เข้าสู่ระบบ55 2-3
ตอนที่ 109 คุณต้องการกิจการฉัน ส่วนฉันต้องการบ้านคุณ
ต้องบอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่หวังหลิวได้พบเจอกับคนหน้าด้านไร้ยางอายยิ่งกว่าตนเอง ที่แผนการฮุบกิจการของสองแม่ลูกประสบความสำเร็จได้ถึงเพียงนี้ ก็ล้วนแล้วแต่ได้เขาคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น!
แล้วหญิงชราคนนี้ต้องใจกล้าหน้าด้านขนาดไหน ถึงกล้าพูดจาไร้สาระแบบนั้นออกมา?
“พวกคุณเข้าใจถูกแล้วล่ะครับ เหตุผลที่ผมต้องไปขอความช่วยเหลือจากพวกคุณ ทั้งหมดก็เพื่อผลประโยชน์ด้านธุรกิจของตัวผมเอง นังเด็กผีหลินจิงซูนั่นมันเก่งเกินกว่าที่ผมจะรับมือได้ไหวจริงๆ แทบจะพูดได้ว่า บนถนนเส้นนี้มันเป็นใหญ่อยู่คนเดียว! พ่อค้าแม่ค้าคนอื่นแทบไม่มีโอกาสได้โงหัวกันเลย! ส่วนผมที่เพิ่งเปิดร้านชานมไข่มุกอยู่ฝั่งตรงกันข้าม ตอนนี้ก็แทบจะขายไม่ได้เลยเหมือนกัน สุดท้ายผมก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องไปขอให้พวกคุณช่วยเหลือนี่แหละครับ”
พูดมาถึงตรงนี้ หวังหลิวได้เฝ้าสังเกตปฏิกิริยาของหญิงทั้งสองไปด้วยเช่นกัน ก่อนจะพยายามเกลี้ยกล่อมต่ออีกว่า
“ถ้าพวกคุณเต็มใจ ผมว่าเรามาจับมือปรองดองกันดีกว่านะครับ วันข้างหน้าถ้าไม่มีหลินจิงซูบนถนนสายนี้ ก็เท่ากับไร้อุปสรรคขัดขวาง พวกเราต่างคนต่างแยกย้ายกันทำมาหากินไม่ดีกว่าเหรอครับ สู้จับมือกันไปสู่ความมั่งคั่งร่ำรวยด้วยกันจะดีกว่า”
เมื่ออู๋ซิ่วเหลียนได้ยินคำว่า ‘ความมั่งคั่งร่ำรวย’ เธอก็ใจสั่นเกินจะหักห้ามได้ไหว
“ที่แกพูดมามันจริงเหรอ? ทำอย่างกับว่า…ธุรกิจของพวกมันสองแม่ลูกมีมูลค่ามากมายขนาดนั้นเชียว?”
หวังหลิวพยักหน้าตอบ
“ถ้าไม่เชื่อก็ลองไปถามพ่อค้าแม่ค้าแถวนี้ดูได้ แต่ผมขอแนะนำอย่างหนึ่ง รีบกำจัดหลินจิงซูกับติงเสวี่ยเหม่ยให้พ้นทางโดยเร็วที่สุดจะดีกว่า อย่าปล่อยให้พวกมันร่ำรวยจนมีเงินทุนมากไปกว่านี้ ไม่อย่างนั้น ฝันดีในตอนนี้จะกลายมาเป็นฝันร้ายในอนาคตได้!”
ประกายแห่งความโลภในดวงตาของอู๋ซิ่วเหลียนและย่าอู๋ยิ่งเจิดจรัสแพรวพราวยิ่งขึ้น! ทั้งคู่ต่างพยักหน้าเห็นดีเห็นงามตามกันโดยไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำไป
หวังหลิวเห็นแบบนั้นจึงค่อยรู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง เมื่อใดที่สามารถกำจัดหลินจิงซูให้พ้นทางไปได้ ย่อมเป็นเรื่องง่ายดายที่จะจัดการกับผู้หญิงโง่เขลาสองคนนี้ต่อไป!
วันรุ่งขึ้น อู๋ซิ่วเหลียนและย่าอู๋รีบรับประทานอาหารเที่ยงเติมพลังอย่างเต็มเปี่ยม เตรียมพร้อมสำหรับการบุกทลายแผงขายชานมไข่มุกของติงเสวี่ยเหม่ยและหลินจิงซูในวันนี้ พวกเธอตื่นเต้นจนแทบอดใจรอไม่ไหว!
พวกเธอทั้งสองคนจะไม่มีวันเลิกรา จะตามราวีจนกว่าจะได้กิจการนั่นมาครอบครอง!
ทว่าใครจะไปคาดคิด ติงเสวี่ยเหม่ยกลับเป็นฝ่ายริเริ่มเข้าหาพวกเธอก่อนอย่างไม่น่าเชื่อ!
หญิงทั้งสองต่างรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก ในทันทีที่ได้เห็นการปรากฏตัวของติงเสวี่ยเหม่ย
“แกมาทำอะไรที่นี่?”
อู๋ซิ่วเหลียนและย่าอู๋ค่อนข้างมั่นใจว่า ติงเสวี่ยเหม่ยต้องไม่ได้มาดีอย่างแน่นอน ทุกน้ำเสียงและการเคลื่อนไหวของพวกเธอต่อจากนี้ ล้วนเป็นไปด้วยความระแวดระวังสุดขีด
ติงเสวี่ยเหม่ยกวาดตามองคนทั้งสองที่อยู่ตรงหน้า เปล่งเสียงเย็นชาพูดขึ้นว่า
“เมื่อวานซูซูก็ได้บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ? ฉันก็มาที่นี่เพื่อส่งมอบกิจการให้พวกคุณสองคนน่ะสิ ทั้งสูตรทั้งวิธีการขายแล้วก็รถเข็น พวกเรายกให้ทั้งหมดเลย นอกจากนี้แล้ว ฉันเองก็เพิ่งคิดค้นสูตรชานมไข่มุกชนิดใหม่ขึ้นมาได้ รับรองได้ว่าถ้าได้ชานมสูตรใหม่นี้ไป พวกคุณจะต้องขายดีกว่าหวังหลิวแน่ๆ!”
แวบแรกที่ได้รับฟังคำอธิบายจากปากติงเสวี่ยเหม่ย ทั้งคู่ต่างก็คล้อยตามและมีความสุขอย่างมาก ทว่าหลังจากนั้น ก็เพิ่งตระหนักถึงความผิดปกติบางอย่างได้
“เมื่อวานตัวแกเองยังยืนกรานหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมยกกิจการให้อยู่เลย แล้วทำไมจู่ๆวันนี้ถึงได้ยอมยกให้ง่ายๆ แถมยังจะยกสูตรชานมที่เพิ่งคิดค้นได้ใหม่ให้ด้วย? มันไม่ดูแปลกประหลาดไปหน่อยเหรอ?”
ติงเสวี่ยเหม่ยยักไหล่พร้อมตอบกลับไปว่า
“แน่นอนว่าฉันไม่ยอมยกกิจการให้พวกคุณไปฟรีๆอยู่แล้ว สุดท้ายนี่ก็เป็นเรื่องของธุรกิจ ถ้าลองคำนวณมูลค่าธุรกิจของพวกเราออกมาเป็นตัวเลข เราเองก็มีราคาอยู่ในใจแล้วเช่นกัน คงรู้กันใช่มั้ยว่า กำไรต่อวันของกิจการเราสูงมากเท่าไหร่?”
สำหรับเรื่องนี้ อู๋ซิ่วเหลียนและย่าอู๋ต่างตระหนักชัดแจ้งตั้งแต่เมื่อวานแล้ว
จากคำบอกเล่าของหวังหลิว ร้านของหลินจิงซูขายชานมไข่มุกแก้วละ1.5หยวน ในหนึ่งวันสามารถทำยอดขายได้สูงกว่าหลักร้อยแก้ว หรือบางวันก็อาจมากกว่านั้น! เท่ากับว่าในหนึ่งเดือน สองแม่ลูกสามารถฟันกำไรไปกว่าหลายพันหยวน! ซึ่งแหล่งที่มาของรายได้ทั้งหมดก็ล้วนเกิดจากการขายชานมไข่มุกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น!
วินาทีที่อู๋ซิ่วเหลียนและย่าอู๋ได้ยินเรื่องนี้ ใบหน้าพวกเธอทั้งคู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มเพราะความอิจฉาริษยาสุดขั้วหัวใจ
ทำไมสิ่งดีๆถึงต้องบังเกิดกับติงเสวี่ยเหม่ยและหลินจิงซูด้วย แทนที่จะเป็นพวกเธอเอง!
ถึงอย่างนั้น ทั้งอู๋ซิ่วเหลียนและย่าอู๋ต่างก็ยังไม่มีใครกล้าเล่าเรื่องนี้ให้หลินชิงอี้ฟัง เพราะสุดท้ายแล้ว ด้วยนิสัยที่ถือเรื่องใบหน้าตนเองเป็นสำคัญ ในฐานะเสาหลักของครอบครัวที่ต้องออกไปทำงานหาเงินทุกวัน คงไม่ชอบใจนักหากได้ยินเรื่องทำนองนี้ สู้รอให้พวกเธอสามารถฮุบกิจการของติงเสวี่ยเหม่ยและหลินจิงซูมาได้ก่อน และสามารถทำเงินเป็นกอบเป็นกำขึ้นมาได้จริง ถึงเวลานั้น หลินชิงอี้ไม่เพียงจะไม่คัดค้าน ตรงกันข้าม เขายังจะต้องเห็นดีเห็นงามไปด้วย อีกทั้งยังจะนึกขอบคุณในการตัดสินใจอันหาญกล้าของพวกเธอในท้ายที่สุดด้วย
ใครๆก็ชื่นชอบเงินกันทั้งนั้นล่ะ จริงมั้ย?
“แกมีเงื่อนไขอะไรก็ว่ามา?”
ติงเสวี่ยเหม่ยยิ้มขณะพูดขึ้นว่า
“ฉันต้องการบ้านร้างติดริมแม่น้ำหลังนั้น ขอเพียงแม่เฒ่าอู๋ยอมมอบโฉนดที่ดินให้ ฉันก็จะยอมยกทุกอย่างที่เกี่ยวกับธุรกิจนี้ให้ทันทีเหมือนกัน!”
“นี่แกว่าอะไรนะ?! นังสารเลว! ที่แท้แกก็จ้องจะฮุบสมบัติของฉันอยู่นี่เอง!”
ย่าอู๋โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ยกมือขึ้นชี้หน้าพร้อมกับตะโกนด่าอย่างบ้าคลั่ง
“แกมันเสียสติไปแล้วจริงๆ! กล้าดียังไงถึงได้คิดจะฉกฉวยบ้านหลังนั้นไปจากฉัน! นังคนชั่วช้าสารเลว! แกมันไร้ยางอาย! วันนี้ฉันจะตีแกให้ตายเลยคอยดู!!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







