Home / โรแมนติก / ดั่งดวงใจในเงามืด / สงครามประสาทในคฤหาสน์

Share

สงครามประสาทในคฤหาสน์

last update Last Updated: 2026-03-03 18:36:19

ภพได้ที่พักเป็นห้องเล็กๆ ที่อยู่ท้ายสวนรวมกับคนงานคนอื่นๆ แต่นั่นก็ถือว่าเป็นสวรรค์เมื่อเทียบกับการนอนบนแผงผักในตลาดภพเริ่มงานในตำแหน่งคนสวนและคนดูแลสุนัขพันธุ์โกลเดนรีทรีฟเวอร์สองตัวที่ชื่อเจ้าทองหยิบกับ เจ้าทองหยอด ภพเป็นคนงานที่มีความรับผิดชอบสูงอย่างไม่น่าเชื่อ

อีกทั้งยังตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเพื่อมารดน้ำต้นไม้ ตัดหญ้า

ตัดแต่งกิ่งไม้ที่เหี่ยวเฉาแล้วยังต้องทำความสะอาดกรงของทองหยิบทองหยอดจนเอี่ยมอ่องเหมือนกับว่าไม่เคยใช้งานมาก่อนเลย พาพวกมันไปวิ่งเล่น

และดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีเปรียบเสมือนเป็นของรักของหวงที่ภพหวงมากๆๆ จนภพเองกลายเป็นขวัญใจของสุนัขทั้งสองและคนงานคนอื่นๆ ในเวลาอันรวดเร็ว ความขยันขันแข็งและอัธยาศัยดีของภพอยู่ในสายตาของท่านเดชตลอดเวลา

ท่านเดชรู้สึกเอ็นดูและพอใจในการตัดสินใจของตัวเองที่รับภพเข้ามาทำงาน แต่สำหรับหลินแล้ว ทุกการกระทำของภพคือการเสแสร้งที่น่ารังเกียจ

เธอคอยหาเรื่องแกล้งและหาเรื่องต่อว่าภพอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันโดยที่ไม่มีทีท่าว่าจดละหรือเลิกก่อกวนภพได้เลยมีแต่จ้องจะหาเรื่องอยู่ตลอดเวลา

"นี่นาย ทำไมเสียงเครื่องตัดหญ้าเสียงดังน่ารำคาญจริง ฉันจะหลับจะนอนเสียงดังอยู่ได้" หลินตะโกนจากหน้าต่างห้องนอนของตัวเองในตอนสายของวันหยุด ภพที่กำลังเหงื่อท่วมตัวหยุดเครื่องตัดหญ้าแล้วเงยหน้าขึ้นไปตะโกนตอบ

"ขอประทานโทษครับคุณหนู แต่ถ้าผมไม่ตัดตอนนี้ หญ้ามันจะยาวจนงูมันอาจจะมานอนเล่นในห้องนอนคุณหนูได้นะครับ"

ภพตะโกนกลับไปอย่างนอบน้อม

"นี้แก แกแช่งฉันเหรอ" หลินแผดเสียงดังลงมาจากหน้าต่างห้องนอนของตัวเอง

"เปล่าครับ ผมแค่เป็นห่วง ผมอุตส่าห์หวังดีนะครับคุณหนู" ภพยิ้มกวนๆ

แล้วติดเครื่องตัดหญ้าทำงานต่อ ปล่อยให้หลินกรี๊ดๆ อยู่บนห้อง

วันต่อมาทุกครั้ง

ที่ภพกำลังให้อาหารทองหยิบทองหยอด หลินก็เดินเข้ามาพร้อมกับพี่ดาเพื่อมาก่อกวนทุกครั้ง

ไม่มีครั้งไหนเลยที่หลินคิดจะปล่อยผ่านเมื่อเดินไปเจอหรือเห็นภาพ

"นายภพ

เมื่อวานฉันเห็นนะว่านายแอบเอาเนื้อสันในราคาแพงของฉันที่อยู่ในตู้เย็นไปให้ไอ้หมาสองตัวนี้กิน"

หลินเดินเข้ามาหาภพแล้วพูดขึ้น ภพหันมามองหน้าคุณหนูที่เอาแต่ใจด้วยสีหน้าเรียบๆ

"เนื้อสันในที่คุณหนูพูดถึง

คือเศษเนื้อที่ติดกระดูกซึ่งป้าแม่ครัวกำลังจะเอาไปทิ้งแล้วนะเหรอครับผมแค่ขอป้าเขามาคลุกข้าวให้ทองหยิบทองหยอดเฉยๆ นะครับ" ภพตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่ปรกติ

"อย่ามาเถียง ฉันเห็นกับตา" หลินยังคงยืนกรานกับคำแรกที่พูดออกไป

"ถ้าอย่างนั้น

คุณหนูลองถามป้าแม่ครัวดูได้เลยครับ

หรือจะให้ผมผ่าท้องทองหยิบทองหยอดพิสูจน์ให้ดูตอนนี้เลยก็ได้นะครับ

ผมยินดีที่จะทำครับ" ภพพูดด้วยสีหน้าจริงจัง หลินถึงกับพูดไม่ออก

ได้แต่ชี้หน้าภพอย่างเจ็บใจ

"ฝากไว้ก่อนเถอะแก

มันไม่จบแค่นี้หรอก" หลินพูดจบแล้วก็สะบัดหน้าเดินหนีไปพร้อมกับพี่ดาที่แอบกลั้นขำให้กับการปะทะคารมแบบนี้เกิดขึ้นเป็นประจำ

แต่ภพก็เลือกที่จะตอบโต้แบบกวนๆ แต่ไม่ก้าวร้าวเสมอ ภพไม่เคยแสดงอาการโกรธหรือหงุดหงิดให้เธอเห็นแม้แต่ครั้งเดียว

ซึ่งนั่นยิ่งทำให้หลินหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก แต่ทุกครั้งที่เจอท่านเดช

ภพจะกลายเป็นคนละคน ภพมีมารยาท อ่อนน้อมถ่อมตน

และพูดจาฉะฉานมีความคิด จนท่านเดชยิ่งเอ็นดูภพมากขึ้นไปอีก ยิ่งนับวันยิ่งเอ็นดู รักใคร่ภพมากขึ้นทุกวัน

"ภพ มานั่งคุยกับลุงหน่อยสิ"

เย็นวันหนึ่งท่านเดชเรียกภพขณะที่ภพกำลังจะกลับเข้าที่พัก

"ครับท่าน" ภพรับคำแล้วเดินเข้าไปหาท่านเดชด้วยท่าทางอ่อนน้อมถ่อมตนเช่นเดิม

"ทำงานที่นี่เป็นยังไงบ้าง

เหนื่อยไหมมีปัญหาอะไรทำให้อึดอัดหรือเปล่า" ท่านเดชเริ่มต้นประเด็นถามขึ้น

"ไม่เหนื่อยเลยครับท่าน

สนุกดีครับ ได้อยู่กับต้นไม้กับน้องหมา" ภพตอบออกมา

"แล้ว เรื่องหนูหลินลูกสาวที่แสนจะดื้อดึงของฉันละ ฉันต้องขอโทษแทนลูกสาวของฉันด้วยนะ เขาถูกเลี้ยงมาแบบตามใจจนเคยตัว"

ท่านเดชพูดออกมา ภพยิ้มบางๆ

"ไม่เป็นไรเลยครับท่านผมเข้าใจครับ

คุณหนูหลินเธอก็เหมือนดอกกุหลาบสวยๆ นั่นแหละครับท่าน

ถึงจะมีหนามแหลมคมไปบ้างแต่เนื้อแท้ก็ยังมีความงดงามซ่อนอยู่" คำเปรียบเทียบของภพทำให้ท่านเดชหัวเราะออกมาเบาๆ

"เธอช่างพูดจริงๆ นะเอาล่ะฉันตัดสินใจแล้วว่าจะจ้างเธอเป็นพนักงานประจำของที่นี่

เงินเดือนฉันจะให้เท่ากับพนักงานออฟฟิศเลยเป็นไง เธอพอใจไหมเรื่องเงินเดือนต่อรองได้อีกนะถ้าเธอไม่พอใจ" ท่านเดชพูดขึ้น ภพเบิกตากว้างออกมาด้วยความตกใจ

"จริงเหรอครับท่าน

ขอบพระคุณมากครับ ขอบพระคุณมากจริงๆ นะครับแค่นี้ผมว่ามันก็มากเกินพอแล้วครับ" ภพยกมือไหว้ท่านเดชด้วยความซาบซึ้งใจอย่างแท้จริง ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่วบ้านอย่างรวดเร็ว

และแน่นอนว่ามันเข้าหูของหลินไม่พอหลินยังปรี่เข้ามาหาภพที่กำลังนั่งขัดรองเท้าให้ท่านเดชอยู่หน้าบ้านพัก

"นี่แก ใช้มารยาอะไรไปอ่อยคุณพ่อฉันน่ะ แกถึงได้ขึ้นเงินเดือนเร็วขนาดนี้" หลินถามออกมาเสียงดัง ภพเงยหน้าขึ้นมองหลินนัยน์ตาของภพวูบไหวไปชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาเป็นประกายขี้เล่นเหมือนเดิม

"ผมก็แค่ทำในสิ่งที่คนสวนธรรมดาๆ

คนหนึ่งควรจะทำน่ะครับคุณหนู แต่ถ้าคุณหนูอยากรู้เคล็ดลับจริงๆ ล่ะก็ลองเปลี่ยนจากเสียงกรี๊ดๆ มาเป็นคำพูดเพราะๆ กับคุณพ่อท่านดูสิครับ ไม่แน่นะครับท่านอาจจะซื้อรถสปอร์ตคันใหม่ให้คุณหนูก็ได้" ภพพูดจบก็ก้มหน้าขัดรองเท้าต่อทำเหมือนกับว่าตัวของหลินเองไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ปล่อยให้หลินยืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธที่ทำอะไรเขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อยแต่ในใจลึกๆ หลินกลับรู้สึกแปลกๆ ทำไมแววตาของภพเมื่อกี้ ถึงได้ดูเศร้าสร้อยและอ้างว้างอย่างน่าประหลาด

ภพยังคงก้มหน้าขัดรองเท้าหนังราคาแพงด้วยความประณีต แรงกดจากปลายนิ้วที่สัมผัสเนื้อหนังสะท้อนถึงความอัดอั้นที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ข้างใน หลินที่ยืนหัวเสียอยู่ตรงนั้นก้มมองแผ่นหลังกว้างของภพด้วยความรู้สึกหน่วงๆ ในใจอย่างบอกไม่ถูก แววตาที่ตัวเองเห็นเมื่อครู่มันไม่ใช่แววตาของคนใช้ แต่มันเหมือนแววตาของคนที่เคยมีทุกอย่างแล้วต้องสูญเสียมันไปในพริบตา

"นี่ ฉันยังพูดไม่จบนะนายภพ" หลินแหวใส่เพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด ภพวางแปรงขัดรองเท้าลงช้าๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตาหลินอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีแววตากวนประสาท มีเพียงความนิ่งสงบจนหลินรู้สึกใจสั่น

"คุณหนูครับ คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะทำตัวให้มีค่าได้นะครับ วันนี้ผมอาจจะเป็นแค่คนสวนที่ขัดรองเท้าให้พ่อคุณ แต่วันหนึ่งผมอาจจะเป็นคนที่มีประโยชน์กับคุณมากที่สุดก็ได้"

"เหอะ ฝันไปเถอะชาตินี้" หลินสะบัดหน้าพรืดเตรียมจะเดินจากไป แต่ฝีเท้าต้องชะงักเมื่อภพพูดประโยคทิ้งท้ายด้วยเสียงที่แผ่วเบาแต่คมกริบ

"ในสวนปลูกต้นรักเร่ไว้เยอะนะครับ น่าเสียดายที่มันสวยแต่ไม่มีกลิ่นหอม เหมือนคนบางคนที่สวยแต่หาความสุขใจไม่เจอ"

"แก" หลินหันขวับมาเตรียมจะด่าต่อ แต่ภพกลับลุกขึ้นถือรองเท้าเดินหายเข้าไปในบ้านเสียแล้ว ทิ้งให้หลินยืนกำหมัดและกระทืบเท้าด้วยความขัดใจที่เถียงไม่ทัน

ตกดึกคืนนั้น

บรรยากาศในคฤหาสน์สิริวัฒนาเงียบสงัด มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนและลมที่พัดยอดไม้ไหว ภพแอบย่องออกมาจากที่พักท้ายสวน ภพพยายามทำตัวให้กลมกลืนกับความมืด สายตาคมกริบคอยสังเกตต้นดอกรักเร่ที่ตัวเองรู้ตำแหน่งดีจากการทำงานเป็นคนสวนมาหลายอาทิตย์

ในขณะเดียวกัน

ที่ห้องนอนชั้นสองหลินนั่งอยู่บนเตียงนุ่มๆ มือลูบขนเจ้าทองหยิบที่นอนหมอบอยู่ข้างกาย สายตาของหลินมองออกไปที่หน้าต่าง เห็นเงาตะคุ่มๆ อยู่แถวชายป่าท้ายสวน

"นั่นนายภพเหรอ ดึกป่านนี้ทำไมยังไม่หลับไม่นอน" " หลินพึมพำกับตัวเอง ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นในใจหลิน เธอรู้สึกว่านายคนสวนคนนี้มีความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อยืดเก่าๆ และรอยยิ้มกวนประสาทนั้น เธอตัดสินใจลุกขึ้นหยิบเสื้อคลุมมาสวม ก้าวเท้าลงจากเตียงอย่างเงียบเชียบที่สุด

"ถ้าแกคิดจะทำเรื่องไม่ดีในบ้านฉัน...ฉันนี่แหละจะเป็นคนลากคอแกออกมาเอง นายภพ"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดั่งดวงใจในเงามืด   ตอนที่ 12: ก้าวสู่เกมใหญ่

    สวนสิริวัฒนาไม่ใช่แค่ร้านค้าออนไลน์เล็กๆอีกต่อไปแล้วมันกลายเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งและมีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น ภพมองเห็นโอกาสที่จะขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นไปอีกระดับ"เราจะเปิดหน้าร้าน" ภพประกาศในที่ประชุม"หา เปิดหน้าร้านเหรอจะไหวเหรอภพค่าเช่าที่ ค่าตกแต่ง ค่าจ้างพนักงานอีก" นนนี่ท้วง"ไหวสิ เราจะไม่เปิดเป็นร้านขายของธรรมดาแต่เราจะเปิดเป็น 'คาเฟ่' คาเฟ่สวนผลไม้ เราจะใช้ผลิตภัณฑ์ของเราเองทำเป็นเครื่องดื่ม เค้ก และของหวาน ลูกค้าจะได้มาลองชิมสินค้าของเราก่อนตัดสินใจซื้อกลับบ้าน และยังเป็นการสร้างแบรนด์ให้ดูพรีเมียมมากขึ้นด้วย" ภพชี้ไปที่แผนผังบนหน้าจอ ท่านเดชตบเข่าฉาด"เป็นความคิดที่ดีมาก พ่อมีที่ดินแปลงเล็กๆอยู่ใจกลางเมืองพอดีเป็นมรดกชิ้นสุดท้ายที่ไม่ถูกยึด เราเอามาใช้ได้เลย"โครงการคาเฟ่ในฝันจึงเ

  • ดั่งดวงใจในเงามืด   ตอนที่ 11: เล่ห์เหลี่ยมทางการค้า

    หลังจากวิกฤตการณ์ไลฟ์สดสวนสิริวัฒนาก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ภาพลักษณ์ของแบรนด์กลายเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์และคุณภาพที่พิสูจน์ได้จริง ภพตัดสินใจเดินเกมรุกต่อทันที"เราจะเปิดตัวสินค้าใหม่" ภพประกาศในที่ประชุมเล็กๆที่มีเพียงเขากับหลินและนนนี่"สินค้าใหม่อะไรวะ ตอนนี้เราขายผลไม้สดจนแพ็คกันไม่ทันแล้วนะ" นนนี่แย้ง"ไม่ใช่ผลไม้สด แต่เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูป แยมผลไม้โฮมเมด, ผลไม้อบแห้งพรีเมียม, และน้ำผลไม้สกัดเย็น 100%" ภพเปิดสไลด์ในโน้ตบุ๊กของตัวเองที่เตรียมมา "น่าสนใจมาก เราจะได้ใช้ประโยชน์จากผลไม้ที่อาจจะช้ำหรือขนาดไม่ได้มาตรฐานจากการขนส่งด้วย เป็นการลดขยะอาหารไปในตัว" หลินตาโตแล้วพูดขึ้น"ถูกต้องและที่สำคัญ เราจะสามารถควบคุมราคาและเพิ่มกำไรได้มากกว่าผลไม้สด แถมยังเป็นการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ๆ ที่ชอบทานของว่างเพื่อสุขภาพด้วย" ภพยิ้มออกมา ทั้งสามคนทำง

  • ดั่งดวงใจในเงามืด   ตอนที่ 10: การโต้กลับของยักษ์ใหญ่

    ที่ห้องประชุมใหญ่ของบริษัทฟรุ๊ตเอ็มไพร์บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด ท่านประธานใหญ่หรือพ่อของภพ กำลังนั่งหัวโต๊ะด้วยใบหน้าถมึงทึง"ใครช่วยอธิบายผมทีว่า ทำไมยอดขายของเราถึงได้ตกลงสวนทางกับตลาดที่กำลังโตขึ้นแล้วไอ้ร้านสวนสิริวัฒนานี่มันเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงแย่งส่วนแบ่งการตลาดของเราไปได้มากขนาดนี้" ทีมการตลาดนั่งก้มหน้ากันเป็นแถว ไม่มีใครกล้าสบตา"เอ่อ คือเขาใช้กลยุทธ์การตลาดแบบเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงครับท่าน สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ทำให้เกิด Brand Loyalty(ความภักดีต่อแบรนด์) ครับ""แล้วทำไมเราไม่ทำบ้าง""เราพยายามแล้วครับ แต่ภาพลักษณ์ของแบรนด์เราเป็นบริษัทใหญ่มันเข้าถึงยากกว่าครับ"ปัง เสียงพ่อของภพทุบโต๊ะดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว"ไร้สาระ ผมไม่สนว่าจะด้วยวิธีไหน ไ

  • ดั่งดวงใจในเงามืด   ตอนที่ 9: เงาของอดีต

    ธุรกิจสวนสิริวัฒนาเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆจากมะม่วง ก็เริ่มขยายไปสู่ผลไม้อื่นๆที่มีในสวน เช่น ทุเรียน มังคุด และลำไย ภพตัดสินใจเช่าโกดังเล็กๆแห่งหนึ่งเพื่อใช้เป็นที่แพ็คของและกระจายสินค้าอย่างเป็นระบบ และจ้างคนงานเพิ่มอีกสองสามคน ซึ่งก็คืออดีตคนงานในตลาดที่ภพเคยรู้จักนั่นเอง หลินเองก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เธอเองไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยอีกต่อไป แต่เรียนรู้ที่จะบริหารจัดการสต็อกสินค้าและตอบคำถามลูกค้าแล้วยังช่วยคิดโปรโมชั่นต่างๆจนตัวของหลินกลายเป็นกำลังสำคัญที่ขาดไม่ได้ของภพวันหนึ่งขณะที่ภพกำลังตรวจเช็คยอดสั่งซื้อในโกดัง ก็มีโทรศัพท์จากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยโทรเข้ามา"ฮัลโหล""ไอ้ภพ นี่กูเอง นนนี่" ภพถึงกับนิ่งไปเมื่อได้ยินชื่อเพื่อนสนิทของตัวเอง"นนนี่ มึง มึงไปเอาเบอร์กูมาจากไหน""กูไปถามเจ๊สมรที่ตลาดมา เจ๊แกบอกว่ามึงมาเช่าโกดังแถวนี้ กูเลยลองโทรมาดู มึง มึงเป็นยังไงบ้างวะ หายไปเป็นปี ไ

  • ดั่งดวงใจในเงามืด   ตอนที่8สงครามราคาและกลยุทธ์กองโจร

    เงินก้อนแรกที่ได้มาถูกนำไปใช้เป็นค่าจ้างคนงานในสวนที่ต่างจังหวัดและค่าขนส่งผลไม้ล็อตแรก ทุกอย่างเป็นไปอย่างทุลักทุเลเหมือนจะไม่รอดแต่ก็รอด ภพต้องสวมบทบาททุกอย่าง ตั้งแต่คนรับออเดอร์ แอดมินเพจ นักการตลาด ไปจนถึงคนแพ็คของ โดยมีหลินเป็นผู้ช่วยมือใหม่ที่ยังทำอะไรผิดๆ ถูกๆ อยู่เสมอ อย่างน้อยคุณหนูขี้วีนก็ลงมาช่วยงานนี้ด้วยตัวเอง บรรยากาศในห้องนั่งเล่นของบ้านสิริวัฒนาที่เคยเงียบเหงา บัดนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของมะม่วงสุกที่เพิ่งขนมาจากต่างจังหวัด แต่เบื้องหลังความหอมนั้นคือการทำงานหนักที่ทดสอบความอดทนของคุณหนูอย่างหลินเป็นที่สุด หลินนั่งแหมะอยู่บนพื้นห้อง มือบางที่เคยแต่ทำเล็บหรูหรา บัดนี้เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากขอบลังกระดาษและเศษเทปกาวที่พันมั่วไปหมด"ว้าย ภพมะม่วงมันลื่นหลุดมือ" หลินอุทานหน้าตื่นเมื่อมะม่วงสีเหลืองทองเกือบจะร่วงลงพื้น แต่หลินก็คว้าไว้ได้ทันท่วงที ทว่าแรงบีบที่มากเกินไปเพราะความตกใจทำให้ผิวเนื้อนุ่มๆ ของมันยุบลงไปตามรอยนิ้วมือ

  • ดั่งดวงใจในเงามืด   ตอนที่ 7: อาวุธลับในโลกออนไลน์

    คืนแล้วคืนเล่าที่แสงสว่างจากหน้าจอโน้ตบุ๊กเป็นเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวของภพ ภพใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเขียนโค้ตสร้างแพลตฟอร์บางอย่างขึ้นมาอย่างเงียบๆ ในมุมหนึ่งของห้องนั่งเล่นที่มืดมิด หลินเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ ในตอนแรกหลินเองก็ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ภพทำจะช่วยอะไรได้ แต่เมื่อเห็นความทุ่มเทและสายตาที่มุ่งมั่นของภพแล้ว ตัวขอวหินเองก็เลือกที่จะมั่นใจและก็เลือกที่จะไม่รบกวนและคอยเอาน้ำ เอาขนมปังราคาถูกที่ซื้อมาไปวางไว้ให้ข้างๆ แทน"นี้นายทำอะไรของนายน่ะ ฉันเห็นดึกๆ ดื่นๆ ทุกคืนไม่หลับไม่นอนหรือยังไง" คืนหนึ่งหลินทนความสงสัยไม่ไหวถามออกมาขณะยืนมองภพที่ใจจดใจจ่ออยู่ที่หน้าจออย่างไม่ละสายตา ภพละสายตาจากหน้าจอที่เต็มไปด้วยตัวอักษรและสัญลักษณ์ประหลาดๆพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อย"หาทางให้คุณหนูมีเงินใช้ซื้อกระเป๋าใบใหม่ไงครับ พึ่งมีคอลเลกชั่น ออกใหม่มานี้น๊าคุณหนูไม่อยากได้เหรอครับ" ภพถามหลินขึ้น"ฉันไม่ได้อยากได้แล้วไอ้กระเป๋าบ้าๆ นั่นน่ะ มัน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status