LOGIN
@ มาเก๊า
แสงแดดสาดส่องเข้ามาภายในคอนโดสุดหรูหราในย่านหนึ่งของมาเก๊า ร่างหนานอนหลับสนิทภายใต้ผ้าห่มด้วยร่างกายเปลือยเปล่า เศษถุงยางที่ใช้แล้วข้างเตียงวางกระจัดกระจายอยู่ตามพื้น พร้อมกับตัวหญิงสาวที่ถูกคนสนิทของเขาเข้ามาลากออกไปแต่เช้าอย่างทุกที “คุณตะวันคะ คุณตะวัน!” “คุณแองจี้ครับ รบกวนออกไปด้วย ถ้าคุณรบกวนคุณตะวัน อย่าหาว่าผมไม่เตือนนะครับ” หญิงสาวหุ่นดีดีกรีนางแบบดังของมาเก๊ายังคงโวยวายต่อไปจนคนที่นอนอยู่จิ๊ปากแล้วพูดขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด เขายีผมที่ยุ่งเหยิงอยู่แล้วด้วยอารมณ์ที่ครุกกรุ่นจากการถูกรบกวนเวลานอน “ไอ้แมน กูบอกแล้วใช่ไหมว่าตอนเข้ามาจัดการอย่าเสียงดัง” “ขอโทษครับนาย แต่คุณแองจี้เธอ…” ตะวันก้มมองคนที่สะบัดลูกน้องเขาออกไปแล้ววิ่งมากอดแขนเขาแน่น ปลายนิ้วของเขาเชยคางมลขึ้นมาแล้วมองแววตาออดอ้อนนั้น เป็นผู้ชายคนอื่นก็คงลุ่มหลงกับใบหน้าหวานนี้ แต่มันไม่ใช่กับเขา…. เขาบีบคางมลแล้วออกแรงสะบัดจนใบหน้าของแองจี้หันไปตามแรง ก่อนที่มือหนาจะเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นต้นคอขาวของเธอแทน แรงบีบมันมากพอให้เธอดิ้นเร่าร้องขอชีวิต ตะวันเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยความรำคาญแล้วสะบัดให้เธอล้มลงกับพื้น “คุณตะวันคะ ไหนเมื่อคืนคุณบอกแองจี้ว่า….” “มึงอย่ามาอ่อนต่อโลกไปหน่อยเลย ผู้ชายเวลามันจะเอาใคร มันก็พูดคำหวานไปอย่างนั้นแหละ แล้วอย่าบอกว่ามึงไม่เคยง่ายมาก่อนนะ เพราะเท่าที่กูลองดูแล้ว ก็ไม่ได้สดขนาดนั้น” “คุณตะวัน!!!” เสียงแหลมตวาดลั่นเมื่อมองสายตาเหยียดหยามที่เขามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ตะวันไม่สนใจเสียงกรีดร้อง เขาเอื้อมไปหยิบบุหรี่มวนหนึ่งจากหัวเตียงมาจุดอย่างสบายใจ ก่อนจะสะบัดหน้าเป็นสัญญาณให้คนของเขาเอาผู้หญิงคนนี้ออกไป “น่ารำคาญชิบหาย” “คุณตะวันจะ….” “ให้คนมาเก็บห้องนี้ด้วย กูจะกลับไปห้องกู” แมนพยักหน้ารับอย่างรู้จักนายของตัวเองเป็นอย่างดี ห้องนี้ถูกจัดเตรียมไว้เพื่อให้ตะวันเอาผู้หญิงมากหน้าหลายตามาเสพสุขเท่านั้น ห้องนอนที่แท้จริงของเขาถูกซ่อนเอาไว้หลังชั้นหนังสือขนาดใหญ่ตรงห้องทำงาน และไม่มีใครรู้นอกจากตะวันและลูกน้องที่เขาไว้ใจ “กาแฟดำไม่น้ำตาลครับคุณตะวัน” แมนพยักหน้าให้แม่บ้านวางแก้วกาแฟดำลงตรงหน้าของตะวันแล้วไม่ลืมที่จะบอกให้ระมัดระวัง มือหนาหยิบแก้วกาแฟร้อนขึ้นมาจิบแต่ดวงตายังคงจับจ้องกับรูปภาพใบหนึ่งในมือ เขาลูบไล้ไปตามรูปภาพนั้นอย่างนุ่มนวล ผู้หญิงที่อยู่ในภาพมีรอยยิ้มแสนสดใส เธอกำลังตั้งใจวาดภาพสวนดอกไม้ของบ้านเขาอยู่ ตะวันยังจดจำรอยยิ้มแล้วเสียงหวานนั้นของเธอได้เสมอ ดวงตาคมสลับไปมองการ์ดใบหนึ่งที่เขาไม่ได้เปิดดู เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่ามันเป็นการ์ดงานแต่งของอาทิตย์น้องชายฝาแฝดของเขากับแสนรักผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจ “คุณตะวันจะไปไหมครับ?” “มึงคิดว่ากูควรไปไหม?” เขาถามอย่างไม่ได้คาดหวังคำตอบ ตะวันรู้ดีว่าเขาไม่มีทางอดทนมองเธอแต่งงานกับอาทิตย์ได้ ถ้าเขาต้องการกลับไปคงไม่ตัดสินใจรับเงินของพ่อแล้วออกจากอัครบวรมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก สี่ปีก่อนในงานฉลองวันเกิดอายุครบยี่สิบสี่ปีของเขากับอาทิตย์เป็นความทรงจำที่หวานชื่นของทุกคน แต่มันขมขื่นสำหรับเขา ยามที่เขาต้องมองแสนรักสารภาพรักกับอาทิตย์ ทั้งสองคนกอดกันด้วยความสุข ครอบครัวทั้งสองก็ยินดีกับเรื่องนี้ มีเพียงเขาเท่านั้นที่ยืนกำหมัดแน่น แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีใดออกมาเพื่อให้แสนรักสบายใจ หลังจากนั้นไม่นานตะวันบังเอิญได้ยินพ่อกับแม่เขาคุยกันเรื่องหมั้นทั้งสองคนเอาไว้ ทั้งที่แสนรักยังอายุแค่สิบเก้าปี เขาไม่เห็นด้วยและเริ่มโวยวาย ก่อนจะถูกพ่อตบเข้าที่ใบหน้าเต็มแรง “แกมันเอาแต่สร้างปัญหา ยังจะขัดขวางความเจริญอีก!!” คำนั้นของพ่อยังกึกก้องในความทรงจำของเขา ตะวันกับอาทิตย์ฝาแฝดที่หน้าเหมือนกันราวกับแกะแต่ก็เหมือนกันแค่ใบหน้าเท่านั้น อาทิตย์เรียนได้อันดับหนึ่งมาเสมอ แต่เขาต้องแก้ทุกครั้ง อาทิตย์ได้รับนักเรียนดีเด่น แต่เขาถูกฝ่ายปกครองเรียกผู้ปกครองมาตักเตือนเสมอ อาทิตย์อ่อนโยน ไม่เคยทำให้พ่อแม่ต้องหนักใจ ส่วนเขาต่อยตีมีแผลกลับบ้านแทบจะทุกวัน น้องชายฝาแฝดของเขาชนะเขามาเสมอ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้โหยหาที่จะเอาชนะอีกคน แค่ใช้ชีวิตในแบบของเขา จนกระทั่งสุดท้ายอาทิตย์ก็ชนะเขาอีกครั้งด้วยการครอบครองหัวใจของผู้หญิงที่เขารัก “ไม่ว่ายังไงแสนรักกับอาทิตย์ต้องลงเอยกัน แกอย่าริมาคิดจะแย่งคู่หมั้นของน้องชายแกเชียว” ตะวันรู้ดีว่าการเงินของบ้านเขาเริ่มมีปัญหา และบ้านของแสนรักจะช่วยเรื่องนี้ได้ พ่อถึงได้จงใจผู้มัดแสนรักเอาไว้กับอัครบวร ที่พ่อเลือกอาทิตย์เพราะพ่อรู้ว่าเขาจะไม่มีวันทำร้ายแสนรักแน่นอน “ตะวัน ลูกก็รู้ว่าหนูแสนรักเองก็ชอบตาอาทิตย์ ลูกจะขัดขวางความรักของน้องหรอ?” “ผมจะไม่อะไรเลยแม่ ถ้าไอ้อาทิตย์มันรักแสนรักจริงๆ ไม่ใช่ผูกมัดกับแสนรักไว้เพราะเรื่องเงินแบบนี้!” “กูรักแสนรัก” เสียงของอาทิตย์ดังขึ้นจากด้านหลัง เขาหันไปหรี่ตามองน้องชายอย่างไม่ไว้ใจนัก แต่กลับเห็นแววตาแสนมุ่งมั่นและมั่นคงอยู่ในนั้น “มึงแน่ใจนะที่พูด กูไม่เห็นเคยรู้เรื่องนี้มาก่อน” “แสนรักก็น่ารักดี อีกอย่างน้องก็ชอบกู เราคลุกคลีกันทุกวัน กูจะชอบน้องก็คงไม่แปลก” “เห็นไหม…ทีนี้แกก็เลิกโวยวายสักที อย่าคิดจะขัดขวางเรื่องนี้เชียว” พ่อเขาชี้หน้าคาดโทษเอาไว้ ตะวันมองพ่อที่หยิบเอาเช็คเงินสดที่ดูเหมือนตั้งใจเขียนจำนวนเงินไว้ให้เขาแต่แรกแล้วออกมา แค่มองก็รู้ว่าทุกคนที่นี่กลัวว่าเขาจะทำลายเรื่องนี้แค่ไหน “รับเงินนี่ไป แล้วก็ไปอยู่ที่อื่นสักพัก เอาไว้ทุกอย่างเรียบร้อย แกค่อยกลับมา” เขามองพ่ออย่างไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน แต่ยังไม่ทันจะได้ตอบโต้กลับไปเสียงหวานของแสนรักก็ดังขึ้นซะก่อน เขามองเธอที่วิ่งไปกอดแขนอาทิตย์ด้วยรอยยิ้ม ตะวันเห็นความสุขในแววตานั้น…เขาพับเช็คเงินสดในมือเก็บใส่กระเป๋า แล้วเดินออกมาจากตรงนั้นโดยไม่มีใครสนใจเขาแม้สักคนภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข







