Share

จวนเหมยฮัว / 3

last update Tanggal publikasi: 2025-01-23 13:37:12

"คำถามแรก ข้าไม่มีพันธะกับชายใดใช่หรือไม่"

"ใช่เจ้าค่ะ นายท่านยังไม่ทันได้เรียกใช้เหล่าแม่สื่อก็เกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน"

นึกถึงแล้วก็หดหู่กับชะตานายหญิงของตนยิ่งนัก

"งั้นก็ถือเป็นเรื่องดี ข้อสอง..."

จินเยว่ทำท่าครุ่นคิดจะถามอะไรต่อดีจนบังเกิดสิ่งที่อยากรู้ขึ้น

"ทำไมข้ากับเจ้าถึงอยู่ในคุกแค่สองคน พี่สาวข้าอยู่ที่ไหน หรือว่า..."

"ไม่ใช่อย่างที่คุณหนูคิดนะเจ้าคะ คุณหนูใหญ่เดิมทีเป็นคนสนิทขององค์หญิงสามอยู่แล้ว พระองค์จึงใช้อำนาจขององค์หญิงพาตัวคุณหนูใหญ่ไปอยู่ที่ตำหนักในเจ้าค่ะ"

หึ! หนีเอาตัวรอดคนเดียวสิไม่ว่า

แต่ก็อย่างว่า เฟิงเยว่ซินนางเป็นเพียงบุตรีของอนุภรรยา ใครจะยอมเอาชีวิตเข้ามาเสี่ยงกับลูกกบฎแถมเป็นลูกเมียรองเช่นนี้

"เอาตัวรอดเป็นยอดคน"

"..?"

"งั้นคำถามต่อไป"

"คุณหนูยังมีคำถามอีกหรือเจ้าคะ"

นี่เป็นเรื่องราวพื้น ๆ ของนางอยู่แล้ว ถ้าหากแค่นี้ยังจำไม่ได้ เกรงว่าคืนนี้ทั้งคืนคงมีคำถามเป็นร้อยเป็นพันให้เสี่ยวโหรวคนนี้ตอบเป็นแน่

"คำถามสุดท้ายแล้ว"

ได้ยินเช่นนี้ค่อยสบายใจหน่อย

"ที่นี่ที่ไหนเหรอ?"

รู้แค่ว่าตื่นขึ้นมาอีกที จากคุกมืด ๆ กลายเป็นห้องหับที่กว้างขวางสะอาดสะอ้าน ตกแต่งสวยงามไปเสียแล้ว

"นี่คือจวนเหมยฮัวของท่านอ๋องสี่เจ้าค่ะ"

จวนเหมยฮัว?

เหมยฮัวที่แปลว่าดอกบ๊วยหรือเปล่านะ

"จะว่าไปแล้ว ข้ายังไม่เคยเจอท่านอ๋องที่ว่าเลย เจ้าพาข้าไปเจอหน่อยได้ไหม"

เสี่ยวโหรวรีบส่ายหัวทันที

"ท่านอ๋องใช่ว่าผู้ใดจะเข้าพบได้นะเจ้าคะ ยิ่งบ่าวเป็นเหมือนฝุ่นละออง ไม่มีอำนาจพาคุณหนูเข้าพบได้หรอกเจ้าค่ะ"

"แต่พวกเราอยู่ที่จวนของท่านอ๋องแล้วนี่ แค่แอบดูห่าง ๆ คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง"

แววตาจินเยว่บ่งบอกว่านางอยากเจอหน้าคนผู้นี้มาก ความตื่นเต้น ความลุ้นต่าง ๆ นานา แสดงออกมาชัดจนเสี่ยวโหรวทำใจลำบาก

"นะ ๆ โหรวโหรว เจ้าใจดีกับข้าที่สุดไม่ใช่หรือไง"

หลันจินเยว่ใช้น้ำเสียงออดอ้อนแถมเป็นน้ำเสียงที่เฟิงเยว่ซินตัวจริงเคยแสดงออกทำให้สาวใช้อย่างเสี่ยวโหรวยิ้มออกมาพร้อมในใจที่คิดว่าอีกไม่นานความทรงจำคุณหนูต้องกลับมาแน่

"บ่าวเองก็เพิ่งจะเข้ามาเยือนที่นี่ครั้งแรก แต่ตอนที่เข้ามาพอจะเดาทางได้อยู่บ้างว่าส่วนไหนที่ท่านอ๋องน่าจะประทับอยู่"

"งั้นก็ไม่ต้องพูดแล้ว เรารีบไปแอบดูท่านอ๋องกัน"

"ค...คุณหนู! รอก่อนสิเจ้าคะ"

เฮอ... ทำไมคุณหนูที่เรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้ถึงได้กลายเป็นแก่นแก้วดูต่างจากเมื่อก่อนคนละโยชน์เช่นนี้

"เป็นเช่นไรบ้าง"

เสียงทุ้มเอ่ยถาม ทว่าสายตาจดจ้องอยู่กับฐานจำลองสนามรบขนาดกลาง

"ขอบพระทัยท่านอ๋องที่ทรงยื่นมือเข้าช่วยซินเอ๋อร์ในครั้งนี้" อู่ชิงหรงที่เป็นทั้งรองแม่ทัพ ทั้งองครักษ์ข้างกายองค์ชายสี่กล่าวขอบคุณอย่างเกรงอกเกรงใจ

"เจ้ารู้ดีแก่ใจ ข้าไม่ยอมปล่อยให้คนบริสุทธิ์ตายแบบไร้ประโยชน์"

"ท่านอ๋องคิดว่าเรื่องนี้ต้องมีอะไรมากกว่าการยักยอกเงินในคลังส่งมอบให้กับฝ่ายศัตรูเช่นกันหรือ"

"เจ้ายังคิดได้ เหตุใดข้าจะคิดไม่ได้"

"กระหม่อมช่างเขลาที่ถามเช่นนั้น"

อู่ชิงหรงรีบคุกเข่าเพื่อเตรียมรับโทษที่ตนพูดก่อนคิด

"เจ้าทำอะไร ลุกขึ้น ทำเหมือนข้าเป็นคนไร้เหตุผลเอะอะลงโทษ"

ถ้าเป็นคนอื่นคงถูกกระทำเช่นนั้นไปแล้ว แต่กับอู่ชิงหรงมีหรือท่านอ๋องอย่างเขาจะทำ

เหตุผลเพราะทั้งสองคนเป็นเหมือนพี่น้องที่ตายแทนกันได้มากกว่าองค์ชายกับข้ารับใช้

ส่วนเรื่องที่ทั้งคู่กำลังปรึกษาหารือกันอยู่คือสาเหตุที่ตระกูลเฟิงถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฎจนทำให้ผู้นำตระกูลอย่างเสนาบดีเจ้ากรมการคลังเฟิงอู๋เยว่ถูกสังหารขณะทหารเข้าจับกุม ส่วนคนที่เหลืออยู่ทั้งบ่าวรับใช้ทั้งผู้ที่ใช้แซ่เฟิงต่างบ้านแตกสาแหรกขาด บ้างถูกฆ่า บ้างถูกจับ บ้างถูกแยกไปเป็นข้าทาสที่ชายแดน

"ท่านเสนาเฟิงตายแล้วแต่ไร้ศพ เจ้าว่าไม่น่าแปลกรึ"

ปากวิเคราะห์ถึงเรื่องราว มือก็จับตัวเบี้ยหมากรุกเดินไปยังตำแหน่งที่ทหารเล่าว่าเสนาบดีเจ้ากรมการคลังเฟิงอู๋เยว่ถูกสังหาร

"รับราชการมาครึ่งชีวิตกลับถูกคนที่เพิ่งเข้ามาคุมทหารค้นเจอหลักฐานการยักยอกเงินหลวง เจ้าว่า ใครกันที่ควรต้องสงสัย"

"ข้าก็มีความคิดเช่นพระองค์"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   บทส่งท้าย : 2 [จบ]

    "เหตุใดท่านถึง..."จำต้องกลืนคำพูดลงคอเมื่อถูกนิ้วของคนรักปิดไว้ที่ริมฝีปากไม่ให้ขยับเอ่ย"อย่าขยับ ห้ามพูดใด ๆ"ตงเปียนอ๋องรู้สึกว่าร่างกายตนเองแปลกไปข้างในมันร้อนรุ่ม ลำคอแห้งผากเหมือนคนกระหายน้ำหากแต่ความรู้สึกเขากลับบอกว่าน้ำเพียงอย่างเดียวช่วยให้เขาดับกระหายไม่ได้เขาเริ่มตั้งสติจนจมูกสัมผัสได้ถึงกลิ่น ๆ หนึ่ง"ผงเริงรมย์""มันคืออันใด"หลันจินเยว่เพิ่งเคยได้ยินครั้งแรกจึงใคร่สงสัย ทว่าสิ่งที่อยากรู้กลับไม่ได้ถูกเอ่ยออกมาจากปากตงเปียนอ๋องเมื่อด้านนอกมีบุคคลมาเยือน"ฉินกงกงเข้าเฝ้าองค์ชายสี่เฟยหลง"เสียงกงกงของเสด็จย่าเขาดังขึ้นอยู่ด้านนอก"ฉินกงกงมีเรื่องอันใด"เหตุใดคนสนิทของเสด็จย่าถึงได้มาเยือนเข้าถึงจวนแห่งนี้ แถมมาได้เวลาเหมาะเจาะกับอาการประหลาดที่เพิ่งเริ่มแสดงอาการอีก"ไทเฮามีรับสั่ง ผงเริงรมย์นั้นไซร้ จงใช้ให้เกิดประโยชน์ หลังจากนี้สามวันเป็นฤกษ์ดี สามารถจัดงานมงคลได้"เสียงแหลมบาดหูของฉินกงกงเอ่ยราชโองการขององค์ไทเฮาเสร็จจึงทูลลากลับเข้าวังหลวง ทิ้งให้ตงเปียนอ๋องอมยิ้มอยู่ในห้องเมื่อรู้สาเหตุแล้วว่าเหตุใดตนถึงมีอาการแปลกประหลาดเช่นนี้"อะไรคือผงเริงรมย์และอะไรคือสามวันม

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   บทส่งท้าย : 1

    บทส่งท้าย : เมื่อหมอกจางหาย บุปผางามผลิบาน"ข้าขับพิษออกจากร่างกายองค์ชายเรียบร้อยแล้ว พักฟื้นสักสองสามวันก็หายดี"หมอหลวงประจำจวนเหมยฮัวเอ่ยบอก"ส่วนยานี้ต้มทานสามมื้อจนกว่าแผลจะหายดี"เสี่ยวโหรวรีบเข้าไปรับยานั้นจากหมอหลวง"อ้อข้าลืมอีกเรื่อง"ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบกว่าเดิมเพราะนึกว่าจะเป็นเรื่องร้ายแรงอันใดอีก"แผลนั้นต้องห้ามโดนน้ำเด็ดขาด คงต้องรบกวนพระชายาแล้ว"หมอหลวงหันมากำชับเรื่องสำคัญนี้กับหลันจินเยว่ ทำเอาใบหน้านางแดงระเรื่อเพราะไม่คิดว่าคนนอกจวนอย่างหมอหลวงท่านนี้จะรู้เรื่องสถานะของนางกับองค์ชายสี่อีกคน"ข้าไปส่งท่านหมอ"อู่ชิงหรงเดินนำหน้าเพื่อส่งหมอหลวงกลับโรงหมอ"บ่าวขอตัวไปต้มยาให้ท่านอ๋องนะเจ้าคะ"ทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้วเหลือเพียงแค่หนึ่งคนหลับอยู่บนเตียงอย่างไร้วี่แววจะฟื้นและอีกคนที่นั่งลงข้างเขาด้วยความเป็นห่วง"ไหนท่านรับปากข้าว่าจะกลับมาอย่างปลอดภัย"ตอนที่หลันจินเยว่ได้ยินว่าตงเปียนอ๋องถูกอาวุธลับอาบยาพิษเล่นงานถึงกับวิ่งถือห่อยาหลายขนานไปดักรอพวกเขาระยะทางกือบลี้ ทั้งล้มลุกคลุกคลานจนแข้งขาถลอก บ่าวใช้คนใดขวางนางไล่ตะเพิดจนหมดสิ้น หากไม่สลบเสียก่อนหลันจินเยว

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ศึกชี้ชะตา / 3

    ชายแดนทิศใต้"เจ้าเลิกดื้อรั้นเถิด ตอนนี้เผ่าซีเซียงยอมจำนนต่อกองทัพมังกรขาวหมดแล้ว"เสียงกร้าวของอู่ชิงหรงประกาศลั่นการปราบกบฎดำเนินมาได้สองชั่วยามแล้ว คนของเผ่าซีเซียงบาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วนจนหัวหน้าเผ่ายกธงขาวยอมแพ้ให้กับอำนาจของแม่ทัพแห่งกองทัพมังกรขาวเฟยหลงทว่าต่อให้เสียเลือดเนื้อเสียคนไปมากมายเพียงใด ผู้ที่หัวรั้นเกลียดการพ่ายแพ้อย่างซู่จิ่งอวิ๋นไม่มีทางวางกระบี่ในมือลงเป็นแน่"วันนี้ข้ากับเจ้า ถ้าปลาไม่ตาย ตาข่ายก็ต้องขาด"ซู่จิ่งอวิ๋นโต้ตอบด้วยสำบัดสำนวนเสียงหนักแน่น วันนี้ทั้งเขาและตงเปียนอ๋องผู้นี้ต้องสู้กันให้ถึงที่สุด ให้ตายกันไปข้างถึงจะจบศึกในครั้งนี้"ช่างเด็ดเดี่ยวเช่นบิดาเจ้าเสียจริง"ตงเปียนอ๋องกล่าวชมในความเด็ดเดี่ยวนี้ หากเอามาใช้ให้ถูกทางคงเป็นที่น่ายกย่อง"วันนี้ข้าจะแก้แค้นให้ท่านพ่อที่ถูกพวกเจ้าบังคับให้ดื่มยาพิษนั่น"[1]ยามโฉ่วของวันนี้ เสนาซู่จินเพ่ยได้กรอกยาพิษฆ่าตัวตายหลังได้รับราชโองการเป็นนักโทษประหารที่ต้องบั่นคอเสียบประจาน ข่าวนั้นดังเซ็งแซ่ไปทั่วแคว้นจนมาถึงหูซู่จิ่งอวิ๋นบุตรชายเพียงคนเดียวที่ตั้งใจจะบุกไปช่วยบิดาออกมาแต่มิทันกาลเสียงกระบี่ฟาดฟันอย่

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ศึกชี้ชะตา / 2

    "ทะ...ท่านอ๋อง"ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อถูกเอาอกเอาใจจากอีกคน"วันนี้สนุกไหม"เขาชวนนางคุยปกติ หากแต่ในแววตากลับมีความกลัดกลุ้มอยู่หลายส่วนจะเรื่องอะไรได้ ก็ตอนที่นางเดินซื้อของในตลาดมีนักฆ่าสะกดรอยตามถึงสามคน โชคดีที่ตงเปียนอ๋องอ่านเกมในครั้งนี้ออกคนรักของเขาถึงได้ปลอดภัยกลับมาหากเขาเล่าเรื่องนี้ให้นางฟัง หลันจินเยว่คงไม่สบายใจ เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่แต่ในห้องอีกเป็นแน่ ตอนนี้เลยต้องเอาอกเอาใจนางเพื่อบอกกล่าวแก่เรื่องที่ตริตรองมาอย่างดีแก่นางในเวลาที่เหมาะสม"ตอนแรกก็สนุก"ตอบพร้อมยู่ปากอย่างหุดหงิดในเวลาต่อมา"ใครทำอันใดให้ว่าที่ชายาของข้าขุ่นเคืองใจ"ที่ใช้คำว่า 'ว่าที่' เพราะทั้งสองยังไม่เข้าพิธีสมรสกัน ตงเปียนอ๋องอยากให้เกียรตินางจึงจะรอปราบกบฎตระกูลซู่แล้วสิ้นถึงจะทำพิธีตามประเพณีแคว้น"ข้ากำลังดูผ้าเพื่อจะเอามาตัดชุดใหม่ให้ท่าน แต่เจอเข้ากับคนที่วางยาสลบข้าเพื่อส่งต่อให้คนพวกนั้นเข้า"ที่จริงเรื่องนี้องครักษ์เงาของเขารายงานมาหมดแล้ว"เจ้าพบเฟิงเยว่ซู?""จะเป็นใครอีกละ! พี่สาวตัวดีของเฟิงเยว่ซินนั่นแหละ"ตงเปียนอ๋องหลุดขำออกมาเบา ๆ เมื่อได้ฟังประโยคแปลก ๆ นั้นจบ"เจ้าพูดเหม

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ศึกชี้ชะตา / 1

    "เสี่ยวโหรวเร็ว ๆ เข้า"เสียงเจื้อยแจ้วของหลันจินเยว่ในอาภรณ์สีลูกท้อร้องเรียกสาวใช้ที่เดินหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังอยู่ด้านหลัง"คุณหนูช้าหน่อยเจ้าค่ะ"วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใส นางเลยขออนุญาตตงเปียนอ๋องออกมาเดินตลาด ฝั่งนั้นเห็นว่านางเพิ่งผ่านอันตรายมาเมื่อไม่กี่วันก่อนเลยให้ออกมาเที่ยวเล่นจะได้ลืมเรื่องร้าย ๆ พวกนั้น หากแต่ตงเปียนอ๋องก็มิได้นิ่งนอนใจ เขาส่งองครักษ์เงาคอยติดตามอยู่ห่าง ๆ เผื่อเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นจะได้ช่วยเหลือนางทัน"คุณหนูจะซื้อไปฝากท่านอ๋องหรือเพคะ"หลันจินเยว่ยืนดูผ้าไหมเนื้องามที่ร้านหนึ่งตรงตรอกเล็ก ๆ ของตลาด"เจ้าว่าหากท่านอ๋องเปลี่ยนมาใส่สีสว่างตาขึ้นจะดูภูมิฐานอยู่ไหม"ตั้งแต่ที่เห็นและรู้จักกันมา นางไม่เคยเห็นบุรุษที่ว่าสวมใส่เสื้อผ้าสีอื่นที่มิใช่สีดำสีเข้ม ๆ เลยสักครั้งเดียว"บ่าวว่าผ้าสีไหนหากอยู่บนตัวท่านอ๋องก็ดูสง่างามหมดเจ้าค่ะ"หลันจินเยว่เห็นด้วยอย่างยิ่ง วันนี้สาวใช้ของนางพูดได้ถูกใจต้องตบรางวัล"ผ้าพับนี้ข้าซื้อให้เจ้า"นางหยิบผ้าไหมสีกลีบดอกเหมยส่งให้เถ้าแก่ร้าน"คุณหนู นั่นคงแพงมากนะเจ้าคะ"มองแค่ตายังไม่ได้จับต้องเนื้อผ้าเสี่ยวโหรวก็รู้ว่านั่นคือไห

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   เพียงเจ้าผู้เดียวที่เป็นสตรีของข้า / 2

    ผ่านมาครึ่งชั่วยามแล้วหลังจากที่ตงเปียนอ๋องออกมาจากห้องนั้นเพื่อฟังรายงานจากเหล่าทหารว่าซู่จิ่งอวิ๋นหนีไปกบดานกับเผ่าซีเซียงบนเขาทางใต้ เขาเลยสั่งให้ทุกคนกลับมาวางแผนกันที่จวนเหมยฮัวก่อนการเดินทางกลับจำต้องใช้ม้าถึงจะถึงที่หมายโดยเร็ว ทว่าหลันจินเยว่กลับเลือกที่จะโดยสารม้ามากับอู่ชิงหรงแทนอีกคน"เหตุใดข้ารู้สึกว่าเจ้ากำลังหลบหน้าท่านอ๋อง"บุรุษผู้โผงผางคิดเห็นการใดก็พูดออกไปจนหมดสิ้นถามสหายวัยเยาว์"ข้ามิได้หลบหน้าผู้ใด"หลันจินเยว่ที่นั่งอยู่ด้านหลังเขาตอบเหมือนร้อนตัว"หากข้าเป็นคนอื่นคงเชื่อที่เจ้ากล่าวมา"จะมาเกิดฉลาดเอาอะไรตอนนี้ นางยิ่งอยากอยู่เงียบ ๆ ตบตีกับคำถามที่ยังไม่ได้คำตอบจากตงเปียนอ๋องว่าตกลงแล้วที่เขาบอกชอบนางหมายถึงร่างกายเฟิงเยว่ซินหรือตัวตนที่นางแสดงออกกัน"หยุด!"ตงเปียนอ๋องที่ควบม้าตามหลังสองคนนี้สั่งเสียงลั่น ทหารทุกนายต่างหยุดควบม้าเพื่อรอฟังคำสั่งถัดไป"ท่านอ๋องพบสิ่งใดผิดปกติหรือขอรับ"หนึ่งในทหารที่ควบม้ารั้งท้ายลงจากม้ามาถามไถ่"ม้าตัวนี้อ่อนแรงแล้ว หยุดพักที่นี่สักพักก่อน"หากม้าที่ตงเปียนอ๋องทรงขี่อยู่คือทมิฬกาลคงหาข้ออ้างเช่นนี้ไม่ได้สายตาคมมองแผ่นหลังบ

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   เพียงเจ้าผู้เดียวที่เป็นสตรีของข้า / 1

    ตอนนี้ดวงตะวันเริ่มขึ้นใหม่อีกครั้ง บ่งบอกว่าทั้งสองกายที่นอนกอดกันทั้งคืนเจอกับรุ่งเช้าของวันใหม่แล้วหลันจินเยว่รู้สึกตัวตื่นก่อนจึงค่อย ๆ แกะมือแกร่งที่โอบกอดนางไว้ในอ้อมกอดทั้งคืนออกอย่างช้า ๆเมื่อคืนไม่รู้ว่าเหตุใดจุดจบของทั้งคู่จึงกลายเป็นการหลอมรวมเป็นหนึ่งเช่นนั้นถึงแม้จะยังเคอะเขินและเจ็

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   จวนตระกูลซู่

    ภายในห้องโถงรับรองเต็มไปด้วยบรรดาขุนนางมากหน้าหลายตากำลังนั่งจิบน้ำชาในงานเลี้ยงต้อนรับบุตรชายของซู่จินเพ่ยกันอย่างสุขสำราญ"จิ่งอวิ๋นนำชัยกลับมาเป็นของขวัญท่านพ่อขอรับ"ซู่จิ่งอวิ๋น บุตรชายเพียงคนเดียวของซู่จินเพ่ยออกศึกขับไล่ข้าศึกที่ชายแดนใต้ได้ชัยชนะกลับมา ทำให้เสนาบดีกรมกลาโหมอย่างซู่จินเพ่ยจั

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ท่านอ๋องของข้าน่ารักที่สุด / 2

    "ทำสวนแค่นี้สบายมาก แต่ก่อนวิ่งขึ้นวิ่งลงตึกสิบชั้นยังไม่บ่นเลย""คุณหนูหมายถึงที่หอคัมภีร์หรือเจ้าคะ"เผลอหลุดพูดเกี่ยวกับชีวิตประจำวันโลกปัจจุบันตัวเองเสียได้ ทำเอาเสี่ยวโหรวมองหน้าอย่างใคร่สงสัยกับสิ่งที่ได้ยิน"ใช่ ๆ ข้าหมายถึงหอคัมภีร์นั่นแหละ เลิกมากความได้แล้ว รีบกลับไปก่อนจะมีคนมาเจอเร็ว!"

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   พี่สาวข้านางร้ายนี่เอง / 2

    "งั้นท่านก็ไปเถิด เห็นเสี่ยวโหรวบอกว่าท่านอ๋องพักอยู่ที่จวนปีกใน"สีหน้าคนได้ฟังซีดลงเล็กน้อย หลันจินเยว่เห็นท่าทีคนเป็นพี่จึงเชื่อสิ่งที่เสี่ยวโหรวบอกว่าพื้นที่นั้นถ้าไม่มีคำสั่งจากตงเปียนอ๋องไม่ว่าผู้ใดก็เข้าไม่ได้จริง ๆ"พี่ได้ข่าวว่าจวนปีกในห้ามคนนอกเข้า แต่เจ้ามาพักที่นี่หลายวันแล้ว ท่านอ๋องคง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status