เข้าสู่ระบบ61 1-2
ตอนที่ 120 เขาเองก็กลับชาติมาเกิดงั้นเหรอ? (1)
สายตาเย็นชาเจือผสมแววอาฆาตเล็กน้อยสาดปะทะเข้าใส่ใบหน้าที่โกรธเกรี้ยวของหลินชิงอี้ เธอรู้สึกเสียดายเวลานานนับสิบปีเสียยิ่งกว่าอะไรดี ที่ต้องทนโง่อยู่ร่วมชายคาเดียวกับผู้ชายประเภทนี้
รอยยิ้มหยามเหยียดแสยะผ่านมุมปากของเธอ
“ก็อยากได้บ้านหลังนั้นคืนเองไม่ใช่รึไง? เห็นแก่ตัวเกินไปรึเปล่าที่จะมาขอจากฉันไปฟรีๆน่ะ! หลินชิงอี้ อย่าคิดว่าตัวเองฉลาดสูงส่งอะไรนักหนาเลย ชอบทำเหมือนคนอื่นเป็นคนโง่ แต่หารู้ไม่ว่า กลับกลายเป็นตัวเองต่างหากที่โง่ที่สุด!”
หลินชิงอี้เสียหน้าชนิดป่นปี้ไม่เหลือดี ศักดิ์ศรีทั้งหมดของเขาได้ถูกติงเสวี่ยเหม่ยบดขยี้แตกเป็นเสี่ยง
“ติงเสวี่ยเหม่ย อย่ามาคิดท้าทายฉันจะดีกว่า! เธอมันก็แค่แม่ค้าริมทางข้างถนน จะมาเทียบชั้นกับฉันที่มีอาชีพการงานมั่นคงเป็นชามเหล็กกล้าได้ยังไง! อุตส่าห์ยื่นข้อเสนอเรื่องแต่งงานใหม่ให้แล้วแท้ๆ แล้วที่ทำไปแบบนั้นก็เพราะเห็นแก่ความรักที่เราเคยมีให้กัน แต่ดูเธอสิ! ทั้งหยิ่งผยองโง่เขลาแล้วยังอวดดี! ฉันล่ะอับอายแทนจริงๆ!”
คำพูดประโยคนี้ของหลินชิงอี้เปรียบเสมือนคมมีดทิ่มแทงทะลุไปถึงหัวใจของติงเสวี่ยเหม่ย
นี่ล่ะโฉมหน้าที่แท้จริงของผู้ชายคนนี้!
ติงเสวี่ยเหม่ยกัดฟันพ่นคำพูดตอบโต้กลับไปด้วยความเคียดแค้นใจว่า
“หลินชิงอี้ ฉันต่างหากที่ดวงตามืดบอด โง่งมที่หลงไปแต่งงานกับสัตว์เดรัจฉานอย่างคุณ!”
“เธอมันก็แค่แม่ม่ายผัวทิ้ง ไม่ต่างจากรองเท้าเก่าๆผุพังคู่หนึ่ง! คิดว่าตัวเองมีค่ามากนักรึไง? คงเสียเงินไปเยอะสิท่ากับเสื้อผ้าหน้าผมตอนนี้ ทำไมเหรอ? คิดจะจับผู้ชายคนอื่นมาทำผัวแล้วก็เกาะเขากินงั้นเหรอ? เธอนี่มันทุเรศน่าสมเพชซะไม่มี!”
หลินชิงอี้เบ้ปากด้วยความขยะแขยง และพูดต่อด้วยความรังเกียจว่า
“เพราะมีแม่ที่น่าสมเพชแบบเธอไงล่ะ จิงซูถึงได้หัวกบฏไม่รู้จักอยู่ในกรอบ! วันข้างหน้า ถ้าจิงซูต้องแต่งงาน ครอบครัวฝ่ายชายจะรับได้รึเปล่า ที่ลูกสะใภ้มีแม่ที่สกปรกโสโครกแบบนี้?”
ได้ฟังคำพูดคาดเดาถึงอนาคตที่เลวร้ายสุดซึ่งหลินชิงอี้สรรหามาพล่ามใส่ ติงเสวี่ยเหม่ยกลับไม่สนใจใยดีแม้แต่น้อย ปล่อยให้อีกฝ่ายส่งเสียงตะโกนปากเปียกปากแฉะต่อไปจนพอใจ
“เห่าจบรึยัง? ถึงยังไงมันก็เป็นเรื่องในอนาคตของฉันกับลูก คนนอกอย่างคุณไม่เกี่ยว!”
ได้ยินคำว่า ‘คนนอก’ ใบหน้าของหลินชิงอี้ก็ถึงกับบิดเบี้ยวเสียทรงจนดูอัปลักษณ์ ตวาดกลับไปด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า
“ได้! ได้! ได้เลย! ถ้าอย่างนั้นฉันจะบอกอะไรดีๆให้ฟัง เหตุผลที่เธออยากจะหย่ากับฉันใจจะขาดน่ะเหรอ ทั้งหมดก็เพราะเธอนั่นแหละ ที่แอบไปคบชู้กับชายอื่นข้างนอก! ก็เลยวางแผนจัดฉากให้ฉันกับซิ่วเหลียนทำเหมือนเป็นชู้กันในสายตาคนอื่น! ฉันไม่คิดเลยนะว่า ตัวเองจะได้เมียที่มีนิสัยเลวทรามต่ำช้าอย่างเธอ! ไม่อย่างนั้น มีเหรอที่เธอจะมีความคิดต่ำๆอย่างนี้อยู่ในหัว!!”
ติงเสวี่ยเหม่ยทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอระเบิดอารมณ์ทั้งหมดออกมาถึงขีดสุด ยกมือขึ้นชี้หน้าหลินชิงอี้พร้อมกับหวาดด่าเสียงดังลั่น
“หลินชิงอี้ คุณมันไอ้สุนัขชั้นต่ำ! ฉันไม่เคยพบเจอใครที่หน้าด้านไร้ยางอายเหมือนกับคุณเลย! ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองกับอู๋ซิ่วเหลียนมีความสัมพันธ์กันอย่างไร แต่ก็ยังกล้ามาใส่ร้ายคนอื่นหน้าตาเฉย! ฉัน ติงเสวี่ยเหม่ยขอสาบานต่อหน้าฟ้าดิน! ฉันคือผู้บริสุทธิ์ทุกประการ! และใครก็ตามที่กล้าใส่ร้ายป้ายสีฉัน ขอให้มันผู้นั้นมีแต่ความฉิบหายวายวอดในชีวิต! ทำอะไรก็ไม่เจริญประสบแต่ความล้มเหลวจนวันตาย!!”
หลินชิงอี้ไม่กล้าพูดจาโกหกใดๆต่ออีก เพราะตัวเขาเองก็รู้อยู่แก่ใจดีว่า ความสัมพันธ์ระหว่างตนกับอู๋ซิ่วเหลียนแท้จริงแล้วเป็นเช่นไร
“นัง…นังผู้หญิงสารเลว! เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว! คิดเหรอว่าคำสาบานปัญญาอ่อนแบบนั้นจะทำอะไรฉันได้? ฉันอุตส่าห์มีเมตตาหวังมอบโอกาสสุดท้ายให้เธอได้แต่งงานใหม่กับฉันอีกครั้ง! แต่เธอกลับปฏิเสธ! จำใส่กะลาหัวเอาไว้ให้ดี วันหน้าต่อให้เธอกับลูกมาคุกเข่าขอขมาอยู่หน้าบ้านตระกูลหลิน ก็อย่าหวังว่าจะได้รับความเมตตาจากพวกเราอีก!”
หลินชิงอี้ยอมสละได้แม้กระทั่งบ้านหลังนั้น แต่เรื่องศักดิ์ศรีเขาไม่สามารถยอมสละให้ใครได้ทั้งสิ้น!
เขาเดินผลักประตูออกไปด้วยความเดือดดาลสุดขีด ดวงตาคู่นั้นแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำอัดแน่นไปด้วยความอาฆาตแค้น!
……..
หลินจิงซูหอบอาหารแมวที่เตรียมไว้วิ่งตรงไปยังบ้านของศาสตราจารย์หวัง
เดิมที เหตุผลหนึ่งที่เธอมาที่นี่ก็เพราะต้องการพบจู้หยาน แต่กลับไม่คาดคิดว่า ทั้งศาสตราจารย์หวังและย่าหวังต่างบอกกับเธอว่า จู้หยานได้พาเจ้าสาหร่ายกลับไปเมืองหลวงด้วยกันแล้ว
ระยะนี้เธอยุ่งมากจนแทบไม่มีเวลาได้ขยับตัวด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับการไปพบจู้หยานเล่า? วินาทีที่ได้ยินข่าวเรื่องจู้หยานเดินทางกลับเมืองหลวงแล้ว กลับเป็นหลินจิงซูที่รู้สึกใจโหวงและรู้สึกเศร้าอย่างบอกไม่ถูก
แต่โชคยังดีที่สองปู่ย่าหวังได้พูดปลอบใจเธอว่า หลังจากที่หลานชายกลับไปเมืองหลวงได้สักพัก เขาก็จะย้ายกลับไปอาศัยอยู่ในตัวเมืองผิงเฉิง ไม่แน่ว่าบางที เมื่อถึงเวลานั้น หลินจิงซูอาจได้พบพานกับเขาที่นั่นอีกครั้งก็ได้
สำหรับเรื่องหัวใจตอนนี้…หลินจิงซูไม่สามารถอธิบายได้จริงๆว่า เธอรู้สึกอย่างไรกับจู้หยานกันแน่?
หลังจากเกิดใหม่ในครั้งนี้ กระทั่งความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเพื่อนเก่าที่อยู่ในวัยและชั้นเรียนเดียวกันนั้น เรียกได้ว่าแทบไม่ได้สนิทสนมกันเหมือนเดิมแล้ว เพราะสุดท้ายไม่ว่าอย่างไร ภายในร่างของสาวน้อยที่ชื่อหลินจิงซู ก็คือคุณป้าในวัยสี่สิบปี เธอไม่ใช่เด็กวัยรุ่นอย่างที่เห็นภายนอก และไม่สามารถเสแสร้งหลอกตัวเองว่ายังเป็นแค่เด็กสาวจริงๆได้ ในทางกลับกัน หากถามว่าใครคือเพื่อนสนิทที่สุดของเธอในปัจจุบัน หลินจิงซูคงตอบได้อย่างไม่ลังเลเช่นกันว่า เป็นจางหลานกับป้าผางที่อยู่ในช่วงอายุใกล้เคียงกัน เพราะในหลายเรื่องต่างคนต่างเข้าใจกันได้ง่าย และรู้สึกต่อติดกันได้ดีกว่า
แต่จู้หยานเป็นเพียงคนเดียวในบรรดาเด็กหนุ่มสาววัยเดียวกันทั้งหมด ที่สามารถพูดคุยกับหลินจิงซูได้รู้เรื่องที่สุดแล้ว ทุกครั้งที่มีโอกาสได้เปิดใจปรึกษาเรื่องอะไรสักอย่างกับเขา เธอมักจะรู้สึกราวกับว่า ตนเองกำลังพูดคุยกับใครสักคนที่เคยประสบพบเจออะไรมาเหมือนๆกัน เพราะเหตุนี้เอง ในสายตาของเธอจึงนับว่าอีกฝ่ายเป็นเพื่อนรักที่สุดก็ว่าได้
เมื่อได้ฟังคำบอกเล่าจากปากศาสตราจารย์หวังและย่าหวังแล้ว ใจหนึ่ง หลินจิงซูก็แอบสงสัยว่า จู้หยานจะยอมกลับมาอยู่ที่ตัวเมืองผิงเฉิงจริงๆน่ะเหรอ? ท่ามกลางภวังค์ความลังเล ท้ายที่สุด เธอก็เลือกที่จะกลืนคำถามนี้ลงคอไป และไม่พูดอะไรต่ออีกเลย
ว่ากันตามตรง คุณชายจากตระกูลร่ำรวยอย่างจู้หยาน ยังมีเหตุผลอะไรที่จะต้องย้ายกลับมาอยู่บ้านนอกคอกนาอย่างผิงเฉิงอีก? คนที่แตกต่างกันราวกับอยู่คนละโลกอย่างจู้หยาน เขาพบเห็นอะไรในเมืองชนบทแบบนี้เหรอ?
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







