Share

นางเปลี่ยนไป

last update Tanggal publikasi: 2025-05-14 09:01:18

หลังจากที่หลี่อวี้จิง หลี่เหมยหยุนในร่างใหม่ ได้จัดการอาบน้ำและเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของตัวเองจนดูสะอาดสะอ้านและสง่างามกว่าเดิม นางก็รู้สึกได้ถึงความสดชื่นและมั่นใจมากขึ้น

"ถึงแม้ข้าจะอยู่ในร่างของหญิงที่ไม่มีใครรัก แต่ข้าก็จะไม่ปล่อยให้ตัวเองจมปลักอยู่กับอดีต" นางพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะตัดสินใจเดินออกไปสำรวจภายในจวน

เมื่อเดินออกจากเรือนพัก นางก็สัมผัสได้ถึงอากาศบริสุทธิ์และกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ปลูกไว้รอบลาน แม้จวนของลู่เหรินเจ๋อจะดูโอ่อ่าและยิ่งใหญ่สมฐานะบุรุษผู้มีอำนาจ แต่บรรยากาศกลับเงียบสงบ ราวกับไร้ชีวิตชีวา

ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ สองคู่ก็ดังขึ้นจากอีกฟากของทางเดิน

"นางปีศาจออกมาแล้ว!"

เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างตกใจ นางหันไปมองตามเสียง ก่อนจะเห็นเด็กชายสองคนที่ยืนจับมือกันแน่น พวกเขาตัวเล็กกว่าวัยที่นางคาดไว้ หน้าตาของทั้งคู่มีเค้าโครงเดียวกับลู่เหรินเจ๋อโดยไม่ต้องสงสัย

"เจ้าสองคน..." นางเอ่ยขึ้นเบา ๆ

แต่ไม่ทันที่นางจะพูดอะไรต่อ เด็กชายที่โตกว่าก็รีบยืนกำหมัดแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดระแวง "เจ้าอย่าคิดว่าอาบน้ำแล้วจะเปลี่ยนไปได้! พวกข้ารู้ว่าเจ้าชอบทุบตีพวกข้า!"

เด็กชายอีกคนที่ตัวเล็กกว่าหลบอยู่ข้างหลังพี่ชายของเขา ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

หลี่อวี้จิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเข้าใจได้ทันที เด็กสองคนนี้เป็นลูกชายของลู่เหรินเจ๋อ และในความทรงจำของหลี่เหมยหยุนเดิม หญิงผู้นี้ชอบลงไม้ลงมือกับเด็ก ๆ ยามที่สามีของนางไม่อยู่

"ไม่น่าแปลกใจที่พวกเจ้าถึงกลัวข้า..." นางพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ย่อตัวลงให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับพวกเขา

"ข้าไม่ทำร้ายพวกเจ้าแล้ว" นางเอ่ยขึ้นเสียงอ่อนโยน

"โกหก!" เด็กชายคนโตยังคงปกป้องน้องชายของเขา "เจ้าคิดจะหลอกพวกข้าอีกใช่ไหม!"

"ข้าไม่ได้โกหก" นางมองพวกเขาด้วยสายตาอ่อนโยน "ต่อไปนี้ ข้าจะไม่แตะต้องพวกเจ้า ไม่ดุ ไม่ตี และไม่ทำให้พวกเจ้ากลัวอีก ข้าสาบาน"

เด็กชายทั้งสองมองหน้านางอย่างลังเล สายตาสับสนราวกับไม่แน่ใจว่าควรเชื่อดีหรือไม่

หลี่อวี้จิงยิ้มบาง ๆ "เจ้าสองคนชื่ออะไรหรือ?"

"เจ้าคิดจะลืมพวกข้าแล้วหรือ?!" เด็กชายคนโตร้องเสียงดัง

"เปล่า ข้าแค่อยากได้ยินจากปากของพวกเจ้าเอง" นางตอบอย่างใจเย็น

เด็กชายตัวโตกว่าชักสีหน้า แต่ก็ตอบอย่างไม่เต็มใจ "ข้าชื่อลู่เหยียนเฟิง"

"ข้าชื่อลู่เหยียนหาน..." เด็กชายตัวเล็กกว่าพึมพำเสียงเบา

"ลู่เหยียนเฟิง... ลู่เหยียนหาน..." หลี่อวี้จิงพยักหน้าอย่างอ่อนโยน "พวกเจ้าสองคนเป็นเด็กดี ข้าสัญญาว่าต่อจากนี้ไป ข้าจะปฏิบัติกับพวกเจ้าให้ดีกว่าที่เคยเป็นมา"

"หึ! ข้าไม่เชื่อเจ้าหรอก!" ลู่เหยียนเฟิงตะโกน ก่อนจะคว้ามือน้องชายของเขาแล้ววิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว

หลี่อวี้จิงถอนหายใจ นางไม่แปลกใจเลยที่เด็กทั้งสองไม่ยอมรับนางในทันที หากเป็นตัวนางเองที่เคยถูกทำร้ายมาก่อน ก็คงจะไม่ยอมเชื่อคนที่เคยทำร้ายตนเช่นกัน

"ข้าจะพิสูจน์ให้พวกเจ้าดูเอง..." นางเอ่ยขึ้นเบา ๆ

แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์จะง่าย แต่การเปลี่ยนใจของเด็กสองคนนี้คงต้องใช้เวลา...

 

ลู่เหยียนเฟิงและลู่เหยียนหานวิ่งมาตามทางเดินด้วยความรีบร้อน ใบหน้าของพวกเขายังเต็มไปด้วยความหวาดระแวงเมื่อครู่ พวกเขาไม่เคยเห็น นางปีศาจ เป็นแบบนั้นมาก่อน นางมักจะมีสีหน้าบึ้งตึงและจ้องพวกเขาด้วยสายตาเย็นชาเสมอ แต่วันนี้กลับแตกต่างออกไป

"ท่านพ่อ!"

เสียงเรียกของลู่เหยียนเฟิงดังขึ้นอย่างกระตือรือร้น เมื่อเห็นร่างสูงสง่าของชายคนหนึ่งกำลังเดินมาตามทางเดิน ลู่เหรินเจ๋อหยุดฝีเท้าพร้อมกับหันมามองลูกชายทั้งสองที่วิ่งมาหาเขา

"เกิดอะไรขึ้น?" น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและทรงอำนาจ

ลู่เหยียนหานที่อยู่ด้านหลังพี่ชายเกาะแขนพี่ไว้แน่น ก่อนที่ลู่เหยียนเฟิงจะพูดขึ้นเสียงดัง "พวกข้าเจอนางปีศาจเมื่อครู่!"

คิ้วเข้มของลู่เหรินเจ๋อขมวดมุ่น "เจ้าหมายถึง... หลี่เหมยหยุน?"

"ใช่!" ลู่เหยียนเฟิงพูดอย่างไม่ลังเล "นางออกมาจากเรือนของตัวเอง แล้วจู่ ๆ ก็มาพูดอะไรแปลก ๆ กับพวกข้า นางบอกว่าจะไม่ทำร้ายพวกข้าอีก ข้าคิดว่านางต้องวางแผนอะไรบางอย่างแน่!"

ลู่เหรินเจ๋อยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบของเขาสะท้อนความคิดบางอย่างออกมา

"นาง... เปลี่ยนไป?"

"ใช่! วันนี้นางดูแปลกมาก!" ลู่เหยียนหานที่ปกติไม่ค่อยพูดก็เอ่ยขึ้นเบา ๆ "นางอาบน้ำแล้วด้วย..."

ลู่เหรินเจ๋อมองลูกชายทั้งสองของตน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินว่าหลี่เหมยหยุนดูแลตัวเอง นางมักปล่อยให้ตัวเองอยู่ในสภาพไม่เรียบร้อย และเขาเองก็ไม่เคยสนใจจะมองนางจริง ๆ ด้วยซ้ำ

"ข้ารู้แล้ว" เขาตอบเสียงเรียบ ก่อนจะมองไปยังเรือนของนาง ดวงตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นเล็กน้อย "ข้าจะไปดูเองว่าเกิดอะไรขึ้น"

พูดจบ เขาก็เดินไปยังเรือนของหลี่เหมยหยุน โดยมีสายตาของลูกชายทั้งสองมองตามไปอย่างคาดหวัง...

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติสวมรอยเป็นแม่เลี้ยง   จบ

    สามวันผ่านไปหลังจากงานแต่งงานของลู่เหรินเจ๋อและหลี่เหมยหยุน ข่าวการแต่งงานของพวกเขาสร้างความฮือฮาไปทั่วแคว้น และในวันนี้ งานเลี้ยงเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ได้ถูกจัดขึ้น โดยมีเหล่าทูตจากแคว้นต่างๆ และคุณหนูจากตระกูลขุนนางมากมายมาร่วมงานบริเวณลานกว้างของวังหลวงถูกประดับประดาด้วยโคมไฟและผ้าสีสดใส เสียงดนตรีขับกล่อมดังกังวานไปทั่ว ผู้คนมากมายต่างแต่งกายด้วยอาภรณ์หรูหรา งานเลี้ยงนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองทั่วไป แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญที่เหล่าตระกูลชั้นสูงจะได้พบปะสานสัมพันธ์ในหมู่แขกที่มาร่วมงาน หลี่เหมยหยุนเองก็ได้รับเชิญให้เข้าร่วม นางอยู่ในชุดสีแดงเข้มปักลวดลายดอกโบตั๋น ตัวเสื้อบางเบาแต่สง่างามเข้ากับรูปร่างของนางได้อย่างพอดี ความงามของนางทำให้ผู้คนที่พบเห็นต่างพากันมองอย่างไม่อาจละสายตาลู่เหรินเจ๋อซึ่งอยู่ไม่ไกล มองดูนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจ แม้ในงานจะมีหญิงงามจากทั่วทุกแคว้นเข้าร่วม แต่สำหรับเขาแล้ว ไม่มีใครงดงามไปกว่าหลี่เหมยหยุนอีกแล้ว“ท่านสามี งานเลี้ยงในวันนี้ดูยิ่งใหญ่มากทีเดียว” หลี่เหมยหยุนกล่าวพลางหันไปมองเขาลู่เหรินเจ๋อพยักหน้า “แน่นอน มันเป็นโอกาสสำค

  • ทะลุมิติสวมรอยเป็นแม่เลี้ยง   39

    แสงเช้าที่สาดส่องเข้ามาในตำหนักของพระเอก อากาศเย็นสบายในยามเช้าทำให้ทุกอย่างดูเงียบสงบ แต่ภายในจวนของพระเอกกลับเต็มไปด้วยความเครียดและความตึงเครียดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เมื่อข่าวการสังหารตระกูลซ่งแพร่กระจายไปถึงตำหนักต่างๆ และจวนของชนชั้นสูงหลายๆ ตระกูล ทุกคนที่ได้รับข่าวต่างตกใจและหวาดกลัวไปตามๆ กัน ราวกับมีเงื้อมมือของความตายที่แผ่กระจายไปทั่วเมืองหลวง“ท่านอ๋อง...” ขันทีในชุดขาวเดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง พร้อมกับท่าทางที่ไม่มั่นใจ เห็นได้ชัดว่าเขากำลังพยายามไม่ให้เกิดการเคลื่อนไหวที่ผิดพลาด “ข่าวเรื่องตระกูลซ่ง...เริ่มแพร่กระจายไปถึงตระกูลอื่นๆ แล้วขอรับ หลายท่านเริ่มวิตกกังวลและสงสัยว่า...ท่านอ๋องจะลงโทษกับพวกเขาเช่นเดียวกันหรือไม่”พระเอกนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ท่าทางราบเรียบและไม่แสดงอารมณ์มากนัก เมื่อได้ยินคำพูดของขันที เขาก็พยักหน้าเบาๆ ก่อนจะกล่าวเสียงเรียบ “ทุกคนในราชสำนักต้องรู้ไว้ ว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดนั้นจะต้องได้รับการลงโทษ ไม่ว่าจะเป็นใคร”ขันทีได้ยินดังนั้น ก็อดที่จะรู้สึกกลัวไม่ได้ แม้ว่าพระเอกจะไม่แสดงท่าทีรุนแรงอะไร แต่คำพูดนั้นก็แฝงไปด้วยความเด็ดขาดท

  • ทะลุมิติสวมรอยเป็นแม่เลี้ยง   38

    ซ่งจิ้นหมิงถูกนำตัวไปยังห้องสอบสวนที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอันตราย ภายในห้องนั้นมีทั้งพระเอกและข้าราชการที่พร้อมจะรับฟังคำสารภาพจากเขา ท่ามกลางความเงียบงัน ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่จิ้นหมิงที่ถูกผูกมัดอยู่ในเก้าอี้พระเอกยืนอยู่ข้างโต๊ะยาว พร้อมกับสายตาที่ไม่ละสายตาจากผู้ต้องสงสัย "ท่านซ่ง ข้ารู้ว่าท่านเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมพี่ชายของข้า" เสียงของพระเอกดังขึ้นอย่างแน่วแน่ ท่ามกลางความเงียบซึ่งทำให้ความกดดันในห้องเพิ่มสูงขึ้นซ่งจิ้นหมิงเริ่มเหงื่อไหลซึมจากหน้าผาก เขาพยายามดึงตัวเองออกจากสถานการณ์นี้ แต่ในหัวของเขาเต็มไปด้วยคำถามและความหวาดกลัว เขาเคยคิดว่าคำสั่งที่ได้รับมาจะสามารถทำให้การตัดสินใจของเขาง่ายดาย แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับกลายเป็นฝันร้ายที่ไม่อาจหลีกหนีได้"ท่านจะทำอย่างไรกับข้า?" ซ่งจิ้นหมิงถามเสียงเบาหวิว เขาเข้าใจแล้วว่าคำตอบจากพระเอกจะเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาลพระเอกยืนนิ่งก่อนจะตอบกลับอย่างเย็นชา "ไม่ใช่ข้า ที่จะตัดสินชีวิตท่าน แต่ความจริงจะเป็นผู้ตัดสินเอง"การเงียบไปชั่วขณะ ซ่งจิ้นหมิงไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป เขาเริ่มกล่าวเสียงสั่น "ข้าไม่ได้ฆ

  • ทะลุมิติสวมรอยเป็นแม่เลี้ยง   37

    หลังจากเหตุการณ์การลอบสังหารที่เกิดขึ้นในค่ายทหาร และการตรวจสอบที่ไม่พบเบาะแสที่ชัดเจน พระเอกได้เริ่มดำเนินการหาข้อมูลและเชื่อมโยงเงื่อนงำจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตพระเอกยืนอยู่หน้าห้องทำงานส่วนตัวของเขา สีหน้าครุ่นคิดไปในหลายทิศทาง เขาหมายมั่นที่จะเอาความจริงออกมาให้ได้ แม้ว่าเรื่องนี้จะยากเย็นและเต็มไปด้วยอุปสรรคที่อาจทำให้เขาต้องเผชิญหน้ากับคนที่เขาไม่คิดว่าจะต้องเป็นศัตรู"ข้าไม่สามารถปล่อยให้คนที่ฆ่าพี่ชายข้าไปง่าย ๆ ได้" พระเอกพูดเสียงเบา แต่เต็มไปด้วยความแน่วแน่ในใจหลี่เหมยหยุนยืนอยู่ข้าง ๆ รับรู้ถึงความเจ็บปวดในใจของสามี เธอเข้าใจดีว่าเขาต้องการหาความจริง และเธอจะอยู่เคียงข้างเขาเพื่อช่วยสืบหาผู้กระทำ"ท่านสามี ข้าจะช่วยท่านเอง" หลี่เหมยหยุนกล่าวด้วยความมั่นใจพระเอกหันไปมองภรรยา แล้วยิ้มบาง ๆ "ข้ารู้ ข้าจะต้องใช้ความช่วยเหลือของเจ้ามากในการหาข้อมูลครั้งนี้"ทหารที่ได้รับคำสั่งจากพระเอกเริ่มดำเนินการสืบสวนไปในทุกทิศทาง ทั้งจากบันทึกในค่ายทหาร การสนทนาของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่ และการสืบหาความเชื่อมโยงระหว่างเหตุการณ์ต่าง ๆ ในช่วงเวลาที่พี่ชายของพระเอกเสียชีวิตแต่ก็ยั

  • ทะลุมิติสวมรอยเป็นแม่เลี้ยง   36

    พระเอกนั่งอยู่ในห้องมืดสนิทภายในตำหนักของตน ดวงตาของเขาจ้องไปที่เอกสารในมืออย่างตั้งใจ ข้อมูลทุกชิ้นที่เขาได้รับมาในช่วงที่ผ่านมาเริ่มบ่งชี้ทิศทางที่น่าสงสัย—เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการตายของพี่ชายของเขากำลังจะเปิดเผยเบื้องหลังที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน"ท่านอ๋อง..." เสียงของหลี่เหมยหยุนดังขึ้นข้างหลังเขา นางเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางนุ่มนวล และเห็นพระเอกที่ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความคิด นางเข้าไปยืนข้าง ๆ พระเอก แล้วจ้องไปที่เอกสารในมือ "ท่านพบอะไรหรือไม่?"พระเอกหันไปมองหลี่เหมยหยุน ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด "ข้าเพิ่งได้ข้อมูลที่สำคัญ..." เขาหยุดไปชั่วครู่ ก่อนจะพูดต่อ "ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการตายของพี่ชายข้าคือพี่ชายของคุณหนูซ่ง"หลี่เหมยหยุนเบิกตากว้าง "ท่านหมายความว่าอย่างไร? พี่ชายของคุณหนูซ่งเป็นคนฆ่าพี่ชายของท่าน?"พระเอกพยักหน้า "ใช่...จากข้อมูลที่ข้าได้รับ ข้าเชื่อว่าเขาคือคนที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่าง ข้าค้นพบว่าพี่ชายของคุณหนูซ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการลับที่พี่ชายข้าพบเข้าโดยบังเอิญ และเมื่อพี่ชายข้าเริ่มสงสัยเขา เขาก็ไม่สามารถปล่อยให้เรื่องนี้หลุดไปได้"หลี่เหมยหยุนขมวดคิ้ว "ทำไมพ

  • ทะลุมิติสวมรอยเป็นแม่เลี้ยง   ปลอดภัยแล้ว

    หลังจากที่หลี่เหมยหยุนและเด็กแฝดกลับไปยังตำหนักได้สำเร็จ ความตึงเครียดก็ยังคงอยู่ในอากาศ ในขณะที่พระเอกนั่งอยู่ข้างหลี่เหมยหยุนที่กำลังโอบเด็กทั้งสองในอ้อมกอด เขาสังเกตเห็นสีหน้าของภรรยาที่เต็มไปด้วยความเครียดและความกังวลใจ แม้ว่าเด็กทั้งสองจะปลอดภัยแล้ว แต่เขาก็รู้ดีว่าเรื่องนี้ยังไม่จบลง"เราคงต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป" พระเอกกล่าวเสียงทุ้มหลี่เหมยหยุนพยักหน้าช้า ๆ ดวงตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่เด็กแฝดที่นั่งอยู่บนตักของเธอ ทั้งสองคนยังคงรู้สึกไม่ปลอดภัยเท่าที่ควร "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าไม่ยอมให้เด็กทั้งสองต้องเผชิญกับอันตรายอีกเด็ดขาด"ในช่วงเวลานั้นเอง ขันทีที่เฝ้าประตูเดินเข้ามาอย่างรีบร้อน "ท่านอ๋อง เจ้าค่ะ มีข่าวจากตระกูลซ่ง ว่าคนลักพาตัวที่ถูกจับไปเมื่อคืนนี้ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนในตระกูลซ่ง"คำพูดนี้ทำให้หลี่เหมยหยุนถึงกับเงียบไป หญิงสาวขมวดคิ้วอย่างหนัก "หมายความว่าอย่างไร?" เธอถามออกไปขันทีกราบ "มีข่าวลือว่าคุณหนูซ่งได้รับคำสั่งจากผู้มีอำนาจในตระกูลซ่ง ให้ทำแผนนี้เพื่อแย่งชิงเด็กแฝดไป แต่แผนกลับล้มเหลวเสียก่อน"หลี่เหมยหยุนรู้สึกตกใจ แต่ก็ไม่แปลกใจ

  • ทะลุมิติสวมรอยเป็นแม่เลี้ยง   ลานชักผ้า

    หลี่อวี้จิงมองกองผ้ากองโตตรงหน้าอย่างสงบ แม้มือจะเริ่มเปียกน้ำจากการชักผ้า แต่นางยังคงสงบนิ่ง ไร้ซึ่งท่าทีอิดออดเหมือนที่บ่าวไพร่คาดหวังเสียงซุบซิบดังขึ้นรอบด้าน"ดูสิ นางกำลังจะยอมแพ้หรือเปล่า?""หึ! นางคุณหนูเคยแต่ใช้นิ้วชี้สั่งคนอื่น คงไม่รู้หรอกว่าการซักผ้ามันเหนื่อยเพียงใด"แต่แทนที่หลี่อวี้จ

  • ทะลุมิติสวมรอยเป็นแม่เลี้ยง   แสงแดดยามสาย

    แสงแดดยามสายส่องกระทบผืนน้ำในสระบัว ทำให้เกิดประกายระยิบระยับ ดอกบัวหลากสีบานสะพรั่ง แผ่นใบบัวเขียวขจีลอยนิ่งเหนือผิวน้ำ ลมเย็นพัดเอื่อย ๆ ช่วยให้บรรยากาศดูผ่อนคลายหลี่อวี้จิงยืนอยู่บนสะพานหินที่ทอดข้ามสระบัว นางทอดสายตามองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ ทุกสิ่งในที่แห่งนี้ดูงดงามราวภาพวาด แต่ภาย

  • ทะลุมิติสวมรอยเป็นแม่เลี้ยง   ร่างใหม่

    หลี่อวี้จิงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตาย ไม่ใช่เพราะร่างกายเจ็บปวดจากอุบัติเหตุ แต่เพราะหัวใจของเธอมันแตกสลาย เมื่อต้องสูญเสียความรักที่เคยมีทุกสิ่ง ทุกอย่างในชีวิตของเธอค่อย ๆ หลุดลอยไปจากมือ การเลือกที่ผิดพลาดในชีวิตคู่ทำให้เธอไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว วันหนึ่ง ขณะที่นั่งอยู่ในห้องมืด ๆ เธอได้พบกับหน

  • ทะลุมิติสวมรอยเป็นแม่เลี้ยง   ตระกูลซ่ง

    หลี่อวี้จิงเดินออกจากตำหนักอย่างสงบนิ่ง แม้บ่าวรับใช้จะพยายามห้ามปราม แต่สายตาของนางกลับแน่วแน่“คุณหนู... ท่านจะไปเผชิญหน้าพวกเขาด้วยตนเองหรือเจ้าคะ?”“แน่นอน” นางตอบเสียงเรียบ “ข้าต้องไปดูให้เห็นกับตา ว่าคุณหนูซ่งเย่วหรงมีแผนสำรองอะไรอีก หรือว่านางจะสิ้นฤทธิ์เพียงเท่านี้”ณ เรือนรับรองตระกูลซ่งภ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status