Partager

3 ไม่มีเงิน

last update Date de publication: 2025-07-13 21:34:20

 

เมื่อเสี่ยวเอ้อยกกะละมังกับผ้าชุบน้ำมาให้ หญิงสาวก็เปลี่ยนไปนั่งที่ฝั่งเดียวกันกับเด็กชาย นางรอให้เขากินดื่มให้เสร็จ จากนั้นก็เริ่มจัดการเช็ดหน้าเช็ดตาให้กับเขา

เว่ยเจี้ยนไคเมื่อเห็นว่าพี่สาวใจดีกับตนมาก ก็เริ่มร้องไห้น้ำตาไหล แต่ก็พยายามสุดชีวิตที่จะกลั้นเอาไว้ เพราะท่านพ่อเคยบอกว่า ‘เป็นลูกผู้ชายอย่าให้สตรีเห็นน้ำตา’ เขายังจำคำนั้นได้ดี

“เจ้าเป็นอะไร เหตุใดจึงทำหน้าเช่นนั้น”

“ข้าน้อยเปล่าขอรับ” เจ้าเด็กน้อยเม้มปากให้เต็มที่เพราะเกรงว่าตัวเองจะส่งเสียงร้องไห้ออกมาแล้วรบกวนพี่สาวคนงาม

“อยากร้องไห้งั้นหรือ หากอยากร้องก็ร้องไปเถอะ ข้าไม่เห็นหรอก” นางเห็นท่าทางเช่นนี้ของเด็กชายแล้วก็นึกขัน

“ข้าเปล่าสักหน่อย ท่านพ่อบอกว่าเป็นลูกผู้ชายห้ามร้องไห้ให้ใครเห็น”

แต่กระนั้นน้ำเสียงของเว่ยเจี้ยนไคก็เต็มไปด้วยเสียงสะอื้นไปเสียแล้ว เขานั่งเงียบ ๆ ไม่ปริปากสิ่งใดต่อ เพราะเกรงว่าจะทำให้พี่สาวตรงหน้าเสียใจไปกับเขา

ฟู่ลี่อิ๋งยิ้มอย่างเอ็นดู ระหว่างนั้นก็เช็ดหน้าเช็ดตาให้เด็กน้อยอย่างใจดี

ผิวของเจ้าเด็กน้อยนวลผ่องขาวละเอียด ใบหน้าก็น่ารักน่าเอ็นดู เห็นทีที่เขาบอกว่าพลัดหลงกับครอบครัวน่าจะเป็นเรื่องจริง คนตัวเล็กกำลังคิดหาวิธีจัดการกับเด็กชายผู้นี้ นางไม่อยากทิ้งเขาไว้ตามลำพังและก็ไม่อยากพาเขากลับจวนโหว งั้นควรจะจัดการกับเด็กน้อยผู้นี้อย่างไรดี

“ข้าจะทำอย่างไรกับเจ้าดีนะ” ฟู่ลี่อิ๋งพึมพำ

“ไม่ต้องทำอะไรกับข้าน้อยเลยก็ได้ขอรับ อย่างน้อยไคไคก็ได้กินข้าวแล้ว ตอนนี้ไคไคมีแรงพอจะเดินตามหาครอบครัว พี่สาวไม่ต้องเป็นห่วง ไคไคไม่อยากรบกวนพี่สาวอีกแล้ว” เด็กน้อยเปลี่ยนสรรพนามแทนตนเองเพราะเริ่มรู้สึกไว้ใจ

“ข้าไม่ได้เป็นห่วงเจ้าเสียหน่อย อย่าสำคัญตัวเองผิดไป” ฟู่ลี่อิ๋งพูดในสิ่งที่ไม่ตรงกับใจ “เอาเถอะ เจ้าไปศาลเจ้ากับข้าก่อน แล้วจากนั้นข้าจะพาเจ้าไปส่งไว้ที่ศาลาว่าการ”

ทันทีที่หญิงสาวพูดจบ เด็กน้อยก็ยิ้มร่าสิ่งที่เขาพูดออกไป ตัวเขาเองก็มิรู้จะไปตามหาครอบครัวที่ไหน ได้แต่แสร้งแสดงทำเป็นว่าตนนั้นแข็งแกร่ง

เมื่อเด็กน้อยกินอิ่ม ก็ถึงเวลาคิดเงิน ส่วนนางก็ควรจะได้ไปดูดวงเสียที มือเรียวยกมือขึ้นคลำหาถุงเงินของตัวเองแต่ก็พบว่ามันว่างเปล่า แย่แล้วถุงเงินทั้งหมดนางดันฝากเอาไว้กับเสี่ยวถิงและเสี่ยวเยว่

“ถุงเงินข้า” ใบหน้าสวยหวานของฟู่ลี่อิ๋งฉายแววเคร่งเครียด นางไม่น่าขี้เกียจและฝากถุงเงินเอาไว้กับบ่าวรับใช้พวกนั้น

เสี่ยวเอ้อ ที่ยืนอยู่รอเก็บเงินอยู่ไม่ห่างเริ่มทำเสียงฟึดฟัด

“แม่นาง ไหนละเงิน คิดจะกินฟรีหรืออย่างไร”

“เปล่าเสียหน่อย ข้าเป็นถึงคุณหนูใหญ่แห่งจวนโหว ไม่เคยกินของผู้ใดแล้วไม่จ่ายเงิน” ฟู่ลี่อิ๋งอวดเบ่งไม่มีหยุด

“เชอะ!! เงินสักแดงยังไม่มี อย่างเจ้าน่ะเหรอเป็นคุณหนูใหญ่แห่งจวนโหว ใคร ๆ ก็รู้ว่าคุณหนูใหญ่จวนโหวร่ำรวยขนาดไหน ใช้เงินมือเติบ ไปไหนมาสาวใช้องครักษ์เดินตามกันเป็นขบวน แล้วดูสภาพเจ้ากับเด็กสกปรกผู้นี้สิ” เสี่ยวเอ้อชี้นิ้วไปที่เด็กชาย “หากเจ้าเป็นคุณหนูจวนโหว ข้าก็เป็นเว่ยอ๋องแล้วสิ”

แต่ไหนแต่ไรมา นางเคยแต่ใช้อำนาจข่มผู้อื่นไปทั่ว ทำให้เกิดมาทั้งชีวิตไม่เคยพบเจอใครเสียมารยาทเช่นนี้ ฟู่ลี่อิ๋งทำตัวไม่ถูก ร่างเล็กแบบบางยืนตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ได้แต่จับมือเด็กชายเอาไว้แน่น

“อย่าเสียมารยาทกับข้านะ คอยดูเถอะ หากข้ากลับไปที่จวนเมื่อไหร่ ข้าจะสั่งให้ท่านพ่อจัดการพวกเจ้า” ฟู่ลี่อิ๋งดึงตัวเด็กชายเอามาอยู่เบื้องหลังของตนเชิงปกป้อง ระหว่างนั้นก็ชี้หน้าคนไร้มารยาทด้วยโทสะและเย่อหยิ่ง นางจำหน้าพวกนั้นทีละคน ตั้งใจว่าจะเอาคืนในภายหลัง

“โธ่ ก่อนเจ้าจะวิ่งโร่ไปฟ้องบิดา จัดการเรื่องจ่ายค่าอาหารให้ได้ก่อน หากไม่จ่ายก็อย่าคิดหวังว่าจะได้ออกไปจากที่นี่” เสี่ยวเอ้อลูบปากบีบมือ ก่อนจะคิดอะไรดี ๆ ได้ “แต่เจ้าก็งดงามใช่เล่น นานทีข้าจะได้เห็นสาวงามเช่นนี้ จับไปขายหอนางโลมเสียดีกว่า คงจะได้ราคาไม่น้อย”

พูดจบคนของร้านอาหารก็ปรี่เข้ามาจับตัวนางเอาไว้ โดยที่คนทั้งร้านทำแค่เพียงยืนมอง ทำเหมือนกับสิ่งที่พวกนางกำลังเผชิญเป็นเรื่องสนุกบ้างก็ชี้มือชี้ไม้ปรบมือกันอย่างอารมณ์ดี บุรุษบางคนถึงขั้นตะโกนถามว่าจะส่งนางไปที่หอนางโลมใด พวกเขาจะได้ไปเที่ยวบ้าง

ร่างเล็กแบบบางอยู่ในอาการตื่นตระหนกหวาดหวั่น

“อย่ามาแตะต้องตัวข้านะ” ฟู่ลี่อิ๋งหวีดร้องโวยวาย “ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย” ไม่เพียงเท่านั้นนางยังขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น แต่ก็มิมีผู้ใดใส่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาง

“ปล่อยพี่สาวเดี๋ยวนี้” เด็กชายสำนึกในบุญคุณ หากนางไม่เลี้ยงอาหารเขา ก็คงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ จึงวิ่งปรี่เข้ามาช่วยเหลือ แต่แรงเด็กเช่นเขานะหรือจะไปสู้ผู้ใหญ่ตัวโต ๆ หลายคนได้

“เจ้าเด็กน้อยอย่ามายุ่งหนีไปเสีย อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก” ถึงตัวเองจะลำบาก แต่นางก็ยังมีอารมณ์หันไปเป็นห่วงเป็นใยเด็กชายตัวน้อย นางเห็นพวกบุรุษตัวโตใช้เท้าทั้งเตะทั้งเขี่ยเด็กชายอย่างไร้มารยาท จึงรีบไล่ให้เขาไปไกล ๆ

เด็กชายร้องไห้น้ำตาไหลพราก ที่ถูกผู้ใหญ่พวกนั้นเตะเมื่อกี้ทั้งเจ็บทั้งจุก กระทั่งสายตาของเด็กชายหันออกไปมองที่นอกหน้าต่าง เห็นคนคุ้นเคยเดินผ่านไป เด็กน้อยรีบวิ่งออกไปตามคนด้านนอกในทันที

“พี่สาวรอข้าก่อนนะขอรับ ข้าจะไปตามคนมาช่วย”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ตัวร้ายอย่างข้าต่อไปนี้จะเป็นคนดี   73 เรื่องราวอันเป็นมงคล

    จนถึงตอนนี้ฟู่ลี่อิ๋งก็ยังไม่ได้ยินข่าวคราวของฟู่เหยาเหยาคล้ายกับว่านางหายไปจากโลกนี้อย่างไรอย่างนั้น อากาศในเมืองหลวงเริ่มหนาวขึ้นทุกวัน ๆ รวมไปถึงท้องของนางที่โตขึ้นเรื่อย ๆ การยืนเดินนั่งนอนของนางล้วนลำบากไปเสียหมด หลายครั้งที่ฟู่ลี่อิ๋งลุกขึ้นมานั่งร้องห่มร้องไห้กลางดึกเพียงเพราะอยากกินบะหมี่เนื้อรสเผ็ดทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านางไม่คอยชอบความเผ็ดของมัน ฟู่ลี่อิ๋งคิดถึงวันที่ที่พระสวามีเคยพาไปกิน คิดถึงเมื่อตอนที่แต่งงานกันใหม่ ๆ ส่วนเว่ยจงหมิงเองก็ตามใจและเข้าใจได้ไท่จื่อเฟยตั้งครรภ์ท้องแรกอีกทั้งยังไม่มีประสบการณ์ไม่มีผู้ใดสอนนางเกี่ยวกับเรื่องนี้ นางจะกลัว กังวลและหวั่นใจไม่ใช่เรื่องแปลก เป็นหน้าที่ของเขาที่เป็นสามีที่จะคอยให้ความอุ่นใจ อยู่เคียงข้างนางให้นางอบอุ่นใจในบางวันที่เว่ยจงหมิงต้องไปทำงานไกล ๆ ก็จะได้ไคไคน้อยมาอยู่เป็นเพื่อนคอยเล่านู่นเล่านี้ให้นางฟังไม่มีเบื่อถึงตอนนี้ฟู่ลี่อิ๋งถึงเพิ่งสังเกตว่าไคไคน้อยสูงขึ้นมาก จากที่เคยสูงกว่าเอวนางนิดหนึ่งตอนนี้หัวของเขาอยู่ในระดับไหล่นางเสี

  • ตัวร้ายอย่างข้าต่อไปนี้จะเป็นคนดี   72 อย่างไรก็เป็นน้อง

    หลังจากได้ยินเรื่องที่ฟู่เหยาเหยาหย่ากับเว่ยเจิ้งหยาง ฟู่ลี่อิ๋งก็ไม่สบายใจนัก นางไปถามกับพี่ชายว่าสาเหตุที่เขามาที่เมืองหลวง ใช่เรื่องเพราะเรื่องนี้หรือไม่ คราแรกเขาอ้ำอึ้งไม่ยอมพูดจนสุดท้ายนางก็คาดคั้นเอาคำตอบออกมาจากปากเขาได้ในที่สุดเมื่อได้ยินทุกอย่างที่นางอยากจะฟัง ฟู่ลี่อิ๋งจึงลากพี่ชายไปสืบความที่จวนเว่ยอ๋องด้วยกัน เนื่องด้วยไม่อยากไปเหยียบที่นั่นเพียงลำพังเว่ยเจิ้งหยางเมื่อได้ยินว่าไท่จื่อเฟยมาถึงที่นี่ก็ละทิ้งทุกอย่างรีบมาหานาง แต่เมื่อออกมาถึงกลับพบว่านางไม่ได้มาตามลำพัง เรื่องราวที่เคยคิดเข้าข้างตัวเองก็สลายหายไป นางมาที่นี่พร้อมกับฟู่หมิงจือ สีหน้าท่าทางของโหวน้อยดูกังวล ส่วนฟู่ลี่อิ๋งดูเย็นชาเห็นหน้าของเว่ยเจิ้งหยาง หญิงสาวก็เริ่มพูดคุยเขาเรื่องทันทีโดยไม่อ้อมค้อม“ข้าได้ยินจากไท่จื่อบอกว่าท่าหย่ากับน้องสาวของข้าแล้ว”เว่ยเจิ้งหยางเลิกคิ้วเล็กน้อย “ใช่แล้ว ข้าหย่ากับนางไปตั้งแต่วันที่กลับมาจากจวนเสนาบดีสี”“เรื่องสำคัญเช่นนี้ ไม่เห็

  • ตัวร้ายอย่างข้าต่อไปนี้จะเป็นคนดี   71 องค์หญิงเออร์น่า

    แสงอาทิตย์ลอดเข้ามาในห้องนับแล้วเท่ากับแปดครั้ง สีฮูหยินกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างดีใจ นางหัวเราะเสียงดังลั่นอย่างสะใจ ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง จากนี้ไปจะไม่มีเว่ยจงหมิงอยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไปแล้วในขณะที่นางกำลังดีใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แสงไฟในคุกก็สว่างไสวประดุจกลางวัน สีฮูหยินที่อยู่ในความมืดมานานนับสัปดาห์ต้องหลับตาและใช้แขนเสื้อของตนเองปกป้องดวงตาของตัวเอง ก่อนที่ไม่นานหลังจากนั้นนางจึงจะสามารถลืมตาขึ้นได้สิ่งที่สตรีวัยกลางคนเห็นเมื่อลืมตาขึ้นพบกับบุรุษที่นางเกลียดที่สุดผู้หนึ่งในชีวิต เว่ยจงหมิงนั่งอยู่บนคานหาม แบบสี่คนแบก ชายหนุ่มนั่งอยู่บนนั้นเส้นผมดำขลับถูกปล่อยสยายยาวสอดรับกับใบหน้าหล่อเหลา เขาสวมเสื้อผ้าสีขาวสบาย ๆ ท่าทางไม่ทุกข์ไม่ร้อนกับสิ่งใด และดูไม่เจ็บไม่ป่วย“ทำไมเจ้ายังมีชีวิตอยู่” สีฮูหยินได้เห็นหน้าของเว่ยจงหมิงก็เริ่มมีปฏิกิริยาแห่งโทสะ“องค์หญิงเออร์น่าคงตกใจมาก ที่เห็นว่าข้ายังมีชีวิตอยู่” เว่ยจงหมิงหยิบองุ่นขึ้นมากินในขณะที่สนทนากับนาง“ไม่!!!

  • ตัวร้ายอย่างข้าต่อไปนี้จะเป็นคนดี   70 หลงใหลซึ่งกันและกัน

    อากาศยามเช้าหลังจากฝนหยุดตกสดชื่นปลอดโปร่ง เสียงวิหคบินวนขับขานดังกังวานไปทั่วทั้งพื้นที่ เช้าวันนี้นางรู้สึกว่าตัวเองสดชื่นกว่าทุกวัน อาจจะเป็นเพราะยาบำรุงของท่านซุน ที่ช่วยให้นางผ่อนคลายและหลับสบายมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ที่พระสวามีป่วยฟู่ลี่อิ๋งก็ย้ายออกไปนอนห้องนอนเล็กที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันเพราะนางไม่อยากรบกวนคนป่วยเกรงว่าตนเองจะนอนดิ้นและทำให้เขาลำบาก รอให้เว่ยจงหมิงฟื้นและหายดีก่อนค่อยกลับมาร่วมห้องทีหลังก็ได้ทุก ๆ วันฟู่ลี่อิ๋งจะมานั่งเฝ้าพระสวามีในห้อง นี่ก็ผ่านมา 7 วันนับตั้งแต่เขาถูกพิษ เว่ยจงหมิงก็ไม่ฟื้นสักที วันนี้ก็เช่นกันนางมานั่งข้างเตียงพูดคุยกับเขาดังเช่นเคยมือเรียวเล็กจับมือของเขามาสัมผัสที่หน้าท้องแบนราบของตนเอง“ท่านพี่ เมื่อไหร่ท่านจะฟื้นกันนะ” ร่างเล็กพึมพำ “ท่านรู้หรือไม่ว่าไคไคน้อยกำลังจะมีน้องชายน้องสาวแล้วนะ” ฟู่ลี่อิ๋งกระซิบแผ่วเบาสีหน้าของเว่ยจงหมิงดูดีกว่าหลายวันที่ผ่านมา วิธีการของท่านซุนออกจะประหลาดไปบ้างแต่ก็ได้ผล หนำซ้ำยังได้ยาบำร

  • ตัวร้ายอย่างข้าต่อไปนี้จะเป็นคนดี   69 รายล้อมไปด้วยรัก

    เสี่ยวหลงติดตามท่านเหลียงออกเดินทางไปยังเมืองต่าง ๆ เพื่อติดตามเรียนรู้วิชาการตัดเย็บเสื้อผ้าจากเหลียงเหลียนฮ่าวและฝากตัวเป็นลูกศิษย์ แต่เมื่อหลายวันก่อนตอนเดินทาง ในวันที่พายุฝนโหมกระหน่ำ คณะเดินทางของท่านเหลียงผ่านไปพบกับสตรีผู้หนึ่ง นางนอนกลายเป็นซากคล้ายกับศพอยู่ในเส้นทางที่พวกเขาผ่านสภาพของนางไม่ต่างอะไรจากซากศพบาดแผลบนใบหน้าฉกรรจ์น่ารังเกียจ สัตว์และแมลงตอมไต่จนบาดแผลเน่าเฟะเหม็นคลุ้งเหลียงเหลียนฮ่าวใช้ไม้เขี่ย ๆ เห็นว่านางยังมีชีวิตอยู่จึงพาตัวไปด้วยกันถือว่าเอาบุญ ตอนที่ช่วยเหลือเสี่ยวหลงเห็นตราหยกสีชมพูคล้าย ๆ กับชิ้นที่ไท่จื่อเฟยมี ก็เดา ๆ เอาไว้ว่าสตรีอัปลักษณ์ผู้นี้น่าจะเป็นผู้ใด แต่ก็ไม่ได้บอกเล่าเรื่องนี้ให้ผู้ใดฟังกระดูกบนร่างกายของสตรีอัปลักษณ์หักอยู่หลายส่วน ท่านหมอที่ติดตามมากับคณะของเหลียงเหลียนฮ่าวใช้วิธีการเอาไม้ไผ่มาดามนางเอาไว้ทั้งร่าง ฟู่เหยาเหยาตื่นขึ้นมาอีกทีพบว่าร่างกายของตนเองกำลังถูกวางเอาไว้บนเกวียนบรรทุกสิ่งของ แขนขาถูกมัดเอาไว้กับไม้ไผ่ขยับไปไหนไม่ได้

  • ตัวร้ายอย่างข้าต่อไปนี้จะเป็นคนดี   68 พิษล้างพิษ

    เจ้างูสีขาวตัวเล็ก ๆ ดูเหมือนจะหงุดหงิดเล็กน้อยที่มันถูกผู้เป็นนายปลุกให้ตื่น มันสะบัดหัวไปมาและค่อย ๆ ยืดตัวชูคอขึ้นทำท่าทางคล้ายกับบิดขี้เกียจ แต่เมื่อเห็นหน้าผู้เป็นนายมันก็รีบกระโดดออกจากกระปุกสีขาวขึ้นไปหยอกล้อคลอเคลียท่าทางเหมือนกับลูกสุนัขตัวเล็ก ๆฟู่ลี่อิ๋งเห็นแล้วก็พูดสิ่งใดไม่ออก สัตว์มีเกล็ดลิ้นยาวพวกนั้นสามารถมองให้น่ารักได้ด้วยหรือ นางรู้สึกขนลุก แต่ก็ไม่ได้ปริปากพูดสิ่งใดออกมา ปล่อยให้ท่านซุนรักษาไปตามวิธีการของเขา แม้จะทำให้คนที่อยู่ข้าง ๆ รู้สึกคล้ายจะเป็นลมอยู่ตลอดเวลาก็ตามงูเทพหิมะเมื่อเห็นแมงป่องสีรุ้งมันก็คล้ายกับทำตาโตด้วยความดีใจ ซุนจงปล่อยมันลงกับพื้นพร้อม ๆ กับแมงป่องสีรุ้ง ทั้งงูและแมงป่องลงต่อสู้กัน เจ้าแม่งป่องพยายามใช้หางพิษของตนเองต่อสู้กับเจ้างูเทพหิมะแต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้ต่อความปราดเปรียวของเจ้าตัวเล็กสีขาวทันทีที่แมงป่องสีรุ้งสิ้นท่า เจ้าตัวเล็กสีขาวก็เขมือบเจ้าแมงป่องตัวสีรุ้งที่นอนหมดแรง เข้าไปทั้งร่างอย่างเชื่องช้า เจ้าของร่างเล็กแบบบางต้องหลับตาขยับไปหลบอยู่เบื้องหลังของ

  • ตัวร้ายอย่างข้าต่อไปนี้จะเป็นคนดี   66 การพบหน้า

    ลู่เหวินและเว่ยเจิ้งหยางพยายามคาดคั้นเอาความลับและยาถอนพิษจากสีฮูหยิน แต่ไม่ว่าอย่างไรนางก็ไม่ยอมปริปากเรื่องยาพิษชนิดนั้น นางยอมถูกทรมานไปจนตายเสียยังดีกว่า อีกทั้งยังไม่ยอมซัดทอดไปถึงเสนาบดีสี โดยอ้างแต่เพียงว่านางลงมือผู้เดียวและใช้เขาเป็นเครื่องมือ เจ้

  • ตัวร้ายอย่างข้าต่อไปนี้จะเป็นคนดี   65 อย่าร้องไห้เลย

    ฟู่ลี่อิ๋งเดินนำหน้าลู่เหวินออกมาจากห้องที่เว่ยจงหมิงพักอยู่ หญิงสาวพิจารณาสีหน้าท่าทางขององครักษ์หนุ่มอย่างใจเย็นนางรับรู้มาโดยตลอดว่าองครักษ์ผู้นี้ ไม่ได้ชอบนางเท่าใดนัก แต่จะมาคิดว่านางทำร้ายพระสวามีของตนเองมันไม่ถูกต้อง ไหน ๆ วันนี้ก็มีโอกา

  • ตัวร้ายอย่างข้าต่อไปนี้จะเป็นคนดี   62 เรื่องราวในอดีต

    มีเพียงสิ่งเดียวที่เยี่ยเทียนรู้สึกติดค้างในใจมาโดยตลอด นั่นก็คือพระขนิษฐาร่วมพระมารดาจู่ ๆ ก็ไปหลงรักบุรุษแคว้นเว่ย จนกระทั่งถูกไท่ซ่างหวงปลดออกจากฐานันดรศักดิ์ ได้ยินว่าในภายหลังนางปลิดชีวิตของตนเองเพราะเสียใจจากสิ่งที่ฟู่ซิ่งผู้เป็นสามีของนางกระทำเอาไว้

  • ตัวร้ายอย่างข้าต่อไปนี้จะเป็นคนดี   50 งานเลี้ยง

    งานเลี้ยงในสวนของสีฮูหยินถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ แน่นอนว่านางต้องรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนเองให้ผู้เป็นสามีฟัง วันนี้ทั้งสองคนจึงตั้งใจจะฉีกหน้าให้จงได้ จะได้รู้ว่าใครคือผู้ที่กุมอำนาจของจริงเสนาบดีสีได้ยินว่าความสัมพันธ์ระหว่างเว่ยอ๋องและไท

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status