مشاركة

บทที่ 4

last update تاريخ النشر: 2025-07-11 01:19:57

ในหมู่บ้านที่ถูกล้อมด้วยผืนฟ้ากว้างและคลื่นในมหาสมุทร พวกเขาอาจมีของทะเลให้กินไม่ขาดมือ แต่…

ความอุดมในรสชาติ ไม่ได้แปลว่าชีวิตอุดมในทุกสิ่ง

ใต้ตาข่ายที่ตากปลา บนลานหินหน้าบ้านแต่ละหลัง มีหมึกที่ถูกผ่าแผ่เนื้อจนแบนคล้ายปีกนก ปลาช่อนทะเลตากแดดเรียงเป็นระเบียบ หอยแห้ง กุ้งแห้ง ปลาเล็กปลาน้อย ทั้งหมดถูกแยกชั้นวางตากตามเวลาของแดด

ใช่…พวกเขามีอาหารทะเลกินไม่ขาดมือ แต่พวกเขารู้ว่า เมื่อเข้าสู่หน้าฝน…ทะเลจะกลายเป็นอสุรกาย คลื่นใหญ่จะกลืนเรือทุกลำ ลมจะกระชากเชือกทุกปม และเม็ดฝนจะทุบฟ้าจนไม่เห็นฝั่ง ใครออกเรือช่วงนั้น เท่ากับยกชีวิตถวายให้กับเจ้าแห่งมหาสมุทร

เช่นนั้น ทุกบ้านจึงต้องตากแห้งทุกอย่างเท่าที่จะตากได้ เพื่อเก็บไว้กินในวันที่ทะเลไม่ใจดี บ้างก็ใส่ไห บ้างก็มัดเป็นม้วน บ้างก็ฝังไว้ใต้เตียงเตา ทุกอย่างถูกเก็บราวสมบัติ เพื่อป้องกันไม่ให้คนในบ้านต้องหิวโหยในวันที่ออกหาอาหารไม่ได้

แต่สิ่งที่พวกเขาขาดแคลนที่สุดคือข้าวสาร ข้าวสารต่างหาก…คือของล้ำค่า

บ้านชาวประมง…ไม่มีนาข้าว มีเพียงทะเล และมือหยาบ ๆ ที่คอยงมเกลียวคลื่นหาอาหาร

"ข้าว" จึงต้องซื้อ ต้องนำของทะเลเหล่านั้นไปขายให้พ่อค้าคนกลางหรือสมาคมประมง ต้องแลกปลาสิบตัวกับข้าวสารแค่ถ้วยเดียว

หลังอาหารมื้อเย็นจบลงแบบเรียบง่าย เสี่ยวหนานช่วยแม่โจวล้างชามจนเรียบร้อย ก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านพร้อมสามีหมาด ๆ ของเธอ

เวลาราวหนึ่งทุ่มตรง เสียงลมหอบเบา ๆ จากทะเลพัดลอดเข้าทางหน้าต่างไม้เก่า ใบไม้พลิ้วไหวแผ่วเบา ขับกล่อมโลกทั้งใบให้เข้าสู่นิทรา ยกเว้นสองหัวใจที่ยังตื่นอยู่...บนเตียงเตาดินในห้องนอน

"พี่เปิดพัดลมให้นะ"

เสี่ยวหนานนั่งอยู่ที่ปลายเตียง สวมชุดผ้าฝ้ายลายดอกสีซีด ปล่อยผมดำขลับลงมาอย่างเป็นธรรมชาติ แสงตะเกียงสะท้อนดวงตาของเธอจนดูเหมือนจะมีประกายน้ำอยู่ข้างใน

"ขอบคุณค่ะ"

เมื่อเขาปูผ้านวมจนเรียบร้อยแล้ว สือซานก็หย่อนตัวลงข้าง ๆ เธอ มือทั้งสองวางไว้บนตักอย่างสุภาพเกินคาด

"คืนนี้...หนานหนานไม่ต้องกลัวนะ พี่จะไม่แตะต้องหนานหนานเด็ดขาด" เสียงเขานุ่มนวลแต่มั่นคง

เสี่ยวหนานหันขวับมามองเขา เรื่องอะไรกัน! เธอเข้าพิธียกน้ำชากับเขาแล้ว ถือว่าเขาเป็นสามีเธออย่างเต็มตัว ถ้าคืนนี้เขาไม่แตะต้องเธอ เธอก็ขาดทุนนะสิ อุตส่าห์ได้เกิดใหม่แถมยังมีสามีหล่อ ๆ ฝันไปเถอะว่าเธอจะพลาดโอกาสนี้!

"ทำไมล่ะ? ฉันไม่น่าพอใจเหรอ?"

"ไม่ใช่นะ!" เขารีบตอบแทบจะไม่ทัน

เธอขยับตัวเข้ามาใกล้ จ้องหน้าเขานิ่ง

"หรือว่าพี่รังเกียจฉันที่ฉันเคยไปอยู่บ้านหานมาก่อน?"

ดวงตาของสือซานเบิกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าแรง ๆ

"ไม่ใช่เลย...พี่แค่ไม่อยากบังคับเธอ พี่รู้ว่าเธอกับหานเจา...เคยรักกันมาก"

เสี่ยวหนานหัวเราะเบา ๆ เป็นเสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความเอ็นดูสามีของเธอ เขาช่างเป็นผู้ชายที่แสนดีอะไรขนาดนี้

"ซูเสี่ยวหนานคนเก่าน่ะ ตายไปแล้ว ที่พี่เห็นตอนนี้ คือคนใหม่ คนที่แต่งงานกับพี่แล้ว และไม่ต้องการให้พี่ลังเลอะไรอีก จากวันนี้ไปฉันอยากใช้ชีวิตกับพี่เหมือนสามีภรรยา เริ่มสร้างครอบครัวไปกับฉันได้ไหมพี่สือซาน"

เขานิ่ง มองใบหน้าเธอราวกำลังยืนยันว่าคำพูดนั่นเป็นเรื่องจริงใช่ไหม...เธออยากเริ่มต้นใหม่กับเขาจริง ๆ ใช่ไหม?

"หนานหนานน้องพูดจริงใช่ไหม?"

"ตั้งแต่คืนนี้ไป ฉันอยากเป็นเมียของพี่จริง ๆ อะไรที่ควรทำในฐานะผัวเมีย...เราก็ควรทำให้สมบูรณ์"

สือซานไม่พูดอะไรอีก รอยยิ้มของเขาชัดเจนว่ามีความสุขมากเพียงใด เขาเอื้อมมือแตะแก้มเธอเบา ๆ สัมผัสอบอุ่นระมัดระวังราวกับเธอเป็นแก้วบาง

ความเงียบระหว่างทั้งคู่แน่นิ่ง แต่เสียงหัวใจกลับดังลั่นในอก ริมฝีปากเขาแนบลงบนหน้าผากเธออย่างแผ่วเบา ไล่ลงมาที่ข้างแก้มและปลายคาง จนสุดท้ายริมฝีปากของเขาประทับลงบนริมฝีปากของเสี่ยวหนาน

เธอตอบรับด้วยความวางใจ ปลดปล่อยสิ่งที่เคยเก็บกดไว้มานาน ในราตรีที่เงียบงัน พวกเขาเรียนรู้กันและกันผ่านเสียงลมหายใจ รสจูบ และการกอดประคองกันอย่างโหยหา เสื้อผ้าถูกปลดออกทีละชิ้น ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สะท้อนผิวเนื้อนวลเนียน

มือของเสี่ยวหนานสอดเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ต ปลายนิ้วแตะผ่านแผ่นอกอุ่นร้อน แล้วลากช้า ๆ จนเจ้าตัวสะดุ้งเบา ๆ

"อย่าแกล้งพี่แบบนี้... มันทำให้พี่หยุดไม่ได้แล้วนะ"

"ใครให้พี่หยุดล่ะ" เสี่ยวหนานพูดออกมาอย่างท้าทาย

สือซานกัดฟันแน่น เขาผลักเธอลงเบาะอย่างไม่เบามือนัก แล้วขึ้นคร่อมร่างเธอด้วยแรงปรารถนาที่เขาไม่ได้ปิดบังอีกต่อไป

"งั้นคืนนี้... อย่าขอให้พี่อ่อนโยน น้องเริ่มก่อน น้องก็ต้องรับมันให้ได้"

เขากระซิบชิดข้างหู พร้อมเสียงหอบหายใจชื้นร้อน

มือของเขาไล้จากต้นแขนลงมาถึงสะโพก จงใจแตะในจุดที่ทำให้เธอสะดุ้ง จากนั้นก็วกกลับขึ้นมาปลดชั้นใจตัวจิ๋วของเธอ สือซานรู้... ว่าคนใต้ร่างพร้อมตอบสนองเขาแค่ไหน

"..."

"สวย สวยไปหมด สวยจนไม่รู้จะห้ามตัวเองยังไง"

เสียงพูดแผ่วเบาก่อนที่เขาจะกดจูบบนเนินอกอิ่ม ยอดจุกสีหวานที่แข็งตั้งเป็นตุ่มไตถูกปลายลิ้นสะกิดเบา ๆ แล้วครอบดูดเข้าปากร้อนอย่างเอาแต่ใจ

"อ๊ะ..โอ้ว"

นี่เหรอคือความรู้สึกของวาบหวามระหว่างชายหญิง ถึงตอนนี้เธอไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมหลาย ๆ คนถึงชอบเรื่องพวกนี้ มันรู้สึกดีแบบนี้นี่เอง

มือของสือซานเริ่มลุกล้ำเข้าจุดสงวนของภรรยาตัวน้อย ไม่นานร่างเปลือยเปล่าของทั้งคู่ก็หลอมรวมเป็นหนึ่ง อุณหภูมิในห้องสูงขึ้นเรื่อย ๆ เสียงเนื้อกระทบกันเริ่มดังขึ้นเมื่อเสี่ยวหนานปรับตัวได้

เสียงหอบหายใจดังสะท้อนทั่วห้อง เหงื่อเม็ดเล็กเริ่มผุดขึ้นตามกรอบหน้า เมื่อร่างกายของทั้งคู่เคลื่อนไหวไม่หยุดจนเหนื่อยหอบ มือกับปากของเขาไล่แตะทุกตารางนิ้วบนร่างเสี่ยวหนานราวกับจะจดจำให้ขึ้นใจ

คนที่อยู่ใต้ร่างก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เขายิ่งโถมแรงใส่ เธอก็หยัดกายสู้ไม่น้อยหน้ากัน เสียงครางหวาน ๆ ดังออกมาไม่หยุดทุกครั้งที่ถูกสัมผัสเสียวซ่านที่สามีมอบให้

กว่าไฟปรารถนาของครั้งแรกระหว่างทั้งสองคนจะมอดดับลงก็กินเวลาไปกว่าชั่วโมงครึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นเวลาตอนนี้ก็แค่ 3 ทุ่มเท่านั้น ไม่นานสือซานก็ลุกขึ้นมาทำหน้าที่สามีอีกครั้ง และอีกครั้ง

เสี่ยวหนานรู้แล้วว่าเธอไม่ควรท้าทายระบบสามี ยิ่งในยุคที่ไม่มีอะไรให้ดูในตอนนี้ ช่วงเวลากลางคืนที่ยาวนานพวกเขาจะทำอะไรกันได้นอกจากทำลูก...ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนโบราณถึงมีลูกหลานหลายคน

เช้าวันใหม่

เสี่ยวหนานลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมสามีในช่วงเช้ามืด กลิ่นอายทะเลที่ลอยมากับสายลมยามเช้ากระตุกปลายจมูกเธอเบา ๆ สือซานกับพ่อโจวพากันไปดูเรือและเตรียมตัวออกทะเลในช่วงบ่ายแก่ของวันนี้

เธอลุกจากเตียง สะบัดเสื้อคลุมบางให้เข้าที่ แล้วรีบตรงไปยังครัว ความคุ้นชินจากการบริหารร้านอาหารทำให้เสี่ยวหนานหยิบจับของใช้ในครัวได้อย่างคล่องแคล่ว สายตาเธอกวาดผ่านกะละมังใบใหญ่ซึ่งมีปลากับปูดิ้นอยู่ในน้ำอย่างมีชีวิตชีวา เธอยิ้มมุมปากน้อย ๆ พลางพึมพำ

"เอาล่ะ...วันนี้ทำอะไรให้ทุกคนกินดีนะ"

เธอเดินไปเปิดถังข้าวสาร ตรวจดูปริมาณภายในถังก่อนจะถอนหายใจยาว

"เฮ้อ ถ้าเอาข้าวที่ร้านมาได้คงจะดีไม่น้อย รอบล่าสุดสั่งไว้ตั้งเยอะ..."

คำพูดนั้นเพิ่งหลุดจากปากได้ไม่ถึงสองวินาที ข้าวสารถุงใหญ่ขนาด 5 กิโลที่มีตราสีแดงซึ่งเธอคุ้นเคยดียามสั่งมาสต๊อกไว้ในร้าน ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอย่างไร้ที่มา

"แม่เจ้า! นี่มันอะไรกันเนี่ย… ถุงข้าวเหมือนที่ฉันซื้อมาไว้ในร้านเลย…"

เธอยกมือป้องปาก ความตกใจทำให้ใจเต้นรัว

"หรือว่า… ฉะ…ฉันเอาของเหล่านั้นออกมาได้อย่างนั้นเหรอ? รึ...หรือฉันมีมิติ?"

ดวงตากลมเบิกโพลงอย่างไม่เชื่อสายตา เสี่ยวหนานลองยื่นมือไปแตะถุงข้าวอย่างลังเล… มันหนักและเป็นของจริง!

หัวใจเธอเต้นตึกตักขณะเดินไปยังตู้เก็บของเล็ก ๆ ที่มีแค่พริกแห้งกับน้ำปลา เธอหลับตา นึกถึงเครื่องปรุงกับผักสดในร้านอาหารของตน

"ขอแค่พอสำหรับวันนี้ก็พอ…"

ผลลัพธ์คือ กะหล่ำปลี กระเทียม ขิง พริก หอมแดง ต้นหอม และผักชีวางเรียงรายอยู่ตรงหน้าเธอทันที ราวกับมีเวทมนตร์

แต่เสี่ยวหนานไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังประตูห้องครัว โจวสือซานยืนตัวแข็งทื่อ ดวงตาเขาเบิกกว้าง สีหน้าสับสน

'เมื่อกี้…ฉันเห็นอะไรไปกันแน่?'

เดิมทีเขาจะไปเตรียมของที่เรือกับพ่อ แต่พ่อบอกว่าให้กลับมาดูเสี่ยวหนานเพราะเธอเพิ่งย้ายมาอยู่วันแรก กลัวว่าเธอจะไม่รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน เขาเดินไปหาที่ห้องแต่ไม่เจอเธอจึงเดินตามเสียงมาที่ครัว ทว่าไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นอะไรที่เหนือคำอธิบายแบบนี้

ในครัว เสี่ยวหนานเทข้าวสารใส่ถัง หุงข้าวเรียงเม็ดสวย จากนั้นเธอลงมือทำโจ๊กปูในหม้อดินกลิ่นหอมฉุย กับกะหล่ำปลีผัดปลาแห้ง

ระหว่างที่เธอหรี่ไฟและปาดเหงื่อที่หน้าผาก แม่โจวก็เดินเข้ามาพอดี เสื้อเปียกน้ำจากการซักผ้าเผยให้เห็นความเหน็ดเหนื่อย แต่รอยยิ้มของนางกลับอบอุ่น

"เสี่ยวหนาน ทำอะไรกินลูก? กลิ่นหอมเชียว"

"หนูทำโจ๊กปูกับกะหล่ำปลีผักปลาแห้งค่ะแม่ กับข้าวเสร็จพอดี เดี๋ยวหนูจะตั้งโต๊ะเลยนะคะ"

เสียงของเธอนุ่มนวลชวนฟัง สองมือไม่หยุดขยับ

"ได้สิ เดี๋ยวแม่จะช่วยอีกแรง" แม่สามีกับสะใภ้ช่วยกันตั้งโต๊ะอย่างขยันขันแข็ง

ระหว่างนั้น แม่โจวเดินไปเปิดถังข้าวสารเพราะนึกขึ้นได้ว่าอาจจะต้องไปซื้อมาเติม แต่พอเห็นข้าวเต็มถังก็ต้องหยุดชะงัก

"เสี่ยวหนาน… ลูกไปเอาข้าวพวกนี้มาจากไหน?"

เสี่ยวหนานหันมาพร้อมรอยยิ้มเจื่อน ๆ แต่ก็คิดคำตอบเอาไว้แล้ว

"หนูเอามาด้วยค่ะแม่ เมื่อเช้าเห็นว่าข้าวใกล้จะหมดก็เลยเอาออกมาเติม ต่อไปนี้เรื่องข้าวสารกับเครื่องปรุงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหนูเถอะค่ะ"

แม่โจวได้ยินแบบนั้นก็รีบส่ายหน้า นางไม่ได้คิดจะผลักภาระพวกนี้ไปให้สะใภ้ต้องแบกรับทั้งหมด

"โธ่เอ๊ย...พวกเราจะโยนเรื่องใหญ่ขนาดนั้นให้ลูกรับผิดชอบคนเดียวได้ยังไง เงินนี่เอาไว้ใช้จ่ายนะ อยากซื้ออะไรก็ซื้อ ถ้าหมดก็มาบอกแม่"

พูดจบนางยัดเงิน 20 หยวนใส่มือลูกสะใภ้ทันที เสี่ยวหนานอึกอักเล็กน้อยแต่ก็รับไว้ด้วยความซาบซึ้ง

"ขอบคุณค่ะแม่ หนูจะใช้จ่ายอย่างระวัง"

ไม่นาน โจวซินหน่วน หนูน้อยแสนซนก็แต่งตัวเสร็จแล้ววิ่งออกมากินข้าวด้วยท่าทีร่าเริง

"ว้าว! หอมจังเลย! หนูหิวแล้ว~"

"หน่วนหน่วนมาพอดี หนูไปบอกคุณปู่กับพ่อมากินข้าวได้แล้วนะลูก"

เสี่ยวหนานบอกลูกสาวไปเรียกพ่อโจวกับสือซานที่กำลังจัดเตรียมอวนอยู่หน้าบ้านให้มากินข้าว

"ได้เลยแม่จ๋า"

หนูน้อยออกไปเพียงครู่เดียวก็กลับเข้ามาพร้อมพ่อกับปู่ ทุกคนในบ้านโจวนั่งล้อมโต๊ะกันพร้อมหน้า พ่อโจวชิมกับข้าวแล้วนิ่งไปพักใหญ่ จากนั้นเขาเงยหน้ามองลูกสะใภ้ด้วยแววตาจริงจัง

"ถ้าทำขายที่ท่าเรือต้องขายดีมากแน่ ๆ รสชาติดีขนาดนี้พ่อยังไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน"

เสี่ยวหนานได้ยินเช่นนั้นก็ตาลุกวาว ในที่สุดเธอก็พบช่องทางทำมาหากินแล้ว

"ถ้าหนูอยากทำอาหารขายจริง ๆ พ่อ แม่ พี่สือซานจะว่าอะไรไหมคะ?"

ทุกคนหันไปมองหน้ากัน สีหน้าครุ่นคิดแต่ไม่นานก็ยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู

"อาหารนะพ่อไม่กังวลหรอกเพราะบ้านเรามีเรือเป็นของตัวเอง แต่เรื่องข้าวนี่สิ กิโลนึงตั้ง 4-5 หยวน มันจะคุ้มเหรอลูก"

"พ่อไม่ต้องกังวลค่ะ หนูมีแหล่งที่ซื้อได้ในราคาถูก อีกอย่างหนูก็ว่างงานแล้วก็อยากช่วยทุกคนหารายได้เข้าบ้าน"

เสี่ยวหนานพูดด้วยแววตาแน่วแน่

"เอาเถอะ ถ้าเสี่ยวหนานอยากทำพ่อก็สนับสนุน ยังไงวัตถุดิบหลักบ้านเราก็หามาเอง ยังไงก็ลดต้นทุนลงได้เยอะ" พ่อโจวกล่าว

"เสี่ยวหนานอยากทำอะไรพี่สนับสนุนทุกอย่าง ขอแค่มีเรื่องอะไรให้บอกพี่ตรง ๆ อย่าปิดบังกัน"

โจวสือซานที่นั่งฟังเงียบ ๆ เอ่ยขึ้น แต่เสี่ยวหนานที่ฟังอยู่กลับรู้สึกว่าคำพูดนั้นมันซ่อนความนัยบางอย่างเอาไว้ เขาคงไม่ได้เห็นเธอเอาของออกมาจากมิติหรอกนะ

"ตกลงค่ะ งั้นระหว่างนี้หนูจะไปดูร้านที่ท่าเรือ แล้วก็ทำอาหารหลาย ๆ อย่างให้ทุกคนช่วยชิมด้วยนะคะ"

"ได้สิลูก อ้อ…ทำแบ่งไปให้บ้านซูด้วยนะ ส่วนเงินลงทุนเดี๋ยวแม่จะออกช่วย" นางโจวยิ้มพลางจับมือลูกสะใภ้

"ที่ผมก็มีครับแม่ เงินของพ่อกับแม่เก็บไว้ให้หน่วนหน่วนเถอะ ผมจะดูแลเมียของผมเอง"

โจวสือซานพูดหน้าตาเฉย แต่ทำให้แม่พ่อหัวเราะร่วนในความหลงเมียของลูกชาย

หนูน้อยซินหน่วนก็ดูจะไม่สนใจบทสนทนาผู้ใหญ่เลยสักนิด เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตากินโจ๊กปูอย่างเอร็ดอร่อย

"อร่อยมากเลยแม่จ๋า~ พรุ่งนี้หนูขอกินแบบนี้อีก"

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 95

    ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน หน่วนหน่วน หยวนเปา หยวนเป่ย ต่างก็วิ่งตรงไปยังห้องนอนของตัวเองอย่างกระตือรือร้น ไม่นานนัก พวกเขาก็ปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมกับข้าวของพะรุงพะรัง ทั้งตุ๊กตาตัวโปรด ของเล่นชิ้นโปรด สมุดวาดรูป สมุดเขียน และดินสอสีสารพัดสีสัน แต่ละคนขนออกมาจากห้องของตัวเอง แล้วนำมากองรวมกันที่ห้อ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 94

    หน่วนหน่วน เห็นอุปกรณ์ไฟฟ้าในห้อง ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ เธอจึงเดินเข้ามาใกล้ ๆ แล้วเตือนสองพ่อลูกด้วยความเป็นห่วง "คุณลุงคะ น้องอิงลั่ว ถ้าจะใช้กระทะไฟฟ้าหรือกาน้ำร้อน ห้ามใช้ช้อนที่ทำจากสเตนเลสหรือเหล็กลงไปสัมผัสโดยตรงเด็ดขาดนะคะ ให้ใช้กระบวยที่มีด้ามจับแบบนี้แทน ไม่อย่างนั้นไฟจะดูดเอาได้ ไฟดูดน

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 93

    เธอเริ่มแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและเป็นกันเองเซ่าเวินเงยหน้าขึ้นมองเสี่ยวหนานด้วยความเกรงใจ เขาวางตะเกียบลงแล้วตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเครือ "ผม...ผมชื่อเซ่าเวินครับ นี่ลูกสาวของผม เซ่าอิงลั่ว พวกเราเป็นคนกว่างโจวครับ" เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาให้เสี่ยวหนานฟังด้วยความเจ็บ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 92

    ในระหว่างนั้น เสี่ยวเปากับอันเจ๋อ ก็ช่วยกันยกถาดอาหารที่แม่ตักให้มาวางไว้ที่โต๊ะ อาหารร้อน ๆ กลิ่นหอมฟุ้งเต็มโต๊ะไปหมด ส่วน เสี่ยวเป่ย ก็รีบไปหยิบน้ำอัดลมที่เพิ่งซื้อมาพร้อมกับนมอีก 4 กล่อง รวมถึงขนมปังที่แม่เตรียมไว้ให้เป็นขนมของพวกเขา เสี่ยวเป่ยก็แบ่งส่วนหนึ่งมาวางไว้ให้ด้วยพอหน่วนหน่วนพาสองพ่อลู

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 91

    ห้าปีต่อมาห้าปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันคือปี ค.ศ. 1988 ซูจื่ออัน เรียนจบจากมหาวิทยาลัยชิงหัวมาได้สักพักใหญ่แล้ว ด้วยความรู้และความสามารถที่ร่ำเรียนมา เขาได้เข้ามาช่วยงานในโรงงานของพี่สาวอย่างเต็มตัว โรงงานแห่งใหม่ ของ ซูเสี่ยวหนาน กำลังเริ่มก่อสร้างบนที่ดินที่เธอซื้อสะสมไว้ ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 90

    สายตาของพนักงานสาวมองผ่านเพียงแค่วูบเดียว ก็ทำให้กิริยาของพนักงานเปลี่ยนไปในทันใด เธอกะพริบตาถี่ รีบยกมือขึ้นประสานพร้อมโค้งตัวเล็กน้อย"เชิญคุณลูกค้าทางนี้เลยนะคะ ห้องพิเศษของเราพร้อมแล้วค่ะ!"พนักงานผายมืออย่างนอบน้อม แล้วเดินนำแขกกลุ่มใหญ่ผ่านโถงกลางร้านเข้าไปยังห้องส่วนตัวที่จัดไว้โดยเฉพาะสำหรับ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 86

    "หน่วนหน่วนยิ่งโตก็ยิ่งเก่ง ยิ่งน่ารัก.." เสี่ยวหนานกล่าว"แน่นอนสิ ก็น้องสอนมาเองกับมือ จะไม่ดีได้ยังไง" สือซานตอบกลับพร้อมกับรับขวดนมไปให้ลูก ๆสองปีต่อมาเวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันคือปี ค.ศ. 1985 ซูจื่ออัน กำลังศึกษาอยู่ในชั้นปีที่ 3 ของมหาวิทยาลัยชิงหัว เขาแทบไม่มีเวลาได้กลับบ้านเลยใ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 83

    แสงจันทร์สีนวลสาดส่องเข้ามาในห้องนอนของเสี่ยวหนานและสือซาน ส่องกระทบผ้าม่านบางเบาที่พลิ้วไหวตามแรงลม เสี่ยวหนานนั่งอยู่ริมหน้าต่าง พลางเหม่อมองออกไปยังดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้า ดวงตาของเธอฉายแววครุ่นคิด ความสำเร็จทางธุรกิจในวันนี้ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกสุขใจได้อย่างเต็มที่ ในใจของเธอเต็มไปด้วยคำ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 81

    ที่โรงพยาบาล ทันทีที่รถของสือซานจอดสนิทที่ทางเข้าห้องฉุกเฉิน บุรุษพยาบาลก็รีบเอารถเข็นมารับร่างของคนป่วย แล้วพาเสี่ยวหนานเข้าไปยังห้องฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว ทีมแพทย์และพยาบาลเข้ามารับช่วงต่อทันที พวกเขาพยุงร่างของเสี่ยวหนานขึ้นนอนบนเตียงเข็น และพาเธอเข้าไปในห้องตรวจ หลังจากเก็บรถเสร็จสือซานก็รีบมายืน

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 76

    หลายสัปดาห์ต่อมา การสอบเกาเข่าผ่านพ้นไปด้วยดี ซูจื่ออัน ได้คะแนนสอบมากถึง 748 คะแนน ถือว่าสูงสุดในเมืองเยี่ยนเทียนแถมยังได้ประกาศนียบัตรจากการแข่งขันระดับมณฑล จนได้รับหนังสือเชิญเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยหลายแห่ง วันนี้เป็นวันที่จื่ออันจะต้องเดินทาง เขาเลือกแล้วว่าจะเรียนที่ มหาวิทยาลัยชิงหัว ครั้งนี้

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status