ANMELDEN“พ่อเลี้ยงยังไม่มีเมียเลยค่ะหนูเรย์ ป้าก็ได้แต่ลุ้นว่าใครจะได้มาเป็นนายหญิงที่นี่ แต่จนถึงต
“ถ้างั้น พี่ว่าสร้อยไปช่วยป้าเพ็ญซื้อของเถอะ พี่อยู่คนเดียวได้ ไม่ต้องเป็นห่วงจ้ะ” หญิงสาวพูดด้วยรอยยิ้ม เธอไม่อยากเป็นต้นเหตุให้แม่ครัวคนอื่นๆ ต้องเหนื่อยเพิ่ม เพราะขาดกำลังคนอย่างสร้อยไป“แต่ว่าพ่อเลี้ยง…” สร้อยเองก็อยากจะไปช่วยแม่ครัวคนอื่นๆ แต่ส่วนหนึ่งก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของพ่อเลี้ยงที่กำชับนักหนาว่าให้มาดูแลเรนิตา“ช่างตานั่นสิ พี่ไม่เป็นอะไร เอาเป็นว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นพี่จะคุยกับเขาเอง”เรนิตาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ถึงทุกคนจะกลัวภาสกรแค่ไหน แต่เธอไม่มีทางกลัวเขา เพราะนี่คือตัวเธอเอง ในเมื่อไม่ได้อยากให้ใครมาดูแล เขาก็จะมาบังคับไม่ได้“พ่อเลี้ยงเป็นห่วงพี่เรย์มากนะคะ วันนี้พ่อเลี้ยงเองก็มีธุระต้องเข้าเมืองแต่เช้า คงมาดูพี่เรย์ไม่ได้ ก็เลยส่งสร้อยมาแทน สร้อยไม่อยากขัดคำสั่งพ่อเลี้ยงเลยค่ะ” เด็กสาวพูดออกมาด้วยความลำบากใจ“ดีจังเลยนะ คนที่นี่เชื่อฟังพ่อเลี้ยงดีจริงๆ เฮ้อ! งั้นเอางี้ สร้อยไปช่วยป้าเพ็ญก่อน แล้วค่อยกลับมาหาพี่ก็ได้” เรนิตาจำต้องแบ่งรับแบ่งสู้“แต่ว่
“เฮ้อ…โอเค ได้ แบบนั้นก็ได้” ภาสกรกระแทกลมหายใจออกมาอย่างเสียไม่ได้ ก่อนปล่อยร่างหญิงสาวจากพันธนาการ แล้วหันหลังให้เธอราวกับจะควบคุมสติอีกครั้ง“นายเป็นคนพูดเองว่าจะไม่ทำแบบนี้กับฉันอีก ถ้าฉันไม่เต็มใจ ลืมไปแล้วหรือไง” คนร่างเล็กพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ สุดท้ายแล้ว ภาสกรก็กลืนน้ำลายตัวเอง และไม่รักษาน้ำใจของเธอแม้แต่น้อย“ผม…”เจ้าของร่างสูงหันมาจ้องหน้าคนตัดพ้อ พยายามคิดหาคำพูดเพื่อคลี่คลายสถานการณ์อึดอัดที่เป็นอยู่ ทว่า สุดท้ายก็พูดไม่ออกเช่นกัน เพราะไม่เคยคิดว่าตนเองจะขืนใจผู้หญิงคนไหน แต่กับเรนิตา ความต้องการในตัว มันมากเสียจนเขาไม่ได้ยินเสียงร้องห้ามของหญิงสาว“ทีหลังก็อย่าพูดในสิ่งที่นายทำไม่ได้” เรนิตาพูดพร้อมกับเดินออกจากห้องชายหนุ่มไปทันทีหญิงสาวกลับมาที่ห้องของตนเองด้วยอารมณ์โกรธปนน้อยใจ ทว่า กลับมีความรู้สึกแปลกๆ บางอย่างที่เกิดขึ้นในใจของตนเอง ทำเอานิ่งอึ้งไปไม่น้อยเรนิตาไม่รู้ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับภาสกรคืออะไร เธอเคยรักพายุมา
“เอ่อ...ที่คุณกอดฉันตอนนี้ เพราะ...อยากเอาชนะ และมันก็แค่อารมณ์ชั่ววูบต่างหาก” เรนิตาเอ่ยก่อนกลืนน้ำลายลงคอดังอึก! พยายามเตือนสติตนเองว่าสิ่งที่ภาสกรกำลังทำอยู่มันเป็นเพราะเขาอาจจะรู้สึกโดดเดี่ยว และแค่มีความต้องการเหมือนที่ผู้ชายทั่วไปต้องการจากผู้หญิงก็เท่านั้น“ถ้าคุณคิดว่ามันเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ ถ้างั้น ผมขอไม่ห้ามใจตัวเองละกันนะ”ไม่รอให้หญิงสาวพูดจบ ภาสกรก็ก้มลงไปประทับริมฝีปากกับเธออีกครั้งดวงตาคู่ส่วยเบิกกว้างอย่างตกใจ จากจุมพิตหนักหน่วง ริมฝีปากร้อนไล่ขบเม้มริมฝีปากนุ่มทั้งล่างและบน นี่ไม่ใช่ฉากตบจูบแบบในละคร มันสร้างความรู้สึกแปลกๆ เหมือนถูกเหวี่ยงไปให้ลอยค้างอยู่กลางอากาศ“อย่าค่ะ”เรนิตาตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ปล่อยให้พ่อเลี้ยงหนุ่มได้เชยชมริมฝีปากอวบอิ่มของตนอีกครั้ง แต่คราวนี้ จูบของเขามันเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจและความปรารถนา เริ่มรุกรานเข้าไปเกี่ยวกวัดลิ้นเล็กอย่างหิวกระหายก่อนจะเม้มริมฝีปากเธออย่างดุดันและเรียกร้อง…มือทั้งสองข้างที่เกี่ยวกอดรัดร่างกายเล็กๆ ตอนนี้ค่อยๆ ลูบไล้ไปทั่วทั้งตัว
คราวนี้กลายเป็นภาสกรเสียเองที่พูดออกมาด้วยความไม่พอใจ เพราะรู้สึกหงุดหงิดที่หญิงสาวพยายามจะพูดตลอดเวลาว่า ทั้งสองไม่มีอะไรต่อกัน ทั้งที่ความจริงแล้ว เขามีความรู้สึกบางอย่างกับเธอ“โอเค ถ้างั้น ฉันจะได้ไม่ต้องสนใจว่าคุณจะมีแฟนแล้วหรือไม่ แต่ฉันจะจำแค่เพียงว่าระหว่างเรามันไม่มีอะไร และใครจะคิด หรือเข้าใจผิดอะไร ยังไงก็แล้วแต่ เอาเป็นว่า ฉันรู้ดีแก่ใจว่ามันไม่มีอะไรแล้วกัน” เธอพูดย้ำชัดๆ อีกครั้ง ราวกับต้องการเตือนสติเขา“คุณมีเรื่องจะคุยกับผมแค่นี้ใช่ไหม” ภาสกรเอ่ยถามพร้อมกับลุกจากเก้าอี้โต๊ะทำงาน ก้าวช้าๆ มาหาคนตัวเล็ก“ฉันมีอีกเรื่องอยากจะขอคุณ”คราวนี้ เรนิตาเริ่มเข้าเรื่องของตนเอง เพราะการที่เธอมาหาเขาไม่ใช่แค่เรื่องของผู้หญิงที่ชื่อลินดาเท่านั้นคิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างสงสัย “มีอะไรก็รีบว่ามา ผมมีงานต้องทำ” พ่อเลี้ยงหนุ่มพูดด้วยสีหน้าเย็นชา ทั้งที่ความเป็นจริง เขาอยากให้หญิงสาวออกจากบ้านไปไวๆ เพราะกลัวว่าตนเองจะห้ามใจไม่ให้ดึงเธอเข้ามากอดได้“ฉันอยากยืมโทรศัพท์คุณหน่อย”เรนิต
“ไม่รู้สิ บางที พี่ก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าวันนั้น พี่ยอมมีอะไรกับพี่พายุ เรื่องแบบนี้อาจจะไม่เกิดขึ้น และผู้หญิงที่ได้แต่งงานกับเขาก็อาจจะเป็นพี่ก็ได้” เรนิตาเฝ้าถามตนเองซ้ำๆ ว่าหากย้อนเวลากลับไปได้ เธออาจจะยอมมอบกายให้พายุพอใจ เพื่อให้วันนี้ยังมีเขาข้างๆ แต่สุดท้ายคำตอบก็คือ‘ไม่อยู่ดี’“แล้วทำไมพี่เรย์ถึงไม่ยอมมีอะไรกับเขาคะ พี่เรย์ไม่รักเขาเหรอ”สร้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย เธอเองก็คบหากับเขมราช แต่คนรักหนุ่มก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้ให้ได้ยินสักครั้ง อาจเพราะเขาคิดว่าเธอยังเด็กอยู่มาก หรืออาจเพราะว่าการจะพบเจอกันแต่ละครั้งมันยากเย็น ทำให้ทั้งสองยังไม่เคยมีเรื่องเกินเลยต่อกัน“พี่รักเขานะสร้อย แต่พี่ก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่า ทำไมถึงไม่ยอมเขา หลายต่อหลายครั้งที่พี่พายุพยายามจะทำเรื่องแบบนั้น แค่คิด พี่ก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น พี่รู้สึกไม่เป็นตัวเองและรู้สึกไม่ชอบที่จะต้องทำแบบนั้นกับพายุ”พูดพลางนึกถึงค่ำคืนที่อดีตคนรักเคยพยายามขอมีอะไรด้วย ตอนนั้น เรนิตาก็คิดว่าอาจจะมอบกายให้เขา แต่เมื่อพายุเริ่มซุกไซ้ที่ซอ
“ทำไม เขามีกฎว่าทำงานที่นี่แล้วห้ามลาออกหรือไง” เรนิตามองสร้อยอย่างตั้งคำถาม เพราะหากเป็นอย่างนั้นจริง ก็ถือว่าภาสกรเป็นคนที่เห็นแก่ตัวมากคนหนึ่ง“เปล่าค่ะ ตรงกันข้าม พ่อเลี้ยงมักจะหยิบยื่นโอกาสดีๆ ให้พวกเราเสมอ ถ้ามีงานดีๆ ในกรุงเทพฯ ที่ให้เงินเยอะกว่า ใครอยากจะลาออกพ่อเลี้ยงไม่เคยห้าม แต่พี่เรย์เชื่อไหมว่าไม่มีใครอยากจากพ่อเลี้ยงไปไหนเลย เพราะพ่อเลี้ยงดูแลพวกเราดี แล้วก็ให้ค่าตอบแทนพวกเราสูงกว่านายจ้างคนอื่นๆ พวกเรามีความสุขมากนะคะที่ได้อยู่เป็นคนงานที่นี่”สร้อยพูดจากใจจริง พ่อเลี้ยงภาสกรเป็นคนที่ให้โอกาสทุกคน ไม่เคยกดขี่ข่มเหงคนงาน และมักจะหาสิ่งดีๆ มาให้เสมอโดยที่เหล่าคนงานไม่ต้องร้องขอ“ต่อให้ตานั่นจะดีแค่ไหน แต่เขากำลังทำให้สร้อยกับเข้มไม่ได้อยู่ด้วยกันนะ” เรนิตาค่อนข้างสะเทือนใจกับเรื่องความรัก ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะเพิ่งสูญเสียคนที่รักมากไป และก็คิดว่าความรักมันไม่สามารถเกิดขึ้นกับตนเองง่ายๆ หากวันหนึ่งรักใครได้อีกสักครั้ง เธอก็จะไม่ยอมเสียความรักครั้งนั้นไปง่ายๆ แน่“สร้อยคิดว่า สักวันหนึ่ง มันต้องมีทางออก







