Masukเพราะอะไรน่ะเหรอ
ก็เพราะว่าพี่ของเธอคนหนึ่งมันสำออย
พอมันฟ้องพ่อเสร็จมันก็สลบไสลหมดสติไป พ่อจึงต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลกะทันหัน
และเหตุการณ์วันนั้นพ่อของเธอจึงทิ้งเธอกับแม่ไว้ที่ประเทศไทย
เพราะว่าพ่อโกรธเธอมากแล้วพาลโกรธแม่ของเธอด้วย
แม่ของเธอก็เอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญจนเธอต้องนั่งปลอบใจอยู่ทั้งวันทั้งคืนอย่างหงุดหงิดไม่ได้หลับไม่ได้นอน
กว่าแม่จะตั้งตัวได้ก็กินเวลานานเป็นเดือนๆ
ต่อมาไม่นานแม่ได้เจอคนรักคนใหม่
แม่รักผู้ชายคนนั้นมาก
ผู้ชายของแม่ก็รักแม่มาก
รักมากจนเผื่อแผ่มาถึงเธอ
ด้วยหน้าตาและรูปร่างของเธอที่สวยโดดเด่นตั้งแต่เริ่มแตกเนื้อสาว จึงทำให้พ่อเลี้ยงของเธอมักจะมองเธอด้วยความรักแบบแปลกๆ
เธอจึงเริ่มระแวงและระแวดระวัง
แล้ววันหนึ่งสิ่งที่เธอหวาดกลัวก็เกิดขึ้น
เมื่อพ่อเลี้ยงของเธอพยายามจะเข้าหาเธอ
โชคดีที่เธอระวังตัวเอาไว้อยู่แล้วเป็นอย่างดีจึงไหวตัวทันและหนีออกจากบ้านมาได้
และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
เธอก็ไม่กลับบ้านอีกเลย
เมื่อแม่รู้ความจริงแม่จึงให้เธอเช่าห้องอยู่เองข้างนอกใกล้ๆกับโรงเรียน
และต่อมาไม่นาน
เธอก็ได้ข่าวว่าแม่ของเธอกับพ่อเลี้ยงได้มีลูกด้วยกันและรักกันมากยิ่งขึ้น
เธอจึงปล่อยให้แม่อยู่กับพ่อเลี้ยงไป
ส่วนเธอก็ทำตัวสวยๆเข้าวงการ
ด้วยหน้าตาและรูปร่างที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์และอาศัยเข้าหาคนที่มีเส้นสายมันจึงไม่ใช่เรื่องยาก
พอคิดมาถึงตรงนี้แล้วก็อดที่จะนึกถึงเพื่อนของเธอขึ้นมาไม่ได้
เพื่อนของเธอที่ทรยศเธอนั้น
เธอได้รู้จักกันตั้งแต่เรียนอยู่ในระดับชั้นอนุบาลตอนเรียนอยู่ที่ประเทศจีน
ต่อมาเมื่อเธอเกิดเหตุให้ต้องมาอยู่ประเทศไทยเพื่อนของเธอคนนี้ก็มีเหตุให้ต้องย้ายมาเรียนที่ประเทศไทยด้วยเหมือนกัน
โลกช่างกลมเสียจริง
และการที่เธอได้เข้าวงการส่วนหนึ่งก็มาจากเพื่อนของเธอคนนี้
เพื่อนของเธอมีญาติผู้ใหญ่ที่รู้จักกับผู้ใหญ่อีกคนที่อยู่วงในอีกทีหนึ่งจึงเป็นอะไรที่ตรงประเด็นสำหรับเธอ
การเป็นดาราก็สนุกดี ได้เงินดีมากๆ
แต่เสียอย่างเดียว
เสือสิงห์เยอะไปหน่อย
ไม่รู้ว่าจะไว้ใจใครดี
หลินหลินนั่งจมอยู่กับอดีตของเธอมาพักใหญ่
ดวงตากลมโตเป็นประกายของเธอเวลานี้ดูเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด
แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้น เธอก็ปรับสีหน้าและแววตาให้กลับมาเป็นปกติก่อนจะหันหน้ามาทางหยางหยางของเธอ
เธอพบว่าหยางหยางนั่งมองเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"มีอะไรหรือ" หลินหลินถามออกไปเมื่อเห็นชายหนุ่มจ้องมองมาทางเธอนิ่งงันด้วยสายตาคมกริบพราวเสน่ห์
"เจ้าเป็นอะไร" เสียงทุ้มนุ่มลึกเอ่ยถามขึ้นจนหลินหลินต้องกระพริบตาปริบๆ
"เปล่านี่" หลินหลินตีหน้ามึนตอบกลับไปเบาๆก่อนลุกขึ้นยืนพร้อมกับเอื้อมมือส่งให้ไปทางหยางหยางพลางเอ่ย
"กลับกันเถอะ"
ชายหนุ่มไม่ได้กล่าวตอบสิ่งใดอีก เขาเพียงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะจ้องมองมือเรียวขาวของหญิงสาวนิ่งๆ
คิ้วคมเข้มคล้ายกระบี่ของเขาขมวดเข้าหากันน้อยๆคล้ายกับว่าไม่แน่ใจในการจับมือกันระหว่างเขากับเธอ
หลินหลินเห็นอย่างนั้นจึงยักไหล่ขึ้นอย่างไม่แคร์
"เป็นอะไร" เธอพูดออกไปขณะยื่นมือเข้าไปใกล้ชายหนุ่มอีกนิดก่อนจะเป็นฝ่ายงัดฝ่ามือของเขาเข้ามากุมเอาไว้ และเป็นฝ่ายจับจูงฝ่ามือเรียวยาวของเขาให้เดินไปตามทาง
ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นคงจะรีบมาคว้ามือของเธอแถมด้วยโอบเอวล่ะมั้ง
ผู้ชายคนนี้ทำเธอเป็นปลื้มจริงๆ
ปลื้มตลอด...
หลินหลินคิดอย่างกรุ้มกริ่มอยู่ในใจ
ซักพัก สาบเสื้อเริ่มเผยชายผ้าเริ่มเปิดผิวเนื้อนวลเนียนใต้ร่มผ้าเริ่มเด่นชัด สัดส่วนภายใต้อาภรณ์เริ่มงามเด่นออกมาสู่สายตาหลี่หงจินหยางถอนใบหน้าคมคายออกจากซอกคอหอมกรุ่นขึ้นมองใบหน้างามขึ้นริ้วสีชาดของหลินหลิน ลมหายใจกรุ่นร้อนเป่ารดหนักหน่วงใส่ใบหน้าของกันและกัน ดวงตาคมกริบฉายแววเร่าร้อนมองสบประสานดวงตากลมโตฉายแววเว้าวอนเพียงอึดใจ ริมฝีปากร้อนผ่าวของคนทั้งสองพลันประกบเข้าหากันอย่างร้อนรนตรงกำแพงมุมมืดของชั้นหนังสือ บัดนี้กำลังมีเสียงเสียดสีของเสื้อผ้าอาภรณ์ผสมผสานเสียงลมหายใจหอบหนักของสองสามีภรรยาอยู่อย่างนั้น แผ่นหน้ากระดาษของตำราชุนกงพลันพลิกกลับไปมาเมื่อมีลมพัดพาจากชายผ้าผลิกตลบออกจากเรือนร่างของพวกเขาเสียงของจังหวะบางอย่างยังคงดังผสมผสานกับเสียงของลมหายใจหนักๆหอบถี่อยู่อย่างนั้นและตรงนั้นอีกครู่ใหญ่จากกำแพงตรงมุมชั้นหนังสือ บัดนี้ถูกเปลี่ยนมาเป็นตรงตั่งวางเครื่องหอมภายในห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ถัดกันระหว่างห้องหนังสือกับห้องนอนหลี่หงจินหยางกับหลินหลินที่พากันเข้ามาหวังจะอาบน้ำชำระเหงื่อไคลจากกิจกรรมบางอย่างเมื่อครู่พลันเปลี่ยนใจพวกเขายังคงกระชับอ้อมแขนโอบรอบเอวโอบรอบไหล่กันอยู
เวลาผ่านไปอีกเป็นชั่วยามหลังจากหมดเวลาของมื้ออาหารเย็นหลี่หงจินหยางยังคงนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะขนาดใหญ่ตัวเดิมภายในห้องทรงงานส่วนตัวในขณะที่หลินหลินเพียงเดินอ่านหนังสืออยู่ที่ชั้นหนังสืออย่างเพลิดเพลินไม่ใกล้ไม่ไกลกับหลี่หงจินหยางหลินหลินยังคงเป็นสตรีในห้องหอที่ฟุ้งซ่านเรื่อยเปื่อยเนื่องจากว่างงานมากๆผิดจากยามที่อยู่ในยุคเดิม เธอยังคงหาอะไรทำตามวิสัยที่ไม่เคยได้หยุดนิ่งมาแต่ไหนแต่ไรหญิงสาวอ่านหนังสือที่มีอยู่บนชั้นหนังสืออย่างหลากหลายเนื้อหาแบบไม่เจาะจงแต่ต้องมาสะดุดลงที่หนังสือประเภทหนึ่งอันที่จริงหลินหลินกำลังตาลายมองเห็นหนังสือเล่มนี้คล้ายๆกับหนังสือชุนชิวว่าด้วยเรื่องการเมืองการปกครองแต่เมื่อหยิบมันมาอ่านกลับกลายเป็นหนังสือชุนกงว่าด้วยเรื่องบนเตียงนอนของคู่รักคู่ครองไปเสียนี่หือ...ของดูหน่อยเป็นไร หลินหลินที่ฟุ้งซ่านเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งฟุ้งซ่านเข้าไปอีก เธอจึงยืนหลบมุมอ่านหนังสือชุนกงพลางหัวเราะคิกคักชอบใจหลี่หงจินหยางที่มักจะมีหลินหลินอยู่ในสายตาตลอดเวลาจึงได้เห็นนางในยามนี้นางกำลังยืนดูหนังสือเล่มนั้นอย่างอารมณ์ดี นางมักจะทำอะไรกระตุกใจของเขาได้ตลอดเวลาเสียจริงเชียวหลิ
“หยางหยาง...” เสียงอ่อนเสียงหวานของหลินหลินยังคงกระซิบกระซาบอยู่ตรงแผงอกของหลี่หงจินหยางเมื่อกิจกรรมรัญจวนสุดแสนจะดีต่อกายดีต่อใจได้ผ่านพ้นไป“หืม...” หลี่หงจินหยางขานรับเบาๆอยู่ในลำคอพลางก้มหน้าลงมองสตรีอันเป็นที่รักที่เขามักจะนอนกอดนางเอาไว้แนบอกอบอุ่นอย่างไม่คิดจะปล่อยให้ออกห่างแต่อย่างใดหลินหลินมิได้กล่าวสิ่งใดออกมา เธอเพียงเงยหน้ามองพร้อมส่งสายตากลมโตเป็นประกายพลางอมยิ้มน้อยๆด้วยใบหน้าขึ้นริ้วสีแดงระเรื่อส่งให้หลี่หงจินหยางแล้วกดริมฝีปากจูบเบาๆที่ปลายคางของเขาอย่างน่าเอ็นดูหลี่หงจินหยางถึงกับคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะก้มหน้าลงแล้วกดจมูกของตนฝังที่พวงแก้มเปล่งปลั่งของหลินหลินอย่างนึกเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันภายใต้ม่านมุ้งที่ปกคลุมอยู่โดยรอบที่ขอบเตียง บนเตียงนอนผืนใหญ่แห่งนี้ มีชายหนุ่มหญิงสาวยังคงนอนทอดเรือนกายยาวเหยียดเปล่าเปลือยแนบชิดหยอกล้อกันอยู่อย่างนั้นอีกครู่ใหญ่ ก่อนจะกระชับวงแขนโอบกอดกันและกันแล้วพากันหลับใหลไปอย่างอ่อนแรงวันแล้ววันเล่า...คืนแล้วคืนเล่า...ทั้งสองก็ยังคงทำมันอยู่อย่างนั้นตลอดมาปลายยามอิ่ว(หกโมงเย็น)ภายในตำหนักส่วนพระองค์ขององค์รัชทายาทกับพระชายาของเขาหลี่หงจิน
หลินหลินถึงกับแอ่นกายอรชนนวลนิ่มของตนขึ้นเพียงนิดพร้อมเอื้อมวงแขนโอบกระชับรอบต้นคอของหลี่หงจินหยางเอาไว้แน่น“เดี๋ยว...เดี๋ยวก่อน...”หลินหลินครวญครางเสียงแผ่วห้ามปรามเบาหวิว“หืม...” หลี่หงจินหยางเพียงถอนใบหน้าของเขาออกจากหน้าอกหยุ่นนุ่มขึ้นมองหลินหลินในระยะประชิดหลินหลินปรือตามองหลี่หงจินหยางเพียงนิดก่อนกระชับวงแขนของตนที่ต้นคอของเขาแล้วโน้มใบหน้าของเขาให้เข้าแนบชิดใบหน้านวลเนียนและเริ่มต้นจูบหลี่หงจินหยางอีกครั้งอย่างหนักหน่วงรุนแรงพร้อมดันร่างกำยำของเขาให้พลิกกายกลับอีกคราเพื่อที่ร่างนุ่มนิ่มของตนจะได้เป็นฝ่ายครอบครองเขาอีกครั้งเมื่อหลี่หงจินหยางพลิกกายนอนหงายอยู่ใต้ร่างของหลินหลินอีกครา หลินหลินจึงถอนริมฝีปากของตนออกจากริมฝีปากของหลี่หงจินหยางเมื่อครอบครองช่วงกลางลำตัวของเขาจนสำเร็จอย่างรวดเร็ว เธอเพียงส่งยิ้มบางเบาอย่างเจ้าเล่ห์ส่งให้เขาก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหวเรือนกายจนเรียกเสียงบางอย่างให้ออกมาจากลำคอของเขาได้อย่างน่าชมหลี่หงจินหยางเพียงคลี่ยิ้มเหลือร้ายตรงมุมปากส่งตอบกลับหลินหลินขณะเอื้อมฝ่ามือของตนขึ้นจับกระชับตรงสะโพกของนางให้นางได้เคลื่อนไหวบางอย่างได้ตามใจต้องการเขาตามใจ
ภายใต้ม่านมุ้งสีทองที่กำลังทิ้งตัวลงมายังขอบเตียงนอนอย่างสวยงามเพียงทำหน้าที่ปกคลุมร่างสองร่างเปลือยเปล่าที่กำลังนอนเหยียดยาวซ้อนทับกันอยู่บนเตียงนอนแห่งนี้หลินหลินยังคงทอดกายทาบทับอยู่บนเรือนร่างกำยำแข็งแกร่งของหลี่หงจินหยางพลางส่งยิ้มหวานหยดร้ายกาจปรายดวงตากลมโตพราวเสน่ห์ใส่หน้าของหลี่หงจินหยางอยู่ในระยะประชิดหลี่หงจินหยางเพียงหรี่ตาคมกริบมองตอบสบกลับพร้อมยกยิ้มตรงมุมปากน้อยๆส่งให้หลินหลินเพื่อรอชมมารยาของภรรยาตัวดีอย่างท้าทายหลินหลินเคลื่อนกายยกขึ้นเพียงนิดก่อนจะค่อยๆเบียดเสียดลงมาจนหน้าอกอวบอิ่มของเธอเสียดสีอยู่ตรงแผงอกของหลี่หงจินหยาง ยอดอกนูนเด่นของเธอกำลังล้อเล่นอยู่กับยอดอกแข็งแกร่งของเขาอย่างจงใจก่อนจะก้มหน้าลงแล้วค่อยๆใช้ปลายลิ้นเรียวเล็กละเลียดชิมริมฝีปากที่กำลังคลี่ยิ้มร้ายกาจของเขาอย่างใจเย็นหลี่หงจินหยางเพียงหรี่ตามองใบหน้างามที่กำลังขยับแนบชิดอยู่กับใบหน้าของเขาก่อนจะค่อยๆเปลี่ยนริมฝีปากที่กำลังเปื้อนรอยยิ้มน้อยๆให้เผยอออกเพื่อรับกลีบปากของหลินหลินให้แทรกปลายลิ้นเข้ามาภายในริมฝีปากของเขาอย่างใจเย็นเช่นเดียวกันหลินหลินหลับตาพริ้มขณะกำลังขยับปลายลิ้นเข้าใส่ริมฝีปากข
หลี่หงจินหยางถึงกับชะงักงันกับสัมผัสบางอย่างตรงแผงอกของเขา ชายหนุ่มเพียงก้มมองใครบางคนที่กำลังซุกซนกับเขาจนเรียกความรู้สึกบางอย่างของเขาให้ลุกตื่นขึ้นมาหลินหลินถึงกับต้องเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของแผงอกอันน่าหลงใหลเมื่อรู้สึกได้ว่าแผงอกของเขาเริ่มมีความร้อนแผ่ซ่านออกมาและเมื่อหญิงสาวเงยหน้าช้อนสายตาขึ้นมอง ไอความร้อนจากลมหายใจของชายหนุ่มก็เข้าปะทะใบหน้า หลินหลินถึงกับแก้มแดงพร้อมดวงตากลมโตเริ่มแวววาวเป็นประกายจนหลี่หงจินหยางต้องจ้องมองใบหน้าอย่างนั้นของหลินหลินในยามนี้“เจ้ากำลังทำอะไร”เขาก้มหน้าถามนางด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“ท่านนั่นล่ะ...ทำอะไร”หลินหลินเงยหน้าถามกลับด้วยน้ำเสียงเบาหวิวหลี่หงจินหยางเพียงเอื้อมวงแขนขึ้นโอบรัดรอบลำตัวของหลินหลินเอาไว้จนร่างนุ่มนิ่มของนางเข้าแนบชิดกับเขาหน้าอกอวบอิ่มที่เผยอยู่เหนือเสื้อเกาะอกชนเข้ากับแผงอกกรุ่นร้อนของเขาที่เผยออกจากสาบเสื้อ“คืนนี้...เจ้าคงไม่ต้องการหลับอย่างสบายๆใช่หรือไม่” เขาก้มหน้ากระซิบ“ร้ายกาจอีกแล้วนะ หยางหยาง” หลินหลินตัดพ้อเบาๆ“ใครกันแน่ที่ร้ายกาจ”“ท่านนั่นล่ะ”“เจ้ามากกว่า”“ท่าน...”“เจ้า...”“หื้อ”เสียงของหลินหลินขาดหายไปด
หน้าผาสูงชันแห่งหนึ่งกำลังปกคลุมไปด้วยบรรยากาศอึมครึมที่สุดแสนจะวังเวงและโศกศัลย์บุรุษหนุ่มผู้หนึ่งกำลังนั่งคุกเข่าคล้ายกับจะร่ำไห้อยู่ตลอดเวลา แต่ทว่า เพราะเป็นบุรุษเพศที่ไม่อาจเสียน้ำตาจึงทำได้แค่เพียงเก็บข่มมันเอาไว้ด้วยจิตใจที่แสนจะอัดอั้นทนทรมานเบื้องหน้าของบุรุษผู้นี้มีหลุมศพพร้อมป้ายสลักชื
หลินหลินเอ่ยคำเรียบเรื่อยแค่นั้น ก่อนพาเหล่าฮูหยินเดินไปทางโรงน้ำชาที่อยู่ไม่ไกล“เอาล่ะ ข้าจะแสดงให้ดูว่าความสวยงามแบบมืออาชีพเขาทำกันอย่างไร” จบคำหลินหลินเพียงเดินกรีดกรายเข้าไปยังโรงน้ำชาแห่งนี้ที่มีผู้คนพลุกพล่านทั้งบุรุษและสตรีหญิงสาวเพียงเดินนวยนาดไปทางห้องโถงของโรงน้ำชาก่อนจะหยุดยืนอยู่กับท
หลินหลินจึงอธิบายอย่างต่อเนื่อง “ก่อนนอนหาชุดสำหรับเตรียมนอนที่มีสีสันบ้างในบางครั้ง เนื้อผ้าควรเป็นแบบบางเบาและลื่นมือสะกิดเพียงนิดหลุดร่วงอย่างเร็ว ไม่จำเป็นต้องมัดสายคาดเอวจนสาบเสื้อปิดมิดจนถึงลำคอ ให้ปล่อยเอาไว้ไม่ต้องมัดสาบเสื้อแต่อย่างใด ชุดเอี๊ยมก็ไม่จำเป็นต้องมีสายถ้าให้ดีใส่แค่ปิดหน้าอกเพี
หลินหลินเอ่ยคำพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เปี่ยมเสน่ห์แพรวพราว หญิงสาวทำท่าครุ่นคิดอยู่เพียงครู่จึงเอ่ยต่อ“หม่อมฉันจะแนะนำวิธีการต่างๆเพื่อใช้มาเสริมเพิ่มความงามให้เฉิดฉายทั้งยังดึงเสน่ห์ที่มีอยู่น้อยนิดให้มีเพิ่มมากยิ่งขึ้นและที่สำคัญวิธีกลยุทธ์มัดใจสามีไม่ให้สนใจชะนีอื่นมากเกินไปเพคะ”“อา...” เหล่าสตร







