Partager

บทที่ 14

last update Date de publication: 2026-10-27 10:05:24

เฌอปรางค์กำหนังสือพิมพ์รายวันไว้แน่น จนกระดาษหน้าที่มีข่าวของเธอยับย่น แล้วอดคิดไม่ได้ ว่าอีกไม่นานยายเสาวรสก็จะต้องให้คนมาเอาตัวเธอกลับเชียงใหม่แน่นอน และสิ่งที่หญิงสาวกังวลมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ การมาของภาคิน แม้ว่าผู้เป็นพี่ชายจะบอกว่ามาเพื่อช่วยเหลือ แต่หญิงสาวก็ยังไม่ไว้ใจอยู่ดี ดังนั้นทางเดียวที่เธอมีสิทธิ์เลือกในตอนนี้คือต้องไปจากที่นี่ก่อนที่ภาคินจะมาถึง

ส้มแป้นเห็นเพื่อนสาวถือกระเป๋าเดินทางลงมาจากชั้นบน จึงเรียกให้แตงโมมาทำงานต่อจากเธอ ส่วนตัวเองก็เดินเข้าไปรั้งแขนเฌอปรางค์เอาไว้

“มะปรางจะไปไหน แกบอกฉันเองว่าจะอยู่ที่นี่ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นไม่ใช่เหรอ”

“ฉันอยู่ไม่ได้แล้ว พี่เกลือกำลังจะมา”

“คุณยายเห็นข่าวแล้วเหรอ แล้วที่พี่เกลือจะมานี่ คงไม่ได้มาเอาตัวแกกลับไปแต่งงานหรอกนะ”

“ฉันไม่รู้ แต่ฉันก็ไม่อยากทะเลาะกับพี่เกลืออีกคน ฉันเลยคิดว่าจะไปจากที่นี่ ก่อนที่พี่เกลือจะมาถึง” เฌอปรางค์เดินหนีส้มแป้นไปยังประตูหน้าร้าน จังหวะที่หญิงสาวกำลังจะผลักประตูออกไป เป็นจังหวะเดียวกับที่ใครบางคนผลักประตูสวนเข้ามาอย่างแรง จนเธอต้องถอยหลังกลับเข้ามาในร้าน

“คุณ!?”

“คุณยังทำงานให้ผมไม่เสร็จ ยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น” จักรวาลพูดพลางแย่งกระเป๋าเดินทางของเฌอปรางค์ไปถือไว้

“งานฉันจบตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว” หญิงสาวตอบเสียงแข็ง แล้วเอื้อมมือหมายจะคว้ากระเป๋ากลับคืน แต่จักรวาลก็เบี่ยงตัวหลบได้ทัน จากนั้นชายหนุ่มก็เดินหนีไปนั่งที่โต๊ะด้านใน

เฌอปรางค์ตามเข้าไปนั่งที่โต๊ะเดียวกัน แล้วกัดฟันพูดว่า “ฉันยอมไปนั่งแถลงข่าว ตอบคำถามหลอกลวงประชาชนให้คุณแล้ว ยังไม่พออีกรึไง”

“ไปนั่งไม่ถึงชั่วโมง แล้วรับเงินสดไปห้าล้านบาท ถ้าทำงานแค่นั้น ค่าตัวคุณไม่สูงไปหน่อยเหรอ” ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มทำเสียงจิ๊จ๊ะ อย่างดูหมิ่นดูแคลน

“ค่าจ้างไม่ใช่ค่าตัว!”

“จะค่าอะไรก็ช่าง แต่ผมไม่ให้คุณไปไหนทั้งนั้น จนกว่าจะทำงานให้คุ้มกับเงินซะก่อน วันนี้มีหนังสือและรายการทีวีมาขอสัมภาษณ์เราหลายเจ้า ผมให้พี่ฤทธิ์รับงานไว้แล้ว คุณต้องไปให้สัมภาษณ์กับผม ในฐานะคนรักของผม” จักรวาลออกคำสั่งแววตากรุ้มกริ่ม เขาเพิ่งรู้ว่าการได้แกล้งเฌอปรางค์นั้น ทำให้ชีวิตเขามีสีสันขึ้นมากอย่างไม่น่าเชื่อ

“คุณไม่มีสิทธิ์สั่งฉัน” หญิงสาวไม่ยอมง่ายๆ

“คุณรับเงินผม เพราะฉะนั้นผมก็เป็นนายจ้างของคุณ ผมมีสิทธิ์สั่งให้คุณทำอะไรก็ได้ตามที่ผมต้องการ”

“ฉันตกลงกับพี่ริชชี่แค่เรื่องแถลงข่าวเมื่อวานนี้เท่านั้น งานอื่นฉันไม่ทำ” เฌอปรางค์ยืนกรานปฏิเสธ

“คุณนี่ไม่มีความรับผิดชอบเลยนะ พี่ฤทธิ์รับงานไว้แล้ว ถ้าคุณไม่ไป พี่ฤทธิ์คงต้องผิดคำพูด และเสียเครดิตน่าดู อนาคตการงานของพี่ฤทธิ์ก็คงต้องจบเห่เพราะคุณ” จักรวาลเอาชื่อเรืองฤทธิ์ขึ้นมาอ้าง เพราะรู้ว่าหญิงสาวเกรงใจผู้จัดการส่วนตัวของเขามาก

ส้มแป้นเฝ้าดูการเจรจาระหว่างจักรวาลและเฌอปรางค์อยู่หลังเคาน์เตอร์ โดยมีแตงโม ลูกจ้างวัยรุ่นยืนอยู่ไม่ห่าง ด้วยท่าทีลิงโลดที่เห็นซุปเปอร์สตาร์ขวัญใจของตนมาที่ร้าน เรืองฤทธิ์ที่เพิ่งตามมาถึง ตรงรี่เข้าไปสมทบกับสองสาวแล้วกระซิบถามส้มแป้นว่า

“สองคนนั้นเป็นไงบ้าง ฉันรีบบึ่งรถตามมาแทบแย่ กลัวจะเกิดเรื่อง”

“อย่างที่เห็นนั่นล่ะค่ะ” ส้มแป้นพยักพเยิดไปทางเฌอปรางค์และจักรวาล ที่กำลังเจรจากันอย่างเคร่งเครียด ราวกับกำลังต่อรองเรื่องธุรกิจพันล้าน

“ฉันเคลียร์เอง” เรืองฤทธิ์ผละจากส้มแป้นไปสมทบกับสองหนุ่มสาว แต่การมาของเรืองฤทธิ์ ยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้นไปอีก เพราะงานสัมภาษณ์นิตยสาร และรายการโทรทัศน์ที่เรืองฤทธิ์รับไว้ยาวเป็นหางว่าวนั่นเอง

“ทำไมมันเยอะขนาดนี้คะพี่ริชชี่ ทั้งรายการสด รายการแห้ง ถ่ายแฟชั่น ให้สัมภาษณ์รายการทีวี รายการวิทยุ หนังสืออีกเป็นสิบฉบับ ตอนแรกพี่ริชชี่ให้มะปรางไปออกงานแถลงข่าวอย่างเดียวนะคะ ไม่เกี่ยวกับงานพวกนี้ด้วยสักหน่อย” เฌอปรางค์โวยวายเมื่อเห็นตารางงานที่แน่นเอี๊ยด จนแทบไม่มีเวลาหายใจ

เรืองฤทธิ์กำลังจะอ้าปากอธิบาย แต่ก็ถูกจักรวาลพูดตัดหน้าเสียก่อนว่า “จะมากหรือน้อย มันก็เป็นงานที่คุณต้องทำ ในฐานะลูกจ้างของผม” ประโยคสุดท้ายถูกเน้นชัดเต็มสองหู จนเฌอปรางค์หน้าชา พูดอะไรไม่ออก

‘คำก็ลูกจ้าง สองคำก็ลูกจ้าง เดี๋ยวลูกจ้างคนนี้จะคิดค่าจ้างให้หน้าซีดเลยคอยดู’ หญิงสาวนึกในใจ

ชานนท์ขับรถเข้าไปจอดที่หน้าบ้านยายเสาวรสด้วยความร้อนรน แล้วรีบพุ่งตัวเข้าไปในบ้าน โดยมีหนังสือพิมพ์รายวันที่มีข่าวของเฌอปรางค์ติดมือเข้าไปข้างในด้วย

“คุณยายครับ คุณยาย” ความร้อนใจทำให้ชายรูปร่างสัดทัดตะโกนเรียกผู้ที่เขาต้องการพบเสียงดัง โดยลืมรักษามารยาท

บัวบานรีบวิ่งออกมารับหน้า แต่เมื่อเห็นหนังสือพิมพ์ในมือของชานนท์ แม่บ้านร่างท้วมก็ตกใจแทบสิ้นสติ เพราะรู้ว่าชาย-หนุ่มจะมารายงานข่าวของเฌอปรางค์ให้ยายเสาวรสทราบ ดังนั้นแม่บ้านวัยกลางคนจึงต้องทำตัวเป็นทัพหน้า สกัดไม่ให้ชานนท์เข้าถึงตัวยายเสาวส

“คุณท่านไม่อยู่ค่ะ” บัวบานรีบบอก

“คุณยายไปไหน ผมมีข่าวใหญ่ ข่าวสำคัญของน้องมะปรางจะมาเรียนให้คุณยายทราบ” ชานนท์พูดหน้าตาตื่น ท่าทางร้อนใจมาก

“ไปธุระในเมืองค่ะ” แม่บ้านวัยกลางคนพูดปด เพราะความจริงยายเสาวรสนั่งทำงานอยู่ในห้องใกล้ๆ กันนี้เอง

“ตรงไหนของในเมือง ผมจะตามไป” ชานนท์มุ่งมั่นจะพบยายเสาวรสให้ได้

“คุณนนท์กลับไปก่อนดีกว่าค่ะ มีอะไรเอาไว้วันหลังค่อยบอกก็ได้”

“ไม่ได้ เรื่องนี้สำคัญมาก ผมต้องบอกคุณยายวันนี้ ขืนชักช้าจะเสียหาย” ชายหนุ่มบอกอย่างร้อนรน เพราะถ้าช้า คนที่จะเสียหาย สูญเสียบ่อเงิน บ่อทองก็คือเขานั่นเอง

“ป้าไม่ทราบว่าคุณท่านไปธุระที่ไหนจริงๆ ค่ะ รู้แค่ว่าไปในเมือง คุณนนท์กลับไปก่อนเถอะนะคะ” บัวบานพูดพลางเข้าไปลากแขนชายหนุ่มออกจากห้องโถง

“ถ้าอย่างนั้นผมก็จะรอคุณยายอยู่ที่นี่ จนกว่าคุณยายจะกลับ” ชานนท์เบี่ยงตัวออกจากการฉุดกระชากของบัวบาน แล้วไปนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ที่โซฟากลางห้อง โดยที่มือยังคงกำหนังสือพิมพ์เอาไว้แน่นไม่ยอมวาง

บัวบานกลัวว่ายายเสาวรสที่อยู่อีกห้องจะออกมาเห็น จึงพยายามจะลากชานนท์ออกจากห้องให้ได้ แต่ชายหนุ่มก็ทำตัวแข็งทื่อราวรูปปูนปั้น คนสองวัยไม่เพียงแต่ต่อสู้กันด้วยพละกำลัง หากแต่ยังฟาดฟันกันด้วยคำพูด ซึ่งตอนแรกก็ดูเหมือนจะเถียงกันเบาๆ แต่เมื่ออารมณ์ทวีความร้อนแรงมากขึ้น เสียงก็ดังขึ้นตามลำดับ จนทะลุเข้าไปถึงห้องที่ยายเสาวรสนั่งทำงานอยู่

“เอะอะ เสียงดังอะไรกัน!” ผู้เป็นประมุขของบ้านเดินออกมาถามเสียงขุ่น

“ไม่มีอะไรค่ะคุณท่าน” บัวบานบอกพร้อมกับพยายามเอาตัวเองบังชานนท์ไว้ แต่ก็ไม่ได้ผลเท่าใดนัก เพราะคนที่อยู่ข้างหลังพยายามหาทางโผล่หน้าออกมาเต็มที่

“บัวแกเถียงอยู่กับใคร เสียงดังเข้าไปถึงห้องทำงานฉัน” ยายเสาวรสพูดพลาง พยายามมองหน้าชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังบัวบาน

“ผมเองครับคุณยาย” ชานนท์กระโดดผลุงออกมายืนยิ้มเผล่อยู่หน้าบัวบานทันทีที่สิ้นประโยคคำถามของยายเสาวรส

“อ้าว ตานนท์เองรึ มาตั้งแต่เมื่อไร”

“มานานแล้วครับ แต่ป้าบัวบอกว่าคุณยายไม่อยู่บ้าน ก็เลยจะไล่ให้ผมกลับ” ชานนท์ฟ้อง

“บัวไม่ได้ไล่ค่ะคุณท่าน บัวคิดว่าคุณท่านไม่อยู่บ้านจริงๆ ก็เลยบอกให้คุณชานนท์กลับไปก่อนค่ะ...” แม่บ้านร่างท้วมแก้ตัวเป็นพัลวัน

“เอาล่ะๆ พอแล้ว” ยายเสาวรสยกมือขึ้นห้ามแม่บ้านก่อนที่จะแก้ตัวยืดยาวมากกว่านี้ แล้วหันไปพูดกับชานนท์ว่า “ตานนท์มีธุระอะไรกับยายรึ”

ชานนท์รีบส่งหนังสือพิมพ์ที่มีข่าวของเฌอปรางค์ให้ยายเสาวรส พร้อมทั้งพูดพร่ำพรรณนา ว่าตนเสียใจอย่างโน้นอย่างนี้ที่เห็นเฌอปรางค์เป็นแฟนกับคนอื่น

มือเหี่ยวย่นของยายเสาวรสสั่นระริก ยามที่ยื่นออกไปรับหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น แค่เพียงเห็นภาพของหลานสาวที่รักดั่งดวงใจ ถูกซุปเปอร์สตาร์หนุ่มหอมแก้ม หญิงชราก็แทบจะลมจับ และยิ่งได้อ่านเนื้อข่าวว่าเฌอปรางค์เป็นคนรักของจักรวาล ก็ยิ่งเจ็บจนพูดไม่ออก

‘ครั้งหนึ่งลูกสาวของฉันก็เจ็บจนตายเพราะคนอาชีพนี้ แล้วครั้งนี้หลานสาวของฉันจะเป็นยังไง ยายจะไม่ยอมให้คนพวกนี้มันมาทำให้มะปรางต้องเจ็บ เหมือนที่แม่สินีของหนูเคยเจ็บเด็ดขาด’ ยายเสาวรสร่ำร้องในใจ

 “ผมไม่ยอมให้น้องมะปรางเป็นแฟนอื่นเด็ดขาด คุณยายต้องเอาตัวน้องมะปรางกลับมาแต่งงานกับผมให้ได้นะครับ” ชานนท์อ้อนวอน

“ยายต้องเอาตัวมะปรางกลับมาให้ได้” ยายเสาวรสตอบว่าที่หลานเขยด้วยแววตาแข็งกร้าว แล้วหันไปพูดกับบัวบานว่า “เจ้าเกลือมันเห็นข่าวนี้แล้วใช่มั้ย เมื่อเช้ามันถึงได้ทำตัวลุกลี้ลุกลนอย่างนั้น พวกแกนี่ใช้ไม่ได้จริงๆ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ยังรวมหัวกันปิดฉันได้ แกไปตามเจ้าเหลือมาหาฉันเดี๋ยวนี้เลยนะนังบัว”

“คุณเกลือไปตามคุณมะปรางที่กรุงเทพฯ แล้วค่ะคุณท่าน” บัวบานตอบเสียงอ่อย ก้มหน้าหลบสายตาดุดันของผู้เป็นเจ้านาย

“เห็นฉันเป็นหัวหลักหัวตอกันรึไง จะทำอะไรถึงไม่ต้องบอกฉัน”

“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะคุณท่าน”

“แกไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น บอกเจ้าเกลือมันด้วยก็แล้วกันว่า ถ้าพรุ่งนี้มันพามะปรางกลับมาไม่ได้ ฉันจะเป็นคนลงไปเอาตัวนังหลานไม่รักดีกลับบ้านเอง!” ยายเสาวรสประกาศกร้าว ท่าทางเอาจริงกว่าทุกครั้ง

โมบายที่แขวนไว้เหนือประตูร้าน Sweet Cup Coffee ส่งเสียงดังกรุ๋งกริ๋ง ก่อนที่ร่างสูงของชายหนุ่มผิวขาวจัดคนหนึ่งจะก้าวเข้ามาภายใน ชายหนุ่มผู้นั้นกวาดตามองไปทั่วร้านแล้วเดินรี่ไปหาส้มแป้น ที่ยืนประจำการอยู่หลังเคาน์เตอร์

“สวัสดีครับ” ชายหนุ่มกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร

“สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ”

“มะปรางครับ”

“คะ !?” เจ้าของร้านงุนงงกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการ “ถ้าอยากได้ผลไม้ต้องไปตลาดสดค่ะ ที่นี่มีแต่กาแฟกับเบเกอรี่ค่ะ”

ชายหนุ่มหัวเราะเสียงดังลั่นอย่างเปิดเผย เมื่อนึกได้ว่าตัวเองคงจะพูดจาสั้นและห้วนเกินไป จนคนฟังจับใจความผิด ดังนั้นเขาจึงรีบอธิยายเพิ่มเติมว่า “ขอโทษครับ ที่ทำให้งง ผมมารับน้องสาวน่ะครับ ชื่อมะปราง เห็นบอกว่ามาพักอยู่กับเพื่อนที่นี่”

เมื่อได้ฟังคำอธิบายจากชายหนุ่มหน้าตาดีตรงหน้า ส้มแป้นก็เดาได้ทันทีว่าเขาเป็นใคร “พี่เกลือใช่มั้ยคะ ?”

“ครับ” ภาคินตอบรับด้วยรอยยิ้มบางๆ แล้วกวาดตามองไปรอบร้านอีกครั้ง

“มะปรางบอกส้มไว้แล้วค่ะว่าวันนี้พี่เกลือจะมาหา แต่ตอนนี้มะปรางออกไปทำงานกับคุณจักรค่ะ กว่าจะกลับก็คงเย็นๆ”

“คุณคงเป็นส้มแป้น เพื่อนสนิทของมะปรางใช่มั้ยครับ แปลกจังที่เราไม่เคยพบกันเลย” ชายหนุ่มหาเรื่องชวนคุย มากกว่าจะตั้งข้อสงสัยแบบจริงจัง 

“ตอนที่ส้มไปเรียนที่เชียงใหม่ พี่เกลือก็มาเรียนที่กรุงเทพฯ นี่คะ แต่มะปรางก็เล่าเรื่องของพี่เกลือให้ส้มฟังบ่อยๆ ค่ะ” ส้มแป้นกล่าวยิ้มแย้ม

“พี่ขอรอมะปรางที่นี่ได้มั้ยครับ” ภาคินเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเองโดยอัตโนมัติ เมื่อรู้ว่าหญิงสาวคนนี้เป็นเพื่อนรักของน้องสาว 

“ตามสบายค่ะ พี่เกลือไปนั่งรอที่โต๊ะโน้นก่อนนะคะ เดี๋ยวส้มเอาน้ำไปให้ เอ๊ะ...หรือว่าพี่เกลือจะขึ้นไปพักข้างบนดีคะ ส้มมีห้องว่างอยู่”

“อย่าลำบากเลยครับ พี่ขอนั่งรอข้างล่างนี่แหละ แล้วก็ขอน้ำเปล่าแก้วเดียวก็พอครับ”

“ไม่ได้ค่ะ พี่ชายเพื่อนมาทั้งที จะให้ดื่มแค่น้ำเปล่าแก้วเดียวได้ยังไง” ส้มแป้นบอกพลางระบายยิ้มสดใส “พี่เกลือไปนั่งรอที่โต๊ะก่อนนะคะ เดี๋ยวส้มหาอะไรอร่อยๆ ไปให้ทานค่ะ” พูดจบ หญิงสาวก็ผลุบหายเข้าไปหลังเคาน์เตอร์ เพื่อเตรียมเครื่องดื่มและของว่างให้ภาคิน 

ภาคินมองส้มแป้นแล้วก็อดนึกถึงเฌอปรางค์ไม่ได้ หากน้องสาวของเขาน่ารัก เรียบร้อย และว่าง่ายอย่างส้มแป้น เขาก็คงจะไม่เหนื่อยขนาดนี้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 82 (ตอนจบ)

    บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 81

    บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 80

    บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 79

    บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 78

    บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 77

    บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status