공유

แผนลวง 1

last update 최신 업데이트: 2026-01-16 17:47:21

คนที่น้ำท่วมปากเอ่ยสิ่งใดไม่ได้ก็ได้แต่เอ่ยคำลา กลับขึ้นรถม้าและมุ่งหน้ากลับจวน แม้กลับมาถึงจวน ซุนเจิงก็ไม่พูดไม่จากับใคร มุ่งหน้าไปยังห้องหนังสือ นั่งอ่านทุกอย่างด้วยความรอบคอบ รัชทายาทต้องการเงิน แต่บัดนี้ไม่อาจผิดราชโองการเก็บส่วยจากชาวบ้านได้ แล้วจะเหลือสักกี่ทางกัน

หนึ่ง...เก็บจากชาวบ้านไม่ได้ก็ต้องไปเก็บกับขุนนาง เช่นนั้นแล้วขุนนางย่อมไม่พอใจ ตำแหน่งรัชทายาทอาจสั่นคลอน ตัวเขาอาจโดนหมายหัวและรับโทษตายจากเจ้าของแผ่นดินนี้โดยทันที

สอง...คือล้มราชโองการของโอรสสวรรค์ รีดไถจากชาวบ้านเพื่อให้กรมคลังมีเงินมากพอตามที่รัชทายาทต้องการ ซึ่งข้อนี้ซุนเจิงปัดตกไปอย่างไม่ไยดี นี่ไม่ใช่เรื่องที่ชาวบ้านจะต้องมารับผิดชอบเลย ดังนั้นเขาจะไม่ทำเป็นอันขาด

สาม...คือสั่งให้รัชทายาทรอ ตามวิสัยแล้วหากอยากได้สิ่งใด แต่ทรัพย์ไม่เพียงพอ มนุษย์ปุถุชนก็ต้องรอจนกว่าจะมีเงินไม่ใช่หรือ และซุนเจิงก็ไม่ได้คิดว่าจักรพรรดิหรือรัชทายาทเป็นโอรสที่มาจากสวรรค์ จะจักรพรรดิหรือองค์ชายก็เป็นคน เช่นนั้นไยจะอดทนรอไม่ได้ แต่ถ้าเขาพูดออกไป อัครเสนาบดีคงคิดว่าเขาวิกลจริตเป็นแน่ ดีไม่ดีเมื่อความถึงรัชทายาท เขาอาจโดนตัดหัวเสียบประจานก็เป็นได้ และจะเหลือสิ่งใดให้เขาได้ทำบ้างเล่า

นั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างหนักใจ นึกหาทางออกในเรื่องนี้ เรียกได้ว่าเป็นงานรับน้องใหม่ที่หนักเอาการ แต่ทว่าเสนาบดีซือจงเอ่ยกับเขาและหยางขุยเพียงแค่สองคน ตัวหยางขุยเอ่ยอย่างปลงตกก่อนหน้านี้ไปแล้วว่าพยายามหาทางออกแต่ไม่เป็นพ้น ดังนั้นจึงดูเหมือนว่าเขาอาจเป็นความหวังสุดท้ายของกรมคลัง

หากหาทางออกไม่ได้แล้วจะทำอย่างไร จักรพรรดิจะยุบกรมคลังหรือก็คงไม่ใช่ ตำแหน่งภายในทั้งหลายอาจเกิดการสับเปลี่ยนได้ภายในพริบตา แต่จักรพรรดิโปรดปรานการมีขุนนางที่ฉลาดไม่ใช่หรือ เช่นนั้นแล้วการกำจัดขุนนางให้พ้นทางคงไม่ได้ประโยชน์อันใดนอกจากความสะใจชั่วครู่ชั่วคราว กระนั้นก็อาจจะเหมือนการเชือดไก่ให้ลิงดูก็เป็นได้ ว่าต่อให้ฉลาดปานใด หากทัดทานอำนาจของเชื้อพระวงศ์ อำนาจที่พระองค์หยิบยื่นให้นั้นจะทรงทวงกลับคืนเมื่อใดก็ได้ จักรพรรดิแห่งแผ่นดินนี้จะกระทำเช่นนี้หรือไม่นะ

เอาแล้วสิซุนเจิง เพิ่งจะเกิดใหม่ได้ไม่กี่วัน เงาหัวจะหายไปอีกแล้วหรือ...

“ใต้เท้า ฮูหยินให้มาตามขอรับ” นั่งคิดอยู่นานสองนานบ่าวรับใช้ก็เดินก้มหน้ามาตาม

ซุนเจิงถอนหายใจ ในเมื่อหาทางออกเรื่องนี้ยังไม่ได้ นั่งจมปลักไปก็ใช่ว่าจะเจอคำตอบ อย่างไรเสียตะวันก็ยังไม่ตกดิน ฉะนั้นเขายังมีเวลา

เขาไปหาเหอลี่อิงอย่างที่เธอต้องการ บัดนี้เธอกำลังง่วนอยู่ที่โต๊ะ จัดการกับอาหารมากมายที่เขาเองก็แปลกใจ เขาสั่งเพียงน้ำแกงเพียงถ้วยเดียว แต่ว่าภรรยากลับเตรียมไว้มากกว่านั้น

“ต้มน้ำแกง แต่ได้ปลาตัวใหญ่ขนาดนี้เชียวหรือ” ซุนเจิงเอ่ยเย้าแหย่ โบกมือให้บ่าวรับใช้ทั้งหลายออกไปให้พ้นจากห้อง เหลือเพียงสองคนจึงเริ่มสนทนากันตามปกติ

“ไม่มีอะไรทำน่ะ เบื่อๆ เลยทำอาหารไปเรื่อย รู้ตัวอีกทีก็เต็มโต๊ะแบบนี้” เหอลี่อิงเอ่ยอย่างราบเรียบ “แล้วทำไมจึงกลับเร็ว ฉันนึกว่าคุณจะกลับมาค่ำมืดเสียอีก”

“เอางานมาทำที่นี่น่ะ”

“ไปวันแรกก็ได้งานกลับมาเชียวหรือ”

“ใช่ งานใหญ่เสียด้วย”

“หืม?! งานอะไรกัน” เหอลี่อิงเอ่ยอย่างใคร่รู้

ซุนเจิงเหลือบมองอากัปกิริยานั้นก็ลอบยิ้ม และไม่ได้คิดปิดบังเรื่องใด แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้เช่นกัน

“งานราชการ ปกติเธอไม่ถามฉันเกี่ยวกับงานราชการไม่ใช่หรือ”

“ฉันว่าไม่เหมือนกันเสียหน่อย ตอนนั้นงานของคุณคนอื่นรับรู้ไม่ได้ เพราะมันหมายถึงความปลอดภัยของคุณกับครอบครัว แต่ที่นี่ฉันว่าเรามีกันแค่สองคน”

ซุนเจิงสะดุดกับคำพูดเหอลี่อิง มีกันเพียงสองคนอย่างนั้นหรือ คงจะจริงอย่างที่เธอกล่าว เขาจึงเริ่มอธิบายถึงสิ่งที่ประสบพบเจอมาในวันนี้ เมื่อเล่าจบเหอลี่อิงก็ตะลึงงันไปทันที

“เป็นเธอจะเลือกทางไหนล่ะ ฮูหยินซุน” ซุนเจิงเอ่ยเย้าแหย่ราวกับเรื่องที่พบเจอนั้นเล็กน้อย แต่ครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เหอลี่อิงรับรู้งานที่เขาได้รับมา ปกติแล้วเขาไม่เคยเอ่ยเรื่องใดให้เธอฟังเลย นอกเสียจากทนไม่ไหวจริงๆ

ด้วยความที่เป็นทหาร แต่ตำแหน่งของเขากลับอยู่ที่กองกำลังพิเศษ หน้าที่การงานจึงไม่ปกติเหมือนนายทหารคนอื่นๆ ทุกอย่างต้องเป็นความลับเพื่อความปลอดภัยของครอบครัว ของตัวเขาเอง หรือแม้แต่เหอลี่อิงเองก็ตาม เพราะฉะนั้นการไม่รับรู้อะไรเลยจึงดีที่สุด

“จักรพรรดิที่นี่ชอบขุนนางฉลาดไม่ใช่หรือ เช่นนั้นเขาอาจจะไม่ทำอะไรคุณในเรื่องนี้ก็ได้”

“แล้วฉันจะไม่ทำอะไรเลยอย่างนั้นหรือ ฉันจะตีหน้าเซ่อบอกปัดพระประสงค์ขององค์รัชทายาทอย่างนั้นน่ะหรือ หากไม่ได้จริงๆ ก็ควรหาทางหนีทีไล่เอาไว้ด้วย ไม่อย่างนั้นเธอได้เป็นหม้ายอยู่ที่นี่คนเดียวแน่ยายแก่”

ซุนเจิงพูดเย้าแหย่ แต่เหอลี่อิงไม่ได้รู้สึกขบขันแต่อย่างไร เธอยังคงนั่งนิ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความวิตก “แล้วคุณคิดได้หรือยังว่าต้องทำยังไง”

“ที่คิดได้มันก็เสี่ยงหน่อย แต่ยังดีกว่าปล่อยผ่านไป อย่างไรเรื่องนี้ก็กระทบกันหมด ตั้งแต่จักรพรรดิ ขุนนาง รวมถึงชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว เราต้องหยุดเรื่องทั้งหมดก่อนที่ปัญหาจะตกไปอยู่กับชาวบ้าน”

“แล้วคุณ...”

ซุนเจิงมองใบหน้าของเหอลี่อิงที่ดูเหมือนจะพูดอะไรออกมา แต่สุดท้ายเธอก็ไม่พูด เพียงส่งยิ้มจางๆ มาเท่านั้น

“อย่างนั้นคุณคิดจะทำอะไรก็ทำเลย ฉันไม่ห้ามหรอก”

เขามองเหอลี่อิงอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพยายามจะสื่อออกมา มีเพียงเท่านี้น่ะหรือที่เธอจะบอก แต่เขาก็ไม่อยากไล่เค้นเอาความจากเธอไปมากกว่านี้ เพราะตอนนี้เขามีเรื่องที่จะต้องทำอีกมากทีเดียว

“อืม...ขอบใจ” ซุนเจิงที่ไม่ค่อยได้เจอสถานการณ์แบบนี้ในสถานะสามีภรรยา ก็ทำตัวไม่ถูกเช่นกัน เขาจึงทำได้แค่ตอบรับและเอ่ยขอบคุณเท่านั้น “อย่างนั้นเธอเตรียมชุดเข้าวังให้ฉันหน่อย”

ตะเกียบในมือของเหอลี่อิงร่วงหล่นอย่างง่ายดายราวกับไร้สิ้นเรี่ยวแรง แม้แต่ตะเกียบยังจับไว้ให้มั่นไม่ได้ แต่กระนั้นซุนเจิงก็ไม่ได้อธิบายหรือปลอบให้เธอสบายใจแม้แต่น้อย ดังนั้นเธอจึงลุกไปจัดการอย่างที่เขาบอก

ซุนเจิงมองสตรีที่ลุกออกไป ใช่ว่าเขาไม่หนักใจในเรื่องนี้ ทั้งเขาและเหอลี่อิงอาจเรียกได้ว่าตายไปแล้วทั้งคู่ แต่ก็ยังพอมีโชคได้มามีชีวิตอีกครั้ง ซึ่งเหมือนว่าการมีชีวิตครั้งนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องดีของเขาเสียทีเดียว หากมีชีวิตอย่างชาวบ้านธรรมดาก็ว่าไปอย่าง แต่ซุนจ้าวเฟิงไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา กลับเป็นถึงขุนนาง เขาไม่อาจละทิ้งหน้าที่ได้ ความรู้สึกผิดจึงหวนมาเล่นงานซุนเจิงอีกครั้ง ด้วยว่าชีวิตก่อนหน้านี้เขาเป็นทหาร จึงไม่อาจมอบชีวิตอย่างปกติสุขให้เธอได้ และในครั้งนี้เขาก็อาจจะมอบสิ่งที่เรียกว่าความปกติสุขให้เธอไม่ได้อีกเช่นกัน สุดท้ายแล้วงานใหญ่ที่ได้รับอย่างไม่ทันตั้งตัวนั้น เขาจะต้องรับผิดชอบด้วยตนเอง...

이 책을.
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ณ อนันต์    องครักษ์ที่ฝากตัวเป็นศิษย์

    “แต่ข้างานเยอะเหลือเกิน หากสอนท่านราชองครักษ์อีก เห็นทีว่าจะไม่มีเวลาอยู่กับฮูหยินเลยกระมัง” แม้จะกล่าวกับราชองครักษ์ที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ทว่าซุนเจิงกลับมองไปยังเหอลี่อิงอย่างไม่วางตา เสียงลอดไรฟันแสดงชัดว่าเขาไม่พอใจการมาของเหอลี่อิงอยู่มากเอาการ“อย่างไรเราก็เจอกันทุกวันไม่ใช่หรือ ท่านเองก็เก่งกาจ ความเก่งของท่านอาจจะไร้ค่าก็เป็นได้ หากไม่ถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้เอาไปใช้ประโยชน์บ้าง ท่านจะหวงไว้ทำไมกัน ประเดี๋ยวก็แก่เฒ่าไม่มีเรี่ยวแรงแล้ว ถึงเวลานั้นท่านจะใช้กำลังเช่นตอนนี้ก็ไม่ได้ แต่หากท่านสอนให้แก่ผู้อื่นก็ยังได้ชื่นชมลูกศิษย์ของท่าน”“ข้าคงไม่แก่เร็วขนาดนั้น ฮูหยินขี้กังวลเกินไปแล้ว”“ใต้เท้าซุน...” เสียงเรียกลอดไร้ฟันของเหอลี่อิงทำเอาชายชาตรีที่กัดฟันสู้เถียงกับภรรยามานานสองนานเริ่มเสียวสันหลังขึ้นมาอย่างไรชอบกล “ข้าขอถามท่านอีกครั้ง ว่าท่านจะสอนการต่อสู้ให้แก่ท่านราชองครักษ์ไหม”“เหตุผลล่ะ?” คนที่รู้สึกเหมือนถูกต้อนให้จนมุมได้แต่ลอบกลืนน้ำลายและเอ่ยถามออกไป“เพราะคุณต้องการทีม...” เหอลี่อิงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่เบาราวกับกระซิบไม่ให้แขกผู้มาเยือนถึงที่ได้ยิน เธอมองใบหน้าของบุ

  • ณ อนันต์    แขกที่มาหาถึงที่จวน

    ส่วนซุนเจิงก็เดินเข้าไปหาราชองครักษ์ของรัชทายาทที่จิบน้ำชาอย่างสบายใจ ด้วยรอยยิ้มประหนึ่งว่าที่นี่คือจวนของตนเอง ไม่รู้ว่ายายเหอลี่อิงพูดกับไอ้หนุ่มนี่ไปขนาดไหนกัน ถึงได้นั่งยิ้มเหมือนคนบ้าเช่นนี้ คิดแล้วมันก็น่านัก! คราวที่แล้วเขาไม่น่าออมมือให้ชายคนนี้เลย ไม่น่าเลยซุนเจิง!“ใต้เท้า” แขกผู้มาเยือนโค้งกายคำนับเล็กน้อย ด้วยว่าอายุทั้งสองนั้นไม่ได้ต่างกันมากมาย แต่คนที่อายุไม่ต่างกันทั้งยังเป็นเจ้าของบ้านกลับเมินใส่การทำความเคารพเมื่อครู่ สาวเท้าไปนั่งพร้อมทั้งรินน้ำชาขึ้นมาดื่มราวกับไม่ใส่ใจแขกที่มาเยือนถึงจวนแม้แต่น้อย“วันนี้ที่ข้ามาหาใต้เท้าถึงจวน ก็เพราะองค์รัชทายาทมีรับสั่งว่าช่วงนี้ท่านคงมีเรื่องยุ่งเป็นแน่ จึงไม่ได้เข้าไปรายงานข่าวคราวให้พระองค์ทราบ ดังนั้นจึงส่งข้ามาแทน”ราชองครักษ์ซึ่งได้รับมอบหมายหน้าที่มารายงาน แต่บุรุษที่ได้รับฟังกลับเอาแต่นิ่งเฉย สนใจจอกน้ำชาในมือมากกว่าเขาที่เป็นคู่สนทนาเสียอีก“ใต้เท้า ใต้เท้าขอรับ”“หืม...น้ำชาเย็นชืดขนาดนี้ ท่านยังดื่มด้วยรอยยิ้มได้ เห็นทีว่าท่านจะเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย”“เอ่อ...ขอรับ เมื่อครู่ที่ข้าพูดไป”“มีเรื่องจริงอย่างที่องค์รัชทา

  • ณ อนันต์    เรื่องที่คิดไม่ตก

    “ไม่รอฟังคำขอโทษของเขาหน่อยหรือ ที่เขาว่าคุณไปเมื่อครู่นี้น่ะ” เหอลี่อิงที่ถูกรั้งตัวออกมาเอ่ยถามชายหนุ่มที่มีใบหน้าเรียบนิ่ง“ไม่จำเป็น เขาจะคิดอย่างไรก็ช่าง นั่นไม่ใช่หน้าที่ฉันเสียหน่อย”“แล้วคุณจะเอาอย่างไรต่อ เรื่องนี้เหมือนจะไม่ง่ายเลยไม่ใช่หรือ”“ใช่ เป็นไปไม่ได้ที่เรื่องใหญ่ขนาดนี้ขุนนางทั้งหลายจะไม่รู้ เพราะจักรพรรดิมีราชโองการชัดเจนในการจัดสรรที่ดิน แต่นี่อะไร ไม่มีใครเปิดปากถึงเรื่องนี้เลย เป็นไปได้ว่าจะเป็นพรรคพวกเดียวกัน ฉันเลยไม่พยายามทำตัวตื่นข่าว ประเดี๋ยวพวกนั้นจะไหวตัวทันเสียก่อน”“แล้วคุณจะบอกเรื่องนี้แก่รัชทายาทไหม” เมื่อเหอลี่อิงถามจบ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอที่เล็ดลอดออกมา“ก็ลองดูว่าหูตาของรัชทายาทเป็นเช่นไร อายุมากแล้วก็แบบนี้ ทำงานตามระเบียบ ซื่อสัตย์ตามระบอบอะไรแบบนั้น ฉันไม่ชอบเท่าไหร่”“อะไรกัน คุณอยู่ในร่างหนุ่มขนาดนี้แล้วยังบ่นว่าตัวเองแก่อีกหรือ”“ก็เหมือนที่เธอตายด้านแล้วยังไงล่ะ” ซุนเจิงมองสตรีที่เริ่มชักสีหน้าอีกหนเมื่อเขาเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มยียวน “มาคิดดูแล้วก็คงจะจริง ฉันแทบจะนอนแก้ผ้าอยู่บนเตียงอยู่รอมร่อ เธอยังนอนเฉยๆ ได้ถึงเช้า”“คุณก็นอนถอดเสื้

  • ณ อนันต์    ตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้ ท่านเห็นใต้เท้าไม่เต็มใจช่วยท่านหรือ

    มีเด็กวิ่งอยู่ในจวนนับว่าสร้างชีวิตชีวาให้แก่คนชราที่อยู่ในร่างของหนุ่มสาวอีกครั้งหนึ่ง ซุนเจิงมองเจ้าเด็กที่พอหายป่วยก็วิ่งวุ่นไปทั่วจวน โดยที่เขาไม่เอ่ยห้ามหรือดุเจ้าเด็กซนคนนี้แม้แต่น้อย“หยุดเล่นได้แล้วเสี่ยวหยู”ซุนเจิงเลิกคิ้วเมื่อได้ยินเสียงบิดาของเด็กน้อยที่เริ่มเกาะต้นไม้ ทำทีท่าว่าจะปีนขึ้นไปเป็นลิงเป็นค่าง“ข้าละอายเหลือเกินที่ทำให้ใต้เท้าวุ่นวายเช่นนี้”ซุนเจิงโบกมือไม่สนใจสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวว่าวุ่นวาย เชื้อเชิญให้แขกนั่งลงดื่มน้ำชาร่วมกับตน“เด็กก็แบบนี้ ช่างเขาเถิด” ซุนเจิงบอกปัดอย่างไม่ใส่ใจ “เรื่องของท่าน ข้าไปตรวจสอบดูแล้ว เห็นทีจะไม่ใช่เรื่องง่ายและคงต้องใช้เวลานานพอสมควร ข้าเห็นท่านควรกลับไปรอฟังข่าวที่บ้านจะสมควรกว่า เพราะอยู่นี่หากมีคนรู้เข้า ท่านจะเดือดร้อนเอาได้ และคราวนี้ท่านอาจจะไม่มีโอกาสได้ที่นากลับมาอีกเลย”เรื่องนี้ยิ่งตรวจสอบยิ่งได้รู้ว่าทุกอย่างนั้นมีข้อสงสัยมากกว่าที่ซุนเจิงคิด และการที่ครอบครัวนี้อยู่ในจวนของเขานั้นไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะครอบครัวนี้จะอยู่ในที่แจ้งและโดนทำร้ายกลั่นแกล้งได้ง่ายขึ้นกว่าเก่า แต่บุรุษตรงหน้าไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพยายามจะสื่อ

  • ณ อนันต์    ข้อร้องเรียนจากชาวบ้าน

    “ข้าไม่รู้หนังสือ นายอำเภอเอาอะไรมาให้ข้าประทับนิ้วมือก็ไม่ทราบ แต่วันรุ่งขึ้นเขาก็อ้างว่าตนเป็นเจ้าของที่นาของข้าไปแล้ว นายท่าน เช่นนี้ข้าถูกหลอกใช่หรือไม่ขอรับ!”“แล้วนายอำเภอหลอกลวงเอาที่นาของท่านเพียงผู้เดียวหรือของคนอื่นด้วย”“หลายครอบครัวอยู่ขอรับ พวกเขาไม่กล้ามาร้องเรียน แต่ข้าทนไม่ไหวเพราะว่าลูกยังเล็ก ทำงานแทบตายแต่ไม่เหลือเงินแม้สักตำลึงไว้จุนเจือครอบครัว เช่นนี้แล้วลูกและเมียข้าไม่ต้องอดตายหรือ ข้าจึงจำต้องมาเมืองหลวง...นายท่านช่วยข้าได้หรือไม่”“หากทำตามกฎระเบียบแน่นอนว่ายุ่งยากจนข้านึกขยาด” ซุนเจิงเอ่ยอย่างไม่ปิดบัง ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน เรื่องกฎระเบียบนั้นยุ่งยากอยู่เสมอ แต่ใช่ว่าตอนนี้เขาจะต้องทำตามแบบแผนเสมอไปนี่ “แต่หากจะให้มันรวบรัดก็มีทางอยู่บ้าง แต่ทำเช่นนั้นก็จะไม่เด็ดขาดและก่อให้เกิดปัญหาในการณ์ข้างหน้าได้ เช่นนั้นแล้ว… ข้าจะลองดูให้ก็แล้วกัน”“จริงหรือขอรับ” คนที่ได้รับความช่วยเหลือพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดีใจเหลือหลาย ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ศีรษะจดกับพื้นดินด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจ แต่กระนั้นซุนเจิงก็พยุงร่างของบุรุษที่แสดงความซาบซึ้งใจให้ลุกขึ้น เนื่องด้วยว่านี่ไม่เป็น

  • ณ อนันต์    หนอนบ่อนไส้ในกรมคลัง

    เจ้าของจวนสั่งให้คนจัดแจงห้องหับให้ทั้งสามคนได้พักพิง วางร่างของเด็กน้อยที่ตัวเล็กจนน่าเป็นห่วงลงบนเตียง ซุนเจิงมองเหอลี่อิงที่หน้าเสียเมื่อเห็นความลำบากและขัดสนของครอบครัวตรงหน้า ซึ่งเขาก็ทำได้แค่กุมมือของเธอเอาไว้เท่านั้น“อีกประเดี๋ยวหมอก็คงจะมา ข้าให้คนจัดเตรียมอาภรณ์ให้พวกท่านได้ผลัดเปลี่ยนแล้ว พวกท่านก็ไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนเถิด ข้าและฮูหยินจะดูแลเด็กคนนี้ให้ก่อน”“ข้าไม่อยากรบกวน แค่นี้ก็มากมายเหลือเกินแล้ว”“ไม่รบกวน ข้ายินดีช่วยท่าน ส่วนเรื่องที่ท่านมาร้องเรียนนั้น เสร็จจากการตรวจรักษาข้าจะคุยกับท่านในภายหลัง ข้าเป็นขุนนางอยู่กรมคลัง เรื่องนี้คงต้องเป็นหน้าที่ของข้า”สองสามีภรรยาที่ไม่มีที่พึ่งพิงมองหน้ากันอย่างไม่อยากเชื่อหูของตนนัก ว่าจะได้พบกับขุนนางที่เมตตาถึงเพียงนี้ สุดท้ายพวกเข้าจึงเข้าไปชำระร่างกายและผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ตามที่เจ้าของจวนเอ่ยปาก ปล่อยเจ้าของจวนทั้งสองไว้กับเด็กน้อยที่นอนนิ่งบนเตียงกว้างอย่างเวทนา“ดูสิ ตัวก็เล็กถึงเพียงนี้ พ่อแม่ก็พามาระหกระเหินเสียแล้ว” ซุนเจิงเอ่ยพลางทอดมองร่างของเด็กน้อยที่นอนนิ่งไม่ได้สติ ส่วนเหอลี่อิงก็ทิ้งกายลงนั่งข้างร่างที่อ่อนแอขอ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 책을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 책을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status