Home / โรแมนติก / ถึงเขาร้าย...เธอก็ยังรัก / ตอนที่ 3: เชลยที่ต้องชดใช้หนี้แค้น

Share

ตอนที่ 3: เชลยที่ต้องชดใช้หนี้แค้น

Author: PEACH_SHERBET
last update publish date: 2026-09-30 16:06:10

พิธีวิวาห์ที่ควรจะชื่นมื่นกลับเงียบเชียบราวดั่งงานศพ แขกเหรื่อมีเพียงญาติผู้ใหญ่ไม่กี่คนของฝ่ายอคินทร์ที่มองมายังหลานสะใภ้ ลูกสาวเศรษฐีด้วยสายตาว่างเปล่า ไร้รอยยิ้ม ไร้คำอวยพร มีเพียงความเย็นชาที่กรีดลึกลงในใจ

ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์หลังจากการจดทะเบียนสมรสที่เปรียบเสมือนการตีตราทาส ลัลนลินก็ถูกส่งตัวมายังคฤหาสน์ของตระกูลเธียรประเสริฐในฐานะภรรยาตามกฎหมาย

รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวผ่านประตูเหล็กดัดขนาดมหึมาที่เปิดออกอย่างเชื่องช้า เสียงล้อบดเบียดกับพื้นกรวดละเอียดดังแผ่วเบา สวนสไตล์ยุโรปที่เคยเห็นเพียงในรูปถ่ายปรากฏแก่สายตา สนามหญ้าเขียวขจีได้รับการตัดแต่งอย่างประณีต น้ำพุหินอ่อนรูปคิวปิดตั้งตระหง่านอยู่กลางวงเวียน ทว่าความงดงามของมันกลับไม่สามารถทำให้หัวใจที่หนักอึ้งของเธอเบาลงได้เลยแม้แต่น้อย.... คนขับรถจอดเทียบหน้าทางเข้าและรีบลงมาเปิดประตูให้ด้วยท่าทีนอบน้อมแต่ห่างเหิน เขาโค้งศีรษะให้เล็กน้อยแล้วเดินเลี่ยงไปอีกทาง ปล่อยให้เธอยืนเผชิญหน้ากับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่ถูกนำลงจากท้ายรถมาวางไว้บนพื้นกรวดแต่เพียงลำพัง

ลัลนลินสูดหายใจลึก เธอเกร็งมือจับคันลากกระเป๋าเดินทาง ลากมันข้ามธรณีประตูหินอ่อนเข้าไปในตัวคฤหาสน์

ความโอ่อ่าอลังการของโถงต้อนรับทำให้เธอต้องหยุดชะงัก พื้นหินอ่อนขัดเงาวับสะท้อนแสงจากโคมระย้าคริสตัลขนาดใหญ่ที่ห้อยลงมาจากเพดานสูงลิ่วจนแทบมองไม่เห็นยอด บันไดโค้งคู่ทอดตัวขึ้นไปยังชั้นสองราวกับแขนที่เปิดอ้ารอรับ แต่บรรยากาศกลับอ้างว้างและเย็นเยียบจนน่าประหลาด เสียงล้อกระเป๋าเดินทางของเธอดังก้องสะท้อนไปทั่วโถงกว้าง ยิ่งขับเน้นความโดดเดี่ยวของเธอในอาณาจักรแห่งนี้ได้อย่างชัดเจน

หญิงสูงวัยในชุดแม่บ้านสีเทาเข้มเรียบกริบเดินออกมาจากด้านใน ผมสีดอกเลาถูกรวบเป็นมวยเรียบร้อย เธอแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงราบเรียบปราศจากอารมณ์ว่าชื่อป้านวล เป็นหัวหน้าแม่บ้าน

“คุณผู้ชายกำลังจะลงมาค่ะ”

ลัลนลินพยักหน้ารับแล้วยืนรออย่างสงบเสงี่ยม มือสองข้างประสานกันไว้ด้านหน้า ไม่กล้าแม้แต่จะมองสำรวจไปรอบๆ มากกว่านี้ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงสิ่งแปลกปลอมที่ถูกนำมาวางไว้ผิดที่ผิดทาง

เสียงฝีเท้าย่ำหนักดังลงมาจากบันไดไม้สักขัดเงา อคินทร์อยู่ในชุดลำลองสบายๆ เป็นเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีน้ำเงินเข้มกับกางเกงสแล็คสีครีม แต่รัศมีแห่งอำนาจและความกดดันกลับแผ่ออกมาอย่างเต็มเปี่ยม.... ดวงตาคมกริบคู่นั้นตวัดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยแววตาประเมินค่า ก่อนจะหยุดลงที่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่วางอยู่ข้างตัวเธอ

รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา

“ขนสมบัติมาเยอะดีนี่”

เขาไม่ได้พูดกับเธอโดยตรง แต่หันไปสั่งป้านวลด้วยน้ำเสียงเย็นชาเด็ดขาด

“ป้านวล เอาของของคุณผู้หญิงคนใหม่ไปเก็บไว้ที่ห้องเก็บของท้ายสวน”

คำสั่งนั้นทำให้ทั้งลัลนลินและแม้แต่ป้านวลเองก็ชะงักไป ป้านวลมีสีหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด เธอเหลือบมองลัลนลินแวบหนึ่งก่อนจะก้มหน้าตอบเจ้านาย

“คะ.....คุณผู้ชาย แต่ว่า......”

“ไม่ได้ยินที่สั่งหรือไง” เขากดเสียงต่ำลง แววตาแข็งกร้าวขึ้นจนน่ากลัว “หรือต้องให้พูดซ้ำ”

“ได้ยินแล้วค่ะ”

ป้านวลรีบก้มหน้ารับคำอย่างหวาดๆ แล้วหันไปส่งสัญญาณให้สาวใช้อีกสองคนที่ยืนหลบมุมอยู่

ลัลนลินทนไม่ไหวอีกต่อไป

“เดี๋ยวก่อนค่ะ!” เธอหันไปเผชิญหน้ากับเขาโดยตรง ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกหยามหยันที่ถูกกระทำ “ของข้างในเป็นของใช้ส่วนตัวของฉันนะคะ ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย”

“ทำไม?” อคินทร์หัวเราะในลำคอ เขาเดินลงบันไดมาจนถึงขั้นสุดท้ายแล้วก้าวเข้ามาประจันหน้ากับเธอ  หยุดยืนห่างกันไม่ถึงช่วงแขน “แล้วเธอคิดว่าของที่มาจากเงินสกปรกของพ่อเธอมีค่าพอที่จะเอามาเก็บไว้ในบ้านของฉันงั้นเหรอ”

คำพูดของเขาเหมือนแส้ที่ฟาดลงกลางใจ

“คุณพ่อฉัน......”

“อย่ามาเรียกมันว่าพ่อให้ฉันได้ยิน!” เสียงของเขาตวาดกร้าวขึ้นจนเธอสะดุ้งถอยหลังไปหนึ่งก้าว สาวใช้ที่กำลังจะเข้ามาจับกระเป๋าก็พลอยหยุดชะงักไปด้วย “ลูกของฆาตกรอย่างเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหายใจอยู่ในที่ของฉันด้วยซ้ำ!”

“คุณพ่อฉันไม่ใช่ฆาตกร!” ลัลนลินเถียงกลับทั้งน้ำตาคลอหน่วย เสียงของเธอสั่นเครือแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่เหลืออยู่เป็นครั้งสุดท้าย “ท่านเป็นผู้มีพระคุณของคุณ! ถ้าไม่มีท่าน ป่านนี้คุณจะเป็นยังไงก็ไม่รู้!”

คำพูดของเธอเหมือนราดน้ำมันลงบนกองไฟ อคินทร์ย่างสามขุมเข้ามาใกล้จนเธอแผ่นหลังชนเข้ากับผนังเย็นเฉียบ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเกรี้ยวโกรธ

“ผู้มีพระคุณ? คนที่วางแผนฮุบทุกอย่างของพ่อฉันไปจนท่านต้องตรอมใจตาย....นั่นน่ะเหรอที่เธอเรียกว่าผู้มีพระคุณ!”

“ไม่จริง! นั่นมันไม่จริง คุณกำลังเข้าใจผิด!”

เธอส่ายหน้าปฏิเสธ พยายามดันตัวเองให้ห่างจากไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขา

“หุบปาก!” เขากระชากเสียง “ฉันไม่อยากได้ยินคำแก้ตัวอะไรจากปากของพวกงูพิษอย่างเธอ!”

เขายกมือขึ้นสูง เงื้อค้างอยู่กลางอากาศจนลัลนลินหลับตาปี๋ด้วยความตกใจ เธอกำมือแน่น เตรียมพร้อมรับความเจ็บปวดที่จะมาถึง

แต่ฝ่ามือนั้นก็ไม่ได้ฟาดลงมา

ความเงียบเข้าครอบงำชั่วอึดใจหนึ่ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบหนักของเขา เมื่อลัลนลินค่อยๆ ลืมตาขึ้น ก็เห็นมือของเขากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนอยู่ห่างจากใบหน้าเธอไม่ถึงคืบ แววตาของเขาวูบไหวด้วยอารมณ์ที่หลากหลายเกินกว่าเธอจะอ่านออก.... มีทั้งความโกรธ ความเกลียดชัง และอะไรบางอย่างที่คล้ายกับความเจ็บปวด ก่อนที่ทุกอย่างจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและเหยียดหยามดังเดิม

เขาชักมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับสัมผัสของร้อน

“จำไว้” เขากล่าวเสียงลอดไรฟัน แต่ละคำเชือดเฉือนราวกับใบมีด “สถานะภรรยาของฉันที่เธอได้มา มันก็แค่ตำแหน่งลวงโลก อย่าได้ริอาจทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของที่นี่เด็ดขาด.... เพราะสำหรับฉัน เธอไม่มีค่าอะไรมากไปกว่าเชลยที่ต้องชดใช้หนี้แค้นแทนพ่อของเธอ”

อคินทร์หันหลังแล้วเดินขึ้นบันไดกลับไปยังชั้นบนทันที ไม่แม้แต่จะชายตามองเธออีก ทิ้งให้ลัลนลินยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับป้านวลและสาวใช้อีกสองสามคนที่ยืนก้มหน้ามองพื้น ไม่มีใครกล้าสบตาเธอ

“เชิญค่ะ คุณผู้หญิง”

ป้านวลเอ่ยเสียงแผ่วเบา พยักพเยิดไปทางด้านหลังของคฤหาสน์

ลัลนลินกลืนก้อนความขมขื่นลงคอ เธอไม่มองกระเป๋าเดินทางของตัวเองที่สาวใช้กำลังลากออกไป แต่เดินตามป้านวลไปยังห้องเก็บของที่เขาจัดเตรียมไว้ให้ด้วยฝีเท้าที่หนักอึ้งราวกับถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น

ในห้องเก็บของท้ายสวน สมบัติพัสถานของเธอ เสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพง กระเป๋า รองเท้าที่เคยเป็นความภาคภูมิใจ บัดนี้ถูกโยนกองรวมกันอยู่บนพื้นปูนที่เต็มไปด้วยฝุ่นอย่างไม่ไยดีราวกับเป็นกองขยะ

ป้านวลและสาวใช้ออกไปแล้ว ประตูไม้เก่าถูกปิดลง ทิ้งให้เธออยู่ตามลำพังกับความอัปยศอดสู น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลทะลักออกมาอย่างไม่อาจห้ามปรามได้.... ลัลนลินนั่งยองๆ ลงกับพื้น ทรุดกายพิงกำแพงเย็นเฉียบแล้วปล่อยเสียงสะอื้นไห้ออกมาอย่างโดยพยายามไม่ให้ใครได้ยิน

มือของเธอสั่นระริกขณะที่ล้วงเข้าไปหาบางสิ่งที่เก็บไว้ในกระเป๋าเงิน ปลายนิ้วสัมผัสกับขอบแข็งของวัตถุสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่เธอซ่อนไว้ข้างในเสมอ เธอหยิบมันออกมาอย่างทะนุถนอมราวกับเป็นของล้ำค่าที่สุดในชีวิต

มันคือรูปถ่ายใบเก่าที่สีเริ่มซีดจางตามกาลเวลา ในรูปคือเด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่ง.... อคินทร์ในวัยสิบเจ็ดปี เขายืนพิงกำแพงอิฐเก่าๆ ในชุดนักเรียนมอมแมม มุมปากมีรอยช้ำจางๆ สายตาของเขาในตอนนั้นเต็มไปด้วยความดื้อรั้น แข็งกร้าว แต่ลึกลงไปในนั้น เธอเห็นความเศร้าและความเปราะบางซ่อนอยู่

ลัลนลินตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็นในวันนั้น วันที่พ่อพาเธอไปดูงานที่ไซต์ก่อสร้างแล้วเจอเขากำลังมีเรื่องชกต่อยกับคนงานเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของครอบครัวที่กำลังจะล้มละลาย เธอรักสายตาที่ไม่ยอมแพ้ใครคู่นั้น รักทุกอย่างที่เป็นเขา และเฝ้าหวังลมๆ แล้งๆ มาตลอดว่าสักวันหนึ่งเขาจะหันมามองเธอบ้าง

พ่อของเธอรู้ดีถึงความในใจนี้ นั่นคือเหตุผลทั้งหมดที่ท่านพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกสาวคนเดียวได้สมหวัง ท่านอาจจะใช้วิธีที่ผิด บังคับเขาด้วยพันธะสัญญาทางธุรกิจโดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่คิดว่าจะมอบสวรรค์ให้ลูกสาว กลับกลายเป็นการผลักเธอลงสู่ขุมนรกที่อคินทร์เป็นผู้สร้างขึ้นมาด้วยน้ำมือของเขาเอง

เธอก้มลงจูบรูปถ่ายใบนั้นแผ่วเบา หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนภาพของเด็กหนุ่มผู้ไม่เคยรับรู้ถึงการมีตัวตนของเธอเลย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ถึงเขาร้าย...เธอก็ยังรัก   ตอนที่ 10: ระเบียงพายุฝน

    นามบัตรสีทองที่รุจน์ยัดใส่มือเธอยังคงนอนนิ่งอยู่ในกระเป๋าเสื้อคลุมราวกับเป็นของร้อน แม้จะผ่านมาหลายวันแล้วนับจากเหตุการณ์น่าอัปยศที่หน้าบริษัทของเขาค่ำคืนนี้อากาศยังคงอบอ้าวแม้ลมด้านนอกจะเริ่มกรรโชกแรงขึ้น หอบเอากลิ่นดินและไอน้ำเข้ามาในห้องนั่งเล่นที่เปิดประตูระเบียงทิ้งไว้ เสียงใบไม้เสียดสีกันดังหวีดหวิวเป็นสัญญาณของพายุฝนที่กำลังจะมาถึง ลัลนลินยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองบนบานประตูกระจกที่มืดสนิท ภาพของผู้หญิงในนั้นดูเลือนรางและบอบบางราวกับจะสลายไปกับสายลมเสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ดึงเธอออกจากภวังค์ ไม่นานนักร่างสูงของอคินทร์ก็ก้าวเข้ามาในห้อง เขาสะบัดหยดน้ำฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาจากเสื้อสูทตัวนอกอย่างไม่สบอารมณ์ กลิ่นโคโลญจน์ของเขาผสมกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยปะปนในอากาศที่ตึงเครียด เขาไม่ได้มองเธอแม้แต่หางตา แต่กลับเดินตรงไปยังบาร์เครื่องดื่มที่มุมห้อง รินบรั่นดีสีอำพันใส่แก้วคริสตัล เสียงน้ำแข็งกระทบแก้วดังขึ้นทำลายความเงียบลัลนลินสูดหายใจลึก รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เธอก้าวออกจากมุมมืดช้าๆ เสียงฝีเท้าเบาหวิวของเธอทำให้เขาชะงักมือที่กำลังจะยกแก้วขึ้นดื่ม“คุณอคินทร์คะ”

  • ถึงเขาร้าย...เธอก็ยังรัก   ตอนที่ 9: ผมไม่เคยมีภรรยา

    หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปไวกว่าที่คิด ร่างกายของลัลนลินฟื้นตัวจากพิษไข้เกือบเป็นปกติแล้ว แผลเป็นเล็กๆ ที่ขมับซ่อนอยู่ใต้ไรผม แทบมองไม่เห็นหากไม่ตั้งใจสังเกต แต่ความทรงจำในวันนั้นยังคงแจ่มชัดราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานเช้านี้เธอตัดสินใจลงมาที่ห้องอาหารเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน ไม่ใช่เพราะความหิว แต่เพราะความอึดอัดที่ถูกกักขังอยู่ในห้องนอนสี่เหลี่ยมมันมีมากเกินไปแล้ว บรรยากาศในคฤหาสน์ยังคงเย็นเยียบและเงียบสงัดเช่นเคย ราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่ขณะที่เธอกำลังรินน้ำเปล่าใส่แก้ว สาวใช้คนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาด้วยท่าทีนอบน้อม แต่แววตากลับว่างเปล่าไร้ความรู้สึก“คุณผู้หญิงคะ คุณอคินทร์สั่งให้คุณผู้หญิงนำแฟ้มเอกสารนี้ไปส่งที่บริษัทด่วนค่ะ”ลัลนลินชะงักมือ หันไปมองแฟ้มหนังสีดำที่คนรับใช้ถืออยู่ ความหวังลมๆ แล้งๆ ที่เธอพยายามกดมันเอาไว้ลึกสุดใจผุดขึ้นมาอีกครั้ง.... เขาต้องการให้เธอช่วยงานงั้นเหรอ“เขา....อยู่ที่บริษัทแล้วเหรอคะ” เธอถามเสียงแผ่ว“ค่ะ ออกไปตั้งแต่เช้ามืดแล้วค่ะ”หญิงสาวรับแฟ้มมาถือไว้ในมือ มันหนักกว่าที่คิด ปลายนิ้วเย็นเฉียบของเธอสัมผัสได้ถึงความสำคัญของเอกสารที่อยู่ข้างใน เธอพยักหน

  • ถึงเขาร้าย...เธอก็ยังรัก   ตอนที่ 8: เศษเสี้ยวความหวังจอมปลอม

    ความร้อนรุมเร้าอยู่ภายในกายราวกับมีเปลวไฟซ่อนอยู่ใต้ผิวหนัง ผ่านมาหลายวันแล้วนับจากเหตุการณ์ในห้องสมุด บาดแผลที่ขมับแม้จะเริ่มแห้ง แต่กลับทิ้งความเจ็บปวดรวดร้าวที่แผ่ซ่านไปทั่วศีรษะและลามลงมาจนถึงต้นคอ.... ลัลนลินลืมตาขึ้นมาในแสงสลัวของยามเช้า ภาพเพดานห้องนอนพร่าเลือนอยู่เบื้องหน้า ทุกการเคลื่อนไหวเชื่องช้าและหนักอึ้งราวกับไม่ใช่ร่างกายของตนเองเธอพยุงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก โลกทั้งใบหมุนคว้างจนต้องยกมือกุมศีรษะไว้ เสียงหัวใจเต้นดังตุบๆ อยู่ในหู หญิงสาวกัดริมฝีปากซีดเผือดของตนเองเพื่อข่มความรู้สึกคลื่นไส้ เธอรู้ดีว่านี่คืออาการของไข้ขึ้นสูง แต่ในคฤหาสน์หลังนี้ ความเจ็บป่วยไม่ใช่ข้ออ้างสำหรับการละเลยหน้าที่ ‘ภรรยาทาส’ ที่เขาตีตราไว้ให้เธอ เป็นตำแหน่งที่ไม่มีวันหยุดพัก ไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง และไม่มีแม้แต่ความเห็นใจลัลนลินก้าวลงจากเตียง ขาสั่นเทาจนแทบจะยืนไม่อยู่ เธอใช้ผนังห้องเย็นเฉียบเป็นที่ยึดเกาะ เดินไปยังตู้เสื้อผ้าขนาดมหึมาที่กินพื้นที่ผนังไปทั้งด้าน ที่นี่ไม่มีเสื้อผ้าของเธออยู่เลยแม้แต่ชิ้นเดียว มันคืออาณาจักรของอคินทร์โดยสมบูรณ์.... หน้าที่ของเธอในทุกเช้าคือการเลือกสูท เชิ้ต

  • ถึงเขาร้าย...เธอก็ยังรัก   ตอนที่ 7: ความเข้าใจอันบิดเบี้ยว

    อคินทร์ก้าวเข้ามา เสียงฝีเท้ากระทบพื้นไม้เก่าดังก้องไปทั่วห้อง เพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวลัลนลิน ก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยคำอธิบายใดๆ มือหนาของเขาก็กระชากอัลบั้มออกจากตักเธออย่างรุนแรงจนหน้ากระดาษบางส่วนที่เปื่อยยุ่ยอยู่แล้วฉีกขาดติดมือเธอมาด้วย“ใครอนุญาตให้เธอยุ่งกับของของฉัน!”เขาตะคอกเสียงดังลั่นจนผนังห้องสะเทือน แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเกลียดชังและรังเกียจราวกับว่าเธอเป็นสิ่งสกปรกที่น่าขยะแขยงที่สุดในโลก“ฉะ.....ฉันแค่ทำความสะอาด.....” เธอพยายามอธิบายเสียงสั่น ลนลานจนพูดไม่เป็นประโยค “ฉันไม่เห็นว่า.....”“ทำความสะอาด? หรือว่ามารื้อค้นหาความลับของฉันกันแน่!” เขาเหยียดมุมปากหยัน ยิ่งเห็นเศษกระดาษแผ่นนั้นที่เธอยังกำไว้ในมือ ความโกรธก็ยิ่งปะทุขึ้นราวกับภูเขาไฟระเบิด “ผู้หญิงอย่างเธอมันก็เท่านี้ สอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่นไปทั่ว!”“ฉันไม่ได้ตั้งใจนะคะ ฉัน.....”“หุบปาก!”เขาสั่งเสียงกร้าวราวกับเสียงคำราม ความอดทนของเขาขาดสะบั้นลง ร่างสูงใหญ่ขยับเข้ามาใกล้จนเธอต้องแหงนหน้ามอง ก่อนที่ลัลนลินจะทันได้ตั้งตัว เขาก็ผลักเธออย่างแรงจนร่างบางเซถลาไปด้านหลัง“ออกไปให้พ้นหน้าฉัน!”ลัลนลินเสียหลักล

  • ถึงเขาร้าย...เธอก็ยังรัก   ตอนที่ 6: ความทรงจำและความทรงจำ

    ค่ำคืนนั้น สายลมพัดเอื่อยพาเอากลิ่นดินและกลิ่นช้ำๆ ของกลีบกุหลาบโชยเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ของห้องทำงาน แสงจันทร์สีนวลส่องกระทบลงบนสนามหญ้า เผยให้เห็นร่องรอยความพินาศบนผืนดินเล็กๆ มุมหนึ่งอย่างชัดเจนอคินทร์ยืนอยู่ในความมืดของห้องทำงาน แก้วบรั่นดีในมือของเขานิ่งสนิท ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวในตอนกลางวัน บัดนี้ทอประกายสับสนและวูบไหว เขามองลงไปยังแปลงกุหลาบที่ถูกทำลายยับเยินไม่วางตา ภาพของหญิงสาวที่นอนร้องไห้ฟูมฟายบนพื้นดินยังคงติดตรึงอยู่ในม่านตาในห้วงความคิดอันเงียบงัน ภาพความทรงจำในอดีตอันไกลโพ้นก็ผุดขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน.... ภาพของเด็กชายอคินทร์ในวัยสิบห้าที่ไปรอพ่อคุยธุรกิจที่บ้านของลัลนลิน เขานั่งรออยู่คนเดียวที่ศาลาริมสวนด้วยความประหม่า แล้วผู้หญิงคนหนึ่ง....แม่ของลัลนลิน....ก็เดินเข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยน เธอยื่นแก้วน้ำเย็นฉ่ำที่ลอยดอกมะลิให้เขาพร้อมกับพูดว่า“ดื่มน้ำก่อนสิจ๊ะหนู หน้าแดงหมดแล้ว อากาศร้อนๆ”ความใจดีเล็กๆ น้อยๆ ในวันนั้นยังคงชัดเจนในความรู้สึกเขาขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ความทรงจำนั้นเป็นเหมือนเสี้ยนหนามที่ทิ่มแทงเข้ามาในใจ เขาเกลียดมัน เกลียดความรู้สึกอ่อนแอที่มันน

  • ถึงเขาร้าย...เธอก็ยังรัก   ตอนที่ 5: ของดูต่างหน้าชิ้นสุดท้าย

    หลายวันผ่านไป ผ้าพันแผลบนนิ้วของลัลนลินถูกแกะออกแล้ว เหลือเพียงรอยแผลเป็นจางๆ ที่เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเกลียดชังของอคินทร์ ในแต่ละวันที่ผ่านไป ความเงียบในคฤหาสน์หลังนี้ยิ่งกัดกินหัวใจเธอมากขึ้น.... มันไม่ใช่ความเงียบสงบ แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตที่มองไม่เห็น เธอใช้เวลาส่วนใหญ่หลบอยู่ในห้องสมุด อ่านหนังสือเก่าเก็บที่เจ้าของไม่เคยเหลียวแล แต่ตัวอักษรก็ไม่สามารถทำให้เธอหลุดพ้นจากความคิดถึงบ้านและอ้อมกอดของพ่อแม่ได้ความคิดถึงนั้นทับถมจนกลายเป็นความปวดร้าวที่ทนทานได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วเห็นสวนกว้างใหญ่ที่ได้รับการดูแลอย่างดีแต่กลับไร้ซึ่งชีวิตชีวา มันมีแต่ไม้ประดับราคาแพงที่จัดวางอย่างสมบูรณ์แบบจนดูแข็งทื่อ ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง เธอขออนุญาตป้านวลใช้วันหยุดหนึ่งวันกลับไปที่บ้านเดิม บ้านที่ตอนนี้ถูกปิดตายรอการจัดการทรัพย์สินลัลนลินใช้เวลาเกือบทั้งบ่ายที่นั่น สูดกลิ่นอายของความทรงจำที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เธอไม่ได้หยิบฉวยของมีค่าใดๆ สิ่งเดียวที่เธอต้องการคือกระถางกุหลาบพันธุ์โบราณหลายกระถางที่ตั้งเรียงรายอยู่ในเรือนเพาะชำหลังบ้าน…. กุหลาบที่แม่ข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status