Mag-log inลี่จูสาวออฟฟิต ตื่นขึ้นมาจู่ๆก็อยู่ในร่างของซูเชี่ยว นางร้ายที่ใครๆก็ต่างถอยหนี ลี่หยางที่แสนเย็นชาเมื่อเห็นนางเปลี่ยนไป ไม่รู้ทำไมจู่ๆถึงได้สนใจนางขึ้นมา ทั้งที่ไม่ชอบนางมาโดยตลอด
view more5 ปีต่อมาณ ตำหนักหยกขาว"ฮูหยินเจ้าคะ ศิษย์ในสำนักมารายงานว่าคุณหนูหนิงเอ๋อก่อเรื่องอีกแล้วเจ้าค่ะ"สาวใช้รีบเข้ามารายงานซูเชี่ยวที่กำลังยุ่งอยู่กับการทำขนมให้เจ้าสองแสบทั้งสองอยู่"ที่ใดกัน นำข้าไป" ซูเชี่ยวพูดพลางถอดชุดกันเปื้อนออกแล้วเดินไปตามสาวใช้ทันที จนมาถึงน้ำตกหลังตำหนักใฝ่คุณธรรม ก็เห็นเจ้าสองแสบชายหญิงวัย 4 ขวบ 2คนที่กำลังยืนกอดอกสำนึกตนก้มหน้ามองพื้น เมื่อลี่หยางกำลังยืนควบคุมอยู่ เมื่อ4 ปีก่อนหลังจากทั้งคู่ย้ายมาอยู่ที่สำนักวารีหยก ซูเชี่ยวได้ตั้งท้องแฝดชายหญิง คนหนึ่งนามว่าลี่หนิงเอ๋อเป็นแฝดหญิง และมีพลังภายในธาตุไฟ ส่วนอีกคนเป็นแฝดชายนามว่าลี่หนิงเฟิ่ง พลังภายในธาตุน้ำ ถึงแม้ทั้งคู่จะอายุแค่ 4 ขวบยังไม่สามารถปลุกพลังภายในได้ แต่พลังภายในของเขาทั้งคู่กับถูกปลุกขึ้นมาเองตอนอายุได้ 3 ควบ 6 เดือน ทั้งคู่ยังแบ่งกันสืบทอดพลังภายในของพ่อและแม่คนละอย่าง และแน่นอนว่าเป็นพลังภายในขั้นสูงสุด "ลี่หนิงเฟิ่ง เจ้าเป็นพี่ใหญ่เหตุใดครั้งนี้นอกจากมิห้ามน้องสาว ยังร่วมมือด้วย"ลี่หยางเอ่ยถามบุตรชายที่เกิดก่อนเพียงไม่กี่นาทีเสียงเข้ม"ท่านพ่ออย่าโทษพี่ใหญ่เลยเจ้าค่ะ ท่านพี่ห้ามข้าแล้ว แ
"ถ้าหากเจ้ามิเหนื่อย เช่นนั้นเรา...." ชายหนุ่มอึกอักเล็กน้อย"เราทำไมหรือเจ้าคะ" ซูเชี่ยวเอ่ยถามชายหนุ่มอย่างคนไม่รู้เรื่อง เพื่ออยากแกล้งชายหนุ่ม แต่เห็นจากสีหน้าและท่าทางของลี่หยางที่แดงไปทั้งหน้าก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ลี่หยางกุมมือหญิงสาว ก่อนที่จะยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพราะสุรามงคลนั้นคงไม่ได้เป็นแค่สุราธรรมดาแน่ ปกติคนที่นี่จะใส่ยาที่เรียกว่ายาสรวงสวรรค์แห่งราตรีเข้าไปด้วย จะมีฤทธิ์ทำให้บ่าวสาวรู้สึกหักห้ามใจตนเองไม่ได้ นี่คือวัฒนธรรมของคนที่นี่เพราะจะได้มีทายาทโดยเร็ว ถึงแม้ทั้งคู่จะรู้แต่ก็ไม่ได้กังวลอันใดเพราะทั้งคู่นั้นแต่งงานกันแล้ว แต่แล้วชายหนุ่มก็เปลี่ยนใจอุ้มหญิงสาวไปวางที่เตียง จากนั้นยื่นหน้าเข้าไปจูบที่หน้าผากอย่างแผ่วเบา และจูบที่ดวงตาของหญิงสาวที่กำลังหลับทั้งสองข้าง จูบแก้ม และสุดท้ายคือริมฝีปากสีแดงสดที่ถูกแต่งแต้มสำหรับงานในวันนี้ลิ้นร้อนสอดเข้าไปในเรียวปากงามอย่างอ่อนโยน และค่อยๆทวีความรุนแรงอย่างห้ามไม่อยู่ ชายหนุ่มใช้มือที่วางอยู่เลื่อนเสื้อผ้าของหญิงสาวใส่จนไม่เหลือสักชิ้น ก่อนที่ปลดเสื้อตัวจิ้ม 2 ตัวสุดท้ายอย่างคนชำนาญมือ กว่าหญิงสาวจะรู้สึกตัวเพราะมัวแต่
1 เดือนต่อมา"คุณหนูคลุมหน้านะเจ้าค่ะ"เสี่ยวไป๋เอ่ยขึ้นเพื่อบอกเจ้านายตนเอง ก่อนที่จะเอาผ้ามงคลสีแดงปิดศีรษะและใบหน้าของหญิงสาวเอาไว้"ได้แล้วเวลาแล้วหรือ"หญิงสาวที่ถูกปิดใบหน้าด้วยผ้ามงคลสีแดงเอ่ยถาม ตอนนี้นางรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก"ขบวนเกี้ยวเจ้าบ่าวถึงหน้าจวนแล้วเจ้าค่ะ"เสี่ยวไป๋ที่ชะเง้อหน้าไปดูด้านนอกเรือนแล้วเข้ามารายงานด้านลี่หยางตอนนี้ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้ม ด้านหลังเขาคือขบวนเกี้ยว และหีบสินสอดกว่า 20 หีบถูกหามมามากมาย ชายหนุ่มมาพร้อมกับเย่วซือ และเฟยซิ่นที่ยืนอยู่ด้านข้าง ด้านหลังยังมีศิษย์ในสำนักที่จบการศึกษาแล้วมาด้วย ชาวบ้านมากมายต่างมารอดูการแต่งงานที่ถูกจัดขึ้นโดยมีฮ่องเต้ทรงเป็นผู้จัดการจัดงานช่างยิ่งใหญ่และดูอบอุ่นไปพร้อมกัน ทั้งหมดยืนอยู่หน้าจวนอย่างพร้อมเพรียง ก่อนที่จะเจอกับแม่ทัพเจินที่ยืนอยู่กับฮูหยินหน้าจวน"เจ้าคือใคร มาที่นี่ทำไมหรือ" แม่ทัพเจินเอ่ยถามเสียงเข้ม "ข้านามว่าลี่หยาง เป็นเจ้าสำนักวารีหยก วันนี้ที่ข้ามาเพื่อแต่งงานกับเชี่ยวเออร์ บุตรสาวของท่านขอรับ"ชายหนุ่มเอ่ยด้วยเสียงหนักแน่น พร้อมทำท่าคารวะ"เชี่ยวเออร์อย่างงั้นหรือพูดได้ดี แต่ข้าเคยใ
1 อาทิตย์ต่อมาลี่หยาง เย่วซือ ซูจื่อหลาน ซูเชี่ยว ชุนฮวา และเจียอี่ กำลังนั่งทำโคมไฟสำหรับเทศกาลโคมลอยวันนี้ ที่นี่ไม่ได้มีการประดับเรือไฟเหมือนอย่างที่สำนักวารีหยก เพราะไม่ได้มีแม่น้ำสายใหญ่ในเมืองหลวง คนที่นี่จึงปล่อยโคมขึ้นสู่ท้องฟ้าแทน โดยลี่หยางและซูเชี่ยวทำอันเดียวกัน เย่วซือกับชุนฮวาก็เช่นกัน 2 คู่ดูมีความสุขกับการตกแต่งโคมไฟเป็นอย่างมาก ต่างจากซูจื่อหลานและเจียอี่ที่ดูไม่มีความสุขเอาเสียเลย เหมือนกับว่าทั้งคู่กำลังมีเรื่องในใจอย่างไรอย่างนั้น เจียอี่ซูเชี่ยวพอเดาได้ว่าเป็นเพราะเรื่องอันใด นางรู้แล้วว่าสหายของตนนั้นแอบชอบรองเจ้าสำนักเฟยซิ่น ตอนนี้เจียอี่น่าจะกำลังเป็นห่วงรองเจ้าสำนักอยู่ แต่กลับซูจื่อหลานพี่ชายของนาง เหตุใดถึงทำท่าว่ามีเรื่องกลุ้มใจขนาดนั้น แต่แล้วนางก็เห็นสายตาของพี่ชายที่มองมาทางเสี่ยวไป๋ที่นั่งรอรินชาให้ทุกคนไม่ห่างหลายครั้ง แล้วเสี่ยวไป๋ยังหลบสายตาท่านพี่อีก ก็เริ่มเกิดความสงสัยว่ามีอันใดกันแน่ เมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อนนางให้เสี่ยวไป๋นำของไปให้ท่านพี่ที่เรือน เสี่ยวไป๋ก็หายไปเลยไม่ได้กลับมาหานางอีกจนหมดวัน หลังจากนั้นตลอด 1อาทิตย์ที่ผ่านมาเวลาซูเชี่ยวบังเอิญ
"เปลี่ยนขบวน" ชายหนุ่มเมื่อเริ่มคิดอันใดได้ถึงตะโกนออกมาเสียงดัง จากนั้นกระบวนทัพก็ถูกปรับโดยให้เหล่าคนที่มีพลังภายในขั้นสูงบางคนและคนที่มีพลังภายในขึ้นมาแทน ส่วนคนที่มีพลังภายในขั้นสูงสุดรีบพุ่งทะยานเหนืออากาศทันที ถ้าเป็นอย่างที่ชายหนุ่มคิดคือทางนั้นจะต้องใช้ทหารเหล่านี้ตัดกำลังตน "เลือดเย็นนัก
“งานแต่งที่พูดกันไว้เห็นทีว่าคงต้องเลื่อนออกไป”“เพราะอันใดหรือขอรับ” ลี่หยางเอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจ ครั้งที่เเล้วเกิดเรื่องลอบทำร้ายก็ต้องเลื่อนออกไปครั้งหนึ่งแล้ว เหตุใดครั้งนี้ถึงต้องเลื่อนออกไปอีกกัน“ทางตอนใต้ มีจดหมายส่งมาว่าต้องการกองกำลังเสริมเนื่องจากศัตรูส่งสาสน์ท้ารบมา ต้องการพื้นที่ทำกิน
ภายในศาลากลางสระบัวมีชายหญิงคู่หนึ่งกำลังนั่งเดินหมากอยู่อย่างมีความสุข“เจ้าคิดอย่างไรถึงได้ชวนข้ามาเดินหมาก” ลี่หยางเอ่ยถามหญิงสาวเสียงอ่อนโยน ทุกวันนางคอยอยู่ข้างกายดูแลเขาไม่ห่าง“ข้าแค่เพียงอยากเดินหมากกับท่านเท่านั้น ไม่ได้หรือเจ้าคะ” ซูเชี่ยวเอ่ยเสียงใส ลี่หยางที่เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มกว้างให้ก
“เป็นข้าที่ไม่ยอมเเต่งกับเขาเจ้าค่ะ” ชุนฮวารีบปฏิเสธเพราะหลายวันที่ผ่านมาเย่วซือไปอ้อนวอนนางทุกวันให้แต่งงานด้วย แต่เป็นนางที่ไล่เขาออกมาทุกครั้ง“เขาให้เจ้าพูดเช่นนี้ใช่หรือไม่ เจ้าอย่าปกป้องเขาเลย” ลี่หยางทำท่าทางโมโหมากยิ่งขึ้น ชุนฮวาที่เห็นเช่นนั้นก็รีบเข้ามาขวางด้านหน้าเย่วซือไว้“ไม่ใช่นะเจ้า





