Mag-log in
“หา...เชี่ยไรวะเนี่ย!”
เสียงแจ้งเตือนจากมือถือดังติ๊ง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงสบถเต็มเหนี่ยวจากเจ้าของมือถือที่ดังลั่นประหนึ่งหม้อแกงระเบิดกลางครัว ดังจนลูกมือสองสามคนที่กำลังหั่นผัก แกะกุ้ง และเคี่ยวซุปอยู่ถึงกับชะงักมือ หันมามองต้นเสียงเป็นตาเดียว สีหน้าประหวั่นพรั่นพรึงกลัวว่า คนสบถจะเขวี้ยงตะหลิวหรือทัพพีตามมาด้วยหรือไม่
ต้นเหตุของความหัวร้อนมาจากรายการแข่งทำอาหารชื่อดังอย่าง The Golden Chef Thailand หรือที่เรียกกันติดปากว่า รายการเชฟกระทะทองคำ ที่เคยเป็นไวรัลในซีซั่นแรก ได้เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมรายการในซีซั่นที่สอง เตรียมความพร้อมให้คนทั้งประเทศตั้งตารอดูความดุเด็ดเผ็ดมันของเหล่าเชฟที่จะมาประชันฝีมือ
แน่นอนว่า เชฟเล้ง เชฟสุดหล่อคนดังในโลกโซเชียลฯ ที่ดังจากแฮชแท็ก #อยากกินเล้ง หัวหน้าเชฟวัยสามสิบต้นๆ ประจำภัตตาคารหรูของโรงแรมระดับห้าดาว เดอะ แกรนด์ คริสตัล ฮาบิเทล ก็เพิ่งได้รับข้อความยืนยันว่าเขาได้เข้ารอบ สิบคนสุดท้ายจากผู้สมัครหลายร้อยคน
ดีใจไหม? ไม่ต้องถามเลย วินาทีแรกที่เห็นอีเมล เขายิ้มจนปากแทบฉีกถึงใบหู แต่ในขณะที่กำลังจะกระโดดโลดเต้นอยู่นั้น ความดีใจก็สะดุดกึกเมื่อเลื่อนสายตาไปเห็นโจทย์ที่แนบมาด้านล่าง
โจทย์แรก…อาหารทะเล โจทย์นี้ยังพอไหว ซีฟู้ดไม่ใช่แค่ของที่เขาคุ้นมือ แต่ยังเป็นของโปรดอันดับต้นๆ ที่เขาใช้พิชิตใจลูกค้ามานับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นหอยนางรมสดเสิร์ฟแบบช็อตราดซอสเลมอนสูตรเฉพาะ ปลาหมึกย่างเกลือหิมาลายัน หรือแม้แต่ล็อบสเตอร์ราดซอสต้มยำ เขาก็ทำออกมาได้ดีแบบไม่มีใครกล้าติ ด้วยความรักในกลิ่นทะเลและเทคนิคที่ฝึกมาจนปลายนิ้วจำได้เอง โจทย์นี้คิดว่าชิลๆ ไม่ต่างจากเดินเล่นริมชายหาดมากนัก
โจทย์ที่สอง…อาหารป่า อันนี้ยิ่งถนัด แม่เขาเปิดร้านอาหารป่ามาเกือบสามสิบปี แค่ได้กลิ่นเนื้อกวางผัดเผ็ด หรือเนื้อจระเข้ผัดฉ่าพ่นไฟ เพียงแค่นี้ก็รู้แล้วว่าจานไหนรสชาติเข้าเครื่อง จานไหนห่วยแตกหมาไม่รับประทาน
แต่ทว่าพอไล่สายตามาเรื่อยๆ จนถึงโจทย์ในสัปดาห์ที่สาม…อาหารอีสาน!
นั่นแหละ ความเครียดเริ่มแวะมาทักทาย ไมเกรนเริ่มแดกหัวด้านซ้าย ความมั่นใจที่เคยสูงลิ่วหล่นตุบเหมือนข้าวเหนียวหล่นจากหวด เขานั่งนิ่ง มือกุมขมับ ลมหายใจติดขัดราวกับโดนกลิ่นปลาร้าตีเข้าหน้ายังไงยังงั้น
แม้รายการนี้จะชูจุดขายว่าเป็นเวทีแข่งทำอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่น ที่เปิดกว้างให้ผู้เข้าแข่งขันใส่ไอเดียสร้างสรรค์เต็มที่ก็เถอะ แต่ปัญหาคือ อาหารอีสานดันไปโผล่อยู่ในช่วงต้นๆ ของการแข่งขันนี่สิ ซึ่งก็รู้ๆ กันอยู่ว่าถ้าทำเมนูในรอบแรกๆ ได้ไม่ถึงใจกรรมการ ต่อให้โจทย์หลังๆ จะทำดีขนาดไหน ก็ต้องตกรอบเก็บกระเป๋ากลับบ้านแต่โดยดี
แล้วถ้าวัตถุดิบลับดันเป็นปลาร้าด้วยล่ะก็...จบเกมตั้งแต่ยังไม่ทันได้ตั้งเตาดังไฟ[1]ใส่ถ่านอย่างแน่นอน
เล้งนั่งกุมขมับอยู่ได้ไม่กี่อึดใจ บอย ผู้ช่วยเชฟประจำครัวที่ขึ้นชื่อว่าพลังงานล้นเหลือประหนึ่งอัดกาแฟสิบแก้วต่อวัน ก็เดินดุ่มๆ เข้ามาพร้อมท่าทางอารมณ์ดีสุดขีด มือหนึ่งหอบผักถุงใหญ่ที่เพิ่งเอาออกจากตู้แช่ อีกมือถือกะละมังสแตนเลสใบโต แต่พอเห็นสีหน้าเจ้านายตัวเองก็ต้องชะงักกึก เพราะหน้าของเล้งตอนนี้บิดเบ้ราวกับเพิ่งชิมแกงบูดค้างคืนมาก็ไม่ปาน
“โห...เฮีย หน้าบูดอย่างกับตูดลิง ไปเจออะไรมาครับเนี่ย”
“...”
ทว่าเล้งยังไม่ทันได้ตอบอะไร บอยก็เหมือนมีสัญชาตญาณของหมาขี้ประจบ วางของลงแล้วรีบพุ่งตัวเข้าหา ชะโงกหน้าข้ามไหล่ มองจอโทรศัพท์ในมือเจ้านายแบบไม่ต้องขออนุญาต ตามประสาลูกน้องที่คุ้นเคยกันดี และเมื่อเขาเห็นข้อความเต็มตา บอยก็เบิกตากว้าง ไม่ต่างจากเพิ่งเห็นลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งในแอปเป๋าตังค์
“เฮ้ย! เฮียเข้ารอบสิบคนสุดท้ายใช่ปะเนี่ย!” บอยดีใจยิ่งกว่าเจ้าตัว ก่อนจะกระโจนเข้ากอดเล้งแน่น เขย่าตัวเล้งยิกๆ ก่อนจะชะงักเบรกอารมณ์ตัวเอง เมื่อเพิ่งสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายยังหน้านิ่ง เลยโพล่งถามอย่างงงๆ “แต่เดี๋ยวนะ ทำไมเฮียไม่ดีล่ะ ไหนบอกว่าอยากไปแข่งรายการนี้มากไม่ใช่เหรอ”
[1] ดังไฟ - ภาษาถิ่นอีสาน, เหนือ แปลว่า ก่อไฟ หรือจุดไฟ
ความจริงแล้ว ไม่มีจุดไหนเลยที่เขาไม่หลงใหลคลั่งใคล้ในตัวเธอ แน่นอนว่าเขาชอบเสียงหอบพร่าของเธอเมื่อถูกกระแทกแรงๆ เขาชอบความรู้สึกที่ร่องสวาทของเธอโอบรัดเอ็นใหญ่ของเขาแน่นหนึบ ชอบแววตาวาบหวามยามที่เธอหันกลับมามองอย่างอ่อนแรง ทว่ายังเต็มไปด้วยความปรารถนาหลังจากอิ่มหนำกับท่าทางยั่วเย้าบนโต๊ะใหญ่กลางครัวแล้ว เขาก็ดึงร่างเธอลงมาจากโต๊ะ จับให้ยืนหันหลัง โก้งโค้งกับโต๊ะสแตนเลสตัวเดิมอย่างไม่รีรอ มือสองข้างของเธอยันโต๊ะแน่นในขณะที่เขายืนแนบชิดด้านหลัง แล้วเสียบสากกะเบือหุ้มหนังไซซ์ยักษ์เข้าไปในร่องสวาทจากทางด้านหลังในจังหวะเดียวเต็มแรง“อื้อ...ผัวหนูเอาเก่งจัง…เอาหนูท่านี้ทุกวันเลยได้ไหมคะ…อะ…อ๊า...” เสียงกระแทกดังสลับกับเสียงครางกระเส่าหวานหู เธอสั่นสะท้านไปทั้งร่างจนแทบยืนไม่ไหว“แสดงว่าติดใจท่านี้เข้าแล้วสิ”“อื้อ...มันลึกมาก...แล้วก็...เสียว...มากค่ะ...” เธอตอบกลับทั้งที่ยังสะอื้นหอบจากแรงอารมณ์ดูเหมือนว่าทั้งเขาและเธอจะชอบท่านี้เอามากๆ ระหว่างที่เขากระแทกกระทั้นเสียบเสย มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนไปจับเอวเธอไว้แน่นเพื่อยึดรั้งจังหวะสะโพกให้มั่นคง ส่วนอีกมือเลื่อนขึ้นมาประคองเต้าอวบที่แกว่งกระ
นิ้วโป้งลูบวนแผ่วเบาตรงหัวนมที่ขึงตึงจนดันผ้าชั้นในแน่นตึง เขาขยับมือสลับหนักเบาเป็นจังหวะ ขณะที่ดวงตายังคงจ้องมองเธอด้วยแววตาแน่นขนัดไปด้วยแรงปรารถนาที่ควบคุมไม่อยู่แตงหวานหลับตาพริ้มรับสัมผัสนั้นอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะเบาๆ ออกมา แล้วพึมพำอย่างงุนงง“ทำไมจู่ๆ ก็เกิดอารมณ์ขึ้นมาอีกแล้วละคะ ตอนบ่ายเราเพิ่งกินกันไป ตอนนี้พี่หิวอีกแล้วเหรอ”เขาผละริมฝีปากออกเพียงเล็กน้อย ทิ้งระยะห่างแค่พอให้ลมหายใจร้อนผ่าวยังรินรดปลายจมูกของเธอได้ชัดเจน“ก็แค่อยากเจิมครัวใหม่ อยากให้หนูมีภาพจำดีๆ ว่าเซ็กซ์ของเราในห้องครัวห้องนี้...มันเร่าร้อนมากแค่ไหน”เขาว่าพลางดึงสายเดรสของเธอลงจากไหล่ทั้งสองข้าง ปล่อยให้เนื้อผ้านุ่มลื่นไหลลงตามแขนจนทรวงอกอวบอิ่มผุดพ้นออกมาอย่างเป็นอิสระ ความเต่งตึงและขาวเนียนของทรวงอกทำเอาเขาต้องกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะยกมือขึ้นประคองสองเต้าเต็มสองฝ่ามือนิ้วทั้งห้ากดแน่นลงไปบนผิวเนื้ออย่างหลงใหล เคล้นคลึงสลับแรงเบาราวกับกำลังละเลียดความหิวกระหายที่สะสมมาตลอดเย็น ความนุ่มแน่นล้นทะลักออกมาตามง่ามนิ้วจนเขาแทบไม่อยากละมือไปจากตรงนั้นเล้งหลงใหลก้อนกลมนุ่มของเธออย่างที่สุด เขา
“ไม่ได้นะคะพี่เล้ง จู่ๆ พี่จะมายกร้านให้หนูแบบนี้ได้ยังไง หนูรับไว้ไม่ได้จริงๆ ค่ะ มันมากเกินไป หนูเป็นแค่แม่ค้าขายส้มตำในตลาด ไม่กล้าคิดกล้าฝันอะไรใหญโตแบบนี้หรอกค่ะ”น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกเกรงใจและไม่มั่นใจในตัวเอง ขณะสายตากวาดมองไปรอบๆ บ้านที่ถูกปรับแต่งเป็นร้านอาหารอย่างสวยงามอีกครั้ง ราวกับไม่อยากเชื่อว่าเขาทำทั้งหมดนี้ให้เธอจริงๆ หากแต่เล้งกลับยิ้มละมุน ดึงมือของเธอมากุมไว้แน่น“อย่าปฏิเสธเลยนะคนดี พี่ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่พี่ทำเพราะอยากเห็นหนูมีความสุข พี่รู้ว่าหนูเก่งมาก ผีมือหนูไม่ธรรมดา ขอแค่หนูกล้าก้าวข้ามความกลัวนั่นให้ได้ พี่พร้อมซัปพอร์ตทุกอย่างเอง”“แต่…”“ชู่ว…ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น” เขาเอื้อมมือมาประคองใบหน้าเธอ สายตาสบมองด้วยความแน่วแน่และเปี่ยมความห่วงใย ”อืม...งั้นเอางี้ดีไหม ให้หนูลองเปลี่ยนจากคิดถึงตัวเองมาคิดถึงอนาคตของลูกเราดีกว่านะ พี่อยากให้เขาเติบโตในสถานที่ที่แม่เขารัก อีกอย่าง...พี่ก็จะได้ดูแลหนูได้ง่ายๆ ด้วยไง”แตงหวานเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาอย่างไม่แน่ใจนัก“พี่เล้ง...แล้วพี่ไม่อายเหรอคะ พี่เป็นเชฟชื่อดัง มีหน้ามีต
“สมัยนี้หาคนสวยที่ทั้งขยัน ทั้งสู้ชีวิต ไม่อายทำกินแบบหนูยากมากเลยนะ สาวๆ ส่วนใหญ่พากันรวยทางลัดกันทั้งนั้น แม่ชอบคนแบบหนูมากเลย ลูกแม่ตาถึงจริงๆ”ดูเหมือนว่าที่แม่สามีจะถูกชะตา หลงว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้ไม่เบา แม้แต่ในช่วงมื้อค่ำที่ทั้งสามคนได้นั่งล้อมวงกินข้าวกันอย่างอบอุ่น แม่ของเล้งเอ่ยชมฝีมือการทำอาหารของเธอไม่หยุดปาก เล่าว่าหลายครั้งที่ลูกชายของตนแวะเวียนเอาอาหารจากร้านเธอมาฝาก เธอก็อดทึ่งไม่ได้กับรสชาติที่กลมกล่อม แซ่บนัวถึงใจความรู้สึกเกร็งประหม่าในใจแตงหวานค่อยๆ เลือนหายไป เมื่อเธอได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ทุกถ้อยคำชื่นชมและแววตาเอ็นดูจากคุณนายละไมหลอมละลายความกังวลจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกซาบซึ้งใจที่เอ่อล้นในอก ขณะเดียวกัน เล้งก็ยิ้มกว้างอย่างคนที่โล่งใจ เขานั่งมองแม่กับคนรักของตนสนทนากันอย่างออกรสด้วยแววตาเปี่ยมสุข ยิ่งเห็นภาพนั้น เขายิ่งมั่นใจว่าบ้านหลังนี้จะไม่มีปัญหาโลกแตกอย่างแม่ผัวกับลูกสะใภ้อย่างแน่นอนกระทั่งเกือบสามทุ่ม ถึงเวลาเข้านอนของคุณนายละไม ทั้งสองกล่าวคำร่ำลาตามมารยาทเสร็จเรียบร้อย เล้งจึงอาสาขับรถไปส่งแตงหวานที่บ้าน ทว่าระหว่างทางกลับ เขากลับเปลี่ยนเส้
ความรักของทั้งคู่เติบโตงอกงามมากขึ้นทุกวัน แม้เล้งต้องเผชิญความเหนื่อยล้าจากการทำงานในเมืองที่วุ่นวาย ทั้งงานเชฟที่โรงแรม เดินสายถ่ายทำรายการต่างๆ ที่เป็นหนึ่งในข้อตกลงกับรายการเชฟกระทะทอง ทว่าเขาก็ไม่เคยละเลยที่จะทำหน้าที่คนรักที่ดี ฝ่ารถติดนานนับชั่วโมง เพื่อไปหาแตงหวานที่บ้านเธอแถวชานเมืองความเสมอต้นเสมอปลายของเขา ไม่จำเป็นต้องประกาศให้ใครรู้ แต่มันคือคำสัญญาที่แนบแน่นในทุกการกระทำที่เขามีต่อเธอ กระทั่งถึงวันหยุดของร้านแตงหวาน เล้งก็ไม่รอช้า รีบคว้าโอกาสนี้ชวนเธอไปดินเนอร์ตามแผนที่เขาตั้งใจเตรียมไว้มาได้สักพักแต่ดูเหมือนจะผิดคาดไปมากสำหรับแตงหวาน เพราะดินเนอร์ที่ว่า กลับไม่ใช่ร้านหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือดาดฟ้าตึกสูงสุดโรแมนติกอย่างที่เธอจินตนาการ หากแต่เป็นบ้านหลังใหญ่ใจกลางเมืองของเขาเอง บ้านและที่ดินราคาหลักหลายร้อยล้าน แพงจนเธอไม่กล้าคิดฝันและยิ่งทำให้เธอประหลาดใจมากขึ้นไปอีก เมื่อรู้ว่าเขาพาเธอมาที่นี่ เพื่อพบกับแม่ของเขา เจ้าของร้านอาหารป่าป้าละไม ผู้เป็นแรงบันดาลใจเบื้องหลังเส้นทางสายอาชีพของเขาทันทีที่รถแล่นเข้าเขตรั้วบ้าน แตงหวานก็เริ่มเกร็งจนเห็นได้ชัด เธอหันมาทำเสีย
“เชฟเล้งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในทุกโจทย์ที่ได้รับ อาหารของเขาเต็มไปด้วยรสชาติกลมกล่อม นำเสนอด้วยความคิดสร้างสรรค์ และยังรักษามาตรฐานระดับสูงไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย” กรรมการอีกคนพูดเสริม ก่อนที่กรรมการหญิงที่ยืนข้างๆ จะเอ่ยถึงเชฟฮานะ ที่ตอนนี้ยังยิ้มสู้ ตบบ่าแสดงความยินดีกับเล้งด้วยสปิริต“เชฟฮานะเองก็ฝีมือเยี่ยมค่ะ หวังว่าเราจะได้เห็นพัฒนาการของเชฟฮานะในซีซั่นต่อๆ ไปนะคะ”หากจะพูดกันตามความเป็นจริง คู่แข่งคนสำคัญของเล้งก็รักษามาตรฐานได้ดีมาโดยตลอดในทุกโจทย์ก่อนหน้านี้ ทว่ารอบตัดสินกลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อหัวข้อที่ต้องเชื่อมโยงกับรสมือแม่กลับไม่สอดคล้องกับจริตการปรุงอาหารของเธอ ซึ่งถนัดอาหารญี่ปุ่นกับอาหารยุโรปเป็นหลัก ทำให้เธอไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกผูกพันและอบอุ่นในแบบบ้านๆ ได้อย่างลึกซึ้งเพียงพอนอกจากนี้ จังหวะในการชิมก็มีผลไม่น้อย เมื่อกรรมการได้ลิ้มรสอาหารของเล้งก่อน ซึ่งสามารถปลุกอารมณ์และความทรงจำเกี่ยวกับบ้านและแม่ได้อย่างชัดเจนจนตราตรึงใจ แต่เมื่อต้องชิมอาหารของเธอในลำดับถัดมา จึงกลายเป็นว่ารสชาติที่แม้จะละเมียดละไม ทว่ากลับดูจืดจางลงไปอย่างมีนัยยะกระทั่งโปรด







