หน้าหลัก / รักโบราณ / ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่ / ตอนที่ 10 พวกท่านหน้าตาหล่อเหลาเกินไป

แชร์

ตอนที่ 10 พวกท่านหน้าตาหล่อเหลาเกินไป

ผู้เขียน: Naiyana
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-18 20:00:17

ภายในรถม้าของสำนักวารีหยก ลี่หยางและซูเชี่ยวนั่งเงียบมาตลอดทางโดยที่ไม่มีเสียงพูดคุยกัน ทั้งสองนั่งฝั่งตรงข้ามกัน ลี่หยางแอบลอบสังเกตซูเชี่ยวที่นั่งเงียบตลอดทาง ไม่มีเรื่องชวนคุยกับเขาเหมือนเมื่อก่อนอย่างที่เคยเป็น ทำให้เขารู้สึกอดแปลกใจไม่ได้ ส่วนทางด้านซูเชี่ยวที่เห็นชายหนุ่มเพียงนั่งหลับตานิ่งเงียบ ไม่พูดไม่จาชวนทำให้บรรยากาศภายในรถม้ารู้สึกอึดอัดเป็นอย่างยิ่ง นางแสร้งเปิดหน้าต่างมองออกไปข้างนอกเพื่อดูวิถีชีวิตของคนข้างนอก และแล้วความอดทนของหญิงสาวก็สิ้นสุดลงเมื่อรถม้าทั้ง 2 คันเคลื่อนที่มาจอดอยู่บริเวณที่หน้าตลาด

ลี่หยางให้ซูเชี่ยวออกจากรถม้าก่อนอย่างสุภาพบุรุษ ทันทีที่นางออกมาก็เห็นเย่วซือยืนอยู่ด้านหน้าและส่งมือมารับหญิงสาว ซูเชี่ยวเพียงยิ้มให้เล็กน้อยและจับที่มือของเย่วซือลงจากรถม้า ลี่หยางที่เห็นแบบนั้นก็ชักสีหน้าเล็กน้อยและกลับมาทำหน้านิ่งเหมือนเดิม ซูเชี่ยวมองบรรยากาศของตลาดที่ตกแต่งไปด้วยโคมไฟมากมายก็อดรู้สึกตื่นตาตื่นใจไม่ได้ จนยิ้มกว้างออกมาด้วยความสุขถึงแม้ช่วงนี้จะเป็นปลายยามเหม่า โคมไฟที่จุดตกแต่งยังไม่สว่างเต็มที่แต่ก็ทำให้สวยงามแปลกตาไปอีกแบบ ลี่หยางและเย่วซือที่เห็นซูเชี่ยวยิ้มอย่างมีความสุขก็ต่างพากันมองดูความเคลิบเคลิ้ม วันนี้หญิงสาวสวมชุดสีม่วงอ่อนและคลุมด้วยผ้าคลุมขนสัตว์สีขาว ยิ่งให้ซูเชี่ยวดูสวยน่าทะนุถนอม แต่ทั้งสองหนุ่มก็ต้องมองไปทางอื่นเมื่อซูเชี่ยวหันหน้ามา ลี่หยางเพียงส่งเสียงไอในลำคอหนึ่งครั้งและส่งสายตาเป็นเชิงให้นางมายืนที่ด้านหลังเขา ซูเชี่ยวทำได้เพียงเดินไปยืนที่หลังของชายหนุ่ม

ทั้ง 3 เลือกโรงเตี๊ยมเพื่อนั่งพักหาอะไรทานรอการจุดพลุดอกไม้ไฟ และการเเสดงการตกแต่งโคมไฟบนเรือกลางแม่น้ำในช่วงยามเฉิน

“ว้าวพวกเจ้าดูบุรุษ 2 ท่านนั้นสิสง่างามมาก” หญิงสาวที่เดินผ่านไปผ่านมาพูดขึ้น

“นั้นน่ะสิ หล่อมากจริงๆ” เสียงนี้เกิดขึ้นตลอดทางที่พวกเขาย่างกรายไปไม่ว่าที่ใดก็ตาม วันนี้ลี่หยางเจ้าสำนักวารีหยกสวมชุดสีดำตัดกับสีผิวขาวของเขา และคลุมด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีดำยาว บวกหน้าตาของเขาที่คมคายและหน้าตาที่นิ่งสงบ คนที่พบเห็นต่างรู้สึกใจหยุดเต้นขณะที่มอง ส่วนเย่วซือเจ้าสำนักเพลิงอัคคีด้วยรูปร่างหน้าตาสีผมเขาที่เป็นเอกลักษณ์ เขาสวมชุดสีขาวและทับด้วยเสื้อคลุมสีขาว บวกกับความขี้เล่นและรอยยิ้มที่ประดับอยู่ที่หน้าเขาตลอดเวลาชวนให้คนที่ได้เห็น ต่างรู้สึกอบอุ่นหัวใจหากได้มอง ยามชายหนุ่มสองคนเดินด้วยกันทำให้ทุกคนต่างมองอย่างเหม่อลอย ชูเชี่ยวได้แต่ส่ายหน้าเล็กน้อยให้กับผู้คนเหล่านั้น และเดินตามด้านหลังของพวกเขา 2 คน

“แม่นางเป็นคนรับใช้ของคุณชายชุดดำใช่หรือไม่ ข้าฝากนี้ให้เขาด้วยนะ” คุณหนูนางหนึ่งที่เดินตามมาตลอดพูดขึ้นและส่งผ้าเช็ดหน้าของนางที่ปักด้วยรูปดอกไม้ และมีชื่อของตนปักติดไว้

“ข้าก็ฝากผ้าเช็ดหน้าชิ้นนี้ให้คุณชายชุดขาวเช่นกัน ข้าด้วย ข้าก็ด้วย ข้าฝากด้วย” เสียงของหญิงสาวหลายคนต่างพากันทำตามคุณหนูคนแรกจนหญิงสาวต้องหอบผ้าเช็ดหน้า 30 กว่าผืนเดินเข้าโรงเตี๊ยม ทั้ง3หาที่นั่งเงียบๆ ริมแม่น้ำเพื่อรอเวลา

“นี่ของพวกท่าน” ซูเชี่ยววางผ้าเช็ดหน้าทั้งหมดที่มีคนฝากมาตลอดทางเดินที่มาโรงเตี๊ยมแห่งนี้ลงบนโต๊ะ แล้วถอนหายใจอะไรกันคนพวกนั้นเห็นผู้ชายหน้าตาดีหน่อยไม่ได้ ไม่มีความเป็นกุลสตรีเอาซะเลย ผู้หญิงที่นี่มันอย่างไรกันวันนี้นางออกจะเเต่งตัวสวยขนาดนี้ อะไรทำให้พวกนางเหล่านั้นคิดว่าข้าเป็นคนรับใช้กัน นางได้แต่บ่นในใจออกมาอย่างอดไม่ได้ ลี่หยางเพียงทำหน้านิ่งและส่ายหน้าเบาๆ ส่วนเย่วชือหัวเราะออกมาอย่างชอบใจที่เห็นซูเชี่ยวทำหน้าอย่างไม่พอใจ

“เอาล่ะขอโทษเจ้าด้วย วันนี้ตอนแรกเจ้าว่าจะเลี้ยงเพื่อเป็นการขอบคุณเปลี่ยนเป็นข้าเลี้ยงเพื่อเป็นการขออภัยเรื่องเมื่อสักครู่แล้วกัน” เย่วซือพูดออกมาด้วยรอยยิ้มและสั่งอาหารมา 7-8 อย่างและสุราชั้นดีมา พนักงานในโรงเตี๊ยมยกสุราและชามาเสิร์ฟก่อน อาหารยังไม่เสร็จเพราะวันนี้ลูกค้าในร้านเยอะเนื่องจากเป็นวันเทศกาล ทำให้ทุกคนต่างพากันออกมาเดินเที่ยวชมกัน ลี่หยางและเย่วซือทั้งสองพากันเล่นหมากกระดานระหว่างรออาหาร

“เอาหน่อยไหมสาวน้อย” เย่วซือยกจอกสุราขึ้นรินให้ตัวเองและ ลี่หยางพลางหันมาถามหญิงสาว ซูเชี่ยวส่ายหน้าปฏิเสธเพราะวันนี้นางไม่อยากเมาเมื่ออยู่ใกล้ตัวอันตรายที่นางอยู่ทีไรต้องมีเรื่องตลอด และเย่วซือที่ยังไม่รู้พื้นเพเขาดีสักเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าหญิงสาวอยากที่จะดื่มมากก็ตาม เพราะโลกเก่านางกับเพื่อนสนิทมักซื้อมาดื่มด้วยกันที่ห้องอยู่บ่อยๆ ซูเชี่ยวทำได้เพียงหักห้ามใจตัวเองและคิดว่าเอาไว้ค่อยหาโอกาสพาเจียอี่ออกมาดื่มเล่นกันตอนวันหยุดครั้งหน้าแล้วกัน แต่เย่วซือกลับเทเหล้าไปที่ถ้วยของซูเชี่ยวเมื่อเห็นหญิงสาวทำท่าจะปฏิเสธ "ถ้าจะทำแบบนี้แล้วจะถามนางเพื่อ?" นางเพียงด่าเขาในใจ

“นานๆ ได้ออกมาเที่ยวเอาสักหน่อย ให้สนุกเป็นพอเจ้าสำนักวารีหยกคงไม่ว่าอันใดหรอก” เย่วซือพูดพลางหันไปถามลี่หยาง ซูเชี่ยวลอบมองลี่หยางเจ้าสำนักวารีหยกที่ตอนนี้เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยกถ้วยสุราขึ้นดื่มและหันหน้าไปดูวิวทางแม่น้ำ ซูเชี่ยวจึงยกสุราขึ้นดื่ม เอิ่มสุราดี นางมองถ้วยสุราที่ยกดื่มไปด้วยรอยยิ้ม สุรานี้รสชาติเยี่ยมมากหอม หวาน ฝาดกำลังดี รสชาติดีกว่าที่นางเคยลองเมื่อโลกเก่าซะอีก

“เห็นไหมข้าว่าแล้วรสชาติดี แต่กินเยอะไม่ดี กินพอให้วันนี้เราเที่ยวสนุกก็พอเจ้าว่าไหม” เย่วซือพูดพลางเทสุราลงบนถ้วยของลี่หยางและซูเชี่ยว ลี่หยางและเย่วซือเดินหมากกันมาแล้ว 4 ตา แต่เย่วซือก็เเพ้ให้กับลี่หยางตลอด ทำให้เย่วซือเริ่มโมโหขึ้นมาหน่อย

“ลี่หยางเจ้ามันใจดำ ข้าเล่นหมากต่อหน้าหญิงเจ้ากลับให้ข้าแพ้ตลอด เจ้าอยากให้ข้าขายหน้าใช่หรือไม่” เย่วซือบ่นออกมาอย่างไม่จริงให้กับลี่หยาง

“เจ้าเล่นไม่ชนะข้าเอง ช่วยไม่ได้” ลี่หยางพูดด้วยสีหน้าเรียบและทั้ง 2 ก็เริ่มเล่นกันใหม่ แต่เย่วซือก็ทำท่าเหมือนจะเเพ้อีกเช่นเคย ซูเชี่ยวที่นั่งดูพวกเขาสองคนเล่นกันมาหลายตาแล้วแต่ชัยชนะก็ตกเป็นของลี่หยางเจ้าสำนักวารีหยกทุกครั้ง นางจึงหันไปกระซิบให้ เย่วซือเดินตามที่นางบอก เย่วซือก็เดินตามแต่โดยดี

“ชนะ เย้ข้าชนะแล้ว ครั้งนี้ข้าชนะเจ้า” เย่วซือพูดออกมาเมื่อหมากตัวสุดท้ายของลี่หยางโดนเขากิน และแล้วอาหารที่ทั้งสามคนรอก็มาเสิร์ฟทันที พวกเขาจึงต้องเก็บกระดานหมากและเริ่มทานอาหารที่ทยอยมาเสิร์ฟ และทุกคนก็ลงมือทานอาหารด้วยความอร่อย ระหว่างที่ทานอาหารลี่หยางได้แต่ลอบสังเกตซูเชี่ยวและคิดในใจว่านางเดินหมากเป็นได้อย่างไร ฝีไม้ลายมือกลับพาเย่วซือชนะเขาได้ เขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนแต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากถามอันใด ซูเชี่ยวนั่งทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยวันนี้นางดื่มสุราไปสามถ้วยเพราะไม่อยากที่จะเมาแต่ก็ทำให้หญิงสาวเริ่มมีความกล้ามากขึ้น อย่างเช่นที่กล้าร่วมมือกับเย่วซือเพื่อเอาชนะการเดินหมากของลี่หยาง สมัยมัธยมนางเคยเเข่งเดินหมากจนได้ทุนเรียนฟรีในช่วงมหาลัยด้านความสามารถพิเศษ พอเห็นการเดินหมากของลี่หยางมาแล้วหลายตาก่อนหน้านี้ จึงทำให้นางจับทางลี่หยางได้และบอกเย่วซือให้เดินตาม ทั้งสามใช้เวลาทานอาหารประมาณ 1 ชั่วยามก็พากันลุกขึ้นและออกจากโรงเตี๊ยมเพราะถึงเวลาในการแสดงการตกแต่งโคมไฟบนเรือแล้ว

“เดี๋ยวก่อน” ซูเชี่ยวพูดขึ้นเมื่อหันไปเห็นคนขายหน้ากาก จึงได้เดินเข้าไปซื้อมา3 อันและยื่นให้คนทั้ง 2 ลี่หยางและเย่วซือ หันมามองหน้ากันด้วยสายตาสงสัย

“พวกท่านหน้าตาหล่อเหลาเกินไป ข้าเพียงไม่อยากให้ท่านทั้ง 2 ต้องโดยรุมล้อมเพราะความหน้าตาดี” ซูเชี่ยวพูดขึ้น

“ก็จริงของนาง” เย่วซือพูดพลางหยิบหน้ากากสีขาวไปใส่ โดยไม่ปฏิเสธคำที่นางยกย่องเขาเลยแม้แต่น้อย ช่างมั่นใจตัวเองเหลือเกินซูเชี่ยวคิดในใจ

“เล่นอะไรไม่เข้าเรื่อง” ลี่หยางพูดขึ้นและหยิบหน้ากากสีดำขึ้นมาใส่เเละเดินออกไปตามเย่วซือ

“ว้าวคุณชาย” เสียงของหญิงสาวพูดขึ้นเมื่อทั้ง2 เดินไป

“หน้ากากนี้คงใช้ไม่ได้ผลสินะ” ซูเชี่ยวพูดขณะที่ทั้ง 2 เดินออกไปแล้ว และใส่หน้ากากสีม่วงที่เข้ากับสีชุดที่ตนใส่และเดินตามไป ทั้งสามมาที่จุดโคมลอยและเขียนคำอธิษฐานคนละอันลงในโคมจากนั้นก็จุดโคมไฟและลอยออกไป

“เจ้าเขียนอธิษฐานว่าอันใดหรือ” เย่วซือถามซูเชี่ยว

“ขืนบอกก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์สิ” ซูเชี่ยวยิ้มและตอบออกไป

“หึ!” ลี่หยางส่งเสียงในลำคอและเดินออกไป ซูเชี่ยวและเย่วซือมองตากันและเดินตามออกไปรอชมการตกแต่งโคมไฟที่เรือบริเวณแม่น้ำ ไม่นานก็มีขบวนที่ตกแต่งโคมไฟแล่นออกมา 10 กว่าลำอย่างสวยงามและมีเอกลักษณ์ที่ต่างกันออกไป ซูเชี่ยวรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับเรือที่ตกแต่งอยู่ตรงหน้าเป็นอย่างมาก นางไม่เคยเห็นแบบนี้พอเรือลำสุดท้ายแล่นออกไปก็มีการจุดพลุดอกไม้ไฟขึ้น ภาพตรงหน้าของซูเชี่ยวตอนนี้คือ ภาพดอกไม้ไฟสีสันสวยงามเต็มท้องฟ้าสะท้อนเข้ากับผืนน้ำในยามค่ำคืน ทำให้นางไม่อาจที่จะละสายตาจากภาพตรงหน้าได้แม้แต่น้อย หากเป็นโลกเก่าของหญิงสาวคงอดไม่ได้ที่จะจับโทรศัพท์ออกมาเพื่ออัปลงโซเชียลอวดเพื่อนแน่ๆ

“กลับกันเถอะ” ลี่หยางพูดขึ้นเมื่อพลุดอกไม้ไฟลูกสุดท้ายหายไป ซูเชี่ยวหันมามองที่ต้นเสียงและเดินตามหลังลี่หยาง

“อ่าวเย่วซือล่ะเจ้าคะท่านเจ้าสำนัก” ซูเชี่ยวพูดขึ้นเมื่อเดิมตามมาทันลี่หยาง

“เขาไปตั้งนานแล้ว เดินเร็วๆ หน่อย” ลี่หยางตอบเสียงเรียบ และก้าวเท้าสั้นลงเพื่อรอหญิงสาว ไปตอนไหนทำไมนางไม่รู้เรื่องกัน ซูเชี่ยวคิดในใจ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 30 กลับจวน

    ณ จวนแม่ทัพแม่ทัพซูเจิน และซูเชี่ยวเดินทางกลับเมืองหลวงพร้อมทุกคนในกองทัพ และแยกออกมาเพื่อกลับจวน เมื่อทั้งคู่ลงจากรถม้าก็เห็นซูเหวินและคนอื่นๆ มารอรับอยู่ด้านหน้าจวน“เชี่ยวเออร์” ซูเหวินร้องเรียกขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นซูเชี่ยวลงมาจาก รถม้า ซูเชี่ยวเดินเข้ามาหานาง และเมื่อมาถึงนางก็โดนสวมกอดทันที“ท่านแม่” ซูเชี่ยวเอ่ยขึ้นขณะที่โดนสวมกอด อบอุ่นจริงๆ นี่สินะที่เรียกว่าครอบครัว ด้วยหน้าตาที่งดงามและคล้ายนางขนาดนี้ ทำให้นางเข้าไปหาอย่างไม่ลังเล เมื่อเห็นท่านแม่ของร่างนี้นางจึงรู้ได้ทันทีว่าได้ความงามมาจากใคร นี่สินะที่เรียกว่างามล่มเมือง ขนาดอายุมากแล้วแต่ความสวยไม่ลดน้อยลงเลย“เชี่ยวเออร์ แม่คิดถึงเจ้าเหลือเกิน” แม่ทัพเจินที่เดินมาตามหลัง เมื่อได้ยินที่ฮูหยินพูดก็ยิ้มกว้างพลางเอ่ยเเซวฮูหยินของตัวเอง“คิดถึงเเค่เชี่ยวเออร์เท่านั้นหรือ สงสัยข้าจะตกกระป๋องซะแล้ว” ขณะที่เเม่ทัพเจินพูดก็ทำสีหน้าเศร้าสร้อยอย่างไม่จริง“ซูเหวินคารวะท่านพี่เจ้าค่ะ” ซูเหวินพูดขึ้นและย่อกายลงมาเล็กน้อย“เข้าไปในจวนเถอะ” ซูเจินพูดพลางโอบทั้ง 2 คนเดินเข้าไปภายในจวนแม่ทัพกว้างใหญ่ บริเวณโดยรอบร่มรื่น การตกแต่งสวนสวย

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 29 ครั้งนี้ข้าจะไม่เมาอีกแล้วท่านสำนัก

    ในที่สุดการเดินทางครั้งนี้ก็สิ้นสุดลง ลี่หยางและทุกคนเดินทางมาถึงกองทัพที่ชายเเดนเป็นที่เรียบร้อย เมื่อมาถึงด้านหน้าค่ายกองทัพ ก็เห็นทุกคนมารอรับอยู่แล้ว เมื่อทุกคนลงมาจากรถม้าและหลังม้าได้ก็เดินเข้าไปที่หน้าค่ายพร้อมกัน ซูเจินแม่ทัพใหญ่ที่ยืนรออยู่นานแล้ว ได้แต่ชะเง้อคอคอยดูอย่างร้อนรน เขาได้ข่าวว่าคณะเดินทางของสำนักวารีหยกถูกลอบทำร้ายก็ยิ่งทำให้เขายืนอย่างไม่เป็นสุข“คารวะท่านเเม่ทัพ” ลี่หยางพูดขึ้น และตามด้วยศิษย์คนอื่นๆ“คารวะเจ้าสำนักวารีหยก” ซูเจินพูดด้วยรอยยิ้ม เมื่อพูดเสร็จก็ชะเง้อหน้ามองหาใครคนใดคนหนึ่ง“เชิญๆ” ซูเจินกล่าวขึ้นจากนั้นเดินนำเข้าไปด้านใน ลี่หยางถูกพาเข้ามาในกระโจมหลักทันที ส่วนคนอื่นๆ ก็เพียงรอแค่ด้านนอก ลี่หยางเข้าไปไม่นานก็ออกมาจากกระโจม พร้อมกับแม่ทัพซูเจินด้วยเช่นกันซูเจินกวาดตามองเหล่าศิษย์ของสำนักวารีหยกเพื่อหาใครสักคน จนสายตาไปสะดุดหญิงสาวที่กำลังนั่งดื่มน้ำอยู่ จากนั้นรีบเดินไปหาด้วยความคิดถึง“เชี่ยวเออร์” ซูเจินพูดขึ้นมาทันทีที่เห็นซูเชี่ยว ทางด้านซูเชี่ยวที่เห็นอย่างนั้นก็หันมาตามทิศทางเสียง เป็นชายวัยกลางคนประมาณ 50 ต้นๆ ถึงอายุมากแล้วแต่กลับดูบึกบึ

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 28 ทนหน่อย ข้าจะทำแผลให้

    การเดินทางตลอด 2 วันที่ผ่านมาเพื่อเข้าเมืองหลวงก็สิ้นสุดลง เมื่อตอนนี้ทุกคนอยู่หน้าประตูเมืองหลวง รอการตรวจป้ายเข้าออก ตอนนี้บ้านเมืองยังอยู่ในสงคราม ทำให้ทหารที่ประตูเมืองต้องเคร่งครัดเป็นอย่างมาก แต่ในระหว่างที่พวกเขารอตรวจอยู่นั้น ได้มีทหารจำนวนหนึ่งตรงมาทางพวกเขา คนที่ขี่ม้านำหน้าสุดไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือชุนฮวา ทันทีที่นางมาถึงก็กระโดดลงจากหลังม้าทันที“ศิษย์ชุนฮวาคารวะอาจารย์” ชุนฮวากล่าวขึ้นเมื่อร่างกายถึงพื้น ลี่หยางเพียงพยักหน้ารับ เหล่าทหารกว่า 100 นาย ที่ไม่เคยเห็นชายหนุ่ม ขณะตามชุนฮวามาด้วยก็รู้สึกตกตะลึง เขาคืออาจารย์ของนางจริงๆ หรือ เหตุใดถึงยังดูหนุ่มถึงเพียงนี้ ชุนฮวามีความสามารถจนขนาดฝ่าบาทยังเอ่ยชมไม่หยุดปาก ยกนางเหนือเหล่าทหารทุกคน เอ็นดูนางเหมือนลูกสาวแท้ๆ ขนาดเมื่อเจอเชื้อพระวงศ์ยังไม่จำเป็นต้องคำนับ ยกเว้นฮองเฮาและฮ่องเต้ ด้วยอายุยังน้อยของชายหนุ่มทำให้เหล่าทหารเหล่านั้นอดดูแคลนลี่หยางไม่ได้ชุนฮวามองไปโดยรอบพบว่ามีชาวบ้านมากมายต่อแถวเพื่อเข้าวังหลวง เกรงว่าธุระด่วนที่นางจะบอกอาจารย์คงพูดตรงนี้ไม่ได้ ลี่หยางที่เห็นเช่นนั้นจึงพยักหน้าให้นางจากนั้นเดินนำเข้าไปในรถม้า

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 27 ข้าทำได้แล้ว

    วันนี้ก็ครบกำหนดเวลาที่ซูเชี่ยวต้องทำการทดสอบ เพราะพรุ่งนี้ทุกคนที่เข้าร่วมกับกองทัพที่เมืองหลวงต้องออกเดินทางแต่เช้า ซูเชี่ยวมาทดสอบที่ลานกว้างในการทดสอบอย่างครั้งที่แล้ว ครั้งนี้ศิษย์ทุกคนก็มาคอยให้กำลังใจนางเช่นเคย“สู้ๆ ศิษย์พี่” เสียงของศิษย์ที่มาเป็นกำลังใจเอ่ยเสียงตะโกนออกมา“เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว” เฟยซิ่นพูดขึ้นและนำลูกแก้วออกมาตรงหน้าหญิงสาว ซูเชี่ยวเดินเข้าไปหยุดที่หน้าเฟยซิ่นรองเจ้าสำนัก“ข้าขอให้เจ้าประสบความสำเร็จ และผ่านการทดสอบ” เฟยซิ่นพูดอย่างให้กำลังใจหญิงสาวและถอยห่างลูกแก้วออกไป 3 ก้าวซูเชี่ยวมองไปที่ลูกแก้วที่ลอยอยู่ในอากาศด้วยความมุ่งมั่น จากนั้นปล่อยพลังภายในออกมา ระหว่างมือนางปรากฏแสงสีขาว แต่ครั้งนี้เจิดจ้ากว่าทุกครั้ง แสงสีขาวที่หมุนรอบตัวนางหมุนแรงคล้ายพายุขนาดย่อม จนทำให้ตัวนางลอยขึ้นบนอากาศ เส้นผมพัดเป็นคลื่นด้วยเเรงมหาศาล จากนั้นลูกแสงพวกนั้น หมุนกันเป็นเกลียวขึ้นไปบนฟ้ารวมกันเป็นเเสงลูกใหญ่ และพุ่งลงมาที่ตัวหญิงสาวขณะลอยอยู่กลางอากาศ เมื่อเเสงสลายหายไปเกิดรูปผีเสื้อเล็กๆ สะท้อนแสงที่ระหว่างคิ้ว หญิงสาวค่อยๆ ทะยานลงสู่พื้นดินช้าๆ เมื่อเท้านางเเตะที่พื้นรูปผี

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 26 หยกนั้นช่วยข่มพลังธาตุไฟในกายเจ้า

    หลังกลับมาจากตำหนักหยกขาววันนั้นซูเชี่ยวก็เอาแต่ซ้อมตลอดเวลา จนแทบจะไม่ได้พักผ่อนร่างกาย อยากที่จะบรรลุถึงระดับ 60 เร็วๆ เพราะการเพิ่มระดับช่วง50-60 เป็นช่วงที่พลังภายในเพิ่มขึ้นยากที่สุดซูเชี่ยวพึ่งกลับมาจากตำหนักเมี่ยนเปาหลังจากทานอาหารกลางวัน นางคิดว่าจะกลับมางีบหน่อย ช่วงนี้หญิงสาวรู้สึกร่างกายเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก เมื่อนางเข้ามาในห้องก็พบกับขนมกุ้ยฮวาอยู่บนโต๊ะน้ำชา“ใครเอามาให้” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองออกมา จากนั้นยกจานที่ใส่ขนมขึ้นเพื่อจะชิมขนม แต่เมื่อยกขึ้นก็เห็นกระดาษโน้ตเล็กๆ“อย่าฝึกหนักจนเกินไป การพักผ่อนเป็นเรื่องสำคัญ” ซูเชี่ยวอ่านตามกระดาษโน้ตนั้น“ชื่อก็ไม่เขียน ใส่ยาพิษหรือเปล่าเนี้ย” ขณะที่พูดหญิงสาวก็ก้มลงไปสูดดมที่ขนมทันที แต่ก็ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรผิดปกติ จึงนั่งกินขนมด้วยความเอร็ดอร่อย จากนั้นจึงงีบนอนหลังกินขนมเสร็จ ซูเชี่ยวหลับไปกว่า 1 ชั่วยาม ตื่นมาอีกทีก็ยามอิ๋นแล้ว นางค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยความงัวเงียอยู่ แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าคือใบหน้าหล่อเหลาของเจ้าสำนักที่กำลังนั่งมองนางอยู่“เป็นไปไม่ได้” ซูเชี่ยวพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะขยี้ตาตัวเองเพื่อไล่อาการงัวเงียให้ห

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 25 วันทดสอบพลังภายใน

    การสอบเพื่อจบการศึกษาของสำนักวารีหยก แบ่งเป็นการสอบทฤษฎีและปฏิบัติ ในการสอบทฤษฎีศิษย์ทุกคนต้องมีคะแนนสอบมากกว่าครึ่งจึงถือว่าผ่าน ส่วนการสอบปฏิบัติเป็นการทดสอบพลังภายในที่ต้องเพิ่มขึ้นจากตอนแรกที่เข้ามาศึกษามากกว่า 60 ส่วนขึ้นไป ต้องผ่านการทดสอบทั้ง 2 อย่างนี้จึงถือว่าผ่านและสามารถจบการศึกษาได้ ฉะนั้น3 อาทิตย์ที่ผ่านมาศิษย์ทุกคนในชั้นปี 5จึงกระตือรือร้น และมักหมกตัวอยู่ที่ตำหนักใฝ่คุณธรรมเพื่อหาความรู้ใส่ตัว และบางคนก็ทบทวนความรู้ที่ผ่านมา ส่วนพลังภายในเป็นเรื่องที่ไม่มีศิษย์คนใดเป็นกังวลมากนัก เพราะตลอดระยะ 5 ปีที่ศึกษามาทุกคนต่างฝึกฝนมาอย่างดีจนบางคนเพิ่มขึ้นมาจนถึง 80 ส่วน แต่นั้นก็ยังเป็นพลังภายในขั้นกลางหรือขั้นสูง แต่ไม่ใช่กับซูเชี่ยวที่มีพลังขั้นสูงสุดการที่จะเพิ่มพลังภายในขึ้นได้ย่อมยากเย็นมากกว่าการเพิ่มพลังภายในขั้นกลางและขั้นสูง ถึงแม้ว่านางจะฝึกฝนอย่างหนักช่วงที่ฝึกกับเจ้าสำนัก แต่ตอนนั้นพลังนางก็ยังอยู่ระดับที่45 ฉะนั้นตลอด 3 อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ถึงนางจะฝึกฝนอย่างหนัก แต่ระดับพลังก็ยังไม่ถึง 60 ตอนนี้อยู่แค่ 53 เท่านั้นเหลืออีกแค่ 3 วันเท่านั้นที่จะถึงวันที่ทำการทดสอบ นางจ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status