Accueil / แฟนตาซี / ดอกหญ้าทะยานฟ้า / ชายชราที่เก่งกาจ

Partager

ชายชราที่เก่งกาจ

Auteur: Sanassetong
last update Date de publication: 2025-09-27 11:42:45

"กรี๊ดๆๆๆ"

นางกรีดร้องขึ้นแต่นางก็ปิดปากของตัวเองได้ทั้ง ถุงผ้าของนางตกลงสู่พื้น นางเห็นบุรุษผู้หนึ่งที่นอนอยู่นั้น มีเลือดอาบเต็มตัวเต็มไปหมด มีรอยบาดแผลใหญ่ๆมากมาย นางมองด้วยความหวาดกลัว นางใช้มือทั้งสองปิดอยู่ที่ปากของตัวเอง นางกลั้นหายใจฟังเสียงรอบข้างก็ไม่มีสิ่งใดตอบโต้ แสดงว่าคนผู้นี้ตายเพียงลำพัง แต่เอาเข้าใจจริงในป่าลึกขนาดนี้จะมีคนมานอนตายได้อย่างไร และอีกอย่างเหมือนถูกฆ่าตายยังไงยังนั้น ดูสภาพแล้วเหมือนกันสู้รบพ่ายแพ้แล้วก็ตาย เขาใส่ชุดดำที่มีผ้าคลุมใบหน้านางจึงคิดว่าเป็นคนไม่ดี ที่นางรู้ว่าเป็นบุรุษเพราะว่ารูปร่างใหญ่โต เลือดของเขายังไหลออกจากตัวไม่หยุด เด็กน้อยเห็นสภาพนี้แล้วตกใจมาก นางจึงรีบเก็บถุงผ้าแล้วเดินออกไปจากจุดนี้เพราะนางได้ยินเสียงเหมือนมีสัตว์เดินเข้ามาแล้ว นางกลัวว่าสัตว์จะเห็นนางและทำร้ายนาง นางจึงเดินออกไปข้างหน้า ด้วยอาการที่อกสั่นขวัญหายอยู่เลย เมื่อเดินห่างจากที่นั้นไดลนางก็รู้สึกว่าลมหายใจของนางเป็นปกติแล้ว เสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะนั้นกลับมาเป็นจังหวะ ผู้ใดคือศัตรูของบุรุษผู้นั้นนะ หากว่านางพบคนผู้นั้นเขาจะฆ่านางไหมนะ นางเดินไปสักพักก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวตรงหน้า นางจึงมองดูจึงพบว่ามีสัตว์ตัวหนึ่ง มันเป็นคล้ายๆกับเสือที่มันเป็นสีดำและมีลักษณะใหญ่โตคล้ายๆกับหมี กำลังกัดกินอะไรอยู่มันเป็นสีแดงเหมือนเลือดไหลออกมาจากปากมัน พอมองดูดีๆก็พบว่าสิ่งนั้นคือร่างของมนุษย์ซึ่งเหมือนกับร่างที่นางเห็นว่าครู่ไม่มีผิด นางจึงพยายามเดินเบาๆแล้วหลบหนีไปอีกทางหนึ่ง สิ่งที่เห็นนั้นน่าหวาดกลัวเสี่ยงเหลือเกิน หลายวันที่ผ่านมานางคิดมาตลอดว่าเส้นทางที่นางมาไม่มีอันตรายใดๆ แต่พอเจอเข้าแบบนี้ นางไม่คิดเช่นนั้นแล้วนางกลัวเอาเสียมากๆ เด็กวัยห้าหนาวเจอแบบนี้แทบช็อคเลยที่เดียว แต่นางต้องออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเพราะนางอยากมีชีวิตอยู่ หากตอนนี้นางยังอยู่ที่บ้านนางก็คงไม่เจอะเจอกับสภาพแบบนี้แน่ แต่นางก็คงจะถูกมองว่าไร้ค่าอยู่ดี ตอนนี้หัวใจบอกว่ายังเต้นไม่เป็นจังหวะอยู่เลยแต่แล้วนางก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ นางกะว่าจะรีบเดินออกไปจากเสียงนั้น แต่ทางข้างหน้าที่นางจะเดินไปนั้นนางได้ยินเสียงสัตว์ร้องนางจึงต้องหลบไปทางที่มีการต่อสู้ นางย่องไปก็เห็นการต่อสู้ของผู้มีวรยุทธ จึงทำให้นางสนใจขึ้นมา การต่อสู้ที่ใช้กำลังภายในนางไม่เคยเห็นมาก่อนเห็นบอกผู้หนึ่งผมขาวอายุของเขาน่าจะมากแล้ว กำลังกระโดดตวัดดาบกลางอากาศไปมา ร่างของคนในชุดดำที่มีผ้าพอกหน้าด้วยนั้น ล้มลงไปกองกับพื้นแถมยังมีเลือดออกอีกด้วย บุรุษที่ใส่ชุดดำนั้นมีราวๆห้าคน คนนึงล้มลงไปแล้วก็เหลืออีกสี่คนที่วิ่งทะยานไล่บุรุษที่ใส่ชุดขาวนั้น ภาพที่นางเห็นนั้นน่าสนใจก็จริงแต่นางก็กลัวจับใจการฆ่ากันตายซึ่งๆหน้าแบบนี้เลยหรือ นางไม่รู้ว่าจะไปทางไหนดีเสียงของสัตว์ก็ยังดึงก้องอยู่ตลอดเวลา นางเคยอ่านในตำราของพี่ชายสัตว์เหล่านี้น่าจะเป็นสัตว์อสูรบางตัวนั้นได้กลิ่นของผู้มีวรยุทธก็จะเข้ามาร่วมต่อสู้กับผู้มีวรยุทธทำให้ผู้มีวรยุทธนั้นฝึกกำลังไปในตัว ในตำราบางคนต้องเข้าป่าลึกเพื่อที่จะไปฝึกประสบการณ์ด้วยตัวเองโดยการล่าสัตว์อสูร เกิดมานางไม่เคยคิดมาก่อนว่านางจะต้องมาเจอกับสัตว์อสูรนางเห็นกับมันตัวเป็นๆที่กำลังกัดกินซากศพอยู่ นางอยู่ที่เดิมได้ไม่นานนักนางก็ต้องวิ่งออกไปจากจุดนี้แล้ว เพราะเหมือนว่าสัตว์อสูรเหล่านั้นจะได้กลิ่นศพที่ตาย เพื่อนนางวิ่งออกมาสักครู่ก็ได้ยินเสียงสัตว์อสูรเหล่านั้นกัดกันเพื่อแย่งกินซากศพ คืนนี้นางยังคงระแวงว่านางจะอยู่ที่ใดดีเนื่องจากว่าป่าแถวนี้มีสัตว์อสูรมากมาย หากนางอยู่บนต้นไม้ก็ไม่น่าจะรอด นางได้แต่งพุ่งวิ่งไปตลอดเวลาก็ไปพบศพอีกจนได้ นางพยายามหลีกเลี่ยงที่จะไปทางนั้นในที่สุดนางก็เหนื่อย นางพิงต้นไม้ใหญ่ไม่นานนางก็ได้ยินเสียงแสกสากบริเวณใกล้ๆ นางมองไปดูก็พบกับชายชราผู้นั้นกำลังเดินมาทางนางเขาเหมือนบาดเจ็บสาหัสมือข้างหนึ่งกุมที่หน้าอก มืออีกข้างหนึ่งจับดาบเหมือนกำลังใช้ดาบยันตัวเองแล้วเดินลากขาออกมา เลือดเขานั้นยังหยดตามทางอยู่เลย เสียงดาบครูดกับดินและหยุดลงสลับกับเสียงก้าวเท้า และครูดกับดินอีกครั้ง เป็นเสียงแบบนี้ซ้ำๆนางจึงแอบดู ชายชราที่ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยหนวดเคราสีเงินผมสีเงินของเขาก็หลุดออกจากยางมัดตอนนี้เขาจึงดูเราๆกับขอทานและใบหน้าของเขาก็เปื้อนเลือดสภาพร่างกายคือย่ำแย่แต่เขายังลากสังขารของเขาเดินต่อมาเรื่อยๆ ลมหายใจของเขานั้นโรยรินเสียเหลือเกิน ถ้าปล่อยไว้อย่างนั้นเขาอาจจะไม่ได้ตายด้วยคมดาบที่ต่อสู้เมื่อครู่ แต่อาจจะตายเพราะสัตว์อสูรได้กลิ่นเลือดแล้วมากัดกินก็ได้ หลินซือหยามองดูสักพักก็ตัดสินใจเดินออกไป เมื่อชายชราผู้นั้นเห็นก็ตกใจเล็กน้อยเพราะเขาไม่คิดว่าจะมีเด็กน้อยตัวเล็กๆที่อยู่ในป่าคนเดียว เขามองไปรอบข้างมองไปข้างหลังของเด็กน้อยก็ไม่เห็นมีใคร

"ท่านตาท่านบาดเจ็บสาหัสข้ามีสิ่งใดสามารถช่วยท่านได้หรือไม่เจ้าคะ"

เสียงของเด็กน้อยแหบเล็กน้อยเรื่องจากนางไม่ค่อยได้ใช้เสียงมาหลายวันแล้ว นอกจากเสียงกรี๊ดเมื่อที่นางพบเจอกับศพแรก นางไม่รู้ว่านางจะช่วยเขาได้ไหมแต่ดูแล้วเหมือนเขาเป็นคนดีนางจึงคิดอยากจะช่วยเขา

"เด็กน้อยไม่มีใครช่วยข้าได้หรอกบาดแผลที่ข้าได้รับนั้นมาจากดาบที่อาบไปด้วยพิษ ไม่นานข้าก็คงจะตายแล้วเจ้ารีบไปเถอะเพราะเมื่อข้าตายสัตว์อสูรในป่านี้ก็ต้องมารุมกัดกินข้าแล้วเจ้าจะไม่ปลอดภัย"

ชายชราผู้นั้นกล่าวขึ้น

"ท่านตาข้าเห็นท่านตามต่อสู้ได้เก่งขนาดนี้ ท่านตาจะยอมตายง่ายๆหรือเจ้าคะ เอาแบบนี้ข้ายังพอมีสมุนไพรอยู่ เป็นสมุนไพรรักษาพิษของป่าแห่งนี้ มันน่าจะใช้ได้เอาแบบนี้ท่านตาเ กินอาหารแห้งนี้ก่อนนะเจ้าคะแล้วก็กินสมุนไพรนี้ตาม"

เด็กหลินซือหยากล่าวขึ้นและส่งอาหารแห้งที่นางมีให้ผู้เฒ่า ที่นางไม่ให้ชายชรากินผลไม้เพราะว่าหากจะกินกับสมุนไพรแล้วมันจะทำให้มีฤทธิ์ขัดกัน จะทำให้สมุนไพรไม่สามารถสำแดงฤทธิ์ของตัวเองได้ อาการก็จะแย่ลงกว่าเดิม ชายชราดมสมุนไพรสักครู่ก็รู้ว่าเป็นสมุนไพรรักษาจริงๆเขารีบกัดอาหารแห้งไปสักเล็กน้อยแล้วก็กินสมุนไพรทันที

"มาเถอะเดินมาไกลกว่านี้อีกสักหน่อยนึงหากอยู่ใกล้จุดนี้เดี๋ยวสัตว์อสูรจะลากพวกเราสองคนไปกินเสียก่อน"

ชายชราพูดขึ้นตอนนี้เขามีความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว เพราะอีกไม่นานยานั้นก็ออกฤทธิ์ชายชรายังพอมีกำลังเมื่อนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่เขาก็สร้างเกราะป้องกันขนาดใหญ่ไว้ให้ตัวเองและเด็กผู้นั้นเพื่อไม่ให้สิงสาราสัตว์เข้ามา และชายชราผู้นั้นก็นั่งสมาธิอยู่แบบนั้น เมื่อค่ำลงแล้วเสียงสัตว์ก็ร้องดังเช่นเคยแต่ตอนนี้หลินซือหยาไม่สามารถที่จะขึ้นต้นไม้ได้ เพราะหากนางขึ้นต้นไม้ก็ต้องปล่อยให้ชายชราอยู่ข้างล่างเพียงลำพัง จึงอาศัยกำลังของนางคอยดูแลชายชรา นางพยายามจะไม่หลับนอนแต่มันก็น่าแปลกเสียงสัตว์อสูรนั้นดังก็จริง แต่ไม่มีสัตว์อสูรตัวใดมาหาพวกเขาเลยสักตัว ที่สุดนางก็เผลอหลับไป

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   เหตุที่ต้องเรียกของ

    หลินซือหยาไม่รอช้ารีบไปหาตัวคนที่จะทำร้ายตัวเองถึงยังไงวันนั้นเองก็คงจะหนีไม่พ้นทั้งสามแต่ถ้าให้สู้ก็ดูกันอีกทีว่าเป็นอย่างไร หญิงสาวพยายามรีบไปก่อนที่ทั้งสามคนจะอยู่ด้วยกันเพราะถ้าสามคนอยู่ด้วยกันแล้วนางก็จะลำบากมากขึ้น ในชีวิตนี้นะไม่เคยต่อสู้กับคนเลยส่วนมากก็จะต่อสู้กับสัตว์อสูร และเคยต่อสู้กับอาจารย์บ้างแต่นั้นก็ยังไม่ถึงชีวิต แต่ครั้งนี้ดูๆแล้วเหมือนจะถูกหมายปองเอาชีวิตให้เป็นแน่ เป็นดังที่นางคาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิดทั้งสามรวมตัวกันเรียบร้อยแล้ว และเหมือนจะรับรู้ได้แล้วว่านางอยู่แถวๆนั้น"เฮ้ นั้นไงสตรีผู้นั้นไง อยู่ตรงนู้นเร็วๆรีบจัดการเถอะ"เสียงบุรุษผู้ที่เจอกับหลินซือหยาเมื่อก่อนนั้นดังขึ้น นางเองไม่รอช้าทะยานวิ่งออกไปทันที พลังวรยุทธแล้ววรยุทธเล่าพุ่งเข้าไปหานางจนในที่สุดต้นไม้แถบนั้นก็ล้มระนาวแต่ทั้งสามก็มองไม่เห็นหลินซือหยาแล้ว หญิงสาวทยานตัวไปด้านข้างเนื่องจากว่านางรู้อยู่แล้วว่าเป้าหมายของพวกนั้นอยู่แต่ด้านหน้า เมื่อนางทยานหนีไปได้ก็กระอักเลือดออกมาถึงสามคราก่อนที่นางจะกระโดดขึ้นต้นไม้ใหญ่ พลังวรยุทธของทั้งสามช่างรุนแรงเสียเหลือเกิน ขนาดยังไม่โดนจังๆนางยังรู้สึกกระทบกระเท

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ผู้มีวรยุทขั้นสี่

    หญิงสาวใช้เวลาตอนกลางวันในการเดินทางส่วนตอนกลางคืนนั้นนางก็ฝึกเคล็ดวิชาเงาดารา หญิงสาวสามารถไขปริศนาได้ว่าภายในหนึ่งวันนั้น แผ่นหยกนั้นจะมีข้อความปรากฏหนึ่งครั้งตอนที่นางถ่ายทอดวรยุทธ์เข้าไปในครั้งแรกของวัน ข้อความที่ปรากฎนั้นจะไขข้อสงสัยของนางทุกครั้งไป จนนางเริ่มเรียนรู้ที่จะบังคับให้จิตรเป็นแก่นกลางจนได้ และเริ่มรู้ว่าเคล็ดวิชานี้คือการเคลื่อนที่ให้เร็วกว่าเดิม ซึ่งมันก็เหมาะกับพวกที่มีวรยุทธในการเคลื่อนที่สมควรที่จะต้องรวดเร็วดั่งสายฟ้าเหมือนเงาดาราที่นางกำลังร่ำเรียนแรกๆตอนกลางคืนฝึกเทรดวิชานี้และตอนกลางวันเดินทางแต่ตอนนี้นางเริ่มที่จะทำให้จิตใจเป็นแกนหลักได้แล้วนางจึงเริ่มใช้เคล็ดวิชาเงาดาราในการเคลื่อนที่บ้างแต่ตอนนี้นางก็ยังถือว่าช้าอยู่เนื่องจากว่าวรยุทธ์ของนางเพียงแค่ขั้นสอง เท่านั้นหลังจากที่เดินทางออกจากภูเขานั้นเราราวสิบกว่าวัน นางก็ไม่เคยพบเจอผู้คนใดเลย ได้ยินแต่เสียงสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ร้องเท่านั้นแต่วันนี้อยู่อยู่นางก็รู้สึกว่าเหมือนมีสิ่งใดกำลังจ้องมองนางอยู่นางจึงทำท่าเดินธรรมดา และพยายามเรียกกริชออกมา"ฟ้าดินเคลื่อน ปราณวิญญาณจงรวม กริชที่อยู่ในกำไรสุญญตาจงออกมา"หญิง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   เคล็ดวิชาเงาดารา

    เมื่อศิษย์กับอาจารย์แยกทางกันเดินแล้ว ผู้เป็นลูกศิษย์เดินเล่นเที่ยวอยู่ในป่าเนื่องจากว่านางยังไม่รู้ว่าดินแดนหมื่นอสูรนั้นอยู่ที่ใด แต่ท่านอาจารย์แค่ชี้แนะว่าอยู่ทางทิศนี้ นางจึงคิดว่าจะเดินเล่นไปเรื่อยๆ ส่วนผู้เป็นอาจารย์เมื่อแยกจากลูกศิษย์เขาก็หายตัวไปทันที หลินซือหยาคิดถึงตอนที่ตัวเองห้าขวบที่ถูกไล่ออกจากบ้านนางไร้วรยุทธใดๆ เดินทางด้วยเท้ามายังภูเขาค่ำไหนก็นอนนั่น แต่ตอนนี้นางกลายเป็นสาวที่มีวรยุทธขั้นสองแล้ว ความเร็วในการเดินทางของนางก็เพิ่มมากขึ้น แต่นางก็ไม่สามารถที่จะทยานได้เร็วเหมือนคนที่มีวรยุทธ์ขั้นสูงสูง และไม่สามารถหายตัวได้เหมือนท่านอาจารย์ ระหว่างเดินทางมานี้นางก็หยิบตำรามสหนึ่งเล่มซึ่งเกี่ยวกับบทคาถาที่เรียกอุปกรณ์ ซึ่งตัวนางนั้นมีกำไรสุญญตาเก็บของ แต่ในการค้นหาหากเป็นการค้นหาธรรมดาก็จะยุ่งยากมากเกินไปนางต้องถอดกำไรนั้นมาและความหาแต่ท่านอาจารย์ให้นางเรียกสิ่งของ ถ้าหากว่านางทำสำเร็จแล้วนางก็ไม่ต้องถอดกำไรนั้นออกมาเพียงแค่ท่องคาถาเรียก สิ่งของนั้นก็จะออกมาหานางเอง"ฟ้าดินเคลื่อน ปราณวิญญาณจงรวม น้ำที่อยู่ในกำไรสุญญตาจงออกมา"เสียงใสของหญิงสาวเป็นออกจากปากกำไรสูญญตาของนา

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ของดีมีเต็มโต๊ะ

    เมื่อทั้งสองจัดการอาหารที่อยู่บนโต๊ะเสร็จท่านผู้เฒ่าลุกขึ้นและกวาดมือไปหนึ่งครั้งทำให้ของที่อยู่บนโต๊ะนั้นหายไปทันที และกวาดมือกลับมาอีกหนึ่งครั้ง บนโต๊ะก็มีของกองอยู่มากมาย หญิงสาวมองด้วยความสนใจ"อะไรหรือท่านอาจารย์ ท่านเอาอะไรออกมาหรือท่านจะแบ่งสมบัติให้ข้าหรือ"หญิงสาวกล่าวถาม"จะแบ่งสมบัติอะไรละ นี่ยกให้เจ้าหมดเลยแหละ เจ้าเก็บปลายเผื่อเวลาอันตรายเจ้าจะได้ใช้ประโยชน์จากมันอันนี้คือหยกเชิงหมิงเจ้าลองมองดูในนั้นมีเคล็ดวิชาเงาดารา เจ้าลองฝึกฝนระหว่างทางที่เดินไปยังดินแดนหมื่นอสูร หากเจ้ามีภัยเพียงเจ้าทำลายหยกเชิงหมิงนี้ เจ้าก็จะปลอดภัยแต่หยกมีมันจะสามารถช่วยเจ้าได้เพียงครั้งเดียวและมันก็จะสลายหายไปหากว่าเจ้าศึกษาเคล็ดวิชาเงาดาราไม่สำเร็จเจ้าก็จะไม่มีโอกาสอีกแล้ว"ชายชรากล่าวกับหญิงสาวและยื่นหยกสีน้ำเงินแผ่นหนึ่งให้กับหญิงสาว หญิงสาวพิจารณาดูหยกสีน้ำเงินเข้มที่เหมือนไม่มีอะไรพิเศษเอาเสียเลย เป็นหยกที่ห้อยเชือกธรรมดาเท่านั้น นางส่องซ้ายส่องขวาก็ไม่มองเห็นถึงความพิเศษของมัน"หยกอะไรหรือท่านอาจารย์ ทำไมมันเหมือนของธรรมดา สีก็พิลึกปกติหยกจะเป็นสีเขียวไม่ใช่หรืออันนี้มันเป็นสีน้ำเงิน"หญิง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   อาหารมื้อสุดท้าย

    ภายในกระต๊อบที่อบอุ่นที่แตกต่างจากเมื่อคืนและสามวันที่ผ่านมามากนัก หญิงสาววัยแรกแย้มนอนห่มผ้าหนาอยู่บนเตียงตัวน้อยตัวเดิมของตัวเอง เกือบจะสิบปีแล้วที่นางได้มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ที่นางไม่มีวรยุทธ์ใดๆแต่วันนี้นางมีวรยุทธ์ขั้นที่สองแล้ว แม้ที่ผ่านมานั้นนางจะเจ็บปวดแสนสาหัสกว่าที่จะผ่านมาถึงทุกวันนี้ได้ แต่ณเวลานี้นางเองก็อยู่สุขสบายแล้ว และการฝึกฝนในทุกๆวันในตอนนี้ก็เหมือนจะแตกต่างออกไป นางเคยเจ็บปวดจนเข้ากระดูกเหมือนว่าร่างกายของนางจะอยู่ไม่ได้แล้ว แต่สามวันที่ผ่านมาที่นางออกไปฝึกฝนนั้น นางมีวรยุทธเพิ่มขึ้นตั้งหนึ่งขั้นถือว่านางเร็วกว่าตอนแรกเสียด้วยซ้ำ"เจ้าเด็กน้อยออกมากินข้าวได้แล้วกะมัง "เสียงชายชราดังขึ้นจากตัวเรือนชั้นบน หญิงสาวลืมตาขึ้นเล็กน้อย"เฮ้อข้าก็โตเป็นสาวแล้วท่านอาจารย์ก็ยังเรียกเป็นเด็กน้อยอยู่นั่นแหละ"เด็กสาวพรึมพรำเบาๆก่อนที่จะลุกขึ้นและบิดขี้เกียจก่อนที่จะออกจากเรือนไปชำระร่างกายล้างหน้าล้างตา และขึ้นไปกินข้าวกับท่านอาจารย์เช่นเคย พอนางขึ้นไปข้างบนแล้วก็มองกับข้าวที่ท่านอาจารย์กำลังทำและอีกส่วนหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ วันนี้ท่านอาจารย์ทำกับข้าวมากมายหลายอย่าง เด็กสาวมอง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ผจญป่าฝึกใจ

    แสงอรุณแรกสาดลอดหมู่ไม้ ทาบเงาทาบพื้นดินเป็นริ้วทองอ่อนเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ดัง “ซู่ซู่” คล้ายเสียงกระซิบจากวิญญาณโบราณในหุบเขาหนทางเบื้องหน้าเต็มไปด้วยหมอกขาวบาง ลึกลับราวม่านแห่งสวรรค์ที่กั้นระหว่างคนกับพลังลมปราณ หลินซื้อหยาย่างเท้าเข้าขึ้นอีกครั้งหลังจากพักผ่อนไปได้เล็กน้อย มือกำดาบไม้แน่น ในหัวใจไม่มีสิ่งใด นอกจากคำอาจารย์ที่ว่า“หากเจ้ามิอาจฝึกจิตให้สงบในหมู่ความวิเวก เจ้าก็ไม่มีวันก้าวข้ามขอบเขตวรยุทธได้”ทุกย่างก้าว นางต้องเผชิญทั้งความเงียบ ความหิว และความกลัวบางคืน เสียงสัตว์คำรามดังก้องในหุบเขาบางยาม ลมเย็นพัดผ่านจนเหมือนมีเงาผู้คนเดินตามอยู่ข้างหลัง แต่เมื่อหลับตาและปล่อยใจเข้าสู่สมาธิ นางกลับสัมผัสได้ถึงจังหวะของลมหายใจที่ผสานกับเสียงป่า ใบไม้ไหว คือการเต้นของพลังชีวิตสายน้ำที่ไหล คือการหมุนเวียนแห่งลมปราณและในที่สุด นางก็เข้าใจว่า “วรยุทธ มิได้อยู่ในคัมภีร์ แต่อยู่ในหัวใจผู้ไม่ยอมแพ้”ในป่า จากเด็กสาวที่กลัวเสียงสัตว์กลายเป็นนักยุทธที่ยืนหยัดได้กลางพายุฝนมือขวาจับดาบนิ่งสงบ ดวงตาแน่วแน่พลังภายในพลุ่งพล่านเหมือนสายน้ำที่ไหลกลับสู่ต้นธาร ราตรีนั้น ฟ้าปิดเงียบไร้ดา

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ก้าวแรกสู่ความกล้า

    เช้าวันต่อมาสองคนอาจารย์กับลูกศิษย์เมื่อกินข้าวกันเสร็จ ก็เตรียมตัวที่จะออกไปเดินป่าปกติเด็กน้อยจะไม่ค่อยได้ออกไปเดินป่าสักเท่าไหร่เพราะว่าในป่านั้นมันอันตรายชายชราจึงไม่อยากให้นางได้ไป แต่วันนี้นางมีวรยุทธถึงขั้นหนึ่งแล้ว นางจึงจำเป็นที่จะต้องหาประสบการณ์บ้าง ชายชราเพียงส่งเด็กน้อยไว้ในป่าที่เขาสา

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ปักปิ่น

    ชายชราลงเขาเพื่อไปหาเครื่องประดับสำหรับสตรีสำหรับเขาแล้วไม่เคยชินสำหรับการสรรค์หาสักเท่าไหร่ หมู่บ้านเล็กๆที่มีของขายมากมายส่วนมากจะเป็นผู้ที่มีวรยุทธ์ไปจับจ่ายซื้อของที่ได้มาจากเขา นายพรานชอบล่าสัตว์ป่าบางประเภทที่หายากมาขาย แร่ธาตุต่างๆที่เหมาะสมสำหรับฝึกวรยุทธ์ รวมไปถึงส่วนใดส่วนหนึ่งของสัตว์ เช

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ตื่นแล้ว

    ภาพนี้หยุดนิ่งอยู่เนินนานเลือดที่ออกจากทวารทั้งเจ็ดนั้นไม่ได้แห้งเหือดไปเหมือนไหลอยู่ตลอดเวลา ชายชราไม่ดื่มไม่กินยืนเฝ้าเด็กสาวผู้นี้และคอยฟังเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาตลอด พอถึงเช้าวันที่แปดเหมือนสีหน้าของเด็กสาวผู้นั้นจะดีขึ้นและเลือดเริ่มหยุดไหลแล้ว ลมหายใจของนางเร็วและถี่ขึ้นเหงื่อนั้นท่วมใบหน้า บ

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   เลือกดวงดาว

    เหมือนว่าแรกๆนางจะไปได้ไวมากแต่เหมือนตอนนี้ว่านางเริ่มจะชะงักแล้วชายชราจึงมองออกถึงปัญหาของนางว่าตอนนี้นางยังไม่สามารถที่จะสัมผัสกับดวงดาวได้ ตอนนี้นางแค่สัมผัสกับใจของตัวเองเพื่อไม่ให้จินตนาการไปให้เกิดความกลัวตอนนี้ใจนางบริสุทธิ์ก็จริง แต่ยังไม่สามารถรับพลังของดวงดาวได้ อาจจะเป็นเพราะว่านางกังวลเ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status