Se connecterหลังจากที่หลี่หลงได้ยินเรื่องที่เยี่ยหยวนซีเล่าแล้วก็ประหลาดใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากคนในสำนักของตนไม่มีผู้ใดที่ใช้มีดสั้นในการต่อสู้ เฉินอี้เองก็มั่นใจว่าบุรุษน้อยผู้นั้นไม่ใช่คนของสำนักคุ้มกันแน่
“แต่เมื่อคืนก็ไม่มีเหตุใดเกิดขึ้น ไม่มีการลักขโมยหรือว่าผู้ใดถูกทำร้าย ช่างน่าแปลกใจยิ่งนัก”
“ข้าเองก็ประหลาดใจนัก ท่าทางของบุรุษน้อยผู้นั้นไม่เหมือนผู้ที่จะเข้ามาทำเรื่องไม่ดี เหมือนจะเป็นการฝึกฝนวิชาเสียมากกว่า การใช้มีดที่ว่องไวและการขว้างไปยังเป้าหมายนั้นทำให้ข้ารู้สึกทึ่งในฝีมือมิใช่น้อย” เยี่ยหยวนซีอดชื่นชมฝีมือของอีกฝ่ายไม่ได้แม้จะคาใจถึงสถานะของอีกฝ่าย
“ฝีมือล้ำเลิศจนหลานเยี่ยกล่าวชมเช่นนี้ หากได้มาอยู่ในขบวนคุ้มกันที่จะเดินทางไปจี้เฉินในการหน้าก็คงดี” หลี่หลงกล่าวแล้วหันไปยังเฉินอี้ มือขวาที่รู้ใจของตน
“เจ้าจงไปสืบหาว่าบุรุษผู้นั้นเป็นผู้ใดกัน หากมียอดฝีมือแฝงตัวอยู่ในสำนักก็จงให้เปิดเผยตัวตนออกมา”
“รับทราบ” เฉินอี้ตอบรับด้วยความกระตือรือร้น เขาเองก็อยากรู้เช่นกันว่ายอดฝีมือที่เยี่ยหยวนซีกล่าวถึงคือผู้ใด
ในขณะเดียวกันหลี่ลี่อิงที่เป็นกังวลอยู่ว่ามีคนแอบดูนางฝึกการต่อสู้เมื่อคืนนี้อาจจะเป็นใครสักคนในสำนักแล้วเห็นหน้าของตน วันนี้นางจึงไม่ไปใกล้กับลานฝึกซ้อมแล้วขลุกอยู่ที่ครัวช่วยมารดาทำของว่างจนเสี่ยวชิงอดสงสัยไม่ได้
“วันนี้คุณชายเยี่ยมิได้เข้ามาฝึกซ้อมแต่ว่านั่งดื่มชาอยู่กับนายท่านที่ศาลาริมน้ำ” เสี่ยวชิงพูดขึ้นมาเป็นนัยให้แก่คุณหนูของตนรับรู้
“เหตุใดต้องบอกข้าด้วยเล่า”
“ถ้าเช่นนั้นเจ้าจงยกของว่างเหล่านี้ไปให้คุณชายเยี่ย” หลี่สู่ผิงบอกแก่บุตรสาวเชิงเย้าแหย่
“ท่านแม่” พูดเสียงเบาด้วยความเขินอายเมื่อมารดานั้นรู้ทันนางไม่ต่างจากเสี่ยวชิงเลยสักนิด
“ข้าคิดว่ามันจะเป็นแค่ความเพ้อฝันของเด็กน้อยเท่านั้นไม่คิดเลยว่าเจ้าจะยังมั่นคงมาจนถึงตอนนี้ เผื่อใจไว้บ้างเถิดนะลี่อิง เจ้าอย่าลืมว่าคู่แข่งของเจ้านั้นก็น่ากลัวอยู่มาก”
“ข้ารู้ดี แต่จะทำอย่างไรได้เล่าเจ้าคะ ข้าเองก็พยายามเต็มที่แล้วเช่นกัน หากถึงตอนนั้นแล้วพี่หยวนซีเลือกนาง ข้าก็คงเสียใจมิใช่น้อย” นางกล่าวเสียงเบา แววตาดูเศร้าลงจนผู้เป็นมารดาต้องหาเรื่องสัพยอกแก่บุตรสาว
“จะเสียใจไปทำไมเล่า อย่าลืมสิว่าเจ้ายังมีคุณชายลู่ที่เขาเองก็ชอบพอเจ้าอยู่ไม่น้อย”
“ลู่หนานน่ะหรือเจ้าคะ ข้าไม่ชายตาแลแม้แต่น้อย บุรุษผู้นั้นเกี้ยวพาราสีสตรีทุกนางไปทั่วเมือง หากได้เขาไปเป็นสามีข้าขอตายเสียยังจะดีกว่า”
“แต่คุณชายเยี่ยของเจ้าเองก็ใช่ย่อยเสียที่ไหนเล่า รักพี่เสียดายน้อง ให้ความหวังแก่เจ้าและหลิงหลิงทั้งคู่” หลี่ฮูหยินพูดให้นางใคร่ครวญดู
“พี่หยวนซียังเลือกไม่ได้ต่างหากเล่าเจ้าคะ เขามีความแค้นที่ต้องสะสาง หากกำจัดเหอหลางได้เมื่อใด เขาคงไม่เป็นเช่นนี้แน่”
หลี่สู่ผิงถึงกับถอนหายใจออกมาเมื่อบุตรสาวของตนนั้นกล่าวเข้าข้างบุรุษที่นางกำลังหลงใหลอยู่ในตอนนี้
“เจ้ายังเด็กนักลี่อิง อีกหน่อยเจ้าจะรู้เองว่าที่ข้าเตือนนั้นมันเป็นเช่นไร แต่เชื่อเถิดว่าเตรียมใจเอาไว้บ้าง” ผู้เป็นมารดาได้แต่กล่าวเตือนนางด้วยความหวังดี เชื่อว่าอีกหน่อยบุตรสาวคงเข้าใจคำสอนของนางเอง
**********************
หลี่ลี่อิงนำขนมที่ช่วยมารดาทำไปให้แก่บุรุษต่างวัยทั้งสามที่กำลังหารือกันอยู่ แต่เมื่อนางเดินเข้าไปใกล้ทั้งสามก็หยุดการหารือแล้วหันมาให้ความสนใจแก่นางแทน
“ท่านแม่ให้นำขนมเปี๊ยะมาให้เจ้าค่ะ” หญิงสาวกล่าวพลางปรายตาไปยังเยี่ยหยวนซีเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าลง
“หมดธุระแล้วข้าขอตัวไปฝึกซ้อมให้แก่คนในสำนักจะดีกว่า” เฉินอี้กล่าวลาพลางยกมือคารวะหลี่หลงแล้วจึงเดินจากไป
“หารือกันเสร็จแล้วหรือเจ้าคะ”
“ใช่ เจ้านั่งก่อนสิลี่อิง” หลี่หลงบอกบุตรสาวของตนอย่างรู้ใจ นางจึงนั่งลงข้างบิดาของตนแล้วอมยิ้มน้อยๆ ให้แก่บุรุษงามตรงหน้า
“บาดแผลที่นิ้วเจ้าหายดีแล้วหรือ” เยี่ยหยวนซีถามนางเหมือนนึกขึ้นได้
“ยังไม่สมานกันดีนัก แต่ก็ดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ” นางตอบเสียงเบาด้วยกิริยาที่อ่อนหวาน รู้สึกดีที่อีกฝ่ายถามไถ่ด้วยความห่วงใยตนเช่นนั้น
“วันนี้ท่านไม่ฝึกซ้อมฝีมือหรือเจ้าคะ”
“ใช่แล้ว อีกสักพักข้าก็จะต้องขอลากลับแล้ว” บุรุษหนุ่มกล่าวแล้วส่งยิ้มให้แก่นาง แล้วทำหน้าเหมือนนึกอะไรออก
“จริงสิ ผ้าเช็ดหน้าของหลิงหลิงเจ้าได้นำติดตัวมาด้วยหรือไม่”
“นำมาด้วยเจ้าค่ะ ทำไมหรือเจ้าคะ”
“ข้าจะขอผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น เพื่อนำไปคืนนางด้วยตนเอง”
“ท่านจะไปหานท่านลุงหานหรือเจ้าคะ”
“ข้าจะพาหลิงหลิงไปเลือกซื้อกำไลหยกอันใหม่ นางทำอันเดิมหายไป ได้ยินท่านลุงหานเล่าว่านางดูเศร้านัก ข้าไม่อยากเห็นนางเศร้าจึงจะพาไปซื้ออันใหม่” เยี่ยหยวนซีกล่าวแล้วยิ้มน้อยๆ
“เช่นนั้นหรอกหรือเจ้าค่ะ” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเศร้าจนเยี่ยหยวนซีรู้สึกได้
“ข้ารับปากนางไว้แล้วตั้งแต่ครั้งก่อน ข้าไม่อยากผิดคำพูด”
“ข้า..” หลี่ลี่อิงกำลังจะขอตามไปด้วย
“ลี่อิง” หลี่หลงปรามบุตรสาวของตัวเองอย่างรู้ทัน ทำให้นางรู้ตัวว่ากำลังทำตัวไม่งาม จึงก้มหน้าลงแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าของหาน
หลิงหลิงคืนให้แก่เยี่ยหยวนซี“นี่เจ้าค่ะ” นางยื่นผ้าเช็ดหน้าวางไว้ด้านหน้าของหยวนซีต้าเกอด้วยหัวใจที่เศร้ายิ่งนัก
“อีกครู่หยวนซีก็จะกลับแล้ว เจ้าเองก็กลับเข้าเรือนไปก่อนเถิด ข้ายังมีเรื่องจะคุยกับหยวนซีอีกหน่อย” หลี่หลงบอกแก่นางด้วยน้ำเสียงที่เป็นทางการ
“ถ้าเช่นนั้นข้าต้องขอตัวก่อน” นางกล่าวเสียงเบา ไม่มองแม้แต่หน้าหยวนซีต้าเกอของตน เนื่องด้วยความรู้สึกผิดหวังและเศร้าเสียใจที่ไม่อยากให้เขารับรู้จากสีหน้าและแววตาของนาง
เยี่ยหยวนซีมองนางเดินจากไปด้วยท่าทีที่ดูเศร้า เขาเองก็ใจหายไม่ใช่น้อย แต่จะทำอย่างไรเล่าในเมื่อเขาก็มีตัวเลือกอีกทางให้ต้องศึกษาดูใจเช่นกัน
“นางยังเด็กนัก หากทำให้เจ้าลำบากใจก็อย่าถือโทษนางเลยนะหลานเยี่ย”
“ไม่เลยท่านอา ข้าเข้าใจดี” เยี่ยหยวนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เกรงใจ ทั้งนางและหานหลิงหลิงต่างก็ดีกับเขาทั้งคู่
“มันอาจจะเป็นการเห็นแก่ตัว แต่ว่าถ้ายังแก้แค้นเหอหลางไม่ได้ ข้าก็มิอาจมอบความรักให้แก่ผู้ใดได้”
“ข้าเข้าใจดี หลานเยี่ยไม่ต้องกังวลไป ไม่ว่าเจ้าจะเลือกผู้ใดมันก็ขึ้นกับหัวใจของเจ้า ถึงแม้เลือกหลิงหลิงข้าก็ยินดีไปกับพวกเจ้าด้วย”
“ขอบคุณท่านอาที่เข้าใจข้า” เขากล่าวแล้วยกมือขึ้นแสดงความเคารพจากใจ
หลี่หลงได้แต่พยักหน้าให้แก่บุรุษตรงหน้า ภายในใจนึกเป็นห่วงบุตรสาวยิ่งนัก แต่เรื่องความรักมันเป็นเรื่องความรู้สึกของทั้งสองฝ่าย ถึงแม้นางมีใจให้กับเยี่ยหยวนซีก็ไม่แน่ว่าอีกฝ่ายจะต้องตอบรับรักนางเสมอไป
“ข้ารบกวนท่านอามากแล้ว คงต้องขอตัวไปก่อน” เยี่ยหยวนซีกล่าวลาเจ้าบ้านสกุลหลี่ด้วยท่าทีสุภาพ
เขาเก็บผ้าเช็ดหน้าของหานหลิงหลิงเอาไว้ในช่องแขนเสื้อ แล้วก้าวเดินออกไปอย่างมั่นคง หากแต่ในใจยังคงเป็นกังวลกับท่าทางโศกเศร้าของคุณหนูสกุลหลี่อยู่ไม่น้อย
**********************
“นั่นเจ้าจะทำอะไรกับดอกไม้ของข้า” เสียงของลู่เยว่เอ๋อร์ดังขึ้นมาจากด้านหลัง ทำให้หลี่ลี่อิงที่อยู่ในคราบบุรุษชะงักมือ แล้วหันกลับไปมองนาง“ข้าต้องขออภัย ข้าเห็นว่าเหมยกุยฮวาดอกนี้ช่างงดงามยิ่งนัก จึงอยากจะสัมผัสกลีบนุ่มของมัน มิได้คิดจะทำลายมันสักนิด”“คุณชายเยี่ยนี่เอง ข้าต้องขออภัยด้วยที่พูดจาล่วงเกินท่านไป” หญิงสาวพูดเสียงนุ่มและวางตัวอ่อนหวานเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร“ข้าต่างหากเล่าที่ต้องขออภัย ไม่คิดว่าจะเดินหลงเข้ามาจนถึงเรือนฝั่งนี้ของคุณหนูลู่” เสียงนุ่มทุ้มที่หลี่ลี่อิงพยายามพูดให้เหมือนบุรุษ ดรุณีตรงหน้าอมยิ้มด้วยความขัดเขิน“เหตุใดคุณชายจึงมิได้เข้าไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ที่เรือนใหญ่ร่วมกับผู้อื่น”“ข้าไม่ชอบเสียงมหรสพและกลิ่นของสุรา” หลี่ลี่อิงตอบเสียงทุ้ม พยายามจะไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้ เพราะเกรงหลุดกิริยาของสตรีออกไป“ถ้าเช่นนั้น พรุ่งนี้คุณชายคงมิได้อยู่ฟังเสียงกู่เจิงของข้า”คุณหนูสกุลลู่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูผิดหวัง ราวกับว่าต้องการให้เยี่ยเทียนหมิงเข้าร่วมงานเลี้ยงที่นางจะบรรเลงกู่เจิงในวันพรุ่งนี้“ข้าคงไม่ได้เข้าร่วมงานฉลอง เสียดายยิ่งนักที่ไม่ได้ฟังคุณหนูลู่บร
ในยามเช้าหลี่ลี่อิงรู้สึกตัวว่าตอนนี้กำลังถูกกุมมือโดยใครสักคนอยู่ พอลืมตาขึ้นก็พบว่าเป็นเยี่ยหยวนซีมืออุ่นหนากุมมือประสานกันไว้ ซบศีรษะลงกับเตียงราวกับว่าเมื่อคืนเขามานอนเฝ้าอยู่ตรงนี้เอาไว้ทั้งคืน หัวใจของดรุณีน้อยเต้นแรงแทบจะหลุดออกมาจากร่างลมหายใจของหยวนซีต้าเกอรดรินที่แขนของตนจนหญิงสาวเริ่มหน้าเห่อร้อนด้วยความขัดเขิน เพราะไม่เคยใกล้ชิดกับบุรุษขนาดนี้มาก่อนจึงทำให้รู้สึกหวั่นไหวและเขินอายเป็นอย่างมาก แม้จะยังรู้สึกขุ่นเคืองอีกฝ่ายอยู่ในใจแต่ก็ไม่สามารถระงับความตื่นเต้นนี้ได้เยี่ยหยวนซีรู้สึกว่าถูกจ้องอยู่จึงเริ่มบิดตัวเบาๆ หลี่ลี่อิงจึงรีบหลับตาลงแกล้งนอนต่อเพื่อรอให้เขาเป็นฝ่ายตื่นก่อน เพราะทำตัวไม่ถูกบุรุษหนุ่มตื่นขึ้นมาเห็นว่ามือของตนยังคงเกาะกุมกับอีกฝ่ายอยู่ก็อดยิ้มไม่ได้ แต่พอนึกได้ว่าตนนั้นเป็นบุรุษและยังไม่ได้แต่งงานกันจึงค่อยๆ ปล่อยมือออก แล้วจึงลุกขึ้นรีบเดินออกไปนอกห้องก่อนที่หลี่ลี่อิงจะรู้สึกตัวเมื่อเสียงประตูปิดลงดรุณีน้อยก็ลืมตาขึ้นมาอมยิ้ม“คุณชายเยี่ย ข้าเฉินอี้” เฉินอี้เรียกนางเช่นนั้นเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย“รอก่อน” หลี่ลี่อิงลุกขึ้นสวมเสื้อตัวนอกให้เรียบร้
เยี่ยหยวนซีและเฉินอี้ได้นำสินค้าไปส่งให้แก่คหบดีค้าข้าวในเมืองจี้เฉินตามที่ได้ทำการติดต่อซื้อขายด้วยกันเป็นครั้งแรกในรอบสิบปีและได้ทำสัญญาผูกขาดซื้อขายแก่กันหลังจากที่เยี่ยหยวนซีกลายเป็นวีรบุรุษของจี้เฉินหลังจากนั้นเจ้าเมืองจี้เฉินจึงให้คนมาเชิญคณะของเยี่ยหยวนซีไปพักที่จวนของตน เพื่อตอบแทนในฐานะวีรบุรุษที่กำจัดเหอหลางได้กลุ่มโจรที่มีเหอหลางเป็นผู้นำได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่เมืองจี้เฉินมานานกว่าสิบปี ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าใช้เส้นทางสายนั้น และหากมีคนหลงเข้าไปก็ถูกดักปล้น หากเป็นหญิงก็ถูกฉุดคร่า ครั้นเมื่อเสบียงหมดก็ออกปล้นในตัวเมืองดังนั้นเยี่ยหยวนซีจึงมีความดีความชอบในครั้งนี้ รวมถึงสร้างชื่อให้สำนักคุ้มกันสกุลหลี่ไปในตัวด้วยเช่นกันทุกคนเดินทางไปพักที่จวนของลู่จ้าวเหมินที่ได้เตรียมการต้อนรับเอาไว้แล้ว โดยเยี่ยหยวนซีได้แนะนำว่าหลี่ลี่อิงคือเยี่ยเทียนหมิงน้องชายของตน เพื่อให้นางได้รับห้องพักไม่ต้องไปพักรวมกับคนอื่นในตอนนี้ที่จวนลู่จ้าวเหมินได้จัดให้มีงานเลี้ยงต้อนรับคณะเดินทางของเยี่ยหยวนซี บนโต๊ะอาหารใหญ่นอกจากเจ้าเมืองลู่ มีเพียงพวกเขาสามคนเท่านั้น คนอื่นๆ แยกไปทานกันในโรงครัวและพ
สมุนของกลุ่มโจรนั้นบาดเจ็บไปมากกว่าครึ่ง ในขณะที่คนของขบวนคุ้มกันบาดเจ็บไม่กี่คน แต่ว่าเยี่ยหยวนซีและหลี่ลี่อิงในตอนนี้กำลังถูกล้อมโดยเหอหลางและสมุนของเขาทั้งคู่หันหลังชนกัน ส่วนเฉินอี้กำลังต่อสู้อยู่กับสมุนมือซ้ายและมือขวาของเหอหลางที่ฝีมือนั้นสูสีกับตน“คุณชายเยี่ยโปรดระวังตัวด้วย” เขาตะโกนบอกขณะที่ต่อสู้ไปด้วย“ลี่อิงเจ้าจงหนีไป ข้าจะล่อพวกมันไปอีกทาง” เยี่ยหยวนซีพูดเสียงเบา“ข้าไม่ไป ข้าจะอยู่ต่อสู้กับท่าน”“เหอหลางเก่งกาจมากกว่าที่ข้าคิด ข้าอาจต้านทานได้อีกไม่นาน เจ้าจงหนีไปในตอนนี้”“ไม่มีวัน” หลี่ลี่อิงกล่าวเสียงหนักแน่น นึกในใจว่าโดนล้อมขนาดนี้ถึงหาโอกาสหนีไปได้ เขาเองนั่นแหละที่ต้องบาดเจ็บ“เจ้ากำลังเป็นภาระของข้าอยู่รู้ตัวหรือไม่ หากไม่มีเจ้าข้าอาจจะเอาชนะเขาได้” เยี่ยหยวนซีกล่าวโทษให้นางรู้สึกเสียใจจะได้รีบหนีไป แต่หลี่ลี่อิงในตอนนี้นางไม่สนใจอะไรแล้ว เพราะเมื่อได้ลงมือต่อสู้นางก็รู้สึกถึงอิสระที่นางตามหามานานหลายปี“ข้าเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อผู้อื่นมานานแล้ว คราวนี้ข้าขอตามใจตัวเองบ้าง” ดรุณีน้อยผู้กล้าหาญกล่าวแล้วพุ่งเข้าหาสมุนโจรข้างหน้า ใช้มีดสั้นในการต่อสู้อย่างชำนาญเ
ขบวนคุ้มกันเดินทางได้ผ่านเมืองชิงฟงและใช้เส้นทางออกไปยังนอกเมืองจนกระทั่งใกล้ถึงเขตเมืองจี้เฉินแล้วเฉินอี้จึงสั่งให้ทุกคนหยุดพักในเขตชายป่าของเมืองชิงฟงก่อน“เราจะพักที่นี่ในคืนนี้แล้วค่อยเดินทางไปยังจี้เฉินในยามกลางวันเพื่อไม่ให้เหอหลางซุ่มเล่นงานเราได้ ที่นี่เป็นเขตเมืองชิงฟง พวกนั้นไม่ข้ามมาแน่”ทุกคนพยักหน้าอย่างเห็นด้วยแล้วพากันหยุดพักตรงนั้นแล้วเริ่มแจกจ่ายเสบียงให้ทุกคนตามปกติเยี่ยหยวนซีโกรธไม่แม้แต่จะเดินมาถามหรือว่าสนใจหลี่ลี่อิง เพราะความดื้อดึงของนางทำให้เขารู้สึกลำบากใจ ซึ่งมันอาจจะมีผลทำให้เขาไม่มีสมาธิที่จะจัดการกับเหอหลางได้“ดูคุณชายไม่ค่อยมีสมาธิเลย ท่านกังวลเกี่ยวกับเหอหลางเช่นนั้นหรือ” เฉินอี้นำสุราในน้ำเต้ายื่นให้แก่เยี่ยหยวนซี“ข้าไม่ได้กังวลเรื่องนั้น แต่มีเรื่องอื่นมากวนใจข้า” เยี่ยหยวนซีปรายตามองไปยังหลี่ลี่อิงที่นั่งพิงกระสอบข้าวอยู่บนเกวียน แล้วหันมาถอนหายใจด้วยเป็นห่วงความปลอดภัยของนาง“เกี่ยวกับบุรุษน้อยอู๋หมิงผู้นั้นใช่หรือไม่” เฉินอี้ถามอย่างคนที่ผ่านโลกมานานแล้ว“ใช่แล้ว ข้ารู้ตัวตนของอู๋หมิงแล้ว รู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย”“หรือว่าอู๋หมิงไม่ได้อยู่ฝ่ายเ
หลังจากเดินทางมาได้สามชั่วยามขบวนเดินทางก็ได้หยุดพักที่บริเวณชายป่าแห่งหนึ่งเฉินอี้ให้คนแจกจ่ายเสบียงให้แก่ทุกคน หลี่ลี่อิงก้มหน้าทานอาหารที่ได้รับมาด้วยความหิวก่อนจะรีบปิดหน้าเอาไว้ดังเดิม แม้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยและปวดร้าวไปทั่วทั้งตัวแต่ก็ไม่ได้ปริปากบ่นให้ต้องถูกสงสัย“ได้ยินว่าเจ้าเป็นคนของคุณชายเยี่ย และไม่ประสงค์บอกชื่อแซ่” เฉินอี้เดินเข้ามาทักทายนางทำให้หลี่ลี่อิงตกใจเล็กน้อย“ข้าต้องขออภัยที่ต้องปิดบังตัวตน แต่ข้ามีเหตุผลส่วนตัวที่ไม่สามารถบอกแก่ใครได้” นางกล่าวเสียงทุ้มด้วยความตื่นเต้น“ข้าเข้าใจดี แต่ปิดหน้าปิดตาเช่นนี้เจ้าจะหายใจสะดวกหรือ ดูท่าเจ้าเหมือนจะเหนื่อยกว่าคนอื่น ถ้าเช่นนั้นเจ้าขึ้นไปนั่งบนเกวียนก็ได้” เฉินอี้บอกเช่นนั้นทำให้นางดีใจเป็นอย่างมาก“ให้ข้าขึ้นไปนั่งบนเกวียนสินค้าได้จริงหรือ”“คุณชายเยี่ยบอกข้ามาเช่นนั้น เจ้าเพิ่งเดินทางครั้งแรกคงยังไม่คุ้นชินกับการเดินเท้าในระยะไกล ขึ้นไปนั่งคุมสินค้าน่าจะเหมาะกว่า” เฉินอี้บอกแล้วเดินจากไปนางหันไปทางเยี่ยหยวนซีที่เขากำลังพูดคุยกับคนอื่นๆ แล้วแอบอมยิ้มด้วยความดีใจที่เขาเป็นห่วงแม้ไม่รู้ว่านางเป็นใครเมื่อทุกคนพักหายเหน





![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [นางร้าย]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

