เข้าสู่ระบบเผียะ!
“ถ้าฉันมันเลวขนาดนั้น ก็อย่ามายุ่งกับฉัน! ไสหัวไปให้พ้น ผู้ชายเฮงซวย!”
โจนาธานกัดกรามแกร่งอย่างต้องการควบคุมมือสองข้างไม่ให้เอื้อมไปบีบลำคอของคนตรงหน้า หล่อนกล้าดีอย่างไรมาตบหน้าเขาแล้วยังยืนด่าเขาฉอดๆๆ อย่างนี้
“ฉันว่าเราคงต้องคุยกันยาวแล้วล่ะ และมันก็ไม่ใช่ที่นี่ เพราะผู้หญิงร่านๆ อย่างเธอ มันต้องคุยกันบนเตียง!”
“กรี๊ดดด!!!”
ร่างกำยำสูงใหญ่ย่อตัวลงไปเก็บกุญแจรถที่หล่นอยู่บนพื้น ก่อนจะลุกมาอุ้มร่างอรชรพาดบ่า เสียงกรีดร้องที่ดังขึ้น แทบจะฆ่าหนุ่มใหญ่ให้ตายได้เลยทีเดียว เขารีบเดินไปเปิดประตูรถแล้วยัดหล่อนเข้าไปในนั้น ปิดล็อกเรียบร้อยไม่ปล่อยให้เจ้าของได้มีโอกาสหลบหนี
“เวลาเล่นไล่จับของเราหมดแล้วแองจี้ ต่อไปนี้เธอต้องชดใช้ในสิ่งที่เธอทำไว้กับฉัน ผู้หญิงร่าน!”
*****
ภายในรถยนต์ยี่ห้อหรูซึ่งตีตราความมั่งคั่งด้วยสัญลักษณ์รูปธนบัตรหลายสิบตั้งของธนาคารคิงส์กรุ๊ป ปรากฏร่างของหนุ่มใหญ่ผู้เป็นเจ้าของ นั่งหน้าบูดบึ้งอยู่ที่เบาะหลังของรถ ข้างๆ กันมีหญิงสาวหน้าคมผมดำนามว่านิลอรนั่งอยู่ด้วย
“คุณจะพาฉันไปไหน?” เธอถามเสียงห้วนจัด กระถดกายไปติดประตูด้านหนึ่งของห้องโดยสาร ด้วยว่าไม่อยากใกล้ชิดคนที่นั่งข้างๆ เพราะมันจะทำให้ปวดแปลบที่ส่วนลึกของจิตใจ ตอนนี้พวกเธออยู่ที่ลานจอดรถชั้นล่างสุดของอาคารคิงส์ทาวเวอร์ เขาขับรถเธอมาจอดที่นี่แล้วลากเธอมานั่งรถคันนี้ของเขา รถมีคนขับรถนั่งรอท่าอยู่
“อย่าถามมาก เธอมีหน้าที่นั่งเฉยๆ ก็พอ ชาร์ลส์ นายขับรถคันสีขาวนั่นกลับไปรอที่บ้านได้เลย ฉันมีธุระต่อกับผู้หญิงคนนี้” ตอนท้ายเขาสั่งความกับบุรุษที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยแล้วยื่นกุญแจรถของนิลอรให้ ชาร์ลส์ทำตามคำสั่งในทันที
“คุณจะทำอะไรของคุณกันแน่ จะตามรังควานฉันไปถึงไหน เท่าที่ผ่านมามันยังไม่พอหรือยังไง!”
“เธอพูดเรื่องอะไรของเธอ ที่ผ่านมาอะไร? ถ้าเรื่องความเจ็บปวดที่ผ่านมาละก็ ฉันขอล่ะ เพราะฉันต่างหากที่ต้องพูดคำนั้น”
เขาเยาะเย้ยอยู่ในทีก่อนจะเปิดประตูรถเพื่อเปลี่ยนไปนั่งหลังพวงมาลัย
“ทุเรศ! อย่ามาโยนความผิดให้ฉันนะ!” นิลอรปีนมานั่งข้างเบาะคนขับ เขาจะมาโยนความผิดในเรื่องนี้ให้เธองั้นเหรอ ทุเรศเกินไปแล้ว
“นั่งเงียบๆ ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้ปากเธอเงียบด้วยปากของฉัน หึๆๆ”
โจนาธานสั่งพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะสตาร์ทเครื่องแล้วเคลื่อนรถออกนอกตัวอาคาร จุดหมายปลายทางในครั้งนี้ไม่ใช่บ้านของเขา แต่เป็นบ้านของหล่อน ในเมื่อโชคชะตานำพาให้เขามาเจอนิลอรอีกครั้ง เขาก็ยินดีที่จะรับเอาความโชคดีนั่นไว้ แล้วตอบแทนคนที่ก่อความทุกข์ใจให้เขาอย่างสาสม สี่ปีที่ไม่ได้พบพาน ไม่ได้ยินเสียง มันไม่ได้ทำให้นิลอรเปลี่ยนไปเลย หล่อนยังดื้อรั้นและหัวแข็งอยู่เช่นเดิม จะมีก็แต่รูปร่างที่อวบอิ่มขึ้นของหล่อนเท่านั้นที่มันฟ้องสายตาว่าเปลี่ยนไป...เปลี่ยนไปมากจริงๆ
รถยนต์สมรรถนะสูงเคลื่อนฝ่าการจราจรอันแน่นขนัดด้วยความเชื่องช้า ตอนนี้นิลอรไม่ได้โกรธเขาเลยสักนิดเดียว เพราะนาฬิกาที่บอกเวลาว่าเกินสองทุ่มมาเล็กน้อยนั่น กำลังจะทำให้เธอเป็นบ้า
“คุณจะพาฉันไปไหนกันแน่!” เธอถามสารถีจำเป็นด้วยเสียงห้วนจัด เขาคงไม่บ้าจับเธอไปขังไว้กลางป่ากลางเขาเหมือนในละครหรอกนะ
โจนาธานจำต้องละสายตาจากไฟท้ายของรถยนต์คันหน้า เพื่อหันมาตอบ ‘อดีตนางบำเรอ’
“ฉันก็จะพาเธอกลับสิงคโปร์น่ะสิ เธอต้องรับผิดชอบที่ทิ้งฉันไปด้วยการกลับไปทำลูกให้ฉัน!” เขาบอกเสียงดังฟังชัด
นิลอรกัดฟันกรอดๆ นี่เขายังไม่ล้มเลิกความคิดสกปรกนี่อีกหรือ
“ฉันเกลียดคุณ! คนสารเลว!”
“นิลอร! หุบปากซะถ้ายังอยากกลับบ้านไปเก็บเสื้อผ้า”
คราวนี้นิลอรหุบปากฉับไม่ใช่เพราะเธอกลัว แต่เพราะเธอกำลังรอต่างหาก รอว่าเขาจะทำอย่างไร ถ้าไม่รู้ทางไปบ้านของเธอ
“บ้านใหม่เธออยู่ไหน?”
นิลอรคลี่ยิ้มอย่างคนรู้ทัน ก่อนจะตอบกลับแบบกวนๆ
“อยู่บนดิน...”
โจนาธานพยายามข่มอารมณ์โกรธที่ปะทุขึ้นทีละน้อย อยากจับนิลอรมาฟาดก้นแรงๆ ให้สมกับนิสัยของหล่อน
“ฉันรู้แล้วว่าบ้านเธออยู่บนดิน แต่ที่ฉันถามก็เพราะว่าฉันอยากรู้ว่ามันไปทางไหน”
สองมือที่กำพวงมาลัยชื้นเหงื่อไปหมดเพราะต้องรวบรวมพลังต่อสู้กับความร้อนด้วยเพลิงโทสะ และดูเหมือนว่าอดีตนางบำเรอจะเข้าใจ
“ไปทางบริษัทจตุรศิลป์นั่นแหละ เลี้ยวขวาตรงซอยห้าก่อนถึงบริษัท บ้านฉันอยู่หลังที่สาม หน้าบ้านเป็นร้านกาแฟ”
คราวนี้โจนาธานเลิกคิ้วสูง หล่อนเปิดร้านกาแฟอย่างนั้นหรือ เมื่อก่อนหล่อนทำงานเป็นเลขาฯ ในบริษัทจตุรศิลป์นี่นา แล้วทำไมถึงมาเปิดร้านกาแฟได้ล่ะ
“เธอเปิดร้านกาแฟ?” เขาถามพลางหมุนพวงมาลัยเพื่อให้รถเคลื่อนไปตามท้องถนนอันแสนแออัด
“อืม...ทำไม? คนจนอย่างฉันอยากเป็นเจ้าของกิจการบ้างไม่ได้เหรอ”
นิลอรค่อนขอด สองมือยกกอดอกอย่างขัดใจ
“ก็เปล่านี่ แค่สงสัยว่าทำไมเลขาฯ เก่งๆ อย่างเธอถึงได้มาเปิดร้านกาแฟ ไม่เห็นจะเข้าท่า” เขาแสดงความคิดเห็น สองมือและสองตายังจับจ้องอยู่กับท้องถนนเบื้องหน้า
“ก็...เหตุการณ์มัน...พาไปละมั้ง”
ท้ายประโยคสั่นเครือจนโจนาธานต้องหันมามองคนที่นั่งข้างๆ แล้ววินาทีที่นิลอรควานหาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋า เขาก็ได้เห็นว่าหล่อนกำลังร้องไห้
“หึๆ ช่วยไม่ได้ เธออยากหนีไปทำไม”
คืนส่งตัวโจนาธานหยุดยืนหน้ากระจกอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาอาบน้ำเสร็จแล้วและกำลังหวีผมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคืนพิเศษ นิลอรเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนสายเดี่ยวมันลื่นติดผิวเนื้อ โจนาธานมองตามตาปรอย เขาไม่ได้เห็นหล่อนใส่ชุดนี้มานานเพราะก่อนหน้านี้หล่อนตั้งท้องก็ต้องสวมชุดนอนตัวใหญ่ๆ และเมื่อหลังคลอดเจ้าหล่อนก็ไม่ยอมให้เข้าใกล้ จนกระทั่งคืนนี้นิลอรเดินมาหาสามีด้วยท่วงท่ายั่วเย้า ผมยาวสลวยสีนิลมันระยับคลอเคลียหัวไหล่นวลสีน้ำผึ้ง ช่างเซ็กซี่เหลือเกินในสายตาของโจนาธาน เขารอคอยให้หล่อนเยื้องย่างมาหาช้าๆ อย่างช้าๆ เหมือนสิงโตตัวใหญ่ที่นิ่งขรึมรอเวลาจู่โจม นิลอรคล้องแขนกับลำคอแกร่งของสามี เขายังดูหล่อเหลาแม้ว่าจะมีริ้วรอยแห่งวัยขึ้นมาบ้างประปราย ใบหน้าขาวผ่องดูอิ่มเอิบด้วยความสุขจนคนที่เคยทุกข์มามากอย่างเธออดหมั่นไส้ไม่ได้“จะมีความสุขมากไปไหม ตาแก่จอมหื่น” ประชดเล็กน้อยแล้วเริ่มจุมพิตปลายคางของสามีอย่างจงใจยั่วยวน โจนาธานเลื่อนฝ่ามือไปทั่วสะโพกผาย ก่อนจะบีบขยำเบาๆ เร่งเร้าอารมณ์เมียรักให้โหมกระพือ“มากที่สุดเลยที่รัก ฉันรอคอยวันที่เราจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์มานานเหลือเกิน”นิลอรมองหน้าสามีแน่
“ฉันรักเธอนางฟ้าของฉัน” โจนาธานกระซิบหลังจากบาทหลวงให้สัญญาณว่าจุมพิตเจ้าสาวได้ เสียงปรบมือยินดีดังกระหึ่มเมื่อเจ้าบ่าวจุมพิตเจ้าสาวอย่างงดงามด้วยความรักที่ทั้งสองมีต่อกันความสุขแห่งวันวิวาห์โปรยปรายอยู่ทั่วหัวใจของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่หัวใจของเด็กน้อยอย่างเจสสิก้า เมื่อถึงเวลาที่มารดาจะโยนช่อดอกไม้ แม่หนูก็ยืนเด่นอยู่ด้านหลังสาวๆ ทุกคนที่หน้าโบสถ์ เจสสิก้าแอบกระซิบมารดาไว้แล้วว่าให้โยนแรงๆ แม่หนูจะรอรับที่ด้านหลังสุด“ชาร์ลส์! เอลลี่จะเอาช่อดอกไม้ ไปแย่งมาเลยนะ!” อรุณฉัตรร้องสั่งสามีขณะที่สองแขนแกว่งไกวแองเจล่าตัวน้อยที่กำลังตื่นคนให้หยุดโยเย“จะเอาไปทำไมเอลลี่ เธอคลอดเมื่อไหร่ฉันจะให้เขาทำช่อโตๆ ให้เธอโยนเองเลย” ชาร์ลส์ทำหน้ามุ่ยโต้กลับ“ก็กว่าเอลลี่จะได้แต่งก็อีกตั้งหลายเดือน ไม่รู้ละ เอลลี่จะเอา” ว่าที่คุณแม่ยืนยันเสียงดังแข่งกับเสียงสาวๆ ที่หน้าโบสถ์ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักด้วยว่าแขกมาร่วมงานมากกมาย ชาร์ลส์จำต้องกระโดดเข้าวงแย่งช่อบูเก้เจ้าสาวเพื่อเอาใจเมียรัก เขาอายนะ แต่จะทำอย่างไรได้ ก็เข้าชมรมกลัวเมียตามโจนาธานไปแล้วนี่นา“อาชาร์ลส์อย่ามาบังเจคน้า!” หนุ่มน้อยร้องบอกอาหนุ่
“เราออกไปกันเถอะอร ป่านนี้คุณคิงส์รออรอยู่ที่โบสถ์แล้วนะ วันนี้อรจะเป็นเจ้าสาวที่มีความสุข อรช่วยมีความสุขแทนพี่นุตของอรด้วย นุตไม่มีโอกาสได้ใส่ชุดเจ้าสาวเหมือนอร แต่พี่รู้ดีว่านุตจะต้องดีใจ และมีความสุขตอนที่อรเดินเข้าโบสถ์ พี่จะเป็นพี่ชายของอรเสมอ พี่ดาวด้วย เราจะเป็นครอบครัวเดียวกันตลอดไป”พอวาโยเอ่ยจบ เสียงร้องไห้โฮของนิลอรก็ดังลั่นห้อง ละอองดาวขยับมาลูบหลังให้เจ้าสาว เมื่อหล่อนไม่สามารถสะกดกลั้นน้ำตาไว้อีกต่อไป“อร...ขะ...ขอบคุณพี่โยกับพี่ดาว ที่ดีกับอรเสมอมา อรสัญญาว่าจะมีความสุข อรจะมอบความสุขนี้ให้พี่นุตด้วย พี่นุต...พี่สาวคนดีของอร ถ้าพี่อยู่บนสวรรค์ได้โปรดรับรู้ความสุขที่อรส่งให้พี่ด้วย อรคิดถึงพี่เหลือเกิน...”นิลอรยังร่ำไห้ถึงพี่สาวที่จากไป หลายปีมานี่เธอยุ่งวุ่นวายอยู่กับลูกๆ กับปัญหาชีวิตจนมีเวลาคิดถึงพี่สาวที่ชื่อวีนุตตราเพียงแค่ก่อนนอนเท่านั้น วันนี้เมื่อพี่สาวพี่ชายที่เคารพเอ่ยถึงวีนุตตราขึ้นมา จึงเหมือนสะกิดให้เธอปลดปล่อยความคิดถึงออกมาเป็นหยดน้ำตาบานประตูแง้มออกเล็กน้อย วาโยหันไปมองก็เห็นบุตรสาวคนสวยของตนยืนอยู่ตรงนั้น บุตรสาวที่มีชื่อเดียวกันกับอดีตคนรักของเขา วีน
โจนาธานยังคิดไม่ออกเลยว่าความแก่นเซี้ยวและพยศไม่ยอมใครของบุตรสาว ใครจะปราบแม่หนูได้ลง แต่ที่น่าเป็นห่วงกว่าก็คือ ว่าที่เจ้าบ่าวของแม่หนูที่ถูกหมายหัวไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เกิด“ผมสงสารลูกขึ้นมาตงิดๆ แล้วละครับนาย”ชาร์ลส์เปรยออกมาอย่างลืมตัว โจนาธานแอบขำกับหน้าซีดๆ ของชาร์ลส์“อันนี้ฉันช่วยไม่ได้ นายต้องรีบปั๊มลูกชายแล้วนะชาร์ลส์ถ้าไม่อยากได้ลูกสะใภ้อายุแก่กว่าลูกนายไปมากกว่านี้ เห็นได้ชัดว่าแม่เจสสิก้าของฉันแก่กว่าอายุจริงไปหลายปีแล้ว เฮ้อ! ทำใจหน่อยนะนายน่ะ อากาศเมืองไทยมันร้อน เด็กมันเลยแก่แดด ฮ่าๆๆๆ”โจนาธานจับจูงบุตรชายออกจากห้องพร้อมกับเสียงหัวเราะ เหลือไว้เพียงชาร์ลส์ บุรุษผู้ถูกจับจองลูกชายไปเป็นเจ้าบ่าวในอนาคตของเจสสิก้า เขาหน้ามุ่ยเล็กน้อย ก่อนจะพยายามปัดความหนักอกหนักใจทิ้งไปเสีย เจสสิก้ายังเด็กเกินกว่าจะจดจำสิ่งที่เอื้อนเอ่ยกระมัง กว่าจะถึงวันนั้น แม่หนูอาจจะลืมไปแล้วก็ได้เมื่อคิดได้ดังนั้นชาร์ลส์ก็เดินยิ้มกริ่มออกจากห้องไปอีกคน เดินจากไปพร้อมๆ กับรอยยิ้มแห่งความโล่งใจ...........ที่ห้องนอนปัจจุบันของเจ้าสาว นิลอรยืนบิดซ้ายบิดขวาอยู่หน้ากระจกอย่างขัดใจ เธออยู่ในชุดสีชมพู
...........บทที่ 25ช่อบูเก้เจ้าสาว...........สามเดือนต่อมา วันวิวาห์วันนี้เป็นวันดีที่สุดของหนุ่มใหญ่โจนาธาน ลูกสาวคนสวยที่ชื่อแองเจล่าคลอดออกมาอย่างปลอดภัยเมื่อต้นเดือนที่แล้ว เขาตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวในชุดสูทสีขาวสุดหรูที่ชาร์ลส์เลือกมาให้ในวันแสนพิเศษ ผู้ช่วยหนุ่มก็หล่อเหลาในชุดสูทดูดี ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มนั้นบอกให้รู้ว่าช่วงเวลาแห่งความทุกข์ได้หมดไปจากใจของบุรุษผู้นี้แล้ว“ตื่นเต้นไหมครับนาย”ชาร์ลส์ถามขณะกลัดดอกกุหลาบที่อกเสื้อให้นายที่รัก“ที่สุดเลยล่ะชาร์ลส์ นายจะได้ทำความรู้จักกับมันตอนที่ต้องยืนกล่าวคำสาบานกับเอลลี่ของนาย แล้วเอลลี่เป็นยังไงบ้าง แพ้ท้องมากไหม”โจนาธานเอ่ยถามบุรุษที่เขาเอ็นดูเหมือนน้องชายร่วมอุทร ชาร์ลส์ตะโกนลั่นบ้านชนิดหมดมาดผู้ช่วยจอมเงียบขรึม ในตอนที่ประกาศว่าเขากำลังจะได้เป็นพ่อคน ชาร์ลส์โชคดีที่มีโอกาสได้รั้งแม่ของลูกเอาไว้ก่อนที่หล่อนจะหอบท้องหนีไป ไม่เหมือนกับเขาที่โง่ซ้ำซ้อนครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างน่าสมเพชที่สุด แต่มันผ่านไปแล้ว ความทุกข์แห่งการพลัดพรากจากไปพร้อมๆ กับความสุขที่กำลังคืบคลานเข้ามา“ช่วงเช้าๆ ครับ ลูกผมซนน่าดู เอลลี่แทบไม่ได้ลุกไปไหนเลยใน
“มี...เธอช่วยเป็นเจ้าสาวให้ฉันได้ไหม” ชาร์ลส์โต้กลับน้ำเสียงหนักแน่นไม่มีการปูทางเพื่อประโยคอันแสนอ่อนหวานนี้ เขารีบจนลน รีบจนไม่ได้คิดหาถ้อยคำดีๆ มาเอ่ย รีบเพราะเกรงว่าหากช้าไปกว่านี้สักครึ่งวินาที เขาจะไม่มีโอกาสได้พูดมันหญิงสาวหันหน้ากลับมาช้าๆ เธอกำลังอึ้ง อึ้งจนพูดไม่ออก นี่ชาร์ลส์กำลังขอเธอแต่งงานใช่ไหม“คุ...คุณ คุณหมายความว่ายังไงคะ ฉันงงไปหมดแล้ว”“ฉันขอเธอแต่งงานเอลลี่ เธอจะแต่งงานกับฉันไหมที่รัก ฉันไม่สัญญาว่าเธอจะได้สามีที่ดีที่สุด แต่ฉันสัญญาว่าหากเธอแต่งงานกับฉันเธอจะไม่มีวันเสียใจ ฉันพูดไม่ค่อยเก่ง เอ่อ...ฉันจะสร้างครอบครัวเล็กๆ เราจะสร้างมันขึ้นมาด้วยกัน ได้โปรดแต่งงานกับฉันเถอะนะเอลลี่” ชายหนุ่มคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว ก่อนจะหยิบเอาแหวนวงงามออกมาจากกล่อง หวังจะใช้มันสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายให้เจ้าหล่อน แต่อรุณฉัตรไม่ยอมยื่นมือออกมา เขาส่งสายตาวอนขอมือข้างซ้ายที่หล่อนไขว้ไว้ด้านหลังราวกับซุกซ่อนอะไรบางอย่าง“บอกฉันสักครั้งนะคะ รักกันบ้างหรือเปล่าถึงได้ขอแต่งงาน ฉันไม่ใช่ตัวแทนของความรักนะ จะได้หาทางยึดครองไว้ให้เป็นตัวแทนของใครสักคน คุณรักฉันมากไหมคะชาร์ลส์ ตอบให้ดีๆ นะคะ







