เข้าสู่ระบบ🥮เจอกันครั้งแรก🥮
หมิงเยี่ยได้ยินที่เฟิ่งหลานบ่นออกมาเขาจึงหันไปมองนางและส่งสายตาที่ไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่ “นี่!ทำไมเจ้าถึงปีนขึ้นไปบนต้นไม้กันเหตุใดเจ้าไม่เก็บแล้วเอาลงมากินดี ๆ ” หมิงเยี่ยถามเฟิ่งหลาน เมื่อเฟิ่งหลานได้ยินที่เทพหมิงเยี่ยนั้นเอ่ยตำหนิเฟิ่งหลานจึงเอ่ยวาจายอกย้อนใส่เขาทันที “ปกติข้าน้อยก็เก็บกินบนต้นไม้ไม่เคยที่จะตกลงมา เลยสักครั้งแต่ที่ข้าน้อยนั้นร่วงหล่นตกลงมาก็เพราะเสียง ของท่านนั่นแหละอีกอย่างตรงนี้ก็ไม่เคยมีเทพเซียนผู้ใดมาแถวนี้อยู่แล้วเห็นจะมีแต่ท่านที่มาตรงที่แห่งนี้หรือว่าท่านเองก็อยากได้ผลท้อมาเพิ่มตบะเซียนเหมือนกันรีถ้าเช่นนั้นข้าแบ่งให้ท่านดีรึไม่เจ้าคะ”เฟิ่งหลานบอกกับเขา นางส่งยิ้มทำหน้าตาไร้เดียงสาและก็ยื่นผลลูกท้อพันปีแบ่งให้กับหมิงเยี่ยมังกรหนุ่ม “อ่ะ!ท่านรับไว้สิข้าแบ่งให้ผลท้อพันปีนี้หวานมากเลยนะท่านลองชิมดูสิเจ้าคะ” เฟิ่งหลานบอก หมิงเยี่ยชายตามองนางด้วยความสงสัยและคิดในใจเหตุใดนางถึงได้ไร้เดียงสายิ่งนักไม่ระมัดระวังตัวเรื่องชายหญิงเสียเลยมีเทพธิดาเช่นนี้ด้วยหรือแล้วหมิงเยี่ยก็แอบขำในใจ “นี่..แม่นางน้อยเจ้าเป็นเทพธิดาตำหนักไหนกัน” หมิงเยี่ยเอ่ยถาม “ท่านเรียกใครว่าแม่นางน้อยกัน?ข้าคือธิดาหงส์นาม ‘เฟิ่งหลาน’ อีกอย่างนึงข้าก็ไม่ใช่แม่นางน้อยนะเจ้าคะ” เฟิ่งหลานพูด เฟิ่งหลานทำหน้าคิ้วขมวดหงุดหงิดที่เทพหมิงเยี่ยทำเหมือนกับนางเป็นแค่เซียนเด็ก “ถ้าเช่นนั้นเจ้ารู้จักข้ารึไม่?”หมิงเยี่ยถามเฟิ่งหลาน “เอ่อ..ข้าย่อมรู้จักท่านอยู่แล้วมีผู้ใดบ้างที่ไม่รู้จักท่านเทพกันล่ะเจ้าคะ” เฟิ่งหลานพูดพร้อมกับส่งรอยยิ้มสดใสให้เขา เฟิ่งหลานพลันคิดอยู่ในใจข้ารู้จักท่านดีเลยแหละแถมตัวข้าเองก็ยังแอบชื่นชอบท่านอีกด้วยเฟิ่งหลานนางอยากจะพูดความรู้สึกของนางออกไปแต่ก็ได้เก็บไว้ในใจของนางเท่านั้นพลันนางก็ถอนหายใจ “ท่านก็คือเทพมังกรรัตติกาลที่คอยปกปักรักษาแดนสวรรค์และโลกมนุษย์ “เทพหมิงเยี่ย”อย่างไรเจ้าคะ” เฟิ่งหลานบอกกับเขา หมิงเยี่ยพอได้ยินที่เฟิ่งหลานพูดเอ่ยถึงเขาขึ้นมาจู่ ๆ ใบหน้าชองเขาก็เริ่มแดงระเรื่อขึ้นมาซึ่งเขาเองก็แปลกใจที่หลายพันปีมานี้ตัวเขาไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้เลยเป็นเพราะเหตุใดกัน เมื่อหมิงเยี่ยรับผลท้อพันปีจากมือของเฟิ่งหลานแล้วก็รีบพลันเดินหนีไปพร้อมกับความรู้สึกที่แปลก ๆ ที่เกิดขึ้นภายในใจเฟิ่งหลานมองตามเขาพร้อมด้วยความรู้ สึกที่ดีใจจนยิ้มออกมาในวันนี้นางได้คุยกับคนที่นางแอบชอบมาหลายร้อยปีช่างมีความสุขเสียจริง หลังจากที่หมิงเยี่ยกลับไปตำหนักมังกรเฟิ่งหลานก็กลับมาที่กระท่อมท้ายสวรรค์เฟิ่งหลานนั่งมองดูผลลูกท้อพันปีที่เก็บมาได้แล้วก็นึกถึงเหตุวันนี้เพราะนี่คงเป็นครั้งแรกที่นางได้คุยกับเขาวันนี้เฟิ่งหลานหวังว่านางคงจะนอนหลับฝันดีจากนั้นเฟิ่งหลานก็เข้านอนทันที เช้าวันรุ่งขึ้นที่กระท่อมท้ายสวรรค์เสวียนอี้เทพสายลมได้มาหาเฟิ่งหลานที่กระท่อมพร้อมกับส่งเสียงเรียกนางที่อยู่หน้ากระท่อมน้อยในมือของเขาถือตระกร้ามาด้วยหนึ่งใบ “เฟิ่งหลานๆเจ้าอยู่ไหมวันนี้ข้านำขนมกุ้ยฮวามาให้เจ้าด้วยนะ” เสวียนอี้เอ่ยเรียก เฟิ่งหลานได้ยินเสียงของเสวียนอี้ก็รีบวิ่งออกมาที่หน้ากระท่อมทันที “เสวียนอี้ข้ารอท่านตั้งนานเหตุใดเมื่อวานเจ้าถึงไม่มาหาข้าล่ะพอดีข้าเก็บผลลูกท้อพันปีมาไว้เผื่อให้เจ้าด้วยนะจะได้เอาไว้เพิ่มตบะเซียน” เฟิ่งหลานบอกเขา จากนั้นเฟิ่งหลานก็ยื่นผลลูกท้อพันปีให้เสวียนอี้จึงรับผลท้อจากที่มือของเฟิ่งหลานมากินลึก ๆ ในใจแล้วเขาชอบนางมากแต่เขากลับไม่กล้าที่จะบอกนางออกไปตรงๆเพราะกลัวจะทำให้นางเลิกเป็นสหายกับเขา “นี่เสวียนอี้เมื่อวานข้าได้คุยกับเทพหมิงเยี่ยด้วยนะ เขาก็มาเก็บลูกท้อพันปีที่สวนท้ายสวรรค์ข้าได้คุยกับเขานานมากเลย” เฟิ่งหลานพูดพร้อมกับนั่งยิ้ม นางเอามือจับแก้มตัวเองเพราะเขินอายเสวียนอี้พอได้ฟังดังนั้นก็ทำสีหน้าสลดเพราะเขารู้ว่านางชอบและมีใจให้หมิงเยี่ยมานานมากตัวเขาเองทำได้แค่เก็บความรู้สึกและคอยให้กำลังใจนางมาตลอดหลายร้อยปี🥮ตอนที่ 11🥮🥮รักจบลงด้วยความตาย🥮เทพหมิงเยี่ยกลัวว่าเฟิ่งหลานจะต้องลงไปรับโทษเคราะห์กรรมที่โลกมนุษย์จึงทำให้เขาต้องจำใจปฎิเสธและยอมที่จะตัดสัมพันธ์ในความรักครั้งนี้ดีกว่าที่จะต้องทนเห็นเฟิ่งหลานไปเผชิญเคราะห์บนโลกมนุษย์และนางต้องไปรักคนอื่นเขาคงทนเห็นเช่นนั้นไม่ได้ที่ชายอื่นจะต้องมาทำให้นางตายด้วยความรักคงจะให้มันเป็นเช่นนั้นไม่ได้เทพหมิงเยี่ยบอกกับตัวเองว่าเพื่อเฟิ่งหลานต้องให้ท่านเง็กเซียนไว้ใจและรอจนนางเป็นธิดาเทพเต็มตัวเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะแต่งงานกับเฟิ่งหลานทันที“ท่านเง็กเซียนข้าน้อยเทพหมิงเยี่ยยอมที่จะตัดสัมพันธ์ใยรักครั้งนี้กับนางขอท่านเง็กเซียนช่วยปลดปล่อยนางจากแท่นลงโทษสายฟ้านี้ด้วยเถิดตัวข้าเองแค่หลงผิดลุ่มหลงไปกับความรักและละเลยหน้าที่่ไปชั่วครั้งชั่วคราวขอท่านเง็กเซียนโปรดให้อภัยข้าน้อยด้วย” หมิงเยี่ยพูดจบก็คุกเข่าลงต่อเง็กเซียนและเทพธิดาทุกองค์ เทพเหนียงซียืนยิ้มสะใจที่ทำให้พวกเขาทั้งสองคนไม่มีทางสมหวังกับรักในครั้งนี้ถึงแม้ว่าท่านเง็กเซียนจะพึงพอใจที่เทพหมิงเยี่ยตัดใจได้แต่ก็ต้องลงโทษเทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานอยู่ดีท่านเง็กเซียนตั้งใจจะให้เฟิ่งหลานลงไปเกิดที่โล
🥮ตอนที่ 10🥮🥮ความรักที่แสนเศร้า🥮ณ สวนท้ายสวรรค์ เทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานนั่งอิงแอบแนบชิดกันจนล่วงเลยเวลาจู่ ๆ เฟิ่งหลานก็พลันนึกขึ้นมาได้ว่านางนำผลไม้และยาบำรุงมาให้เทพหมิงเยี่ยนางจึงบอกกล่าวกลับเขา “เทพหมิงเยี่ยข้าน้อยลืมไปเลยว่านำผลลูกท้อพันปีกับยาบำรุงมาให้กับท่านข้าน้อยว่าพวกเรากลับไปที่ตำ หนักมังกรของท่านกันเถิด” เฟิ่งหลานบอกหยิ่งเยี่ยเฟิ่งหลานดึงมือของเขาเพื่อลุกขึ้นแต่ทว่าหมิงเยี่ย กลับดึงนางลงนั่งจึงทำให้เฟิ่งหลานล้มไปนั่งอยู่บนตักของเขาเทพหมิงเยี่ยยิ้มชอบใจพร้อมกับบอกเฟิ่งหลานว่า“ข้าว่าเจ้าคือยาบำรุงดวงใจของข้าดีที่สุดกว่าสิ่งอื่นใด” หมิงเยี่ยบอกเมื่อเฟิ่งหลานได้ยินเช่นนั้นใบหน้าก็แดงเพราะเขินอายในวคำพูดของเขาเฟิ่งหลานไม่คิดว่าเทพหมิงเยี่ยจะกล้าเอ่ยคำหวานเช่นนี้ออกมาให้ได้ยินเฟิ่งหลานจึงหลบสายตา ของเทพหมิงเยี่ยและค่อย ๆ ยิ้มออกมา“ข้าน้อยอยากรู้นักว่าท่านไปจำคำพูดแบบนี้มาจากที่ใดกันในเมื่อข้าน้อยเห็นท่านนั้นฝึกทวนกับฝึกฝนตบะเพียงเท่านั้นนี่เจ้าคะ” เฟิ่งหลานบอกหมิงเยี่ยได้ยินที่เฟิ่งหลานบอกเขาก็รู้สึกแปลกใจว่าเพราะเหตุใดนางถึงได้รู้เรื่องของเขามากมายเช่นนี้กั
🥮ตอนที่ 9🥮 🥮ใจตรงกันสักที🥮 เมื่อหมิงเยี่ยกลับมาที่ตำหนักมังกรและพบว่าเทพเหนียงซีนั้นมาหาเขาที่ตำหนักเขาจึงสั่งให้นางกำนัลไปบอกกับเหนียงซีว่าเขาไม่พร้อมที่จะเจอกับนาง นางกำนัลได้รับคำสั่งก็ไปบอกกล่าวกับเทพเหนียงซี เมื่อเทพเหนียงซีได้ยินเช่นนั้นจึงขุ่นเคืองแล้วกลับไปที่ตำหนักของนางทันที เทพเหนียงซีรู้ชัดแจ้งแล้วว่าหมิงเยี่ยนั้นมีใจให้กับธิดาเทพหงส์ตนนั้นอย่างแน่นอนเทพเหนียงซีจึงกลับไปที่ ตำหนักวารีเพื่อวางแผนจะทำให้พวกเขาทั้งสองคนไม่มีวันได้สมหวังในความรักครั้งนี้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้ทั้งเทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานนั้นพากันนอนไม่ค่อยหลับเพราะมัวแต่หวนคิดถึงเรื่องที่พวกเขานั้นจุมพิตกันโดยไม่ตั้งใจ “เฮ้อ...เฟิ่งหลานใจเจ้าต้องเพ้อเจ้อถึงขนาดนี้ด้วยก็แค่ความไม่ตั้งใจเพียงเท่านั้นแต่ว่าเหตุใดข้ายิ่งคิดถึงยิ่งมีความสุขเสียจริง” เฟิ่งหลานเอ่ย เฟิ่งหลานยกมือจับที่ริมฝีปากของตนเองแล้วเผลอหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างเขินอายจนใบของนางนั้นแดงระเรื่อ ที่ตำหนักมังกรหมิงเยี่ยที่เอาแต่นึกถึงริมฝีปากบางเบาสีแดงระเรื่อของธิดาเทพหงส์น้อยที่ไร้เดียงสาตนนั้นก็พลันยิ้มกับตัวเอง...
🥮ตอนที่ 8🥮🥮ความรักก่อตัวขึ้น🥮เช้าวันรุ่งขึ้นเฟิ่งหลานออกไปเดินเก็บสมุนไพรวิเศษในสวนท้ายสวรรค์สมุนไพรวิเศษนั้นสามารถนำมาทำยาบำรุงตบะเซียนและรักษาอาการบาดเจ็บได้เฟิ่งหลานเดินไล่เก็บสมุนไพรไปเรื่อย ๆ จนไปเจอกับหมิงเยี่ยที่กำลังฝึกบำเพ็ญตบะเซียนอยู่ในสวนท้ายสวรรค์ด้วยเหมือนกัน เฟิ่งหลานแอบมองดูหมิงเยี่ยที่ฝึกฝนอยู่นางอยาก จะเดินเข้าไปหาเขาใกล้ ๆ แต่ก็กลัวว่าหมิงเยี่ยจะรังเกียจที่วันนั้นนางหลุดคำพูดแบบนั้นออกไปเฟิ่งหลานจำต้องหันหลังกลับแต่ดันเหยียบโดนหนามพิษของต้นไม้จึงทำให้ส่งเสียงร้องออกมาโดยไม่ตั้งใจ“โอ๊ย!..เท้าของข้า”เฟิ่งหลานร้องด้วยความเจ็บพอนึกได้นางก็รีบเอามือปิดปากตัวเองทันทีเฟิ่งหานกลัวเขาจะได้ยินแต่ว่าไม่ทันเสียแล้วเพราะหมิงเยี่ยได้ยินเสียงของนางแล้ว“นั่นใคร?” หมิงเยี่ยเอ่ยถามเฟิ่งหลานกำลังจะหายตัวแต่ก็ไม่ทันหมิงเยี่ยได้มายืนอยู่ตรงหน้าของนางแล้วเขามองหน้าเฟิ่งหลานด้วยความสงสัย “เฟิ่งหลานเจ้ามาทำอะไรตรงนี้?” หมิงเยี่ยเอ่ยถามเฟิ่งหลานไม่กล้ามองหน้าของหมิงเยี่ยนางจึงก้มหน้าก้มตาหลบสายตา“เอ่อ..ข้าน้อยมาเก็บสมุนไพรวิเศษแต่พอดีข้าน้อยดันเหยียบโดนหนามของต้นว่าน
🥮เริ่มรู้ใจตนเอง🥮ณ ตำหนักมังกร หมิงเยี่ยที่กำลังนั่งครุ่นคิดถึงคำพูดของเฟิ่งหลานในวันนี้และท่าทางกิริยาของนางเขาก็พอจะเดาได้ว่าธิดาหงส์ตนนั้นแอบมีใจชอบพอเขาอย่างแน่นอนแค่นึกถึงคำพูดเหล่านั้นของนางก็พลันทำให้ใบหน้าของเขาเริ่มแดงระเรื่อและเผลอยิ้มออกมาจนแปลกใจหมิงเยี่ยมองมาที่มือของเขาข้างที่จับกับมือของนางมันช่างทำให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจและรู้สึกมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในตอนนั้นเองเทพเหนียงซีก็เดินเข้ามาหาหมิงเยี่ยที่ตำหนักมังกรเหนียงซีมาพร้อมกับสำรับอาหารมากมายหลายอย่างนางตั้งใจนำมาให้หมิงเยี่ยทาน“หมิงเยี่ยวันนี้ข้าตั้งใจทำอาหารมาให้ท่าน…ท่านลองชิมดูหน่อยว่าถูกปากของท่านหรือไม่อย่างไร” เหนียงซีบอกกับเขา“เหนียงซีที่จริงเจ้าไม่น่าลำบากทำมาให้ข้าเลยที่นี่ข้ามีนางกำนัลมากมายจัดทำมาให้ข้าอยู่แล้ว” หมิงเยี่ยบอกกับนางหมิงเยี่ยพยายามที่จะเลี่ยงเพื่อเป็นการปฏิเสธกับนางทางอ้อมแต่เทพเหนียงซีหาได้สนใจในคำพูดของหมิงเยี่ยและนางยังคงวางสำรับอาหารและคีบอาหารใส่ในจานให้กับหมิงเยี่ย หมิงเยี่ยเลยคิดว่าจะพูดให้เหนียซีเข้าใจและตัดใจจากเขาด้วยดีก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นเรื่องใหญ่จนเขา
🥮เทศกาลซั่งหยวน🥮 เฟิ่งหลานมองดูสีหน้าของหมิงเยี่ยที่ดูคล้ายยังขุ่นเคืองเฟิ่งหลานจึงรู้สึกไม่ค่อยดีนางเองไม่ได้อยากให้เขาขุ่นเคืองนางแบบนี้“เทพหมิงเยี่ยนี่ท่านโกรธข้าจริง ๆ รึเจ้าคะที่ข้าต้องลงมาที่โลกมนุษย์กับเทพเสวียนอี้นั้นข้าเพียงแค่เบื่อและต้องการมาเที่ยวให้คลายความทุกข์ใจเพียงเพราะว่าตัวข้านั้นรู้สึกไม่สบายใจที่วันนั้นข้าได้พูดอะไรที่ไม่สมควรพูดกับท่านเทพหมิงเยี่ยไปแบบนั้นน่ะเจ้าคะ” เฟิ่งหลานบอกเขาเพราะเฟิ่งหลานเห็นว่าเทพหมิงเยี่ยไม่ค่อยจะสบอารมณ์เมื่อนางพูดเสร็จเฟิ่งหลานก็รีบหลบสายตาของเขาแล้วพยายามหายใจลึก ๆ หมิงเยี่ยมองมาที่นางแล้วก็นึกขำกับท่าทางของเฟิ่งหลานเขาเลยหัวเราะออกมาเบา ๆ“หึหึ..เหตุใดเจ้าถึงได้เป็นธิดาเทพที่ขี้น้อยใจและคิดมากเช่นนี้” หมิงเอ่ยออกมาจากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นลูบที่ศรีษะของนาง เฟิ่งหลานจึงเงยใบหน้าขึ้นมามองเทพหมิงเยี่ยจึงทำให้พวกเขาทั้งสองคนเกิดประสานสายตากันพอดีจู่ ๆ เสียงหัวใจของพวกเขาทั้งคู่ก็เต้นแรงจนไม่เป็นจังหวะเพราะทั้งสองคนเกิดความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นกับอีกฝ่ายจนพวกเขาต้องรีบหันหน้าไปทางอื่นแทนผ่านไปสักพักเสวียนอี้ที่เดินตามหาเฟิ่งหล







![ตำนานรักแผ่นดินกงซุน [NC25+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)