เข้าสู่ระบบตอนที่ 10 พบจู้หยาน
เธอเองก็เคยอ่านข่าวจำพวกผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตใช้มีดแทงคนตายจากหนังสือพิมพ์หลายฉบับ และเพราะเหตุนี้ เธอจึงแอบมีอคติกับคนประเภทนี้มาโดยตลอด แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อได้ไปส่งอาหารให้จู้หยานบ่อยเข้า กลับเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีพฤติกรรมใกล้เคียงกับที่เคยอ่านเจอเลย เธอจึงค่อยวางใจได้บ้างเล็กน้อย
แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เมื่อได้ยินว่าหลินจิงซูจะไปส่งอาหารด้วยตัวเอง ในฐานะคนเป็นแม่ย่อมต้องรู้สึกกังวลเป็นธรรมดา
หลินจิงซูยิ้มขณะตอบกลับ
“แม่คะ ถ้าแม่ออกไปส่งอาหารด้วยตัวเอง แล้วป้ารองกับย่าอู๋มาเห็นเข้าจะทำยังไง? ให้หนูไปส่งแทนดีกว่า หนูจะรีบไปรีบกลับ แม่ไม่ต้องห่วง”
ติงเสวี่ยเหม่ยจำใจต้องพยักหน้าอย่างเลือกไม่ได้ ถัดจากนั้นค่อยแจกแจงรายละเอียดถึงข้อควรระวังบางประการให้บุตรสาวฟัง
ภายนอกหลินจิงซูดูเหมือนสงบเยือกเย็น แต่ภายในกลับรู้สึกวิตกพอควร แต่จะให้บอกว่าไม่ต้องการไปพบจู้หยานก็คงไม่ได้ อีกอย่าง ถือเสียว่าทำเพื่อความสบายใจของตัวเอง
ถ้าเมื่อไหร่ที่สมาชิกตระกูลหลินไม่ว่าใครก็ตามได้รู้ว่า เธอเป็นคนซ่อนเงิน1,600หยวนเอาไว้เอง มีหวังเธอต้องถูกคนพวกนั้นใช้มีดไล่ฆ่าแน่
แต่หากต้องประจัญบานกับคนตระกูลหลินจริงๆ หลินจิงซูคนนี้ก็ไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวใดๆทั้งสิ้น เพราะถึงอย่างไร เธอก็เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง จะตายอีกสักครั้งจะเป็นอะไรไป? แต่สิ่งเดียวที่เธอเป็นห่วงก็คือติงเสวี่ยเหม่ย ที่จะต้องประสบพบเจอกับปัญหามากมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้หลังจากนี้มากกว่า
รอจนติงเสวี่ยเหม่ยสาธยายจนจบ หลินจิงซูจึงได้โอกาส และรีบคว้ากล่องอาหารวิ่งออกจากหอผู้ป่วยไปในที่สุด
เพิ่งวิ่งออกไปได้เพียงไม่กี่ก้าว หลินจิงซูก็ได้ยินติงเสวี่ยเหม่ยร้องตะโกนไล่หลังว่า
“เดี๋ยวก่อน! ซูซู แม่ยังมีอีกเรื่องที่ต้องบอก…”
หลินจิงซูอดกังวลไม่ได้จริงๆว่า ขืนกลับไปฟังต่อ ติงเสวี่ยเหม่ยคงจะพล่ามอีกยาว เพราะเธอรู้ดีว่าแม่ไม่อยากให้เธอออกไปส่งอาหารตั้งแต่แรก ดังนั้นจึงแกล้งทำหูทวนลม แล้ววิ่งฝุ่นตลบออกไปจากโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว
เธอมาถึงบ้านย่าหวังพร้อมกล่องอาหารในมือ
ย่าหวังกำลังนั่งอ่านหนังสือคู่ใจพักผ่อนอยู่บนเก้าอี้หวายโยกเยก เมื่อเห็นเป็นหลินจิงซูที่วิ่งมาส่งอาหารแทนในวันนี้ เธอจึงรีบร้องถามขึ้นทันที
“จิงซูน้อยเองเหรอ? ทำไมวันนี้ถึงเป็นหนูล่ะ? แม่ของเธอไปไหนซะล่ะ?”
“สวัสดีค่ะคุณย่าหวัง”
หลินจิงซูทักทายด้วยความสุภาพนอบน้อม
“พอดีแม่หนูป่วย ตอนนี้นอนอยู่ที่โรงพยาบาลค่ะ”
“รอบนี้คงซื้ออาหารมาให้แทนใช่มั้ยล่ะจ๊ะ?” ย่าหวังเอ่ยถาม
“ใช่แล้วค่ะ” หลินจินซูตอบกลับ
ย่าหวังพยักหน้าพูดต่อว่า
“หลานชายของฉันชอบทานอาหารที่แม่ของหนูทำเองมาก ฉันก็เลยไหว้วานให้เธอช่วยทำอาหารมาส่งทุกวัน ถ้าแม่ของหนูอาการดีขึ้นแล้ว ก็คงต้องรบกวนเธอด้วยละกัน”
“ได้เลยค่ะ ไว้แม่หนูหายดีเมื่อไหร่จะกลับมาทำอาหารส่งให้แน่นอนค่ะ”
หลินจิงซูคิดไม่ถึงว่า ย่าหวังจะเข้มงวดแบบนี้ แต่จะโทษเธอก็ไม่ได้เช่นกัน เธอจ่ายเงินทั้งหมดให้แล้ว ย่อมสมควรต้องได้รับการบริการเอาใจใส่อย่างเหมาะสม
พูดคุยกันได้เพียงสองสามคำ คุณย่าหวังก็ยกหนังสือในมือขึ้นอ่านต่อ หลินจิงซูจึงเดินขึ้นบันไดไปที่ห้องใต้หลังคาเพื่อส่งอาหาร
สุดทางเดินตรงนั้นก็คือห้องของจู้หยาน
จากตำแหน่งนี้ เธอสามารถมองเห็นตรอกที่ติงเสวี่ยเหม่ยถูกปล้นได้อย่างชัดเจน นับประสาอะไรกับห้องใต้หลังคาที่เขาอยู่ นั่นยิ่งใกล้และมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งกว่า
พูดง่ายๆก็คือ จู้หยานน่าจะต้องเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เธอและติงเสวี่ยเหม่ยทำ แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าเย็นชาเคร่งขรึมอยู่ตลอดของเขา เธอก็อดที่จะเหงื่อตกไม่ได้
เดินตรงไปเคาะประตูห้องที่ถูกปิดอยู่เบาๆสองสามครั้ง ภายหลังไม่นานนัก ประตูตรงหน้าก็เปิดออกจากด้านใน
นับเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ ที่หลินจิงซูได้เห็นจู้หยานในระยะใกล้ขนาดนี้ แวบแรกที่เห็นต้องบอกเลยว่า เธอรู้สึกประหลาดใจมากกับการปรากฏตัวของเขา จู้หยานเป็นชายหนุ่มร่างสูง ใบหน้าของเขาสวยราวกับจันทร์เจ้าที่ส่องสว่างสดใส
เขาอุ้มแมวเปอร์เซียปุกปุยสีขาวไว้ในอ้อมแขน น้ำเสียงเย็นยะเยือกแผดดังขึ้นช้าๆว่า
“ทำไมถึงเป็นเธอ?”
“ฉันเอาอาหารมาส่งให้”
“อืม” จู้หยานชำเลืองมองกล่องอาหารในมือของเธอและไม่พูดอะไรอีก
หลินจิงซูรีบอธิบายต่อว่า
“วันนี้แม่ฉันสบาย ไว้ดีขึ้นเมื่อไหร่ก็จะกลับมาทำอาหารส่งให้นายอีกแน่นอน”
“เปิดออกสิ”
จู้หยานร้องบอก
ได้ยินเช่นนั้น หลินจิงซูถึงกับนิ่งไม่ตอบสนองใดๆไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตระหนักได้ว่า อีกฝ่ายกำลังพูดถึงกล่องอาหารในมือ เธอจึงรีบตรงดิ่งเข้าไปในห้องของอีกฝ่าย แล้วหยิบกล่องอาหารขึ้นมาจัดเรียงไว้บนโต๊ะอย่างสวยงาม
จู้หยานหยิบกล้องฟิล์มLeicaออกมา จัดการถ่ายรูปอาหารกับหน้าของหลินจิงซูไว้จำนวนสองสามรูป
โดยไม่รอช้า เขาหยิบสมุดบันทึกหนังสัตว์เล่มหนาออกมา กดปากกาเตรียมพร้อมจดบันทึกลงไป จู่ๆเขาก็ชี้ไปที่ไข่ตุ๋นใบชาที่ส่งกลิ่มหอมบนโต๊ะ พร้อมกับเอ่ยถามขึ้นว่า
“จานนี้คืออะไร?”
เมื่อหลินจิงซูบอกชื่ออาหาร เขาก็รีบจดลงสมุดบันทึกอย่างรวดเร็ว เธอเริ่มรู้สึกสับสนงุนงงมากขึ้นเรื่อยๆ นี่เขากำลังทำอะไรของเขา? ทำไมพฤติกรรมถึงได้แปลกประหลาดเหลือเชื่อ?
ก็ว่าไม่น่าแปลกใจ เหตุใดติงเสวี่ยเหม่ยถึงย้ำกับเธอเสมอว่า ชายหนุ่มคนนี้เป็นคนแปลกๆ
เธอเฝ้าชำเลืองสังเกตมองและพบว่า ในหน้าสมุดบันทึกของจู้หยานเต็มไปด้วยตารางอาหารที่รับประทานในแต่ละวัน และยังรวมไปถึงอาหารของแมวเขาอีกด้วย
อาหารแมวงั้นเหรอ?
เออใช่! เธอลืมเอาอาหารแมวมาด้วย!
ทันใดนั้น หลินจิงซูพลันนึกถึงประโยคสุดท้ายที่ติงเสวี่ยเหม่ยพยายามจะบอกกับเธอที่โรงพยาบาล ปรากฏว่าสิ่งที่แม่ของเธออยากจะบอกก็คือ อย่าลืมเอาอาหารแมวไปด้วย!
“มีแค่นี้เหรอ?” จู้หยานเลิกคิ้วจ้องมองไปยังถุงที่เธอนำติดตัวมา
“เอ่อ คือว่า…” หลินจิงซูประหม่าเล็กน้อย “นายกินข้าวไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะรีบกลับไปเตรียมอาหารแมวมาให้!”
“อืม” จู้หยานอุ้มเจ้าแมวปุกปุยบนเก้าอี้มานั่งข้างๆกัน
“เดี๋ยวผมจะกินข้าวกับเจ้าสาหร่ายรอ”
“อืม ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะ” หลินจิงซูไม่กล้าตอบโต้อะไรมากนัก เพราะท้ายที่สุด จุดประสงค์สำคัญในการมาครั้งนี้ของเธอก็เพื่อไถ่ถามความจริงจากจู้หยาน และก่อนจะเดินออกไป เธอก็ได้หมุนตัวกลับมาและเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้
“เหตุการณ์ในวันนั้น นายเห็นทั้งหมดใช่มั้ย? ในตรอก…”
ยังไม่ทันจะพูดจบดี ก็ถูกจู้หยานตัดบทเสียงเบาว่า
“เจ้าสาหร่ายหิวแล้ว”
หลินจิงซูสูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอด ข่มระงับความตื่นตระหนกในใจลง เธอไม่กล้ารุกรานล้ำเส้นอีกฝ่ายในเวลานี้เท่าใดนัก
อดทนไว้!
“เข้าใจแล้ว ฉันจะรีบไปทำมาให้”
ก็แค่อาหารแมวเองไม่ใช่รึไง? ในชีวิตก่อนหน้า เธอทำงานอยู่ในโรงงานอาหารกระป๋องแมวมาตั้งหลายปี แม้เธอจะไม่ค่อยมีโอกาสได้พบปะสุงสิงกับใครเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นเรื่องปฏิสัมพันธ์กับแมวแล้วล่ะก็ มั่นใจได้เลยว่าเธอไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







