แชร์

ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่
ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่
ผู้แต่ง: Naiyana

ตอนที่ 1 โลกที่ไม่มีบันทึกเอาไว้

ผู้เขียน: Naiyana
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-13 21:19:05

บนเตียงไม้ไม่เก่าไม่ใหม่ขนาดประมาณ 5 ฟุต มีหญิงสาวนอนหลับอย่างสงบด้วยลมหายใจสม่ำเสมอ เวลาผ่านไปไม่เกิน 2 เค่อเสียงบรรเลงกู่เจิงดังมาแต่ไกลตามสายลม ท่วงทำนองไพเราะชวนให้อยากนอนต่อเป็นไหนๆ ในเวลาช่วงยามเหม่า ทำให้หญิงสาวที่นอนหลับอยู่บนเตียงไม้รู้สึกตัว นางค่อยๆ ลืมตาขึ้นและลุกขึ้นจากเตียงจัดการทำธุระส่วนตัวของตัวเอง

เสียงบรรเลงกู่เจิงที่ได้ยิน เป็นเสียงที่ใช้กันในสำนักเพื่อบอกว่าอีกประมาณครึ่งชั่วยามทุกคนต้องมารวมตัวกันเพื่อทานอาหารเช้า ในกระจกทองเเดงสะท้อนรูปร่างหญิงสาวใบหน้ารูปไข่เรียวสวย เรือนผมดำงามยาวถึงกลางหลัง ครึ่งบนถูกรวบขึ้นเป็นทรงสวย มีเครื่องประดับรูปดอกไม้เล็กๆ ตกแต่งไม่มากจนเกินงาม และมีปิ่นปักผมรูปผีเสื้อเล็กๆ สีครามปักที่เรือนผม คิ้วหนาดำเรียงตัวจัดทรงสวยโดยไม่ต้องขีดเขียนคิ้วเพื่อความสวยงาม ดวงตาสีฟ้าครามอมเขียว ขนตางอนยาวเพิ่มให้ดวงตาดูน่ารักน่าเอ็นดูและน่าทะนุถนอม จมูกโด่งรั้นเล็กน้อยเข้ากับใบหน้า ปากบางกระจับได้รูปสีเเดงระเรื่อดูมีน้ำมีนวล ผิวขาวอมชมพูดูสุขภาพดี สวมชุดสีฟ้าครามสลับสีฟ้าอ่อนที่เป็นสีของสำนัก ยิ่งทำให้ดูสง่างามและหวานไปพร้อมกัน

“เฮ้อออ”

หญิงสาวในกระจกถอนหายใจอย่างหนักหน่วง นี่ก็ผ่านไป 7 วันแล้วที่นางเข้ามาอยู่ในร่างของซูเชี่ยว แค่ชื่อก็สามารถบอกถึงภาพลักษณ์ของหญิงสาวได้ดี ซูเชี่ยว ที่แปลว่า สรวงสวรรค์อันงดงาม แต่นางกลับไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับร่างนี้และโลกใบนี้ที่นางมาอยู่เลยสักนิด ความทรงจำต่างๆ ในร่างนี้ก็ไม่มีเหลืออยู่เลย นางเข้ามาอยู่ได้อย่างไรเป็นสิ่งที่หญิงสาวพยายามหาคำตอบมาโดยตลอด 7 วันที่ผ่านมา ซูเชี่ยวลุกจากเก้าอี้ไม้หน้ากระจกที่นั่งเมื่อสักครูและเตรียมตัวเพื่อเดินไปทานอาหารเช้า

ที่นี่คือดินแดนที่คนเรียกว่าดินแดน 5 มหาธาตุ ซึ่งประกอบไปด้วย 5 สำนักได้แก่ 1.สำนักวารีหยก พลังภายในคือน้ำ 2.สำนักเพลิงอัคคี พลังภายในคือไฟ 3.สำนักวายุทลายสวรรค์ พลังภายในคือลม 4.สำนักพฤกษชาติ พลังภายในคือไม้ 5.สำนักกาลพิภพพลังภายในคือดิน และทั้ง5 สำนักถูกปกครองโดยกษัตริย์แผ่นดิน

สำนักที่นางกำลังอาศัยอยู่เรียกว่าสำนักวารีหยก ในดินแดนแห่งนี้ผู้คนที่นี่มีพลังภายในเป็นของตัวเอง ซึ่งจะถูกปลุกขึ้นเมื่อมีอายุ 7 ขวบขึ้นไป พลังภายในเกิดจากการส่งต่อจากพ่อและแม่ที่มีพลังอยู่ก่อน หากพลังของพ่อและแม่คนใดคนหนึ่งที่แข็งแกร่งกว่าก็มีโอกาสกว่า 80%ที่จะส่งต่อพลังนั้นมาที่ลูก หลังจากถูกปลุกขึ้นแล้วทางครอบครัวก็มักจะส่งลูกหลานไปที่สำนักต่างๆ เพื่อร่ำเรียนในทางที่ตัวเองถนัด แต่ก็มีแค่ 60%ในแผ่นดินนี้ที่เกิดขึ้นเพียงเท่านั้น ที่ทุกคนสามารถมีพลังภายในได้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีพลังในการปลุกพลังภายในตอนอายุ7 ขวบ คนที่สามารถฝึกต่อไปได้ต้องมีพลังระดับปานกลางขึ้นไปเท่านั้นถึงเรียกว่ามีพลังภายใน ที่เหมาะสำหรับฝึกฝนขั้นต่อไป พลังแบ่งออกเป็น ไม่มีพลัง พลังระดับต่ำ พลังระดับปานกลาง พลังระดับสูง และพลังระดับสูงสุด

ซูเชี่ยว เดินมาทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารรวมของสำนัก โดยคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ราวๆ 170คน มีศิษย์ร่วมสำนักประมาณ 80 คน คนอื่นๆ นอกจากเจ้าสำนักและอาจารย์ที่ช่วยสอนแล้วก็มี บ่าวรับใช้ที่คอยดูแลเรื่องต่างๆ แบ่งออกตามหน้าที่ของตัวเอง ห้องอาหารเป็นห้องโถงกว้างใหญ่ดูหรูหรางดงาม ด้านหน้าสุด และบนสุดเป็นเจ้าสำนักที่นั่งอยู่ไล่ลงมาตามลำดับอำนาจต่างๆ ในที่นี่จัดเรียงเป็นชั้นปี เมื่อศึกษาครบ 5 ปี ก็สามารถจบการศึกษาได้ ชูเชี่ยวอยู่ปีที่ 4 แล้วถึงทำให้หญิงสาวได้นั่งใกล้ด้านหน้า ทันทีที่นางเดินเข้ามาก็ได้ยินเสียงดังออกมา

“ยังกล้ามาอีกเหรอ หากเป็นข้าเรื่องน่าอายขนาดนั้น ป่านนี้ข้าไม่มีหน้าอยู่ต่อแล้วล่ะ หนีกลับบ้านไปแล้ว”

เสียงเเหลมเล็กแต่ไม่ดังมาจากกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง

“นั่นน่ะสิ นั้นสิ ใช่ ใช่”

เสียงสนับสนุนดังออกมาจากคนแล้วคนเล่าช่วยเสริมว่าสิ่งที่หญิงสาวคนนั้นพูดเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

เสียงฝีเท้าดังออกมาจากด้านหน้าห้องโถง ทำให้เสียงทุกเสียงพลันเงียบลง และทุกคนถอยกลับประจำที่ของตัวเอง ที่นี่ทุกคนจะทานอาหารพร้อมกันทุกเช้า แต่ช่วงเที่ยงและเย็นสามารถเลือกทานได้เอง

“คารวะเจ้าสำนัก”

เสียงของทุกคนกล่าวขึ้นมาพร้อมกัน และทำท่าโดยเอามือประสานกันยกขึ้นด้านหน้าพร้อมโค้งคำนับ

“ทุกคนเริ่มทานได้” เสียงทุ้มเรียบดังออกมาอย่างหนักแน่น

“ขอบคุณเจ้าสำนัก”

ทุกคนกล่าวขอบคุณและนั่งทานอาหาร โดยไม่มีใครพูดคุย

ซูเชี่ยวนั่งทานอย่างไม่สนใจบรรยากาศโดยรอบ เรื่องน่าอายที่ทุกคนพูดเมื่อสักครู่ เป็นเรื่องที่เจ้าของร่างเดิมก่อไว้เมื่อ7วันก่อน ก่อนที่นางจะมาอยู่ร่างนี้ ซูเชี่ยวคนก่อนชอบลี่หยางเจ้าสำนักวารีหยกแห่งนี้ นางตามรังควานผู้หญิงและศิษย์หญิงทุกคนที่พยามเข้าใกล้หรืออยู่ข้างกายเจ้าสำนักลี่หยาง

ด้วยความที่นางเป็นลูกสาวของท่านแม่ทัพ ซึ่งทำให้ทุกคนต้องเกรงใจนาง แถมนางยังมีพี่ชายที่เป็นเพื่อนสนิทกับลี่หยางทั้งที่นางมีพลังภายในอยู่ในระดับที่ต่ำ แต่กลับสามารถเข้ามาเรียนในที่แห่งนี้ได้ ก็เพราะงานเลี้ยงราชสำนักที่นางได้พบกับลี่หยางทำให้หญิงสาวปักใจรัก ถึงขนาดขอบิดามาเรียนที่นี่ให้ได้ด้วยความที่บิดาของหญิงสาวมีอำนาจจึงทำให้เข้ามาเรียนได้ และนั้นก็ยิ่งทำให้นางได้ใจใหญ่ครั้งล่าสุดพอนางรู้ว่าแม่นางฮุ่ยซิ่ว บุตรสาวของเจ้าสำนักพฤกษชาติเข้ามาพบลี่หยางด้วยเรื่องยาสมุนไพร ที่ให้นำมามอบให้เพราะสำนักพฤกษชาติเชี่ยวชาญด้านการรักษาและยาสมุนไพรต่างๆ แต่ซูเชี่ยวกลับคิดว่านางพยายามมาอ่อยลี่หยางชายในดวงใจของตน จึงวางแผนเพื่อทำให้แม่นางฮุ่ยซิ่วผลัดตกน้ำ

โดยการแสร้งทำเป็นว่าเดินหกล้มเข้าไปชน ทำให้แม่นางฮุ่ยซิ่วตกน้ำก่อนที่จะได้เข้าไปพบเจ้าสำนักวารีหยก ซึ่งบริเวณที่นางเลือกและได้วางแผนคือสะพานข้ามสระบัวลึกเป็นทางที่จะเดินข้ามไปจวนเจ้าสำนัก และหญิงสาวได้ใช้น้ำมันที่นางหาได้ใกล้ตัวแอบเทไว้อยู่แล้ว แต่ใครจะคิดว่าอุบัติเหตุที่นางตั้งใจเตรียมไว้อย่างรอบคอบ ในจังหวะที่แม่นางฮุ่ยซิ่วจะตกและหงายหลัง มือไปกลับเกี่ยวกับสร้อยคอที่หญิงสาวสวมใส่ ทำให้นางพลัดตกไปด้วยอีกคน แม่นางฮุ่ยซิ่วว่ายน้ำเป็นจึงทำให้รอดมาได้และไม่เป็นอะไรมาก แต่แม่นางซูเชี่ยวในร่างเก่ากลับว่ายน้ำไม่เป็น ทั้งที่เป็นศิษย์ของสำนักวารีหยก ที่มีพลังภายในคือน้ำ

แต่เหตุผลนี้ทุกคนรวมถึงนางรู้ดีเพราะนางมีพลังภายในระดับต่ำมาก จนไม่สามารถที่จะฝึกฝนในการใช้พลังได้เลย ทำให้ซูเชี่ยวในร่างเก่าสลบไปถึง 3 วันเต็มๆ และด้วยเหตุการณ์นี้ทำให้ลี่จูเข้ามาอยู่ในร่างนี้ ผ่านไปประมาณ 4 เค่อทุกคนก็ทานอาหารจนเสร็จและเริ่มที่จะทยอยลุกออกไป

“ทุกคนที่ทานอาหารเสร็จแล้วให้แยกย้ายไปฝึกและเรียนตามปกติ ส่วนซูเชี่ยวไปพบข้าที่ห้องผดุงคุณธรรม”

เสียงเข้มกล่าวออกมา และมองมาทางซูเชี่ยว เป็นเสียงของรองเจ้าสำนักเฟยซิ่น หนุ่มวัยกลางคนอายุ 38 ปี หน้าตาดูสุขุมนิสัยเจ้าระเบียบและใจดีมีเมตตา ทำหน้าที่เป็นทั้งมือขวาหรือผู้ช่วยคนสนิทลี่หยางและเป็นรองเจ้าสำนัก

“เจ้าค่ะท่านรองเจ้าสำนัก”

ซูเชี่ยวตอบออกไปเสียงเรียบและย่อกายเล็กน้อย จากนั้นเดินไปรอที่ห้องผดุงคุณธรรม

——————————

เวลาในภาษาจีน

1 เค่อ คือ15 นาที

1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง

1 ชั่วยามมี 8 เค่อ

1วันมี 100 เค่อ

ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.

ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.

ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.

ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.

ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.

ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.

——————————

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 30 กลับจวน

    ณ จวนแม่ทัพแม่ทัพซูเจิน และซูเชี่ยวเดินทางกลับเมืองหลวงพร้อมทุกคนในกองทัพ และแยกออกมาเพื่อกลับจวน เมื่อทั้งคู่ลงจากรถม้าก็เห็นซูเหวินและคนอื่นๆ มารอรับอยู่ด้านหน้าจวน“เชี่ยวเออร์” ซูเหวินร้องเรียกขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นซูเชี่ยวลงมาจาก รถม้า ซูเชี่ยวเดินเข้ามาหานาง และเมื่อมาถึงนางก็โดนสวมกอดทันที“ท่านแม่” ซูเชี่ยวเอ่ยขึ้นขณะที่โดนสวมกอด อบอุ่นจริงๆ นี่สินะที่เรียกว่าครอบครัว ด้วยหน้าตาที่งดงามและคล้ายนางขนาดนี้ ทำให้นางเข้าไปหาอย่างไม่ลังเล เมื่อเห็นท่านแม่ของร่างนี้นางจึงรู้ได้ทันทีว่าได้ความงามมาจากใคร นี่สินะที่เรียกว่างามล่มเมือง ขนาดอายุมากแล้วแต่ความสวยไม่ลดน้อยลงเลย“เชี่ยวเออร์ แม่คิดถึงเจ้าเหลือเกิน” แม่ทัพเจินที่เดินมาตามหลัง เมื่อได้ยินที่ฮูหยินพูดก็ยิ้มกว้างพลางเอ่ยเเซวฮูหยินของตัวเอง“คิดถึงเเค่เชี่ยวเออร์เท่านั้นหรือ สงสัยข้าจะตกกระป๋องซะแล้ว” ขณะที่เเม่ทัพเจินพูดก็ทำสีหน้าเศร้าสร้อยอย่างไม่จริง“ซูเหวินคารวะท่านพี่เจ้าค่ะ” ซูเหวินพูดขึ้นและย่อกายลงมาเล็กน้อย“เข้าไปในจวนเถอะ” ซูเจินพูดพลางโอบทั้ง 2 คนเดินเข้าไปภายในจวนแม่ทัพกว้างใหญ่ บริเวณโดยรอบร่มรื่น การตกแต่งสวนสวย

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 29 ครั้งนี้ข้าจะไม่เมาอีกแล้วท่านสำนัก

    ในที่สุดการเดินทางครั้งนี้ก็สิ้นสุดลง ลี่หยางและทุกคนเดินทางมาถึงกองทัพที่ชายเเดนเป็นที่เรียบร้อย เมื่อมาถึงด้านหน้าค่ายกองทัพ ก็เห็นทุกคนมารอรับอยู่แล้ว เมื่อทุกคนลงมาจากรถม้าและหลังม้าได้ก็เดินเข้าไปที่หน้าค่ายพร้อมกัน ซูเจินแม่ทัพใหญ่ที่ยืนรออยู่นานแล้ว ได้แต่ชะเง้อคอคอยดูอย่างร้อนรน เขาได้ข่าวว่าคณะเดินทางของสำนักวารีหยกถูกลอบทำร้ายก็ยิ่งทำให้เขายืนอย่างไม่เป็นสุข“คารวะท่านเเม่ทัพ” ลี่หยางพูดขึ้น และตามด้วยศิษย์คนอื่นๆ“คารวะเจ้าสำนักวารีหยก” ซูเจินพูดด้วยรอยยิ้ม เมื่อพูดเสร็จก็ชะเง้อหน้ามองหาใครคนใดคนหนึ่ง“เชิญๆ” ซูเจินกล่าวขึ้นจากนั้นเดินนำเข้าไปด้านใน ลี่หยางถูกพาเข้ามาในกระโจมหลักทันที ส่วนคนอื่นๆ ก็เพียงรอแค่ด้านนอก ลี่หยางเข้าไปไม่นานก็ออกมาจากกระโจม พร้อมกับแม่ทัพซูเจินด้วยเช่นกันซูเจินกวาดตามองเหล่าศิษย์ของสำนักวารีหยกเพื่อหาใครสักคน จนสายตาไปสะดุดหญิงสาวที่กำลังนั่งดื่มน้ำอยู่ จากนั้นรีบเดินไปหาด้วยความคิดถึง“เชี่ยวเออร์” ซูเจินพูดขึ้นมาทันทีที่เห็นซูเชี่ยว ทางด้านซูเชี่ยวที่เห็นอย่างนั้นก็หันมาตามทิศทางเสียง เป็นชายวัยกลางคนประมาณ 50 ต้นๆ ถึงอายุมากแล้วแต่กลับดูบึกบึ

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 28 ทนหน่อย ข้าจะทำแผลให้

    การเดินทางตลอด 2 วันที่ผ่านมาเพื่อเข้าเมืองหลวงก็สิ้นสุดลง เมื่อตอนนี้ทุกคนอยู่หน้าประตูเมืองหลวง รอการตรวจป้ายเข้าออก ตอนนี้บ้านเมืองยังอยู่ในสงคราม ทำให้ทหารที่ประตูเมืองต้องเคร่งครัดเป็นอย่างมาก แต่ในระหว่างที่พวกเขารอตรวจอยู่นั้น ได้มีทหารจำนวนหนึ่งตรงมาทางพวกเขา คนที่ขี่ม้านำหน้าสุดไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือชุนฮวา ทันทีที่นางมาถึงก็กระโดดลงจากหลังม้าทันที“ศิษย์ชุนฮวาคารวะอาจารย์” ชุนฮวากล่าวขึ้นเมื่อร่างกายถึงพื้น ลี่หยางเพียงพยักหน้ารับ เหล่าทหารกว่า 100 นาย ที่ไม่เคยเห็นชายหนุ่ม ขณะตามชุนฮวามาด้วยก็รู้สึกตกตะลึง เขาคืออาจารย์ของนางจริงๆ หรือ เหตุใดถึงยังดูหนุ่มถึงเพียงนี้ ชุนฮวามีความสามารถจนขนาดฝ่าบาทยังเอ่ยชมไม่หยุดปาก ยกนางเหนือเหล่าทหารทุกคน เอ็นดูนางเหมือนลูกสาวแท้ๆ ขนาดเมื่อเจอเชื้อพระวงศ์ยังไม่จำเป็นต้องคำนับ ยกเว้นฮองเฮาและฮ่องเต้ ด้วยอายุยังน้อยของชายหนุ่มทำให้เหล่าทหารเหล่านั้นอดดูแคลนลี่หยางไม่ได้ชุนฮวามองไปโดยรอบพบว่ามีชาวบ้านมากมายต่อแถวเพื่อเข้าวังหลวง เกรงว่าธุระด่วนที่นางจะบอกอาจารย์คงพูดตรงนี้ไม่ได้ ลี่หยางที่เห็นเช่นนั้นจึงพยักหน้าให้นางจากนั้นเดินนำเข้าไปในรถม้า

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 27 ข้าทำได้แล้ว

    วันนี้ก็ครบกำหนดเวลาที่ซูเชี่ยวต้องทำการทดสอบ เพราะพรุ่งนี้ทุกคนที่เข้าร่วมกับกองทัพที่เมืองหลวงต้องออกเดินทางแต่เช้า ซูเชี่ยวมาทดสอบที่ลานกว้างในการทดสอบอย่างครั้งที่แล้ว ครั้งนี้ศิษย์ทุกคนก็มาคอยให้กำลังใจนางเช่นเคย“สู้ๆ ศิษย์พี่” เสียงของศิษย์ที่มาเป็นกำลังใจเอ่ยเสียงตะโกนออกมา“เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว” เฟยซิ่นพูดขึ้นและนำลูกแก้วออกมาตรงหน้าหญิงสาว ซูเชี่ยวเดินเข้าไปหยุดที่หน้าเฟยซิ่นรองเจ้าสำนัก“ข้าขอให้เจ้าประสบความสำเร็จ และผ่านการทดสอบ” เฟยซิ่นพูดอย่างให้กำลังใจหญิงสาวและถอยห่างลูกแก้วออกไป 3 ก้าวซูเชี่ยวมองไปที่ลูกแก้วที่ลอยอยู่ในอากาศด้วยความมุ่งมั่น จากนั้นปล่อยพลังภายในออกมา ระหว่างมือนางปรากฏแสงสีขาว แต่ครั้งนี้เจิดจ้ากว่าทุกครั้ง แสงสีขาวที่หมุนรอบตัวนางหมุนแรงคล้ายพายุขนาดย่อม จนทำให้ตัวนางลอยขึ้นบนอากาศ เส้นผมพัดเป็นคลื่นด้วยเเรงมหาศาล จากนั้นลูกแสงพวกนั้น หมุนกันเป็นเกลียวขึ้นไปบนฟ้ารวมกันเป็นเเสงลูกใหญ่ และพุ่งลงมาที่ตัวหญิงสาวขณะลอยอยู่กลางอากาศ เมื่อเเสงสลายหายไปเกิดรูปผีเสื้อเล็กๆ สะท้อนแสงที่ระหว่างคิ้ว หญิงสาวค่อยๆ ทะยานลงสู่พื้นดินช้าๆ เมื่อเท้านางเเตะที่พื้นรูปผี

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 26 หยกนั้นช่วยข่มพลังธาตุไฟในกายเจ้า

    หลังกลับมาจากตำหนักหยกขาววันนั้นซูเชี่ยวก็เอาแต่ซ้อมตลอดเวลา จนแทบจะไม่ได้พักผ่อนร่างกาย อยากที่จะบรรลุถึงระดับ 60 เร็วๆ เพราะการเพิ่มระดับช่วง50-60 เป็นช่วงที่พลังภายในเพิ่มขึ้นยากที่สุดซูเชี่ยวพึ่งกลับมาจากตำหนักเมี่ยนเปาหลังจากทานอาหารกลางวัน นางคิดว่าจะกลับมางีบหน่อย ช่วงนี้หญิงสาวรู้สึกร่างกายเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก เมื่อนางเข้ามาในห้องก็พบกับขนมกุ้ยฮวาอยู่บนโต๊ะน้ำชา“ใครเอามาให้” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองออกมา จากนั้นยกจานที่ใส่ขนมขึ้นเพื่อจะชิมขนม แต่เมื่อยกขึ้นก็เห็นกระดาษโน้ตเล็กๆ“อย่าฝึกหนักจนเกินไป การพักผ่อนเป็นเรื่องสำคัญ” ซูเชี่ยวอ่านตามกระดาษโน้ตนั้น“ชื่อก็ไม่เขียน ใส่ยาพิษหรือเปล่าเนี้ย” ขณะที่พูดหญิงสาวก็ก้มลงไปสูดดมที่ขนมทันที แต่ก็ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรผิดปกติ จึงนั่งกินขนมด้วยความเอร็ดอร่อย จากนั้นจึงงีบนอนหลังกินขนมเสร็จ ซูเชี่ยวหลับไปกว่า 1 ชั่วยาม ตื่นมาอีกทีก็ยามอิ๋นแล้ว นางค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยความงัวเงียอยู่ แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าคือใบหน้าหล่อเหลาของเจ้าสำนักที่กำลังนั่งมองนางอยู่“เป็นไปไม่ได้” ซูเชี่ยวพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะขยี้ตาตัวเองเพื่อไล่อาการงัวเงียให้ห

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 25 วันทดสอบพลังภายใน

    การสอบเพื่อจบการศึกษาของสำนักวารีหยก แบ่งเป็นการสอบทฤษฎีและปฏิบัติ ในการสอบทฤษฎีศิษย์ทุกคนต้องมีคะแนนสอบมากกว่าครึ่งจึงถือว่าผ่าน ส่วนการสอบปฏิบัติเป็นการทดสอบพลังภายในที่ต้องเพิ่มขึ้นจากตอนแรกที่เข้ามาศึกษามากกว่า 60 ส่วนขึ้นไป ต้องผ่านการทดสอบทั้ง 2 อย่างนี้จึงถือว่าผ่านและสามารถจบการศึกษาได้ ฉะนั้น3 อาทิตย์ที่ผ่านมาศิษย์ทุกคนในชั้นปี 5จึงกระตือรือร้น และมักหมกตัวอยู่ที่ตำหนักใฝ่คุณธรรมเพื่อหาความรู้ใส่ตัว และบางคนก็ทบทวนความรู้ที่ผ่านมา ส่วนพลังภายในเป็นเรื่องที่ไม่มีศิษย์คนใดเป็นกังวลมากนัก เพราะตลอดระยะ 5 ปีที่ศึกษามาทุกคนต่างฝึกฝนมาอย่างดีจนบางคนเพิ่มขึ้นมาจนถึง 80 ส่วน แต่นั้นก็ยังเป็นพลังภายในขั้นกลางหรือขั้นสูง แต่ไม่ใช่กับซูเชี่ยวที่มีพลังขั้นสูงสุดการที่จะเพิ่มพลังภายในขึ้นได้ย่อมยากเย็นมากกว่าการเพิ่มพลังภายในขั้นกลางและขั้นสูง ถึงแม้ว่านางจะฝึกฝนอย่างหนักช่วงที่ฝึกกับเจ้าสำนัก แต่ตอนนั้นพลังนางก็ยังอยู่ระดับที่45 ฉะนั้นตลอด 3 อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ถึงนางจะฝึกฝนอย่างหนัก แต่ระดับพลังก็ยังไม่ถึง 60 ตอนนี้อยู่แค่ 53 เท่านั้นเหลืออีกแค่ 3 วันเท่านั้นที่จะถึงวันที่ทำการทดสอบ นางจ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status