี้การ์ดให้ออกไปทันที แล้วเริ่มคุยกับลูกสาวอย่างเป็นงานเป็นการ
บรรยากาศรอบตัวเริ่มหนาวยะเยือกขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับละอองหิมะโปรยปรายลงมาบางเบา ผสมผสานกับความเงียบสงัดไร้สรรพเสียงของผืนป่าทึบเบื้องหน้า จนให้ความรู้สึกราวกับว่าฉันกำลังเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจมากกว่าจะมาทำภารกิจช่วยตัวประกันเสียอีก“ปราณค้นหา!”กระแสพลังลมปราณรับรู้แผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ครอบคลุมพื้นที่ป่าเขาลำไพรทั่วทั้งเขตภูเขา แต่กลับไม่มีสัญญาณพลังชีวิตแปลกปลอมใดๆ ตอบกลับมาเลยแม้แต่น้อย ทว่า... บริเวณหุบเบื้องหน้ากลับปรากฏจุดแสงสีแดงเลือนรางส่องสว่างขึ้นมาจุดหนึ่ง“มันคืออะไรกันแน่...”ฉันบังคับม้าคู่ใจให้เดินย่างก้าวช้าๆ อย่างระมัดระวัง จนกระทั่งมาหยุดยืนหลบอยู่หลังโขดหินใหญ่ไม่ไกลจากปากถ้ำมืดทึบแห่งหนึ่ง มีกลุ่มควันไฟจางๆ ลอยคละคลุ้งออกมาจากด้านใน รอบบริเวณนั้นเต็มไปด้วยร่องรอยล้อรถยนต์และรอยเท้าคนจำนวนมากที่ขับลุยเข้ามา“ซาซ่า... ช่วยติดต่อหน่วยสนับสนุนให้ที ฉันเจอถ้ำที่มีลักษณะโครงสร้างแปลกประหลาดคล้ายกับที่เราเคยเจอในป่าลึกแล้วล่ะ” ฉันตัดสินใจต่อสายตรงหาพวกพ้อง‘คุณอยู่ไหนเนี่ย?’ ปลายสายถามด้วยความแปลกใจ“อยู่แถวเขตชายแดนฮังการี” ฉันส่งพิกัดดาวเทียมอัปเดตกลับไปให้ซา
พูดจบฉันก็ขี่กระบี่บินพุ่งตัวทะยานออกไปทันที แต่ก็ไม่ลืมส่งสัญญาณบอกให้จอร์ทช่วยประสานงานแจ้งเตือนทางเรดาร์ว่าเป็นเพียงการทดสอบอากาศยานลับของฝั่งอเมริกา จากนั้นฉันก็เร่งพลังปราณพุ่งทะลุชั้นเมฆขึ้นไปด้านบน บินด้วยความเร็วสูงลิ่วตามเส้นทางการบินสากลของฝั่งทหารระหว่างที่กำลังรักษาระดับความเร็วฝ่ากระแสลม จอร์ทก็ส่งข้อความเข้าเครื่องมือสื่อสารส่วนตัวว่า จะมีฝูงบินทหารผ่านเส้นทางที่ฉันกำลังมุ่งหน้าไปฮังการีพอดี ให้ระวังตัวและอย่าบินเฉี่ยวชนกับใคร ฉันเลยพิมพ์ตอบกลับไปทีเล่นทีจริงว่า ‘งั้นขอเกาะปีกเครื่องบินอาศัยไปด้วยหน่อยก็แล้วกัน’ ทำเอาปลายสายอย่างจอร์ทหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นและไม่นานนัก... เครื่องบินขนส่งทหารขนาดใหญ่ยักษ์ที่มีสัญลักษณ์ ‘ดาวแดง’ เด่นหร่าอยู่ข้างลำตัวเครื่องก็ปรากฏโผล่เข้ามาอยู่ในระยะสายตา หรือว่าตะกี้นี้ฉันบินเอื่อยเฉื่อยช้าเกินไป ฝูงบินขนส่งยักษ์พวกนี้ถึงได้บินไล่ตามมาทันกันแน่นะเนี่ย?ฉันเลยผ่อนแรงลดความเร็วลงเล็กน้อย บินร่อนไปประกบตีคู่จนอยู่ในวิสัยทัศน์ของห้องนักบินพอดี“ขึ้นฟรี...” นักบินหนุ่มในชุดเครื่องแบบเขียนข้อความใส่กระดาษแผ่นใหญ่แล้วยกโชว์ขึ้นแปะกระจกฉั
“หวานขอร้องเถอะค่ะ... หยุดแกล้งหนูเถอะนะ”หวานส่ายหน้าไปมาพร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนเหมือนจะร้องไห้แต่คนอย่างฉันมีหรือจะยอมหยุดง่ายๆ ฉันจัดการตวัดและตอกลิ้นเข้ากับร่องโพรงอุ่นชื้นแฉะที่ขมิบตอดรัดเป็นจังหวะ จนเด็กสาวบิดเร่าส่ายสะโพกหนีด้วยความเสียวซ่านถึงขีดสุด มือเรียวเล็กเอื้อมมากดท้ายทอยของฉันไว้แน่นเพื่อระบายอารมณ์ ปากก็ต้องกัดนิ้วตัวเองเอาไว้จนห้อเลือดเพื่อไม่ให้หลุดเสียงครางหวานๆ ออกมาลั่นห้องและพอสายโทรศัพท์ถูกตัดวางลง หวานก็หันมาทุบตีไหล่ฉันชุดใหญ่ทั้งน้ำตาซึม “คุณเหมยคนนิสัยไม่ดี!”“โอ๋ๆ น่ารักจริงๆ เลย... มานี่มะ เดี๋ยวฉันปลอบ”“ว้าย!! คุณเหมยก็จะ...”หวานอุทานลั่นบ้านเมื่อจู่ๆ ฉันก็ช้อนอุ้มร่างบางของเธอลอยหวือกลับเข้าไปในห้องนอน เพื่อเริ่มต้นภารกิจออกกำลังกายยามเช้าต่อทันทีแบบไม่ปล่อยให้พักหายใจ“คุณเหมยค่ะ... เมื่อกี้ทางครูแพทโทรมาบอกว่า จะพาหมอนวดฝีมือดีมาใหม่อีกสองคนค่ะ บอกว่าฝากมาทำงานด้วย” หวานเอ่ยบอกเสียงกระเส่าขณะนอนซุกซบอยู่บนอกของฉันพลางส่งสายตาปริบๆ เหมือนลูกแมวอ้อน“หึ... ฝากงานที่ไหนกันล่ะ ทรงแบบนี้เอามาทำงานขัดดอกใช้หนี้ชัดๆ”“นี่คุณเหมยคิดจะเปิดร้านนวดแผนไทยจริง
เช้าวันต่อมา... โอปอเดินหน้าตาตื่นเข้ามาเคาะห้องทำงานส่วนตัวของฉันเพื่อขอโทษขอโพยกับเรื่องเมื่อวาน เธอยยอมเปิดปากสารภาพความจริงทั้งหมดว่า ที่บ้านของเธอไปกู้เงินธนาคารมาสองล้านบาทเพื่อนำมาลงทุนปรับปรุงร้านอาหารเล็กๆ และเก็บไว้เป็นเงินทุนสำรองหมุนเวียน ส่วนตัวเธอก็กู้ยืมเงิน กยศ. เรียนหนังสือมาตลอดแต่ปัญหาคือพอใกล้จะถึงงวดชำระคืนงวดสุดท้าย จู่ๆ ผู้จัดการสาขาธนาคารเจ้าเดิมก็ส่งคนแปลกหน้ามาติดต่อพูดคุย อ้างว่าสำนักงานใหญ่มีคำสั่งให้เร่งรัดปิดหนี้ก้อนนี้ทั้งหมดทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น พวกมันเลยยื่นข้อเสนอทางเลือกนรกให้... คือบังคับเธอต้องไปทำงานส่งยาและบริการแขกในเครือข่ายของพวกมัน แลกกับการไม่ถูกฟ้องล้มละลายและการยึดบ้านยึดทรัพย์สินทั้งหมดของครอบครัว“เรื่องนี้ลุงว่ายังไงบ้างคะ?” ฉันหันไปปรึกษาชายวัยกลางคนที่เพิ่งเดินเข้ามาสมทบ“เฮ้อ... เรื่องมันใหญ่โตเกินกว่ากำลังของเด็กผู้หญิงตัวคนเดียวจะรับไหวแล้วล่ะนะ” ลุงถอนหายใจยาว“ถ้าไอ้พวกเวรตะไลนี่มันไม่รนหาที่วิ่งมาหาเรื่องถึงหน้าบ้านหนูเองนะ... หนูค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองไม่มีทางอยากจะไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับพวกมันหรอก”“เธอนี่มันเกิดมาพร้อมกับตัวดูด
“คือว่า... หนูไปรับจ๊อบทำงานมาค่ะ” โอปออ้อมแอ้มตอบ หลบสายตาฉันฉันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของโอปอ... อ่านประกายชะตาชีวิตของเธอ หากเด็กคนนี้ยังดึงดันเอาตัวเองไปพัวพันกับอโคจรสถานหรือสิ่งที่กำลังทำลายชีวิตคนอื่น “จงหยุดซะเถอะนะโอปอ... อย่าปล่อยให้เงินก้อนนี้มันมาทำลายอนาคตหนูเลย”“หนูไม่ได้ทำอะไรไม่ดีจริงๆ นะคะเจ๊”“โอปอ... พี่ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทองอะไรเลยสักนิด ตั้งใจเรียนให้จบแล้วมาทำงานกับพี่ ค่อยหักทยอยใช้หนี้จากเงินเดือนก็ได้ ถ้าน้องเดือดร้อนเรื่องเงินจริงๆ ทำไมไม่มาหาพี่ตรงๆ?”โอปอน้ำตาซึม “หนูขอโทษค่ะ...”“บอกพี่มา... ใครเป็นคนจ้างให้เธอไปทำอะไรแบบนี้?”“รุ่นพี่ต่างวิทยาลัยค่ะ... เขาบอกว่าเป็นงานสบาย แค่ไปยืนเสิร์ฟอาหารแล้วก็ช่วยแจก ‘ลูกอมพิเศษ’ ให้กับพวกแขกในงานปาร์ตี้แค่นั้นเองค่ะ...”ฉันรู้ทันทีว่าลูกอมที่พูดถึงคืออะไร... มันไม่มีทางเป็นลูกอมแก้เจ็บคอธรรมดาแน่ๆ แต่มันคือยาอีหรือยาเคอัดเม็ดที่พวกแก๊งค้ายานรกใช้มอมเหยื่อในปาร์ตี้อโคจร ซึ่งน่าจะเป็นเครือข่ายเดียวกับไอ้พวกสวะที่จับตัวขวัญกับใบเฟิร์นไปไม่มีผิด ทั้งคู่ก็โดนหลอกล่อมาจากผับย่านพุทธมณฑลก่อนจะเลยเถิดไปไกล แถมรากเหง้าข
“ตื่นแล้วเหรอจ๊ะคนสวย”กิ่งพลิกตัวขึ้นมานอนท่อมคร่อมทับฉันไว้ทันที มือเรียวเล็กยื่นมาเขี่ยปอยผมฉันเล่นด้วยท่าทางขี้เล่นยั่วยวน“เธอแอบทำอะไรฉันเมื่อคืนเนี่ยห่ะ?”“ก็นิดๆ หน่อยๆ แหละน่า เธอนี่มันไร้เดียงสาจริงๆ เลยนะ โดนสาวชวนขึ้นห้องสองต่อสองทั้งที ยังไม่รู้ตัวอีกว่าตัวเองกำลังตกเป็นเหยื่อ”“ฉันไม่คิดเลยว่าจะมาโดนเจ้าของบ้านจอมเจ้าเล่ห์รุกไล่เอาดื้อๆ แบบนี้”“เหมย... มาเป็นแฟนกับฉันไหมล่ะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงดูปูเสื่อเธอเอง สบายใจหายห่วง”“ยัยบ้องเอ๊ย รีบไปอาบน้ำแต่งตัวซะเถอะน่า ฉันจะได้ขับรถกลับบ้านสักที”“วันนี้ฉันไม่มีคิวงานที่ไหนทั้งนั้นแหละ... พรุ่งนี้ก็หยุดยาว”“งั้นก็นอนต่อสิ รออะไรอยู่ ฉันเองก็ยังไม่อยากรีบกลับเหมือนกัน”“เธอนี่มันร้ายกาจจริงๆ เลยนะ”พูดจบ กิ่งก็ก้มหน้าลงมาประกบปากแลกลิ้นดูดดื่มอย่างเร่าร้อน เราสองคนกอดกันนัวเนียพลิกตัวสลับสับเปลี่ยนกันรุกและรับอย่างเป็นจังหวะจะโคน แม้จะไม่มีบทเพลงบรรเลงยาวนานเหมือนวันก่อน แต่ลีลาเด็ดดวงและรสสัมผัสที่กิ่งโถมเข้าใส่ก็เล่นเอาฉันแทบหมดแรงจนฉันอดคิดในใจไม่ได้ว่า... ยัยนี่มันแกล้งลงทุนเจ็บตัวตกบันไดเลื่อนเพื่อหลอกล่อให้ฉันตายใจแล้วพาเข
เมื่อเห็นว่าสายเกินกว่าจะกลับไปเรียน ฉันจึงให้ฝ้ายเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วพากันไปหาอะไรกิน ก่อนจะกลับมารับยัยตัวแสบนภาที่ ‘ขาย’ อาของตัวเองให้คนอื่น หนำซ้ำค่าตัวฉันยังเกือบหลักหมื่น (ที่ฝ้ายจ่ายเป็นการช่วยทำการบ้านให้นภาแทน)“เจ๊คะ ทำไมเจ๊แซ่บจัง หนูยังอยากกินอีกนะเนี่ย”“พอเลย อยากให้เจ๊ติดคุกหรือไง”“
“คุณเหมยใช่ไหมค่ะ”ฉันมองดูผู้หญิงคนหนึ่งเปิดประตูบ้านออกมาต้อนรับฉัน“ฉันมารับหลานสาวค่ะ”ฉันยิ้มทักทายอย่างเป็นมิตรพลางลอบกลืนน้ำลายลงคอ หลังอีกฝ่ายหันหลังก้มลงเก็บเงินที่หล่น สะโพกโค้งกลมได้รูปทำเอาใจคอแทบร้อนผ่าวไปหมด“เข้ามาก่อนค่ะ”เธอยิ้มให้ฉัน พลางบอกว่าหลานสาวของฉันกำลังทำการบ้านอยู่ ต้องร
เย็นวันเดียวกัน โซเฟีย โค้ชและคู่ซ้อมของนักกีฬาชาวโรมาเนียมาขอคุยกับฉันเป็นการส่วนตัวที่ห้องรับแขกในบ้าน“คุณเหมย ฉันอยากให้คุณช่วยนวดผ่อนคลายให้นักกีฬาของพวกเราหน่อยได้ไหมคะ รวมถึงตอนไปแข่งด้วย เราจะแข่งทั้งหมด 3 รายการ พวกเราคุยกันแล้วว่าอยากจ้างคุณเป็นพิเศษ”ฉันวางแก้วโกโก้ลงตรงหน้าเธอ “ได้ค่ะ ช
ฉันนั่งฟังสองแม่ลูกคุยโทรศัพท์กันอยู่นานสองนานจนแทบหลับ พอเริ่มง่วงเลยต้องเลี่ยงไปยืนรดน้ำต้นไม้รอ ไม่คิดเลยว่าอากาศที่ไทยจะร้อนระอุได้ขนาดนี้ตื๊อออออ!เสียงโทรศัพท์สำนักงานดังขึ้น ฉันจึงเดินกลับเข้ามาเพื่อรับสาย เป็นเสียงน้าพรที่โทรเข้ามา“เหมย หลานไปรับคนที่จะมาพักหน่อยนะ น้าส่งข้อมูลไปในไลน์แล้







