Beranda / แฟนตาซี / ดอกหญ้าทะยานฟ้า / ยืนกระต่ายขาเดียว

Share

ยืนกระต่ายขาเดียว

Penulis: Sanassetong
last update Tanggal publikasi: 2025-09-30 17:31:53

เช้าวันต่อมาเด็กน้อยหลินซือหยาก็ปีนขึ้นมาหุงหาอาหารแต่เช้า พอนางทำอาหารเสร็จชายชราก็ออกมาพอดี

"ท่านอาจารย์มากินข้าวเจ้าคะวันนี้จะให้ลูกศิษย์ ผู้นี้เรียนอะไรดีเจ้าค่ะ"

เด็กน้อยเรียกผู้เฒ่ากินข้าว และตักข้าวให้เขาหนึ่งชาม

"วันนี้ก็ต้องเข้าคัมภีร์มรณะดาราแล้วล่ะ จะเป็นการรับพลังดารามาเพื่อเปิดเส้นลมปราณจุดมรณะทั้งเจ็ดจุด เพื่อที่จะแทนเส้นลมปราณฝึกฝน เราจะใช้คัมภีร์นี้ฝึกกันเลยมีทั้งการเปิดเส้นลมปราณและกระบวนต่างๆ วันนี้อาจารย์จะให้เจ้าไปศึกษา หากอ่านจบแล้วอาจารย์จะเริ่มสอนเลย"

ชายชรากล่าวพร้อมกับคีบอาหารเข้าปากแล้วมองเด็กน้อยหลินซือหยากินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย เพราะต่อจากนี้นางต้องยอมทนหิว เมื่อทั้งสองกินข้าวอิ่ม ชายชราก็พาเด็กน้อยลงมาข้างล่างแล้วหยิบหนังสือให้นางหนึ่งเล่ม มันเป็นคัมภีร์เล่มเท่าฝ่ามือแต่หนานิดหน่อย ตัวคัมภีร์ทำจาก หนังสัตว์อสูรดึกดำบรรพ์ สีดำหม่น มีความนุ่มดั่งกำมะหยี่แต่แฝงด้วยความเย็นเยียบ ปกคัมภีร์ประดับด้วยลาย ดวงดาวนับพัน ที่ส่องแสงแผ่วจางราวกับมีชีวิต เด็กน้อยจับพลิกไปพลิกมา และเปิดออก ข้างในเป็นอักษรโบราณ เมื่อเปิดออก ตัวอักษรจะลอยขึ้นมาจากหน้ากระดาษ กลายเป็นแสงดาวกระจายอยู่รอบห้อง เด็กน้อยอ้าปากค้างและมองอักษรพวกนั้นลอยออกไปแต่มองไม่ชัดเจนสักเท่าไหร่

"เจ้าคงจะเห็นตัวอักษรแน่ๆ"

เสียงชายชราดังขึ้น

"เห็นเจ้าค่ะท่านอาจารย์แต่มันลอยหนีไปแล้วและไม่ชัดเจนด้วย"

เด็กน้อยกล่าวขึ้นและปิดมันลง

"มันต้องศึกษาตอนกลางคืนถึงจะชัดเจน ตอนกลางวันมันมองไม่ค่อยเห็น แต่ก็ถือว่าเจ้ามีบุญวาสนากับมันอยู่ เพราะหากผู้ไร้บุญวาสนาอ่าน จะเห็นเพียงหมอกดำขยับไหว มองไม่เป็นคำ ศึกษาไม่ได้แต่ผู้มีพรสวรรค์จะมองเห็นเป็นแสงดาวเรียงร้อยเป็นลำดับการฝึก"

ชายชรากล่าวขึ้น

"แล้วเราต้องฝึกเฉพาะเวลากลางคืนหรือเจ้าคะ"

เด็กน้อยถามขึ้น

"ช่วงแรกๆฝึกร่างกายตอนกลางวัน ตอนกลางคืนฝึกภายใน แต่วันนี้ก็พักก่อน จนกว่าจะอ่านคัมภีร์จบ กลางวันเจ้าก็นอนพักผ่อนได้เพราะต่อไปนี้เจ้าอาจต้องใช้เวลากลางคืนหลายคืนเพื่อศึกษามัน"

ชายชรากล่าวขึ้นเด็กน้อยจึงนำคัมภีร์ไปวางไว้บนเตียงของตัวเองอย่างเบามือและก็ดูตำราต่างๆในชั้นหนังสือทำราวกับตัวเองเป็นผู้ใหญ่แล้ว

"ท่านอาจารย์ไหนท่านบอกว่าจะให้ข้าฝึกร่างกายด้วยไงแล้วกลางวันจะให้ข้าพักผ่อนกลางคืนให้มาศึกษาตำราคุณแบบนี้หรือ"

เด็กน้อยกล่าวขึ้น พลางใช้มือแหวกตำราบนชั้นวาง

"หากเจ้าไหวอยากฝึกร่างกายก่อนก็ได้เตรียมตัวอะไรเก็บให้เจ้ากันไปข้างบน ข้าจะรออยู่บทนั้นก็แล้วกัน"

ชายชราพูดขึ้นแล้วออกจากบ้านไป ไม่นานเด็กน้อยหลินซือหยาก็เดินออกไปและปีนขึ้นไปข้างบน เด็กน้อยก็เห็นผู้เฒ่านั่งจิบน้ำชาอยู่กลางลาน กลิ่นชาลาเวนเดอร์อ่อนๆลอยขึ้นมาแตะจมูกของเรา ทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายสมองของนางรู้สึกโล่งขึ้นมาทันที

"อ้าเด็กน้อย ยืนอยู่ตรงนั้นนั่นแหละยืนอยู่ตรงจุดเจ้าเห็นไหมจะมีจุดสีขาวป้ายไว้นำเท้าของเจ้าข้างขวาไปวางส่วนข้างซ้ายยกงอขึ้นและค่อยๆกางมือออกเจ้าทำแบบนี้ราวๆหนึ่งก้านธูปแล้วค่อยเอาลงเจ้าทำได้หรือไม่"

ชายชราถามขึ้น

"นี่มันเป็นการฝึกร่างกายหรือเจ้าค่ะท่านอาจารย์"

เด็กน้อยถามขึ้นด้วยความสงสัยแค่ยืนกระต่ายขนาดเดียวเป็นเวลาหนึ่งก้านธูปก็คือการฝึกแล้ว แต่เอาเข้าจริงๆใครจะไปยืนได้

"ใช่เจ้าต้องฝึกแบบนี้ไปก่อนแรกๆมันยังไม่ได้ เจ้าเอาแบบนี้เจ้าใช้ขาขวายืนแล้วยกขาซ้ายขึ้นกางแขนออกหากเจ้าเหนื่อยเจ้าก็เอาขาลงและยกขาซ้ายขึ้นแล้วค่อยๆกางแขนออกหากเหนื่อยก็สลับไปเรื่อยๆ"

ชายชรากล่าวขึ้น

"แล้วถ้ายืนไม่ไหวแล้วล่ะท่านอาจารย์มันหนักหนามากเลยนะให้ยืนขาข้างเดียวนี่"

เด็กน้อยพูดขึ้นอีก

"ก็มันเป็นการฝึกร่างกายหากเจ้ายังทำไม่ได้ก็พักก่อนเดี๋ยวค่อยกลับไปทำใหม่ทำจนกว่าเจ้าจะทำได้จากหนึ่งชั่วยามเป็นสองชั่วยามเป็นสามชั่วยามจนกระทั่งเป็นเวลาหนึ่งวันและอาจจะนานกว่านั้นเจ้าค่อยๆฝึกไป"

ชายชราเก่าขึ้น

"มันเป็นการฝึกประเภทใดกรือท่านอาจารย์ข้าก็นึกว่าอาจารย์จะให้ข้าฟันดาบรำกระบี่อะไรทำนองนั้น"

เด็กน้อยกล่าวถามอีกครั้ง

"ฝึกการทรงตัวของร่างกายก่อนจะให้รำกระบี่อะไรเจ้ายังไม่มีวรยุทธฝึกให้เจ้าควบคุมร่างกายภายนอกของตัวเองให้ได้ก่อน และเมื่อเจ้าอ่านคัมภีร์จบก็จะได้ควบคุมภายใน"

ชายชรากล่าวขึ้นอีก เด็กน้อยก็ทำสีหน้าไม่พอใจเพราะนางอยากฝึกรำกระบี่มากกว่า

"หากเจ้ายืนขาเดียวได้เป็นเวลานานเจ้าก็มีร่างกายพอพร้อมที่จะฝึกเรียนรำกระบี่ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้าแล้วว่าเจ้าจะอดทนได้นานสักเท่าไร"

ชายชรากล่าวขึ้นเพราะเห็นสีหน้าของเด็กน้อยที่เหมือนไม่อยากจะยืนขาเดียวเด็กผู้นี้ต้องให้เขาพูดถึงข้อดีเหมือนต้องมีแรงจูงใจในการให้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

"เจ้าค่ะท่านอาจารย์ถ้าจะฝึกยืนกระต่ายขาเดียวให้ได้นานๆ"

เด็กน้อยกล่าวเสร็จก็ไปยืนตรงจุดที่มีสีขาวแต้มไว้ นางยืนขาเดียวได้ไม่มันคงรักเนื่องจากว่านางไม่เคยฝึกฝนแบบนี้มาก่อนยังไม่ทันได้ถึงเคอร์เท่านั้นนางก็เปลี่ยนขามันลืมไปเซไปจนนางรู้สึกเหนื่อยล้านางก็เลยนั่งแล้วมองไปที่ชายชราที่กำลังเจ็บชายอยู่ราชาทำราวกับไม่เห็นว่านางมั่งเขาก็นั่งจิบชาไปและอ่านตำราไปเด็กน้อยก็ลุกขึ้นมาเลยครั้งทำแบบนี้จนกระทั่งเงินตามเป็นไปทำอาหารเมื่อกินอาหารเสร็จแล้วเก็บของเสร็จแล้วนางก็ลงไปเพื่อที่จะต้องทำทีต่อ นางเปิดคัมภีร์ออกเมื่ออยู่ในความมืดอักษรของคำภีร์ก็เปล่งประกายระยิบระยับดั่งท้องฟ้ายามราตรี อักษรเหล่านั้นลอยออกมา นางนอนอยู่บนเตียงคัมภีร์เรานั้นก็ลอยไปยังอากาศและก่อตัวเป็นอักษรให้นางได้อ่าน ขั้นแรกรับรู้พลังดวงดาว ผู้ฝึกจะต้องนั่งสมาธิในเวลากลางคืน เปิดจิตใจให้รับพลังจากหมู่ดาว เมื่อรับรู้ว่าพลังดวงดาวมีอยู่ในตัวแล้วก็ต้องเลือก “ดาวประจำชะตา” ของตน หากเลือกผิด พลังจะย้อนกลับทำให้วิญญาณแตกสลาย ระหว่างนี้จะได้ยินเสียง “เพรียกแห่งความว่างเปล่า” ซึ่งเป็นบททดสอบแรกของจิตใจ เด็กน้อยอ่านได้เพียงขั้นแรกก็เผลอหลับไปเนื่องจากว่าตอนกลางวันนั้นนางใช้ร่างกายในการฝึกทรงตัวจึงทำให้เหนื่อยล้ามากแล้วคืนนี้นางเลยได้ศึกษาเพียงขั้นตอนแรกเท่านั้น เมื่อนางหลับนางก็ฝัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   เหตุที่ต้องเรียกของ

    หลินซือหยาไม่รอช้ารีบไปหาตัวคนที่จะทำร้ายตัวเองถึงยังไงวันนั้นเองก็คงจะหนีไม่พ้นทั้งสามแต่ถ้าให้สู้ก็ดูกันอีกทีว่าเป็นอย่างไร หญิงสาวพยายามรีบไปก่อนที่ทั้งสามคนจะอยู่ด้วยกันเพราะถ้าสามคนอยู่ด้วยกันแล้วนางก็จะลำบากมากขึ้น ในชีวิตนี้นะไม่เคยต่อสู้กับคนเลยส่วนมากก็จะต่อสู้กับสัตว์อสูร และเคยต่อสู้กับอาจารย์บ้างแต่นั้นก็ยังไม่ถึงชีวิต แต่ครั้งนี้ดูๆแล้วเหมือนจะถูกหมายปองเอาชีวิตให้เป็นแน่ เป็นดังที่นางคาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิดทั้งสามรวมตัวกันเรียบร้อยแล้ว และเหมือนจะรับรู้ได้แล้วว่านางอยู่แถวๆนั้น"เฮ้ นั้นไงสตรีผู้นั้นไง อยู่ตรงนู้นเร็วๆรีบจัดการเถอะ"เสียงบุรุษผู้ที่เจอกับหลินซือหยาเมื่อก่อนนั้นดังขึ้น นางเองไม่รอช้าทะยานวิ่งออกไปทันที พลังวรยุทธแล้ววรยุทธเล่าพุ่งเข้าไปหานางจนในที่สุดต้นไม้แถบนั้นก็ล้มระนาวแต่ทั้งสามก็มองไม่เห็นหลินซือหยาแล้ว หญิงสาวทยานตัวไปด้านข้างเนื่องจากว่านางรู้อยู่แล้วว่าเป้าหมายของพวกนั้นอยู่แต่ด้านหน้า เมื่อนางทยานหนีไปได้ก็กระอักเลือดออกมาถึงสามคราก่อนที่นางจะกระโดดขึ้นต้นไม้ใหญ่ พลังวรยุทธของทั้งสามช่างรุนแรงเสียเหลือเกิน ขนาดยังไม่โดนจังๆนางยังรู้สึกกระทบกระเท

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ผู้มีวรยุทขั้นสี่

    หญิงสาวใช้เวลาตอนกลางวันในการเดินทางส่วนตอนกลางคืนนั้นนางก็ฝึกเคล็ดวิชาเงาดารา หญิงสาวสามารถไขปริศนาได้ว่าภายในหนึ่งวันนั้น แผ่นหยกนั้นจะมีข้อความปรากฏหนึ่งครั้งตอนที่นางถ่ายทอดวรยุทธ์เข้าไปในครั้งแรกของวัน ข้อความที่ปรากฎนั้นจะไขข้อสงสัยของนางทุกครั้งไป จนนางเริ่มเรียนรู้ที่จะบังคับให้จิตรเป็นแก่นกลางจนได้ และเริ่มรู้ว่าเคล็ดวิชานี้คือการเคลื่อนที่ให้เร็วกว่าเดิม ซึ่งมันก็เหมาะกับพวกที่มีวรยุทธในการเคลื่อนที่สมควรที่จะต้องรวดเร็วดั่งสายฟ้าเหมือนเงาดาราที่นางกำลังร่ำเรียนแรกๆตอนกลางคืนฝึกเทรดวิชานี้และตอนกลางวันเดินทางแต่ตอนนี้นางเริ่มที่จะทำให้จิตใจเป็นแกนหลักได้แล้วนางจึงเริ่มใช้เคล็ดวิชาเงาดาราในการเคลื่อนที่บ้างแต่ตอนนี้นางก็ยังถือว่าช้าอยู่เนื่องจากว่าวรยุทธ์ของนางเพียงแค่ขั้นสอง เท่านั้นหลังจากที่เดินทางออกจากภูเขานั้นเราราวสิบกว่าวัน นางก็ไม่เคยพบเจอผู้คนใดเลย ได้ยินแต่เสียงสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ร้องเท่านั้นแต่วันนี้อยู่อยู่นางก็รู้สึกว่าเหมือนมีสิ่งใดกำลังจ้องมองนางอยู่นางจึงทำท่าเดินธรรมดา และพยายามเรียกกริชออกมา"ฟ้าดินเคลื่อน ปราณวิญญาณจงรวม กริชที่อยู่ในกำไรสุญญตาจงออกมา"หญิง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   เคล็ดวิชาเงาดารา

    เมื่อศิษย์กับอาจารย์แยกทางกันเดินแล้ว ผู้เป็นลูกศิษย์เดินเล่นเที่ยวอยู่ในป่าเนื่องจากว่านางยังไม่รู้ว่าดินแดนหมื่นอสูรนั้นอยู่ที่ใด แต่ท่านอาจารย์แค่ชี้แนะว่าอยู่ทางทิศนี้ นางจึงคิดว่าจะเดินเล่นไปเรื่อยๆ ส่วนผู้เป็นอาจารย์เมื่อแยกจากลูกศิษย์เขาก็หายตัวไปทันที หลินซือหยาคิดถึงตอนที่ตัวเองห้าขวบที่ถูกไล่ออกจากบ้านนางไร้วรยุทธใดๆ เดินทางด้วยเท้ามายังภูเขาค่ำไหนก็นอนนั่น แต่ตอนนี้นางกลายเป็นสาวที่มีวรยุทธขั้นสองแล้ว ความเร็วในการเดินทางของนางก็เพิ่มมากขึ้น แต่นางก็ไม่สามารถที่จะทยานได้เร็วเหมือนคนที่มีวรยุทธ์ขั้นสูงสูง และไม่สามารถหายตัวได้เหมือนท่านอาจารย์ ระหว่างเดินทางมานี้นางก็หยิบตำรามสหนึ่งเล่มซึ่งเกี่ยวกับบทคาถาที่เรียกอุปกรณ์ ซึ่งตัวนางนั้นมีกำไรสุญญตาเก็บของ แต่ในการค้นหาหากเป็นการค้นหาธรรมดาก็จะยุ่งยากมากเกินไปนางต้องถอดกำไรนั้นมาและความหาแต่ท่านอาจารย์ให้นางเรียกสิ่งของ ถ้าหากว่านางทำสำเร็จแล้วนางก็ไม่ต้องถอดกำไรนั้นออกมาเพียงแค่ท่องคาถาเรียก สิ่งของนั้นก็จะออกมาหานางเอง"ฟ้าดินเคลื่อน ปราณวิญญาณจงรวม น้ำที่อยู่ในกำไรสุญญตาจงออกมา"เสียงใสของหญิงสาวเป็นออกจากปากกำไรสูญญตาของนา

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ของดีมีเต็มโต๊ะ

    เมื่อทั้งสองจัดการอาหารที่อยู่บนโต๊ะเสร็จท่านผู้เฒ่าลุกขึ้นและกวาดมือไปหนึ่งครั้งทำให้ของที่อยู่บนโต๊ะนั้นหายไปทันที และกวาดมือกลับมาอีกหนึ่งครั้ง บนโต๊ะก็มีของกองอยู่มากมาย หญิงสาวมองด้วยความสนใจ"อะไรหรือท่านอาจารย์ ท่านเอาอะไรออกมาหรือท่านจะแบ่งสมบัติให้ข้าหรือ"หญิงสาวกล่าวถาม"จะแบ่งสมบัติอะไรละ นี่ยกให้เจ้าหมดเลยแหละ เจ้าเก็บปลายเผื่อเวลาอันตรายเจ้าจะได้ใช้ประโยชน์จากมันอันนี้คือหยกเชิงหมิงเจ้าลองมองดูในนั้นมีเคล็ดวิชาเงาดารา เจ้าลองฝึกฝนระหว่างทางที่เดินไปยังดินแดนหมื่นอสูร หากเจ้ามีภัยเพียงเจ้าทำลายหยกเชิงหมิงนี้ เจ้าก็จะปลอดภัยแต่หยกมีมันจะสามารถช่วยเจ้าได้เพียงครั้งเดียวและมันก็จะสลายหายไปหากว่าเจ้าศึกษาเคล็ดวิชาเงาดาราไม่สำเร็จเจ้าก็จะไม่มีโอกาสอีกแล้ว"ชายชรากล่าวกับหญิงสาวและยื่นหยกสีน้ำเงินแผ่นหนึ่งให้กับหญิงสาว หญิงสาวพิจารณาดูหยกสีน้ำเงินเข้มที่เหมือนไม่มีอะไรพิเศษเอาเสียเลย เป็นหยกที่ห้อยเชือกธรรมดาเท่านั้น นางส่องซ้ายส่องขวาก็ไม่มองเห็นถึงความพิเศษของมัน"หยกอะไรหรือท่านอาจารย์ ทำไมมันเหมือนของธรรมดา สีก็พิลึกปกติหยกจะเป็นสีเขียวไม่ใช่หรืออันนี้มันเป็นสีน้ำเงิน"หญิง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   อาหารมื้อสุดท้าย

    ภายในกระต๊อบที่อบอุ่นที่แตกต่างจากเมื่อคืนและสามวันที่ผ่านมามากนัก หญิงสาววัยแรกแย้มนอนห่มผ้าหนาอยู่บนเตียงตัวน้อยตัวเดิมของตัวเอง เกือบจะสิบปีแล้วที่นางได้มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ที่นางไม่มีวรยุทธ์ใดๆแต่วันนี้นางมีวรยุทธ์ขั้นที่สองแล้ว แม้ที่ผ่านมานั้นนางจะเจ็บปวดแสนสาหัสกว่าที่จะผ่านมาถึงทุกวันนี้ได้ แต่ณเวลานี้นางเองก็อยู่สุขสบายแล้ว และการฝึกฝนในทุกๆวันในตอนนี้ก็เหมือนจะแตกต่างออกไป นางเคยเจ็บปวดจนเข้ากระดูกเหมือนว่าร่างกายของนางจะอยู่ไม่ได้แล้ว แต่สามวันที่ผ่านมาที่นางออกไปฝึกฝนนั้น นางมีวรยุทธเพิ่มขึ้นตั้งหนึ่งขั้นถือว่านางเร็วกว่าตอนแรกเสียด้วยซ้ำ"เจ้าเด็กน้อยออกมากินข้าวได้แล้วกะมัง "เสียงชายชราดังขึ้นจากตัวเรือนชั้นบน หญิงสาวลืมตาขึ้นเล็กน้อย"เฮ้อข้าก็โตเป็นสาวแล้วท่านอาจารย์ก็ยังเรียกเป็นเด็กน้อยอยู่นั่นแหละ"เด็กสาวพรึมพรำเบาๆก่อนที่จะลุกขึ้นและบิดขี้เกียจก่อนที่จะออกจากเรือนไปชำระร่างกายล้างหน้าล้างตา และขึ้นไปกินข้าวกับท่านอาจารย์เช่นเคย พอนางขึ้นไปข้างบนแล้วก็มองกับข้าวที่ท่านอาจารย์กำลังทำและอีกส่วนหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ วันนี้ท่านอาจารย์ทำกับข้าวมากมายหลายอย่าง เด็กสาวมอง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ผจญป่าฝึกใจ

    แสงอรุณแรกสาดลอดหมู่ไม้ ทาบเงาทาบพื้นดินเป็นริ้วทองอ่อนเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ดัง “ซู่ซู่” คล้ายเสียงกระซิบจากวิญญาณโบราณในหุบเขาหนทางเบื้องหน้าเต็มไปด้วยหมอกขาวบาง ลึกลับราวม่านแห่งสวรรค์ที่กั้นระหว่างคนกับพลังลมปราณ หลินซื้อหยาย่างเท้าเข้าขึ้นอีกครั้งหลังจากพักผ่อนไปได้เล็กน้อย มือกำดาบไม้แน่น ในหัวใจไม่มีสิ่งใด นอกจากคำอาจารย์ที่ว่า“หากเจ้ามิอาจฝึกจิตให้สงบในหมู่ความวิเวก เจ้าก็ไม่มีวันก้าวข้ามขอบเขตวรยุทธได้”ทุกย่างก้าว นางต้องเผชิญทั้งความเงียบ ความหิว และความกลัวบางคืน เสียงสัตว์คำรามดังก้องในหุบเขาบางยาม ลมเย็นพัดผ่านจนเหมือนมีเงาผู้คนเดินตามอยู่ข้างหลัง แต่เมื่อหลับตาและปล่อยใจเข้าสู่สมาธิ นางกลับสัมผัสได้ถึงจังหวะของลมหายใจที่ผสานกับเสียงป่า ใบไม้ไหว คือการเต้นของพลังชีวิตสายน้ำที่ไหล คือการหมุนเวียนแห่งลมปราณและในที่สุด นางก็เข้าใจว่า “วรยุทธ มิได้อยู่ในคัมภีร์ แต่อยู่ในหัวใจผู้ไม่ยอมแพ้”ในป่า จากเด็กสาวที่กลัวเสียงสัตว์กลายเป็นนักยุทธที่ยืนหยัดได้กลางพายุฝนมือขวาจับดาบนิ่งสงบ ดวงตาแน่วแน่พลังภายในพลุ่งพล่านเหมือนสายน้ำที่ไหลกลับสู่ต้นธาร ราตรีนั้น ฟ้าปิดเงียบไร้ดา

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ก้าวแรกสู่ความกล้า

    เช้าวันต่อมาสองคนอาจารย์กับลูกศิษย์เมื่อกินข้าวกันเสร็จ ก็เตรียมตัวที่จะออกไปเดินป่าปกติเด็กน้อยจะไม่ค่อยได้ออกไปเดินป่าสักเท่าไหร่เพราะว่าในป่านั้นมันอันตรายชายชราจึงไม่อยากให้นางได้ไป แต่วันนี้นางมีวรยุทธถึงขั้นหนึ่งแล้ว นางจึงจำเป็นที่จะต้องหาประสบการณ์บ้าง ชายชราเพียงส่งเด็กน้อยไว้ในป่าที่เขาสา

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ปักปิ่น

    ชายชราลงเขาเพื่อไปหาเครื่องประดับสำหรับสตรีสำหรับเขาแล้วไม่เคยชินสำหรับการสรรค์หาสักเท่าไหร่ หมู่บ้านเล็กๆที่มีของขายมากมายส่วนมากจะเป็นผู้ที่มีวรยุทธ์ไปจับจ่ายซื้อของที่ได้มาจากเขา นายพรานชอบล่าสัตว์ป่าบางประเภทที่หายากมาขาย แร่ธาตุต่างๆที่เหมาะสมสำหรับฝึกวรยุทธ์ รวมไปถึงส่วนใดส่วนหนึ่งของสัตว์ เช

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ตื่นแล้ว

    ภาพนี้หยุดนิ่งอยู่เนินนานเลือดที่ออกจากทวารทั้งเจ็ดนั้นไม่ได้แห้งเหือดไปเหมือนไหลอยู่ตลอดเวลา ชายชราไม่ดื่มไม่กินยืนเฝ้าเด็กสาวผู้นี้และคอยฟังเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาตลอด พอถึงเช้าวันที่แปดเหมือนสีหน้าของเด็กสาวผู้นั้นจะดีขึ้นและเลือดเริ่มหยุดไหลแล้ว ลมหายใจของนางเร็วและถี่ขึ้นเหงื่อนั้นท่วมใบหน้า บ

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   เลือกดวงดาว

    เหมือนว่าแรกๆนางจะไปได้ไวมากแต่เหมือนตอนนี้ว่านางเริ่มจะชะงักแล้วชายชราจึงมองออกถึงปัญหาของนางว่าตอนนี้นางยังไม่สามารถที่จะสัมผัสกับดวงดาวได้ ตอนนี้นางแค่สัมผัสกับใจของตัวเองเพื่อไม่ให้จินตนาการไปให้เกิดความกลัวตอนนี้ใจนางบริสุทธิ์ก็จริง แต่ยังไม่สามารถรับพลังของดวงดาวได้ อาจจะเป็นเพราะว่านางกังวลเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status