แชร์

บทที่ 1

ผู้เขียน: ดาญา-DAYAH / JINDAYA
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-17 18:10:23

1

จันจ้าวโตจนเป็นเมียพี่จอมจ๋าได้แล้ว

ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะหกโมงแล้วจันจ้าวที่ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ เมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกจันจ้าวรีบตื่นทันที เพราะว่าวันนี้พี่จอมจ๋าของตนเองจะไปส่งที่มหาลัย คนน้องไม่อยากให้คนพี่รอนานนักถึงแม้ว่าปกติแล้วจันจ้าวจะไม่ใช่คนตื่นสาย แต่เมื่อรับรู้ว่ามีใครอีกคนต้องมารับก็ต้องเร่งรีบกว่าปกติอยู่ดี จันจ้าวเดินลงมาชั้นล่างของบ้านเห็นว่าแม่จ๋าของตนเองกำลังเตรียมวัสดุอุปกรณ์สำหรับทำขนมวันนี้อยู่ จันจ้าวเดินเข้าไปหาแม่จ๋าด้วยการย่องเบา ๆ เมื่อถึงบริเวณที่แม่จ๋ายืนอยู่ก็โอบเอวคนเป็นแม่ไว้ แม่จ๋าสะดุ้งเล็กน้อย พร้อมทั้งหันหน้ามามองคนที่เข้ามากอดตนเอง

“ว้าย... ตาเถร”

“ฮ่า... แม่จ๋าอุทานแก่มากเลยจ้ะ”

จันจ้าวชะเง้อหน้ามาตรงช่วงสีข้างของแม่จ๋าและยิ้มตาหยีให้กับคนเป็นแม่ ยืนอยู่ท่านั้นจนกระทั้งคนเป็นแม่เองที่ดึงแขนลูกชายให้ไปยืนด้านหน้าของตนเอง นำมือไปเกลี่ยผมหน้าม้าของอีกคนเบา ๆ

“ลงมาเช้าเชียวรีบไปไหนหรืออย่างไร”

“วันนี้พี่จอมจะไปส่งจ้ะ หนูไม่อยากให้พี่จอมรอนาน”

“ดีแล้วแหละ พี่เขาอุตส่าห์ไปรับไปส่งอย่าไปให้คนเขารอเลย แม่เตรียมปิ่นโตไว้ให้แล้วนะ”

จันจ้าวปรายตาไปมองตามที่มือของแม่จ๋าชี้ทำให้เห็นปิ่นโตสีครีมหนึ่งสาย

“วันนี้มีแกงอะไรบ้างจ๊ะ หนูลงมาไม่ทันแม่จ๋าอีกแล้ว”

“ไม่เป็นอะไรเลย เมื่อคืนกว่าเราจะได้หลับจะได้นอนก็ปาไปตีหนึ่งแล้วไม่ใช่หรือไง แม่เห็นหลับกับกองหนังสืออีกแล้ว”

“วันนี้มีสอบนี่จ๊ะ หนูอยากจะสอบให้ได้คะแนนดี ๆ จะได้มาอวดแม่จ๋ากับพี่จอมจ๋า”

แม่จ๋าโอบกอดลูกรักไว้อย่างแน่นลูบศีรษะจันจ้าวเบา ๆ

สองแม่ลูกกอดกันด้วยความรัก กอดกันเพียงชั่วครู่ก็ย้ายพากันไปนั่งบริเวณโต๊ะอาหาร เพื่อที่จะกินอาหารกัน

ในตอนนี้เป็นเวลาจะแปดโมงแล้วจันจ้าวกำลังนั่งรอให้พี่จอมจ๋าของตนเองมารับ นั่งอยู่หน้าบ้านของตนเองเพียงคนเดียว ส่วนแม่จ๋านั้นออกไปตลาดแล้ว ทว่าในตอนแรกจะนั่งรอจอมราชกับลูกชายของตนเอง แต่ลูกชายปฏิเสธว่าสามารถนั่งรอคนเดียวได้ คนเป็นแม่ก็ไม่ขัด

อาหารในปิ่นโตที่แม่จ๋าเตรียมไว้ให้ในวันนี้มีทั้งต้มจืดหมูสับ ปลานิลทอด ส่วนขนมหวานจะเป็นบัวลอย จันจ้าวแอบไปเตรียมปิ่นโตอีกสายให้กับคนขับรถของตนเองในวันนี้ด้วยส่วนอาหารด้านในจันจ้าวแอบเพิ่มไข่ดาวไปหนึ่งฟองราดซอสทำเป็นรูปหัวใจด้านบนไปด้วย

ปี๊บ ~

เสียงรถเคลื่อนที่มายังหน้าบ้านของจันจ้าว ตัวของเขาที่จำเสียงรถของเจ้าของอู่ได้ก็รีบเร่งไปหาคนพี่ทันที ด้วยความที่ว่าไม่อยากให้คนพี่รอช้า วิ่งมาถึงบริเวณรถของคนพี่เรียบร้อยแล้วเดินอ้อมไปฝั่งคนขับเคาะกระจกหวังให้คนพี่เปิดกระจกมาคุยกันก่อน เคาะอยู่สองสามครั้งจอมราชถึงจะเปิดกระจกรถ

“ทำไมไม่ขึ้นมาคุยบนรถ”

“อยากคุยก่อนนี่ หนูเตรียมปิ่นโตไว้ให้พี่จอมจ๋าด้วยนะ”

จันจ้าวโชว์ปิ่นโตที่ตนเองตั้งใจเตรียมไว้ให้ จอมราชเอื้อมมือมาหยิบปิ่นโตไว้ในมือของตนเอง ค่อย ๆ มองและก็เงยหน้ามามองคนน้องอีกครั้ง

“ขึ้นรถ”

คำพูดเดียวของจอมราชที่เอ่ยขึ้นมาให้ทำจันจ้าวหน้าบึ้งทันที ตอนแรกนึกว่าจะตั้งใจชมกันทำไมไม่ชมกันเลย จันจ้าวได้แต่นึกในใจ สุดท้ายก็ยอมขึ้นไปนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถ เป็นตุ๊กตาที่หน้าบึ้งไม่ยอมยิ้ม

ใช้เวลาในการขับรถไปประมาณเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็ม ๆ เพราะช่วงเช้าแบบนี้ถ้าเข้ามาในตัวเมืองแล้วรถจะติด ทำให้ถึงมหาลัยของจันจ้าวล่าช้ากว่าปกติ

จันจ้าวลงไปจากรถโดยที่ไม่ได้หันมามองคนขับรถอย่างจอมราชทำให้เจ้าของอู่ได้แต่มองตามหลังไป ถึงแม้จะรู้ว่าคนน้องนั้นคงจะงอนหรือโกรธตัวเอง แต่ทำไมล่ะ ในเมื่อตัวของจอมราชไม่ได้ผิดอะไร

         

          ช่วงเวลาพักของจันจ้าวแล้ว จันจ้าวและแก๊งเพื่อนได้ลงไปกินอาหารกันที่โรงอาหารแบบปกติทั่วไป จันจ้าวที่เตรียมปิ่นโตของตนเองมาเลยรับหน้าที่เฝ้าโต๊ะให้เอง โดยให้เพื่อน ๆ ไปซื้ออาหารกันได้ตามสะดวก

          ในวันนี้การแต่งตัวของจันจ้าวคือใส่ครอปสีชมพูอ่อน และมีเสื้อแขนยาวสีครีมทับนอก ส่วนกางเกงจะเป็นกางเกงยีนขายาว จันจ้าวเรียนคณะนิเทศศาสตร์ ทางคณะจึงไม่ได้เข้มงวดกับการแต่งตัว จะให้ใส่ชุดนักศึกษาเฉพาะตอนที่มีสอบเท่านั้น ส่วนเวลาอื่นสามารถใส่ได้ตามอัธยาศัย ระหว่างที่จันจ้าวกำลังนั่งรอเพื่อน ๆ ตนเองใช้เวลานี้ไปกับเล่นโทรศัพท์เลื่อนฟีดดูข่าวตามปกติ แต่สิ่งที่ไม่ปกติก็คือเฟซบุ๊กได้ปรากฏเฟซบุ๊กของใครคนหนึ่งขึ้นมา หัวใจของจันจ้าวที่ได้เห็นเต้นระรัวเหมือนสิ่งไม่อยากให้เกิดขึ้นมันกำลังจะขึ้นแล้ว

          “พี่เขากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

          จันจ้าวได้แต่พึมพำกับตนเอง

          เวลาล่วงเลยมาจนถึงช่วงเย็น ช่วงเวลาที่จันจ้าวเลิกเรียนพอดีระหว่างตอนที่จันจ้าวกำลังเรียนอยู่นั้นทางจอมราชได้ส่งข้อความมาหากันว่า ‘วันนี้คงจะมารับไม่ได้เพราะติดซ่อมรถของลูกค้า’ จันจ้าวได้แต่ส่งสติกเกอร์ตอบกลับไปว่าโอเค

          จันจ้าวกำลังยืนรอรถสองแถวที่หน้าป้ายเพื่อที่จะนั่งรถไปลงหน้าตลาดและต่อวินมอเตอร์ไซค์เข้าบ้าน รอแล้วรอเล่ารถสองแถวก็ยังไม่มา จันจ้าวกำลังจะโทรไปพี่พัชลูกน้องในอู่ของจอมราช ทว่ายังไม่ทันที่จะได้โทรหาแต่ได้ยินเสียงบีบแตรรถดังขึ้นมา ทำให้เห็นว่าเจ้าของรถคือตินนั่นแหละ จันจ้าวชั่งใจอยู่นานว่าตนเองควรจะเดินไปขึ้นรถหรือไม่ควร เพราะเหตุการณ์เมื่อวานที่โดนจอมราชมองหน้าด้วยสายตาเข้มแบบนั้นมันยังคงติดตาตนเองอยู่ สุดท้ายแล้วจันจ้าวก็เดินขึ้นรถของติน

          “พี่ตินครับ ส่งจันที่หน้าตลาดได้เลยนะครับ”

          “ไม่ให้พี่ไปส่งที่บ้านเหรอครับ”

          ถ้าให้พี่ตินไปส่งที่บ้านไม่ดีแน่ ... ปากของชาวบ้านบริเวณคงจะพูดกันไปจนถึงหูของพี่จอมจ๋า จันจ้าวส่ายหน้าปฏิเสธ ตินเองก็ไม่ขัดเพราะตอนนี้กำลังเป็นช่วงทำคะแนน

          ในตอนนี้บนท้องถนนในตัวเมืองเป็นเวลาที่ผู้คนขับรถกลับบ้านกัน เลยทำให้รถเยอะมากกว่าปกติอาจจะทำให้รถติดมากขึ้นด้วย จันจ้าวนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างรถเห็นเด็กน้อยเดินขายพวงมาลัยถ้าเป็นตอนที่มากับพี่จอมจ๋า คนนั้นก็คงจะลดกระจกลงเพื่อที่จะให้ตัวของจันจ้าวอุดหนุนเด็กน้อยแล้ว ทว่าตอนนี้จันจ้าวกลับนั่งรถกับตินตัวเขาคงไม่กล้าบอกที่จะให้ลดกระจกลง

          “มีอะไรหรือเปล่าครับน้องจัน”

          ตินที่เห็นว่าจันจ้าวมัวแต่มองออกไปนอกหน้าต่างเลยเอ่ยถามขึ้นมา ความจริงแล้วนั้นเป็นการหาเรื่องซะมากกว่า

          “ไม่มีครับพี่ติน ช่วงเย็นแบบนี่รถเยอะจังเลยนะครับ”

          “ครับ รถเยอะแบบนี่ทำให้รำคาญใจไม่น้อยเลย”

          คนขับรถเอ่ยขึ้นมา จันจ้าวได้แต่หันไปมองโดยไม่ได้พูดอะไร ถ้าเกิดว่าดูจากภายคนอย่างพี่ตินคงจะเป็นคนแบบที่เห็นน่ารำคาญใจก็คงจะอารมณ์ไม่ดีจนพาลไปหมด ใช่ว่าจันจ้าวจะไม่รู้จักนิสัยใจคอของลูกชายของคนใหญ่คนโตของตนเองคนนี้ แต่ทำยังไงในตอนนี้พี่ตินนั้นดีกับตนเอง ก็ไม่อยากแปลว่าตัวเองจะไว้ใจพี่เขาแบบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์สักหน่อย

          จันจ้าวนั่งเงียบ ๆ จนไม่ได้ดูทางว่าตอนนี้กำลังเลี้ยวเข้าสู่ของซอยบ้านของตนเองแล้ว จะบอกให้ตินจอดรถตรงหน้าซอยก็ไม่ทันเพียงนิดเดียวก็ขับรถมาจนถึงหน้าบ้านของเขาเรียบร้อยแล้ว เมื่อมาถึงก็ชะเง้อมองออกไปกลับเห็นว่ามอเตอร์ไซค์คุ้น ๆ กำลังจอดอยู่หน้าบ้าน

          ‘พี่จอมมาเหรอ’ จันจ้าวพึมพำเพียงคนเดียว

          “น้องจันพูดว่าอะไรนะครับ”

          “อ๋อ.. ไม่มีอะไรครับ งั้นจันขอตัวก่อนนะครับพี่ติน ขอบคุณพี่ตินมาก ๆ เลย”

จันจ้าวรีบเร่งบอกลาไปและย้ายตัวเองออกจากรถให้เร็วที่สุดก่อนที่เจ้าของรถมอเตอร์ไซค์คันนั้นจะออกมาเห็น ทว่าไม่ทันแล้ว เพียงแค่ก้าวขาลงจากรถไปหนึ่งข้างเท่านั้น จอมราชก็เดินออกมาจากของจันจ้าวทันที ข้างกายกันมีแม่จ๋าของตนเองยืนอยู่ด้วย จอมราชต้อนรับอีกคนด้วยการขมวดคิ้วสงสัย จันจ้าวรีบไหว้ลาตินอีกครั้งและวิ่งไปหาแม่จ๋าของตนเอง กอดอ้อนเพื่อเปลี่ยนเรื่องไม่ให้ทั้งแม่จ๋าและพี่จอมจ๋าได้ถาม

จอมราชปรายตามองคนน้องที่กำลังกอดแม่จ๋าของตนเองอยู่โดนไม่ได้ถามอะไร

“น้าขอบคุณมากนะจ๊ะพ่อจอม อุตส่าห์ให้เด็ก ๆ ช่วยเข็นรถเข็นมาให้น้า”

“ไม่เป็นไรครับน้าภา”

“แล้วนี่จะไม่อยู่กินข้าวเย็นกับน้าจริง ๆ เหรอ จันจ้าวก็กลับมาแล้ว”

“นั่นสิจ๊ะ พี่จอมอยู่กินข้าวกับหนูกับแม่ก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวหนูรีบขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดเลย สัญญาจ้ะว่าไม่อาบน้ำให้นาน”

จอมราชคิดหนักอีกใจหนึ่งก็เป็นห่วงอู่ อีกใจหนึ่งก็เกรงใจคุณน้าภา แต่สรุปแล้วว่าตอบตกลงที่อยู่กินข้าวเย็นกับสองแม่ลูกบ้านนี้ คนน้องยิ้มตาหยีดีใจรีบเร่งวิ่งขึ้นบันไดไปอาบน้ำ

“ลูกคนนี้นิไม่เคยเรียบร้อยเอาซะเลย ดูสินั้นดูวิ่งไป” แม่จ๋ามองตามหลังไปพร้อมเอ่ยบ่นพึมพำกับตนเอง แต่เป็นประโยคที่จอมราชนั่นก็ได้ยิน และเป็นประโยคที่จอมราชเห็นด้วยทุกประการ

กลิ่นหอมสบู่อาบน้ำลอยมาแตะจมูกของคนที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์เครื่องเก่าที่ภาพหน้าจอที่ปรากฏใกล้จะเลือนหายไปตามกาลเวลาแล้ว เจ้าของกลิ่มหอมจาง ๆ ใกล้เข้ามาทำให้จอมราชหันกลับไปมองเห็นว่าจันจ้าวกำลังเดินลงบันไดมา คนน้องใส่ชุดนอนครบเซ็ตลายการ์ตูนแมวสีชมพูเป็นแบบกางเกงขาสั้น ระหว่างที่เดินลงมาก็เช็ดผมไปด้วยเช่นกัน เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าจอมราชพร้อมกับส่งสายตาปิ๊ง ๆ หวังจะกระชากใจให้อีกคน

“ตามึงกระตุกเหรอ”

จบกันความโรแมนติกนี้

พูดเพียงแค่นั่นจอมราชก็เดินผ่านหน้าของจันจ้าวไป เดินไปหยุดข้างกับแม่จ๋าที่กำลังเตรียมถ้วยจานอยู่

“จันจ้าว!”

          “จ๋าพี่จอมจ๋า”

“มาช่วยน้าภา มึงจะยืนรอกินอย่างเดียวหรือยังไง”

นี่ปากคนหรืออะไรนะ ขยับเป็นด่าจริง ๆ แต่นั่นแหละจันจ้าวได้แต่นึกบ่นอีกคนภายในใจ เดินเนียน ๆ ไปยืนข้างจอมราช แอบเอามือของตัวเองไปแตะบริเวณปรายนิ้วของอีกคนที่กำลังเอื้อมหยิบผ้าปูโต๊ะมารอง เหมือนไฟฟ้าสถิตหรือยังไง พอโดนตัวกันจอมราชก็หันมาทำหน้าเข้ม ๆ ใส่คนน้อง เกือบจะได้มีศึกขนาดย่อยภายในบ้าน แต่มีเสียงสวรรค์ของแม่จ๋าซะก่อน

“ไปกวนอะไรพี่เขาอีกแล้ว”

และนี่คือเสียงสวรรค์ที่ดังขึ้น...

“ทำไมแม่ไม่คิดว่าพี่จอมจ๋าบ้างละที่แกล้งหนู”

“เฮ้อ... คนอย่างพ่อจอมนั่นหรือจะมาแกล้งอะไรเด็กแบบเรา”

“เอ้า... คนแกล้งแฟนจะไปแปลกอะไร”

“จันจ้าว!”

เมื่อจันจ้าวพูดคำว่าแฟนออกมา เสียงคนข้างกายของดังขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น แถมสายตาที่มองแทบจะกินจันจ้าวไปได้ทั้งตัว

“อุ๊ยลืมไปหนูกำลังจีบพี่จอมจ๋าอยู่”

“น้อย ๆ หน่อยนะเรา พี่เขาจะอึดอัดเอานะ”

แม่จ๋าหันไปมองหน้าของจอมราชช้า ๆ เห็นว่าจอมราชเองก็ทำหน้าไม่ดีนัก ลูกคนนี้นิไม่กลัวพี่เขาอึดอัดเลยหรือไง ดื้อซะเสียจริง

ใช่ว่าแม่จ๋าจะไม่เคยพูดเรื่องนี้ เคยบอกไปแล้วไปเล่าว่าจอมราชเองคงเห็นว่าจันจ้าวเป็นน้องชายคนหนึ่ง แต่ลูกของตนเองนี่ดื้อนัก พูดแค่ว่าจะจีบพี่เขาทุกวันทุกวัน ดื้อเสียจริงคงต้องให้ลองเจอประสบการณ์อกหักสักคราแล้วกระมั้งถึงจะหยุดดื้อแบบนี้ได้

ทั้งสามใช้เวลากินข้าวเย็นไปเกือบชั่วโมง ที่เกือบไปไม่ใช่อะไรหรอก แต่เป็นเพราะว่าจันจ้าวมัวแต่ตักกับข้าวให้กับจานของจอมราช จนจอมราชต้องกินอาหารในมื้อนี้ไปสองจานด้วยความเกรงใจแม่จ๋าที่อยู่ร่วมโต๊ะด้วย

จอมราชกำลังขึ้นรถกลับไปอู่ เพราะว่าต้องไปเช็ดของที่เพิ่งเข้ามาในช่วงเช้า อีกอย่างพวกเด็ก ๆ บอกไว้ว่าอยากดื่มเหล้ากัน ตัวของจอมราชก็ไม่ขัดแต่พวกเด็ก ๆ ที่อู่อยากจะให้เฮียจอมร่วมวงด้วย และนั้นเป็นอีกเหตุผลที่เขาต้องขับรถกลับไปอู่อีกครั้ง

“พี่จอมจะกลับบ้านเลยไหมจ๊ะ” จันจ้าวที่วิ่งตามมาถามด้วยน้ำเสียงหอบเล็กน้อย รีบวิ่งมาเพราะกลัวว่าจะไม่ทันอีกคน

“เปล่ากูจะไปอู่”

“ไปด้วยได้ไหมจ๊ะ”

“มึงจะไปทำไม”

จอมราชหันหน้ามามองจันจ้าวด้วยสายตานิ่ง ๆ ส่วนอีกคนก็เข้ารอยยิ้มเข้าสู้

“วันนี้พี่ ๆ จะดื้อกันใช่ไหมจ๊ะ”

“แล้วทำไม?”

“พี่พัชโทรมาชวนจ๊ะ พี่พัชบอกไว้ว่าให้ไปพร้อมกับพี่จอมจ๋าเลย”

“กูจะกลับบ้าน”

“เอ้า ไหนพี่จอมบอกจะไปอู่”

“มึงจะไปทำไม”

“พี่จอมจ๋านี่แปลกคนเสียจริง คนเขาตั้งวงเหล้ากันก็ต้องไปดื่มสิจ๊ะ”

“เป็นเด็กเป็นเล็กหัดดื่มเหล้าด้วยเหรอมึง”

“เอ้าพี่จอมจ๋า นี่จันจ้าวสายดื่มเลยนะ”

“ไม่ต้องไป”

จอมราชผลักหน้าของจันจ้าวออกไป เพราะยิ่งพูดจันจ้าวยิ่งดันหน้าของตนเองเข้ามาใกล้กับจอมราช แต่ด้วยความที่จอมราชสูงกว่าหลายเซนทำให้ดันหน้าเข้าจนเกือบชนกับแผงอกอันแข็งแรงของจอมราชแทน

“ชิ... ขอไปด้วยก็ไม่ให้ไป”

“วงเหล้ามีแต่ผู้ใหญ่มึงเป็นเด็กจะไปนั่งกับเขาทำไม”

“ใครบอกเป็นเด็กจ๊ะ นี่จันจ้าวโตแล้วนะ โตจนเป็นเมียพี่จอมจ๋าได้แล้ว”

“อย่าแก่แดดนักจันจ้าว เอาเวลานี่ไปอ่านหนังสือบ้าง”

“แก่แดดยังไงก็ว่าเมียพี่อยู่ดี”

“เหรอ..”

จอมราชแกล้งคนน้องด้วยการโน้มตัวขยับหน้ามาใกล้ ๆ กับใบหน้าของคนน้อง จันจ้าวกำลังสตันทำอะไรไม่ถูกเพราะจอมราชไม่เข้าใกล้ตนเองขนาดนี้

“พ..พี่จอม รีบกลับไปเถอะจ้ะ หนูจะได้รีบปิดประตู เดี๋ยวแม่จ๋าจะเป็นห่วง”

“ไม่ไปกับกูแล้วเหรอ”

“มะ..ไม่ไปแล้วจ้ะ รีบกลับไปนะจ๊ะ!”

จันจ้าวตะโกนประโยคหลังกลับมาโดยที่ไม่ได้หันมามองจอมราชอีกรีบวิ่งไปจนเกือบจะสะดุดกับขั้นบันไดที่สูงขึ้นมานิดหน่อยจากพื้นดิน ส่วนเจ้าของอู่ซ่อมรถนั่นได้แต่ส่ายหน้าให้กับความโก๊ะของอีกคน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ตามจีบจอมราช   บทที่ 13

    13แล้วพี่จอมจะไปส่งหนูในฐานะอะไรจอมราชเอารถของจันจ้าวมาคืนเพราะว่าตอนที่จันจ้าวกลับจากอู่นั้นเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เจษกรณ์ออกจากอู่พอดี เจษกรณ์เลยอาสามาส่งจันจ้าวที่บ้าน จันจ้าวเองก็ไม่ได้ปฏิเสธเพราะว่าหมดแรงในการขับรถแล้ว เพราะเขาคนนั้นคนเดียว!เมื่อขับรถมาถึงหน้าบ้านของจันจ้าวแล้วนั้นจอมราชเดินเข้าไปเลยโดยไม่ได้กดกริ่งแต่อย่างใด หันซ้ายหันขวามองหาเจ้าของบ้านแต่ไร้วี่แววเจ้าของบ้าน จนกระทั้งเดินไปหลังบ้านก็ได้ยินเสียงเมี้ยว ๆ ดังขึ้น เดินเข้าไปเรื่อย ๆ เห็นว่าเป็นคนที่ตนเองตามหาอยู่จันจ้าวกำลังนั่งบนเก้าอี้ตัวเล็กในมือก็ถืออาหารเปียกของแมวไว้ด้วย แมวตัวสีขาว คงจะเป็นแมวของข้างบ้านเพราะว่าบ้านของจันจ้าวนั้นไม่ได้เลี้ยงแมว‘เมี้ยว’ เสียงแมวร้องดังขึ้นมาและเดินมายังที่จอมราชยืนอยู่ค่อย ๆ เอาหัวไปถู ๆ บริเวณขาของจอมราช จันจ้าวหันตามแมวมาเห็นว่าใครมาบ้านของตนเองก็ตกใจอยู่“เอ้า พี่จอมจ๋ามาได้ยังไงล่ะจ๊ะ” จันจ้าวยืนขึ้นนำมือมาปัดเศษหญ้า เศษดินที่ติดกางเกง ก้าวเดินไปหาจอมราชที่กำลังก้มองแมวอยู่ “ไม่ลองอุ้มน้องล่ะจ๊ะ น้องน่ารักนะไม่ดื้อด้วย” จันจ้าวเห็นว่าอีกคนไม่อุ้มสักที ตนเองเลยตัดสิน

  • ตามจีบจอมราช   บทที่ 12

    12จูบเบา ๆ เท่านั้น“แล้วใครเขาอยากกอดมึง”ตั้งแต่ที่จอมราชเอ่ยประโยคนี้มานั้นจันจ้าวก็ไม่ยอมให้จอมราชจับตัวอีกเลย กว่าจันจ้าวจะยอมให้จอมราชจับตัวได้ก็ต้องรอให้จันจ้าวนั้นหมดฤทธิ์ก่อน กลายเป็นว่าไม่ใช่แค่กอดแล้ว แต่กลายเป็นอุ้มแทนจอมราชเดินอุ้มคนน้องมายังบ้านพักหลังเล็กของตนเองที่อยู่หลังอู่เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าน้องชายของตนเองยังไม่หลับ“อุ๊ย ๆ อุ้มกันมาแบบนี้เลยเหรอ” ถ้าไม่ติดว่าอุ้มจันจ้าวอยู่นั้นจอมราชก็คงจะเข้าไปเตะเจษกรณ์แล้ว“อย่ามากวนตีนนัก ไปเปิดประตูห้องให้กูหน่อย”“เอ้า แล้วเมื่อกี้ทำไมเปิดประตูบ้านได้”“เพราะมึงปิดไม่ดีไงไอ้เจษ ประตูมันอ้าอยู่กูก็ใช้ตีนเปิด อีกนิดกูก็จะใช้ตีนถีบมึงด้วย”“ครับ ๆ ไม่แซวแล้วครับ แต่อย่าเผลอผมแซวแน่” เจษกรณ์พูดไว้แค่นั้นก็รีบวิ่งไปเปิดประตูห้องนอนให้กับพี่ชายของตนเองทันที เมื่อเห็นว่าพี่ชายเดินเข้าไปแล้วก็วายหันหน้าไปยิ้มกริ่มพร้อมกับเอ่ยแซวอีกครั้ง “เบา ๆ นะเว้ยพี่จอม ผมนอนอยู่บ้านหลังนี้ด้วย”จอมราชที่วางคนน้องไว้บนเตียงเรียบร้อยแล้วก็หยิบหมอนได้ก็ปาไปทางประตูทันที แต่เจษกรณ์นั้นปิดประตูและวิ่งหนีไปก่อนจอมราชเดินเข้าไปในห้องน้ำกลับออ

  • ตามจีบจอมราช   บทที่ 11

    11แล้วใครเขาอยากกอดมึงเรื่องราวของเหตุการณ์เมื่อคืนยังเป็นที่ถูกพูดถึงอยู่ตลอดจนเวลานี้เป็นเวลาสิบโมงกว่า ๆ แล้วคนในตลาดก็ยังคงพูดถึงทั้งจอมราชและพลอยใสจันจ้าวได้ยินแม่ค้า พ่อค้าพูดเรื่องนี้มาตั้งแต่ย่างก้าวเดินเข้ามาในตลาด จนเกือบจะสุดตลาดแล้วก็คงได้ยินตลอดแป๋วและนุชที่วันนี้มาเดินด้านในตลาดเป็นเพื่อนกับจันจ้าวนั้นได้แต่แอบมองหน้าของจันจ้าวเป็นระยะ ๆ คอยสังเกตสีหน้าของจันจ้าว แต่แล้วสีหน้าจันจ้าวที่ปรากฏให้เห็นนั้นมีแต่รอยยิ้ม ถึงแม้ว่าจะเป็นการยิ้มที่ดูฝืนก็เถอะ“พี่แป๋ว พี่นุชจ๊ะ จันว่าตรงนี้น่าจะไม่มีของอะไรที่เราต้องซื้อแล้วนะจ๊ะ เราเดินกลับกันไปดีไหมจ๊ะ” จันจ้าวหันหลังกลับมามองสองสาวที่เดินตามหลังอยู่ ก่อนที่จะเอ่ยประโยคเมื่อกี้ขึ้น“จ้ะน้องจัน วันนี้เราจะทำอะไรกินกันจ๊ะ ไหน ๆ ก็เป็นวันหยุดของพวกเราทั้งที”“นั้นสิจ๊ะ พี่อยากกินส้มตำ น้องจันว่าดีไหม” พี่นุชพูดขึ้นบ้าง“ก็ดีนะจ๊ะ เราทำกันเองดีกว่าไม่ต้องไปซื้อ จันจะได้โชว์ฝีมือการตำส้มตำให้พี่ ๆ ได้กิน ถึงแม้ว่าพี่ ๆ จะกินบ่อยแล้วก็เถอะ”“ฮ่า ๆ” สองสาวประสานเสียงขำ“งั้นเราไปซื้อมะละกอ และของที่ต้องใช้กันดีกว่าจ้ะ”“จ้ะ”ทั้งส

  • ตามจีบจอมราช   บทที่ 10

    10คนที่จอมราชรีบไปหาวันนี้เป็นวันที่สองเข้าไปแล้วที่จันจ้าวนั้นกำลังหลบหน้าของจอมราช ตัวของจันจ้าวพยายามทำตัวเหมือนกับว่าตนเองไม่ว่างทั้ง ๆ ที่ช่วงนี้ตนเองนั้นว่างตลอด จันจ้าวที่นั่งเหม่อ ๆ อยู่ภายในห้องนั่งเล่นที่บ้านของตนเอง ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์บ้านที่ดังขึ้น ทำให้ตนเองต้องเดินไปรับสายนั้นเพราะว่าแม่จ๋าออกไปขายขนมตั้งแต่ช่วงสาย ๆ แล้ว“ฮัลโหล...” จันจ้าวยังไม่ทันที่จะพูดจบประโยค ปลายสายก็แทรกขึ้นมาก่อน“ฮัลโหลภา ภาเหรอนี่พี่เองนะ”พี่เองนะ? เสียงของพ่อเหรอจันจ้าวได้แต่นึกในใจของตนเองไม่ได้เอ่ยถามอะไรกลับไป เพราะกำลังฟังปลายสายพูดอะไรก็ไม่รู้อยู่“ภา ภาได้ยินพี่ไหม”“ผมไม่ใช่แม่จ๋าครับ แล้วแม่จ๋าก็ไม่อยู่ครับ”“จันจ้าวเองเหรอลูก นี่พ่อนะครับ”“มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ”“พ่อจะมาคุยแม่เราเรื่องเดิมนั้นแหละลูก ที่พ่อขอเข้าไปอยู่ที่บ้านด้วย ไหน ๆ พ่อก็ได้คุยกับเราแล้ว เราอนุญาตพ่อใช่ไหมลูก”“อนุญาตอะไรครับ ผมไม่รู้เรื่อง ถ้าไม่มีอะไรผมขอวางสายก่อนนะครับ ผมไม่ว่าง”จันจ้าวพูดเพียงแค่นั้นก็เอาโทรศัพท์บ้านวางไว้ที่เดิมของมัน ส่วนตนเองก็เดินไปนั่งที่โซฟาของตัวเดิมพ่อเหรอ? แล้วเรื่องที่จะ

  • ตามจีบจอมราช   บทที่ 9

    9จุมพิตฉบับจันจ้าวทั้งสองคนมุ่งหน้าสู่คอนโดของจันจ้าว โดยที่เจ้าของห้องในตอนนี้กำลังหลับไหลอยู่ปล่อยให้เจ้าของอู่อย่างจอมราชที่รับหน้าที่เป็นคนขับรถในตอนนี้ต้องอยู่คนเดียว จอมราชร้องเพลงคลอไปพร้อมกับเสียงเพลงเบา ๆ เพื่อไม่ให้รบกวนคนที่กำลังนอนหลับฝันดีเพียงชั่งครู่ก็มาถึงคอนโดของจันจ้าวแล้วเรียบร้อย คอนโดนี้มีพนักงานรักษาความปลอดภัยอยู่หน้าป้อมยามสองคน จอมราชเลยอุ่นใจมากขึ้น เพราะในตอนแรกที่รับรู้ว่าคนน้องจะมาอยู่คอนโดก็กลัวว่าที่พักจะไม่ปลอดภัย แต่ปรากฏว่าเมื่อตนเองได้มาดูลาดเลาไว้บ้างแล้วก็รับรู้ได้ว่าปลอดภัยดี พนักงานรักษาความปลอดภัยที่จำหน้าของจอมราชได้ก็ปล่อยให้อีกคนได้เข้าไปโดยที่ไม่ได้ถามอะไรมากมายนักตอนแรกกะไว้ว่าจะปลุกคนน้องให้เดินขึ้นไปบนห้องแบบดี ๆ แต่ดูจากการนอนหลับแล้วคงจะไม่มีท่าทีว่าจะตื่นง่าย ๆ เลยตัดสินใจอุ้มคนน้องไว้ในท่าเจ้าสาวแทน จอมราชเดินผ่านเข้าประตูไปได้เพราะมีคนกำลังเดินเข้าพอดี ยืนรอเพียงสองนาทีลิฟต์ก็ลงมายังชั้นล่างเรียบร้อยแล้ว จอมราชเดินเข้าไปยืนอยู่หลัง ๆ ของลิฟต์ถึงแม้ว่าจะมีคนหันมามองดูบ้างแต่จอมราชไม่ได้สนใจอะไรมากนัก จอมราชได้เอ่ยปากฝากคนที่ยืนอยู

  • ตามจีบจอมราช   บทที่ 8

    8จันจ้าวมีคนมาจีบ จันจ้าวกำลังนอนหลับขณะที่อาจารย์สอนอยู่ถึงแม้ว่าตนเองกำลังนอนฟุบกับโต๊ะแต่หูนั้นยังคงได้ยินเสียงรอบข้างอยู่ เพื่อนสนิทของตนเองมักจะคุยกันเรื่องที่อาจารย์กำลังสอน แต่บางกลุ่มที่กำลังนั่งคุยเรื่องของรุ่นพี่ที่เพิ่งเดินผ่านไปไม่นาน จันจ้าวเองที่ได้ยินเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ตนเองเกิดความสนใจอยากจะรู้เรื่องด้วยเลยเงยหน้าขึ้นหันไปมองเพื่อนสนิททั้งสองคน “ใครมา” “พี่แชมป์เดินผ่านไปเมื่อกี้” นะโมเอ่ยตอบกลับและก้มหน้าลงไปจดชีทสรุปแบบเดิมโดยที่ไม่ได้สนใจมากมายนัก ส่วนจันจ้าวเองก็แค่พยักหน้าตอบ แค่อยากรู้เท่านั้นแหละว่าใครเดินผ่าน แต่ต่อให้ใครเดินผ่านไปก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตนเองอยู่ดี จันจ้าวเลยฟุบนอนไปกับโต๊ะแบบเดิม เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงได้เวลาเลิกเรียนแล้วทั้งสามคนเก็บกระเป๋าพร้อมที่จะลงไปหาอะไรทานที่โรงอาหาร ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะบ่ายสองแล้วไม่รู้ว่าที่โรงอาหารของคณะจะมีอะไรให้ทานอีกไหม หรือทุกอย่างจะหมดแล้ว “ไปกันเถอะ” ปุบฝ้ายหันไปมองเพื่อนสนิททั้งสองคนและเอ่ยขึ้นมา ทั้งสองคนที่อยู่ด้านหลังก็พยักหน้าเห็นด้วยพร้อมกับเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status