เข้าสู่ระบบภายในสุดยอดรถยนต์สมรรถนะสูง ที่เหนือกว่าซูเปอร์คาร์ทั่วไป มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ยังติดค้างอยู่ กัปตันหนุ่มนั่งพิงพนัก มือหนึ่งวางบนพวงมาลัย สายตาเหลือบมองผ่านกระจกมองหลัง
ภาพรถกระบะคุ้นตากำลังแล่นเข้ามาช้า ๆ ก่อนจะจอดนิ่งอยู่ด้านหลัง ไฟหน้าดับลง ประตูฝั่งคนขับถูกเปิดออก ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ก้าวลงมาด้วยท่วงท่ามั่นคง แววตาเด็ดขาดในแบบของคนเป็นพ่อ สีหน้าเคร่งขรึม เส้นผมสีบรอนซ์ทองเฉกเช่นเดียวกับเส้นผมของนางฟ้าในดวงใจของเขา
รองเท้ากระทบพื้นเป็นจังหวะหนักแน่น ขณะเดินตรงมายังไฮเปอร์คาร์
ม่านเมฆยังคงจับจ้องภาพนั้นผ่านกระจกมองหลัง สายตาคู่นั้นไม่ใช่ใครอื่น...
ไม่รอให้อีกฝ่ายต้องเสียแรงเคาะกระจก ม่านเมฆเป็นฝ่ายลดกระจก และทักทาย
“สวัสดีครับป๊าฟลอยด์” น้ำเสียงสุภาพเกินเหตุ ดวงตาเป็นประกายทะเล้น แม้อดีตคนตรงหน้าจะเป็นบอดี้การ์ดของตน แต่ปัจจุบันเขาคือพ่อตาของม่านหมอกซึ่งเป็นน้องชายฝาแฝดของเขา และแน่นอนว่าคนคนนี้ก็เป็นว่าที่พ่อตาของเขาด้วย
ว่าที่พ่อตา ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหวงลูกสาวยิ่งกว่าไข่ในหิน
“อาฟลอยด์ ช่วยเรียกให้ถูกด้วย” น้ำเสียงที่ห้วนแข็งและวางมาดอยู่ในที
ม่านเมฆเปิดประตูลงจากรถ ยืนตัวตรงเหมือนนักบินรายงานตัว
“เมฆก็เรียกออกบ่อย ยังไม่ชินอีกเหรอครับ”
“ไม่ชิน แล้วก็ไม่มีวันชินด้วย”
“น่าจะชินได้แล้วนะครับ หมอกก็เรียกป๊าฟลอยด์ เมฆเรียกอีกคนจะเป็นไรไป” เน้นเสียงไปที่ ‘ป๊าฟลอยด์’ เป็นการตอกย้ำสถานะ
“มันไม่เหมือนกัน”
“อีกหน่อยก็เหมือนครับ”
“คุณเมฆ!”
“เป็นป๊าฟลอยด์ของเมฆแล้ว เรียกเมฆเฉย ๆ ก็พอครับ”
“ว่างมากหรือไง ถึงได้โผล่มาอยู่ที่นี่ เป็นกัปตัน เป็นผู้บริหารสายการบิน ไม่น่าจะมีเวลาว่างมาเที่ยวเล่นถึงขอนแก่น”
“เมฆไม่ได้มาเที่ยวหรือมาเล่น ๆ สักหน่อย เมฆมาตามหาหัวใจต่างหาก”
“ถ้าเป็นโรคหัวใจควรไปโรงพยาบาล ไม่ใช่มหาวิทยาลัย แล้วที่นี่ก็ไม่ใช่คณะแพทย์ด้วย” สายตาคมกริบปรายมองไปยังป้ายคณะบริหารธุรกิจ
“แต่คณะบริหารธุรกิจมีสาขาการจัดการนะครับ จัดการเสียงหัวใจที่มันเต้นตรงกันให้มารักกัน”
“ที่นี่คงไม่มีผู้หญิงคนนั้น”
“ทำไมจะไม่มีล่ะครับ ไม่งั้นเมฆจะมาถูกได้ยังไง เมฆมาที่นี่ก็เพราะเสียงเรียกจากหัวใจเลยนะครับ”
ในขณะที่สองหนุ่มต่างวัยโต้เถียงกัน ฟาเดียกับเพื่อน ๆ ก็เดินออกมาจากอาคารเรียน
“อะไรของแกเนี่ยพะแพง จู่ ๆ ก็หยุดเดิน” มัวแต่เชยชมช่อดอกไม้แสนสวยของฟาเดีย ทำให้เมเปิ้ลเดินชนกับพะแพงที่เดินนำหน้าและหยุดชะงักไม่บอกกล่าว
“เกิดเหตุเครื่องบินรบสองลำชนกันเหรอเนี่ย” พะแพงพูดด้วยเสียงตื่นตระหนก ราวกับเกิดเหตุระทึกขวัญ
“นี่แกดูซีรีส์หนักไปหรือไง เครื่องบินรบอะไรจะมาชนกันในมหาลัย”
“นั่นสิ...” ฟาเดียเห็นด้วยกับเมเปิ้ล แต่ก็ต้องเปลี่ยนความคิดในพลันเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อกับเฮียเมฆยืนประจันหน้ากันอยู่ “ป๊า! เฮียเมฆ!” ไวเท่าความคิด ดอกไม้ในมือของเธอก็ไปอยู่ในมือเมเปิ้ล แล้วรีบสาวเท้าไปหาสองหนุ่มต่างวัย
“ฟาเดียรอพวกฉันด้วย” เมเปิ้ลกับพะแพงหันมองหน้ากัน ก่อนจะรีบวิ่งตามฟาเดียไป
“ฟาเดียลูก // ฟาเดีย” เสียงเรียกละมุนจากสองหนุ่มต่างวัย พร้อมกับหันไปมองหญิงสาวอันเป็นดั่งดวงใจที่กำลังเดินเข้ามาหา และเป็นจังหวะที่โทรศัพท์ของฟลอยด์ก็ส่งเสียงดัง
“ไม่รับสายเหรอครับ สายสำคัญเลยนะนั่น” ม่านเมฆชำเลืองตามองหน้าจอโทรศัพท์ของว่าที่พ่อตา ปรากฏชื่อ ‘เมียจ๋า’ ก็รู้ได้ในทันทีว่าต้องเป็นว่าที่แม่ยายของเขา
“….” ฟลอยด์วางมาดนิ่งขรึมกดตัดสายเมียรักทันที
“ว้าว ตัดสายทิ้งเสียด้วย เจ๋งมากครับ” ฟลอยด์ไม่ได้รู้สึกสักนิดว่านั่นคือคำชม และเขาไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเจ๋งแต่อย่างใด พร้อมกับกลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคออย่างยากลำบากเมื่อคิดถึงสิ่งที่ตัวเองต้องเจอเมื่อกลับถึงบ้านที่สกลนคร
“นัดกันมาหาหนูเหรอคะ” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสดใส แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าทั้งคู่ไม่มีทางนัดกันมา และรู้ดีว่าผู้เป็นพ่อมาอยู่ที่นี่ นั่นก็เพราะรู้ทันอดีตเจ้านายตัวน้อยว่าต้องมาหาเธอที่นี่ในวันนี้
“เฮอะ!” ฟลอยด์สะบัดหน้าพรืด
“เปล่าครับ” ม่านเมฆตอบไปตามความจริง
“ป๊า ทำไมไม่รับสายแม่ล่ะคะ” ในขณะที่คุยกัน โทรศัพท์ของฟลอยด์ก็สั่นต่อเนื่อง ฟาเดียมองไปยังหน้าจอนั้นก็เห็นว่าเป็นสายของแม่
“นั่นสิครับ” ม่านเมฆกระหยิ่มยิ้ม
“เดี๋ยวค่อยรับก็ได้ ฟาเดียเลิกเรียนแล้วใช่ไหม ปะ ป๊าไปส่งคอนโด”
“เมฆว่าจะชวนฟาเดียไปเลี้ยงฉลองสักหน่อยน่ะครับ”
“เลี้ยงฉลองอะไร”
“ก็เลี้ยงฉลองให้กับเฟรชชี่คนใหม่ไงครับ”
“มะ...” ยังไม่ทันจะตอบโต้ เสียงแจ้งเตือนข้อความก็ดังขึ้น เห็นชื่อของคนที่ส่งมาก็กดอ่านในทันทีด้วยความเคยชิน
‘ถ้าไม่กลับเดี๋ยวนี้ ก็นอนนอกบ้านตลอดไปเลยนะ’
ดั่งสายฟ้าฟาดกลางกบาล นอนที่ร้านสามวันก็ว่าแย่แล้ว ให้นอนนอกบ้านตลอดไปก็เท่ากับไม่ได้นอนกอดเมียรัก แบบนี้ขาดใจตายพอดี ร่างสูงชะงักนิ่งราวกับวิญญาณได้หลุดออกจากร่างและลอยละลิ่วกลับสกลนครไปแล้ว
“เป็นคำขู่ที่น่ากลัวมาก เมฆว่าป๊าฟลอยด์รีบกลับไปหาแม่ปุ้ยจะดีกว่านะครับ ส่วนฟาเดีย เมฆจะเป็นคนดูแลเอง” เสียงยียวนตามด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มตามสมรรถนะของรถ และนั่นช่วยดึงสติของฟลอยด์ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ทันความเจ้าเล่ห์ของอดีตเจ้านายตัวน้อย ที่ตอนนี้ได้พาลูกสาวของเขาเข้าไปนั่งในรถเป็นที่เรียบร้อย
“ฟะ...” ทำได้เพียงอ้าปาก ไฮเปอร์คาร์สุดเท่ก็พุ่งทะยานไปข้างหน้า โดยมีสองสาวเพื่อนซี้ของฟาเดียยิ้มร่าเริงโบกมือตามหลัง แต่เมื่อปะทะกับสายตาของพ่อเพื่อนก็พลันหุบยิ้ม มือนั้นก็เปลี่ยนเป็นพนมไหว้พร้อมกับย่อตัว
“สวัสดีค่ะป๊าฟลอยด์” กล่าวคำลาแล้วสองสาวผู้สมรู้ร่วมคิดทั้งผลักทั้งดันให้ฟาเดียไปขึ้นรถของเฮียเมฆก็พากันเดินละลิ่วไปยังรถของตัวเอง
“...โธ่เว้ย” อยากจะตามลูกสาวไปใจแทบขาด แต่ถ้าไม่กลับไปหาเมียตอนนี้ก็ต้องขาดใจตายเป็นแน่ “ฝากไว้ก่อนเถอะ” จำใจต้องเดินกลับไปที่รถของตัวเอง แล้วขับกลับสกลนครให้เร็วที่สุด
ไฮเปอร์คาร์พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่เร็วนัก เพราะมั่นใจ ยังไงว่าที่พ่อตาก็เลือกที่จะกลับไปหาเมียสุดที่รักมากกว่าจะขับรถตามเขา แต่ถึงให้ขับรถตามมาก็ไม่มีทางทัน
ฟาเดียหันไปมองกระจกหลัง เห็นรถของพ่อขับเลี้ยวไปอีกทาง หัวใจที่เต้นแรงเริ่มผ่อนคลาย เธอถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“เฮียเมฆอะ” ฝ่ามือเรียวฟาดที่ต้นแขนของสารถีสุดหล่อที่ยิ้มขัน ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์
“ฟาเดียตีเฮียทำไมเนี่ย” ใบหน้าหล่อเหลาแสดงความเจ็บปวดเกินจริงไปมาก จนฟาเดียอดมองค้อนไม่ได้
“เฮียแกล้งป๊า”
“เฮียเนี่ยนะจะแกล้งป๊าฟลอยด์”
“เฮียโทรหาแม่ใช่ไหมคะ”
“เฮียไม่ได้โทร แต่เฮียส่งไลน์ไปขอความช่วยเหลือจากแม่ปุ้ยต่างหาก” ม่านเมฆส่งข้อความขอความช่วยเหลือจากว่าที่แม่ยายตั้งแต่เห็นรถของว่าที่พ่อตาขับมาจอดต่อท้าย และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
“เฮียเมฆเจ้าเล่ห์”
“ถ้าเฮียไม่ทำแบบนี้ เราก็ไม่ได้ไปกินข้าวด้วยกันสิคะ”
“มาคะอะไรของเฮีย” แก้มนวลขึ้นริ้วสีแดงกับคำพูดหวานหู
“ฟาเดียไม่ชอบให้เฮียพูดแบบนี้เหรอคะ” ยิ่งเห็นคนน้องเขินจนแก้มแดง ม่านเมฆก็ยิ่งอยากแกล้ง
“เฮียเมฆ”
“เฮียอยู่นี่แล้วค่ะ” ใบหน้าหล่อคมคายกระหยิ่มยิ้ม พร้อมกับมือที่เอื้อมไปกุมมือเรียวแล้วยกขึ้นมาจูบหลังมือ ทำให้หัวใจของฟาเดียเต้นแรง แก้มร้อนผ่าวยิ่งกว่าเดิม
ฟาเดียค่อย ๆ ดึงมือกลับ แก้มใสขึ้นสีแดงเรื่อ เธอเบือนหน้าหนีเล็กน้อย ทำทีเป็นมองถนนข้างหน้า
“ขะ ขับรถดี ๆ สิคะ” เสียงเธอเบา ปนเขินจนปิดไม่มิด
ม่านเมฆหัวเราะในลำคอ ยิ้มกว้างกว่าเดิม แต่ยอมจับพวงมาลัยด้วยสองมืออย่างว่าง่าย “ครับ ๆ เฮียจะตั้งใจขับรถอย่างดีเลย”
ฟาเดียสูดลมหายใจ ตั้งสติ ก่อนจะหันมาถามด้วยน้ำเสียงปกติ
“เฮียจะพาหนูไปกินข้าวที่ไหน”
“เดี๋ยวหนูก็รู้ค่ะ”
วิลล่าส่วนตัว หาดกมลา ภูเก็ตดวงอาทิตย์ดวงโตสีส้มจัดจ้านกำลังค่อย ๆ หย่อนตัวลงจูบขอบฟ้าอันดามัน สาดแสงสีทองอำพันสุดท้ายของวันลงมากระทบผิวน้ำทะเลที่เป็นลอนคลื่นระยิบระยับราวกับเกล็ดทองคำสายลมยามเย็นพัดหอบเอาความสดชื่นของทะเลเข้ามาปะทะกับกลิ่นหอมหวลชวนน้ำลายสอของบาร์บีคิวเนื้อเกรดพรีเมียมและเนยกระเทียมที่กำลังย่างฉ่าอยู่บนเตาถ่าน กลิ่นดอกลีลาวดีและดอกแก้วในสวนส่งกลิ่นหอมเย็น ๆ ลอยล่องมาตามลม ผสมผสานกับเสียงดนตรีเบา ๆ ที่เปิดคลอสร้างบรรยากาศทว่า ความสงบเงียบและความโรแมนติกของธรรมชาตินั้น ช่างดูขัดแย้งกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นบนสนามหญ้าหน้าบ้านอย่างสิ้นเชิง เพราะบัดนี้ พื้นที่สีเขียวขจีได้ถูกยึดครองโดยกองทัพมนุษย์ตัวจิ๋วและสภาญาติผู้ใหญ่ที่มารวมตัวกันจนวิลล่าหลังใหญ่ดูเล็กลงไปถนัดตาม่านเมฆ ในฐานะผู้จ่ายเงินยืนกุมขมับอยู่มุมเสา เข่าทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นหญ้านวลน้อยราคาแพงที่ตอนนี้เริ่มมีสภาพไม่ต่างจากทุ่งหญ้าสะวันนาที่เพิ่งผ่านการอพยพของฝูงวิลเดอบีสต์“ทำไมคนมันเยอะขนาดนี้วะเนี่ย” ม่านเมฆพึมพำกับตัวเอง สายตาล่อกแล่กมองไปรอบงาน “นี่มันงานวันเกิดเด็ก 5 ขวบ หรือมหกรรม
ถนนส่วนบุคคล หน้าวิลล่า จ. ภูเก็ตแสงอรุณยามเช้าตรู่สาดส่องลงมากระทบยอดทิวสนที่เรียงรายอยู่สองข้างทางของหมู่บ้านหรูก่อให้เกิดลำแสงสีทองอ่อน ๆ ที่ตัดผ่านละอองหมอกจาง ๆ เหนือพื้นหญ้าสีเขียวชอุ่ม น้ำค้างยอดหญ้าสะท้อนแสงวิบวับราวกับอัญมณีที่ธรรมชาติบรรจงโปรยปรายไว้ต้อนรับวันใหม่ กลิ่นไอดินชื้นเย็นผสมผสานกับกลิ่นลมทะเลสะอาดสดชื่นที่พัดโชยมาเป็นระยะ สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและผ่อนคลายจนอยากจะหยุดเวลาไว้ตรงนี้ เสียงนกร้องจิ๊บๆ ประสานกับเสียงใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ เป็นดนตรีบรรเลงขับกล่อมให้โลกใบนี้ดูงดงามราวกับภาพวาดราคาแพงบนถนนลาดยางที่สะอาดสะอ้านไร้ฝุ่นผง ร่างสูงใหญ่ของม่านเมฆในชุดออกกำลังกายรัดรูปสีเทาเข้มที่ขับเน้นมัดกล้ามทุกสัดส่วนกำลังวิ่งจ็อกกิ้งด้วยท่วงท่าที่มั่นคงและสง่างาม เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดพรายตามขมับและลำคอ ยิ่งทำให้ซีอีโอหนุ่มดูเซ็กซี่และทรงพลังในแบบที่สาว ๆ เห็นแล้วต้องเหลียวหลังแต่ทว่า สายตาของม่านเมฆไม่ได้จับจ้องอยู่ที่ระยะทางในนาฬิกาสมาร์ทวอทช์หรือทิวทัศน์อันงดงามรอบกายดวงตาคมกริบของเขาจับจ้องไปยังกลุ่มก้อนความรักที่เดินเตาะแตะอยู่ข้างหน้าห่างออกไปไม่กี่เมตรฟาเดีย ในชุดเด
วิลล่าส่วนตัว หาดกมลา ภูเก็ตท้องฟ้าเหนือเกาะภูเก็ตวันนี้ถูกฉาบทาด้วยสีเทาหม่นของเมฆฝนก้อนมหึมาที่ลอยต่ำจนแทบจะสัมผัสยอดทิวสน สายฝนเม็ดหนาหนักเทกระหน่ำลงมากระทบหลังคาและกระจกหน้าต่างบานใหญ่ของวิลล่าหรูจนเกิดเสียงดัง ซู่ ซู่ อย่างต่อเนื่องและยาวนานราวกับฟากฟ้ากำลังระบายความโศกเศร้าออกมาจนหมดสิ้น ไอความชื้นแฉะและกลิ่นดินระเหยลอยฟุ้งแทรกซึมเข้ามาในบรรยากาศ ผสมผสานกับเสียงคลื่นทะเลที่ซัดสาดชายฝั่งอย่างเกรี้ยวกราด ทำให้บรรยากาศเช้านี้ดูหดหู่และเงียบเหงาผิดวิสัยบ้านที่มีเด็กเล็กภายในห้องนอนมาสเตอร์เบดรูมที่กว้างขวาง อุณหภูมิถูกปรับให้อุ่นขึ้นเล็กน้อย กลิ่นหอมสดชื่นของดอกไม้และกลิ่นสะอาดของน้ำยาปรับผ้านุ่มที่คุ้นเคย บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นฉุนอ่อน ๆ ของยูคาลิปตัสจากแผ่นแปะแก้คัดจมูกและกลิ่นยาน้ำรสส้มที่ลอยอบอวลไปทั่วห้อง ราวกับห้องนอนหรูหราแห่งนี้ได้ถูกแปลงสภาพเป็นหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) แผนกกุมารเวชไปเสียแล้วบนเตียงคิงไซส์หนานุ่มมีร่างเล็ก ๆ สองร่างนอนซมอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาพันวาสาวน้อยจอมแก่นที่ปกติพลังงานล้นเหลือ บัดนี้นอนแก้มแดงปลั่งเพราะพิษไข้ ผมเปียสองข้างยุ่งเหยิง หายใจฟืดฟาดเสียงดังเพร
หน้าโรงเรียนนานาชาติภูเก็ตแสงแดดยามบ่ายแก่ ๆ ของเกาะภูเก็ตสาดส่องลงมากระทบหลังคารถหรูนับร้อยคันที่จอดเรียงรายอยู่หน้าประตูโรงเรียนนานาชาติจนเกิดประกายแสงวิบวับแสบตา ไอความร้อนจากท่อไอเสียและพื้นถนนเต้นระริกเป็นคลื่นความร้อนที่บิดเบี้ยวภาพทิวทัศน์รอบข้างให้ดูเหมือนภาพวาดสีน้ำมันที่ยังไม่แห้งดี เสียงจจอแจของผู้ปกครองหลากเชื้อชาติที่มายืนรอลูกหลานดังผสมปนเปกับเสียงนกหวีดของ รปภ. และเสียงเครื่องยนต์ที่ครางกระหึ่มแต่ภายในรถตู้ Alphard สีดำมันปลาบที่ติดฟิล์มดำสนิทจนมองไม่เห็นด้านใน บรรยากาศกลับเย็นยะเยือกราวกับอยู่ในขั้วโลกเหนือ เครื่องปรับอากาศทำงานเต็มสูบเพื่อดับไฟในอกของชายสองวัยที่กำลังนั่งจ้องหน้าจอแท็บเล็ตที่เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดหน้ารถตาเขม็งม่านเมฆซีอีโอหนุ่มผู้คลั่งรัก นั่งกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือขึ้นเป็นแนวไปถึงท่อนแขน ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความทรมานราวกับกำลังดูหนังผีที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตข้าง ๆ กันคือ ฟลอยด์ที่บินด่วนลงมาจากสกลนครพร้อมปุ้ย เพื่อมาเยี่ยมหลานสุดที่รักฟลอยด์อยู่ในสภาพสวมแว่นกันแดดสีดำสนิท กัดฟันกรอด ๆ จนกรามปูนโปน“มันมาแล้ว ไอ้เด็กนั่นมันเดินมา
ศูนย์การค้า เซ็นทรัล ฟลอเรสต้า ภูเก็ตบ่ายวันเสาร์ที่ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับเกาะภูเก็ตส่งเปลวแดดร้อนระอุแผดเผาลงมาจนยางมะตอยบนลานจอดรถแทบจะละลายกลายเป็นสายน้ำสีดำข้น แต่ทว่า ทันทีที่ประตูอัตโนมัติบานยักษ์เลื่อนเปิดออก กลิ่นหอมจาง ๆ ของน้ำหอมปรับอากาศระดับลักชูรีและไอเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศก็พุ่งเข้าปะทะผิวกาย ราวกับเดินก้าวข้ามทะเลทรายซาฮาร่าเข้าสู่โอเอซิสอันศิวิไลซ์ภายในห้างสรรพสินค้าหรูหราที่ถูกออกแบบให้เหมือนป่าหิมพานต์ยุคดิจิทัล แสงไฟวอร์มไวท์สาดส่องลงบนพื้นหินอ่อนมันวาววับสะท้อนภาพผู้คนที่เดินขวักไขว่ แต่ท่ามกลางฝูงชนนับพัน มีครอบครัวหนึ่งที่โดดเด่นออกมาจนใคร ๆ ต่างก็ต้องเหลียวหลังมองม่านเมฆซีอีโอหมื่นล้านผู้กุมบังเหียน Cloud Airlines บัดนี้อยู่ในสภาพ เบ๊ผู้ทรงเกียรติ สองแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขน พะรุงพะรังไปด้วยถุงกระดาษแบรนด์เนมสีสันสดใสนับสิบใบ ทั้ง Gucci Kids, Dior Baby และร้านของเล่นชั้นนำจนแทบจะมองไม่เห็นทางเดิน“ฟาเดีย เฮียว่าลูกเราใส่เสื้อผ้าไม่ซ้ำกันได้สามปีแล้วนะครับ” ม่านเมฆโอดครวญเสียงอ้อน ส่งสายตาปริบ ๆ ให้ภรรยาคนสวยที่เดินนำหน้าอย่างสง่าง
ณ วิลล่า หาดกมลา ภูเก็ต บ่ายวันเสาร์เมฆสีเทาหม่นปกคลุมทั่วท้องฟ้าเหนือเกาะภูเก็ต สายฝนเม็ดละเอียดโปรยปรายลงมากระทบผิวน้ำทะเลและกระจกหน้าต่างบานใหญ่ของวิลล่าอย่างไม่ขาดสาย ก่อให้เกิดเสียง เปาะแปะ เปาะแปะ ที่ชวนให้รู้สึกง่วงงุนและเกียจคร้าน กลิ่นไอดินชื้นแฉะผสมกับกลิ่นไอทะเลลอยอบอวลอยู่ในอากาศภายนอกผิดกับอากาศเย็นฉ่ำและแห้งสนิทจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องนั่งเล่นที่ถูกเปิดทิ้งไว้ที่อุณหภูมิ 23 องศาเซลเซียสบรรยากาศในบ้านวันนี้เงียบสงบผิดปกติ ราวกับอยู่ในห้องสมุดแห่งชาติมากกว่าจะเป็นบ้านที่มีเด็กแฝดวัยกำลังซน มีเพียงเสียงวัตถุพลาสติกแข็งกระทบกันดัง กริ๊ก กริ๊ก เป็นจังหวะสม่ำเสมอกลางห้องนั่งเล่นที่ปูด้วยพรมขนสัตว์เทียมสีขาวสะอาดตาพันไมล์ หนุ่มน้อยวัย 4 ขวบเศษ นั่งขัดสมาธิหลังตรงแน่วด้วยท่าทางสุขุมยิ่งกว่าพระเกจิอาจารย์ ตรงหน้าเขามีกองภูเขาพลาสติกชิ้นเล็กชิ้นน้อยนับพันชิ้นวางกองรวมกันอย่างเป็นระเบียบมันคือ Lego Star Wars, The Death Star ชุดใหญ่ยักษ์อลังการงานสร้างที่มีจำนวนชิ้นส่วนมากถึง 5,000 ชิ้น ของขวัญต้อนรับกลับบ้านที่ ม่านเมฆซื้อให้ลูกชายเพื่อปลอบขวัญที่ต้องกลับมาเจออากาศร้อนชื้นข







