แชร์

EP 6/3 แย่ง!

ผู้เขียน: อัญจรี
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-30 11:03:05

แล้วนักข่าวคนแรกที่เอ่ยคำถาม ก็ถามกฤติกาอีกคราหนึ่ง

“ได้ข่าวว่าตับหายากมาก คุณไหมเองก็มีกรุ๊ปเลือดพิเศษยิ่งหายากเข้าไปอีก น้องกุ๊กไม่คิดจะให้คุณไหมหรือคะ”

“ถ้าเป็นพี่พี่จะให้ไหมล่ะ!” กฤติกาเริ่มหัวเสียใส่คนตั้งคำถาม เธออยากกลับบ้านแล้วนะ ไม่อยากพูดอะไรแล้ว

“เอ่อ...แล้วถ้าโรงพยาบาลหาตับให้คุณไหมไม่ได้จริงๆ”

“ก็เตรียมตัดชุดดำมั้งคะ!”

“ว้าย! หนูกุ๊กลูก ชู่ว์...” เจ๊หวีส่งสัญญาณ แม่ตัวร้ายเริ่มออกลายแล้ว

“ก็เรื่องจริงนี่นา กุ๊กว่าแทนที่จะมาสัมฯ กุ๊ก ไปสัมฯ ผู้จัดการเขาเถอะ สัมฯ หมอก็ได้ โรงพยาบาลคงไม่ปล่อยให้เขาเป็นอะไรหรอก เชื่อกุ๊กสิ”

“แล้วเอ่อ...น้องกุ๊กรู้สึกยังไงบ้างที่รู้ว่าพี่ไหมไม่สบายหนักมาก”

“ก็คงจะเหมือนกับเขามั้งคะ เขารู้สึกยังไงตอนที่รู้ว่าพ่อกุ๊กป่วยแต่ไม่ยอมไปเยี่ยม กุ๊กก็คงรู้สึกอย่างเดียวกัน”

“อย่างนี้น้องกุ๊กก็ยอมรับแล้วว่าคุณไหมเป็นแม่”

กฤติกาอึ้งไป คำถามนี้ช่างแทงใจกันนัก

“รอถามเองแล้วกันตอนที่เขาฟื้น เขาอาจบอกก็ได้ว่าตกลงแล้วกุ๊กเป็นอะไรสำหรับเขา แต่อย่าถามกุ๊กตรงๆ เลยว่ากุ๊กใช่ลูกเขาหรือเปล่า”

“มันตอบยาก?”

“ไม่ยากหรอกค่ะ แต่มันยากที่ต้องหาคำสวยๆ มาโกหกออกสื่อน่ะ ขอตัวนะคะ วันนี้กุ๊กเหนื่อยจริงๆ”

กฤติกาตัดบทแล้วเดินหนีออกจากวงสัมภาษณ์ มีเจ๊หวีตามออกมาติดๆ และพอขึ้นมาบนรถได้ ความอึดอัด ความเจ็บใจก็ผลิพุ่งขึ้นมา

“ทำไมพวกเขาต้องถามแบบนั้น ทำไมต้องถามเหมือนกับอยากให้กุ๊กเป็นลูกเนรคุณ กุ๊กผิดเหรอเจ๊ ก็กุ๊กไม่อยากไปนี่” พูดแล้วน้ำตาจะไหล ทีพ่อของเธอป่วยปางตาย เธออ้อนวอนไหมขวัญ เจ้าหล่อนก็ไม่แม้แต่จะชายตามอง เธอเกลียด เกลียดผู้หญิงคนนั้น เกลียดเข้ากระดูกดำเลย

“ชู่ว์...ไม่เอาน่าไม่เอา ไม่คิดมากนะ กลับบ้านเถอะ เดี๋ยวเจ๊ไปส่ง ไปๆ”

เจ๊ปลอบคนที่อารมณ์เสีย วันนี้กฤติกาเจออะไรมามาก หล่อนควรได้พักสงบสติอารมณ์ พรุ่งนี้อาจดีขึ้นก็เป็นได้

เวหากลับถึงบ้านเกือบสี่ทุ่ม ไฟในห้องโถงกลางบ้านยังเปิดอยู่ รวมถึงเสียงโทรทัศน์ที่ยังดังเบาๆ ด้วย

“กลับบ้านได้แล้วสินะ นึกว่าแกจะย้ายไปนอนโรง’บาลด้วยอีกคน” ชายชราวัยหกสิบต้นๆ ร่างผอมสูง ลุกจากโซฟาที่นั่งอยู่นานจนเบาะหนังเป็นรอยเมื่อท่านลุกยืน

“พี่ไหมไม่สบาย พ่อคงรู้แล้ว”

“อือ...แล้วเธอเป็นยังไงบ้างล่ะ”

“ไม่ค่อยดีครับ ไม่ค่อยดีเลย”

น้ำเสียงของบุตรชายไม่สู้ดีนัก คนเป็นบิดาก็ได้แต่ถอนหายใจ

“ฉันเตือนแล้วว่าอย่าสนิทกับเธอมากนัก แกไม่ใช่วัยรุ่นอย่างเมื่อก่อนแล้วนะ เลิกคลั่งพวกดาราซะที มองคนอื่นที่สาวกว่าไหมขวัญได้แล้ว”

“พ่อครับ นี่ใช่เวลามาพูดเรื่องนี้เหรอ” คนเป็นลูกดักคอ คนยิ่งกลุ้มๆ อยู่

“ฉันก็พูดในสิ่งที่ควรพูด ไหมขวัญน่ะ เหมือนแจกันกระเบื้องที่เอาไว้มองสวยๆ มันมีค่าเพราะความยาวนาน มีความงดงามที่มีไว้แค่มอง แต่อย่าเอามาใช้เลย มันจะแตกหักเสียเปล่าๆ ชีวิตแกยังอีกยาวไกล ถ้าแจกันใบนั้นแตกขึ้นมา แกไม่ต้องอยู่คนเดียวรึ”

“คุณพ่อ!?

เวหาเผลอกำหมัดแน่น วาจาเนิบนาบช่างเปรียบอย่างมีศิลป์นั่นน่ะ เขาฟังมาจนชินแล้ว บิดาเขาเป็นจิตรกรที่ค่อนข้างมีชื่อ ภาพเขียนของท่านยังทำเงินเสมอ อาจกล่าวได้ว่าที่กินอยู่สุขสบายมาตั้งแต่เล็กก็เพราะงานเขียนภาพของท่านนั่นเอง

“อย่าจมปรักกับความรักที่มองไม่เห็น แกดูฉันสิ แม่แกตายไปตั้งนานแล้ว แต่ฉันก็รักใครไม่ได้อีก แกอยากเป็นเหมือนฉันเหรอ”

นั่นคือคำเตือนของจิตรกรผู้มากวัย ท่านมองตรงไปยังบุตรชายด้วยความหวังดี คนเป็นพ่อย่อมหวังให้ลูกมีความสุขอยู่แล้ว แต่ลูกล่ะ จะเข้าใจในสิ่งที่ท่านต้องการหรือเปล่า

“ลุงเวย์...”

เสียงอู้อี้อย่างเด็กชายตัวน้อยดังขึ้นที่ประตูห้องทางฝั่งขวา เวหาหันมอง ความตึงเครียดที่ต่อสู้กับบิดาอยู่เลือนหายชั่วขณะยามที่เห็นใบหน้ากลมป้อมในสายตา

“ตังเม? ยังไม่นอนอีก” บ่นให้คนที่กำลังขยี้หูตาแล้วเดินไปหา ก่อนจะนั่งลงตรงหน้าเด็กน้อย

“ตังอยากเจอลุงนี่นา เมื่อคืนลุงไม่กลับบ้าน ปู่บอกลุงทำงานไม่เสร็จ” เด็กชายชี้แจง

“ใช่ ลุงก็ทำงานนั่นแหละ”

เด็กชายตังเม เม้มปากแน่นๆ มองลุงตาปริบๆ เหมือนจะกล่าวโทษอยู่ในที

“ลุงต้องกลับบ้านรู้ไหม ทิ้งคนแก่กะเด็กไว้ลำพังไม่ดีนะ”

เวหาค้อนฟ้าค้อนลม คนที่บงการให้เด็กน้อยวัยใสกลายเป็นเด็กแก่แดดได้นี่เขาควรทำอย่างไรกับคนคนนั้นดี

“ฉันเปล่า หลานฉันมันเก่ง มันรู้ความ ไม่เหมือนแกหรอก” คนเป็นพ่อว่าแล้วรุนหลังหลานชายวัยหกขวบให้กลับเข้าห้องนอน หลานชายที่เกิดจากลูกชายคนรองที่ทำผู้หญิงท้องโดยไม่ได้ตั้งใจ เขาจากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ตอนที่ตังเมเพิ่งได้สามขวบ ส่วนมารดาของเด็กน้อยนั้น สิ้นใจในวันที่คลอดหลานคนนี้นั่นเอง

อาจกล่าวได้ว่าหากไม่มีตังเม ท่านก็คงกลายเป็นคนแก่ที่วันๆ เอาแต่นั่งเขียนรูป การมีเด็กในบ้านช่วยให้ท่านไม่เหงาจนเกินไป และน่าจะมีเพิ่มอีกสักคนสองคน แต่คงยากแล้วกระมัง ตราบใดที่เวหายังไม่คิดลงหลักปักฐานสักที

คนเป็นลูกเดินไปนั่งยังโซฟาที่บิดาเพิ่งลุกจากไป อาการของพี่ไหมยังน่าเป็นห่วง ยิ่งทำให้เขากังวลหนัก เขาควรทำอะไรสักอย่าง ถ้ามัวแต่นิ่งนอนใจ เกิดพี่ไหมเป็นอะไรขึ้นมา...

ร่างสูงเกินมาตรฐานชายไทย ลุกจากโซฟาปุบปับ สาวเท้ายาวๆ ก้าวตรงไปที่ประตู ก่อนจะเปิดมันแล้วก้าวออกไปทั้งที่เพิ่งกลับมาได้เพียงสิบนาที

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ตราบสิ้นแสงดาว    EP 7/3 เมียไม่ได้เชิญ

    “บางทีฉันก็ไม่เข้าใจ อะไรทำให้เธอพาชีวิตตัวเองมาผูกติดไว้กับฉัน”“คุณต้องการช่วยผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เหรอ ก็แค่นั้น อย่าไปคิดอย่างอื่น”“นั่นสินะ” เปรยออกมาแล้วปลดสายเบลท์ออก ความหนักอกหนักใจไม่ยอมหลบลี้ตีจากเลย มันยังปักหลักแน่นเหนียวในหัวใจเขานี่แหละ แล้วจู่ๆ ความคิดหนึ่งก็แล่นปราดเข้ามาในหัว “หรือว่าเธอ...รักฉัน?”กฤติกากลั้นขำ “คุณจะบ้าเหรอ ตลก!”“แล้วเธอทำแบบนี้ทำไม”“ฉันเสียหายขนาดนั้นยังต้องถามหาเหตุผลอีกเหรอ เลิกเซ้าซี้ฉันทีเถอะ เอกสารก็เซ็นไปแล้ว ถ้าอยากหย่าก็ไปฟ้องเอาแล้วกัน แต่ว่า...ฉันเป็นดาราดัง ถ้าฟ้องหย่าขึ้นมาคงต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูหนักหน่อยละนะ” เธอทิ้งท้ายให้เขาได้คิด ก่อนจะปลดสายเบลท์ออกจากตัว “เข้าไปกันเถอะ จะได้เสร็จเรื่องเร็วๆ”เมื่อกฤติกาแนะ เวหาก็จำต้องก้าวลงจากรถ ความหนักใจตามติดเหมือนเงา ทว่าพอก้าวเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ของโรงพยาล BHH ความห่วงใยในตัวไหมขวัญก็แล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ เขาตรงไปยังห้องปลอดเชื้อที่ไหมขวัญแอดมิดอยู่ ทว่าไม่พบ เขาวิ่งกลับไปหาพยาบาลที่เคาน์เตอร์ สอบถามจนได้รู้ว่าไหมขวัญอยู่ที่ไหน หัวใจเขาหล่นไปอยู่ตาตุ่มเมื่อรู้ถึงสถานการณ์ในตอนนี้กฤติกามองคนที่เ

  • ตราบสิ้นแสงดาว    EP 7/2 เมียไม่ได้เชิญ

    แสงสว่างที่แยงตาอยู่นี่คือแสงอะไร พอกะพริบตาถี่ๆ จึงได้รู้ว่ามันคือแสงตะวัน อะไรกัน นี่มันกี่โมงแล้วเวหาถามตัวเองแล้วแลหานาฬิกาสักเรือน มันแปะอยู่บนผนัง บอกเวลาว่าใกล้จะแปดโมงเต็มที พอกวาดตามองรอบห้องก็เห็นเจ้าของยืนอยู่ หล่อนอยู่ในชุดวอร์มสีดำที่ตีตราแบรนด์ต่างประเทศ แน่นอนว่าเสื้อและกางเกงนั้นปิดตั้งแต่ต้นคอยันข้อเท้า“อาบน้ำสิ นั่นเสื้อผ้าพ่อฉัน ส่วนชุดชั้นในฉันไปซื้อที่เซเว่นฯ เมื่อเช้า ใส่ไปก่อนแล้วกัน” กฤติกาเอ่ยบอก เวหามึนงง กฤติกาดูเป็นมิตรผิดปกติ แต่ว่า...อย่างนี้ก็ดีแล้ว ดีมากเลย“เธอตื่นนานแล้วเหรอ”หญิงสาวพยักหน้า เดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง ดึงเอาหนังยางที่รัดผมออกแล้วหยิบหวีมาสางอีกรอบ เธอเพิ่งกลับมาจากร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน ซื้ออาหารเช้าง่ายๆ แล้วก็กางเกงชั้นในให้เขา ถ้าไม่ไปซื้อเขาคงไม่มีใส่ อันที่จริง...การทำให้เหยื่อตายใจก็ต้องลงทุนลงแรงสักนิด“เรื่องเมื่อคืน...” เขาเปิดปากเอ่ย“ไม่ต้องขอโทษหรอก ฉันรู้ว่าคุณจะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ” เธอโต้คืน มองหน้าเขาที่สะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่ แผ่นอกขาวๆ ที่โผล่พ้นผ้านวมมา มีรอยเล็บของเธอลายพร้อยไม่แพ้รอยคิสมาร์กที่เขาทำกับเธอเลย“แล้ว.

  • ตราบสิ้นแสงดาว    EP 7/1 เมียไม่ได้เชิญ

    [7]เมียไม่ได้เชิญครืดๆ ครืดๆ ครืดๆเสียงโทรศัพท์สั่นครืดๆ อยู่ไหนสักที่ กฤติกาฝืนกายลุกมาแลหา ไฟหัวเตียงที่ถูกปิดไว้ทำให้เธอมองไม่เห็นสิ่งใด ต้องหลับตาลงอีกครั้งแล้วค่อยลืมขึ้นมาใหม่ ให้ดวงตาชินกับความมืดมิด มีแสงสว่างเล็ดลอดมาจากจุดหนึ่งบนพื้นตรงหน้าเตียง เธอลุกไปดู ต้องเอามือกุมหน้าท้องเพราะเมื่อคืนนี้เวหากับเธอมีเซ็กซ์กันอย่างหนักหน่วง หนักแค่ไหนหรือ ก็แบบที่เขายังหลับไม่ตื่นแม้ว่าเสียงโทรศัพท์ดังลั่นนั่นแหละ “คุณบี?” เธอขานชื่อที่โชว์บนหน้าจอ นี่ไม่ใช่โทรศัพท์ของเธอ แต่เป็นของเขา และคุณบีที่ว่าก็คือผู้จัดการส่วนตัวของผู้หญิงคนนั้น เธอนิ่งคิดครู่หนึ่ง สมองกำลังวาดภาพร้ายๆ ในหัว “ไม่...ไม่มีอะไรละมั้ง” พูดกับตัวเองในตอนที่จ้องมือถือตาไม่กะพริบ ทำไมรู้สึกอย่างนี้ล่ะกฤติกา ใจมันวูบไหวแปลกๆ นี่เธอกลัวหรือ กลัวว่าผู้หญิงคนนั้นจะตายเนี่ยนะ ไม่มีทางหรอก ผู้หญิงคนนั้นเป็นแค่คนอื่น ทำไมต้องกลัวว่าหล่อนจะตายด้วย น่าโมโหชะมัดเธอหันมองคนบนเตียง เขายังไม่มีท่าทีว่าจะตื่น เธอถือโทรศัพท์เข้าไปในห้องน้ำ แล้วค่อยกดรับสาย‘คุณเวย์ นี่พี่เองนะคะ’กฤติกายังไม่เอ่ยสิ่งใด ด้วยมองตัวเองในกระจกแล้วนึก

  • ตราบสิ้นแสงดาว    EP 6/7 แย่ง!

    “ยั่วยุบ้าอะไร ออกไปให้ห่างฉัน อย่ามาแตะ!”“จะแตะ จะจับ จะจูบ จะดูดให้ครางระงมเลย!”“ทุเรศ! เมื่อคืนยังไม่พอใจหรือไงฮะ!”“พอ! แต่จะเอาอีก ปากร้ายๆ ของเธอไม่ได้มีไว้ให้ผู้ชายเมตตานี่ มันคอยแต่หาเรื่องให้ตัวเองเดือดร้อน งั้นเธอก็รับกรรมไปก็แล้วกัน”“อย่านะ! ถ้าทำฉันอีกคุณเดือดร้อนแน่!”“งั้นมาลองดู ว่าใครจะเดือดร้อนมากกว่ากัน!”แควก!!เสียงชุดนอนของกฤติกาถูกฉีกเป็นทาง ชุดนอนผ้าลื่นถูกฉีกด้วยแรงอารมณ์ของเวหา ร้องขอก็แล้ว คุกเข่าก็แล้ว ทำไมต้องทำลายศักดิ์ศรีเขาด้วยการเหยียบย่ำ เขายอมทุกอย่างนั่นแหละ ขอเพียงแค่หล่อนยอมไปโรงพยาบาล แต่เห็นแล้วว่ากฤติกาดื้อดึงปานใด หล่อนล้อเล่นกับเขา กับผู้ชายที่มีพละกำลังมากกว่า และหล่อนสมควรได้รับบทลงโทษเสียบ้าง“กรี๊ด!! ไอ้คนเอว ไอ้บ้า ไอ้...อื้อ...”คำด่าไม่อาจหลุดออกจากริมฝีปากสวย เขาจูบเธอลงมาพร้อมกับดึงทึ้งเสื้อนอนของเธอทิ้ง กางเกงที่เขาสวมก็ยันออกทางปลายเท้า เขาทำทุกอย่างอย่างรวดเร็ว จนแม้แต่เรี่ยวแรงที่เธอมีก็ไม่อาจต่อกร เธอโทษเหล้าสามแก้วนั่นได้ไหม เพราะมันนั่นอย่างไร เธอถึงขัดขืนเขาได้ไม่เต็มที่ แต่ไม่หรอก เพราะร่างกายนี้ต่างหาก ร่างกายที่ไม่รักดี

  • ตราบสิ้นแสงดาว    EP 6/6 แย่ง!

    คนถูกไล่ต้อนวิ่งห่างโต๊ะอาหาร เป้าหมายคือประตูห้องนอน แต่ช้าไปแล้ว เวหาคว้าเอวเธอไว้ได้หมับ!“กรี๊ด!! ปล่อยฉันนะ! ปล่อย! โอ๊ย!”คนสวยร้องลั่นเมื่อถูกลากไปตรึงไว้กับผนัง เวหาที่หน้าตาดุดันกักกันร่างเธอไว้ เธอไม่เคยรู้สึกตัวเล็กจ้อยเท่านี้มาก่อนเลย “ฉันจะลากเธอไปโรง’บาล ตับเธอจะใช้ได้หรือไม่ได้ ไปตรวจก่อนแล้วค่อยว่ากัน”“ฉันไม่ไป จะลักพาตัวเหรอ ฉันจะแจ้งตำรวจคอยดู!”“แจ้งเลย! ฉันไม่สน!” พูดจบก็ลากกฤติกาออกมาจากตรงนั้น เวหาพยายามคิดถึงแต่เรื่องไหมขวัญ พยายามไม่คิดถึงเนื้ออุ่นๆ ของกฤติกา กลิ่นของหล่อนกำลังรบกวนสติเขา ผิวเนื้อขาวๆ ก็ชวนให้เขาสัมผัสแตะต้อง เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย มันเกิดขึ้นเพราะเรื่องเมื่อคืนสินะ อาจเป็นเพราะหล่อนยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง เขาเป็นคนทำลายพรหมจรรย์อันหอมหวาน มันทำให้เขารู้สึกผิดจนร่างกายมีปฏิกิริยาบ้าๆ เหมือนว่าหล่อนคือสิ่งเร้าชั้นดีที่กำลังทำให้เลือดในกายเขาร้อนรุ่มขึ้นมา “อ๊าก!!!”เสียงร้องของเวหาดังลั่นบ้าน เมื่อจู่ๆ แขนที่ลากหล่อนก็ถูกกัดเต็มแรง ยัยบ้านี่กัดเขาอีกแล้ว!งั่ม!ยิ่งถูกว่ายิ่งแยกเขี้ยวใส่ จากกัดแค่ทีเดียวก็ขยับไปกัดอีกรอย เอาให้สาสมที่บังอ

  • ตราบสิ้นแสงดาว    EP 6/5 แย่ง!

    “กุ๊ก...” เวหาไม่อยากเชื่อสิ่งที่หูได้ยิน กฤติกาคงไม่มีวันมอบอะไรให้ไหมขวัญแน่ๆ ตราบใดที่หัวใจของหล่อนยังมีความแค้นอยู่เต็มเปี่ยม เขาเข้าใจหล่อนแล้ว แต่จะให้ทำอย่างไร เขาเองก็เข้าใจพี่ไหมเช่นกัน การอยู่ตรงกลางระหว่างผู้หญิงสองคนนี่ลำบากใจสิ้นดี“ตอนดีๆ ไม่เคยเห็นหัวกัน พอตอนจะตายเร่มาหาคนโน้นคนนี้ ละอายใจบ้างไหม!”“ไม่! ฉันไม่ละอายเลยสักนิด ถ้าช่วยพี่ไหมได้ละก็ ต่อให้ต้องทำเรื่องที่น่าละอายมากกว่านี้ ฉันก็ทำได้ พี่ไหมกำลังจะตาย เธอเข้าใจไหมกุ๊ก”“เข้าใจ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน อยากช่วยผู้หญิงคนนั้นก็ไปหาหมอโน่น รวยไม่ใช่เหรอ แค่ตับชิ้นเล็กๆ ไปซื้อเอาสิ ไปซื้อเลย!”เวหาไม่รู้จะทำอย่างไรกับกฤติกาดี หล่อนพร้อมจะลุกเป็นไฟเสมอยามที่เขาเอ่ยเรื่องพี่ไหมขึ้นมาอารมณ์อันร้อนระอุพากฤติกาให้เดินไปที่ครัวเล็กๆ เธอเปิดหาวิสกี้ขวดเก่าเก็บของบิดา เปิดมันออกแล้วเทใส่แก้วก่อนจะสาดลงคอแรงๆกึก!แก้วหนาหนักที่ปกติใช้ชงกาแฟ บัดนี้วางอยู่บนโต๊ะ แน่นอนว่าก้นแก้วนั้นไม่มีวิสกี้เหลือสักหยด จะมีก็แต่กลิ่นเท่านั้นที่ยังลอยวนในอากาศ เธอเทวิสกี้อีกแก้ว สาดลงคอแรงๆ ด้วยอยากให้อารมณ์ร้อนๆ ทุเลาเบาบาง เธอจ้องหน้าเข

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status