Beranda / รักโบราณ / ดอกบัวในสงคราม / ตอนที่ 21 ตัวทดลอง

Share

ตอนที่ 21 ตัวทดลอง

last update Tanggal publikasi: 2024-12-24 18:44:31

           ยามโฉ่ว (01.00 - 02.59 น.)

           “ถึงแล้วหรือ”

           “ขอรับ พื้นที่ตรงหน้าคือชายแดน ค่ายทหารน่าจะอยู่ไม่ไกล ” มีครั้งหนึ่งในตอนที่เหลียนฮวาพึ่งคลอดใหม่ๆ เจียหมิงเคยแอบออกมาล่าสัตว์ในป่าลึกหวังจะได้สัตว์ไปขาย ซื้อน้ำนมให้บุตรสาว ด้วยความที่ตัวเองมัวแต่จดจ่อกับสัตว์ที่กำลังล่าจนไม่รู้ตัวว่าเขาเกือบข้ามเข้าไปยังเขตของแคว้นลั่วหยาง ครั้นได้ยินเสียงที่คิดว่าน่าจะเป็นทหารของทางฝั่งนั้น จึงรีบกุลีกุจอกลับหมู่บ้าน

           หลังจากนั้นเขาก็ไม่กล้าที่จะออกมาล่าบริเวณนี้คนเดียวอีกเลย  กลัวว่าถ้าข้ามไปแล้วจะไม่ได้กลับมาเจอบุตรสาวอีก ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีเหตุให้ต้องกลับมาอีกครั้ง

           “แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเฝ้าอยู่ตรงนี้ดูต้นทาง กลุ่มสองลอบเข้าไปด้านใน ข้าจะนำเอง เลี่ยงการปะทะ เข้าใจหรือไม่”

           “เข้าใจขอรับ”

           “เอ่อ แล้วข้าล่ะขอรับ” เจียหมิงโพล่งถามขึ้นมาเพราะไม่รู้ตัวเองต้องอยู่ตรงไหน ทำหน้าที่อะไรต่อจากนี้

           “เจ้ารออยู่กับกลุ่มแรกที่นี่ หากได้รับสัญญาณให้วิ่งกลับไปยังทางที่เรามาให้เร็วที่สุด ไม่ต้องสนใจทหารคนอื่น” ที่บอกว่าไม่ต้องสนใจ เพราะว่าทหารคนอื่นจะวิ่งตรงไปยังค่ายศัตรู เนื่องจากสัญญาณที่ส่งให้เป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือ ซึ่งทุกคนจะทราบและรู้ว่าต้องทำอย่างไร

           เขาไม่อยากให้อีกฝ่ายเข้าไปในค่ายศัตรูด้วย เกรงว่าตัวเขาเองจะไม่สามารถอยู่คุ้มกันใกล้ๆได้ อย่างไรชายชาติทหารที่มีชีวิตเพื่อปกป้องบ้านเมืองอย่างเขา หากบาดเจ็บจนตายก็ถือว่าตายอย่างสมเกียรติ แต่ไม่ใช่กับเจียหมิง ชายหนุ่มยังมีลูกสาวให้กลับไปดูแล

           “ทำตามแผน ไปได้!!” เป่ยหวงหันไปพูดกับทหารคนอื่น ทุกคนพยักหน้าเป็นอันรู้กันก่อนจะแยกย้ายไปทำตามหน้าที่ เจียหมิงโดนทหารนายหนี่งพามาแอบซุ่มดูอยู่ห่างๆ

           “ทางนั้นมีคน” เป่ยหวงเอ่ยเตือนพลทหารอีก 2 นาย

           “เจ้าสังเกตหรือไม่ ช่วงนี้คล้ายจำนวนทหารในค่ายเราลดน้อยลงแปลกๆ” ทหารแคว้นลั่วหยางคนหนึ่งเอ่ยขึ้นขณะกำลังเดินล่าตระเวณรอบๆ

           “อย่าเที่ยวพูดให้ใครได้ยิน เกรงว่าหัวจะหลุดจากบ่า” เพื่อนอีกคนมองซ้ายขวาเตือน ทั้งที่มันก็คิดไม่ต่างจากอีกฝ่าย

           “บ๊ะ ก็ที่นี่มีแค่เรา ไหนจะเรื่องที่เรียกเราไปกรีดเลือดทุกวันอีก ข้าว่า…”

           แกร็บ

           “นั่นใคร!!” บทสนทนาเป็นอันต้องชะงักลงเพราะมีคนหนึ่งในนั้นได้ยินเสียงแปลกๆ แล้วตะโกนขึ้นมา เป่ยหวงที่ส่งสายตาบอกทหารคนที่เผลอเหยียบใบไม้ให้ค่อยๆเคลื่อนตัวไปอีกทาง 

           “เจ้าหูฝาดเองแล้ว ข้าไม่ได้ยินอะไรเลย” ยังเป็นทหารที่พูดไม่หยุดคนเดิมที่ขัดขึ้น ทว่าอีกคนยังไม่ลดความระแวง  โชคดีที่ลมพัดมาพอดี เศษใบไม้ปลิวตามลม “เห็นไหม ข้าบอกแล้ว เข้าหูฟาดไปเอง”

           ทหารฝ่ายแคว้นจ้าวทุกคนได้ยินอย่างนั้นจึงพากันโล่งอก ไม่ต้องการปะทะ โดยเฉพาะในถิ่นศัตรู

           กระโจมทดลอง

           “อึก อื้อ” บนตั่งไม้หยาบ มีร่างหนึ่งดีดดิ้นด้วยความทรมาน เหงื่อผุดพราย สีหน้าแสดงความเจ็บปวด เขาโดนมัดไว้ทั่วร่าง ไม่เว้นแม้กระทั่งปาก เขาพยายามดิ้นให้หลุดพันธนาการ ทว่ากลับไร้ซึ่งหนทางรอด พลันเรื่องราวตัวเองผุดขึ้นมาในความคิด เขาเป็นหนึ่งในสายลับแคว้นจ้าว ถูกส่งให้มาสืบการซ่องสุมกำลังของพวกลั่วหยาง ลอบเข้ามาสืบยังค่ายนี้ได้สำเร็จ คราแรกยังนึกแปลกใจทำไมการป้องกันของค่ายถึงหละหลวมยิ่งนัก 

           ตอนนี้กลับเข้าใจแจ่มแจ้ง พวกมันกำลังทดลองบางอย่าง ที่เขารู้เพราะจู่ๆก็ถูกเรียกให้เข้ามาในกระโจมพร้อมกับทหารอีก 4 นาย เหมือนมันสุ่มคน พอเข้ามาถึงด้วยความมืด ไม่ทันตั้งตัวก็ถูกฉีดยาบางอย่างทำให้สลบไป ตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนอนหมดเรี่ยวแรงบนตั่งเตียง โดนปิดตา มัดมือมัดเท้า แต่ละวันได้แต่ฟังเสียงพวกมันทำบางอย่าง ได้ยินมันพูดว่าตัวทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่า พวกมันช่างโหดเหี้ยม ไม่เว้นแม้แต่ทหารของฝ่ายมัน เขาได้ยินแต่เสียงร้องอู้อี้ บ้างก็เสียงคำราม ทว่าไม่ถึง 2 ชั่วยาม เสียงนั้นก็เงียบไป

           แม้ความหวังจะริบหรี่ อย่างไรก็ต้องรอดไปให้ได้  กลับไปแจ้งข่าวแก่แม่ทัพใหญ่ ชีวิตของคนในแคว้นจ้าวไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ไม่รู้ว่ามันกำลังทดลองอะไร แต่เขาไม่คิดว่ามันจะเป็นผลดีต่อแคว้นอื่นแน่ๆ

           ฟึบบ

           แสงสาดส่องเข้าดวงตาจนสายลับที่คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาชะงัก หรี่ตาเพื่อปรับแสง มีแค่ผ้าที่ปิดตาที่โดนกระชากออกไปเท่านั้น พลันร่างของคนผู้หนึ่งแต่งชุดขาวทั้งตัว ทว่ากลับเปื้อนไปด้วยคราบเลือด กำลังทำบางอย่างกับข้อมือเขา

           จึก

           “อื้ออ”  ชายคนนั้นเอาเข็มทิ่มข้อมือเสร็จ แล้วนำบางอย่างทาไปตรงบริเวรณที่ทิ่ม หลังจากนั้นสายลับเบิกตาโพรงด้วย ความตกใจ ร่างกายร้อนเป็นไฟ คล้ายกำลังแตกพล่าน มีบางอย่างกำลังแล่นเข้ามากลืนกินตัวเขา ใจสั่นแรง เจ็บดั่งถูกไฟแผดเผา จนกระทั่งเขาตัดสินใจเดินลมปราณเพื่อขับสิ่งแปลกปลอมออก  ทว่านั่นก็ทำเอาเขาเหนื่อย เหมือนคนวิ่งมาหลายร้อยลี้

           “ท่านหมอผี ผ่านไป 1 เค่อแล้ว ร่างของตัวทดลองหมายเลข 5 ยังไม่กลายร่างขอรับ” ลูกมือของหมอผีทำหน้าสงสัยก่อนจะเอ่ยรายงาน ซึ่งตัวมันเองรับหน้าที่คอยช่วยเหลือท่านหมอผี เปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นอาวุธอันทรงพลัง มองภาพคนหลายคนที่นอนดิ้นทุรนทุรายด้วยสายตาเรียบเฉย พวกมันก็แค่มดปลวกที่จะกลายเป็นตัวทดลอง ไม่ต้องสนใจว่าจะอยู่หรือตาย ทว่าทหารผู้นี้กลับสร้างความแปลกใจให้มัน ปกติไม่ถึง 1 เค่อก็กลายร่างแล้ว แต่หลังจากนั้นจะมีชีวิตอยู่ต่อไหมก็อีกเรื่อง

           “อืมม เจ้าใช้ ‘สิ่งนั้น’ น้อยไปหรือ” หมอผีเฒ่าที่วุ่นอยู่กับร่างทดลองหมายเลข 2 อยู่ไม่ไกลเอ่ยถาม

           “ไม่ขอรับ ข้าใช้ในสัดส่วนเหมือนกับทุกคน”

           “งั้นรึ ไปๆ ข้าดูต่อเอง เจ้ารีบนำร่างตัวทดลองที่ล้มเหลวนั่นไปฝังเถอะ” หมอผียกมือไล่ลูกมืออย่างตัดรำคาญ  ชี้นิ้วไปทางร่างมนุษย์ขาวซีดที่นอนทับถมกันเป็นภูเขาขนาดย่อม กลิ่นศพเหม็นเน่าลอยคละคลุ้ง ก่อนเดินเข้ามาใกล้ร่างของสายลับที่จ้องมองทางตนอย่างเคียดแค้น “ฮ่าๆ สีหน้าดีนี่” ฮั่วหมิงหัวเราะชอบใจยามเห็นสีหน้าเหยื่อ ที่ต้องเอาผ้าปิดตาออก เพราะส่วนใหญ่จะสังเกตสีดวงตาที่จะต้องแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วย  และปกติก็มักจะเห็นแต่สายตาหวาดกลัว ไม่ก็สายตาร้องขอชีวิต ทว่าชายคนนี้กลับมีสายตาที่แข็งกร้าว

           “ถุย พะ พวกแกต้องไม่ตายดี!”

           “หึ ยังปากดีได้อยู่ ดูหน่อย เหตุใดร่างกายเจ้ายังไม่เปลี่ยนแปลง” หมอผีเฒ่าร่ายมนต์ ก่อนจะใช้มีดลงอาคมกรีดบนแขนจนเกิดบาดแผลเป็นทางยาว เลือดค่อยๆซึมไหลออกมา  มือยื่นไปหยิบของที่เรียกว่า ‘สิ่งนั้น’ มาหยดใส่บนบาดแผล

           “อึก อักก”  พลันแขนของสายลับค่อยๆเปลี่ยนเป็นขาวซีดช้าๆ เส้นเลือดผุดขึ้นคล้ายผีดิบ ทว่ากลับเป็นไปได้ช้ามาก ผิดกับมนุษย์คนอื่น ที่แค่สัมผัสผิวที่มีรอยแผลแค่เล็กน้อย ก็สามารถกลายเป็นผีดิบกระหายเลือดได้

           สายลับแม้จะเจ็บปวด แต่ความอยากรู้มีมากไม่ต่างกัน เขามองการกระทำของไอ้หมอผีวิปริต ที่แท้เจ้าสิ่งนั้นที่พวกมันพูดถึงกันก่อนหน้านี้คือเมือกเหนียวๆ ส่งกลิ่นเหม็นแทบอาเจียนที่นำมาใส่บนแผล เขาพยายามทำแบบเดิมโดยการโคจรลมปราณตัวเองให้กระจายไปทั่วร่าง ฝืนร่างกายเพื่อขับสิ่งแปลกปลอม ทว่าครั้งนี้กลับแปลกออกไป

           “ฮ่าฮ่าฮ่า เพราะแบบนี้นี่เอง” จู่ๆหมอผีเฒ่าหัวเราะลั่น หลังสังเกตเห็นการกระทำของตัวทดลองหมายเลข 5  ไม่สนใจสีหน้าแปลกใจของอีกฝ่ายเลยสักนิด “เจ้าคงสงสัยใช่หรือไม่ ทำไมวิธีที่เจ้าใช้ตอนแรกถึงใช้ไม่ได้ผล หึหึ” 

           “นะ นี่มันอะไรกัน” 

           “เจ้าเป็นวรยุทธใช่หรือไม่” หมอผีมองที่แขนข้างซ้ายที่โดนกรีดของหมายเลข 5 ก่อนจะยิ้มพึงพอใจ เชื้อไม่ได้แพร่กระจายอย่างตอนแรก ทว่ามันกลับมันกลับค่อยๆเปลี่ยนแทรกซึมทีละนิดจนไม่อาจสังเกตได้

           ดูเหมือนจะตกหนูตัวใหญ่ได้เสียแล้ว เขารู้ว่าในค่ายทหารแห่งนี้นอกจากฮั่วหมิง ไม่มีใครมีวรยุทธที่แข็งแกร่ง เพราะเลือกมากับมือว่าคนในค่ายแห่งนี้จะต้องเป็นเหยื่อของการทดลอง ฮ้องเต้จึงส่งแต่พวกทหารชั้นเลวหรือไม่ก็พวกชาวบ้านธรรมดาๆมาให้ ดังนั้นไม่มีทางที่คนที่มีวรยุทธจะปะปนมายังค่าย เว้นเสียแต่เป็นพวกสายลับจากแคว้นอื่น จะมาจากแคว้นไหนกันนะ ชักตื่นเต้นเสียแล้ว แต่ไม่ว่าจะแคว้นไหน อย่างไรแผนของเขาก็คือยึดครองทุกแคว้นอยู่แล้ว

           “กะ แกทำอะไรกับคนพวกนั้น” สายลับมีสีหน้าตื่นตระหนก แต่เพียงครู่เดียวก็เปลี่ยนเป็นเดิม และเลือกที่จะถามถึงศพมนุษย์ที่ถูกขนย้ายออกไปด้านหลังกระโจมทีละร่าง

           “ทำอะไรนะหรือ ข้าก็แค่คัดสรรมนุษย์ด้วยเจ้าสิ่งนี้”  พูดพรางยกบางอย่างขึ้นมา พบว่าเป็นเมือกที่ส่งกลิ่นเหม็น 

           “นั่นคืออะไร!” 

           “จุ๊จุ๊ ช่างน่าเสียดายที่มันไม่ได้เป็นกันได้ทุกคน แค่ผู้ถูกเลือกเท่านั้น” หมอผียังบรรยายต่อไป ไม่สนใจท่าทีของคนที่มองมา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ดอกบัวในสงคราม   ตอนพิเศษ 5 ตลอดไป [จบบริบูรณ์]

    “อุแว้ อุแว้”“ที่รักเหนื่อยไหม ขอบคุณที่คลอดบุตรให้พี่อีกคนนะ” หยางหลงเช็ดเหงื่อตรงหน้าผากให้คนรักที่หน้าซีดเซียว“ไม่เลยเจ้าค่ะ แค่เห็นหน้าลูกๆกับพี่ ข้าก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง” เหลียนฮวาที่มีประสบการณ์จากการคลออบุตรครั้งแรกถึงสองคน ครั้งนี้จึงคลอดง่ายมาก หมอหลวงที่เดินทางจากแคว้นเว่ยโดยเฉพาะอุ้มเด็กน้อยตัวอวบอ้วนเข้ามา“ขอแสดงความยินดีกับชินอ๋องและพระชายา เป็นเด็กทารกเพศชาย ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์เพคะ” หมอหญิงส่งเด็กทารกให้แก่ชินอ๋อง หยางหลงรับมาด้วยความทะนุถนอม“อีกแล้ว ข้าอุ้มท้องเขามา 9 เดือนนะเจ้าคะ” เหลียนฮวาพูดอย่างน้อยใจ เมื่อบุตรลายคนที่สามไม่มีส่วนไหนเหมือนนางเช่นเดียวกัน นี่น้ำเชื้อเขาแรงมากเลยหรือ ลูกออกมาสามคน หน้าตาเหมือนเขาทุกคน“ฮ่าๆ คนที่สี่ต้องเหมือนเจ้าอย่างแน่นอน” หยางหลงพูดด้วยรอยยิ้ม เหลียนฮวาได้แต่อ้าปาก

  • ดอกบัวในสงคราม   ตอนพิเศษ 4 ลูกครึ่งซอมบี้

    แคว้นฉินพระราชวัง“ฮื่อ ฮื่อ” เสียงเด็กน้อยร่ำไห้อยู่ข้างเตียงของหญิงนางหนึ่ง“แค่ก ๆ ขะ ข้าไม่น่า คะ คลอดเด็กอย่างเจ้าออกมาเลย” องค์หญิงใหญ่กล่าวด้วยใบหน้าโกรธแค้น ตัวนางซูบผอมเหลือแต่กระดูก อันเนื่องจากคลอดเด็กลูกครึ่งผีดิบที่กัดกินชีวิตนางตั้งแต่อยู่ในครรภ์ นางหวังให้ลูกของนางเติบโตมาแข็งแกร่งเหมือนพ่อ ทว่าเด็กออกมากลับเป็นผู้หญิง นอกจากอ่อนแอแถมยังไร้ประโยชน์ทำไมกันนะ ชีวิตของนางถึงไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง ตั้งแต่มีพระสวามี เขาก็ทิ้งนางให้อยู่ท่ามกลางผีดิบ ดีที่ยังมีคนรับใช้หลงเหลือไว้ให้อยู่ แต่รอบตัวก็เต็มไปด้วยผีดิบ ไม่มีใครสามารถออกจากแคว้นได้เลย มีครั้งหนึ่งที่แม่ทัพของเคยคิดออกจากแคว้น ทว่ายังไปได้ไม่ไกล ต่างโดนเหล่าผีดิบเข้ามากัดกินทั้งเป็น หลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล้าออกไปนอกแคว้นอีกเลย“ท่างแม่…”“ยะ อย่า แ

  • ดอกบัวในสงคราม   ตอนพิเศษ 3 ลูกชายฝาแฝดตัวแสบ 

    4 ปีต่อมา“เสี่ยวชุน เสี่ยวเฉินลงมาจากต้นไม้เดี๋ยวนี้!!” เหลียนฮวาตะโกนบอกบุตรชายตัวแสบวัยสามขวบทั้งสอง อุ้มท้องมา 9 เดือน แต่ไม่มีส่วนใดได้นางมาเลย เด็กๆถอดแบบพี่หยางมาทั้งหมด ชอบปีนต้นไม้เหมือนใครก็ไม่รู้? แถมยังหลบหนีพี่เลี้ยงเก่งเป็นที่หนึ่ง“ปี้ชายลงไปก่อนซี่” เสี่ยวชุนหรือเว่ยชุนหวงเอ่ยบอกพี่ชายที่คลอดก่อนตนเพียง 5 วินาที ร่างกลมป้อมอวบอัด ทว่ากลับว่องไวกว่าคนเป็นพี่บุ้ยปากให้พี่ชายลงจากต้นไม้ก่อน“เจ้าเปงน้องก็ต้องลงก่อง” เสี่ยวเฉินหรือเว่ยเฉินอี้กล่าวบอกผู้เป็นน้อง ทั้งสองเกี่ยงกันลงก่อนเนื่องจากยังดูพวกท่านตาฝึกซ้อมยังไม่เสร็จ“ลง มา พร้อม กัน” เหลียนฮวาจำต้องเน้นเสียงทีล่ะคำบอกบุตรชาย ไม่งั้นก็ยังเกี่ยงกันไม่เลิก บุตรชายของนางทั้งสองชื่นชอบการต่อสู้เป็นพิเศษ หากเห็นทหารหรือบรรดาตาๆตัวเองฝึกก็จะรีบขอตามไปดูอย่างไวพวกเด็กๆจะเรียกพ่อของนางว่าต

  • ดอกบัวในสงคราม   ตอนพิเศษ 2 วันนี้ที่รอคอย

    “เหนื่อยหรือไม่” หยางหลงเอ่ยถามเจ้าสาวของตนหลังคืนแต่งงานผ่านพ้นไป คนรักที่กลายมาเป็นภรรยาและคู่ชีวิตของเขานับแต่นี้เหลียนฮวานั่งตัวเกร็งอย่างทำอะไรไม่ถูก นางกำลังเผชิญกับคืนเข้าหอเป็นครั้งแรก“…”“เหตุใดไม่คุยกับพี่้เล่า” หยางหลงค่อยๆเปิดผ้าคลุมเจ้าสาวเชยคางมนมาสบตา ทั้งสองสบตากันอย่างลึกซึ้ง“ตะ ต้องดื่มเหล้าก่อนมงคลเจ้าค่ะ” เหลียนฮวาที่ไม่รู้จะหาข้ออ้างอันใดมาเอ่ยจึงมองไปที่กาใส่เหล้ามงคลเอาไว้“จริงสิ เป็นขนบธรรมเนียมของที่นี่” หยางหลงยิ้มกริ่มก่อนจะค่อยๆเทเหล้ามงคลจากกาน้ำสองจอดและยกขึ้นมาถือไว้“ดื่มเถิด” เขายื่นให้คนรักหนึ่งแก้วและถือไว้เองหนึ่งแก้ว ทั้งสองคล้องแขนกันก่อนจะยกขึ้นดื่มพร้อมกัน ทั้งกลิ่นทั้งรสชาติของเหล้ามีความแรงจนเหลียนฮวาต้องนิ่วหน้า นางรีบกลืนภายในอึกเดียว ไม่นานหน้

  • ดอกบัวในสงคราม   ตอนพิเศษ 1 สวรรค์ชั้นฟ้าหรือจะสู้ชะตากงล้อลิขิต  

    “ถวายบังคมเสด็จพ่อ” ฮ่องเต้สวรรค์มองบุตรสาวด้วยสายตาไม่พอใจนัก“เจ้ารู้ความผิดที่ก่อหรือไม่เทพธิดาเหมยลี่” น้ำเสียงดังก้องกังวาลไปทั่วชั้นฟ้า“ไม่เพคะ” เทพธิดาเหมยลี่เชิดหน้าไม่ยอมแพ้“เจ้า!!!”“ลูกไม่คิดว่าการที่พวกเรารักกันจะผิดตรงไหน”“แม้จะไม่มีบัญญัติว่าห้ามรักต่างฐานันดร แต่เจ้าก็ทำผิดกฎสวรรค์ เจ้ากำลังตั้งครรภ์!!!” ฮ่องเต้สวรรค์แทบลมจับ สั่งให้ทูตสวรรค์หรือที่เรียกทหารในโลกมนุษย์พาธิดากลับมาและนำไอ้ชายที่มันล่อลวงบุตรสาวของเขามารับโทษ“ตั้งครรภ์ จริงสิ เสด็จพ่อทรงมีหลานแล้วเพคะ นางจะเป็นเทพธิดาตนใดมาเกิดกันนะ” เหมยลี่พูดไปยิ้มไป สายใยแม่ลูกทำให้รู้ว่าในครรภ์ของนางเป็นเพศหญิง พลางลูบหน้าท้องแบนราบของตน“ช่างเรื่องนั้นก่อน เจ้าต้องได้รับโทษ” ฮ่องเต้สวร

  • ดอกบัวในสงคราม   ตอนที่ 109 จะรักตราบชั่วนิรันดร [The end]

    “พี่หยาง ผักที่เราปลูกงอกแล้วเจ้าค่ะ” เหลียนฮวากล่าวอย่างตื่นเต้น เป็นล็อตสองที่ทดลองปลูก แถมผักที่ปลูกยังเป็นชนิดใหม่“หืม งอกเร็วมาก ยังไม่ถึงเดือน” หยางหลงรีบเข้ามาดูต้นผักตามคนรักชี้บอก วันนี้พ่อตาและคนอื่นไม่อยู่ต้องไปทำภารกิจ“เพราะดินที่เราหมั่นบำรุงมั้งเจ้าคะ”ฟอดดด“เพราะเราช่วยกันปลูกต่างหาก” ขายหนุ่มแอบหอมแก้มแฟนสาวเร็วๆ แล้วส่งยิ้มกระชากใจหลังจากกลับจากแคว้นเว่ยมีประกาศอย่างเป็นทางการเรื่องว่าที่พระชายาองค์ชายห้า เล่นเป็นข่าวดัง พูดถึงกันอยู่พักใหญ่เพราะว่าที่พระชายาเป็นคนต่างแคว้นแถมยังเป็นสามัญชน ทว่าทั้งคู่กลับไม่มีใครสนใจ พากันเดินทางไปแคว้นจ้าวสลับกับแคว้นเว่ย ไปๆมาๆระหว่างสองแคว้น แถมยังหวานกันยิ่งกว่าเดิม เนื่องจากไม่ต้องปกปิดตัวตนอีกต่อไป“ครั้งหน้าหากผักในโรงปลูกผักโตกว่า

  • ดอกบัวในสงคราม   ตอนที่ 100 แคว้นฉิน

    แคว้นฉิน“เรียนท่านแม่ทัพมีเรือไม่มีตราผ่านมุ่งหน้ามาทางเราขอรับ” พลทหารประจำหอคอยเอ่ยรายงานแก่แม่ทัพแคว้นฉิน ตราผ่านคือตราสัญลักษณ์ เรือทุกลำต้องติดไว้หากจะผ่านเข้าแคว้น“ผู้โดยสารกี่คน”“ประมาณ 11 ขอรับ พวกเขาสวมผ้าคลุมหน้า”

  • ดอกบัวในสงคราม   ตอนที่ 66 ความสามารถ

    “ตายแล้ว ท่านแม่ทัพเหตุใดถึงมากับเด็กๆได้เจ้าคะ” เสียงแม่ครัวร้องทักอย่างตกใจ พวกนางมัวแต่ยุ่งกับงานในครัว จนหลงลืมเลยว่ามีเด็กๆอยู่ด้วย เงยหน้ามาอีกทีก็ไม่เห็นพวกเขาเสียแล้ว พวกเขาเป็นเด็กดีจึงคิดว่าน่าจะไปเล่นอยู่ไม่ไกลแถวนี้“ไม่มีอะไรหรอกท่านป้า แค่พบเห็นเด็

  • ดอกบัวในสงคราม   ตอนที่ 63 รางวัล

    “บอกรางวัลที่้เจ้าต้องการมา” “ลูกไม่รู้ว่าภายภาคหน้าจะเกิดอันใดขึ้น ดังนั้นลูกขอเก็บรางวัลนี้ไว้ก่อนได้หรือไม่พะย่ะค่ะ” หยางลงคิดเผื่ออนาค

  • ดอกบัวในสงคราม   ตอนที่ 59 การประลอง

    “องค์ชายเกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ องค์ชาย แฮ่กๆ...”“เสียงดังเอะอะอันใด เจ้ามีเรื่องอะไรงั้นรึ” แม่นมที่นั่งคุมนางกำนัลทำความสะอาดเครื่องเรือนอยู่ หันมาเอ็ดนางกำนัลนางหนึ่งที่ทำหน้าตื่นตกใจ ร้องเรียกเสียงดัง แม้องค์ชายจะไม่ค่อยถือยศนายบ่าว แต่ก็อดส่าย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status