ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่

ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่

last updateDernière mise à jour : 2026-03-28
Par:  NaiyanaEn cours
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
Notes insuffisantes
74Chapitres
3.1KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ลี่จูสาวออฟฟิต ตื่นขึ้นมาจู่ๆก็อยู่ในร่างของซูเชี่ยว นางร้ายที่ใครๆก็ต่างถอยหนี ลี่หยางที่แสนเย็นชาเมื่อเห็นนางเปลี่ยนไป ไม่รู้ทำไมจู่ๆถึงได้สนใจนางขึ้นมา ทั้งที่ไม่ชอบนางมาโดยตลอด

Voir plus

Chapitre 1

ตอนที่ 1 โลกที่ไม่มีบันทึกเอาไว้

บนเตียงไม้ไม่เก่าไม่ใหม่ขนาดประมาณ 5 ฟุต มีหญิงสาวนอนหลับอย่างสงบด้วยลมหายใจสม่ำเสมอ เวลาผ่านไปไม่เกิน 2 เค่อเสียงบรรเลงกู่เจิงดังมาแต่ไกลตามสายลม ท่วงทำนองไพเราะชวนให้อยากนอนต่อเป็นไหนๆ ในเวลาช่วงยามเหม่า ทำให้หญิงสาวที่นอนหลับอยู่บนเตียงไม้รู้สึกตัว นางค่อยๆ ลืมตาขึ้นและลุกขึ้นจากเตียงจัดการทำธุระส่วนตัวของตัวเอง

เสียงบรรเลงกู่เจิงที่ได้ยิน เป็นเสียงที่ใช้กันในสำนักเพื่อบอกว่าอีกประมาณครึ่งชั่วยามทุกคนต้องมารวมตัวกันเพื่อทานอาหารเช้า ในกระจกทองเเดงสะท้อนรูปร่างหญิงสาวใบหน้ารูปไข่เรียวสวย เรือนผมดำงามยาวถึงกลางหลัง ครึ่งบนถูกรวบขึ้นเป็นทรงสวย มีเครื่องประดับรูปดอกไม้เล็กๆ ตกแต่งไม่มากจนเกินงาม และมีปิ่นปักผมรูปผีเสื้อเล็กๆ สีครามปักที่เรือนผม คิ้วหนาดำเรียงตัวจัดทรงสวยโดยไม่ต้องขีดเขียนคิ้วเพื่อความสวยงาม ดวงตาสีฟ้าครามอมเขียว ขนตางอนยาวเพิ่มให้ดวงตาดูน่ารักน่าเอ็นดูและน่าทะนุถนอม จมูกโด่งรั้นเล็กน้อยเข้ากับใบหน้า ปากบางกระจับได้รูปสีเเดงระเรื่อดูมีน้ำมีนวล ผิวขาวอมชมพูดูสุขภาพดี สวมชุดสีฟ้าครามสลับสีฟ้าอ่อนที่เป็นสีของสำนัก ยิ่งทำให้ดูสง่างามและหวานไปพร้อมกัน

“เฮ้อออ”

หญิงสาวในกระจกถอนหายใจอย่างหนักหน่วง นี่ก็ผ่านไป 7 วันแล้วที่นางเข้ามาอยู่ในร่างของซูเชี่ยว แค่ชื่อก็สามารถบอกถึงภาพลักษณ์ของหญิงสาวได้ดี ซูเชี่ยว ที่แปลว่า สรวงสวรรค์อันงดงาม แต่นางกลับไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับร่างนี้และโลกใบนี้ที่นางมาอยู่เลยสักนิด ความทรงจำต่างๆ ในร่างนี้ก็ไม่มีเหลืออยู่เลย นางเข้ามาอยู่ได้อย่างไรเป็นสิ่งที่หญิงสาวพยายามหาคำตอบมาโดยตลอด 7 วันที่ผ่านมา ซูเชี่ยวลุกจากเก้าอี้ไม้หน้ากระจกที่นั่งเมื่อสักครูและเตรียมตัวเพื่อเดินไปทานอาหารเช้า

ที่นี่คือดินแดนที่คนเรียกว่าดินแดน 5 มหาธาตุ ซึ่งประกอบไปด้วย 5 สำนักได้แก่ 1.สำนักวารีหยก พลังภายในคือน้ำ 2.สำนักเพลิงอัคคี พลังภายในคือไฟ 3.สำนักวายุทลายสวรรค์ พลังภายในคือลม 4.สำนักพฤกษชาติ พลังภายในคือไม้ 5.สำนักกาลพิภพพลังภายในคือดิน และทั้ง5 สำนักถูกปกครองโดยกษัตริย์แผ่นดิน

สำนักที่นางกำลังอาศัยอยู่เรียกว่าสำนักวารีหยก ในดินแดนแห่งนี้ผู้คนที่นี่มีพลังภายในเป็นของตัวเอง ซึ่งจะถูกปลุกขึ้นเมื่อมีอายุ 7 ขวบขึ้นไป พลังภายในเกิดจากการส่งต่อจากพ่อและแม่ที่มีพลังอยู่ก่อน หากพลังของพ่อและแม่คนใดคนหนึ่งที่แข็งแกร่งกว่าก็มีโอกาสกว่า 80%ที่จะส่งต่อพลังนั้นมาที่ลูก หลังจากถูกปลุกขึ้นแล้วทางครอบครัวก็มักจะส่งลูกหลานไปที่สำนักต่างๆ เพื่อร่ำเรียนในทางที่ตัวเองถนัด แต่ก็มีแค่ 60%ในแผ่นดินนี้ที่เกิดขึ้นเพียงเท่านั้น ที่ทุกคนสามารถมีพลังภายในได้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีพลังในการปลุกพลังภายในตอนอายุ7 ขวบ คนที่สามารถฝึกต่อไปได้ต้องมีพลังระดับปานกลางขึ้นไปเท่านั้นถึงเรียกว่ามีพลังภายใน ที่เหมาะสำหรับฝึกฝนขั้นต่อไป พลังแบ่งออกเป็น ไม่มีพลัง พลังระดับต่ำ พลังระดับปานกลาง พลังระดับสูง และพลังระดับสูงสุด

ซูเชี่ยว เดินมาทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารรวมของสำนัก โดยคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ราวๆ 170คน มีศิษย์ร่วมสำนักประมาณ 80 คน คนอื่นๆ นอกจากเจ้าสำนักและอาจารย์ที่ช่วยสอนแล้วก็มี บ่าวรับใช้ที่คอยดูแลเรื่องต่างๆ แบ่งออกตามหน้าที่ของตัวเอง ห้องอาหารเป็นห้องโถงกว้างใหญ่ดูหรูหรางดงาม ด้านหน้าสุด และบนสุดเป็นเจ้าสำนักที่นั่งอยู่ไล่ลงมาตามลำดับอำนาจต่างๆ ในที่นี่จัดเรียงเป็นชั้นปี เมื่อศึกษาครบ 5 ปี ก็สามารถจบการศึกษาได้ ชูเชี่ยวอยู่ปีที่ 4 แล้วถึงทำให้หญิงสาวได้นั่งใกล้ด้านหน้า ทันทีที่นางเดินเข้ามาก็ได้ยินเสียงดังออกมา

“ยังกล้ามาอีกเหรอ หากเป็นข้าเรื่องน่าอายขนาดนั้น ป่านนี้ข้าไม่มีหน้าอยู่ต่อแล้วล่ะ หนีกลับบ้านไปแล้ว”

เสียงเเหลมเล็กแต่ไม่ดังมาจากกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง

“นั่นน่ะสิ นั้นสิ ใช่ ใช่”

เสียงสนับสนุนดังออกมาจากคนแล้วคนเล่าช่วยเสริมว่าสิ่งที่หญิงสาวคนนั้นพูดเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

เสียงฝีเท้าดังออกมาจากด้านหน้าห้องโถง ทำให้เสียงทุกเสียงพลันเงียบลง และทุกคนถอยกลับประจำที่ของตัวเอง ที่นี่ทุกคนจะทานอาหารพร้อมกันทุกเช้า แต่ช่วงเที่ยงและเย็นสามารถเลือกทานได้เอง

“คารวะเจ้าสำนัก”

เสียงของทุกคนกล่าวขึ้นมาพร้อมกัน และทำท่าโดยเอามือประสานกันยกขึ้นด้านหน้าพร้อมโค้งคำนับ

“ทุกคนเริ่มทานได้” เสียงทุ้มเรียบดังออกมาอย่างหนักแน่น

“ขอบคุณเจ้าสำนัก”

ทุกคนกล่าวขอบคุณและนั่งทานอาหาร โดยไม่มีใครพูดคุย

ซูเชี่ยวนั่งทานอย่างไม่สนใจบรรยากาศโดยรอบ เรื่องน่าอายที่ทุกคนพูดเมื่อสักครู่ เป็นเรื่องที่เจ้าของร่างเดิมก่อไว้เมื่อ7วันก่อน ก่อนที่นางจะมาอยู่ร่างนี้ ซูเชี่ยวคนก่อนชอบลี่หยางเจ้าสำนักวารีหยกแห่งนี้ นางตามรังควานผู้หญิงและศิษย์หญิงทุกคนที่พยามเข้าใกล้หรืออยู่ข้างกายเจ้าสำนักลี่หยาง

ด้วยความที่นางเป็นลูกสาวของท่านแม่ทัพ ซึ่งทำให้ทุกคนต้องเกรงใจนาง แถมนางยังมีพี่ชายที่เป็นเพื่อนสนิทกับลี่หยางทั้งที่นางมีพลังภายในอยู่ในระดับที่ต่ำ แต่กลับสามารถเข้ามาเรียนในที่แห่งนี้ได้ ก็เพราะงานเลี้ยงราชสำนักที่นางได้พบกับลี่หยางทำให้หญิงสาวปักใจรัก ถึงขนาดขอบิดามาเรียนที่นี่ให้ได้ด้วยความที่บิดาของหญิงสาวมีอำนาจจึงทำให้เข้ามาเรียนได้ และนั้นก็ยิ่งทำให้นางได้ใจใหญ่ครั้งล่าสุดพอนางรู้ว่าแม่นางฮุ่ยซิ่ว บุตรสาวของเจ้าสำนักพฤกษชาติเข้ามาพบลี่หยางด้วยเรื่องยาสมุนไพร ที่ให้นำมามอบให้เพราะสำนักพฤกษชาติเชี่ยวชาญด้านการรักษาและยาสมุนไพรต่างๆ แต่ซูเชี่ยวกลับคิดว่านางพยายามมาอ่อยลี่หยางชายในดวงใจของตน จึงวางแผนเพื่อทำให้แม่นางฮุ่ยซิ่วผลัดตกน้ำ

โดยการแสร้งทำเป็นว่าเดินหกล้มเข้าไปชน ทำให้แม่นางฮุ่ยซิ่วตกน้ำก่อนที่จะได้เข้าไปพบเจ้าสำนักวารีหยก ซึ่งบริเวณที่นางเลือกและได้วางแผนคือสะพานข้ามสระบัวลึกเป็นทางที่จะเดินข้ามไปจวนเจ้าสำนัก และหญิงสาวได้ใช้น้ำมันที่นางหาได้ใกล้ตัวแอบเทไว้อยู่แล้ว แต่ใครจะคิดว่าอุบัติเหตุที่นางตั้งใจเตรียมไว้อย่างรอบคอบ ในจังหวะที่แม่นางฮุ่ยซิ่วจะตกและหงายหลัง มือไปกลับเกี่ยวกับสร้อยคอที่หญิงสาวสวมใส่ ทำให้นางพลัดตกไปด้วยอีกคน แม่นางฮุ่ยซิ่วว่ายน้ำเป็นจึงทำให้รอดมาได้และไม่เป็นอะไรมาก แต่แม่นางซูเชี่ยวในร่างเก่ากลับว่ายน้ำไม่เป็น ทั้งที่เป็นศิษย์ของสำนักวารีหยก ที่มีพลังภายในคือน้ำ

แต่เหตุผลนี้ทุกคนรวมถึงนางรู้ดีเพราะนางมีพลังภายในระดับต่ำมาก จนไม่สามารถที่จะฝึกฝนในการใช้พลังได้เลย ทำให้ซูเชี่ยวในร่างเก่าสลบไปถึง 3 วันเต็มๆ และด้วยเหตุการณ์นี้ทำให้ลี่จูเข้ามาอยู่ในร่างนี้ ผ่านไปประมาณ 4 เค่อทุกคนก็ทานอาหารจนเสร็จและเริ่มที่จะทยอยลุกออกไป

“ทุกคนที่ทานอาหารเสร็จแล้วให้แยกย้ายไปฝึกและเรียนตามปกติ ส่วนซูเชี่ยวไปพบข้าที่ห้องผดุงคุณธรรม”

เสียงเข้มกล่าวออกมา และมองมาทางซูเชี่ยว เป็นเสียงของรองเจ้าสำนักเฟยซิ่น หนุ่มวัยกลางคนอายุ 38 ปี หน้าตาดูสุขุมนิสัยเจ้าระเบียบและใจดีมีเมตตา ทำหน้าที่เป็นทั้งมือขวาหรือผู้ช่วยคนสนิทลี่หยางและเป็นรองเจ้าสำนัก

“เจ้าค่ะท่านรองเจ้าสำนัก”

ซูเชี่ยวตอบออกไปเสียงเรียบและย่อกายเล็กน้อย จากนั้นเดินไปรอที่ห้องผดุงคุณธรรม

——————————

เวลาในภาษาจีน

1 เค่อ คือ15 นาที

1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง

1 ชั่วยามมี 8 เค่อ

1วันมี 100 เค่อ

ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.

ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.

ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.

ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.

ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.

ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.

——————————

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
74
ตอนที่ 1 โลกที่ไม่มีบันทึกเอาไว้
บนเตียงไม้ไม่เก่าไม่ใหม่ขนาดประมาณ 5 ฟุต มีหญิงสาวนอนหลับอย่างสงบด้วยลมหายใจสม่ำเสมอ เวลาผ่านไปไม่เกิน 2 เค่อเสียงบรรเลงกู่เจิงดังมาแต่ไกลตามสายลม ท่วงทำนองไพเราะชวนให้อยากนอนต่อเป็นไหนๆ ในเวลาช่วงยามเหม่า ทำให้หญิงสาวที่นอนหลับอยู่บนเตียงไม้รู้สึกตัว นางค่อยๆ ลืมตาขึ้นและลุกขึ้นจากเตียงจัดการทำธุระส่วนตัวของตัวเองเสียงบรรเลงกู่เจิงที่ได้ยิน เป็นเสียงที่ใช้กันในสำนักเพื่อบอกว่าอีกประมาณครึ่งชั่วยามทุกคนต้องมารวมตัวกันเพื่อทานอาหารเช้า ในกระจกทองเเดงสะท้อนรูปร่างหญิงสาวใบหน้ารูปไข่เรียวสวย เรือนผมดำงามยาวถึงกลางหลัง ครึ่งบนถูกรวบขึ้นเป็นทรงสวย มีเครื่องประดับรูปดอกไม้เล็กๆ ตกแต่งไม่มากจนเกินงาม และมีปิ่นปักผมรูปผีเสื้อเล็กๆ สีครามปักที่เรือนผม คิ้วหนาดำเรียงตัวจัดทรงสวยโดยไม่ต้องขีดเขียนคิ้วเพื่อความสวยงาม ดวงตาสีฟ้าครามอมเขียว ขนตางอนยาวเพิ่มให้ดวงตาดูน่ารักน่าเอ็นดูและน่าทะนุถนอม จมูกโด่งรั้นเล็กน้อยเข้ากับใบหน้า ปากบางกระจับได้รูปสีเเดงระเรื่อดูมีน้ำมีนวล ผิวขาวอมชมพูดูสุขภาพดี สวมชุดสีฟ้าครามสลับสีฟ้าอ่อนที่เป็นสีของสำนัก ยิ่งทำให้ดูสง่างามและหวานไปพร้อมกัน“เฮ้อออ”หญิงสาวในกระจก
Read More
ตอนที่ 2 ตัดสินความผิดที่ร่างเดิมก่อเอาไว้
หญิงสาวเดินหาตำหนักผดุงคุณธรรมมา 1 เค่อแล้ว แต่กลับไม่พบจึงได้หยุดถามบ่าวชายที่กำลังกวาดใบไม้อยู่“ขอโทษ เอ้ย! ขออภัยเจ้าค่ะตำหนักผดุงคุณธรรมไปทางไหนหรือเจ้าคะ”ซูเชี่ยวถามออกไปเมื่อหมดความพยายามในการหา แต่ขณะที่นางได้เห็นหน้าตาของบ่าวรับใช้ชายตรงหน้า นางกลับคุ้นหน้าเขาเป็นอย่างมากแต่นึกไม่ออกว่าเจอกันที่ไหน“อะไรนางหนูอยู่ที่นี่มากี่ปีแล้ว ไยถึงไม่รู้”บ่าวรับใช้ชายตรงหน้ากล่าวออกมาอย่างรำคาญ เขาอายุราวๆ ประมาณ40 ปีและใช้นิ้วชี้ไปประตูทางฝั่งขวามือ“เดินไปทางประตูนั้น แล้วเลี้ยวขวาอีกที”เขาพูดเสร็จและก้มหน้าลงกวาดใบไม้ต่อ อย่างไม่สนใจ“เอ่อ ท่านหน้าตาคุ้นมาก ไม่ทราบท่านกับข้าเคยเจอกันหรือไม่เจ้าคะ”ซูเชี่ยวถามออกไปอย่างสงสัย แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา กลับโดนกวาดเศษใบไม้ใส่นี่เป็นการกระทำที่หญิงสาวรู้ได้ดีว่าคือการไล่นาง ซูเชี่ยวจึงเดินออกมาตามทางที่บ่าวรับใช้เมื่อสักครู่บอก หลังจากที่ซูเชี่ยวหญิงสาวตรงหน้าเดินออกไป บ่าวรับใช้ชายเงยหน้าขึ้นยิ้มมุมปากเล็กน้อยไปทางแผ่นหลังที่กำลังเดินออกไป โดยที่ซูเชี่ยวเองก็ไม่ทันได้สังเกต.ณ ตำหนักผดุงคุณธรรมซูเชี่ยวเดินมาหยุดที่ตรงหน้าตำหนักมองสำรวจไ
Read More
ตอนที่ 3 ผู้ใดบอกว่านางไม่มีพลังกัน
สะพานไม้ทอดตัวเป็นทางเดินจากพื้นดินยาวไปกลางน้ำ มีศาลาไม้สไตล์จีนโบราณทรง 8 เหลี่ยม ที่ตั้งอยู่บริเวณโดยรอบแม่น้ำถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขาและหน้าผาสูงต่ำสลับกัน มีต้นไม้น้อยใหญ่สีเขียวดูสดชื่นที่ปกคลุมไปด้วยไอหมอกเหนือผิวน้ำ ที่นี่คือบริเวณหลังตำหนักหยกขาวเจ้าของตำหนักแห่งนี้ไม่ใช่ใครนอกจากชายที่อยู่ในบริเวณกลางศาลาแห่งนี้ ลี่หยางเจ้าสำนักวารีหยกกำลังนั่งดีดกู่เจิงอย่างเพลิดเพลิน แต่เเล้วก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาแต่ไกล ทำให้เขาต้องหยุดบรรเลงจากนั้นลุกขึ้นและยืนหันหน้าชื่นชมทิวทัศน์เบื้องหน้า “เป็นอย่างไรบ้าง”เสียงทุ้มกล่าวออกมาโดยที่ไม่ได้หันหลังกลับมามองคนที่พึ่งมาเยือนเมื่อสักครู่นี้“นางไม่ยอมรับคำสารภาพขอรับ”เสียงนุ่มกล่าวออกมา ผู้ที่มาเยือนคือรองเจ้าสำนักเฟยซิ่น จากนั้นเล่าเรื่องและเหตุผลการณ์ต่างๆ ให้ลี่หยางเจ้าสำนักฟังอย่างละเอียด เรื่องที่เหล่านั้นคือเรื่องของซูเชี่ยวในวันนี้นั่นเอง“อืม ครั้งนี้นางนับว่าฉลาดที่สามารถหาข้อแก้ต่างให้ตัวเองได้ ปล่อยนางไปก่อน”เสียงทุ้มกล่าวออกมาและหันหน้ามามองเฟยซิ่น แล้วยิ้มชายตรงหน้าคือลี่หยางเจ้าสำนักวารีหยก ใบหน้ารูปไข่ ผมยาวดำถึงกลางหลังพรื้
Read More
ตอนที่ 4 หยกชิ้นนั้นคือต้นเหตุ
ภายในห้อง 4 เหลี่ยมไม่เล็กและใหญ่จนเกินไป ซูเชี่ยวนั่งเท้าคางเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างใช้ความคิด 1 เดือนมานี้หญิงสาวพยายามหาคำตอบทุกทางว่าเเท้จริงนางมาอยู่ที่นี่ได้เช่นไรกันแน่ วิญญาณเจ้าของร่างนี่ล่ะไปอยู่ที่ไหน ทำไมถึงได้เข้ามาอยู่ได้แล้วตัวนางเองในโลกเก่าจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ หญิงสาวพยายามคิดถึงสาเหตุหรือเหตุผลที่เป็นไปได้ แต่คิดเท่าไหร่ก็ยังคิดไม่ออกจึงลุกเพื่อจะไปตำหนักเมี่ยนเปาเพื่อทานข้าวในตอนเย็น ขณะที่ลุกขึ้นกำลังจะก้าวเท้าแต่กลับรู้สึกว่าที่ปลายเท้าว่าเหยียบอะไรเข้าให้ ซูเชี่ยวหยิบขึ้นมาดูอย่างสงสัย แสงอาทิตย์สีทองอารามช่วงยามเหม่า ส่องผ่านบานประตูหน้าต่างที่หญิงสาวเปิดทิ้งไว้กระทบเข้ากับจี้หยกสีเขียวมิ้นต์เข้ายามที่หญิงสาวจับขึ้นมาพลิกดู เป็นหยกทรงกลม ด้านในเป็นรูปดอกไม้ที่มีผีเสื้อเกาะอยู่ตัวหนึ่ง“หยกนี้สวยจัง มาตกอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร”หญิงสาวพลิกดูไปมาอย่างละเอียดและพูดกับตัวเอง นางรู้สึกคุ้นตากับหยกชิ้นนี้เป็นอย่างมาก พยายามนึกว่าเจอที่ไหนถ้าในโลกแห่งนี้นางพึ่งได้เห็นเป็นครั้งแรกแน่ๆ ถ้าเป็นหากในโลกก่อนนางคงไม่มีหยกแบบนี้แน่นอน แต่แล้วอยู่ๆ ความทรงจำในหัวของนางก็ปรา
Read More
ตอนที่ 5 นางเปลี่ยนไป
ณ ตำหนักเมี่ยนเปาซูเชี่ยวกำลังทานอาหารเย็นอยู่กับเจียอี่ ก็ได้ยินเสียงศิษย์หญิงดังมาจากโต๊ะข้างๆ“เมื่อกี้พวกเจ้าเห็นหรือไม่ นางพยายามส่งสายตามองเจ้าสำนัก แต่กลับโดนเจ้าสำนักเมิน พลังก็ไม่มีไม่รู้จักเจียมตัวว่าตัวเองเป็นแค่คนธรรมดา”เสียงหนึ่งดังเข้ามานั้นคือเสียงของแม่นางเหอซิว“ข้าว่านางเปลี่ยนไปแล้วนะ”ศิษย์ชายที่นั่งกับพวกแม่นางเหอซิวอีกคนพูดขึ้น“เหอะ! เปลี่ยนไปอะไรล่ะ คงเป็นแผนการ มารยาของนางอีกสิไม่ว่า”เหอซิวตั้งใจพูดเสียงดังให้นางได้ยิน เจียอี่ที่นั่งทานข้าวข้างๆ นางกำลังจะลุกขึ้นและทำท่าจะด่ากลับไป แต่โดนซูเชี่ยวห้ามไว้“อย่าไปยุ่งกับพวกนางเลย”ซูเชี่ยวกล่าวกับเจียอี่ และลุกเพราะทานข้าวเสร็จแล้วจากนั้นตั้งใจพูดดังๆ“เจียอี่หมากัดอย่ากัดตอบ เราไม่ใช่หมา"ไหนๆ ในร่างก่อนนางก็เป็นนางร้ายในสายตาทุกคนพูดแค่นี้คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง จากนั้นเดินออกมาโดยที่ไม่ได้หันไปใส่ใจอีก“พรุ่งนี้ข้าจะออกจากสำนักไปทำธุระข้างนอก”ระหว่างทางที่เดินกลับเจียอี่พูดขึ้น“ออกไปข้างนอกงั้นเหรอ”ซูเชี่ยวถามออกมาด้วยสายตาลุกวาว ตั้งแต่นางเข้ามาอยู่ที่นี่ยังไม่ได้ออกไปไหนเลย อยู่แต่ในบริเวณสำนักแห่งนี้“ใช่
Read More
ตอนที่ 6 ครึกครื้นเช่นนี้เชียวหรือ
หลังจากที่ซูเชี่ยวได้ป้ายเข้าออกสำนักนางก็ตรงดิ่งกลับมาที่ห้องพักทันที แล้วรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวออกไปเจอโลกข้างนอกสำนักครั้งแรก ทำให้นางยิ้มรื่นอย่างตื่นเต้น หญิงสาวหมุนตัวเพื่อดูความเรียบร้อยหน้ากระจก วันนี้จะออกไปข้างนอกไม่จำเป็นต้องใส่ชุดที่เป็นเครื่องแบบของทางสำนัก นางเลือกชุดสีเขียวอ่อนมิ้นต์เรียบๆ มาตัวหนึ่ง ช่วยเพิ่มให้หญิงสาวงามสง่าเรียบร้อยแบบหญิงสาวที่โตขึ้นมานิดหนึ่งถึงหน้าตานางจะดูอ่อนเยาว์ก็ตาม ผมดำยาวครึ่งบนถูกจัดทรงเล็กน้อยและปักด้วยปิ่นรูปผีเสื้อ และไม่ลืมนำหยกสีเขียวมิ้นต์มาห้อยไว้ที่เอวก๊อกๆ!!“ใคร" หญิงสาวร้องถามคนที่มาเยือน“ข้าเองเจียอี่” ทันทีที่ได้ยิน ซูเชี่ยวรีบเดินไปเปิดประตูให้ วันนี้เจียอี่ก็ไม่ได้แต่งกายด้วยเครื่องแบบสำนักเช่นกัน นางแต่งด้วยชุดสีม่วงอ่อนด้วยหน้าตาที่น่ารักของนางยิ่งทำให้นางดูอ่อนเยาว์เพิ่มไปอีก“เจ้าพร้อมหรือยัง” เจียอี่ถามหญิงสาวตรงหน้า“เออออคือว่า คนที่นี่เขาใช้อะไรในการซื้อขายหรือ” หญิงสาวถามเจียอี่เพราะนางไม่รู้จริงๆ ตั้งแต่มาที่โลกนี้ก็อยู่แต่ในสำนักไม่มีเรื่องให้ต้องใช้เงินสักครั้ง พอเห็นสีหน้าของเจียอี่ที่ทำหน้าสงสัยจึงได้รีบ
Read More
ตอนที่ 7 ไม่มีป้ายก็ไม่มีสิทธิ์เข้า
ภายในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง มีร่างสูงโปร่งยืนถือถ้วยชาส่วนมืออีกข้างไขว้หลังไว้ยืนหันหลังดูวิวแม่น้ำอย่างงามสง่า แต่แล้วกลับมีเสียงใครคนหนึ่งเดินเข้ามาขัดจังหวะบรรยากาศอันเงียบสงบตรงหน้าโรงเตี๊ยมที่ไหนๆ ก็ต่างมีวิวเช่นนี้เหมือนกันหมด แต่ต่างกันที่การจัดสรร“เจ้ามาช้า” เสียงทุ้มกล่าวออกมาอย่างไม่ได้โมโหเลยสักนิดขณะที่หันหน้ากลับมา“ขออภัยเจ้าสำนักวารีหยก บังเอิญเกิดเรื่องน่าสนุกนิดหน่อยระหว่างทาง” ชายหนุ่มตรงหน้าคือเจ้าสำนักเพลิงอัคคีเย่วซือ และคือคนที่ได้ช่วยซูเชี่ยวไว้เมื่อสักครู่“เรื่องน่าสนุกอันใด” ลี่หยางถามออกมาอย่างไม่ใส่ใจมากนักและนั่งลงบนเบาะรองนั่งที่โต๊ะอาหาร พลางรินชาให้เย่วซือเจ้าสำนักเพลิงอัคคี“เรื่องสนุกข้าย่อมเก็บไว้คนเดียว” เย่วซื่อแกล้งตอบแหย่ลี่หยางด้วยความไม่กลัวฝ่ายตรงข้ามแม้แต่น้อย เพราะพวกเขาก็เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ลี่หยางไม่ได้โมโหแต่ส่งเสียงเหอะในลำคอ“เจ้ามีอันใดเหตุใดไม่ส่งจดหมายมา แต่กลับนัดพบข้า” เย่วซือถามจุดหมายที่ลี่หยางนัดพบเขาในวันนี้ทันที จากนั้นลี่หยางก็เริ่มเล่าเรื่องราวของคนร้ายที่ลักลอบเข้ามาและพยายามใส่ร้ายสำนักเพลิงอัคคีให้ฟังเพล้ง!เสียงแ
Read More
ตอนที่ 8 เจ้ามีอะไรจะแก้ตัวหรือไม่
ณ ตำหนักหยกขาว บริเวณศาลาริมน้ำมีเพียงชายเจ้าของสถานที่แห่งนี้เท่านั้นที่นั่งอยู่ เขานั่งดีดกู่เจิงเป็นประจำเหมือนทุกวันปลายยามเหม่าของทุกเช้าจึงทำให้คนที่นี่คิดว่าเมื่อได้ยินเสียงบรรเลงกู่เจิงคือเวลาที่ใช้ปลุกคนในสำนัก แต่เเท้จริงแล้วเป็นเวลาในการฝึกฝนของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งดูสุขุม วันนี้เขาสวมชุดสีขาวงามสง่าและคลุมด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีขาว ผู้คนที่ได้พบเจอต่างมองเขาราวเทพเซียนที่กำลังนั่งบรรเลงกู่เจิงด้วยสีหน้าสงบ เขากำลังใช้เสียงเพลงเพื่อฝึกพลังภายใน ลี่หยางวางนิ้วเรียวยาวบนสายกู่เจิงและเริ่มบรรเลงด้วยท่วงทำนองที่บางเบาจากนั้นเริ่มเร่งจังหวะการดีดนิ้วลงที่สายกู่เจิงให้รวดเร็ว สายน้ำจากแม่น้ำด้านหน้ามีคลื่นเล็กๆ หลายสาย ยิ่งชายหนุ่มเร่งจังหวะในการดีดให้เร็วขึ้นสายน้ำก็ยิ่งเกิดคลื่นที่ใหญ่ขึ้น มีแสงสีขาวลอยออกมาจากคลื่นสายน้ำเหล่านั้นและแสงลอยมาวนรอบตัวเขาที่กำลังนั่งดีดกู่เจิงอยู่ที่ศาลา นี่คือวิชาธาราหวนคืนวิชาของสำนักวารีหยกที่ใช้สายน้ำช่วยในการเพิ่มพลังภายในทำให้จิตใจเย็นลงและเงียบสงบขึ้น เวลาผ่านไปประมาณ 3 เค่อก็ได้ยินเสียงดังใกล้เข้ามา ลี่หยางค่อยลดจังหวะในการดีดให้ช้าลงและหย
Read More
ตอนที่ 9 นางมีความลับ
ซูเชี่ยวหลังจากลงชื่อเสร็จก็ย่อกายไปทางลี่หยางเล็กน้อย และเดินออกมาจากตำหนักใฝ่คุณธรรมโดยไม่สนใจว่าชายหนุ่มมีเรื่องจะคุยด้วยหรือไม่ "อยู่ใกล้เขาทีไรมักมีเรื่องทุกที ข้าจะต้องอยู่ให้ห่างเขาเข้าไว้" ซูเชี่ยวพูดกับตัวเองในใจ“หยุดก่อน” เสียงทุ้มกล่าวออกมาเรียบๆ หลังจากเห็นว่าซูเชี่ยวรีบเดินออกมาเพราะต้องการหนีตน แต่ก่อนนางไม่เป็นเช่นนี้ ทุกครั้งที่เจอเขาหากไม่พยายามมาอยู่ข้างกายก็จะตามมาเอาอกเอาใจ แต่เดี๋ยวนี้หากไม่บังเอิญเจอกันก็ไม่เคยเห็นหน้านางเลย เวลาที่เจอนางมักจะหลบเขา ไม่ก็พยายามหนีเหมือนกลัวอะไรเขาอย่างนั้น“ท่านเจ้าสำนักต้องการเสื้อคลุมคืนใช่ไหมเจ้าคะ เดี๋ยวข้าเอาไปคืนกับท่านรองเจ้าสำนักนะเจ้าคะ หากไม่มีอะไรแล้วข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ” ซูเชี่ยวพูดติดกันรัวจนเจ้าสำนักลี่หยางไม่สามารถแทรกพูดได้ หลังจากพูดเสร็จหญิงสาวทำท่าคารวะและออกมาเลย โดยไม่ได้มองหน้าเจ้าสำนักลี่หยางเลยแม้แต่น้อย ทางด้านลี่หยางได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่“นางมีความลับ” เขาพูดออกมาคนเดียวขณะที่มองตามหลังซูเชี่ยวที่รีบเดินออกไป และยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยจากนั้นเดินตรงกลับตำหนักหยกขาวด้านซูเชี่ยวหลังจากหนีจากลี่หยางได้ ก็
Read More
ตอนที่ 10 พวกท่านหน้าตาหล่อเหลาเกินไป
ภายในรถม้าของสำนักวารีหยก ลี่หยางและซูเชี่ยวนั่งเงียบมาตลอดทางโดยที่ไม่มีเสียงพูดคุยกัน ทั้งสองนั่งฝั่งตรงข้ามกัน ลี่หยางแอบลอบสังเกตซูเชี่ยวที่นั่งเงียบตลอดทาง ไม่มีเรื่องชวนคุยกับเขาเหมือนเมื่อก่อนอย่างที่เคยเป็น ทำให้เขารู้สึกอดแปลกใจไม่ได้ ส่วนทางด้านซูเชี่ยวที่เห็นชายหนุ่มเพียงนั่งหลับตานิ่งเงียบ ไม่พูดไม่จาชวนทำให้บรรยากาศภายในรถม้ารู้สึกอึดอัดเป็นอย่างยิ่ง นางแสร้งเปิดหน้าต่างมองออกไปข้างนอกเพื่อดูวิถีชีวิตของคนข้างนอก และแล้วความอดทนของหญิงสาวก็สิ้นสุดลงเมื่อรถม้าทั้ง 2 คันเคลื่อนที่มาจอดอยู่บริเวณที่หน้าตลาดลี่หยางให้ซูเชี่ยวออกจากรถม้าก่อนอย่างสุภาพบุรุษ ทันทีที่นางออกมาก็เห็นเย่วซือยืนอยู่ด้านหน้าและส่งมือมารับหญิงสาว ซูเชี่ยวเพียงยิ้มให้เล็กน้อยและจับที่มือของเย่วซือลงจากรถม้า ลี่หยางที่เห็นแบบนั้นก็ชักสีหน้าเล็กน้อยและกลับมาทำหน้านิ่งเหมือนเดิม ซูเชี่ยวมองบรรยากาศของตลาดที่ตกแต่งไปด้วยโคมไฟมากมายก็อดรู้สึกตื่นตาตื่นใจไม่ได้ จนยิ้มกว้างออกมาด้วยความสุขถึงแม้ช่วงนี้จะเป็นปลายยามเหม่า โคมไฟที่จุดตกแต่งยังไม่สว่างเต็มที่แต่ก็ทำให้สวยงามแปลกตาไปอีกแบบ ลี่หยางและเย่วซือที่เห็น
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status