LOGINบรรยากาศยามบ่ายที่คาเฟ่ Sirawattana Garden & Eatery อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วใหม่และกลิ่นพายมะม่วงอบสดๆจากเตา ลูกค้าหมุนเวียนเข้ามาไม่ขาดสายจนโต๊ะไม้ทำมือแทบไม่มีที่ว่าง เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังกรุ๊งกริ๊งสลับกับเสียงพูดคุยอย่างมีความสุข ท่านเดชในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนดูคล่องแคล่ว กำลังช่วยนนนี่ยกถาดเครื่องดื่มไปเสิร์ฟลูกค้าอย่างอารมณ์ดี อดีตนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หมื่นล้านในวันนี้กลับมีความสุขกับการได้เห็นรอยยิ้มของผู้คนมากกว่าตัวเลขในบัญชี แต่สิ่งที่ทำให้ท่านต้องหยุดชะงักและลอบยิ้มออกมา คือภาพที่ปรากฏอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์
"คุณหนู เลอะหมดแล้วครับ" ภพเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ฟังดูอาทรเกินกว่าจะเป็นแค่คนงาน ภพขยับเข้าไปใกล้หลินที่กำลังขะมักเขม้นกับการบีบวิปครีมลงบนหน้าเค้กจนปลายจมูกรั้นๆ ของหลินที่เปื้อนสีขาวนวล
"ไหน ตรงไหน" หลินถามพลางพยายามจะเอาหลังมือเช็ด แต่ภพกลับไวกว่า ภพเอื้อมมือไปคว้าทิชชูสะอาดแล้วบรรจงเช็ดคราบวิปครีมออกจากปลายจมูกของหลินอย่างแผ่วเบา สายตาคมกริบที่เคยขวางโลกบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยนจนคนมองอย่างท่านเดชยังสัมผัสได้ หลินชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าสวยร้อนผ่าวขึ้นมาทันที หลินสบตาภพในระยะประชิด ความรู้สึกปั่นป่วนในใจที่เคยคิดว่าเป็นแค่ความซาบซึ้ง บัดนี้มันชัดเจนแล้วว่ามันคือความรัก รักผู้ชายที่เริ่มต้นจากกรรมกรคนนี้ คนที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องและสร้างรอยยิ้มให้หลินอีกครั้ง
"ขะ ขอบใจนะ" หลินพึมพำเสียงเบาพรางก้มหน้าลงจัดการเค้กต่อแก้เขิน
"บอกแล้วไงครับ หน้าที่ทำให้คุณหนูมีความสุขน่ะ เป็นงานหลักของผม ส่วนงานดูแลหมาหรือดูแลร้านน่ะ เป็นงานรอง" ภพพูดปนขำพลางขยิบตาให้จนหลินต้องค้อนขวับใส่ด้วยความเขินอาย
"นนนี่ แกเห็นเหมือนที่ฉันเห็นไหม" ท่านเดชที่ยืนมองอยู่หลังชั้นวางของสะกิดนนนี่เบาๆ
"เห็นเต็มสองตาเลยครับท่าน ผมว่าน้ำตาลในเค้กไม่ต้องใส่เยอะแล้วล่ะครับ แค่มดที่มารุมตอมความหวานของสองคนนั้น ร้านเราก็น้ำตาลพุ่งกระฉูดแล้ว" นนนี่กระซิบตอบพลางขำคิกคัก ท่านเดชมองดูลูกสาวที่ดูมีความสุขที่สุดในชีวิต และมองดูภพชายหนุ่มที่ท่านเคยสงสัยในตัวตนแต่ตอนนี้กลับเป็นคนที่ท่านไว้ใจที่สุด
"อือ ฉันก็ว่างั้นแหละจากกรรมกรมาเป็นคนดูแลหมา ตอนนี้ดูท่าจะเป็นคนดูแลหัวใจไปซะแล้วล่ะมั้ง" ท่านเดชพยักหน้า ยิ้มอย่างผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมามาก
แสงแดดอ่อนๆ ยามเย็นสาดส่องเข้ามาในร้าน สวนผลไม้จำลองที่ภพสร้างขึ้นดูเขียวขจีและมีชีวิตชีวา ไม่ต่างจากหัวใจของคนทั้งสองคนที่ค่อยๆ ผูกพันกันจนแน่นแฟ้นท่ามกลางวิกฤตที่เคยรุมเร้า แต่ในเงามืดนั้นกลับมีแสงสว่างที่เรียกว่าความรักคอยนำทางให้สวนแห่งนี้เติบโตอย่างงดงามและมั่นคง
ค่ำคืนนั้น ท้องฟ้าเหนือคาเฟ่ Sirawattana Garden & Eatery โปร่งใสจนเห็นดวงดาวระยิบระยับ แสงไฟวอร์มไวท์ที่พันอยู่ตามกิ่งของต้นมะม่วงใหญ่ในสวนหลังร้านยังคงส่องสว่างนวลตา หลินเดินทอดน่องไปตามทางเดินหินที่ภพเป็นคนเรียงเองกับมือหลินสูดอากาศบริสุทธิ์ที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้กลางคืนพลางลอบยิ้มกับความสำเร็จของวัน เสียงฝีเท้าหนักๆที่คุ้นเคยเดินเข้ามาใกล้ ทำให้หลินหันไปมอง
“ยังไม่เข้าไปพักผ่อนอีกเหรอภพ” หลินถามด้วยรอยยิ้มบางๆ ภพชะงักไปครู่หนึ่งภพอยู่ในชุดเชิ้ตพับแขนที่ดูเรียบร้อยกว่าปกติ ใบหน้าคมเข้มที่เคยดูดุดันขวางโลก บัดนี้กลับดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด มือหนาทั้งสองข้างซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงเหมือนพยายามจะซ่อนอาการสั่นเอาไว้
“เอ่อ คือ ผมเห็นอากาศมันดีน่ะครับคุณหนู เลยอยากออกมาเดินดูความเรียบร้อยรอบๆ อีกรอบ” ภพพูดตะกุกตะกัก พลางแกล้งหันไปมองกระถางต้นไม้ที่ภพเองก็รู้ดีว่ามันเรียบร้อยอยู่แล้ว
“นายเดินเช็คมาสี่รอบแล้วนะภพ เป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย หน้าแดงๆนะไม่สบายตรงไหนไหม” หลินมองท่าทางแปลกๆของภพแล้วหลุดขำออกมาเบาๆหลินขยับเข้าไปใกล้พยายามจะแตะหน้าผากวัดไข้ แต่ภพกลับรีบถอยหลังหนีหนึ่งก้าวด้วยท่าทางลนลาน
“ปะ เปล่าครับ ผมสบายดี คือ จริงๆแล้วผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณหนูนิดหน่อย”
“เรื่องอะไรล่ะ เรื่องออเดอร์ทุเรียนกวนที่ยังค้างอยู่เหรอ”
“ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่เรื่องงาน คือ ตั้งแต่วันแรกที่ผมเจอคุณหนูที่ตลาด วันที่ผมคิดแค่ว่าจะมาสั่งสอนคุณหนูจอมวีน จนมาถึงวันนี้ วันที่ผมเห็นคุณหนูยอมเหนื่อยยอมลำบากไปกับผม”
ภพหยุดพูดไปอึดใจหนึ่ง ภพถอนมือออกจากกระเป๋าแล้วยกขึ้นเกาต้นคอแก้เขิน สายตาคมกริบที่เคยกล้าสบตาทุกคนบัดนี้กลับมองพื้นดินบ้าง มองยอดไม้บ้าง ราวกับไม่รู้จะวางสายตาไว้ตรงไหน
“ทำไมเหรอ” หลินถามหยั่งเชิง หัวใจของหลินเริ่มเต้นรัวเป็นจังหวะแปลกๆ เมื่อเห็นท่าทีจริงจังของภพ
“ผม ผมเป็นแค่ไอ้กรรมกรเข็นผักเป็นแค่คนดูแลหมาที่คุณหนูเคยไล่ไปให้พ้นหน้า” ภพค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาหลิน แววตาของภพในตอนนี้มันสั่นไหวและเปี่ยมไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง “แต่ตอนนี้ ผมไม่อยากเป็นแค่คนดูแลหมาแล้วครับ” หลินนิ่งอึ้งไป ลมเย็นๆที่พัดผ่านผิวแก้มในตอนนี้ดูเหมือนจะร้อนขึ้นมากะทันหัน
“ผมไม่รู้จะพูดให้มันสวยหรูยังไงแบบที่พวกคุณชายเขาทำกัน” ภพก้าวเข้าไปใกล้หลินอีกหนึ่งก้าว จนระยะห่างลดเหลือเพียงไม่ถึงช่วงตัว
“แต่ผมอยากดูแลคุณหนู อยากเป็นคนที่สร้างรอยยิ้มให้คุณหนูแบบนี้ไปทุกวัน คุณหนูครับ คือผม” ภพชะงักคำพูดไว้ที่ริมฝีปาก ใบหน้าของเขาแดงก่ำไปถึงใบหู ความเงียบปกคลุมไปชั่วครู่ มีเพียงเสียงหัวใจของคนสองคนที่เต้นแข่งกับเสียงเรไร
เอี๊ยดดด เสียงเบรกยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวตามด้วยเสียง โครมมมม ใหญ่จนพื้นดินใต้เท้าสะเทือน บัดนี้ความเขินอายมลายหายไปในพริบตา ภพและหลินสะดุ้งสุดตัวก่อนจะหันขวับไปทางหน้าคฤหาสน์พร้อมกัน
"เสียงอะไรน่ะภพ" หลินอุทานหน้าซีดเผือด
"หน้าบ้านครับคุณหนู รออยู่นี่นะ" ภพสั่งเสียงเข้มพรางก้าวเท้าฉับๆออกไปแต่หลินไม่ยอมฟังรีบวิ่งตามไปติดๆ
เมื่อถึงประตูรั้ว ภาพตรงหน้าคือรถเก๋งคันหนึ่งพุ่งชนเข้ากับเสาไฟฟ้าข้างทางจนหน้ารถยับเยิน ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากฝากระโปรง ส่วนรถอีกคันที่เป็นคู่กรณีเสียหลักไปจอดสนิทอยู่กลางถนน สภาพความเสียหายดูรุนแรงจนน่ากลัว
"คุณหนู อย่าเข้ามาใกล้ครับ" ภพรีบกันหลินไว้ ก่อนจะวิ่งถลาเข้าไปที่รถคันที่ชนเสาไฟฟ้า
"เฮ้ คุณครับ ได้ยินผมไหม" ภพพยายามดึงประตูรถที่บิดเบี้ยวออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี จนในที่สุดประตูมรณะก็เปิดออก ภพประคองชายวัยกลางคนที่มีเลือดไหลซึมที่หัวออกมาอย่างระมัดระวัง ในขณะที่หลินรีบกดโทรศัพท์เรียกกู้ภัยด้วยมือที่สั่นเทา
"กู้ภัยใช่ไหมคะ มีอุบัติเหตุหน้าสวนสิริวัฒนาค่ะ มีคนบาดเจ็บ" หลินพูดขึ้น นนนี่ที่วิ่งตามออกมาเห็นเหตุการณ์รีบเข้าไปช่วยภพประคองคนเจ็บไปนอนพักที่ริมทาง
"ใจเย็นๆนะพี่ รถพยาบาลกำลังมา"
หลังจากชุลมุนอยู่พักใหญ่ กู้ภัยก็มาถึงและนำตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่และลงความเห็นว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุจากคนขับหลับในและเสียหลักไปเบียดคันข้างๆ เท่านั้น ไม่ได้มีแผนร้ายหรือเงื่อนงำใดๆซ่อนอยู่
เมื่อเหตุการณ์คลี่คลาย รถยกยกรถออกไปและไทยมุงเริ่มแยกย้าย บรรยากาศเงียบสงัดก็กลับมาปกคลุมหน้าสวนสิริวัฒนาอีกครั้ง ภพยืนปาดเหงื่อที่โซมกายเสื้อเชิ้ตที่ตั้งใจใส่มาซะหล่อบัดนี้เปื้อนคราบน้ำมันและรอยฝุ่น ภพมองมือตัวเองที่สั่นน้อยๆจากความตกใจ ก่อนจะหันไปสบตากับหลินที่ยืนอยู่ข้างๆหลินเองก็ยังมีอาการหน้าซีดอยู่ไม่น้อย
"เอ่อ คุณหนูครับ" ภพเอ่ยขึ้น เสียงของภพดูอ้อยอิ่งกว่าเมื่อครู่มาก หลินเงยหน้าขึ้นมองภพ แววตาของหลินสั่นไหว
"ภพ เมื่อกี้นายจะพูดอะไรนะ ก่อนที่จะมีเสียงชนกัน" ภพชะงักไปครู่หนึ่ง ความกล้าเมื่อครู่เหมือนจะหายไปกับเสียงไซเรนรถกู้ภัยเสียหมดแล้ว ภพเกาหัวแก้เขินพรางหลบสายตา
"คือ ผม ผมจะบอกว่าผมลืมปิดก๊อกน้ำในสวนมั่งครับ"
"ภพ นายไม่ได้จะพูดเรื่องก๊อกน้ำแน่ๆ" หลินแหวใส่ด้วยความขัดใจ ภพหัวเราะแห้งๆออกมาท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่งผ่านพ้นไป
"เอาไว้คราวหน้าเถอะครับคุณหนู ตอนนี้ผมว่าเราเข้าบ้านไปล้างไม้ล้างมือกันก่อนดีกว่า เลือดคนเจ็บติดเสื้อคุณหนูด้วยนะนั่น" หลินมองดูรอยเลือดเล็กๆที่ชายเสื้อพลางถอนหายใจออกมาเบาๆ ถึงจะเสียดายจังหวะสารภาพรักที่อุตส่าห์บิ้วมาอย่างดี แต่การเห็นภพพุ่งเข้าไปช่วยคนอื่นโดยไม่คิดชีวิตเมื่อครู่ มันกลับทำให้ความรู้สึกชอบในใจของเธอยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีก โดยที่ภพไม่ต้องพูดอะไรออกมาสักคำเดียว
งานแต่งงานของภพและหลินถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่อบอุ่นที่คาเฟ่ "Sirawattana Garden & Eatery" สาขาแรก สถานที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จและความรักของพวกเขาทั้งสอง ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติซึ่งก็คือครอบครัวและพนักงานที่ร่วมต่อสู้กันมานนนี่รับหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวยืนยิ้มอย่างมีความสุขมองเพื่อนรักที่ในที่สุดก็ได้พบกับความสุขที่แท้จริง หลังจากผ่านพ้นมรสุมชีวิตมาด้วยกัน"ผมขอสัญญาว่า จะดูแลผู้หญิงคนนี้ให้ดีที่สุด จะรักและซื่อสัตย์ต่อเธอเพียงคนเดียวตลอดไป" ภพกล่าวคำปฏิญาณ"ฉันก็ขอสัญญาว่า จะเป็นภรรยาที่ดี จะอยู่เคียงข้างคุณไม่ว่าจะทุกข์หรือสุขตลอดไปเช่นกันค่ะ" หลินกล่าวตอบทั้งน้ำตาทั้งสองแลกแหวนและจุมพิตกันท่ามกลางเสียงปรบมือแสดงความยินดีของทุกคนหลังแต่งงาน ภพและหลินก็ยังคงทำงานหนักเพื่อพัฒนาอาณาจักรของพวกเขาต่อ
ท่ามกลางบรรยากาศที่เพิ่งผ่านพ้นพายุฝนและเหตุการณ์อันตรายมาได้ไม่นาน คฤหาสน์สิริวัฒนากลับถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนสวรรค์ขนาดย่อม ภพรีบอาบน้ำชำระล้างคราบเขม่าและหยิบชุดที่ดูดีที่สุดที่ภพแอบสั่งตัดไว้มาสวมใส่ แม้ใจจะยังเต้นแรงจากเหตุการณ์ที่ท่าเรือ แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าของหลิน ความนิ่งขรึมของ CEO จอมดุก็ละลายหายไปกลายเป็นชายหนุ่มที่ประหม่าที่สุดในโลกภพจูงมือหลินเดินออกมาที่ระเบียงกว้างซึ่งมองเห็นสวนทุเรียนและทุ่งกว้างสุดลูกหูลูกตา แสงจันทร์หลังฝนตกสว่างนวลตา และที่สำคัญคือกลิ่นดินกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ภพสั่งให้คนสวนเตรียมไว้เป็นพิเศษ"ภพ นายพาฉันออกมาทำไมคะดึกๆ แบบนี้ ลมเย็นนะ เดี๋ยวคุณไม่สบาย" หลินเอ่ยถามพลางกระชับเสื้อคลุม แววตาของหลินยังมีความกังวลเล็กๆ หลงเหลืออยู่ภพหยุดเดินแล้วหันมาเผชิญหน้ากับหลิน ภพจับมือเรียวทั้งสองข้างขึ้นมาจุมพิตแผ่วเบา
ความตึงเครียดในอาณาจักรสิริวัฒนาพุ่งขึ้นสู่จุดเดือดสูงสุด บรรยากาศรอบตัวภพแผ่ซ่านไปด้วยรังสีอำมหิตที่แม้แต่นนนี่เองยังรู้สึกเสียวสันหลัง การที่สิงห์หนีไปได้เปรียบเสมือนการปล่อยเสือเข้าป่า และนั่นหมายความว่าชีวิตของหลินยังแขวนอยู่บนเส้นด้ายตราบใดที่คนบงการยังลอยนวล ภพและนนนี่เริ่มปฏิบัติการพลิกแผ่นดินโดยใช้ทุกสรรพกำลังที่มีในมือห้องทำงานของภพถูกเปลี่ยนเป็นวอร์รูม นนนี่สั่งการทีมไอทีและสายสืบจากเครือข่ายตลาดเก่าให้กระจายตัวออกไปทั่วทุกมุมเมือง ข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับฟ้าถูกขุดขึ้นมาตั้งแต่วันที่ฟ้าเกิดจนถึงปัจจุบัน"ทุกรายชื่อที่นังนั่นเคยโทรหา ทุกพิกัด GPS ที่โทรศัพท์มันเคยไป กูต้องการภายใน 10 นาที" นนนี่ตะโกนใส่ลูกน้อง แววตาที่เคยขี้เล่นบัดนี้กร้าวระคายเหมือนสิงห์ร้าย ภพนั่งนิ่งอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่ฉายภาพวงจรปิดจากทั่วเมือง นิ้วของภพกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน"มันไม่มีทางห
ภพก้าวเข้ามาในออฟฟิศด้วยสีหน้าเคร่งขรึมกว่าปกติ แม้จะวางใจได้เปลาะหนึ่งที่หลินอยู่ภายใต้การดูแลของพ่อและแม่ที่คฤหาสน์ แต่สัญชาตญาณบางอย่างในตัวเขายังคงเตือนว่าพายุกำลังจะมา เขาเรียกนนนี่เข้าพบในห้องทำงานทันที“นนนี่ เรื่องที่กูสั่ง จัดการไปถึงไหนแล้ว” ภพถามเสียงต่ำ สายตาจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างอาคารสูง นนนี่วางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะ สีหน้าเปลี่ยนจากขี้เล่นเป็นจริงจัง“กูจัดทีมรปภ มือดีที่สุดชุดละ 6 คน วนเฝ้ารอบบ้านพักพิกัดคฤหาสน์สิริวัฒนาตลอด 24 ชั่วโมงแล้วภพ ทุกจุดบอดมีกล้อง CCTV เชื่อมต่อตรงเข้ามือถือกูและทีมรักษาความปลอดภัยกลางแต่กูมีเรื่องจะบอกมึงเพิ่มว่ะ”“เรื่องอะไร” ภพหันกลับมา“กูส่งคนไปตามดูไอ้ฟ้า มันไม่ได้กลับบ้านว่ะภพ มันหายเข้าไปในย่านสลัมแถวชานเมืองตั้งแต่เมื่อคืน และมีคนเห็นมันอยู่กับ ไอ้สิงห์ มือปืนรับจ้างที่
"อย่าดื้อนะครับเด็กดี" สิงห์พูดขึ้นและบรรจงถอดเสื้อผ้าของฟ้าออกจนหมด"อื้ออ อ่าาส์โคตรสวย" สิงห์ที่หน้าตาหื่นกระหายเอาลิ้นเลียวนรอบหัวนมของฟ้า ฟ้าเริ่มมีอารมณืร่วม เสียวซ่าน ขนลุกไปทั้งตัวแต่มันกลับทำให้ฟ้ารู้สึกดี"อ่าาส์ ฉันจะอดใจไม่ไหวเวลาอยู่ใกล้เธอ เป็นของฉันเถอะ" สิงหืผู้หื่นกระหายับเรื่องแบบนี้พูดกระซิบข้างหูของฟ้าทำให้ ที่ตอนนี้ใจเต้นแรงและยิ้มให้สิงห์อย่างอัตโนมัติ สิงห์ใช้นิ้วกลางชักเข้าชักออกที่ร่องรักของฟ้า ปากก็ดูด เลียหัวนมของฟ้าไปพร้อมๆกัน"อ้าาาา เสียวอ้าาาา" ฟ้าครางอกมา"น้ำเยอะมากเลยนะครับคุณฟ้า หวานด้วย" สิงห์ยังทำหน้าหท่นกระหายพูดพร้อมกับเลียน้ำที่มือของตัวเองจนหมด"ขนาดนิ้วยังแน่นขนาดนี้ อ้าาาถ้าเอามันยัดเข้าไปจะแน่นขนาดไหนว่ะ ฮ่าๆๆๆๆ" สิงห์พูดเสียงกระเส้าพร้อมถอดเสื้อผ้าออกหมดจนเห็นมังกรขนาดใหญ่ ตั้งโด่ช
เช้าวันต่อมา ณ บริษัท สิริวัฒนา เอ็มไพร์ฟ้าเดินเข้ามาในบริษัทด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ฟ้าแต่งตัวสวยจัดเป็นพิเศษเพราะมั่นใจในไพ่ในมือ ฟ้าตั้งใจจะหาจังหวะที่หลินยังไม่เข้าบริษัท ซึ่งฟ้าคาดว่าน่าจะแฮงค์โอเวอร์หนัก เข้าไปหาภพเพื่อเตือนเรื่องภาพหลุดแต่ทว่า เมื่อเธอเดินมาถึงหน้าห้องทำงาน CEO ฟ้ากลับพบว่าประตูห้องประชุมเล็กข้างๆ เปิดรออยู่ และคนที่นั่งไขว่ห้างรออยู่บนโต๊ะไม่ใช่ภพ แต่เป็น นนนี่ที่นั่งหมุนควงกุญแจรถเล่นด้วยสีหน้าเรียบเฉย"อ้าว น้องฟ้า มาเช้าจังนะครับเชิญข้างในก่อนสิ พี่มี พอดแคสต์ สนุกๆอยากให้ลองฟัง" นนนี่ทักด้วยน้ำเสียงร่าเริงผิดปกติ"พอดีฟ้ามีธุระจะคุยกับท่านประธานค่ะพี่นนนี่ ไว้วันหลังนะ" ฟ้าหน้าเสียไปเล็กน้อยแต่ยังฝืนยิ้ม"เข้า-มา-นั่ง" นนนี่เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นดุดันทันทีจนฟ
ภายในรถหรูที่ตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก มีเพียงแสงไฟจากถนนที่สาดสลับเข้ามาเป็นระยะ แอร์เย็นฉ่ำอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของหลินที่ผสมกับกลิ่นไวน์จางๆ กลายเป็นกลิ่นที่ทำให้คนขับอย่างภพเริ่มนั่งไม่ติดที่
หลังจากเหตุการณ์ ศึกสายตา ในห้องทำงาน ภพที่เคยรับมือกับวิกฤตหุ้นหมื่นล้านได้อย่างเยือกเย็น กลับพบว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับโจทย์ที่ยากที่สุดในชีวิต นั่นคือการทำยังไงให้หลินอยู่กับภพไปตลอดชีวิตในฐานะภรรยา
พริบตาที่ความหวานกำลังอบอวลจนเกือบจะลืมโลกภายนอก เสียงเคาะประตูที่จังหวะพอดิบพอดีก็ดังขึ้นเบาๆแต่สม่ำเสมอตามด้วยเสียงอินเตอร์คอมที่ขัดจังหวะทุกอย่างให้หยุดชะงัก“ขออนุญาตค่ะท่านประธาน” หลินรีบผละออกจาก
การกลับมาของนนนี่และการเทคะแนนเสียงจากผู้ถือหุ้นรายย่อย ทำให้สถานการณ์พลิกกลับอย่างสิ้นเชิง ภพไม่เพียงแต่รักษาตำแหน่ง CEO ไว้ได้ แต่ยังได้หุ้นในส่วนของนนนี่กลับคืนมา ทำให้ภพกลายเป็นผู้ถือหุ้นเสียงข้างมากที่เด็ดขาดอีกครั้ง วิกฤตครั้งนี้ไม่เพียงแต่ท







