Inicio / แฟนตาซี / ดอกหญ้าทะยานฟ้า / เส้นทางสู่ยอดเขา

Compartir

เส้นทางสู่ยอดเขา

Autor: Sanassetong
last update Última actualización: 2025-09-27 11:42:07

ยามเช้าหลินซือหยาเก็บเสื้อผ้าของตัวเองใส่ห่อผ้า พร้อมกับอาหารแห้งที่บิดาให้เมื่อคืน สะพายถุงผ้าใบเล็กนั้น แล้วเดินออกจากบ้านมุ่งเดินไปยังทางขึ้นเขา เสียงหัวเราะเยาะจากคนทั้งหมู่บ้านดังตามหลังมาเหมือนเงา นางก้มหน้าลง มือกำชายเสื้อแน่น แต่ในดวงตานั้นกลับลุกเป็นไฟ นางจะไม่ยอมเป็นคนไร้ค่าอย่างที่ใครพูดอีกต่อไป นางจะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเองถึงแม้จะไร้วรยุท นางต้องทำให้ทุกคนรู้ว่าการไม่มีวรยุทธนั้นก็อยู่ได้เช่นเดียวกัน นางเดินด้วยเท้ามาราวๆครึ่งวันก็หยุดพัก หลินซือหยามองไปรอบๆต้นไม้เต็มไปหมดเขาไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวแบบนี้มาก่อนแต่เขารู้สึกดีกว่าที่อยู่หมู่บ้านที่เขาจากมามาก เขาเปิดห่อผ้าออกและนำอาหารแห้งออกมากิน เส้นทางนี้น่าจะมาได้ไกลมากแล้ว นางพยายามไม่กินอาหารมากเนื่องจากว่านางไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางนางนั้นอยู่ที่ใดนางจะไปตั้งหลักปักฐานที่ใดดี สำหรับเด็กวัยห้าหนาวนั้นเป็นเรื่องที่อยู่ยากจริงๆ มารดาของนางอยู่ไหนหากมารดาของนางยังอยู่ ณ เวลานี้จะปล่อยให้เด็กน้อยผู้นี้เดินทางอยู่ในป่าเพียงลำพังหรือไม่นะนางพยายามคิด ถามว่ากลัวไหมนางบอกเลยว่ากลัวเพราะในป่านี้น่าจะมีสัตว์ป่ามากมาย แต่หากนางไม่ออกมาก็จะกลายเป็นตัวหายนะของตระกูลหลิน นางพยายามตั้งสติของเด็กน้อยวัยหนาวเริ่มไม่ให้ตัวเองกลัว เมื่อตะวันเริ่มตกเย็นเสียงสัตว์ป่าก็ร้องกันกึกก้องไม่ว่าจะเป็นสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ปีกก็ร้องกันอย่างละงม ขนาดว่าตอนนี้ยังไม่มืดยังน่ากลัวขนาดนี้แล้วเด็กน้อยวัยห้าหนาวจะไม่รู้สึกกลัวได้อย่างไร หลินซือหยามีน้ำตาไหลออกมาโดยที่เขาไม่รู้ตัว เพราะเขากลัวเข้ามาสิ่งสู่ในใจ สมองอันน้อยๆของนางก็บอกให้นางขึ้นต้นไม้ไป หากอยู่บนต้นไม้จะดีกว่าหากตอนกลางคืนอยู่ข้างล่างนางอาจจะโดนสัตว์คาบไปกินก็ได้ เมื่อนางขึ้นมาแล้วไม่นานก็มืด เสียงสัตว์เหล่านั้นยังร้องกึกก้องอยู่ตลอดเวลา นางพยายามไม่หลับไม่นอนแต่สำหรับเด็กวัยห้าหนาวแล้ว เรื่องนอนคือเรื่องใหญ่เลยทีเดียวจึงทำให้นางเผลอหลับไปดีหน่อยที่ต้นไม้ที่นางขึ้นนั้นโตพอที่จะรับตัวนางไว้ได้ จึงไม่ทำให้นางตกลงไป เมื่อตอนเช้าดวงตะวันขึ้นแสงตะวันนั้นสาดเข้าสู่ดวงตาของนางก็รู้สึกตัวนางพยายามลืมตาขึ้นอย่างช้าๆก็พบว่าตัวเองอยู่ในสภาพที่อยู่บนต้นไม้กำลังกอดกิ่งไม้อยู่เลย ในเวลากลางวันแบบนี้พวกสิงห์สาราสัตว์ก็ไม่ได้ออกมาอีกแล้ว นางจึงรู้ว่านางมีเวลาเดินเพียงยามกลางวันเท่านั้น เวลาใกล้จะค่ำต้องหาที่หลบซ่อนเพราะสิงห์สาราสัตว์มากมายเหลือเกิน นางย้อนไปคิดบิดาของนางเขารู้หรือไม่ว่าบนเขานั้นมันอันตรายขนาดนี้ หรือบิดาจงใจให้นางเข้ามาตายด้วยตัวเองตอนนี้เขาคงคิดแล้วละว่านางคงโดนสัตว์เหล่านี้กัดตายไปแล้ว หลินซือหยากินอาหารแห้งอีกครั้งก่อนที่จะลงจากต้นไม้แล้วเดินทางไปข้างหน้าเรื่อยๆนางมองดูยังภูเขาที่สูงนั้นนางต้องขึ้นไปอยู่บนภูเขาเพราะผู้ที่เป็นบิดาบอกว่าให้นางไปอยู่บนเขาจะได้ไม่ต้องเจอกับผู้คน นางเดินอยู่ในป่านี้มาราวราวสามวันแล้ว แต่นางก็ยังไม่มีวี่แววที่จะขึ้นเขาไปเสียที การเดินทางที่ไม่มีจุดหมายที่ไม่มีแผนที่ในการเดิน การเดินทางเพียงลำพังไม่มีใครให้ถาม การกระทำทุกอย่างขึ้นกับการตัดสินใจของนางเพียงผู้เดียว แต่ตอนนี้ยางยังเด็กต้องการที่พึ่งเอาเสียมากๆ ย้อนคิดไปวันที่จากมาอยู่ในใจน้ำตาก็ไหลอีกครั้ง นางก็เดินไปอย่างไม่ลดละอาหารแห้งขนาดนางกินทีละน้อยแล้ว แต่ของมันก็มีน้อยตอนนี้ก็ใกล้จะหมดแล้ว นางนั่งลงและนำถุงผ้ามาดูหากนางยังกินอยู่แบบนี้อีกสองวันก็น่าจะหมดแล้ว ที่แท้บิดาของเขาอาจจะไม่ต้องการให้เขาถูกกัดตายก็ได้ แต่อาจจะอยากให้เขาอดอาหารตายแทน หลินซือหยาไม่ยอมแพ้เด็ดขาดไม่มีอาหารนางก็ต้องหาผลไม้ เดิมทีนางจะเดินไปทางทิศเดียวเพื่อมุ่งขึ้นเขาเลยจึงไม่ค่อยดูรอบข้างว่ามีผลไม้หรือไม่ แต่ตอนนี้นางก็เน้นหาผมไม้จนลืมโฟกัสเส้นทางเดิมจนในที่สุดนางก็หลงทาง แต่ตอนนี้ผลไม้อยู่เต็มทั้งสองมือของนางแล้วไม่ว่าจะเป็นองุ่นป่าที่รสชาติออกเปรี้ยวหวาน ลูกพลับป่าผลสีส้มแดง ลิ้นจี่ที่ลูกเล็กมีรสชาติเปรี้ยว แถมนางยังได้ฝรั่งป่ามาอีก และมีอีกอย่างหนึ่งที่นางเอามาไม่ได้ก็คือกล้วยป่าที่เครือใหญ่มากนางยังรู้สึกเสียดายไม่หายเพราะกล้วยนั้นยังไม่สุก แต่พอนางมองกลับมาก็รู้แล้วว่านางหลงทางนางไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหนต่อไป เนื่องจากต้นไม้มันก็เหมือนกันหมด คราแรกที่นางเดินก็คือมุ่งหน้าไปข้างหน้าอย่างเดียวแต่พอออกหาอาหารก็กลับลืมเส้นทางเสียแล้ว เด็กวันห้าหนาวห่อผลไม้ใส่ถุงผ้าแล้วขึ้นต้นไม้ไปเพื่อที่จะหลบซ่อนสิงห์สาราสัตว์ได้ตอนกลางคืน เขานั่งกินผลไม้อย่างเอร็ดอร่อย พอตะวันตกดินก็หลับไป เอาเข้าจริงๆการใช้ชีวิตอยู่ในป่านั้นไร้อันตรายเสียมากมาก บางครั้งนางก็เหมือนกับพบสัตว์เล็กสัตว์น้อย แต่นางไม่ได้เข้าไปยุ่งกับมันมันก็ไม่ยุ่งกับนางจนในที่สุดนางก็เริ่มชินแล้ว พอเช้านางก็ลงจากต้นไม้ตามเคยแต่ตอนนี้นางก็ไม่รู้แล้วว่าจะไปทิศทางใด แต่ก่อนแค่มุ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว แต่ตอนนี้นางก็สังเกตรอบข้างมากขึ้น ตอนนี้นางน่าจะอยู่ในป่าลึกแล้วต้นไม้แถวนี้มีเห็ดงอกเต็มไปหมด นางเคยดูในตำราของพี่ชายก็พอรู้บ้างว่าเห็ดขนิดใดกินได้เห็ดชนิดใดกินไม่ได้ แต่การกินเห็ดนั้นก็ต้องนำไปทำให้สุกก่อนถึงจะกินได้ แต่นางไม่มีอุปกรณ์ที่ทำให้ก่อไฟแต่อีกอย่างนางก็ก่อไฟตามธรรมชาติไม่เป็นนางเคยรู้วิธีแต่นางก็ไม่เคยลองจึงมองดูเห็นพวกมันเฉยๆไม่ได้เก็บมันนางเห็นสมุนไพรหลายชนิด นางเก็บมาเล็กน้อย ตำราของสำนักศึกษาช่างดีจริงๆ ขนาดว่านางไม่มีเส้นลมปราณในการฝึกประยุทธ์ แต่เมื่ออ่านตำราของพี่ชายก็ได้รู้ถึงพวกเห็ดป่าสมุนไพรรวมไปถึงการพิชิตสัตว์อีกด้วยแต่นางนั้นก็จำเกี่ยวกับการพิชิตสัตว์ไม่ค่อยได้เลยส่วนเรื่องสมุนไพรกับเห็ดนั้นนางจำได้ดี นางยังคิดกลับไปว่าหากว่านางออกจากหมู่บ้านนั้นแล้วไปเจอหมู่บ้านอื่น หมู่บ้านที่ไม่รู้ว่านางเป็นผู้มีเส้นลมปราณที่ปิดตายที่ไม่สามารถฝึกวรยุทธได้ หากนางนำพวกสมุนไพรและเห็ดพวกนี้ไปขายนางก็จะมีชีวิตที่ดีกว่าอยู่ในป่านี้แน่นอน แต่ตอนนี้นางไม่สามารถที่จะรู้ได้เลยว่าตัวเองอยู่จุดใดของป่า และหากออกไปแล้วนางจะกลับเข้ามาจุดนี้อีกก็น่าจะยากอยู่ ด้วยความจำของเด็กวัยห้าหนาวที่ยังไร้เดียงสาจะจำได้อย่างไรว่าจุดนี้มันคือที่ใด ต่อให้อนาคตโตขึ้นพอกลับมานั้นก็คงจะจดจำที่นี่ไม่ได้แล้ว นางเดินไปสักพักใหญ่ๆนางก็พบกับวัตถุสีดำขนาดใหญ่อยู่ตรงหน้า นางจึงค่อยๆย่องเข้าไปก็พบว่าตรงนั้นมีคนนอนอยู่ นางก็กล้าๆกลัวๆว่าจะเดินเข้าไปดีหรือไม่ แต่สุดท้ายด้วยความอยากรู้อยากเห็นนางก็เดินเข้าไป

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   เหตุที่ต้องเรียกของ

    หลินซือหยาไม่รอช้ารีบไปหาตัวคนที่จะทำร้ายตัวเองถึงยังไงวันนั้นเองก็คงจะหนีไม่พ้นทั้งสามแต่ถ้าให้สู้ก็ดูกันอีกทีว่าเป็นอย่างไร หญิงสาวพยายามรีบไปก่อนที่ทั้งสามคนจะอยู่ด้วยกันเพราะถ้าสามคนอยู่ด้วยกันแล้วนางก็จะลำบากมากขึ้น ในชีวิตนี้นะไม่เคยต่อสู้กับคนเลยส่วนมากก็จะต่อสู้กับสัตว์อสูร และเคยต่อสู้กับอาจารย์บ้างแต่นั้นก็ยังไม่ถึงชีวิต แต่ครั้งนี้ดูๆแล้วเหมือนจะถูกหมายปองเอาชีวิตให้เป็นแน่ เป็นดังที่นางคาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิดทั้งสามรวมตัวกันเรียบร้อยแล้ว และเหมือนจะรับรู้ได้แล้วว่านางอยู่แถวๆนั้น"เฮ้ นั้นไงสตรีผู้นั้นไง อยู่ตรงนู้นเร็วๆรีบจัดการเถอะ"เสียงบุรุษผู้ที่เจอกับหลินซือหยาเมื่อก่อนนั้นดังขึ้น นางเองไม่รอช้าทะยานวิ่งออกไปทันที พลังวรยุทธแล้ววรยุทธเล่าพุ่งเข้าไปหานางจนในที่สุดต้นไม้แถบนั้นก็ล้มระนาวแต่ทั้งสามก็มองไม่เห็นหลินซือหยาแล้ว หญิงสาวทยานตัวไปด้านข้างเนื่องจากว่านางรู้อยู่แล้วว่าเป้าหมายของพวกนั้นอยู่แต่ด้านหน้า เมื่อนางทยานหนีไปได้ก็กระอักเลือดออกมาถึงสามคราก่อนที่นางจะกระโดดขึ้นต้นไม้ใหญ่ พลังวรยุทธของทั้งสามช่างรุนแรงเสียเหลือเกิน ขนาดยังไม่โดนจังๆนางยังรู้สึกกระทบกระเท

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ผู้มีวรยุทขั้นสี่

    หญิงสาวใช้เวลาตอนกลางวันในการเดินทางส่วนตอนกลางคืนนั้นนางก็ฝึกเคล็ดวิชาเงาดารา หญิงสาวสามารถไขปริศนาได้ว่าภายในหนึ่งวันนั้น แผ่นหยกนั้นจะมีข้อความปรากฏหนึ่งครั้งตอนที่นางถ่ายทอดวรยุทธ์เข้าไปในครั้งแรกของวัน ข้อความที่ปรากฎนั้นจะไขข้อสงสัยของนางทุกครั้งไป จนนางเริ่มเรียนรู้ที่จะบังคับให้จิตรเป็นแก่นกลางจนได้ และเริ่มรู้ว่าเคล็ดวิชานี้คือการเคลื่อนที่ให้เร็วกว่าเดิม ซึ่งมันก็เหมาะกับพวกที่มีวรยุทธในการเคลื่อนที่สมควรที่จะต้องรวดเร็วดั่งสายฟ้าเหมือนเงาดาราที่นางกำลังร่ำเรียนแรกๆตอนกลางคืนฝึกเทรดวิชานี้และตอนกลางวันเดินทางแต่ตอนนี้นางเริ่มที่จะทำให้จิตใจเป็นแกนหลักได้แล้วนางจึงเริ่มใช้เคล็ดวิชาเงาดาราในการเคลื่อนที่บ้างแต่ตอนนี้นางก็ยังถือว่าช้าอยู่เนื่องจากว่าวรยุทธ์ของนางเพียงแค่ขั้นสอง เท่านั้นหลังจากที่เดินทางออกจากภูเขานั้นเราราวสิบกว่าวัน นางก็ไม่เคยพบเจอผู้คนใดเลย ได้ยินแต่เสียงสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ร้องเท่านั้นแต่วันนี้อยู่อยู่นางก็รู้สึกว่าเหมือนมีสิ่งใดกำลังจ้องมองนางอยู่นางจึงทำท่าเดินธรรมดา และพยายามเรียกกริชออกมา"ฟ้าดินเคลื่อน ปราณวิญญาณจงรวม กริชที่อยู่ในกำไรสุญญตาจงออกมา"หญิง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   เคล็ดวิชาเงาดารา

    เมื่อศิษย์กับอาจารย์แยกทางกันเดินแล้ว ผู้เป็นลูกศิษย์เดินเล่นเที่ยวอยู่ในป่าเนื่องจากว่านางยังไม่รู้ว่าดินแดนหมื่นอสูรนั้นอยู่ที่ใด แต่ท่านอาจารย์แค่ชี้แนะว่าอยู่ทางทิศนี้ นางจึงคิดว่าจะเดินเล่นไปเรื่อยๆ ส่วนผู้เป็นอาจารย์เมื่อแยกจากลูกศิษย์เขาก็หายตัวไปทันที หลินซือหยาคิดถึงตอนที่ตัวเองห้าขวบที่ถูกไล่ออกจากบ้านนางไร้วรยุทธใดๆ เดินทางด้วยเท้ามายังภูเขาค่ำไหนก็นอนนั่น แต่ตอนนี้นางกลายเป็นสาวที่มีวรยุทธขั้นสองแล้ว ความเร็วในการเดินทางของนางก็เพิ่มมากขึ้น แต่นางก็ไม่สามารถที่จะทยานได้เร็วเหมือนคนที่มีวรยุทธ์ขั้นสูงสูง และไม่สามารถหายตัวได้เหมือนท่านอาจารย์ ระหว่างเดินทางมานี้นางก็หยิบตำรามสหนึ่งเล่มซึ่งเกี่ยวกับบทคาถาที่เรียกอุปกรณ์ ซึ่งตัวนางนั้นมีกำไรสุญญตาเก็บของ แต่ในการค้นหาหากเป็นการค้นหาธรรมดาก็จะยุ่งยากมากเกินไปนางต้องถอดกำไรนั้นมาและความหาแต่ท่านอาจารย์ให้นางเรียกสิ่งของ ถ้าหากว่านางทำสำเร็จแล้วนางก็ไม่ต้องถอดกำไรนั้นออกมาเพียงแค่ท่องคาถาเรียก สิ่งของนั้นก็จะออกมาหานางเอง"ฟ้าดินเคลื่อน ปราณวิญญาณจงรวม น้ำที่อยู่ในกำไรสุญญตาจงออกมา"เสียงใสของหญิงสาวเป็นออกจากปากกำไรสูญญตาของนา

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ของดีมีเต็มโต๊ะ

    เมื่อทั้งสองจัดการอาหารที่อยู่บนโต๊ะเสร็จท่านผู้เฒ่าลุกขึ้นและกวาดมือไปหนึ่งครั้งทำให้ของที่อยู่บนโต๊ะนั้นหายไปทันที และกวาดมือกลับมาอีกหนึ่งครั้ง บนโต๊ะก็มีของกองอยู่มากมาย หญิงสาวมองด้วยความสนใจ"อะไรหรือท่านอาจารย์ ท่านเอาอะไรออกมาหรือท่านจะแบ่งสมบัติให้ข้าหรือ"หญิงสาวกล่าวถาม"จะแบ่งสมบัติอะไรละ นี่ยกให้เจ้าหมดเลยแหละ เจ้าเก็บปลายเผื่อเวลาอันตรายเจ้าจะได้ใช้ประโยชน์จากมันอันนี้คือหยกเชิงหมิงเจ้าลองมองดูในนั้นมีเคล็ดวิชาเงาดารา เจ้าลองฝึกฝนระหว่างทางที่เดินไปยังดินแดนหมื่นอสูร หากเจ้ามีภัยเพียงเจ้าทำลายหยกเชิงหมิงนี้ เจ้าก็จะปลอดภัยแต่หยกมีมันจะสามารถช่วยเจ้าได้เพียงครั้งเดียวและมันก็จะสลายหายไปหากว่าเจ้าศึกษาเคล็ดวิชาเงาดาราไม่สำเร็จเจ้าก็จะไม่มีโอกาสอีกแล้ว"ชายชรากล่าวกับหญิงสาวและยื่นหยกสีน้ำเงินแผ่นหนึ่งให้กับหญิงสาว หญิงสาวพิจารณาดูหยกสีน้ำเงินเข้มที่เหมือนไม่มีอะไรพิเศษเอาเสียเลย เป็นหยกที่ห้อยเชือกธรรมดาเท่านั้น นางส่องซ้ายส่องขวาก็ไม่มองเห็นถึงความพิเศษของมัน"หยกอะไรหรือท่านอาจารย์ ทำไมมันเหมือนของธรรมดา สีก็พิลึกปกติหยกจะเป็นสีเขียวไม่ใช่หรืออันนี้มันเป็นสีน้ำเงิน"หญิง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   อาหารมื้อสุดท้าย

    ภายในกระต๊อบที่อบอุ่นที่แตกต่างจากเมื่อคืนและสามวันที่ผ่านมามากนัก หญิงสาววัยแรกแย้มนอนห่มผ้าหนาอยู่บนเตียงตัวน้อยตัวเดิมของตัวเอง เกือบจะสิบปีแล้วที่นางได้มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ที่นางไม่มีวรยุทธ์ใดๆแต่วันนี้นางมีวรยุทธ์ขั้นที่สองแล้ว แม้ที่ผ่านมานั้นนางจะเจ็บปวดแสนสาหัสกว่าที่จะผ่านมาถึงทุกวันนี้ได้ แต่ณเวลานี้นางเองก็อยู่สุขสบายแล้ว และการฝึกฝนในทุกๆวันในตอนนี้ก็เหมือนจะแตกต่างออกไป นางเคยเจ็บปวดจนเข้ากระดูกเหมือนว่าร่างกายของนางจะอยู่ไม่ได้แล้ว แต่สามวันที่ผ่านมาที่นางออกไปฝึกฝนนั้น นางมีวรยุทธเพิ่มขึ้นตั้งหนึ่งขั้นถือว่านางเร็วกว่าตอนแรกเสียด้วยซ้ำ"เจ้าเด็กน้อยออกมากินข้าวได้แล้วกะมัง "เสียงชายชราดังขึ้นจากตัวเรือนชั้นบน หญิงสาวลืมตาขึ้นเล็กน้อย"เฮ้อข้าก็โตเป็นสาวแล้วท่านอาจารย์ก็ยังเรียกเป็นเด็กน้อยอยู่นั่นแหละ"เด็กสาวพรึมพรำเบาๆก่อนที่จะลุกขึ้นและบิดขี้เกียจก่อนที่จะออกจากเรือนไปชำระร่างกายล้างหน้าล้างตา และขึ้นไปกินข้าวกับท่านอาจารย์เช่นเคย พอนางขึ้นไปข้างบนแล้วก็มองกับข้าวที่ท่านอาจารย์กำลังทำและอีกส่วนหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ วันนี้ท่านอาจารย์ทำกับข้าวมากมายหลายอย่าง เด็กสาวมอง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ผจญป่าฝึกใจ

    แสงอรุณแรกสาดลอดหมู่ไม้ ทาบเงาทาบพื้นดินเป็นริ้วทองอ่อนเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ดัง “ซู่ซู่” คล้ายเสียงกระซิบจากวิญญาณโบราณในหุบเขาหนทางเบื้องหน้าเต็มไปด้วยหมอกขาวบาง ลึกลับราวม่านแห่งสวรรค์ที่กั้นระหว่างคนกับพลังลมปราณ หลินซื้อหยาย่างเท้าเข้าขึ้นอีกครั้งหลังจากพักผ่อนไปได้เล็กน้อย มือกำดาบไม้แน่น ในหัวใจไม่มีสิ่งใด นอกจากคำอาจารย์ที่ว่า“หากเจ้ามิอาจฝึกจิตให้สงบในหมู่ความวิเวก เจ้าก็ไม่มีวันก้าวข้ามขอบเขตวรยุทธได้”ทุกย่างก้าว นางต้องเผชิญทั้งความเงียบ ความหิว และความกลัวบางคืน เสียงสัตว์คำรามดังก้องในหุบเขาบางยาม ลมเย็นพัดผ่านจนเหมือนมีเงาผู้คนเดินตามอยู่ข้างหลัง แต่เมื่อหลับตาและปล่อยใจเข้าสู่สมาธิ นางกลับสัมผัสได้ถึงจังหวะของลมหายใจที่ผสานกับเสียงป่า ใบไม้ไหว คือการเต้นของพลังชีวิตสายน้ำที่ไหล คือการหมุนเวียนแห่งลมปราณและในที่สุด นางก็เข้าใจว่า “วรยุทธ มิได้อยู่ในคัมภีร์ แต่อยู่ในหัวใจผู้ไม่ยอมแพ้”ในป่า จากเด็กสาวที่กลัวเสียงสัตว์กลายเป็นนักยุทธที่ยืนหยัดได้กลางพายุฝนมือขวาจับดาบนิ่งสงบ ดวงตาแน่วแน่พลังภายในพลุ่งพล่านเหมือนสายน้ำที่ไหลกลับสู่ต้นธาร ราตรีนั้น ฟ้าปิดเงียบไร้ดา

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status