ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่

ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-18
โดย:  Naiyanaอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
30บท
3views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ลี่จูสาวออฟฟิต ตื่นขึ้นมาจู่ๆก็อยู่ในร่างของซูเชี่ยว นางร้ายที่ใครๆก็ต่างถอยหนี ลี่หยางที่แสนเย็นชาเมื่อเห็นนางเปลี่ยนไป ไม่รู้ทำไมจู่ๆถึงได้สนใจนางขึ้นมา ทั้งที่ไม่ชอบนางมาโดยตลอด

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

ตอนที่ 1 โลกที่ไม่มีบันทึกเอาไว้

บนเตียงไม้ไม่เก่าไม่ใหม่ขนาดประมาณ 5 ฟุต มีหญิงสาวนอนหลับอย่างสงบด้วยลมหายใจสม่ำเสมอ เวลาผ่านไปไม่เกิน 2 เค่อเสียงบรรเลงกู่เจิงดังมาแต่ไกลตามสายลม ท่วงทำนองไพเราะชวนให้อยากนอนต่อเป็นไหนๆ ในเวลาช่วงยามเหม่า ทำให้หญิงสาวที่นอนหลับอยู่บนเตียงไม้รู้สึกตัว นางค่อยๆ ลืมตาขึ้นและลุกขึ้นจากเตียงจัดการทำธุระส่วนตัวของตัวเอง

เสียงบรรเลงกู่เจิงที่ได้ยิน เป็นเสียงที่ใช้กันในสำนักเพื่อบอกว่าอีกประมาณครึ่งชั่วยามทุกคนต้องมารวมตัวกันเพื่อทานอาหารเช้า ในกระจกทองเเดงสะท้อนรูปร่างหญิงสาวใบหน้ารูปไข่เรียวสวย เรือนผมดำงามยาวถึงกลางหลัง ครึ่งบนถูกรวบขึ้นเป็นทรงสวย มีเครื่องประดับรูปดอกไม้เล็กๆ ตกแต่งไม่มากจนเกินงาม และมีปิ่นปักผมรูปผีเสื้อเล็กๆ สีครามปักที่เรือนผม คิ้วหนาดำเรียงตัวจัดทรงสวยโดยไม่ต้องขีดเขียนคิ้วเพื่อความสวยงาม ดวงตาสีฟ้าครามอมเขียว ขนตางอนยาวเพิ่มให้ดวงตาดูน่ารักน่าเอ็นดูและน่าทะนุถนอม จมูกโด่งรั้นเล็กน้อยเข้ากับใบหน้า ปากบางกระจับได้รูปสีเเดงระเรื่อดูมีน้ำมีนวล ผิวขาวอมชมพูดูสุขภาพดี สวมชุดสีฟ้าครามสลับสีฟ้าอ่อนที่เป็นสีของสำนัก ยิ่งทำให้ดูสง่างามและหวานไปพร้อมกัน

“เฮ้อออ”

หญิงสาวในกระจกถอนหายใจอย่างหนักหน่วง นี่ก็ผ่านไป 7 วันแล้วที่นางเข้ามาอยู่ในร่างของซูเชี่ยว แค่ชื่อก็สามารถบอกถึงภาพลักษณ์ของหญิงสาวได้ดี ซูเชี่ยว ที่แปลว่า สรวงสวรรค์อันงดงาม แต่นางกลับไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับร่างนี้และโลกใบนี้ที่นางมาอยู่เลยสักนิด ความทรงจำต่างๆ ในร่างนี้ก็ไม่มีเหลืออยู่เลย นางเข้ามาอยู่ได้อย่างไรเป็นสิ่งที่หญิงสาวพยายามหาคำตอบมาโดยตลอด 7 วันที่ผ่านมา ซูเชี่ยวลุกจากเก้าอี้ไม้หน้ากระจกที่นั่งเมื่อสักครูและเตรียมตัวเพื่อเดินไปทานอาหารเช้า

ที่นี่คือดินแดนที่คนเรียกว่าดินแดน 5 มหาธาตุ ซึ่งประกอบไปด้วย 5 สำนักได้แก่ 1.สำนักวารีหยก พลังภายในคือน้ำ 2.สำนักเพลิงอัคคี พลังภายในคือไฟ 3.สำนักวายุทลายสวรรค์ พลังภายในคือลม 4.สำนักพฤกษชาติ พลังภายในคือไม้ 5.สำนักกาลพิภพพลังภายในคือดิน และทั้ง5 สำนักถูกปกครองโดยกษัตริย์แผ่นดิน

สำนักที่นางกำลังอาศัยอยู่เรียกว่าสำนักวารีหยก ในดินแดนแห่งนี้ผู้คนที่นี่มีพลังภายในเป็นของตัวเอง ซึ่งจะถูกปลุกขึ้นเมื่อมีอายุ 7 ขวบขึ้นไป พลังภายในเกิดจากการส่งต่อจากพ่อและแม่ที่มีพลังอยู่ก่อน หากพลังของพ่อและแม่คนใดคนหนึ่งที่แข็งแกร่งกว่าก็มีโอกาสกว่า 80%ที่จะส่งต่อพลังนั้นมาที่ลูก หลังจากถูกปลุกขึ้นแล้วทางครอบครัวก็มักจะส่งลูกหลานไปที่สำนักต่างๆ เพื่อร่ำเรียนในทางที่ตัวเองถนัด แต่ก็มีแค่ 60%ในแผ่นดินนี้ที่เกิดขึ้นเพียงเท่านั้น ที่ทุกคนสามารถมีพลังภายในได้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีพลังในการปลุกพลังภายในตอนอายุ7 ขวบ คนที่สามารถฝึกต่อไปได้ต้องมีพลังระดับปานกลางขึ้นไปเท่านั้นถึงเรียกว่ามีพลังภายใน ที่เหมาะสำหรับฝึกฝนขั้นต่อไป พลังแบ่งออกเป็น ไม่มีพลัง พลังระดับต่ำ พลังระดับปานกลาง พลังระดับสูง และพลังระดับสูงสุด

ซูเชี่ยว เดินมาทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารรวมของสำนัก โดยคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ราวๆ 170คน มีศิษย์ร่วมสำนักประมาณ 80 คน คนอื่นๆ นอกจากเจ้าสำนักและอาจารย์ที่ช่วยสอนแล้วก็มี บ่าวรับใช้ที่คอยดูแลเรื่องต่างๆ แบ่งออกตามหน้าที่ของตัวเอง ห้องอาหารเป็นห้องโถงกว้างใหญ่ดูหรูหรางดงาม ด้านหน้าสุด และบนสุดเป็นเจ้าสำนักที่นั่งอยู่ไล่ลงมาตามลำดับอำนาจต่างๆ ในที่นี่จัดเรียงเป็นชั้นปี เมื่อศึกษาครบ 5 ปี ก็สามารถจบการศึกษาได้ ชูเชี่ยวอยู่ปีที่ 4 แล้วถึงทำให้หญิงสาวได้นั่งใกล้ด้านหน้า ทันทีที่นางเดินเข้ามาก็ได้ยินเสียงดังออกมา

“ยังกล้ามาอีกเหรอ หากเป็นข้าเรื่องน่าอายขนาดนั้น ป่านนี้ข้าไม่มีหน้าอยู่ต่อแล้วล่ะ หนีกลับบ้านไปแล้ว”

เสียงเเหลมเล็กแต่ไม่ดังมาจากกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง

“นั่นน่ะสิ นั้นสิ ใช่ ใช่”

เสียงสนับสนุนดังออกมาจากคนแล้วคนเล่าช่วยเสริมว่าสิ่งที่หญิงสาวคนนั้นพูดเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

เสียงฝีเท้าดังออกมาจากด้านหน้าห้องโถง ทำให้เสียงทุกเสียงพลันเงียบลง และทุกคนถอยกลับประจำที่ของตัวเอง ที่นี่ทุกคนจะทานอาหารพร้อมกันทุกเช้า แต่ช่วงเที่ยงและเย็นสามารถเลือกทานได้เอง

“คารวะเจ้าสำนัก”

เสียงของทุกคนกล่าวขึ้นมาพร้อมกัน และทำท่าโดยเอามือประสานกันยกขึ้นด้านหน้าพร้อมโค้งคำนับ

“ทุกคนเริ่มทานได้” เสียงทุ้มเรียบดังออกมาอย่างหนักแน่น

“ขอบคุณเจ้าสำนัก”

ทุกคนกล่าวขอบคุณและนั่งทานอาหาร โดยไม่มีใครพูดคุย

ซูเชี่ยวนั่งทานอย่างไม่สนใจบรรยากาศโดยรอบ เรื่องน่าอายที่ทุกคนพูดเมื่อสักครู่ เป็นเรื่องที่เจ้าของร่างเดิมก่อไว้เมื่อ7วันก่อน ก่อนที่นางจะมาอยู่ร่างนี้ ซูเชี่ยวคนก่อนชอบลี่หยางเจ้าสำนักวารีหยกแห่งนี้ นางตามรังควานผู้หญิงและศิษย์หญิงทุกคนที่พยามเข้าใกล้หรืออยู่ข้างกายเจ้าสำนักลี่หยาง

ด้วยความที่นางเป็นลูกสาวของท่านแม่ทัพ ซึ่งทำให้ทุกคนต้องเกรงใจนาง แถมนางยังมีพี่ชายที่เป็นเพื่อนสนิทกับลี่หยางทั้งที่นางมีพลังภายในอยู่ในระดับที่ต่ำ แต่กลับสามารถเข้ามาเรียนในที่แห่งนี้ได้ ก็เพราะงานเลี้ยงราชสำนักที่นางได้พบกับลี่หยางทำให้หญิงสาวปักใจรัก ถึงขนาดขอบิดามาเรียนที่นี่ให้ได้ด้วยความที่บิดาของหญิงสาวมีอำนาจจึงทำให้เข้ามาเรียนได้ และนั้นก็ยิ่งทำให้นางได้ใจใหญ่ครั้งล่าสุดพอนางรู้ว่าแม่นางฮุ่ยซิ่ว บุตรสาวของเจ้าสำนักพฤกษชาติเข้ามาพบลี่หยางด้วยเรื่องยาสมุนไพร ที่ให้นำมามอบให้เพราะสำนักพฤกษชาติเชี่ยวชาญด้านการรักษาและยาสมุนไพรต่างๆ แต่ซูเชี่ยวกลับคิดว่านางพยายามมาอ่อยลี่หยางชายในดวงใจของตน จึงวางแผนเพื่อทำให้แม่นางฮุ่ยซิ่วผลัดตกน้ำ

โดยการแสร้งทำเป็นว่าเดินหกล้มเข้าไปชน ทำให้แม่นางฮุ่ยซิ่วตกน้ำก่อนที่จะได้เข้าไปพบเจ้าสำนักวารีหยก ซึ่งบริเวณที่นางเลือกและได้วางแผนคือสะพานข้ามสระบัวลึกเป็นทางที่จะเดินข้ามไปจวนเจ้าสำนัก และหญิงสาวได้ใช้น้ำมันที่นางหาได้ใกล้ตัวแอบเทไว้อยู่แล้ว แต่ใครจะคิดว่าอุบัติเหตุที่นางตั้งใจเตรียมไว้อย่างรอบคอบ ในจังหวะที่แม่นางฮุ่ยซิ่วจะตกและหงายหลัง มือไปกลับเกี่ยวกับสร้อยคอที่หญิงสาวสวมใส่ ทำให้นางพลัดตกไปด้วยอีกคน แม่นางฮุ่ยซิ่วว่ายน้ำเป็นจึงทำให้รอดมาได้และไม่เป็นอะไรมาก แต่แม่นางซูเชี่ยวในร่างเก่ากลับว่ายน้ำไม่เป็น ทั้งที่เป็นศิษย์ของสำนักวารีหยก ที่มีพลังภายในคือน้ำ

แต่เหตุผลนี้ทุกคนรวมถึงนางรู้ดีเพราะนางมีพลังภายในระดับต่ำมาก จนไม่สามารถที่จะฝึกฝนในการใช้พลังได้เลย ทำให้ซูเชี่ยวในร่างเก่าสลบไปถึง 3 วันเต็มๆ และด้วยเหตุการณ์นี้ทำให้ลี่จูเข้ามาอยู่ในร่างนี้ ผ่านไปประมาณ 4 เค่อทุกคนก็ทานอาหารจนเสร็จและเริ่มที่จะทยอยลุกออกไป

“ทุกคนที่ทานอาหารเสร็จแล้วให้แยกย้ายไปฝึกและเรียนตามปกติ ส่วนซูเชี่ยวไปพบข้าที่ห้องผดุงคุณธรรม”

เสียงเข้มกล่าวออกมา และมองมาทางซูเชี่ยว เป็นเสียงของรองเจ้าสำนักเฟยซิ่น หนุ่มวัยกลางคนอายุ 38 ปี หน้าตาดูสุขุมนิสัยเจ้าระเบียบและใจดีมีเมตตา ทำหน้าที่เป็นทั้งมือขวาหรือผู้ช่วยคนสนิทลี่หยางและเป็นรองเจ้าสำนัก

“เจ้าค่ะท่านรองเจ้าสำนัก”

ซูเชี่ยวตอบออกไปเสียงเรียบและย่อกายเล็กน้อย จากนั้นเดินไปรอที่ห้องผดุงคุณธรรม

——————————

เวลาในภาษาจีน

1 เค่อ คือ15 นาที

1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง

1 ชั่วยามมี 8 เค่อ

1วันมี 100 เค่อ

ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.

ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.

ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.

ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.

ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.

ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.

——————————

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
30
ตอนที่ 1 โลกที่ไม่มีบันทึกเอาไว้
บนเตียงไม้ไม่เก่าไม่ใหม่ขนาดประมาณ 5 ฟุต มีหญิงสาวนอนหลับอย่างสงบด้วยลมหายใจสม่ำเสมอ เวลาผ่านไปไม่เกิน 2 เค่อเสียงบรรเลงกู่เจิงดังมาแต่ไกลตามสายลม ท่วงทำนองไพเราะชวนให้อยากนอนต่อเป็นไหนๆ ในเวลาช่วงยามเหม่า ทำให้หญิงสาวที่นอนหลับอยู่บนเตียงไม้รู้สึกตัว นางค่อยๆ ลืมตาขึ้นและลุกขึ้นจากเตียงจัดการทำธุระส่วนตัวของตัวเองเสียงบรรเลงกู่เจิงที่ได้ยิน เป็นเสียงที่ใช้กันในสำนักเพื่อบอกว่าอีกประมาณครึ่งชั่วยามทุกคนต้องมารวมตัวกันเพื่อทานอาหารเช้า ในกระจกทองเเดงสะท้อนรูปร่างหญิงสาวใบหน้ารูปไข่เรียวสวย เรือนผมดำงามยาวถึงกลางหลัง ครึ่งบนถูกรวบขึ้นเป็นทรงสวย มีเครื่องประดับรูปดอกไม้เล็กๆ ตกแต่งไม่มากจนเกินงาม และมีปิ่นปักผมรูปผีเสื้อเล็กๆ สีครามปักที่เรือนผม คิ้วหนาดำเรียงตัวจัดทรงสวยโดยไม่ต้องขีดเขียนคิ้วเพื่อความสวยงาม ดวงตาสีฟ้าครามอมเขียว ขนตางอนยาวเพิ่มให้ดวงตาดูน่ารักน่าเอ็นดูและน่าทะนุถนอม จมูกโด่งรั้นเล็กน้อยเข้ากับใบหน้า ปากบางกระจับได้รูปสีเเดงระเรื่อดูมีน้ำมีนวล ผิวขาวอมชมพูดูสุขภาพดี สวมชุดสีฟ้าครามสลับสีฟ้าอ่อนที่เป็นสีของสำนัก ยิ่งทำให้ดูสง่างามและหวานไปพร้อมกัน“เฮ้อออ”หญิงสาวในกระจก
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-13
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 2 ตัดสินความผิดที่ร่างเดิมก่อเอาไว้
หญิงสาวเดินหาตำหนักผดุงคุณธรรมมา 1 เค่อแล้ว แต่กลับไม่พบจึงได้หยุดถามบ่าวชายที่กำลังกวาดใบไม้อยู่“ขอโทษ เอ้ย! ขออภัยเจ้าค่ะตำหนักผดุงคุณธรรมไปทางไหนหรือเจ้าคะ”ซูเชี่ยวถามออกไปเมื่อหมดความพยายามในการหา แต่ขณะที่นางได้เห็นหน้าตาของบ่าวรับใช้ชายตรงหน้า นางกลับคุ้นหน้าเขาเป็นอย่างมากแต่นึกไม่ออกว่าเจอกันที่ไหน“อะไรนางหนูอยู่ที่นี่มากี่ปีแล้ว ไยถึงไม่รู้”บ่าวรับใช้ชายตรงหน้ากล่าวออกมาอย่างรำคาญ เขาอายุราวๆ ประมาณ40 ปีและใช้นิ้วชี้ไปประตูทางฝั่งขวามือ“เดินไปทางประตูนั้น แล้วเลี้ยวขวาอีกที”เขาพูดเสร็จและก้มหน้าลงกวาดใบไม้ต่อ อย่างไม่สนใจ“เอ่อ ท่านหน้าตาคุ้นมาก ไม่ทราบท่านกับข้าเคยเจอกันหรือไม่เจ้าคะ”ซูเชี่ยวถามออกไปอย่างสงสัย แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา กลับโดนกวาดเศษใบไม้ใส่นี่เป็นการกระทำที่หญิงสาวรู้ได้ดีว่าคือการไล่นาง ซูเชี่ยวจึงเดินออกมาตามทางที่บ่าวรับใช้เมื่อสักครู่บอก หลังจากที่ซูเชี่ยวหญิงสาวตรงหน้าเดินออกไป บ่าวรับใช้ชายเงยหน้าขึ้นยิ้มมุมปากเล็กน้อยไปทางแผ่นหลังที่กำลังเดินออกไป โดยที่ซูเชี่ยวเองก็ไม่ทันได้สังเกต.ณ ตำหนักผดุงคุณธรรมซูเชี่ยวเดินมาหยุดที่ตรงหน้าตำหนักมองสำรวจไ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-13
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 3 ผู้ใดบอกว่านางไม่มีพลังกัน
สะพานไม้ทอดตัวเป็นทางเดินจากพื้นดินยาวไปกลางน้ำ มีศาลาไม้สไตล์จีนโบราณทรง 8 เหลี่ยม ที่ตั้งอยู่บริเวณโดยรอบแม่น้ำถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขาและหน้าผาสูงต่ำสลับกัน มีต้นไม้น้อยใหญ่สีเขียวดูสดชื่นที่ปกคลุมไปด้วยไอหมอกเหนือผิวน้ำ ที่นี่คือบริเวณหลังตำหนักหยกขาวเจ้าของตำหนักแห่งนี้ไม่ใช่ใครนอกจากชายที่อยู่ในบริเวณกลางศาลาแห่งนี้ ลี่หยางเจ้าสำนักวารีหยกกำลังนั่งดีดกู่เจิงอย่างเพลิดเพลิน แต่เเล้วก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาแต่ไกล ทำให้เขาต้องหยุดบรรเลงจากนั้นลุกขึ้นและยืนหันหน้าชื่นชมทิวทัศน์เบื้องหน้า “เป็นอย่างไรบ้าง”เสียงทุ้มกล่าวออกมาโดยที่ไม่ได้หันหลังกลับมามองคนที่พึ่งมาเยือนเมื่อสักครู่นี้“นางไม่ยอมรับคำสารภาพขอรับ”เสียงนุ่มกล่าวออกมา ผู้ที่มาเยือนคือรองเจ้าสำนักเฟยซิ่น จากนั้นเล่าเรื่องและเหตุผลการณ์ต่างๆ ให้ลี่หยางเจ้าสำนักฟังอย่างละเอียด เรื่องที่เหล่านั้นคือเรื่องของซูเชี่ยวในวันนี้นั่นเอง“อืม ครั้งนี้นางนับว่าฉลาดที่สามารถหาข้อแก้ต่างให้ตัวเองได้ ปล่อยนางไปก่อน”เสียงทุ้มกล่าวออกมาและหันหน้ามามองเฟยซิ่น แล้วยิ้มชายตรงหน้าคือลี่หยางเจ้าสำนักวารีหยก ใบหน้ารูปไข่ ผมยาวดำถึงกลางหลังพรื้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-13
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 4 หยกชิ้นนั้นคือต้นเหตุ
ภายในห้อง 4 เหลี่ยมไม่เล็กและใหญ่จนเกินไป ซูเชี่ยวนั่งเท้าคางเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างใช้ความคิด 1 เดือนมานี้หญิงสาวพยายามหาคำตอบทุกทางว่าเเท้จริงนางมาอยู่ที่นี่ได้เช่นไรกันแน่ วิญญาณเจ้าของร่างนี่ล่ะไปอยู่ที่ไหน ทำไมถึงได้เข้ามาอยู่ได้แล้วตัวนางเองในโลกเก่าจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ หญิงสาวพยายามคิดถึงสาเหตุหรือเหตุผลที่เป็นไปได้ แต่คิดเท่าไหร่ก็ยังคิดไม่ออกจึงลุกเพื่อจะไปตำหนักเมี่ยนเปาเพื่อทานข้าวในตอนเย็น ขณะที่ลุกขึ้นกำลังจะก้าวเท้าแต่กลับรู้สึกว่าที่ปลายเท้าว่าเหยียบอะไรเข้าให้ ซูเชี่ยวหยิบขึ้นมาดูอย่างสงสัย แสงอาทิตย์สีทองอารามช่วงยามเหม่า ส่องผ่านบานประตูหน้าต่างที่หญิงสาวเปิดทิ้งไว้กระทบเข้ากับจี้หยกสีเขียวมิ้นต์เข้ายามที่หญิงสาวจับขึ้นมาพลิกดู เป็นหยกทรงกลม ด้านในเป็นรูปดอกไม้ที่มีผีเสื้อเกาะอยู่ตัวหนึ่ง“หยกนี้สวยจัง มาตกอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร”หญิงสาวพลิกดูไปมาอย่างละเอียดและพูดกับตัวเอง นางรู้สึกคุ้นตากับหยกชิ้นนี้เป็นอย่างมาก พยายามนึกว่าเจอที่ไหนถ้าในโลกแห่งนี้นางพึ่งได้เห็นเป็นครั้งแรกแน่ๆ ถ้าเป็นหากในโลกก่อนนางคงไม่มีหยกแบบนี้แน่นอน แต่แล้วอยู่ๆ ความทรงจำในหัวของนางก็ปรา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-13
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 5 นางเปลี่ยนไป
ณ ตำหนักเมี่ยนเปาซูเชี่ยวกำลังทานอาหารเย็นอยู่กับเจียอี่ ก็ได้ยินเสียงศิษย์หญิงดังมาจากโต๊ะข้างๆ“เมื่อกี้พวกเจ้าเห็นหรือไม่ นางพยายามส่งสายตามองเจ้าสำนัก แต่กลับโดนเจ้าสำนักเมิน พลังก็ไม่มีไม่รู้จักเจียมตัวว่าตัวเองเป็นแค่คนธรรมดา”เสียงหนึ่งดังเข้ามานั้นคือเสียงของแม่นางเหอซิว“ข้าว่านางเปลี่ยนไปแล้วนะ”ศิษย์ชายที่นั่งกับพวกแม่นางเหอซิวอีกคนพูดขึ้น“เหอะ! เปลี่ยนไปอะไรล่ะ คงเป็นแผนการ มารยาของนางอีกสิไม่ว่า”เหอซิวตั้งใจพูดเสียงดังให้นางได้ยิน เจียอี่ที่นั่งทานข้าวข้างๆ นางกำลังจะลุกขึ้นและทำท่าจะด่ากลับไป แต่โดนซูเชี่ยวห้ามไว้“อย่าไปยุ่งกับพวกนางเลย”ซูเชี่ยวกล่าวกับเจียอี่ และลุกเพราะทานข้าวเสร็จแล้วจากนั้นตั้งใจพูดดังๆ“เจียอี่หมากัดอย่ากัดตอบ เราไม่ใช่หมา"ไหนๆ ในร่างก่อนนางก็เป็นนางร้ายในสายตาทุกคนพูดแค่นี้คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง จากนั้นเดินออกมาโดยที่ไม่ได้หันไปใส่ใจอีก“พรุ่งนี้ข้าจะออกจากสำนักไปทำธุระข้างนอก”ระหว่างทางที่เดินกลับเจียอี่พูดขึ้น“ออกไปข้างนอกงั้นเหรอ”ซูเชี่ยวถามออกมาด้วยสายตาลุกวาว ตั้งแต่นางเข้ามาอยู่ที่นี่ยังไม่ได้ออกไปไหนเลย อยู่แต่ในบริเวณสำนักแห่งนี้“ใช่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-13
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 6 ครึกครื้นเช่นนี้เชียวหรือ
หลังจากที่ซูเชี่ยวได้ป้ายเข้าออกสำนักนางก็ตรงดิ่งกลับมาที่ห้องพักทันที แล้วรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวออกไปเจอโลกข้างนอกสำนักครั้งแรก ทำให้นางยิ้มรื่นอย่างตื่นเต้น หญิงสาวหมุนตัวเพื่อดูความเรียบร้อยหน้ากระจก วันนี้จะออกไปข้างนอกไม่จำเป็นต้องใส่ชุดที่เป็นเครื่องแบบของทางสำนัก นางเลือกชุดสีเขียวอ่อนมิ้นต์เรียบๆ มาตัวหนึ่ง ช่วยเพิ่มให้หญิงสาวงามสง่าเรียบร้อยแบบหญิงสาวที่โตขึ้นมานิดหนึ่งถึงหน้าตานางจะดูอ่อนเยาว์ก็ตาม ผมดำยาวครึ่งบนถูกจัดทรงเล็กน้อยและปักด้วยปิ่นรูปผีเสื้อ และไม่ลืมนำหยกสีเขียวมิ้นต์มาห้อยไว้ที่เอวก๊อกๆ!!“ใคร" หญิงสาวร้องถามคนที่มาเยือน“ข้าเองเจียอี่” ทันทีที่ได้ยิน ซูเชี่ยวรีบเดินไปเปิดประตูให้ วันนี้เจียอี่ก็ไม่ได้แต่งกายด้วยเครื่องแบบสำนักเช่นกัน นางแต่งด้วยชุดสีม่วงอ่อนด้วยหน้าตาที่น่ารักของนางยิ่งทำให้นางดูอ่อนเยาว์เพิ่มไปอีก“เจ้าพร้อมหรือยัง” เจียอี่ถามหญิงสาวตรงหน้า“เออออคือว่า คนที่นี่เขาใช้อะไรในการซื้อขายหรือ” หญิงสาวถามเจียอี่เพราะนางไม่รู้จริงๆ ตั้งแต่มาที่โลกนี้ก็อยู่แต่ในสำนักไม่มีเรื่องให้ต้องใช้เงินสักครั้ง พอเห็นสีหน้าของเจียอี่ที่ทำหน้าสงสัยจึงได้รีบ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-18
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 7 ไม่มีป้ายก็ไม่มีสิทธิ์เข้า
ภายในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง มีร่างสูงโปร่งยืนถือถ้วยชาส่วนมืออีกข้างไขว้หลังไว้ยืนหันหลังดูวิวแม่น้ำอย่างงามสง่า แต่แล้วกลับมีเสียงใครคนหนึ่งเดินเข้ามาขัดจังหวะบรรยากาศอันเงียบสงบตรงหน้าโรงเตี๊ยมที่ไหนๆ ก็ต่างมีวิวเช่นนี้เหมือนกันหมด แต่ต่างกันที่การจัดสรร“เจ้ามาช้า” เสียงทุ้มกล่าวออกมาอย่างไม่ได้โมโหเลยสักนิดขณะที่หันหน้ากลับมา“ขออภัยเจ้าสำนักวารีหยก บังเอิญเกิดเรื่องน่าสนุกนิดหน่อยระหว่างทาง” ชายหนุ่มตรงหน้าคือเจ้าสำนักเพลิงอัคคีเย่วซือ และคือคนที่ได้ช่วยซูเชี่ยวไว้เมื่อสักครู่“เรื่องน่าสนุกอันใด” ลี่หยางถามออกมาอย่างไม่ใส่ใจมากนักและนั่งลงบนเบาะรองนั่งที่โต๊ะอาหาร พลางรินชาให้เย่วซือเจ้าสำนักเพลิงอัคคี“เรื่องสนุกข้าย่อมเก็บไว้คนเดียว” เย่วซื่อแกล้งตอบแหย่ลี่หยางด้วยความไม่กลัวฝ่ายตรงข้ามแม้แต่น้อย เพราะพวกเขาก็เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ลี่หยางไม่ได้โมโหแต่ส่งเสียงเหอะในลำคอ“เจ้ามีอันใดเหตุใดไม่ส่งจดหมายมา แต่กลับนัดพบข้า” เย่วซือถามจุดหมายที่ลี่หยางนัดพบเขาในวันนี้ทันที จากนั้นลี่หยางก็เริ่มเล่าเรื่องราวของคนร้ายที่ลักลอบเข้ามาและพยายามใส่ร้ายสำนักเพลิงอัคคีให้ฟังเพล้ง!เสียงแ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-18
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 8 เจ้ามีอะไรจะแก้ตัวหรือไม่
ณ ตำหนักหยกขาว บริเวณศาลาริมน้ำมีเพียงชายเจ้าของสถานที่แห่งนี้เท่านั้นที่นั่งอยู่ เขานั่งดีดกู่เจิงเป็นประจำเหมือนทุกวันปลายยามเหม่าของทุกเช้าจึงทำให้คนที่นี่คิดว่าเมื่อได้ยินเสียงบรรเลงกู่เจิงคือเวลาที่ใช้ปลุกคนในสำนัก แต่เเท้จริงแล้วเป็นเวลาในการฝึกฝนของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งดูสุขุม วันนี้เขาสวมชุดสีขาวงามสง่าและคลุมด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีขาว ผู้คนที่ได้พบเจอต่างมองเขาราวเทพเซียนที่กำลังนั่งบรรเลงกู่เจิงด้วยสีหน้าสงบ เขากำลังใช้เสียงเพลงเพื่อฝึกพลังภายใน ลี่หยางวางนิ้วเรียวยาวบนสายกู่เจิงและเริ่มบรรเลงด้วยท่วงทำนองที่บางเบาจากนั้นเริ่มเร่งจังหวะการดีดนิ้วลงที่สายกู่เจิงให้รวดเร็ว สายน้ำจากแม่น้ำด้านหน้ามีคลื่นเล็กๆ หลายสาย ยิ่งชายหนุ่มเร่งจังหวะในการดีดให้เร็วขึ้นสายน้ำก็ยิ่งเกิดคลื่นที่ใหญ่ขึ้น มีแสงสีขาวลอยออกมาจากคลื่นสายน้ำเหล่านั้นและแสงลอยมาวนรอบตัวเขาที่กำลังนั่งดีดกู่เจิงอยู่ที่ศาลา นี่คือวิชาธาราหวนคืนวิชาของสำนักวารีหยกที่ใช้สายน้ำช่วยในการเพิ่มพลังภายในทำให้จิตใจเย็นลงและเงียบสงบขึ้น เวลาผ่านไปประมาณ 3 เค่อก็ได้ยินเสียงดังใกล้เข้ามา ลี่หยางค่อยลดจังหวะในการดีดให้ช้าลงและหย
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-18
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 9 นางมีความลับ
ซูเชี่ยวหลังจากลงชื่อเสร็จก็ย่อกายไปทางลี่หยางเล็กน้อย และเดินออกมาจากตำหนักใฝ่คุณธรรมโดยไม่สนใจว่าชายหนุ่มมีเรื่องจะคุยด้วยหรือไม่ "อยู่ใกล้เขาทีไรมักมีเรื่องทุกที ข้าจะต้องอยู่ให้ห่างเขาเข้าไว้" ซูเชี่ยวพูดกับตัวเองในใจ“หยุดก่อน” เสียงทุ้มกล่าวออกมาเรียบๆ หลังจากเห็นว่าซูเชี่ยวรีบเดินออกมาเพราะต้องการหนีตน แต่ก่อนนางไม่เป็นเช่นนี้ ทุกครั้งที่เจอเขาหากไม่พยายามมาอยู่ข้างกายก็จะตามมาเอาอกเอาใจ แต่เดี๋ยวนี้หากไม่บังเอิญเจอกันก็ไม่เคยเห็นหน้านางเลย เวลาที่เจอนางมักจะหลบเขา ไม่ก็พยายามหนีเหมือนกลัวอะไรเขาอย่างนั้น“ท่านเจ้าสำนักต้องการเสื้อคลุมคืนใช่ไหมเจ้าคะ เดี๋ยวข้าเอาไปคืนกับท่านรองเจ้าสำนักนะเจ้าคะ หากไม่มีอะไรแล้วข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ” ซูเชี่ยวพูดติดกันรัวจนเจ้าสำนักลี่หยางไม่สามารถแทรกพูดได้ หลังจากพูดเสร็จหญิงสาวทำท่าคารวะและออกมาเลย โดยไม่ได้มองหน้าเจ้าสำนักลี่หยางเลยแม้แต่น้อย ทางด้านลี่หยางได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่“นางมีความลับ” เขาพูดออกมาคนเดียวขณะที่มองตามหลังซูเชี่ยวที่รีบเดินออกไป และยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยจากนั้นเดินตรงกลับตำหนักหยกขาวด้านซูเชี่ยวหลังจากหนีจากลี่หยางได้ ก็
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-18
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 10 พวกท่านหน้าตาหล่อเหลาเกินไป
ภายในรถม้าของสำนักวารีหยก ลี่หยางและซูเชี่ยวนั่งเงียบมาตลอดทางโดยที่ไม่มีเสียงพูดคุยกัน ทั้งสองนั่งฝั่งตรงข้ามกัน ลี่หยางแอบลอบสังเกตซูเชี่ยวที่นั่งเงียบตลอดทาง ไม่มีเรื่องชวนคุยกับเขาเหมือนเมื่อก่อนอย่างที่เคยเป็น ทำให้เขารู้สึกอดแปลกใจไม่ได้ ส่วนทางด้านซูเชี่ยวที่เห็นชายหนุ่มเพียงนั่งหลับตานิ่งเงียบ ไม่พูดไม่จาชวนทำให้บรรยากาศภายในรถม้ารู้สึกอึดอัดเป็นอย่างยิ่ง นางแสร้งเปิดหน้าต่างมองออกไปข้างนอกเพื่อดูวิถีชีวิตของคนข้างนอก และแล้วความอดทนของหญิงสาวก็สิ้นสุดลงเมื่อรถม้าทั้ง 2 คันเคลื่อนที่มาจอดอยู่บริเวณที่หน้าตลาดลี่หยางให้ซูเชี่ยวออกจากรถม้าก่อนอย่างสุภาพบุรุษ ทันทีที่นางออกมาก็เห็นเย่วซือยืนอยู่ด้านหน้าและส่งมือมารับหญิงสาว ซูเชี่ยวเพียงยิ้มให้เล็กน้อยและจับที่มือของเย่วซือลงจากรถม้า ลี่หยางที่เห็นแบบนั้นก็ชักสีหน้าเล็กน้อยและกลับมาทำหน้านิ่งเหมือนเดิม ซูเชี่ยวมองบรรยากาศของตลาดที่ตกแต่งไปด้วยโคมไฟมากมายก็อดรู้สึกตื่นตาตื่นใจไม่ได้ จนยิ้มกว้างออกมาด้วยความสุขถึงแม้ช่วงนี้จะเป็นปลายยามเหม่า โคมไฟที่จุดตกแต่งยังไม่สว่างเต็มที่แต่ก็ทำให้สวยงามแปลกตาไปอีกแบบ ลี่หยางและเย่วซือที่เห็น
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-18
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status