เข้าสู่ระบบสามจอมมารกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย เหมือนกับอดอยากมานาน พวกเขาสามคนตั้งหน้าตั้งตากิน ไม่รู้ว่าท้องของพวกเขา ใส่อาหารเข้าไปหมดได้อย่างไร “ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าจะขอนางอยู่ที่นี่ไม่กลับไปแล้ว” จอมมารบรรพกาลเอ่ยขึ้น ก่อนตักกระเพาะปลากินอย่างเอร็ดอร่อย ราชาปีศาจมองเขาก่อนจะครุ่นคิด ความคิดของเขาไม่เลวเลย เขาก็อยากอยู่ที่นี่ เพราะอาหารอร่อยมาก“ข้าก็จะขอนางอยู่ที่นี่ไม่กลับไปแล้วแคว้นหนาน จอมมารอัคคีเอ่ยขึ้นมาบ้าง พร้อมคีบหนังหมูกรอบ ๆ ยัดใส่ปาก ก่อนจะหลับตาดื่มด่ำกับรสชาติ“ข้าก็จะอยู่เช่นกัน” ราชาปีศาจเอ่ยขึ้น ทำให้ตงฮวนและหานที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ครุ่นคิดว่าที่จริงนิสัยดั่งเดิมของพวกเขา ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร เพียงเพราะผิดหวังในความรัก เลยทำตัวเลวร้ายเพื่อประชดชีวิต หากพวกเขาคิดเปลี่ยนแปลง ย่อมทำได้แน่นอนซึ่งตรงกับความคิดของซิ่วอิง ลี่อินและเจียวจู ยามนี้พวกนางแอบสังเกตอยู่เงียบ ๆ ว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้พวกเขา เปลี่ยนเป็นคนดีและเป็นปกติเหมือรผู้อื่นเขา ดูท่าพวกเขาจะชอบอาหาร หรือว่าจะเอาอาหารมาล่อ ก็ต้องลองดูเมื่อทุกคนกินอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซิ่วอิงก็พาทุกคนไปนั่งที่ห้องโถง ซิ่วอิง ลี่อ
ทางด้านแคว้นฉี เฉินซีฮันได้พูดคุยทุกอย่างตามที่ได้ซิ่วอิงได้บอกเอาไว้ แต่ดูเหมือนฮ่องเต้ดูจะไม่สนใจและใส่ใจเท่าใดนัก เพราะเอาแต่จดจ้อง มองซิ่วอิงตลอดเวลา ไหนจะจอมมารบรรพกาล ที่เอาแต่มองซิ่วอิง นัยน์ตาหวานเยิ้มอย่างคนคลั่งรัก เฉินซีฮันพยายามควบคุมอารมณ์อย่างหนัก มาตกลงกันเรื่องแร่ทองคำ แต่ดูพวกเขาสิ มองนางอย่างกับเห็นขนมหวาน ซิ่วอิงถอนใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย บุรุษพวกนี้น่าเบื่อเสียจริง“ขอเสนอของแคว้นเป่ยเซี่ยะ ฮ่องเต้มีความคิดเห็นเช่นไรเพคะ?”“ข้าคิดว่าเจ้าเป็นสตรีที่งดงามมาก” จอมมารบรรพกาล หันไปมองฮ่องเต้อย่างไม่พอใจ ส่วนซิ่วอิงเริ่มหมดความอดทน“หม่อมฉันเริ่มรำคาญแล้วเพคะ” ซิ่วอิงเอ่ยออกมาเสียงดัง ยกชามาดื่มแล้ววางลงดังปึก! นางจะไม่รักษากิริยาอีกต่อไปแล้ว“เป็นเพราะเจ้า นางอารมณ์ไม่ดีแล้ว” จอมมารบรรพกาลหันไปตำหนิฮ่องเต้ ก่อนจะหันมายิ้มให้กับซิ่วอิง เขาไม่อยากเชื่อว่า จะได้พบสตรีในดวงใจอีกครั้ง แต่ว่านางกำลังจะแต่งงาน แต่ว่าใครสนกันเล่า แค่ได้เห็นนางเขาก็มีความสุขมากแล้ว ผ่านไปหลายพันปี นางยังอยู่ในใจเอาเสมอซิ่วอิงกลอกตามองบน ฮ่องเต้ก็ดูเหมือนไม่เต็ม ส่วนจอมมารก็ดูเหมือนจะเกินจนล้น น
“หม่อมฉันยินดีเพคะ” เจียวจูหันมาตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทำเอาจอมมารยิ่งใจเต้นรัว นางช่างงดงามเกินไปแล้วเหตุผลที่พวกเขาอย่างประลองก็เพราะอยากให้แคว้นหนานได้เห็นว่า หากแคว้นเป่ยเซี่ยะจะทำสงครามนั้นย่อมได้ แต่พวกเขาเลือกที่อยู่อย่างสันติเมื่อมาถึงลานประลอง เจียวจูก็ไปยืนอยู่มุมหนึ่งก่อนจะเดินไปคุยกับจอมมาร“ท่านห้ามเล่นตุกติกเด็ดขาด หากท่านเชื่อฟัง เรามาเป็นสหายกัน” เจียวจูเอ่ยบอกเขาด้วยท่าทีออกคำสั่ง จอมมารอัคคีหลุดขำออกมา กับท่าทางของนาง ท่าท่างขู่เหมือนลูดแมวมากกว่าจะเป็นลูกเสือ แต่นางบอกว่า หากเชื่อฟังจะให้เป็นสหาย ถึงไม่ได้เป็นคนรัก เป็นสหายก็ยังดี“ได้”“งั้นยื่นนิ้วมาเจ้าค่ะ” เขาไม่รู้ว่านาง จะให้เขายื่นนิ้วไปให้นางทำไม แต่แล้ว “โอ๊ย!” นางก้มมากัดนิ้วเขาจนเลือดซิบ เขามองนางอย่างขุ่นเคือง“ไม่โกรธนา สิ่งนี้ว่าการทำสัญญา หากท่านตประมืออย่างยุติธรรม เดี๋ยวข้ามาทำแผลให้เจ้าค่ะ แต่หากว่าท่านเล่นตุกติก ข้าจะทำให้ท่านได้แผลยิ่งกว่านี้” นางเอ่ยน้ำเสียงเหี้ยมและดุดัน แต่เขากลับเห็นว่า มันช่างน่ารัก“เจ้าพูดอะไรกับเขา?” เจียวจูรีบกระซิบข้างใบหูเขาทันที“ข้าบอกห้ามเล่นตุกติก หากเขาเชื่อฟังก
เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย นางก็ให้เด็ก ๆ ไปเรียกทุกคนมากิน โดยนางทำตัวอย่างให้ดู ทุกคนก็ทำตาม เพียงคำแรก ทุกคนก็ร้องออกมาว่าอร่อยแต่แล้วซิ่วอิงก็นึกท่านปู่ ตายแล้วลืมไปเสียสนิท แต่แล้วเสียงของเขาก็ดังมาแต่ไกล“กลิ่นหอมของอะไรนี่ ซิ่วอิงเจ้าทำอาหารใหม่อีกแล้ว ข้ามาได้ถูกจังหวะพอดีสินะ” ชายชราเฉินป๋อหยวน ยิ้มแย้มอย่างอารมณ์“ท่านปู่นั่งเลยเจ้าค่ะ” ซิ่วอิงรีบหาเก้าอี้มาให้เขาอย่างเอาใจ ชายชราเหลือบตามอง วิธีการกินก็เข้าใจ ก่อนจะหยิบตะเกียบมาคีบเนื้อ แล้วนำไปใส่หม้อที่กำลังเดือด จากนั้นนำมาจิ้มกับน้ำจิ้ม แล้วนำใส่ปาก“โอ้ หลานสะใภ้คนงาม เจ้าห้ามเปลี่ยนใจ จากหลานชายข้าเด็ดขาด อาหารชนิดนี่เรียกว่าอะไรหรือ”“หม้อไฟเจ้าค่ะ”“ข้าชอบอร่อยจริง ๆ” เขาพูดไปก็คีบอย่างอื่นลงไปใส่ในหม้อ อย่างสนุกสนาน หลังจากกินอาหารกันเสร็จ นางปล่อยให้ป้าหวังและทุกคนจัดการเก็บล้าง ส่วนนางพาทุกคนมาที่ห้องโถง เพราะมีเรื่องที่จะต้องพูดให้ทุกคนเข้าใจ“ทุกคนฟังข้าให้ดีนะเจ้าค่ะ การไปเยือนต่างแคว้นในครั้งนี้ คือการกระชับความสัมพันธ์ และทำหน้าที่คล้ายทูตในการเจรจา”“ทำหน้าที่คล้ายทูต”“ใช้เจ้าค่ะ สิ่งที่แคว้นซ่งอยากได้ ค
“ขุนนางทุกคนฟังข้าให้ดี ข้าที่เป็นถึงฮ่องเต้ ยังเคารพและให้เกียรติพวกนาง หากใครมีความคิดที่ไม่ดีเพียงน้อยนิด เกี่ยวกับพวกนาง ข้าก็ไม่คิดจะเก็บเอาไว้ เพราะฉะนั้นจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ การกลับมาของข้าในครั้งนี้ ข้าจะไม่ใจดีอีกต่อต่อไป”“ขอบพระทัยที่ทรงตักเตือนพ่ะย่ะค่ะ”ราชสำนักออกมาปิดประกาศความผิด ของเฉินอ๋อง ตระกูลสวี่ ตระกูลเสิ่น ตระกูลขุนนางที่มีส่วนรู้เห็นและสมคบคิด โทษคือประหารชีวิตทั้งหมด และวันประหารจะมีขึ้นในอีกสามวันประกาศต่อมาคือ พระราชทานสมรสสามองค์ชาย ซึ่งผู้คนไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์สิ่งใด เพราะขุนนางที่ไปประชุม ได้ออกมาบอกทุกคนว่า สตรีทั้งสามนางที่แต่งเข้าราชวงศ์ เป็นสะใภ้คนโปรด และฝ่าบาทยังได้ประกาศเอาไว้ หากใครว่าร้ายพวกนางเพียงนิด พระองค์ก็ไม่คิดจะเก็บเอาไว้ข่าวการยึดบัลลังก์คืนของอดีตฮ่องเต้ ทำให้อีกสามแคว้นเกิดงุนงง ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแคว้นเป่ยเซี่ยะ เฉินอ๋องก่อกบฏยึดบัลลังก์ไปได้ไม่นาน อดีตฮ่องเต้ก็ยึดคืนได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ อีกทั้งไม่มีการต่อสู้นองเลือดกันเกิดขึ้น เรื่องนี้สร้างความแปลกใจและสงสัย ให้แต่ละแคว้นเป็นอย่างมากแคว้นหนานฮ่องเต้ยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ฟัง
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย พวกเขาก็ออกมาเดินอยู่บนถนนในยามค่ำคืน ที่ยามนี้เงียบสงัด “ยังไม่ดึกมาก พวกเราไปเยี่ยมท่านแม่ทัพ กันดีหรือไม่เจ้าคะ?” ซิ่วอิงคิดว่าในเมื่อเริ่มแล้ว ก็ควรจัดการให้มันจบ ๆ เน้นกำจัดหัวหน้าใหญ่ เพราะหากไม่มีพวกเขา คนอื่น ๆ ก็ไม่กล้าหือเฉินซีฮันมองภรรยาของเขาอย่างเอ็นดู เหมือนนางพอได้ปลดปล่อยพลัง ก็ยิ่งดูฮึกเหิม อยากไปกำจัดศัตรูให้สิ้นซาก“ข้าเห็นด้วยกับซิ่วอิงเจ้าค่ะ ไหน ๆ ก็ได้ลงมือแล้ว ทำให้จบในคราวเดียวไปเลย” เจียวจูเอ่ยสนับสนุนความคิดของซิ่วอิง“งั้นไปกัน ต่อด้วยวังหลวงด้วยเป็นอย่างไร?” เฉินซีฮันก็คิดว่า ควรจัดการทุกอย่างให้มันจบ ๆ ไป ก็ดีเหมือนกัน“ดี!” สามสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกันไม่นานพวกเขาทั้งเจ็ดคน ก็มาหยุดยืนอยู่บนหลังคาจวนท่านแม่ทัพสวี่ แสงไฟที่ลอดออกมาจากห้องทำงานของสวี่ซีเฉิง บ่งบอกว่าเขายังไม่นอนพวกเขาโรยตัวลงมาอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องทำงานของสวี่ซีเฉิง อย่างไม่หวาดหวั่น ทหารองครักษ์รอบบริเวณ ไร้สติด้วยพลังปราณหลับใหล ปัง! เสียงถีบประตูเข้าไปอย่างไม่เกรงใจ ทำให้ท่านแม่ทัพเงยหน้าขึ้นมามอง ด้วยความตกใจ “พวกเจ้าเป็นใคร?” เขาถามขึ้น







