Share

ฝัน

Author: Sanassetong
last update Huling Na-update: 2025-09-30 17:34:59

ในแดนแห่งความฝันนั้น มีป่าหนึ่งที่เหมือนถูกวาดขึ้นด้วยพู่กันสีรุ้ง ทุกสิ่งรอบตัวเต็มไปด้วยความสดใสน่ารักจนหัวใจเต้นระรัวด้วยความเบิกบาน มีต้นไม้สูงใหญ่ใบเขียวอ่อนราวกับกำมะหยี่ มีผีเสื้อตัวน้อยบินวนรอบ ๆ ปีกของมันเป็นประกายเหมือนทาสีระยิบระยับ แสงแดดลอดผ่านกิ่งก้านกลายเป็นลำแสงอบอุ่นส่องกระทบกับละอองฝนที่เพิ่งผ่านพ้น ก่อเกิดเป็นสายรุ้งเล็ก ๆ พาดไปทั่วทั้งป่า พื้นดินปกคลุมด้วยหญ้านุ่มราวพรมสีเขียวสด แซมด้วยดอกไม้จิ๋วหลากสีที่โยกไหวเบา ๆ ตามสายลม เหมือนกำลังโบกมือทักทายผู้ที่ก้าวเข้ามาในอาณาจักรแห่งนี้ เสียงหัวเราะใส ๆ ของนกตัวเล็กดังก้องคลอไปกับเสียงน้ำใสไหลจากลำธารที่คดเคี้ยวอยู่ไม่ไกล ตัวเด็กน้อยหลินซือหยาเองเดินเล่นอยู่เพียงลำพัง ทุกก้าวเดินในป่านี้เต็มไปด้วยกลิ่นหอมหวานอ่อน ๆ ราวกับน้ำผึ้งผสมกลีบดอกไม้ และทุกสิ่งดูเหมือนจะมีชีวิตชีวา ทั้งสายรุ้งที่โค้งเหนือฟ้า นางมองลงมายังใต้ร่มเงานั้น มีเห็ดสารพัดชนิดงอกเรียงรายดุจดอกไม้ยักษ์ บางดอกกลมป้อมสีชมพูหวานราวขนมสายไหม บางดอกสูงเรียวสีน้ำเงินเรืองแสงเหมือนโคมไฟน้อย ๆ คอยส่องแสงให้ผู้เดินทาง เห็ดบางดอกยังมีลวดลายแปลกตา ราวกับถูกวาดลายการ์ตูนเอาไว้ เห็ดที่เปล่งประกายราวโคมไฟ และดอกไม้ที่ยิ้มแย้มโบกไหว เป็นโลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยความสุขอันอบอุ่นและน่าหลงใหล นางไม่ลืมที่จะเก็บเห็ดเหล่านั้นมาทำเป็นอาหารนางทั้งต้มทั้งย่างเห็ดที่หอมกรุ่น ฟุ่งไปไกลเด็กน้อยค่อยๆลืมตาเพราะกลิ่นเห็ดย่างนั้นส่งหอมไปทั่ว เอ้นางไม่ได้ฝันแล้วนี่กลิ่นซุบเห็นกับกลิ้นย่างเห็ดนี้มันคือเรื่องจริง และตอนนี้ก็น่าจะเป็นเวลาสายมากแล้วนางจึงลุกขึ้นล้างหน้าและเดินขึ้นไปข้างบนก็พบกับท่านผู้เฒ่ากำลังนั่งจิบชาอยู่เช่นเดิมแต่ข้างหน้าโต๊ะก็มีอาหารประเภทซุปเห็ดแกงเห็ดผัดเห็ดรวมไปถึงเห็ดย่างที่นานได้ถึงเมื่อครู่ มันไม่ถูกต้องนี่นาทำไมเหมือนท่านอาจารย์เข้าไปนำความฝันของนางมาทำเป็นความจริงกันล่ะ หรือว่านางคิดมากเกินไป

"อ้าตื่นแล้วก็มากินข้าวเถอะ ไปยืนทำสีหน้าลำบากใจอะไรอยู่ตรงนั้น ในเมื่อเจ้าศึกษาคัมภีร์จนดึกดื่น มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะตื่นช้า ก็เป็นข้านั่นแหละที่ต้องตระเตรียมอาหารให้เจ้าไม่ต้องลำบากใจมะกินเถอะ"

ชายชรากล่าวขึ้น

"สีหน้าข้าลำบากใจขนาดนั้นหรือท่านอาจารย์ข้าแค่คิดว่าท่านอาจารย์เข้าไปในความฝันอันสวยงามของข้าหรือไม่ เพราะข้าฝันถึงป่าแห่งหนึ่งที่สวยงามและก็มีเห็ดเต็มไปหมด เห็ดพวกนั้นสวยงามมากแต่ข้าก็เก็บมันมากิน ข้ากำลังต้มซุปเห็ดและย่างเห็ดหอมๆ พอข้าตื่นขึ้นมาข้าก็ได้กินต้มเห็ดแกงเห็ดผัดเห็ดและย่างเห็ดแบบนี้ ข้าก็เลยส่งสัยเล็กน้อย"

เด็กน้อยกล่าวถามขึ้น

"ข้าจะไปในความฝันในนิมิตของเจ้าได้อย่างไรกันล่ะ เป็นเจ้าเองหรือเปล่าที่ได้กลิ่นข้าทำกับข้าวแล้วก็นำไปฝันผสมปนเปไปด้วยกัน มากินเถอะ วันนี้ยังฝึกร่างกายไหวไหมถ้าไม่ไหวก็ไปพักผ่อนตอนกลางคืนเจ้าค่อยอ่านตำรา"

ชายชรากล่าวขึ้น

"แหนะท่านอาจารย์เหมือนท่านรู้อีกแล้วว่าข้าอ่านตำราได้นิดหน่อยก็ผลอยหลับไป เพราะว่าข้าเหนื่อยจากการฝึกร่างกายเมื่อวานก็ท่านให้พระยืนกระต่ายขาเดียวทั้งวันเลยนิ"

เด็กน้อยกล่าวขึ้นอีก

"มันเป็นความปกติของร่างกายในเมื่อกลางวันมันใช้งานหนัก กลางคืนก็ต้องได้รับการพักผ่อนข้าจึงบอกเจ้าตั้งแต่แรกแล้วไง ให้เจ้าพักผ่อนตอนกลางวัน แล้วกลางคืนค่อยท่องตำรับตำราแต่เจ้ายังยืนการที่จะฝึกร่างกายในตอนกลางวันแล้วเป็นอย่างไรล่ะ แล้วก็คิดว่าข้าแอบดูเจ้าอย่างนั้นหรือ"

ชายชรากล่าวขึ้น เป็นจริงดังที่เขาพูดจริงๆเพราะว่าเมื่อวานท่านอาจารย์ก็บอกนางเองว่าให้พักผ่อน เมื่อกินข้าวเสร็จเด็กน้อยก็พักผ่อนอย่างว่าง่ายแล้ว ชายชราได้แต่สายศีรษะเด็กน้อยผู้นี้ต้องลองด้วยตัวเองทุกอย่างเลยถึงจะฟังคำของผู้ใหญ่ถามว่าแบบนี้ดีไหมก็ดีจะได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง ชายชราจึงเข้าห้องเสร็จวรยุทธของตัวเองส่วนเด็กน้อยนั้นก็นอนพักผ่อน พอตกเย็นเด็กน้อยก็ลุกขึ้นมากินข้าว และไปนอนอ่านคัมภีร์เช่นเดิม พอนางเปิดคัมภีร์ออกก็พบเหตุการณ์ตามเดิมเมื่อคืน ที่เคยเจอะเจอไม่มีผิด บทความแรกก็ยังเป็นบทความเดิมและค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆขั้นที่สองรัตติกาลกลืนจิต

ต้องฝึกในคืนเดือนดับจินตนาการว่าตนเองถูกความมืดกลืนกินทั้งร่าง ปล่อยให้สติยังคงอยู่เพ่งสมาธิไปยัง "เส้นลมปราณดารา" ซึ่งอยู่บริเวณจุดกลางอกดึงดูดพลังดาราเข้ามาหล่อเลี้ยงลมปราณ เด็กน้อยอ่านไปด้วยคิดไปด้วยนางก็คิดว่ามันต้องยากมากๆแน่ๆการที่จะปล่อยให้ตัวเองถูกความมืดกรนเป็นทั้งร่างกายแล้วจิตใจภายในก็คิดว่าตัวเองถูกความมืดจะกินมันเป็นความรู้สึกที่เด็กอย่างนางต้องกลัวมากๆแน่ ขั้นที่สามมังกรดาวสะท้านฟ้าฝึกการเคลื่อนไหวควบคู่กับลมปราณ ท่าฝึกประกอบด้วย “หมื่นเงาโลหิต” และ “ก้าวเหยียบหมื่นดารา” พลังลมปราณไหลวนทั่วร่าง ราวกับมังกรที่โผบินท่ามกลางท้องนภา ต้องฝึกให้พลังสะท้อนกลับมาเสริมกำลังหัวใจ ไม่ให้ถูกพลังดารากลืนกิน เด็กน้อยอ่านไปเรื่อยๆจนถึงช่วงเช้านางก็ลุกขึ้นไปหุงหาอาหารให้ท่านอาจารย์และพอท่านอาจารย์ตื่นมาก็กินอาหารแล้วกลับมาพักผ่อนตามเดิม นางทำอย่างนี้ราวราวหนึ่งเดือนนางก็คิดว่านางจำบทความทั้งหมดเลยหนังสือคัมภีร์มรณะดาราได้แล้ว แต่คัมภีร์นี้ต้องมีคัมภีร์อื่นๆเข้ามาผสมด้วยเช่นวิชาหมื่นเงาโลหิตและ เก้าเหยียบหมื่นดารา นางจึงไปปรึกษากับท่านอาจารย์ในเช้าวันต่อมา

"ท่านอาจารย์ค่าศึกษาคัมภีมรณะดาราเกิดขึ้นแล้วแต่ในคัมภีร์นี้บอกว่าข้าต้องฝึกพร้อมกับวิชาอื่นๆเช่นวิชาหมื่นเงาโลหิตและก้าวเหยียบหมื่นดารา อีก'

เด็กน้อยกล่าวขึ้น

"ที่ข้าให้เจ้าไปศึกษาก่อนนั้นมันเป็นภาพรวมของทั้งหมดแต่ตอนนี้เจ้าต้องทำบทแรกให้ได้ก่อน หากเจ้าฝึกบทแรกได้สำเร็จซึ่งเส้นลมปราณของเจ้าก็จะค่อยๆขยายออก แล้วเจ้าก็จะมีเส้นลมปราณฝึกยุทส่วนคัมภีร์วิชาอื่นๆเมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้เจ้าต้องเป็นผู้ไปหามันด้วยตัวเองเพราะในที่นี้มีตำราที่วิเศษสุดๆก็คือเล่มนี้เล่มเดียวเท่านั้น"

ชายชรากล่างขึ้น แต่ก็เป็นจริงดั่งคำที่ใช้ชราว่าเพราะเด็กน้อยเองก็ค้นดูถูกตำราในชั้นวางแล้วไม่มีตำราใดที่เกี่ยวกับหมื่นเงาโลหิตหรือก้าวเหยีบหมื่นดาราเลย คัมภีร์นี้เป็นคัมภีร์ที่ไม่ได้ครบถ้วนมีแค่ช่วงต้นเท่านั้น

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   เหตุที่ต้องเรียกของ

    หลินซือหยาไม่รอช้ารีบไปหาตัวคนที่จะทำร้ายตัวเองถึงยังไงวันนั้นเองก็คงจะหนีไม่พ้นทั้งสามแต่ถ้าให้สู้ก็ดูกันอีกทีว่าเป็นอย่างไร หญิงสาวพยายามรีบไปก่อนที่ทั้งสามคนจะอยู่ด้วยกันเพราะถ้าสามคนอยู่ด้วยกันแล้วนางก็จะลำบากมากขึ้น ในชีวิตนี้นะไม่เคยต่อสู้กับคนเลยส่วนมากก็จะต่อสู้กับสัตว์อสูร และเคยต่อสู้กับอาจารย์บ้างแต่นั้นก็ยังไม่ถึงชีวิต แต่ครั้งนี้ดูๆแล้วเหมือนจะถูกหมายปองเอาชีวิตให้เป็นแน่ เป็นดังที่นางคาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิดทั้งสามรวมตัวกันเรียบร้อยแล้ว และเหมือนจะรับรู้ได้แล้วว่านางอยู่แถวๆนั้น"เฮ้ นั้นไงสตรีผู้นั้นไง อยู่ตรงนู้นเร็วๆรีบจัดการเถอะ"เสียงบุรุษผู้ที่เจอกับหลินซือหยาเมื่อก่อนนั้นดังขึ้น นางเองไม่รอช้าทะยานวิ่งออกไปทันที พลังวรยุทธแล้ววรยุทธเล่าพุ่งเข้าไปหานางจนในที่สุดต้นไม้แถบนั้นก็ล้มระนาวแต่ทั้งสามก็มองไม่เห็นหลินซือหยาแล้ว หญิงสาวทยานตัวไปด้านข้างเนื่องจากว่านางรู้อยู่แล้วว่าเป้าหมายของพวกนั้นอยู่แต่ด้านหน้า เมื่อนางทยานหนีไปได้ก็กระอักเลือดออกมาถึงสามคราก่อนที่นางจะกระโดดขึ้นต้นไม้ใหญ่ พลังวรยุทธของทั้งสามช่างรุนแรงเสียเหลือเกิน ขนาดยังไม่โดนจังๆนางยังรู้สึกกระทบกระเท

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ผู้มีวรยุทขั้นสี่

    หญิงสาวใช้เวลาตอนกลางวันในการเดินทางส่วนตอนกลางคืนนั้นนางก็ฝึกเคล็ดวิชาเงาดารา หญิงสาวสามารถไขปริศนาได้ว่าภายในหนึ่งวันนั้น แผ่นหยกนั้นจะมีข้อความปรากฏหนึ่งครั้งตอนที่นางถ่ายทอดวรยุทธ์เข้าไปในครั้งแรกของวัน ข้อความที่ปรากฎนั้นจะไขข้อสงสัยของนางทุกครั้งไป จนนางเริ่มเรียนรู้ที่จะบังคับให้จิตรเป็นแก่นกลางจนได้ และเริ่มรู้ว่าเคล็ดวิชานี้คือการเคลื่อนที่ให้เร็วกว่าเดิม ซึ่งมันก็เหมาะกับพวกที่มีวรยุทธในการเคลื่อนที่สมควรที่จะต้องรวดเร็วดั่งสายฟ้าเหมือนเงาดาราที่นางกำลังร่ำเรียนแรกๆตอนกลางคืนฝึกเทรดวิชานี้และตอนกลางวันเดินทางแต่ตอนนี้นางเริ่มที่จะทำให้จิตใจเป็นแกนหลักได้แล้วนางจึงเริ่มใช้เคล็ดวิชาเงาดาราในการเคลื่อนที่บ้างแต่ตอนนี้นางก็ยังถือว่าช้าอยู่เนื่องจากว่าวรยุทธ์ของนางเพียงแค่ขั้นสอง เท่านั้นหลังจากที่เดินทางออกจากภูเขานั้นเราราวสิบกว่าวัน นางก็ไม่เคยพบเจอผู้คนใดเลย ได้ยินแต่เสียงสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ร้องเท่านั้นแต่วันนี้อยู่อยู่นางก็รู้สึกว่าเหมือนมีสิ่งใดกำลังจ้องมองนางอยู่นางจึงทำท่าเดินธรรมดา และพยายามเรียกกริชออกมา"ฟ้าดินเคลื่อน ปราณวิญญาณจงรวม กริชที่อยู่ในกำไรสุญญตาจงออกมา"หญิง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   เคล็ดวิชาเงาดารา

    เมื่อศิษย์กับอาจารย์แยกทางกันเดินแล้ว ผู้เป็นลูกศิษย์เดินเล่นเที่ยวอยู่ในป่าเนื่องจากว่านางยังไม่รู้ว่าดินแดนหมื่นอสูรนั้นอยู่ที่ใด แต่ท่านอาจารย์แค่ชี้แนะว่าอยู่ทางทิศนี้ นางจึงคิดว่าจะเดินเล่นไปเรื่อยๆ ส่วนผู้เป็นอาจารย์เมื่อแยกจากลูกศิษย์เขาก็หายตัวไปทันที หลินซือหยาคิดถึงตอนที่ตัวเองห้าขวบที่ถูกไล่ออกจากบ้านนางไร้วรยุทธใดๆ เดินทางด้วยเท้ามายังภูเขาค่ำไหนก็นอนนั่น แต่ตอนนี้นางกลายเป็นสาวที่มีวรยุทธขั้นสองแล้ว ความเร็วในการเดินทางของนางก็เพิ่มมากขึ้น แต่นางก็ไม่สามารถที่จะทยานได้เร็วเหมือนคนที่มีวรยุทธ์ขั้นสูงสูง และไม่สามารถหายตัวได้เหมือนท่านอาจารย์ ระหว่างเดินทางมานี้นางก็หยิบตำรามสหนึ่งเล่มซึ่งเกี่ยวกับบทคาถาที่เรียกอุปกรณ์ ซึ่งตัวนางนั้นมีกำไรสุญญตาเก็บของ แต่ในการค้นหาหากเป็นการค้นหาธรรมดาก็จะยุ่งยากมากเกินไปนางต้องถอดกำไรนั้นมาและความหาแต่ท่านอาจารย์ให้นางเรียกสิ่งของ ถ้าหากว่านางทำสำเร็จแล้วนางก็ไม่ต้องถอดกำไรนั้นออกมาเพียงแค่ท่องคาถาเรียก สิ่งของนั้นก็จะออกมาหานางเอง"ฟ้าดินเคลื่อน ปราณวิญญาณจงรวม น้ำที่อยู่ในกำไรสุญญตาจงออกมา"เสียงใสของหญิงสาวเป็นออกจากปากกำไรสูญญตาของนา

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ของดีมีเต็มโต๊ะ

    เมื่อทั้งสองจัดการอาหารที่อยู่บนโต๊ะเสร็จท่านผู้เฒ่าลุกขึ้นและกวาดมือไปหนึ่งครั้งทำให้ของที่อยู่บนโต๊ะนั้นหายไปทันที และกวาดมือกลับมาอีกหนึ่งครั้ง บนโต๊ะก็มีของกองอยู่มากมาย หญิงสาวมองด้วยความสนใจ"อะไรหรือท่านอาจารย์ ท่านเอาอะไรออกมาหรือท่านจะแบ่งสมบัติให้ข้าหรือ"หญิงสาวกล่าวถาม"จะแบ่งสมบัติอะไรละ นี่ยกให้เจ้าหมดเลยแหละ เจ้าเก็บปลายเผื่อเวลาอันตรายเจ้าจะได้ใช้ประโยชน์จากมันอันนี้คือหยกเชิงหมิงเจ้าลองมองดูในนั้นมีเคล็ดวิชาเงาดารา เจ้าลองฝึกฝนระหว่างทางที่เดินไปยังดินแดนหมื่นอสูร หากเจ้ามีภัยเพียงเจ้าทำลายหยกเชิงหมิงนี้ เจ้าก็จะปลอดภัยแต่หยกมีมันจะสามารถช่วยเจ้าได้เพียงครั้งเดียวและมันก็จะสลายหายไปหากว่าเจ้าศึกษาเคล็ดวิชาเงาดาราไม่สำเร็จเจ้าก็จะไม่มีโอกาสอีกแล้ว"ชายชรากล่าวกับหญิงสาวและยื่นหยกสีน้ำเงินแผ่นหนึ่งให้กับหญิงสาว หญิงสาวพิจารณาดูหยกสีน้ำเงินเข้มที่เหมือนไม่มีอะไรพิเศษเอาเสียเลย เป็นหยกที่ห้อยเชือกธรรมดาเท่านั้น นางส่องซ้ายส่องขวาก็ไม่มองเห็นถึงความพิเศษของมัน"หยกอะไรหรือท่านอาจารย์ ทำไมมันเหมือนของธรรมดา สีก็พิลึกปกติหยกจะเป็นสีเขียวไม่ใช่หรืออันนี้มันเป็นสีน้ำเงิน"หญิง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   อาหารมื้อสุดท้าย

    ภายในกระต๊อบที่อบอุ่นที่แตกต่างจากเมื่อคืนและสามวันที่ผ่านมามากนัก หญิงสาววัยแรกแย้มนอนห่มผ้าหนาอยู่บนเตียงตัวน้อยตัวเดิมของตัวเอง เกือบจะสิบปีแล้วที่นางได้มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ที่นางไม่มีวรยุทธ์ใดๆแต่วันนี้นางมีวรยุทธ์ขั้นที่สองแล้ว แม้ที่ผ่านมานั้นนางจะเจ็บปวดแสนสาหัสกว่าที่จะผ่านมาถึงทุกวันนี้ได้ แต่ณเวลานี้นางเองก็อยู่สุขสบายแล้ว และการฝึกฝนในทุกๆวันในตอนนี้ก็เหมือนจะแตกต่างออกไป นางเคยเจ็บปวดจนเข้ากระดูกเหมือนว่าร่างกายของนางจะอยู่ไม่ได้แล้ว แต่สามวันที่ผ่านมาที่นางออกไปฝึกฝนนั้น นางมีวรยุทธเพิ่มขึ้นตั้งหนึ่งขั้นถือว่านางเร็วกว่าตอนแรกเสียด้วยซ้ำ"เจ้าเด็กน้อยออกมากินข้าวได้แล้วกะมัง "เสียงชายชราดังขึ้นจากตัวเรือนชั้นบน หญิงสาวลืมตาขึ้นเล็กน้อย"เฮ้อข้าก็โตเป็นสาวแล้วท่านอาจารย์ก็ยังเรียกเป็นเด็กน้อยอยู่นั่นแหละ"เด็กสาวพรึมพรำเบาๆก่อนที่จะลุกขึ้นและบิดขี้เกียจก่อนที่จะออกจากเรือนไปชำระร่างกายล้างหน้าล้างตา และขึ้นไปกินข้าวกับท่านอาจารย์เช่นเคย พอนางขึ้นไปข้างบนแล้วก็มองกับข้าวที่ท่านอาจารย์กำลังทำและอีกส่วนหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ วันนี้ท่านอาจารย์ทำกับข้าวมากมายหลายอย่าง เด็กสาวมอง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ผจญป่าฝึกใจ

    แสงอรุณแรกสาดลอดหมู่ไม้ ทาบเงาทาบพื้นดินเป็นริ้วทองอ่อนเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ดัง “ซู่ซู่” คล้ายเสียงกระซิบจากวิญญาณโบราณในหุบเขาหนทางเบื้องหน้าเต็มไปด้วยหมอกขาวบาง ลึกลับราวม่านแห่งสวรรค์ที่กั้นระหว่างคนกับพลังลมปราณ หลินซื้อหยาย่างเท้าเข้าขึ้นอีกครั้งหลังจากพักผ่อนไปได้เล็กน้อย มือกำดาบไม้แน่น ในหัวใจไม่มีสิ่งใด นอกจากคำอาจารย์ที่ว่า“หากเจ้ามิอาจฝึกจิตให้สงบในหมู่ความวิเวก เจ้าก็ไม่มีวันก้าวข้ามขอบเขตวรยุทธได้”ทุกย่างก้าว นางต้องเผชิญทั้งความเงียบ ความหิว และความกลัวบางคืน เสียงสัตว์คำรามดังก้องในหุบเขาบางยาม ลมเย็นพัดผ่านจนเหมือนมีเงาผู้คนเดินตามอยู่ข้างหลัง แต่เมื่อหลับตาและปล่อยใจเข้าสู่สมาธิ นางกลับสัมผัสได้ถึงจังหวะของลมหายใจที่ผสานกับเสียงป่า ใบไม้ไหว คือการเต้นของพลังชีวิตสายน้ำที่ไหล คือการหมุนเวียนแห่งลมปราณและในที่สุด นางก็เข้าใจว่า “วรยุทธ มิได้อยู่ในคัมภีร์ แต่อยู่ในหัวใจผู้ไม่ยอมแพ้”ในป่า จากเด็กสาวที่กลัวเสียงสัตว์กลายเป็นนักยุทธที่ยืนหยัดได้กลางพายุฝนมือขวาจับดาบนิ่งสงบ ดวงตาแน่วแน่พลังภายในพลุ่งพล่านเหมือนสายน้ำที่ไหลกลับสู่ต้นธาร ราตรีนั้น ฟ้าปิดเงียบไร้ดา

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status