Share

สหายวัยเยาว์ / 2

last update Tanggal publikasi: 2025-01-23 13:33:43

"พวกทหารยามบอกว่านี่เป็นคำสั่งของท่านเสนาบดีเจ้ากรมซู่เจ้าค่ะ"

"ซู่ จินเพ่ย"

ชิงหรงเอ่ยนาม ซู่จินเพ่ย เสนาบดีของกรมกลาโหม ผู้มีอำนาจคุมทหารทั้งหมดของพระราชวังด้วยเสียงเคียดแค้น

แต่เดิมตนกับซู่จินเพ่ยก็ไม่ค่อยชอบหน้ากันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดีที่ตนเป็นทหารของอ๋องสี่เลยไม่จำเป็นต้องอยู่ใต้คำสั่งของซู่จินเพ่ย

"พวกเจ้าไม่ต้องกลัว [1]ยามอิ๋น นี้ท่านแม่ทัพจะเดินทางมาถึงจวนแล้ว ข้าจะขอร้องให้ท่านช่วยเหลือพวกเจ้าออกมาให้สำเร็จ"

หลันจินเยว่ได้ยินถึงกับดีใจเนื้อเต้นอยู่ข้างใน อย่างน้อยนางก็ไม่ต้องแห้งตายในคุกแห่งนี้

"ขอบใจท่านมาก"

"เจ้ากล่าวเหมือนเกรงใจข้า เสี่ยวซิน...ต่อให้เจ้าจำข้าไม่ได้ ขอให้เจ้าจำไว้ ข้าอู่ชิงหรง คือคนที่เจ้าเชื่อใจได้ทุกยาม"

นอกจากจะรูปงามสมชายชาตรีแล้วยังน้ำใจดีเป็นเลิศ ถ้าเกิดในยุคของนางคงมีสาว ๆ รุมล้อมเป็นแน่

"ข้าต้องกลับค่ายทหารแล้ว หูตาของซู่จินเพ่ยมากมายนัก ข้าไม่อยากเพิ่มความเดือดร้อนให้พวกเจ้า"

ถึงจะไม่ได้ขึ้นตรงรับคำสั่งจากเขา ทว่าชิงหรงก็เป็นทหารที่กินเบี้ยหวัดของกรมกลาโหมอยู่จึงไม่อยากให้เกิดเรื่องไม่สมควรขึ้นจนถูกกลั่นแกล้งเดือดร้อนไปถึงผู้บังคับบัญชาตน

"ขอบคุณท่านรองแม่ทัพที่ยังไม่ลืมคุณหนูข้าแม้ว่า..."

เสี่ยวโหรวอึดอัดใจไม่กล้าเอ่ยความในใจออกมา

"เจ้าไม่ต้องคิดเรื่องอื่น ดูแลคุณหนูเจ้าให้ดี ที่เหลือข้าจัดการเอง"

ได้ยินเยี่ยงนี้ทั้งสองนางต่างก็ยิ้มให้กันอย่างมีความหวัง

"ขอบคุณท่านสำหรับทุกอย่าง"

แม้ความเป็นจริงตอนนี้นางจะไม่เคยรู้จักกับชิงหรงผู้นี้ แต่นางช่างอิจฉาเฟิงเยว่ซินตัวจริงนักที่มีเพื่อนดี ๆ ไว้ข้างกายถึงสองคน

"ข้าไปก่อน พรุ่งนี้พวกเจ้ารอฟังข่าวดีได้เลย"

ชิงหรงกลับออกไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงสตรีสองนางและบรรยากาศเย็นยะเยือกและอับชื้นอีกครั้ง

รุ่งสางของอีกวัน...

เคร้ง!

เสียงโซ่เส้นใหญ่ที่คล้องประตูคุกเอาไว้ถูกปลดออกด้วยฝีมือของทหารยาม

บัดนี้เป็นเวลายามเหม่าที่เหล่าผู้คุมจะต้องเดินปลุกนักโทษและให้ข้าวให้น้ำ

สตรีสองนางที่นอนกอดกองฟางเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายเพราะไร้ซึ่งผ้าห่มมาคลุมกายพากันอุดหูกับเสียงดังเสียดหูนั้น

"ตื่นได้แล้ว ที่นี่เจ้าเป็นนักโทษมิใช่คุณหนูรองของตระกลูเฟิงที่ล่มสลายเพราะบิดาผู้ละโมบอีกแล้ว รีบลุกขึ้นมากินข้าวกินปลาให้เสร็จก่อน[2]หนึ่งเค่อ"

"เดี๋ยวสิ! หนึ่งเค่อจะให้พวกเราสำลักข้าวติดคอตายหรือ" เสี่ยวโหรวรีบค้าน

"หรือจะให้ข้าเก็บไปตอนนี้เสีย"

ทหารยามคนนี้ช่างฝีปากเก่งกล้ากับสตรียิ่งนัก

เมื่อถูกข่มขู่ทั้งน้ำเสียงและใบหน้าเสี่ยวโหรวจึงได้แต่ทำหน้าบึ้งตึงแล้วหุบปากลง

"หนึ่งชั่วยามเท่ากับสองชั่วโมง หนึ่งเค่อเท่ากับ 15 นาที"

"อะไร นะ นา... นาที คืออะไรเจ้าคะ"

เสี่ยวโหรวไม่เคยได้ยินศัพท์คำนี้มาก่อนจึงถามคุณหนูด้วยใบหน้าอยากรู้

"ไม่มีอะไรหรอก รีบกินเถอะเดี๋ยวทหารหน้ายักษ์จะกลับมาอีก"

ทหารหน้ายักษ์แปลว่าอันใดกัน ทำไมนางจึงฟังที่คุณหนูพูดไม่ค่อยเข้าใจ

"โอ๊ย!"

ตอนที่ใช้จะเกียบคีบข้าวเข้าปาก หลันจินเยว่ก็เกิดปวดหัวขึ้นมากะทันหัน

"คุณหนูเป็นอะไรไปเจ้าคะ!"

เสี่ยวโหรวตกใจที่จู่ ๆ คุณหนูนางก็ร้องขึ้นมาเสียงลั่นแถมยังมีสีหน้าบิดเบี้ยวคิ้วขมวดราวเจ็บปวดใจจะขาดดิ้น

"... ข้าปวดหัว"

ทำไมถึงมีความทรงจำที่ไม่คุ้นเคยขึ้นมาให้เห็นกันล่ะ เธอผู้นั้นเป็นใคร ทำไมมีรอยยิ้มสดใสขนาดนั้น

'เจ้าคือข้า ข้าคือเจ้า เราเป็นหนึ่งเดียวกัน'

เสียงที่ไม่คุ้นหูดังก้องอยู่ในหัวนางราวกำลังสะกดจิตให้ดวงจิตกับร่างกายประสานกัน

"เกิดอะไรขึ้น!"

เสียงทุ้มที่คุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับเสียงดัง 'อั่ก!' ของทหารยามที่ถูกมือหนากำเสื้อแล้วโยนให้หลบทาง

"เสี่ยวซิน เจ้าเป็นอะไรไป"

ชิงหรงที่มาตามคำมั่นเอ่ยถามร่างบางที่บัดนี้นั่งฟุบหน้าซบไหล่สาวใช้ด้วยใบหน้าที่ดูทรมานยิ่งนัก

"คุณหนูบอกว่าปวดหัวแล้วเอาแต่ซบหน้ากับบ่าวแบบนี้เจ้าค่ะ" เสี่ยวโหรวอธิบายให้บุรุษรูปงามนามว่าอู่ชิงหรงฟัง

"พานางกลับจวนข้าก่อน" เสียงทุ้มทรงอำนาจดังขึ้น

"มิได้ขอรับ! นางผู้นี้เป็นบุตรีของกบฎ ท่านเสนาบดีซู่สั่งไว้ไม่ให้ผู้ใดพานางออกไปจากคุกแห่งนี้จนกว่าจะมีราชโองการตัดสินโทษมาพะย่ะค่ะ"

"แม้แต่ข้า?"

ดวงตาคมดุจพญาเหยี่ยวปรายมองทหารยามที่แสนจะต่ำต้อยกว่าบรรดาศักดิ์เขายิ่งนัก

"ข...ข้าน้อยมิกล้า แต่ว่าคำสั่งท่านเสนา..."

"จำคำข้าไว้ หากเสนาซู่ต้องการเอาเรื่องเจ้าให้เขาไปพบข้าได้ทุกยามที่จวนอ๋องสี่"

ทหารยามตัวเล็กลีบเท่ามดปลวกทันทีเมื่อยืนเทียบเคียงองค์ชายสี่แห่งองค์ฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน

"ขอบพระทัยท่านอ๋อง"

"ไม่ต้องมากความ เจ้ารีบพานางกลับจวนโดยไว"

องค์ชายสี่แห่งแคว้นถังเอ่ยบอกองครักษ์ประจำกายหรืออีกตำแหน่งทางการทหารเป็นรองแม่ทัพแห่งกองทัพมังกรขาว

อู่ชิงหรงรีบอุ้มสหายตั้งแต่เด็กพาออกไปจากคุกแห่งนี้โดยมีสาวใช้อย่างเสี่ยวโหรวเดินตามเจ้านายไม่ห่างสักฝีก้าวเดียว

[1] ราวตี 3-5

[2] เทียบเท่ากับ 15 นาทีโดยประมาณตามเวลาสากล

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   บทส่งท้าย : 2 [จบ]

    "เหตุใดท่านถึง..."จำต้องกลืนคำพูดลงคอเมื่อถูกนิ้วของคนรักปิดไว้ที่ริมฝีปากไม่ให้ขยับเอ่ย"อย่าขยับ ห้ามพูดใด ๆ"ตงเปียนอ๋องรู้สึกว่าร่างกายตนเองแปลกไปข้างในมันร้อนรุ่ม ลำคอแห้งผากเหมือนคนกระหายน้ำหากแต่ความรู้สึกเขากลับบอกว่าน้ำเพียงอย่างเดียวช่วยให้เขาดับกระหายไม่ได้เขาเริ่มตั้งสติจนจมูกสัมผัสได้ถึงกลิ่น ๆ หนึ่ง"ผงเริงรมย์""มันคืออันใด"หลันจินเยว่เพิ่งเคยได้ยินครั้งแรกจึงใคร่สงสัย ทว่าสิ่งที่อยากรู้กลับไม่ได้ถูกเอ่ยออกมาจากปากตงเปียนอ๋องเมื่อด้านนอกมีบุคคลมาเยือน"ฉินกงกงเข้าเฝ้าองค์ชายสี่เฟยหลง"เสียงกงกงของเสด็จย่าเขาดังขึ้นอยู่ด้านนอก"ฉินกงกงมีเรื่องอันใด"เหตุใดคนสนิทของเสด็จย่าถึงได้มาเยือนเข้าถึงจวนแห่งนี้ แถมมาได้เวลาเหมาะเจาะกับอาการประหลาดที่เพิ่งเริ่มแสดงอาการอีก"ไทเฮามีรับสั่ง ผงเริงรมย์นั้นไซร้ จงใช้ให้เกิดประโยชน์ หลังจากนี้สามวันเป็นฤกษ์ดี สามารถจัดงานมงคลได้"เสียงแหลมบาดหูของฉินกงกงเอ่ยราชโองการขององค์ไทเฮาเสร็จจึงทูลลากลับเข้าวังหลวง ทิ้งให้ตงเปียนอ๋องอมยิ้มอยู่ในห้องเมื่อรู้สาเหตุแล้วว่าเหตุใดตนถึงมีอาการแปลกประหลาดเช่นนี้"อะไรคือผงเริงรมย์และอะไรคือสามวันม

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   บทส่งท้าย : 1

    บทส่งท้าย : เมื่อหมอกจางหาย บุปผางามผลิบาน"ข้าขับพิษออกจากร่างกายองค์ชายเรียบร้อยแล้ว พักฟื้นสักสองสามวันก็หายดี"หมอหลวงประจำจวนเหมยฮัวเอ่ยบอก"ส่วนยานี้ต้มทานสามมื้อจนกว่าแผลจะหายดี"เสี่ยวโหรวรีบเข้าไปรับยานั้นจากหมอหลวง"อ้อข้าลืมอีกเรื่อง"ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบกว่าเดิมเพราะนึกว่าจะเป็นเรื่องร้ายแรงอันใดอีก"แผลนั้นต้องห้ามโดนน้ำเด็ดขาด คงต้องรบกวนพระชายาแล้ว"หมอหลวงหันมากำชับเรื่องสำคัญนี้กับหลันจินเยว่ ทำเอาใบหน้านางแดงระเรื่อเพราะไม่คิดว่าคนนอกจวนอย่างหมอหลวงท่านนี้จะรู้เรื่องสถานะของนางกับองค์ชายสี่อีกคน"ข้าไปส่งท่านหมอ"อู่ชิงหรงเดินนำหน้าเพื่อส่งหมอหลวงกลับโรงหมอ"บ่าวขอตัวไปต้มยาให้ท่านอ๋องนะเจ้าคะ"ทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้วเหลือเพียงแค่หนึ่งคนหลับอยู่บนเตียงอย่างไร้วี่แววจะฟื้นและอีกคนที่นั่งลงข้างเขาด้วยความเป็นห่วง"ไหนท่านรับปากข้าว่าจะกลับมาอย่างปลอดภัย"ตอนที่หลันจินเยว่ได้ยินว่าตงเปียนอ๋องถูกอาวุธลับอาบยาพิษเล่นงานถึงกับวิ่งถือห่อยาหลายขนานไปดักรอพวกเขาระยะทางกือบลี้ ทั้งล้มลุกคลุกคลานจนแข้งขาถลอก บ่าวใช้คนใดขวางนางไล่ตะเพิดจนหมดสิ้น หากไม่สลบเสียก่อนหลันจินเยว

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ศึกชี้ชะตา / 3

    ชายแดนทิศใต้"เจ้าเลิกดื้อรั้นเถิด ตอนนี้เผ่าซีเซียงยอมจำนนต่อกองทัพมังกรขาวหมดแล้ว"เสียงกร้าวของอู่ชิงหรงประกาศลั่นการปราบกบฎดำเนินมาได้สองชั่วยามแล้ว คนของเผ่าซีเซียงบาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วนจนหัวหน้าเผ่ายกธงขาวยอมแพ้ให้กับอำนาจของแม่ทัพแห่งกองทัพมังกรขาวเฟยหลงทว่าต่อให้เสียเลือดเนื้อเสียคนไปมากมายเพียงใด ผู้ที่หัวรั้นเกลียดการพ่ายแพ้อย่างซู่จิ่งอวิ๋นไม่มีทางวางกระบี่ในมือลงเป็นแน่"วันนี้ข้ากับเจ้า ถ้าปลาไม่ตาย ตาข่ายก็ต้องขาด"ซู่จิ่งอวิ๋นโต้ตอบด้วยสำบัดสำนวนเสียงหนักแน่น วันนี้ทั้งเขาและตงเปียนอ๋องผู้นี้ต้องสู้กันให้ถึงที่สุด ให้ตายกันไปข้างถึงจะจบศึกในครั้งนี้"ช่างเด็ดเดี่ยวเช่นบิดาเจ้าเสียจริง"ตงเปียนอ๋องกล่าวชมในความเด็ดเดี่ยวนี้ หากเอามาใช้ให้ถูกทางคงเป็นที่น่ายกย่อง"วันนี้ข้าจะแก้แค้นให้ท่านพ่อที่ถูกพวกเจ้าบังคับให้ดื่มยาพิษนั่น"[1]ยามโฉ่วของวันนี้ เสนาซู่จินเพ่ยได้กรอกยาพิษฆ่าตัวตายหลังได้รับราชโองการเป็นนักโทษประหารที่ต้องบั่นคอเสียบประจาน ข่าวนั้นดังเซ็งแซ่ไปทั่วแคว้นจนมาถึงหูซู่จิ่งอวิ๋นบุตรชายเพียงคนเดียวที่ตั้งใจจะบุกไปช่วยบิดาออกมาแต่มิทันกาลเสียงกระบี่ฟาดฟันอย่

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ศึกชี้ชะตา / 2

    "ทะ...ท่านอ๋อง"ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อถูกเอาอกเอาใจจากอีกคน"วันนี้สนุกไหม"เขาชวนนางคุยปกติ หากแต่ในแววตากลับมีความกลัดกลุ้มอยู่หลายส่วนจะเรื่องอะไรได้ ก็ตอนที่นางเดินซื้อของในตลาดมีนักฆ่าสะกดรอยตามถึงสามคน โชคดีที่ตงเปียนอ๋องอ่านเกมในครั้งนี้ออกคนรักของเขาถึงได้ปลอดภัยกลับมาหากเขาเล่าเรื่องนี้ให้นางฟัง หลันจินเยว่คงไม่สบายใจ เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่แต่ในห้องอีกเป็นแน่ ตอนนี้เลยต้องเอาอกเอาใจนางเพื่อบอกกล่าวแก่เรื่องที่ตริตรองมาอย่างดีแก่นางในเวลาที่เหมาะสม"ตอนแรกก็สนุก"ตอบพร้อมยู่ปากอย่างหุดหงิดในเวลาต่อมา"ใครทำอันใดให้ว่าที่ชายาของข้าขุ่นเคืองใจ"ที่ใช้คำว่า 'ว่าที่' เพราะทั้งสองยังไม่เข้าพิธีสมรสกัน ตงเปียนอ๋องอยากให้เกียรตินางจึงจะรอปราบกบฎตระกูลซู่แล้วสิ้นถึงจะทำพิธีตามประเพณีแคว้น"ข้ากำลังดูผ้าเพื่อจะเอามาตัดชุดใหม่ให้ท่าน แต่เจอเข้ากับคนที่วางยาสลบข้าเพื่อส่งต่อให้คนพวกนั้นเข้า"ที่จริงเรื่องนี้องครักษ์เงาของเขารายงานมาหมดแล้ว"เจ้าพบเฟิงเยว่ซู?""จะเป็นใครอีกละ! พี่สาวตัวดีของเฟิงเยว่ซินนั่นแหละ"ตงเปียนอ๋องหลุดขำออกมาเบา ๆ เมื่อได้ฟังประโยคแปลก ๆ นั้นจบ"เจ้าพูดเหม

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ศึกชี้ชะตา / 1

    "เสี่ยวโหรวเร็ว ๆ เข้า"เสียงเจื้อยแจ้วของหลันจินเยว่ในอาภรณ์สีลูกท้อร้องเรียกสาวใช้ที่เดินหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังอยู่ด้านหลัง"คุณหนูช้าหน่อยเจ้าค่ะ"วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใส นางเลยขออนุญาตตงเปียนอ๋องออกมาเดินตลาด ฝั่งนั้นเห็นว่านางเพิ่งผ่านอันตรายมาเมื่อไม่กี่วันก่อนเลยให้ออกมาเที่ยวเล่นจะได้ลืมเรื่องร้าย ๆ พวกนั้น หากแต่ตงเปียนอ๋องก็มิได้นิ่งนอนใจ เขาส่งองครักษ์เงาคอยติดตามอยู่ห่าง ๆ เผื่อเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นจะได้ช่วยเหลือนางทัน"คุณหนูจะซื้อไปฝากท่านอ๋องหรือเพคะ"หลันจินเยว่ยืนดูผ้าไหมเนื้องามที่ร้านหนึ่งตรงตรอกเล็ก ๆ ของตลาด"เจ้าว่าหากท่านอ๋องเปลี่ยนมาใส่สีสว่างตาขึ้นจะดูภูมิฐานอยู่ไหม"ตั้งแต่ที่เห็นและรู้จักกันมา นางไม่เคยเห็นบุรุษที่ว่าสวมใส่เสื้อผ้าสีอื่นที่มิใช่สีดำสีเข้ม ๆ เลยสักครั้งเดียว"บ่าวว่าผ้าสีไหนหากอยู่บนตัวท่านอ๋องก็ดูสง่างามหมดเจ้าค่ะ"หลันจินเยว่เห็นด้วยอย่างยิ่ง วันนี้สาวใช้ของนางพูดได้ถูกใจต้องตบรางวัล"ผ้าพับนี้ข้าซื้อให้เจ้า"นางหยิบผ้าไหมสีกลีบดอกเหมยส่งให้เถ้าแก่ร้าน"คุณหนู นั่นคงแพงมากนะเจ้าคะ"มองแค่ตายังไม่ได้จับต้องเนื้อผ้าเสี่ยวโหรวก็รู้ว่านั่นคือไห

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   เพียงเจ้าผู้เดียวที่เป็นสตรีของข้า / 2

    ผ่านมาครึ่งชั่วยามแล้วหลังจากที่ตงเปียนอ๋องออกมาจากห้องนั้นเพื่อฟังรายงานจากเหล่าทหารว่าซู่จิ่งอวิ๋นหนีไปกบดานกับเผ่าซีเซียงบนเขาทางใต้ เขาเลยสั่งให้ทุกคนกลับมาวางแผนกันที่จวนเหมยฮัวก่อนการเดินทางกลับจำต้องใช้ม้าถึงจะถึงที่หมายโดยเร็ว ทว่าหลันจินเยว่กลับเลือกที่จะโดยสารม้ามากับอู่ชิงหรงแทนอีกคน"เหตุใดข้ารู้สึกว่าเจ้ากำลังหลบหน้าท่านอ๋อง"บุรุษผู้โผงผางคิดเห็นการใดก็พูดออกไปจนหมดสิ้นถามสหายวัยเยาว์"ข้ามิได้หลบหน้าผู้ใด"หลันจินเยว่ที่นั่งอยู่ด้านหลังเขาตอบเหมือนร้อนตัว"หากข้าเป็นคนอื่นคงเชื่อที่เจ้ากล่าวมา"จะมาเกิดฉลาดเอาอะไรตอนนี้ นางยิ่งอยากอยู่เงียบ ๆ ตบตีกับคำถามที่ยังไม่ได้คำตอบจากตงเปียนอ๋องว่าตกลงแล้วที่เขาบอกชอบนางหมายถึงร่างกายเฟิงเยว่ซินหรือตัวตนที่นางแสดงออกกัน"หยุด!"ตงเปียนอ๋องที่ควบม้าตามหลังสองคนนี้สั่งเสียงลั่น ทหารทุกนายต่างหยุดควบม้าเพื่อรอฟังคำสั่งถัดไป"ท่านอ๋องพบสิ่งใดผิดปกติหรือขอรับ"หนึ่งในทหารที่ควบม้ารั้งท้ายลงจากม้ามาถามไถ่"ม้าตัวนี้อ่อนแรงแล้ว หยุดพักที่นี่สักพักก่อน"หากม้าที่ตงเปียนอ๋องทรงขี่อยู่คือทมิฬกาลคงหาข้ออ้างเช่นนี้ไม่ได้สายตาคมมองแผ่นหลังบ

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   เพียงเจ้าผู้เดียวที่เป็นสตรีของข้า / 1

    ตอนนี้ดวงตะวันเริ่มขึ้นใหม่อีกครั้ง บ่งบอกว่าทั้งสองกายที่นอนกอดกันทั้งคืนเจอกับรุ่งเช้าของวันใหม่แล้วหลันจินเยว่รู้สึกตัวตื่นก่อนจึงค่อย ๆ แกะมือแกร่งที่โอบกอดนางไว้ในอ้อมกอดทั้งคืนออกอย่างช้า ๆเมื่อคืนไม่รู้ว่าเหตุใดจุดจบของทั้งคู่จึงกลายเป็นการหลอมรวมเป็นหนึ่งเช่นนั้นถึงแม้จะยังเคอะเขินและเจ็

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   จวนตระกูลซู่

    ภายในห้องโถงรับรองเต็มไปด้วยบรรดาขุนนางมากหน้าหลายตากำลังนั่งจิบน้ำชาในงานเลี้ยงต้อนรับบุตรชายของซู่จินเพ่ยกันอย่างสุขสำราญ"จิ่งอวิ๋นนำชัยกลับมาเป็นของขวัญท่านพ่อขอรับ"ซู่จิ่งอวิ๋น บุตรชายเพียงคนเดียวของซู่จินเพ่ยออกศึกขับไล่ข้าศึกที่ชายแดนใต้ได้ชัยชนะกลับมา ทำให้เสนาบดีกรมกลาโหมอย่างซู่จินเพ่ยจั

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ท่านอ๋องของข้าน่ารักที่สุด / 3

    ซึ่งตอนนี้สิ่งที่ตงเปียนอ๋องยังไขไม่ออกคือ เหตุใดซู่จินเพ่ยถึงไม่สังหารบุตรีนางนี้ของศัตรูเสีย แต่กลับสั่งให้ลูกน้องจับนางแบบมีชีวิตกลับไป นางผู้นี้เป็นเพียงลูกอนุภริยาของเฟิงอู๋เยว่ จะไปมีความสำคัญอันใดเท่าเฟิงเยว่ซูคุณหนูใหญ่คนนั้นกัน"ตามต่อไปเงียบ ๆ ข้าจะใช้กลยุทธจับเสือมือเปล่า"ในหมากกระดานนี

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ท่านอ๋องของข้าน่ารักที่สุด / 2

    "ทำสวนแค่นี้สบายมาก แต่ก่อนวิ่งขึ้นวิ่งลงตึกสิบชั้นยังไม่บ่นเลย""คุณหนูหมายถึงที่หอคัมภีร์หรือเจ้าคะ"เผลอหลุดพูดเกี่ยวกับชีวิตประจำวันโลกปัจจุบันตัวเองเสียได้ ทำเอาเสี่ยวโหรวมองหน้าอย่างใคร่สงสัยกับสิ่งที่ได้ยิน"ใช่ ๆ ข้าหมายถึงหอคัมภีร์นั่นแหละ เลิกมากความได้แล้ว รีบกลับไปก่อนจะมีคนมาเจอเร็ว!"

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status