LOGINตอนที่ 11 รักษาสุขภาพให้ดี เราจะพบกันอีกแน่นอนในอนาคต! (1)
หลินจิงซูวิ่งไปที่ตลาดซื้อเศษเนื้อปลาและปลาหมึกที่เหลือทิ้งจากพวกพ่อค้า รวมถึงเครื่องปรุงรสอ่อนที่แมวชื่นชอบด้วย เพื่อนำไปบดผสมให้เข้ากัน
แมวตัวนั้นชื่อเจ้าสาหร่าย ดูจากขนาดพุงของมันแล้วแทบไม่ต้องพูดถึงเรื่องการกิน แมวอย่างมันคงไม่มีทางลุกขึ้นเดินไปไหนแน่นอนถ้าไม่ได้กลิ่นอาหาร
หลังจากซื้อวัตถุดิบเสร็จ เธอก็กลับไปที่บ้านย่าหวังและขอยืมใช้ห้องครัว เริ่มจากการใส่โน่นนิดนี่หน่อยผสมปรุงรสสรรค์สร้างของว่างแมวที่สุดแสนอร่อยออกมา
ในช่วงชีวิตก่อนหน้า หลินจิงซูชอบเก็บแมวจรจัดตามท้องถนนมาเลี้ยงจำนวนมาก เธอจึงย่อมเข้าใจอุปนิสัยของพวกมันเป็นอย่างดี
ทันทีที่นำของว่างแมวเข้ามา ยังไม่ทันที่จู้หยานจะอนุญาตด้วยซ้ำไป เจ้าสาหร่ายปุกปุยก็กระโจนออกจากอ้อมแขนของเขาอย่างรวดเร็ว ขนหางปุกปุยสีขาวกวัดแกว่งลูบไล้ไปตามแข้งขาเรียวเล็กของหลินจิงซู มันยกอุ้งเท้าหน้าขึ้นตะกายใส่เธอพร้อมส่งสายตาออดอ้อน
ทันทีที่หลินจิงซูวางชามของว่างแมวลง เจ้าสาหร่ายก็เริ่มกินอย่างเอร็ดอร่อยและมีความสุข
จู้หยานมองไปยังจานของว่างแมวที่อีกฝ่ายทำให้อย่างพินิจพิจารณา ริมฝีปากของเขาขดเข้าหากันเล็กน้อย
ด้วยรสชาติที่อร่อยถูกใจ เจ้าสาหร่ายจึงกินหมดภายในระยะเวลาอันสั้น จากนั้นจึงส่งเสียงร้องเหมียวๆสองสามครั้งออกมา เพื่อแสดงถึงความเป็นมิตรระหว่างตัวมันกับหลินจิงซู
“มีอะไรจะถามก็ถามมาได้เลย”
โดยไม่ทันตั้งตัว จู่ๆจู้หยานก็เปิดประเด็นให้อีกฝ่ายตั้งคำถามฉับพลัน ทำเอาหลินจิงซูถึงกับตะลึงงันไปชั่วขณะ เธอรีบลุกขึ้นยืนอย่างว่องไว จ้องมองใบหน้าของจู้หยาน และแอบเลียริมฝีปากเบาๆด้วยความประหม่าเล็กน้อย
“นายคงเห็นทั้งหมดแล้วใช่มั้ย เรื่องที่เกิดขึ้นในตรอกวันนั้น ฉันอยากจะขอให้นายช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับจะได้มั้ย? ฉันสาบานว่าทั้งหมดที่ทำลงไปไม่ใช่เพราะมีเจตนาร้าย เงินจำนวนนั้นแต่เดิมก็เป็นเงินของแม่ฉันเอง และเงินนั่นก็สำคัญกับพวกเรามากๆด้วย”
“แล้วทำไมผมต้องสนใจเรื่องนั้นด้วย? นั่นเป็นเงินของคุณ ไม่เกี่ยวอะไรกับผมซะหน่อย คุณน่าจะวิตกเกินไปแล้วล่ะ”
จู้หยานเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสงบเยือกเย็น เขายืนอยู่ในท่ากอดอกที่บ่งบอกถึงความสุขุมอย่างชัดเจน
หลินจิงซูถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อได้เห็นจู้หยานมีสีหน้าท่าทางที่เฉยเมยไม่แยแสต่อเรื่องที่เกิดขึ้นเช่นนี้
เธอยกร่างเจ้าสาหร่ายตัวอ้วนพลีขึ้นมาอุ้มไว้ในอ้อมแขน ระบายยิ้มสดใสจนเผยให้เห็นลักยิ้มที่คล้ายกับลูกสาลี่สีอ่อน
“ขอบคุณมากนะ จากนี้ไปฉันจะช่วยทำอาหารอร่อยๆมาให้เจ้าสาหร่ายของนายอีกทุกวันเลย นอกจากเมนูบิบิมบับอาหารทะเลแล้ว ฉันยังมีเมนูที่ทำเป็นอีกหลายเมนูเลยล่ะ…”
จู้หยานพยักหน้าตอบเล็กน้อย
“คุณก็ทำอาหารแมวให้เจ้าสาหร่ายกินไปก็แล้วกัน เพราะถึงยังไง ผมก็ชอบอาหารที่แม่ของคุณทำมากที่สุด ข้าวกล่องรอบนี้ไม่ถูกใจผมเลย”
นึกถึงตอนตัวเองตักอาหารที่เหลือมารวมๆไว้ในกล่องอาหารใบนี้ หลินจิงซูพลันรู้สึกละอายใจอยู่ครู่หนึ่ง ไอร้อนวูบวาบแผ่ซ่านทั้งใบหน้าลามไปถึงใบหูจนเห่อแดงขึ้นมา
“พอดีแม่ฉันป่วยน่ะ ก็เลยต้องไปซื้ออาหารข้างนอกมาให้แทน ขอแค่นายยอมเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ทันทีที่แม่ฉันอาการดีขึ้นเมื่อไหร่ ฉันก็จะขอให้แม่กลับมาทำอาหารให้นายต่อทันที! แล้วพอแม่ทำเสร็จปุ๊บ ฉันก็จะรีบเอามาส่งถึงมือนายปั๊บเลย!”
เธอกวาดสายตาลอบสำรวจมอง และพบว่าจู้หยานไม่ได้กินอาหารในกล่องเลยแม้แต่คำเดียว ยิ่งทำให้เธอรู้สึกผิดมากขึ้นไปใหญ่
ตอนนี้ เธอก็ได้พูดคุยกับจู้หยานจนเข้าใจแล้ว หลินจิงซูจึงถือโอกาสขอตัวกลับบ้านทันที
บนหน้าต่างห้องใต้หลังคา เธอไม่ทันสังเกตเห็นว่า จู้หยานกำลังอุ้มเจ้าสาหร่ายเฝ้ามองแผ่นหลังของสาวน้อยค่อยๆเคลื่อนห่างไปจนลับสายตา
เวลานี้เป็นช่วงอาทิตย์อัสดงพอดี แสงสีแดงส้มจึงได้ส่องผ่านหน้าต่างเข้าไป และพบเห็นเพียงเงาของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังยืนอุ้มแมวไม่ไปไหน
ทันทีที่กลับถึงบ้าน กลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น!
เธอได้ยินเสียงทะเลาะตบตีกันดังสนั่นอยู่ที่สนามหน้าบ้าน
หลินจิงซูรีบเปิดประตูรั้วเข้าไปดูอย่างรวดเร็ว และพบว่ามีตำรวจกลุ่มหนึ่งกำลังกุมตัวชายที่เป็นคนร้ายอย่างหวางต้าจูอยู่ รอบข้างยังมีหลินชิงอี้, ย่าอู๋, อู๋ซิ่วเหลียนและติงเสวี่ยเหม่ย ทุกคนล้วนมารวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียงอยู่ที่สนามกว้างหน้าบ้าน
“แม่คะ ออกมาจากโรงพยาบาลทำไม? แล้วหน้าแม่เป็นอะไร? ใครทำแม่คะ?”
หลินจิงซูวิ่งตรงเข้าไปหาติงเสวี่ยเหม่ย และเมื่อจ้องมองใกล้ๆ จึงพบรอยฝ่ามือสีแดงครบทั้งห้านิ้วประทับฝังอยู่ที่แก้มข้างซ้ายของเธอ
“นังโสโครก! นังโสเภณี! แกคบชู้สู่ชายแบบนี้ยังจะมีหน้าไปนอนโรงพยาบาลอีกเหรอ?! ไหนๆวันนี้ก็มีตำรวจอยู่เต็มไปหมด! ฉันจะขอประกาศชัดๆไว้ตรงนี้เลยว่า ตระกูลหลินของเราไม่เคยมีหญิงจำพวกรองเท้าหักแบบแกอยู่ในตระกูล! พ่อแม่บรรพบุรุษของแกสั่งสอนแกมายังไง?! ถึงได้กล้าทำตัวต่ำช้าแบบนี้! ทั้งแกทั้งลูกแก! ช่างน่าสมเพชจริงๆ!!”
ย่าอู๋เห็นหลานสาวตัวดีของตนกลับมา ก็พ่นคำหยาบก่นด่าสาดเสียเทเสียอย่างไม่นึกเกรงใจ
เธออดทนต่อท่าทีที่เปลี่ยนไปของหลินจิงซูมาหลายวันแล้ว ตั้งแต่เกิดเรื่องในวันนั้น หลานสาวคนนี้ก็เริ่มจะมีความคิดเป็นของตัวเอง กล้าทำตัวหยาบกระด้างกร้านเป็นม้าพยศ ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของผู้ใหญ่อย่างเธอเหมือนเคย
ทั้งหมดคงเป็นเพราะสายเลือดชั่วช้าและอุปนิสัยหยาบกระด้างที่ได้รับถ่ายทอดมาจากแม่ของมัน! วันนี้พวกมันสองแม่ลูกถึงได้เป็นเผยเขี้ยวเล็บออกมาให้เห็น!
“แกเป็นคนพูดไม่ใช่เหรอว่าแม่ของแกถูกโจรปล้น? แล้วทำไมตอนนี้ไอ้โจรห้าร้อยนี่ถึงได้สารภาพว่า แม่ของแกเป็นเมียมันแล้ว! ว่ายังไงห๊ะนังเด็กขี้โกหก ยังมีอะไรจะแก้ตัวอีกมั้ย?”
ด้วยความโกรธจัด หลินชิงอี้ถึงกับหอบหายใจเสียงดังฟังแทบไม่เป็นจังหวะ ชี้หน้าตะคอกเสียงดังใส่ลูกสาวตัวเอง
หลินจิงซูส่งสายตาแค้นเคืองจ้องมองไปทางฝั่งตำรวจ
หวางต้าจูที่เป็นคนร้ายถูกจับใส่กุญแจมือ และกำลังถูกตำรวจสองนายหิ้วปีกกุมตัวไว้แน่นหนา แต่สีหน้าท่าทางของมันกลับดูไร้กังวลอย่างสิ้นเชิง
“สาวน้อย มองพี่ชายสุดหล่อทำไมเหรอจ๊ะ? หรืออิจฉาที่พี่มีอะไรกับแม่น้องคนเดียว? อยากร่วมวงด้วยงั้นเหรอจ๊ะ? หึ...หึ…แต่ไม่มีทาง! แกนะแก! ยังเป็นเด็กแท้ๆ แต่กลับลงมือโหดเหี้ยมได้ขนาดนี้! รอให้ฉันพ้นโทษก่อนเถอะ ฉันจะกลับมาฆ่าแก! แล้วจะข่มขื่นศพแกให้หนำใจเลยคอยดู!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







