แชร์

บทที่ 7

ผู้เขียน: ปกแดง
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-09 22:46:58

จวนแม่ทัพพลันวุ่นวายไปทั่วทั้งจวนในชั่วข้ามคืน เมื่อมีมือสังหารบุกเข้ามาทำร้ายคุณชายไป๋ จนฮูหยินเสวียนหนิงได้รับบาดเจ็บ

เสี่ยวจินและเสี่ยวจูต่างลอบมองหน้ากันอย่างกังวล เพราะรู้ดีเต็มอกว่ามือสังหารเหล่านั้นเป็นผู้ใดส่งมา

บัดนี้หวังมู่เฉินและไป๋ชิงเหยียนต่างยืนรออยู่ข้างเตียง ขณะที่ท่านหมอกำลังตรวจดูบาดแผลให้เสวียนหนิง

หมอหลี่หานเฉิงเร่งมือจัดการบาดแผลบริเวณไหล่ของฮูหยินท่านแม่ทัพ ใบหน้าชราเคร่งเครียดเมื่อเห็นว่าบาดแผลคล้ายจะถูกพิษจริง

“บาดแผลลึกพอสมควร ข้าต้องเย็บแผลให้ฮูหยิน”

“เช่นนั้นก็ลงมือเถิด ท่านหมอหลี่”

หวังมู่เฉินรีบเอ่ยด้วยความร้อนใจ สายตาที่มองนางอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว

หมับ! แต่เสวียนหนิงกลับคว้ามือท่านหมอเอาไว้ ริมฝีปากอิ่มซีดเซียวจากความเจ็บปวดและการเสียเลือด

“ท่านหมอ…มียาชาให้ข้าหรือไม่”

“แล้วมีเทคนิคการเย็บแผลไม่ให้ทิ้งรอยแผลเป็นใหญ่หรือเปล่า”

ท่านหมอได้ฟังเช่นนั้นถึงกับปาดเหงื่อ คำพูดพิลึกของฮูหยินแม่ทัพทำเอาเขาไม่ค่อยเข้าใจนัก

ส่วนหวังมู่เฉินกับไป๋ชิงเหยียนที่กำลังเคร่งเครียด ถึงกับมองหน้านางอย่างสับสน ในเวลาเช่นนี้…นางยังมีใจห่วงความงามของตนเองจนพูดจาพิลึกอีกหรือ

“เอ่อ… ข้ารับรองจะเย็บแผลให้ท่านเป็นอย่างดี”

“ท่านทั้งสอง…ข้าจะลงมือเย็บแผลให้ฮูหยินแล้ว”

“เช่นนั้น…พวกท่านจะอยู่ดู หรือจะออกไปรอด้านนอกขอรับ”

“ข้าอยู่” ทั้งสองเอ่ยขึ้นพร้อมกัน

ก่อนชะงักไปชั่วครู่ สายตาสบกันเงียบงัน ราวกับต่างไม่คาดคิดว่าตนจะรีบตอบออกมาเช่นนั้น

‘เสวียนหนิง…เจ้าห้ามเป็นอะไรไปเด็ดขาด’

ไป๋ชิงเหยียนกำหมัดแน่นจนลืมความเจ็บปวดที่นิ้วมือไปชั่วขณะ เพียงเห็นนางเจ็บ ในใจก็พลันวูบโหวงอย่างประหลาด

ส่วนหวังมู่เฉินเห็นว่าท่านหมอกำลังเปิดบาดแผลบริเวณไหล่เพื่อเย็บแผล เขารีบดึงสหายให้หันหน้าหนีไปทางอื่นทันที

“ชิงเหยียน…เจ้าไม่ควรมองนางในตอนนี้”

แต่ไป๋ชิงเหยียนเห็นอาการของเสวียนหนิงเริ่มไม่ดี ก็แทบไม่อยากหันหลังให้นาง ทว่าเขาไม่ใช่สามีของนาง คงไม่อาจมองเรือนร่างของนางเกินควร

“อึก! ข้าร้อน มันร้อนวูบวาบไปทั้งตัว”

“ข้ารู้สึกร้อนรุ่มไปทั่วร่าง…ทรมานเหลือเกิน”

“ดูท่า…ในดาบของมือสังหารนั้นคงเป็นพิษยาปลุกกำหนัด”

สิ้นคำของหมอหลี่ แววตาของทั้งคู่พลันเย็นเยียบลงทันที ต่างคนต่างกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บแค้นใจ

“ท่านหมอ แล้วมียาแก้หรือไม่”

หมอหลี่มีสีหน้าหนักใจ พิษยาปลุกกำหนัดนี้ร้ายแรงมาก เห็นทีทางแก้คงมีเพียงทางเดียว

หมอหลี่จึงส่ายหน้าเบาๆ “พิษยาปลุกกำหนัดนี้…ไม่มียาแก้”

“น่าจะเป็นยาจากชาวซีเป่ย ร้ายแรงมาก”

“หากปล่อยไว้เช่นนี้ ร่างกายของนางจะรับไม่ไหว…คืนนี้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต”

คำพูดนั้นจากหมอหลี่ทำให้ทั้งหวังมู่เฉินและไป๋ชิงเหยียนมีสายตาไหววูบ โดยเฉพาะมู่เฉินที่ได้แต่กำหมัดแน่นอยู่เงียบๆ

ทั้งคู่ไม่ได้เอ่ยคำใดอีก ได้แต่รอหมอหลี่รักษาเสวียนหนิงอย่างเงียบงัน ทว่ากลับร้อนใจจนแทบนั่งไม่ติด เพราะเสียงร้องคร่ำครวญด้วยความทรมานจากฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดดังออกมาเป็นระยะ

สาวใช้ทั้งสองทำได้เพียงช่วยกันซับเหงื่อที่ผุดพรายเต็มใบหน้าให้ฮูหยิน เพราะไม่อาจช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มในกายของนางได้เลย

อ่างน้ำถูกเปลี่ยนไปสามสี่รอบ จนในที่สุดหมอหลี่ก็เย็บแผลให้เสวียนหนิงเสร็จ ก่อนจะทิ้งยาแก้ปวดและยาสมานแผลเอาไว้ให้เท่านั้น

“ท่านแม่ทัพ…ต่อจากนี้ท่านเท่านั้นที่จะช่วยนางได้”

“เรื่องนี้ท่านเป็นสามีของนาง…ย่อมทำได้ไม่ยากอยู่แล้ว”

“แต่ท่านหมอหลี่…ไม่มีทางอื่นนอกจากร่วมรักกับนางแล้วหรือ”

หมอหลี่ส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะเดินออกไป ทิ้งให้หวังมู่เฉินมองเสวียนหนิงที่กระสับกระส่ายด้วยความทรมาน

“เสี่ยวจิน…หาน้ำแข็งให้ข้าที”

“เสี่ยวจู…ช่วยคลายเสื้อให้ข้า”

เสวียนหนิงเริ่มพยายามสัมผัสร่างกายของตนเอง นางบิดเร่า กัดริมฝีปากเพื่ออดกลั้นความร้อนวูบวาบในกายสาว

ส่วนไป๋ชิงเหยียนที่เห็นว่าสหายเอาแต่ลังเลใจ ถึงกับโกรธหวังมู่เฉินเป็นครั้งแรก เขาจึงดึงร่างสูงของมู่เฉินให้หันกลับมาสบตา

“เจ้ายังมัวลังเลใจอะไรอีกมู่เฉิน”

“นางเป็นฮูหยินของเจ้านะ”

น้ำเสียงของไป๋ชิงเหยียนเต็มไปด้วยความร้อนใจ สายตาคู่คมมองมู่เฉินอย่างแข็งกร้าวขึ้น

“แต่ข้า…ไม่ได้รักนาง เจ้าก็รู้นี่ชิงเหยียน”

นัยน์ตาคู่คมของหวังมู่เฉินเต็มไปด้วยความสับสนและหวั่นไหว

ไป๋ชิงเหยียนได้ยินเช่นนั้นถึงกับใจกระตุกวูบ

“แต่นางเป็นคนช่วยข้า”

“เช่นนั้น…ในเมื่อเจ้าไม่ยอมทำหน้าที่สามีเพื่อช่วยนาง”

“ข้าจะทำเอง…หวังว่าเจ้าคงเข้าใจ”

“หากเกิดสิ่งใดขึ้น ข้าจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง”

ไป๋ชิงเหยียนสบตาสหายอย่างหนักแน่น ไม่สนว่าคำพูดของเขาจะทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจหรือไม่ ในเมื่อมู่เฉินรังเกียจนาง เช่นนั้นเขาจะช่วยนางเอง

แต่หวังมู่เฉินได้ยินเช่นนั้น สีหน้าพลันมืดครึ้มลง ก่อนจะกัดฟันกรอด สบตาสหายอย่างไม่พอใจ

“ถอยออกไป…นางเป็นฮูหยินของข้า”

“คงไม่ถึงคราวให้เจ้ามาช่วยหรอก ชิงเหยียน”

“เช่นนั้น…เจ้ายังลังเลอันใดอยู่”

หวังมู่เฉินมองไปยังเสวียนหนิงด้วยแววตาสับสนและอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“พวกเจ้าออกไป…ข้าจะอยู่กับนางสองคน”

สาวใช้สองพี่น้องรีบออกไปทันที ส่วนไป๋ชิงเหยียนหันกลับมามองเสวียนหนิงครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินออกไปอีกคน

เขามองดูประตูเรือนที่ปิดลงช้าๆ คล้ายหัวใจของเขาที่บีบรัดขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ผ่านมานางรังแกเขาสารพัด ทว่าในวินาทีที่นางรับคมดาบแทนเขา ในใจกลับเกลียดนางไม่ลง

‘นางจะร่วมหอกับสามีของนาง’

‘แล้วข้า…เป็นบ้าอะไรอยู่’

ไป๋ชิงเหยียนตัดใจ เดินกลับเรือนของตนเองทันที

แต่ไม่รู้ว่าเขากำลังพะวงสิ่งใดกันแน่ ระหว่างบาดแผลที่นางรับแทนเขา…หรือภาพที่นางกำลังจะอยู่กับสามีของนางเพียงลำพัง

หวังมู่เฉินปิดประตูลง เขาหยุดยืนอยู่หน้าประตูครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ หันหน้ากลับมามองเสวียนหนิงที่อยู่บนเตียง

นัยน์ตาคู่คมอ่อนลงและวูบไหว ฝ่ามือหนากำหมัดแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ภายในใจเต็มไปด้วยความลังเลและสับสน เขาหลีกเลี่ยงการร่วมหอกับนางมาตลอด แต่บัดนี้กลับต้องทำหน้าที่สามีให้นางแล้ว

เสวียนหนิงที่ร้อนรุ่มแทบมอดไหม้ไปทั้งกาย ฝืนทนความทรมานวูบวาบในกายสาว พลางพยายามปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจากร่าง

“ร้อน! อ๊าาา…ข้าทนไม่ไหวแล้ว”

กล่าวจบ นางก็หันไปเห็นแท่งหยกขนาดพอเหมาะมือวางอยู่บนโต๊ะ จึงคว้ามันขึ้นมาถือไว้ ดวงตาคู่สวยพร่ามัวมองสิ่งนั้นอย่างไร้สติ ราวกับคว้าอะไรก็ได้เพื่อบรรเทาความทรมานในกาย

แต่หวังมู่เฉินเห็นว่านางคิดจะใช้แท่งหยกนั้นบรรเทาความทรมานของตนเอง ร่างสูงจึงก้าวเข้าไปแย่งมันออกจากมือของนาง

“เจ้าจะทำอันใด เสวียนหนิง”

ดวงตาคมกริบสบตานางอย่างสั่นไหว เขากำแท่งหยกในมือแน่น ในใจพลันปวดร้าวเมื่อเห็นว่านางเลือกใช้สิ่งนี้ แทนที่จะร้องขอให้เขาช่วย

เสวียนหนิงหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์ยา ดวงตาคู่สวยของนางสั่นคลอนและร้อนแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทุกครั้งที่มองหวังมู่เฉิน หัวใจก็ยิ่งเต้นระส่ำราวกับถูกบางสิ่งผลักดันให้เข้าใกล้เขา

“เอามานี่…”

นางก้าวเข้าไปแย่งแท่งหยกคืนจากหวังมู่เฉิน แต่เขากลับไม่ยอมคืนให้ ยิ่งปลายนิ้วของนางเผลอแตะถูกแผ่นอกของเขา ความร้อนรุ่มในกายก็ยิ่งปั่นป่วนจนแทบควบคุมไม่อยู่

เพล้ง! หวังมู่เฉินโยนแท่งหยกลงพื้นจนแตกหักเป็นสองท่อน ก่อนจะหันกลับมาสบตานางด้วยแววตาที่ไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน

“ไม่ใช่ว่าที่ผ่านมา…เจ้าก็วางยาข้าเพื่อสิ่งนี้ไม่ใช่หรือ”

“แล้วเหตุใด เมื่อเจ้ามีโอกาสรั้งข้าไว้”

“เหตุใดเจ้าถึงไม่ทำ”

คำถามนั้นกัดกินหัวใจของหวังมู่เฉิน นางเคยวางยาเขาหลายครั้งเพื่อให้เขาร่วมหอกับนาง แต่เมื่อเขายืนอยู่ตรงนี้ นางกลับผลักไสเขาออกไป

‘เจ้าคิดอันใดอยู่กันแน่ เสวียนหนิง’

‘พูดมาสิ…ว่าเจ้าต้องการข้า’

เสวียนหนิงรีบเบือนหน้าหนี ไม่อยากปล่อยให้ตนเองมีใจต่อหวังมู่เฉินไปมากกว่านี้ เพราะนางในยามนี้ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของตนเอง

‘ไม่ได้! ฉันจะแย่งสามีของเหยียนเหยียนไม่ได้เด็ดขาด!’

“ออกไป…ข้าช่วยเหลือตนเองได้”

“ข้าไม่ต้องการบังคับจิตใจใคร”

ร่างอรชรที่สั่นสะท้านเดินโซเซไปหาถังน้ำเย็นจัดหลังฉากกั้น โดยไม่สนใจว่าที่ไหล่ยังมีบาดแผลสดอยู่ นางเตรียมลงไปแช่ในอ่าง ขาข้างหนึ่งก้าวลงไปแล้ว

หมับ! ทว่าวงแขนแกร่งของหวังมู่เฉินกลับโอบรั้งร่างนางเอาไว้ เขาจับนางให้ยืนอยู่ข้างอ่างน้ำ ฝ่ามือหนายึดแขนทั้งสองข้างของนางไว้มั่น

“เจ้ายังบาดเจ็บอยู่…จะลงน้ำได้อย่างไร”

“มู่เฉิน…ข้าทรมานเหลือเกิน”

“นี่คงเป็นเวรกรรมของข้า”

“ปล่อย…”

นางพยายามสะบัดแขนออก แต่ยิ่งปฏิเสธกลับยิ่งต้องการ คราวนี้นางเป็นฝ่ายโน้มเข้าหา ซุกไซร้จุมพิตลำคอหนาอย่างเร่าร้อน

หวังมู่เฉินปล่อยแขนนาง ตัวแข็งทื่อยามถูกซุกไซร้ซอกคออย่างร้อนแรง ได้แต่กำหมัดแน่น

“ไม่ได้”

“ข้าทำแบบนี้กับท่านไม่ได้”

“ออกไป!”

เมื่อได้สติ เสวียนหนิงรีบผลักเขาออก ร่างงามหอบหายใจถี่กระชั้น แววตาฉ่ำปรือมองเขาอย่างเย้ายวนโดยไม่รู้ตัว

นางเริ่มปลดเอี๊ยมตัวสุดท้าย ฝ่ามือบางกอบกุมเนินอกอวบอิ่ม บีบเค้นระบายความเสียวซ่าน

หวังมู่เฉินเห็นเนินอกอวบอิ่มเด้งขึ้นสู่สายตาก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนรีบก้มหน้าหลบสายตา มิกล้ามองความเย้ายวนใจตรงหน้า

“อ๊ะ! ไม่ไหวแล้ว”

ยิ่งเห็นเสวียนหนิงบิดเร่าร่างกายอยู่ข้างอ่างน้ำเย็นจัด หวังมู่เฉินยิ่งเจ็บปวดหัวใจจนปวดหนึบ ในใจสับสนลังเล ยืนกำหมัดแน่น จนในที่สุด…

หมับ! เขาคว้าร่างงามเข้ามากอดแนบอก สายตาคมสบเข้ากับแววตาสั่นระริกน่าสงสารของนาง ทั้งคู่สบตากันนิ่งงัน

“ข้ารู้… ท่านไม่ได้รักข้า”

“และข้าก็ไม่คิดใช้วิธีนี้บีบบังคับให้ท่านยอมร่วมหอ”

“วางใจเถอะ… ข้าจะไม่แตะต้องท่านให้แปดเปื้อนเด็ดขาด”

น้ำเสียงหวานสั่นพร่า เต็มไปด้วยความอดกลั้นอย่างที่สุด พยายามฝืนใจมิให้สัมผัสเขาไปมากกว่านี้

หวังมู่เฉินสะท้านในใจกับคำพูดของนาง หรือแท้จริงแล้ว… สตรีในอ้อมกอดตนจะเปลี่ยนไปแล้ว…

“หากเจ้าไม่ร่วมหอกับข้า”

“เช่นนั้น… เจ้าจะตาย” นัยน์ตาคมสั่นคลอนอย่างเห็นได้ชัด

“แล้วชิงเหยียนเล่า…” นางเอ่ยถามเขาเสียงสั่นเครือ

คำถามนั้นทำให้หวังมู่เฉินชะงักไปทั้งร่าง

ในห้วงวินาทีนั้น เขาเห็นเพียงสตรีที่กำลังสั่นเทาด้วยความทรมาน มิใช่เสวียนหนิงคนเดิมที่เคยเอาแต่ใจและใช้เล่ห์บีบบังคับเขา

ดวงตาคู่คมไหววูบอย่างยากจะควบคุม ก่อนจะค่อย ๆ ยกมือขึ้นประคองใบหน้านาง

“อ๊ะ! อื้อ!”

หวังมู่เฉินไม่รอให้นางเอ่ยจบ ริมฝีปากหยักประทับบดจูบริมฝีปากนุ่มอย่างลึกซึ้ง โอบกระชับเรือนร่างเย้ายวนแนบชิดยิ่งขึ้นโดยไม่รู้ตัว

‘ริมฝีปากนาง… ช่างหวานนัก’

สุดท้ายเส้นความอดทนของเสวียนหนิงขาดผึ่ง ไม่อาจปฏิเสธความปรารถนาในร่างกายได้อีก โฉมงามส่งลิ้นหวานตวัดเกี่ยวพันลิ้นสากอย่างเร่าร้อน มิคิดต่อต้านเขาอีกต่อไป

‘นี่ฉัน… ต้องการเขาเพราะฤทธิ์ยาจริงๆ ใช่ไหม!’

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ช่วยด้วย! ข้าพังเรือพระเอกนายเอกโดยไม่ตั้งใจ   บทที่ 73

    “เย้… ท่านอา ถึงเวลากินข้าวแล้ว” “หย่งอัน เจ้าต้องเหลือหน่องไก่ให้ข้าด้วยนะ” เฉิงอวี้วิ่งแซงหลานชายตัวน้อยไปทันที ทั้งสองต่างแย่งกันเรื่องหน่องไก่ จนหวังมู่เฉินถอนหายใจยาว “เฮ้อ… นี่คงเป็นเวรกรรมของข้าที่แกล้งเฉิงอวี้ไว้เยอะ” “ลูกชายข้าถึงได้เห็นแก่กินเหมือนเจ้าเด็กอ้วนนั่น” เฉิงอวี้ที่ได้

  • ช่วยด้วย! ข้าพังเรือพระเอกนายเอกโดยไม่ตั้งใจ   บทที่ 72

    5 ปีต่อมา ภายในจวนเจิ้นกั๋วกงแห่งสกุลเจียง เต็มไปด้วยเสียงฝึกซ้อมเพลงกระบี่ และเสียงหัวเราะหวานใสของเด็กหญิงตัวน้อยที่วิ่งเล่นอยู่ใกล้ลานฝึกอย่างสนุกสนาน หวังมู่เฉินถือกระบี่คู่ใจตวัดกวัดแกว่งอย่างแม่นยำและสง่างาม ปลายกระบี่ตัดผ่านกลางอากาศ ก่อนกระบี่ไม้ในมือของเด็กชายตัวน้อยและซื่อจื่อเจียงเฉิง

  • ช่วยด้วย! ข้าพังเรือพระเอกนายเอกโดยไม่ตั้งใจ   บทที่ 71

    ฝ่ามือบางเอื้อมขึ้นประคองเสี้ยวหน้าคมคายของเขาเอาไว้อย่างทะนุถนอม เขาคือแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ แต่กลับยอมลดศักดิ์ศรี ยอมแม้กระทั่งหย่าขาดจากนางชั่วคราว เพื่อรอแต่งเข้าสกุลเจียงพร้อมกับชิงเหยียนอย่างถูกต้อง ทั้งหมดนี้เพียงเพราะรักและกลัวว่าจะสูญเสียนางไป “มู่เฉิน… ท่านพี่… ข้ารักท่าน…” เสวียนหนิงกระซิ

  • ช่วยด้วย! ข้าพังเรือพระเอกนายเอกโดยไม่ตั้งใจ   บทที่ 70

    เสวียนหนิงถูกประคองลงบนเตียงอย่างเบามือ สองบุรุษเรือนร่างสูงสง่ายืนตระหง่านบังขอบเตียงไว้ไร้ช่องทางให้หลีกหนี หวังมู่เฉินมองนางสายตากรุ่มกริ่ม ทอดเสน่หาต่อนางอย่างเปิดเผย “ฮูหยิน… คืนนี้พี่รูปงามถูกใจเจ้าหรือไม่” แม่ทัพหนุ่มปลดอาภรณ์เจ้าบ่าวสีแดงปลิวลงพื้นอย่างไม่ใส่ใจ เผยกล้ามเนื้อเป็นมัดแน่นและ

  • ช่วยด้วย! ข้าพังเรือพระเอกนายเอกโดยไม่ตั้งใจ   บทที่ 69

    เจิ้นกั๋วกงมองบุรุษทั้งสองด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนเอ่ยเสียงเข้ม “ต่อแต่นี้พวกเจ้าทั้งสองก็เป็นคนของจวนสกุลเจียงแล้ว” หวังมู่เฉินและไป๋ชิงเหยียนสบตากัน ก่อนตอบพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง “ขอรับ ท่านพ่อตา” “ดูแลลูกสาวข้าให้ดี” “ขอรับ!” เสียงตอบรับหนักแน่นของทั้งสองทำให้เสวียนหนิงต้องก้มหน้าซ่อนรอยยิ้

  • ช่วยด้วย! ข้าพังเรือพระเอกนายเอกโดยไม่ตั้งใจ   บทที่ 68

    ในที่สุด… วันที่เสวียนหนิงเฝ้ารอคอยก็มาถึง หลังผ่านเรื่องราวมากมาย ทั้งความเข้าใจผิด ความรัก ความผูกพัน และการตัดสินใจครั้งสำคัญ วันนี้นางได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยมีผู้ใดกล้าทำมาก่อน งานมงคลสมรสระหว่างนางกับบุรุษสองคนที่นางรักหมดหัวใจอย่างหวังมู่เฉินและไป๋ชิงเหยียน กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เสียงประทัดดังสน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status