Home / โรแมนติก / ทรายสีกุหลาบ / 7 : เรื่องวุ่นๆ

Share

7 : เรื่องวุ่นๆ

last update publish date: 2026-03-20 16:07:44

“คิดเงินยังไง ราคาแพงขนาดนี้ กินแซนด์วิชนะ ไม่ได้กินปลาวาฬ”

แต่อลันแสร้งโบกมือสั่งเป็นเชิงให้คนพูดหุบปาก เขาควักแบงค์ดอลลาร์เกินจำนวนขึ้นมาวางบนโต๊ะ พร้อมกับเงยหน้ามองอันนาอีกครั้งด้วยแววกรุ้มกริ่ม

           “ไง แม่สาวเสิร์ฟ ถ้าอยากได้เงินไปให้ไอ้จอมเขี้ยวบาร์ตแล้วล่ะก็ เข้ามาเอาไปสิ”

           หญิงสาวฟังดังนั้นก็ได้แต่ยืนตะลึง เธอจ้องแบงค์ดอลลาร์ที่วางอยู่พร้อมกับนึกใคร่ครวญในใจ โต๊ะนั้นเป็นโต๊ะติดผนัง อีกทั้งอลันก็นั่งอยู่ด้านในสุด หากเธอเข้าไปหยิบมาคงไม่แคล้วถูกล่วงละเมิดทางเพศอย่างแน่นอน อันนาจึงได้แต่ยืนนิ่งราวรูปปั้น แต่ก็อีกที่เสียงบาร์ตจะเร่งเร้าให้หญิงสาวต้องกลั้นใจชะโงกหน้าผ่านโต๊ะเอื้อมมือเข้าไปหยิบเงินจำนวนนั้น และด้วยความไม่คาดคิด มือสกปรกของอลันก็ตะปบเข้าที่หน้าอกเธอพอดี หญิงสาวร้องกรี๊ดเสียงดังลั่น ก่อนจะใช้ถาดเก็บเงินฟาดศีรษะอีกฝ่าย จากนั้นก็รีบถอยออกมายืนตัวสั่นด้วยความกลัว แล้วความชุลมุนวุ่นวายก็เริ่มต้น พวกอันธพาลไม่พอใจพากันลุกจากเก้าอี้ แล้วจัดการผลักเธอล้มกระเด็น มิหนำซ้ำพวกมันยังพาพังข้าวของร้านแตกกระจาย

           “กะ กะ เกิดอะไรขึ้น” บาร์ตรีบวิ่งเข้ามาดูเหตุการณ์หน้าตาตื่น

           “ไม่จง ไม่จ่ายมันแล้ว เด็กแกทำเกินกว่าเหตุ เพราะฉะนั้นฉันต้องได้รับการชดใช้ พังมันเข้าไปเทอรี่ จอห์น” อลันสั่งลูกน้องเสียงกร้าว ไม่นานแขกคนอื่นๆ ก็ทยอยลุกออกจากร้านไปจนหมด หนำซ้ำพวกมันยังหันมาขู่บาร์ตต่อ

“ดีเท่าไรแล้วฉันไม่แจ้งความเอาผิดกับแก กล้าดียังไงปล่อยให้แม่นี่ตีหัวแขก แกต้องไล่มันออก” แววตาคู่นั้นไม่มีความปรานีเลยสักนิด ทั้งๆ ที่ตัวเองต่างหากเป็นฝ่ายทำผิดก่อน

           “ดะ ได้ ก็ได้ ฉันจะไล่แม่นี่ออก แต่นายต้องสั่งให้ลูกน้องหยุดอาละวาดเดี๋ยวนี้ แล้วพากันไสหัวออกไปซะ” เจ้าของร้านจอมเขี้ยว ตัดสินใจไล่อันนาออกโดยไม่สอบสวนหาความจริงสักนิด หญิงสาวฟังแล้วได้แต่ยืนช็อก จ้องหน้านายจ้างใจดำของตัวเองด้วยหัวใจที่ปวดปร่า และหากเธอจะไม่ตั้งความหวังไว้ว่าจะเอาเงินค่าจ้างไปจ่ายค่าเทอมที่ผัดผ่อนอยู่ หญิงสาวจะไม่เจ็บปวดกับการตัดสินใจแย่ๆ ของบาร์ตในครั้งนี้เลย

           “แต่...แต่เขาลวนลามฉันก่อนนะ แล้วคุณจะให้ฉันทนเฉยทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ยังไง เขาจับหน้าอกฉันในตอนที่ฉันกำลังจะเก็บเงินค่าอาหารให้คุณนะบาร์ต คุณไล่ฉันออกไม่ได้ ปีนี้เป็นปีสุดท้ายแล้วที่ฉันจะเรียนจบ” คนที่อยู่ๆ ต้องตกงานโดยไม่มีความผิดเริ่มน้ำตาคลอ แต่น่าเสียดายที่ความจริงจากปากเธอไม่อาจเปลี่ยนใจคนไร้เหตุผลได้

โดยเฉพาะพวกอันธพาลที่มีแต่ความคิดชั่วช้าพวกนั้น พวกมันไม่ได้รู้สึกเห็นใจเธอเลยแม้แต่น้อย เหมือนทุกอย่างที่แก๊งของอลันทำลงไปก็เพราะเพียงแค่ต้องการความสนุก

           “ฉันกับเพื่อนเป็นพยานให้เด็กคนนี้ได้ คนหนุ่มพวกนี้ล่วงเกินอันนาก่อน ถ้าฉันยังแรงดีอยู่ล่ะก็นะพ่อหนุ่ม อย่าว่าแต่ถาดเก็บเงินใบเล็กๆ นี่เลย เก้าอี้ทั้งตัวยังยกขึ้นมาฟาดก้นแกได้” เพื่อนร่วมโต๊ะของ มาดามอามาเรียโพล่งขึ้นด้วยความเหลืออด ท่าทางไม่เกรงกลัวใครของอีกฝ่ายทำพวกมันชักหงุดหงิด

           อันนาได้แต่มองผู้หญิงทั้งสองคนด้วยความซาบซึ้งใจ แต่บาร์ตก็ยังยืนกรานเสียงแข็ง “พวกคุณไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ นังเด็กนี่ทำงานไม่ได้เรื่องมานานแล้ว ครั้งนี้นอกจากไม่รู้จักระงับอารมณ์ยังทำเกินกว่าเหตุอีก ยังไงก็ต้องไล่ออก” คนพูดรัวเหตุผลไร้สาระตามมาอีกเป็นชุด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทรายสีกุหลาบ   ทรายสีกุหลาบ : บทที่ 137

    “ไม่ว่าใครก็เป็นเจ้าหญิงได้ทั้งนั้นล่ะค่ะคุณพ่อ หากว่าพวกเธอได้พบกับรักแท้ จากผู้ชายที่รักจริง และเป็นสุภาพบุรุษ ความสุขมันอยู่ที่ใจค่ะ” ผู้เป็นลูกสาวกล่าวคำคม ซึ่งมีคนข้างๆ คอยปรบมือให้ “ว่าแต่ ที่คุณลงทุนเดินทางจากเคนต์มาเยี่ยมพวกเราถึงที่คูฮาร์เนี่ย แค่เพราะต้องการเอาหนังสือเล่มนี้” สุลต่านซานาลชูหนังสือเก่าแก่ทั้งหนาหนัก เก่าจนถึงขนาดหน้ากระดาษแทบจะเปื่อยยุ่ย ชูสูงขึ้นเสมอพระพักตร์แล้วกล่าวต่อ “เอามาให้ไลเกอร์แค่นั้นเองน่ะนะ มันหนังสืออะไรกันคุณทวด สำคัญขนาดนั้นเลยเชียวเหรอ ผมว่าเขายังอ่านไม่ออกด้วยซ้ำ” พระองค์รับสั่งอย่างเป็นกันเองด้วยคำถามติดตลก และท่าทางอย่างนั้นก็ชวนให้คนเป็นพ่อตารู้สึกขัดใจยิ่งนัก “นี่อย่าดูถูกกันเชียวนะสุลต่านซานาล หนังสือเนี่ย Winnie and The Pooh ของ A. A. Milne. ฉบับตีพิมพ์ครั้งแรกเลยเชียวนะ เหมือนที่เจ้าชาย แฮรี่ทรงมอบให้พระราชนัดดา เจ้าชายหลุยส์แห่งเคมบริดจ์ไง ผู้ดีอังกฤษ ก็มักจะคิดอะไรที่ล้ำลึกทรงคุณค่าแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ” ในฐานะเป็นพลเมืองของสหราชอาณาจักรเต็มขั้น เมอเรย์ก็อดไม่ได้ที่จะคุยโว แต่ทว่าทั้งคู่ยังไม่ทันได้ทุ่มเถียงกัน

  • ทรายสีกุหลาบ   ทรายสีกุหลาบ : บทที่ 136

    “ถ้าคืนนั้นฉันต้องเสียเธอไป โลกของฉันวันนี้จะไปยังไงนะ คงจะเป็นสีเทา ไร้สีสันไร้ความสุขไปชั่วชีวิต นึกภาพไม่ออกเลยจริงๆ ว่าจะอยู่ได้ยังไงโดยไม่มีเธอ...เพราะฉะนั้น ต่อไปนี้สัญญากับฉันนะอันนา อย่าปล่อยมือจากฉันเด็ดขาด เพราะฉันจะดูแลเธอด้วยชีวิตของฉันเอง” ชายหนุ่มบอกอย่างหนักแน่น และคนในอ้อมกอดก็รีบรับคำ“แน่นอนค่ะราล์ฟ ฉันสัญญา ฉันจะอยู่ข้างๆ คุณไม่ไปไหน เป็นทุกอย่างที่คุณต้องการเช่นกัน...แต่ถึงอยากจะไปก็คงไปไม่ได้หรอกมั้ง เพราะหัวใจฉัน...อยู่กับคุณมาตลอดแล้วนี่ ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน...ที่นี่” อันนาบอกกับเขาด้วยความสัตย์จริง ดวงตาที่จับจ้องเขาเปล่งประกายระริก ก่อนริมฝีปากจะแย้มยิ้มชวนให้ติดตรึงใจ“ให้ตายเถอะ หวานจริงๆ คิดถึงใจคนอื่นบ้างมั้ย เพราะเธอหวานขนาดนี้ไง ฉันถึงอดใจไม่ได้ทุกที...ใครจะเมาท์ก็ช่างเถอะ ขอแค่ได้ทำรักกับเธอให้ชื่นใจก็พอ ต่อให้ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทั่วโลก ฉันก็ไม่สน” คนอดใจไม่ไหวตีขลุมหน้าตาย ไม่พูดเปล่า มือเรียวของราล์ฟยังจัดการรูปซิปชุดสวยของอันนาออก ไม่นานเรือนร่างอรชรจึงเหลือเพียงบิกินี่สีหวานปรากฏแก่สายตา และชายหนุ่มก็ค่อยๆ ปลดเปลื้องพันธนาการของตนเองออกเช

  • ทรายสีกุหลาบ   ทรายสีกุหลาบ : บทที่ 135

    เขาสัญญากับตัวเองว่า...จะจดจำมิตรภาพที่แสนงดงาม ระหว่างเธอ และเขาตลอดไป... เช่นเดียวกับที่อื่นๆ เมื่อสายลมของฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านมาเยือนเวอร์มอนต์อีกครั้ง ทุกอย่างที่นี่ก็ถูกย้อมให้กลายเป็นสีส้มแดง ถึงเจิดจ้าแต่ก็อบอุ่น...แสงแดดอ่อนลอดผ่านพุ่มใบเมเปิลลงมา กระทบเข้ากับริ้วคลื่นเล็กๆ ของแม่น้ำแซกตันที่ไหลผ่านแก่งหิน ก่อเกิดเป็นพรายรุ้งระยิบระยับ ฝูงปลาเทราต์แหวกว่ายทวนกระแสด้วยความรื่นรมย์อันนายิ้มให้กับความงดงามของทุกสรรพสิ่งรอบตัว ก่อนหมุนร่างกลับมายิ้มกว้างให้กับคนที่ตระกองกอดเธอไว้จากทางด้านหลังเจ้าของนัยน์ตาคมสีมรกต จับจ้องดวงหน้างามอย่างไม่วางตา เขาเพิ่งถอดเสื้อหนังและโยนแว่นกันแดดทิ้งไปบนเบาะหลังรถเปิดประทุนคันงาม ก่อนนัยน์ตาทรงเสน่ห์คู่นั้น จะส่งกระแสเชิญชวนอ่อนหวานให้กับเธอ ทั้งคู่ยืนอยู่กึ่งกลางสะพานพอดี โดยมีฝูงผีเสื้อตัวน้อยโบยบินอยู่รอบๆ“คุณคือทุกอย่างที่ฉันฝันถึง ไม่ว่าจะถอดใจ ยอมแพ้ หนีไป หรือเริ่มใหม่ ไม่ว่าจะตัดสินใจทำอะไร ใจฉันก็มีแต่คุณ” อันนากระซิบบอกเขา นัยน์ตาสีอำพันเปล่งแววหวาน พร้อมกับวาดวงแขนขึ้นโอบรอบคอราล์ฟเอาไว้ ส่วนเขาก็โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจ้อ

  • ทรายสีกุหลาบ   ทรายสีกุหลาบ : บทที่ 134

    ... 7 เดือนต่อมา... หลังเคลียร์งานไตรมาสสุดท้ายของแบรนด์เมลานีจบลง เวสต์ก็เตรียมเก็บข้าวของเพื่อเดินทางไปสานงานพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ที่ซิดนีย์ตามความต้องการของบิดาต่อ เขาแวะยิ้มอำลาให้กับภาพงดงามของ อันนา ที่ปรากฏอยู่บนหน้านิตยสารดังระดับโลกปักษ์ล่าสุด ซึ่งเป็นภาพของเธอในงานพระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างหญิงสาวกับกษัตริย์ราล์ฟ ราฟาเอล อัลอัชรี ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ไล่เลี่ยกันกับพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์ราล์ฟชุดเจ้าสาวของเธอออกแบบโดยมารดาของเขา ซึ่งมันจะกลายเป็นตำนาน เช่นเดียวกับเรื่องราวดุจเทพนิยายของชีวิตเธอ ที่กำลังกลายเป็นแรงบันดาลใจยิ่งใหญ่ให้กับบรรดาสาวๆ จากทั่วโลก เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้า เรือนผมดุจเส้นไหมสีทอง จับจ้องดวงหน้าสวยหวานของผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ขโมยหัวใจเขาไปแล้วได้แต่ยิ้มส่ายหน้า อดไม่ได้ต้องไล้ปลายนิ้วไปบนผิวแก้มเนียนใสของคนในภาพถ่าย ดวงตาจับจ้องรอยยิ้มใสกระจ่างของเธอด้วยความหลงใหล ดวงตาสีอำพันของอันนาราวกับเปล่งแสงได้เช่นเดียวกับดวงดาว เธองดงามจับใจเขายิ่งนัก ซึ่งจังหวะนั้นเป็นขณะเดียวกับที่ใบไม้รูปหัวใจของต้นลินเดนจากเซ็นทรัลพาร์ก ปลิวตาม

  • ทรายสีกุหลาบ   ทรายสีกุหลาบ : บทที่ 133

    “ก็ดีเหมือนกันนะ หากฉันจะต้องจากโลกนี้ไป อย่างน้อยก็ยังได้ตายในผืนดินที่ฉันรัก ดินแดนแห่งทะเลทรายสีกุหลาบ” อันนาพึมพำกับห้วงคำนึง หัวใจล่องลอยไปไกลแสนไกล ถึงเจ้าของร่างสูงเพรียว ใบหน้าหล่อเหลา รอยยิ้มสะกดใจ และดวงตาคมสีมรกตเปี่ยมเสน่ห์ เธอยิ้มให้เขาจากความมืด หัวใจปวดปร่า และเมื่อเหนื่อยล้าเกินไป จนสุดจะยื้อ อันนาก็ตัดสินใจ...ปล่อยมือ... “ลาก่อนราล์ฟ เท่านี้ก็มากเกินกว่าที่ฉันฝันไว้แล้ว” จบประโยคนั้นร่างทั้งร่างของหญิงสาวก็ค่อยๆ จมดิ่งลึกลงสู่ก้นแม่น้ำ เธอยอมจำนนต่อทุกอย่าง เพราะหมดหนทางจะยื้อชีวิตตัวเอง หวังใจเพียงว่าเหตุการณ์นี้ จะเป็นครั้งสุดท้าย ที่คำสาปร้ายจะมีผลต่อผู้ครอบครองอาเคเซียห์... แต่แล้ว แสงสว่างจ้าของดวงไฟขนาดใหญ่ ที่สาดตามร่างเธอลงมาในน้ำก็วาบเข้ามาในประสาทรับรู้ช่วงสุดท้าย พร้อมกับเสียงทุ้มเข้มที่ตะโกนก้อง “ไม่!!!!!!... อันนา แข็งใจไว้ เธอต้องไม่เป็นอะไร เราสัญญากันแล้วนี่” จบประโยคนั้นมือแสนอบอุ่นของราล์ฟ ที่กระโจนลงจากเรือทันทีที่เห็นร่างอันนากำลังจะจมหายไปต่อหน้า ก็ยื่นมาคว้ามือเธอไว้ พร้อมกับดึงตัวหญิงสาวโผล่พ้นน้ำขึ้นมา และทันทีท

  • ทรายสีกุหลาบ   ทรายสีกุหลาบ : บทที่ 132

    ครั้งแรกที่ราล์ฟได้ดินแดนแห่งนี้มา แม้เขาจะเคยเยาะเย้ยถากถางไปว่าภายใต้ผืนทรายพวกนั้นไม่มีค่าอะไร แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ทั้งเขา และหลานต่างก็ซึ้งแก่ใจดีว่าสมบัติล้ำค่าที่จะพลิกฟื้นชะตาคูฮาร์ได้ ล้วนแล้วแต่ถูกซุกซ่อนไว้ภายใต้ผืนทรายสีกุหลาบแห่งนี้ที่เดียว “ส่วนเรื่องลอบวางระเบิด พ่อเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า ใคร ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด จึงได้เดินทางมาหาคำตอบด้วยตัวเองที่นี่ยังไงล่ะ” ครั้นฟังรับสั่งนั้นจบ ราล์ฟก็มีสีหน้างุนงง แต่เพียงไม่นานหลังจากที่องค์สุลต่านทรงปรบมือส่งสัญญาณให้องค์รักษ์หลวงซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นทหารชั้นเยี่ยมที่สุดของคูฮาร์ นำพยานคนสำคัญจากเหตุการปะทะกันเมื่อครู่ออกมา เจ้าของนัยน์ตาสีมรกตก็หันมามองบิดา ด้วยประกายตามีความหวังทันที “นั่น เขารอดชีวิตจากเหตุการณ์เมื่อครู่อย่างนั้นเหรอ แล้วอย่างนี้เขาเห็นอันนาหรือเปล่า เธออยู่ไหน ถามเขาที ได้โปรด” ราล์ฟปราดจะเข้าไปหาคำตอบเอง แต่ถูกเวสต์กับราอูลช่วยกันรั้งตัวไว้เสียก่อน เพราะเกรงพยานที่กำลังเจ็บ จะได้รับความกระทบกระเทือน“นอกจากเจ้านี่จะสารภาพว่าชีคอาร์มาและเจ้าชายฮัฟดีนเป็นผู้บงการเรื่อง

  • ทรายสีกุหลาบ   25 : อวสานลูกเป็ดขี้เหร่

    “ไม่น่าเชื่อว่าพอจับเด็กนี่แต่งตัวแล้ว อันนาจะสลัดคราบลูกเป็ดขี้เหร่ กลายเป็นสาวสวยได้ขนาดนี้ โครงหน้าหวานสุดๆ ให้ตายเถอะเบบี๋ เอาเข้าจริง ฉันว่าเธอสวยกว่าพวกดารานางแบบที่มาถ่ายเซ็ตแฟชั่นให้เราเสียอีก” แชดสวมเครื่องเพชรให้หญิงสาวแล้ว ถึงกับชม อันนาไม่ขาดปาก ซึ่งทุกคนต่างก็เห็นด้วย โดยเฉพาะมิลเลอร์

  • ทรายสีกุหลาบ   22 : สายลมหนาวกลางฤดู

    อีกด้านหนึ่งของเวสต์เทิร์นซาฮารา แดดร้อนเปรี้ยงยามเที่ยงวันทำมุมตกกระทบกับยอดเสาขนาดยักษ์ที่ใช้แขวนธงพระจันทร์เสี้ยว บนยอดสุดของแท่นขุดเจาะน้ำมันขนาดมหึมาชื่อไจแอนต์แซทเทิร์น แสงเจิดจ้านั้นส่องประกายชวนแสบตา ทว่าโดดเด่นเหนือผืนทรายสีกุหลาบที่รกร้างว่างเปล่าร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีดำ คลุมศีรษะด้วยผ้าก

  • ทรายสีกุหลาบ   21 : โลกทั้งใบในกำมือ

    อีกด้านหนึ่งของเวสต์เทิร์นซาฮารา แดดร้อนเปรี้ยงยามเที่ยงวันทำมุมตกกระทบกับยอดเสาขนาดยักษ์ที่ใช้แขวนธงพระจันทร์เสี้ยว บนยอดสุดของแท่นขุดเจาะน้ำมันขนาดมหึมาชื่อไจแอนต์แซทเทิร์น แสงเจิดจ้านั้นส่องประกายชวนแสบตา ทว่าโดดเด่นเหนือผืนทรายสีกุหลาบที่รกร้างว่างเปล่าร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีดำ คลุมศีรษะด้วยผ้าก

  • ทรายสีกุหลาบ   17 : อาณาจักรของเมลานี

    เจ้าของร่างสูงเพรียว ผมหยักเป็นลอนสีบลอนด์ เหลียวหลังกลับมาเห็นท่าทางเธอก็ยิ้มให้อย่างเอ็นดู กระทั่งเข้ามาถึงส่วนกลาง มิลเลอร์ก็พาเธอขึ้นลิฟต์มาส่งยังชั้นบนสุด ระหว่างทางที่ลิฟต์เคลื่อนขึ้นมา เขาก็อธิบายให้เธอเข้าใจไปพร้อมกันด้วย “ชั้นแรกเป็นโชว์รูม ด้านหลังเป็นห้องเย็บปักสำหร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status